









เพราะสะท้อนให้เห็นถึงวิถีการดำรงชีวิตของชีวิตทั้งหลายใน Hueco Mundo ไม่ว่าจะเป็นฮอลโลว์หรืออารันคาร์ ออกมาได้ "ตรง" และ "ดิบ" จริงๆ เพราะชีวิตในดินแดนปีศาจเหล่านี้ล้วนแต่ต้องมีชีวิตด้วยการกลืนกินผู้ที่อ่อนแอกว่าเป็นภักษาหาร เหยียบย่ำผู้ด้อยกว่าเพื่อปีนขึ้นไปสู่จุดสูงสุด เพื่อเอาตัวรอด หรือเพื่อความสะใจส่วนตัวของตัวเอง ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าไอ้ที่เหยียบย่ำกันซะจนเละเทะยิ่งกว่าพรมเช็ดเท้าหน้าส้วมนั่นมันก็เผ่าพันธุ์เดียวกันแท้ๆ แต่ก็ยังไม่อาจหยุดยั้งการกระทำเหล่านั้นได้ (หรือส่วนใหญ่อาจไม่อยากหยุดก็ได้ เพราะดัน "ติดใจ" ในรสชาติของการทำลายล้างสิ่งอื่นให้พินาศ) ราวกับว่าเป็นเผ่าที่ถูกสาปส่งให้ต้องอยู่ในนรกของการปีนป่ายศพเพื่อนเพื่อเอาตัวรอดไปให้ถึงที่สุดให้ได้ยังไงยังงั้น
พล่ามมาตั้งนานดันพาออกนอกเรื่องไปซะงั้น ท่านผู้อ่านเห็นติงต๊องยังไงก็เปิดข้ามๆ ไปอ่าน Spoil เนื้อหาเอาเลยก็ได้นะครับ เหอๆๆ
เปิดตอนต่อจากตอนที่แล้วที่กริมจอว์ถีบประตูพังเข้ามาในห้องขังของโอริฮิเมะ ทำเอาลอรี่กับเมโนรี่ สองอารันคาร์สาวที่มาหาเรื่องตบโอริฮิเมะถึงห้องขังถึงกับหน้าถอดสีที่ถูกอารันคาร์ชั้นแม่ทัพพบเห็นการกระทำความผิดเข้าในลักษณะจวนตัว โดยเมื่อเห็นสภาพภายในห้อง สภาพใบหน้าบวมฉึ่งเลือดอาบของโอริฮิเมะ รวมถึงสีหน้าวัวสันหลังหวะของยัยนางอิจฉาทั้งสองแล้ว กริมจอว์ก็เดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น "ไง แอบเข้ามาตอนเออร์ควิโอล่าไม่อยู่งั้นรึ ท่าทางกำลังสนุกเลยนี่ หือ?" เอสปาด้าลำดับ 6 ว่าพลางกระตุกมุมปากยิ้มเป็นเชิงเยาะ แล้วขยับเท้าเดินอาดๆ เข้าหายัยนางอิจฉาทั้งสอง
แววตาประสงค์ร้ายของฝ่ายตรงข้ามทำเอานางอิจฉาทั้งสองเลือดในกายเย็นเฉียบ ลอรี่ได้สติก่อนเพื่อน รีบทำใจดีสู้เสือย้อนถามกลับไปว่า "แล้วเจ้าล่ะมาที่นี่ทำ-----" พลั่ก!! ปลายเท้าซ้ายของกริมจอว์อัดเข้าใส่ท้องของอารันคาร์สาวผมดำเต็มเหนี่ยวทั้งๆ ที่อีกฝ่ายยังพ่นคำถามไม่ทันจบด้วยซ้ำ แรงเตะมหาศาลส่งร่างบางลอยละลิ่วตีลังกาพลิกคว่ำพลิกหงายหน้าครูดพื้น ก่อนจะไปหยุดขย้อนของเก่าที่ริมกำแพงห้องอีกฟาก
เห็นเพื่อนโดนเล่นงานซึ่งๆ หน้าแบบนั้น เมโนรี่ก็เลือดขึ้นหน้า ชาร์จพลังวิญญาณใส่หมัดซ้ายแล้วกระโจนเข้าใส่กริมจอว์หมายจะซัดให้คว่ำคาที่ แต่กริมจอว์หันขวับกลับมาคว้ามือไว้ทีเดียวก็อยู่ และก่อนที่เมโนรี่จะทันได้มีเวลาคิดหาทางรับมือใดๆ "ซู่ม!!" คลื่นพลังสีแดงเข้มพุ่งออกจากฝ่ามือข้างที่จับแขนไว้ พัดร่างท่อนบนของเมโนรี่จนหายวับไปในทันที
จัดการเสร็จไม่มีเสียเวลาดูผล นายดาบลำดับ 6 เลื่อนสายตากลับมามองนางอิจฉาตัวหลักที่นอนจมกองอ้วกของตัวเองอยู่อีกฟากหนึ่งเป็นรายต่อไป "กะ... แก... ทำแบบนี้กับพวกข้าแล้ว... คิดว่าท่านไอเซ็นจะอยู่เฉยๆ เรอะ..." ลอรี่เข่นเสียงขู่อย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะรู้ว่าความสามารถของตนไม่อาจทำอะไรปีศาจร้ายที่อยู่เบื้องหน้านี้ได้ก็ตาม แต่ไงๆ นางก็ยังถือตัวว่าเป็นถึงอารันคาร์ต้นห้องของไอเซ็น เป็นผู้ใกล้ชิดเสียยิ่งกว่าเอสปาด้าหรืออารันคาร์ตนไหนๆ ดังนั้น การทำอะไรร้ายแรงกับตนโดยไม่มีคำสั่งจากไอเซ็น จึงถือเป็นการหักหน้า เป็นการดูถูกเหยียดหยามถึงไอเซ็นโดยตรง นางปีศาจหวังจะใช้จุดนี้มาข่มขู่กริมจอว์ หวังลมๆ แล้งๆ ว่าคำขู่นั้นอาจได้ผลก็ได้
กริมจอว์หรี่ตามองอารันคาร์สาวที่ตนเห็นเป็นเพียงสวะไร้ค่าอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะก้มลงคว้าขาข้างหนึ่งของลอรี่ไว้มั่น ชั่วขณะที่ลอรี่ประหลาดใจต่อการกระทำนั้นเอง กริมจอว์ก็เฉลยคำตอบให้ ไม่ใช่ด้วยวาจา แต่ด้วยการยกขาข้างหนึ่งของตนขึ้นวางบนต้นขาของลอรี่ ออกแรงเหยียบไว้มั่น พร้อมกันนั้นมือข้างที่จับขาก็ออกแรงกระชากเต็มเหนี่ยวราวกับออกแรงดึงเชือกสตาร์ทเรือยนต์
ขาขวาของนางปีศาจลอรี่หลุดออกมาตามแรงกระชากในบัดดล โลหิตแดงสดฉีดกระจายเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งบนพื้นห้องและบนกำแพงใกล้เคียง เสียงหวีดร้องโหยหวนดังติดต่อกันราวกับจะไม่มีวันสิ้นสุด
"แกต้องตาย!!" นางปีศาจแผดเสียงสาปแช่งอย่างเกรี้ยวกราดราวกับสัตว์บาดเจ็บ มือยังกุมรอยแผลที่ขาขาดไม่ยอมปล่อย "อย่างแกต้องโดนท่านไอเซ็นฆ่าตายแน่ๆ!! รู้ไว้..."
ไม่ทันที่นางปีศาจผมดำจะแหกปากอะไรต่อ ฝ่าเท้าของกริมจอว์ก็สะบัดอีกครั้ง หยุดเสียงตะโกนสาปแช่งของนางปีศาจอย่างชะงัด "...พวกหน้าโง่ คิดหรือว่าไอเซ็นจะยอมออกหน้าเพื่อสวะอย่างพวกเจ้า"
ถากถางจบ กริมจอว์ก็หันกลับไปหาโอริฮิเมะซึ่งบัดนี้นั่งตาค้างอยู่กับที่ด้วยความตกตะลึงกับเหตุแปรเปลี่ยนไม่คาดฝันมากมายที่เกิดขึ้น "ทำไม..." เด็กสาวเป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน "ตอบแทนเรื่องแขนซ้ายไงล่ะ" นายดาบลำดับ 6 ตอบเรียบๆ ก่อนจะเดินอาดๆ เข้ามาคว้าคอเสื้อของโอริฮิเมะแล้วยกขึ้นจนขาลอยพ้นพื้น
เด็กสาวตะลึงไปชั่วครู่หนึ่งต่อกิริยาดุดันของอีกฝ่าย เอ่ยถามเสียงเบา "ทำอะไรน่ะ..."
"ทำอะไรงั้นรึ?" กริมจอว์แค่นเสียงย้อนพลางแสยะยิ้มเหมือนเยาะเย้ย "คงไม่ได้คิดหรอกนะว่าข้าจะช่วยฟรีๆ น่ะ หา? ข้าคืนหนี้ให้เจ้าแล้ว เท่านี้คงไม่มีปัญหาอะไรแล้วนะ"
โอริฮิเมะอ้าปากค้างมองกริมจอว์ด้วยกิริยาที่อีกฝ่ายเห็นว่าดูซื่อบื้อเสียเต็มประดา ขณะฟังนายดาบลำดับ 6 สำรากคำสั่ง "ตานี้ก็มาว่าเรื่องธุระของข้าบ้างละ มากับข้าเดี๋ยวนี้"
ตัดฉากกลับไปยังวังของซาเอลอพอลโล เหล่าอารันคาร์ลิ่วล้อแห่งหน่วยย่อยที่ 8 ต่างแผดเสียงคำรามจนกระหึ่มไปทั้งวังด้วยความโกรธแค้นที่เห็นพวกพ้องของตนโดนเล่นงานร่วงไปตนหนึ่ง สายตาสะท้อนอารมณ์อยากฆ่าจับจ้องไปยังร่างสูงโปร่งของอิชิดะที่ยืนอยู่บนรูกำแพงสูงขึ้นไปเป็นตาเดียว
อิชิดะกวาดสายตามองเหล่าลิ่วล้ออารันคาร์จำนวนนับสิบๆ ตนเบื้องล่างด้วยสายตาพิเคราะห์เพื่อประเมินกำลังของฝ่ายตรงข้าม ตอนนั้นเอง ที่สายตาของหนุ่มแว่นหันไปปะเข้ากับสายตาเยือกเย็นของอารันคาร์ตนหนึ่งในกลุ่มนั้นเข้าอย่างจัง
อารันคาร์ตนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากซาเอลอพอลโล แกรนซ์ เอสปาด้าลำดับ 8 ผู้ปกครองวังแห่งนี้นั่นเอง
"หนวกหู!!!" เสียงคำรามไม่มีปี่มีขลุ่ยแผดก้องจากปากของนายดาบลำดับ 8 ยังผลให้เหล่าลิ่วล้อที่แผดเสียงคำรามอยู่ขรมหุบปากของตนลงในทันที เมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนสงบปากสงบคำแล้ว ซาเอลอพอลโลก็เอ่ยขึ้นต่อด้วยเสียงนุ่มเรียบอย่างที่เคยพูดตามปกติ "แขกของเรากำลังจะพูดอะไรอยู่นะ ช่วยฟังเค้าหน่อยเป็นไร"
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเปิดโอกาสให้พูดดังนั้น อิชิดะก็เอ่ยถามขึ้นทันทีว่า ซาเอลอพอลโลนั้นเป็นอารันคาร์ชั้นเอสปาด้ารึเปล่า ซาเอลอพอลโลก็ตอบว่าใช่ เป็น "อ็อคทาบา เอสปาด้า" (เอสปาด้าลำดับ 8) ได้ยินลำดับของอีกฝ่ายดังนั้น อิชิดะก็ยิ้มเป็นเชิงดูถูกอีกฝ่าย แล้วบอกว่า "ง้นก็คงไม่ใช่พวกแข็งแกร่งอะไรนัก" เจออีกฝ่ายดูถูกเอาซึ่งๆ หน้าแบบนี้ ซาเอลอพอลโลก็เลยเกทับกลับไปว่า "ไงๆ ก็เก่งกว่าเจ้าละกันละน่า" เกทับกันเสร็จ ซาเอลอพอลโลก็นึกได้ว่ายังไม่ได้ถามชื่อถามแซ่อิชิดะเลยว่าเป็นใคร อิชิดะเลยแนะนำตัวให้ฟัง "ชั้นชื่ออิชิดะ อุริว เป็นควินซี่"
ซาเอลอพอลโลทำสีหน้าเรียบเฉยเหมือนอึ้งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำว่า "ควินซี่" ก่อนที่ใบหน้าเรียบเฉยนั้นจะเปลี่ยนไปเป็นบิดเบี้ยวจนดูน่ากลัวเหมือนคนบ้า "ควินซี่" นายดาบลำดับ 8 ย้อนคำเสียงสั่นพร่าอย่างห้ามความยินดีปรีดาไว้ไม่อยู่ "เผ่าพันธุ์หายากที่สู้กับนังนั่นเองหรอกเรอะ!"
อิชิดะนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจทันทีด้วยรู้ดีว่า "นังนั่น" ในคำพูดของซาเอลอพอลโลหมายถึงใคร แต่อีกฝ่ายไม่ทันสังเกต ยังคงแหกปากประกาศความยินดีของตนออกมาแฉให้โลกรู้อย่างไม่มียางอาย
"ทั้งผู้ใช้ปลดปล่อยสวัสดิกะ ทั้งควินซี่ โชคดีอะไรอย่างนี้!! ถ้าเป็นเจ้ายามี่ละก็ ป่านนี้คงแหกปากว่า "Suerte" (เฮงเป็นบ้า) ไปแล้ว!!"
แทบจะวินาทีเดียวกับที่คำพูดสุดท้ายหลุดพ้นริมฝีปาก ร่างของอิชิดะก็ขยับตัววูบจากรูบนกำแพงสูงลิ่ว ลงมายืนอยู่ด้านหลังของซาเอลอพอลโลผู้ยืนพล่ามอยู่ท่ามกลางลิ่วล้อจำนวนมากอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ ชนิดที่ไม่มีใครในที่นั้นมองเห็นเลยว่าอิชิดะลงมาอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่
"เจ้ายามี่ที่ว่านั่นจะเป็นไงชั้นไม่รู้" คือคำทักทายแรกของอิชิดะหลังจากเท้าแตะพื้นเบื้องล่าง "แต่ได้สู้กับคนที่เปิดช่องว่างอ้าซ่าเต็มตัวไปหมดอย่างนายนี่ ทำให้ชั้นรู้สึกอยากตะโกนว่า "Suerte" จริงๆ"
พร้อมๆ กับคำพูดนั้น มือขวาของอิชิดะก็ขยับยก "เกาทัณฑ์นกกระจอกภูผาเงิน" ขึ้นเล็งใส่เป้าหมาย ปลายนิ้วมือซ้ายของอิชิดะตวัดวูบ เรียก "เซเล่ชไนเดอร์" ศรวิญญาณพิเศษออกจากสายห้อยติดเข็มขัดขึ้นมาประทับบนแล่ง ชาร์จพลังวิญญาณอัดใส่เต็มที่จนแท่งเหล็กศักดิ์สิทธิ์กลายสภาพเป็นศรวิญญาณความเข้มสูง ยิงเข้าใส่ซาเอลอพอลโลผู้ยืนเป็นเป้านิ่งด้วยสีหน้าตกตะลึงในทันที
BY Pantip
ความคิดเห็น