The Memoirs of Sherlock Holmes (แปล : เชอร์ล็อก โฮล์มส์ชุดจดหมายเหตุ)

ตอนที่ 3 : ม้าตัวเก็งหาย (Silver Blaze) : ส่วนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    8 ต.ค. 60

      
    
 
 
ม้าตัวเก็งหาย 
PART 2





     “ผมเกรงว่าข้อสันนิษฐานใดๆ ก็ตามที่เราลงความเห็นไปจะเป็นตัวขัดชนิดรุนแรงของพวกเขาทีเดียว” สหายของผมว่า “จากที่ผมเห็น พวกตำรวจคิดเอาแล้วว่า ฟิตซ์รอย ซิมป์สันเป็นคนวางยาไอ้หนุ่ม แล้วได้ทำการอะไรบางอย่างเอากุญแจสำรองไปเปิดคอกม้าก่อนจะลากม้าออกไปเสียอย่างนั้น เห็นอย่างชัดเจนว่าเจตนาลักพาตัวม้า ปรากฏว่าสายบังเหียนหายไป เป็นอันว่านายซิมป์สันนี้ได้สวมมันให้กับม้า แล้วก็ละประตูคอกเปิดอ้าทิ้งไว้ เดินจูงม้าลัดเลาะไปบนพุ่มหญ้าพุ่มไม้ จนกระทั่งไปประสบพบกับครูฝึกหรือไม่อย่างนั้นก็โดนไล่กวดตามมา ชุลมุนล่ะทีนี้ ซิมป์สันหวดเข้าศรีษะของครูฝึกอย่างจังด้วยไม้เท้าอันหนักอึ้งของเขา โดยไม่ได้เฉียดฉิวโดนมีดพกป้องกันตัวของสแตรกเกอร์เลยแม้แต่นิด จากนั้นไอ้หัวขโมยก็เร่งจูงม้าไปไว้ยังที่ซ่อน แต่เจ้าม้าคงคึกขึ้นขัดขืน และหลุดมือวิ่งลี้หนีหายไปตามทุ่ง นี่เห็นจะเป็นหลักการที่พวกตำรวจลงความเห็นกันไว้ แม้จะดูไม่น่าเข้าเค้าเสียเท่าไหร่ ยิ่งคำสันนิษฐานอื่นสิแล้วใหญ่ อย่างไรก็ตาม ผมต้องเข้าไปตรวจสอบหลักฐานเสียที่นั่นโดยเร็วที่สุด และจนกว่าจะถึงเวลานั้น ผมมองไม่เห็นเลยจริงๆ ว่าเราจะได้อะไรกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ด้วยวิธีไหน”


     เย็นเข้าไปแล้วกว่าที่เราจะไปถึงยังเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า ทวิสต็อก อันตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่กว้างใหญ่ของทุ่งดาร์ทมัวร์ราวกับเป็นเจ้าถิ่นอย่างนั้น ปรากฏเป็นสุภาพบุรุษสองคนยืนรอพวกเราอยู่แล้วที่สถานี คนหนึ่งเป็นชายสูงรูปร่างสันทัดมีผมฟูฟ่องเหมือนแผงคอสิงโตไว้เครา นัยน์ตาเป็นสีฟ้าฉายแววแหลมคม ส่วนอีกคนเป็นชายร่างเล็ก ท่าทางกระตือรือร้น ปราดเปรียวและเกลี้ยงเกลา สวมเสื้อคลุมและสนับแข้ง มีเคราด้านข้างขริบเรียบอีกทั้งสวมแว่น ชายคนนี้คือพันเอกรอส นักกีฬาขึ้นชื่อ ส่วนอีกคนคือสารวัตรเกรกอรี่ ผู้ที่เร่งสร้างชื่อให้แก่สำนักงานบริการสืบสวนอังกฤษ


      “กระผมดีใจอย่างเหลือล้นที่คุณมาที่นี่ คุณโฮล์มส์” พันเอกกล่าวทัก ”ท่านสารวัตรคนนี้เค้นข้อเสนอแนะเสียจนจะหมดแล้ว แต่ผมอยากจะเอาให้ตายเลยเทียวเพื่อแก้แค้นให้แก่ตัวของแสตรกเกอร์ และเร่งหาม้าของผมให้พบจงได้”


     “มีความคืบหน้าอะไรบ้างหรือยังครับ” โฮล์มส์ถาม


      “ผมเสียใจที่จะบอกว่า เราคืบหน้าไปได้น้อยทีเดียว” นายสารวัตรว่า “เรามีรถม้าจอดรอรับอยู่ด้านนอก หากคุณไม่ข้องอันใดที่จะเที่ยวชมสถานที่ก่อนแสงจะลับล่ะก็ เราสามารถหารือกันระหว่างนั่งบนรถได้ครับ”


     ไม่กี่นาทีต่อมาพวกเราทั้งหมดก็ขึ้นมานั่งอยู่บนรถม้า นั่งเชยชมทิวทัศน์สองข้างทางเมืองเก่าเดวอนเชอร์ ครั้นสารวัตรเกรกอรี่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยสารความคดีที่อยากจะหารือเต็มแก่ พลันได้ชี้แจงก็เล่าความอย่างหูดับตับไหม้ ในขณะที่โฮล์มส์ก็แทรกด้วยคำถามและอุทานเสริมรายการเป็นครั้งคราว ส่วนพันเอกรอสนั้น นั่งเอนหลังเอามือกอดอก หมวกเอียงกระเท่เร่จนถึงตา เกรกอรี่ขยายความเล่าข้อสันนิษฐานของเข้าอย่างเมามัน ซึ่งแทบจะไม่หนีจากที่โฮล์มส์ได้เคยคะเนเอาไว้บนรถไฟเลย    


      “ร่างแหมันมัดตัวจนฟิตซ์รอย ซิมป์สันจนดิ้นไม่หลุดแล้วครับ” เขากล่าว “และผมก็เชื่อว่าอ้ายคนนี้ล่ะที่เป็นคนที่เราต้องการตัว แต่ก็นั่นล่ะ ผมก็ยังคิดอยู่ว่าหลักฐานเห็นจะกระจ่างแจ้งลงล็อกเกินไปหน่อย เกรงว่าข้อพิสูจน์ใหม่ๆ จะทำมันล้มระเนระนาดเสียเปล่าไป”


      “แล้วมีดของสแตรกเกอร์เล่าครับเป็นอย่างไร”


     “เราจวนจะได้ข้อสรุปแล้วล่ะครับ ว่าเขาคงเผลอไปทำมีดบาดตัวเองตอนที่ล้มเข้า”


      “หมอวัตสัน สหายของผมได้เสนอแนะระหว่างทางมาที่นี่ว่า หากเป็นเช่นนั้น มันก็ยิ่งตอกหนักเข้าไปอีกว่านายซิมป์สันนี่ล่ะที่เป็นตัวการ”


      “แน่เสียยิ่งกว่าแน่อีกครับ เขาไม่มีแม้มีดหรือได้รับบาดเจ็บอันใด หลักฐานก็บ่งชี้ชัดถนัดแจ้งเสียทีเดียวว่าเป็นเขา แถมยังจะได้ผลประโยชน์เพียงคนเดียวที่ม้าหายไปด้วย ถูกตั้งข้อสงสัยว่าวางยาเด็กเฝ้าคอก มิต้องพิรี้พิไรเท้าความเลยว่าไปตากลมตากพายุมาอย่างแน่นอน มีอาวุธติดมือเป็นไม้หนัก ทั้งผ้าพันคอตนยังไปอยู่ในมือผู้ตาย ผมคิดเป็นมั่นแล้วว่ามันเพียงพอที่เราจะนำตัวเขาไปขึ้นศาลแล้วล่ะครับ”


     โฮล์มส์ส่ายหน้า “ทนายที่หลักแหลมคงฉีกทึ้งหลักการเหล่านี้จนไม่เหลือซาก” เขาพูด “เหตุใดเขาจึงต้องลักม้าไปจากคอกเล่า? ถ้าว่าเขาจะทำร้ายมัน ทำเสียตรงนั้นไม่ดีกว่าหรือ แล้วเจอกุญแจสำรองอยู่กับเขาหรือไม่ นักเล่นแร่แปรธาตุไหนกันที่ขายผงฝิ่นนั่นให้ ทั้งหมดทั้งมวล คนแปลกหน้าในถิ่นนี้อย่างเขาจะซ่อนม้าเอาไว้ไหนได้ ยิ่งเป็นม้าตัวนี้ด้วย แล้วเขาให้การเกี่ยวกับข้อความในกระดาษที่วานแม่บ้านไปให้เด็กเฝ้าคอกว่าอย่างไรครับ”


      “เขาบอกว่ามันเป็นใบราคาสิบปอนด์ ใบหนึ่งเจอในกระเป๋าของเขา แต่ปัญหาที่คุณเคลือบแคลงอยู่ก็ไม่ได้ไขยากเสียทีเดียว พบว่าเขาไม่ใช่คนแปลกหน้าของถิ่นนี้ เขาเคยมาพักร้อนในทวิสต็อกสองครั้งแล้ว ผงฝิ่นก็เห็นทีจะได้มาจากลอนดอน ส่วนเรื่องกุญแจเป็นไปได้ว่าโยนทิ้ง เรื่องม้าก็คงอยู่ที่ก้นหลุมสักหลุมหรือบ่อเก่าๆ สักที่บนทุ่งนั่นล่ะ”


      “แล้วเขาว่าอย่างไรเรื่องผ้าพันคอบ้างครับ”


     “เขายอมรับว่าเป็นของเขาจริง แล้วก็ร้องว่าทำมันหาย แต่มีหลักฐานอื่นที่อาจเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเรื่องที่เขาพาม้าออกไปจากคอก”


     โฮล์มส์หูผึ่งขึ้นในทันที


      “เราพบร่องรอยที่บ่งชี้ว่าคณะชาวยิปซีมาตั้งค่ายอยู่ในคืนวันจันทร์ห่างออกไปไม่ถึงไมล์จากจุดเกิดเหตุฆาตกรรม ครั้นพอถึงวันคารพวกเขาก็ยกโขยงไป ทีนี้ก็ลองสมมุติว่าระหว่างพวกยิปซีกลุ่มนี้กับนายซิมป์สันมีอันใดเกี่ยวพันกัน เขาจะไม่เอาม้าไปไว้กับพวกยิปซีเลยหรือ แล้วม้าจะไม่อยู่ที่พวกเขาเลยหรือ”


     “เป็นไปได้สูงเทียว”


     “ตอนนี้ไล่กวาดสุมทุมพุ่มไม้เพื่อค้นหากลุ่มชาวยิปซีอยู่ และผมก็ได้ไปตรวจสอบคอกทุกคอกยังเรือนทุกหลังของทวิสต็อกในรัศมีสิบไมล์ด้วย”


      “แล้วยังมีคอกฝึกม้าอยู่อีกคอกใกล้ๆ ผมเขาใจถูกไหมครับ”


      “ครับ และนั่นก็เป็นอีกที่ที่เราจะมองข้ามเป็นไม่ได้เลยล่ะ ม้าเดสโบรอธของที่นั่นชนะผลพนันเป็นอันดับสอง จะว่าพวกเขาก็ได้ประโยชน์ไม่น้อยที่ม้าตัวเก็งหาย คนฝึกซิลาส บราวน์เดิมพันกองโตทีเดียวในการแข่งขันครั้งนี้ เห็นว่าไม่ลงรอยกันเท่าไหร่กับนายสแตรกเกอร์ อย่างไรเสียเราได้รุดตรวจสอบที่คอกแต่ก็ไม่พบความเชื่อมโยงใดๆ กับเหตุการณ์ในครั้งนี้เลย”


      “นายซิมป์สันคนนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ของคอกเมเปิลตันเลยหรือ”


     “ไม่มีเลยครับ”


     โฮล์มส์เอนหลังพิงพนักรถม้า บทสนทนาเป็นอันยุติลง ไม่กี่นาทีต่อมา คนบังคับก็ชักม้าจอดลงตรงหน้าเรือนก่ออิฐสีแดงหลังเล็กหลังหนึ่ง ชายคายื่นออกมาเลียบริมถนน ห่างออกไป ตรงข้ามกับคอกข้างสนามเป็นเรือนหลังนอกมุงกระเบื้องเทา ทั่วทุกทิศเป็นทุ่งกว้างแต่งแต้มด้วยต้นเฟิร์นแห้งสีน้ำตาลเป็นหย่อมๆ สุดลูกหูลูกตา ทว่าถัดไปนั้นมีหมู่บ้านทวิสต็อกตั้งคั่นอยู่ บ้านเรือนเรียงรายยาวเป็นแถวไปทางตะวันตก ปรากฏเป็นคอกเมเปิลตันอยู่ตรงนั้น พวกเราต่างพากันลงจากรถม้า เว้นก็แต่เพียงโฮล์มส์ เขายังคงเอนกายพิงพนักด้วยดวงตาที่เหม่อมองท้องฟ้าตรงหน้า ลอยคว้างอยู่ท่ามกลางความคิดของเขาเอง กระทั่งผมสะกิดแขน เขาจึงได้สะดุ้งจากภวังค์จนร่างกระตุก ก่อนจะก้าวลงจากรถม้าตามมา


      “ขออภัยด้วยครับ” เขาหันไปพูดกับพันเอกรอส ผู้ซึ่งมองด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “ผมฝันกลางวันเสียไม่รู้ตัวเลย” นั่นเองที่นัยน์ตาเขาฉายวาบ และท่าทางดูตื่นตัวของเขา อันทำให้ผมระลึกนึกแจ้งถึงอาการเหล่านี้ที่บ่งชี้ว่าเขาได้ล่วงรู้ถึงเบาะแสอะไรบางอย่างแล้ว แม้ว่าผมจะไม่สามารถบอกได้ว่าเขาค้นพบมันได้อย่างไรก็ตาม


      “บางทีคุณอาจจะอยากไปดูที่เกิดเหตุฆาตกรรมเสียหน่อยนะครับคุณโฮล์มส์” เกรกอรี่เสนอ


     “ผมคิดว่าอยากจะอยู่ที่นี่สักประเดี๋ยว ให้ได้ซักถามข้อมูลสักข้อสองข้อเสียก่อน ผมเดาว่าได้ยกศพของสแตรกเกอร์มาไว้ที่นี่แล้วใช่ไหมครับ”


     “ครับ ศพอยู่ชั้นบน พรุ่งนี้จึงจะทำการชันสูตรพลิกศพ”


      “เขาอยู่กับคุณมาหลายปีแล้วหรือครับ พักเอกรอส”


     “เป็นลูกจ้างที่ดีเลิศเทียวล่ะ”


      “ว่าแต่ คุณคงทำการบันทึกรายการของในกระเป๋าของเขาระหว่างช่วงเวลาการตายแล้วสินะครับ สารวัตร”


      “ผมเก็บไว้ในห้องนั่งเล่นเรียบร้อยแล้วครับ หากคุณใคร่จะไปดูก็ไม่เป็นอันขัดข้อง”


      “ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ” พวกเราต่างพากันเข้าไปยังห้องส่วนหน้า และนั่งลงรอบๆ โต๊ะกลาง ส่วนท่านสารวัตรก็ทำหน้าที่ไขกล่องดีบุกจัตุรัสขนาดเล็ก ก่อนจะหยิบของชิ้นเล็กชิ้นน้อยมาวางกองไว้ตรงหน้าเรา มีกล่องไม้ขีดไฟ เทียนไขขนาดสองนิ้ว กล้องยาสูบรากไม้เบรียร์อัดสารอะดีโนซีนไดฟอสเฟต รวมถึงถุงยาเส้นหนังแมวน้ำที่มียาสูบคาเวดิชขนาดครึ่งออนซ์  นาฬิกาพกเรือนเงินห้อยสายสีทอง เหรียญทองห้าเหรียญ กล่องดินสออลูมิเนียม กระดาษสองสามแผ่น รวมถึงมีดจับงาช้างลวดลายประณีต ใบมีดแข็งคมกริบสลักข้อความว่า บริษัทไวส์ ลอนดอนจำกัด  


      “เป็นมีดที่งามทีเดียว” โฮล์มส์ว่า พร้อมกับยกมันขึ้นมาตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน “จากที่ดูรอยเลือดแล้ว นี่เห็นจะเป็นมีดที่พบอยู่กับตัวของผู้ตาย วัตสัน มีดเล่มนี้เหมาะกับทางของคุณทีเดียวนะ”


     “นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่ามีดผ่าต้อกระจก1” ผมอธิบาย


      “ผมก็คิดอย่างนั้น ความวิจิตรบรรจง เห็นจะออกแบบมาเพื่องานละเอียดเทียวล่ะ น่าแปลกที่เขาพกติดตัวไปด้วยในยามวิกาลลำบากเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีดที่ไม่สามารถพับลงกระเป๋าไปได้ด้วยแล้ว”


      “ปลายมีดก็ปักไว้กับจุกไม้ก๊อกที่เราเจอใกล้ๆ ศพด้วยครับ” นายสารวัตรเสริม “ภรรยาผู้ตายให้การว่ามีดเล่มนี้ก่อนนั้นวางเอาไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนที่เขาจะหยิบมันติดตัวออกไปด้วย มันเป็นอาวุธที่เห็นจะสิ้นคิดไปเสียหน่อย แต่ในเวลานั้นนี่คงเป็นทางเลือกที่ถนัดมือที่สุดแล้วที่หาได้”


      “ดูเป็นไปได้เทียวครับ แล้วเรื่องกระดาษพวกนี้เล่า”


     “เป็นใบเสร็จจากการขายฟางสามใบ อีกใบเป็นคำสั่งจากพันเอกรอส อันที่เหลือก็เป็นรายจ่ายจากช่างทำหมวกราคาสามสิบเจ็ดปอนด์สิบห้าที่ถนนบอนด์ของมาดามเรเชอเรีย ให้วิลเลียม เดอร์บีเชอร์ คุณนายสแตรกเกอร์บอกอีกว่านายเดอร์บีเชอร์คนนี้เป็นสหายคู่ซี้ของสามี และบางครั้งก็จะมีจดหมายจากเขาจ่าหน้าซองถึงที่นี่บ้าง”


      “มาดามเดอร์บีเชอร์คนนี้มีรสนิยมหรูหราทีเดียว” โฮล์มส์กล่าว พลางชำเลืองมองใบเสร็จ “ราคายี่สิบสองกินี2นี่ก็แพงโขต่อหนึ่งชุดอยู่ อย่างไรเสีย กระดาษแผ่นนี้ก็ไม่มีอะไรให้เราไปมากกว่านี้แล้วล่ะ ผมเห็นจะสมควรแก่เวลาที่จะไปดูยังจุดเกิดเหตุแล้ว”


     ในขณะที่พวกเราต่างกรูกันออกจากห้องนั่งเล่น หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังรอเราอยู่ตรงระเบียงก็สาวเท้าตรงเข้ามาหา ก่อนจะนำมือมาจับตรงแขนเสื้อของสารวัตร ใบหน้าหล่อนซีดเซียวและซูบผอมด้วยความร้อนรน เต็มไปด้วยความหวาดกลัวจากเหตุร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้น


     “คุณจับพวกเขาได้หรือยังคะ คุณเจอพวกเขาแล้วหรือยัง” หล่อนถามจนหายใจแทบไม่ทัน


      “ยังหรอกครับคุณนายสแตรกเกอร์ แต่คุณโฮล์มส์มาที่นี่เพื่อช่วยพวกเราแล้ว เราจะทำอย่างสุดความสามารถครับ”


      “เราเคยได้พบกันมาแล้วครั้งหนึ่งที่อุทยานสโมสรในพลีมัทใช่ไหมครับ คุณนายสแตรเกอร์” โฮล์มส์ว่า


     “ไม่นี่คะ คุณเห็นจะจำผิดคนแล้ว”


      “พิโถ่! แต่ผมสาบานได้เลยนะครับ ในตอนนั้นคุณสวมชุดผ้าแพรสีขาวพิราบประดับขนนกกระจอกเทศ ”


      “ดิฉันไม่เคยมีชุดแบบนั้นเลยจริงๆ ค่ะ” หล่อนยืนยัน


      “อา ผมดูท่าจะจำผิดเสียจริงๆ ครับ” โฮล์มส์ยอมรับพร้อมกล่าวขอโทษ ก่อนจะเดินตามสารวัตรออกไป หลังจากเดินไปตามทุ่งหญ้าได้ไม่นานเราก็เจอเข้ากับหลุมที่เป็นจุดพบศพ ริมหลุมนั้นเองเราพบพุ่มเฟิร์ซอันมีเสื้อกันหนาวห้อยอยู่


     “ผมเข้าใจว่าในคืนนั้น ไม่มีลมพัดใช่ไหมครับ”


      “ไม่ครับ แต่เป็นห่าฝนแทน ตกหนักเอาการอยู่”


     “หากในกรณีนี้ เป็นไปเสียมิได้ที่เสื้อกันหนาวจะปลิวไปติดที่พุ่มเฟิร์ซ แต่มีคนจงใจเอาไปแขวนไว้ต่างหาก”


     “ใช่แล้ว มันถูกเอาไปวางคลุมไว้บนพุ่มอย่างนั้นเลยล่ะ”


     “คุณทำให้ผมสนใจยิ่งครับ ผมสังเกตเห็นว่ามีรอยเท้าบนพื้นเยอะทีเดียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีคนหลายคนมาย่ำที่ตรงนี้ตั้งแต่คืนวันจันทร์”


     “เราเอาเสื่อมาวางไว้ข้างๆ ผืนนึง เพื่อจะขึ้นไปยืนอยู่บนนั้นทั้งหมด”


     “เยี่ยมยอด”


     “ในถุงนี้ ผมได้เก็บบูทที่นายสแตรกเกอร์สวม กับของนายซิมป์สันคนละข้างเอาไว้ รวมถึงเกือกม้าซิลเวอร์ เบลซที่หล่นไว้ด้วย”


      “คุณสารวัตรที่เคารพ คุณฉลาดล้ำเลิศมากเทียว!” โฮล์มส์ถือกระเป๋า พลันโยนทิ้งลงไปในหลุม แล้วเคลื่อนเสื่อให้มาอยู่ตรงกลางจุดเกิดเหตุ ก่อนจะทรุดตัวลงไปนอนกองกับเสื่อ เอามือเท้าคางไว้ทั้งสองข้าง สายตานิ่งพินิจถึงรอยเท้าบนโคลนเลนตรงหน้า


     “ฮัลโหล!” เขาโพล่งขึ้นทันใด “อะไรกันนี่” มันคือเศษขี้ผึ้งที่ไหม้ไปครึ่งหนึ่ง จมเปรอะอยู่ในเลน ซึ่งในทีแรกมันดูเหมือนเศษไม้เล็กๆ เอามาก


      “ผมไม่คิดเลยว่าจะมองข้ามมันไปได้นะนี่” สารวัตรว่า ด้วยสีหน้าเคืองเล็กน้อย


     “มันจมอยู่กับโคลน จนยากทีจะเห็น ผมเพียงแต่มองหามัน ผมจึงได้เห็นอย่างไงล่ะ”


     “อะไรกัน! คุณคิดว่าจะเจอก่อนแล้วอย่างนั้นหรือ”


     “นั่นล่ะผมคิดอย่างนั้น”


เขาดึงบูทออกมาจากถุง แล้วจึงเทียบรอยร้องเท้ากับรอยเท้าบนพื้น จากนั้นก็ป่ายมายังขอบหลุม และคลานแหวกผ่านสุมทุมไม้พุ่มเฟิร์นไป 


      “ผมเกรงว่าเราจะไม่พบเบาะแสอื่นอีก” สารวัตรว่า “ผมตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนหมดแล้วทุกทิศในระยะร้อยหลา”


     “อย่างนั้นหรือ!” โฮล์มส์โพล่งขึ้น “หากเช่นนั้นผมคงไม่ดื้อดึงตรวจซ้ำรอยเดิมอีกแล้วล่ะ แต่ผมใคร่จะเดินสำรวจไปบนทุ่งเสียหน่อย ก่อนตะวันจะลับ เผื่อจะได้สืบรู้แนวทางของวันพรุ่งนี้ ส่วนเกือกม้านี้ผมขอพกใส่กระเป๋าไว้ถือโชคหน่อยละกัน”


     พันเอกรอส ผู้ซึ่งใจร้อนกับการทำงานอย่างนิ่งเงียบและใจเย็นเป็นระบบของสหายผมเต็มแก่ พลันก็เหลือบตามองนาฬิกาข้อมือ “ผมคาดว่าคุณคงจะกลับไปพร้อมกันนะครับ สารวัตร” เขาว่า


     “มีประเด็นสำคัญหลายประเด็นทีเดียวที่ผมอยากจะให้คุณเสนอแนะ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ว่าเราจะไม่นำมันออกแสดงต่อสาธารณะและจะลบชื่อมันออกจากรายการการเข้าแข่งขันชิงถ้วยนั่นน่ะ”


      “มิได้ครับ” โฮล์มส์ร้องขึ้อย่างเร็วพลัน  “เอาชื่อไว้ดังเดิมดีแล้ว”


      พันเอกผงกศีรษะรับรู้ “ผมดีใจยิ่งที่ได้ฟังความเห็นของคุณ คุณโฮล์มส์” เขาว่า “หากเสร็จธุระเดินสำรวจของคุณแล้ว ก็มาเจอพวกเราได้ที่บ้านของสแตรกเกอร์นะ เราจะได้เดินทางไปยังทวิสต็อกกัน”


     ว่าแล้วเขาก็กลับไปพร้อมกับสารวัตร ส่วนผมกับโฮล์มส์ก็เดินสำรวจไปบนทุ่ง ดวงอาทิตย์ค่อยๆ จมหายลับ คล้อยต่ำลงเบื้องหลังคอกเมเปิลตันนั้น ที่ราบลาดเอียงผืนใหญ่ตรงหน้าเรา ก็ถูกฉาบแต้มด้วยแสงสีทองอร่ามของยามเย็น ยิ่งเอ่อล้นความรู้สึกอุดมสมบูรณ์สวยงาม มองเห็นเงาเฟิร์นและต้นรูบัสมีหนามนานาชนิดทาบเงาน้ำตาลแดงกระทบแสงสุดท้ายของวัน ทว่าความงดงามของทิวทัศน์เบื้องหน้าเห็นจะสูญเปล่าต่อสหายของผม ผู้ซึ่งกำลังลอยเคว้งอยู่ท่ามกลางความคิดอันล้ำลึกของตนเอง


     “อย่างนี้นะ วัตสัน” เขาพูดขึ้นในที่สุด “เราอาจจะละข้อกังขาเรื่องใครฆ่านายสแตรกเกอร์ไปเสียก่อนก็ได้ แล้วมาหาข้อที่ว่าม้าไปอยู่ที่ไหนตอนนี้ดีกว่า ผมคะเนเอาว่ามันคงเตลิดไม่ระหว่างก็หลังจากที่เกิดการปะทะกัน แล้วมันจะไปเสียที่ไหนได้ ม้าเป็นสัตว์ชอบเข้าสังคม หากพิจารณาเอาตามสัญชาติญาณแล้ว ไม่ที่คิงส์ปีแลนด์ก็ที่เมเปิลตันนั่นแหละที่มันจะย้อนกลับไป มีอันใดจะต้องเที่ยวเร่ไปตามทุ่งด้วยเล่า ไม่แน่อาจจะถูกพบตัวไปแล้วเสียตอนนี้เลย แล้วพวกยิปซีจะลักมันไปทำไม พวกเขาย้ายถิ่นกันเสมอเวลาได้ยินเรื่องวุ่นวายอะไร เพราะไม่อยากติดร่างแหเข้าโรงพักกันหรอก อีกเรื่องม้าก็คงไม่คิดอยากจะเอาไปขาย เดี๋ยวจะตกกระไดพลอยโจนแถมไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือไปด้วย”


      “ถ้าอย่างนั้น มันไปอยู่ไหนล่ะตอนนี้”


     “ผมก็บอกไปแล้วว่าที่คิงส์ปีแลนด์ไม่ก็เมเปิลตัน หากไม่อยู่ที่คิงส์ปีแลนด์ ก็ต้องไปอยู่ที่เมเปิลตัน เราก็ถือเอามันเป็นสมมุติฐานเสีย แล้วรอดูว่ามันจะนำเราไปเจอกับอะไร ที่ของทุ่งส่วนนี้ สารวัตรได้บอกเอาไว้ ทั้งแข็งทั้งแห้ง แต่มันชี้ทางตรงไปสู่คอกเมเปิลตัน จากตรงนี้คุณจะเห็นว่าเป็นหล่มเกรอะยาวทีเดียว ซึ่งเป็นอันรู้ว่าในคืนวันจันทร์มันจะต้องเป็นโคลนเขรอะแฉะ หากข้อสันนิษฐานเราถูกต้องล่ะก็ เจ้าม้าจะต้องวิ่งตัดผ่านทางนั้นแน่ เห็นทีเราจำต้องไปดูร่องรอยมันเสียหน่อย”


     เราพากันเดินลัดเลาะไปอย่างว่องไวในระหว่างสนทนา และไม่กี่อึดใจก็นำเรามาเจอกับหล่มที่พูดถึง โฮล์มส์ขอให้ผมเดินข้ามไปทางฝั่งขวา ส่วนเขาจะไปฝั่งซ้าย ทว่าผมสาวเท้าไปยังไม่ถึงห้าสิบก้าว โฮล์มส์ก็ตะโกนก้องเรียกผมพลางโบกมือไหวๆ เป็นอันว่ารอยของเจ้าม้าย่ำอยู่บนดินนุ่มตรงหน้าเขา และขนาดของเกือกม้าในกระเป๋าของเขาก็ประจวบเข้ากันกับรอยนั้นอย่างที่สุดทีเดียว


      “เห็นหรือยังเล่า นี่ล่ะคุณค่าแห่งจินตนาการล่ะ” โฮล์มส์ว่า “นี่เป็นหนึ่งข้อสำคัญที่เกรกอรี่ยังบกพร่องอยู่ เราคิดว่ามันต้องเกิด และได้พิสูจน์ตามข้อสันนิษฐานของเราแล้ว พบว่ามันจริงแท้ เอาล่ะ มาลงมือในส่วนเรากันเถอะ”


---------------------------------------------------------------------------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมของคำในนิยาย

1. มีดผ่าต้อกระจก : คือมีดชำแหละ หรือผ่าตัดชนิดนึงค่ะ เอาไว้เข้าเคสการผ่าตัดกระจกตาผ่าต้อออก ( : A knife for section of the cornea in operations for cataractX)

2. กินี เป็นเหรียญอังกฤษมีราคาเท่ากับ 21 ชิลลิงค่ะ มีใช้ตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 17 ถึงศตวรรษที่ 19

( เราขอเว้นระยะห่างของแต่ละย่อหน้นิดหน่อยนะคะ เพราะเดี๋ยวมันจะติดกันเกินไป กลัวอ่านละตายลาย แฮ่ๆ)






เม้นสักนิด เป็นกำลังใจให้เราแปลต่อไปน้าาาา ♥♥

ขอบคุณค่า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น