เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 502 : 10 ประโยคยอดฮิตที่กองอวยมักตอบโต้เวลาเราวิจารณ์นิยาย (การ์ตูน) ไม่ถูกใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    8 พ.ย. 55


 

ตั้งกระทู้ไว้ที่

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2617633

 

เรื่องของเรื่องคือ ผมเขียนบทความวิจารณ์การ์ตูนเรื่อง Guilty Crown ดูแล้วค่อนข้างผิดหวัง อุตส่าห์เขียนซะยืดยาว มากกว่าสิบหน้า หวังจะได้ สิ่งความคิดเห็นที่มีเหตุผล แต่สิ่งที่ได้มีเพียงประโยคสั้นเกรียนๆ จากกองอวย (หรือไม่รู้ว่าอวยจริงหรือเปล่า) แทน

แน่นอนครับเป็นธรรมดา เวลาเราวิจารณ์อะไร โดยเฉพาะวิจารณ์เรื่องที่คนอื่นชอบ คนอื่นอวย แล้วสวนกระแสว่าไม่ชอบ ต่อให้คุณด่าสองสามประโยค หรือเขียนยืดยาวแบบตั้งใจจริง สิ่งที่เขียนเป็นเรื่องจริงขนาดไหนก็ตาม คุณจะเจอพวกกองอวยเข้ามาอยู่ดี

หลายๆ คนที่เคยเขียนวิจารณ์หรือบ่นนิยายและการ์ตูนที่ดังๆ (เป็นต้นว่า รีบอร์น, วัชพีช, นิยายของท่านผู้นั้น นิยายดังหลายคนอวยทั้งหลาย) ก็ต้องเจอเม้นลักษณะไม่มากไม่น้อย หรือใครอยากเจอก็ลองเขียนหรือตั้งกระทู้ดูนะครับ เช่น “ฉลองรีบอร์นอวสานแล้ว”, “จับผิดโคนัน” ประมาณนี้ นับลองเจอแน่นอน!!

แต่ที่แปลกใจคือ การ์ตูนที่ผมเอามาพูดเนี้ยมันมีแฟนคลับด้วยเหรอ!? เอาเถอะถือว่าฮิตในไทยละกัน (แต่วงการโดจินหื่นนี้ขอบอกว่ามันน้อยมากๆ)

วิเคราะห์ว่าคนที่เม้นแบบนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านเนื้อหาบทความ เห็นหัวข้อก็ว่าไว้ก่อน กรูอวย กรูชอบ ใครจะทำไม (ก็ไม่ได้ทำไม ผมก็อยากบอกเหมือนกันแค่ดูแล้วผิดหวังนี้หว่า เหมือนคุณชอบนั้นแหละ ) ในขณะที่บางคนไม่ได้ดูการ์ตูนหรือนิยายด้วยซ้ำเห็นหัวข้อแบบนี้ตรูลุยดีกว่าเห็นแล้วคันปากอยากเกรียนแบบนี้ แต่เถียงด้วยเหตุผลไม่ได้เลยเม้นให้มันไม่สบายใจดีกว่า

หากใจรักจริงจะต้องเขียนแก้ต่างให้ยาวๆ สู้กันด้วยเหตุผล มากกว่าเกรียนโชว์แบบนี้ และจะต้องสู้จนหยดสุดท้ายจนกว่าอีกฝ่ายจะยอมแพ้

แต่นี้แค่เม้นเกรียนทิ้งและหนีหายไปซะงั้น แถมเป็นนอนเบอร์อีกต่างหาก ไม่ให้คิดแบบนี้ได้ไงว้า!!

ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์, เกม, นิยาย หรือการ์ตูน งานเหล่านี้ต้องถูกเผยแพร่ทางสาธารณะแล้ว ผู้บริโภคเองสามารถมีสิทธิวิจารณ์ได้ หากแต่บทวิจารณ์ก็มีสองด้าน เอาสะใจเข้าว่ากรณีนี้ไม่แปลกคือกองอวยถล่มยับ เพราะไปกระทบกับสิ่งที่พวกเขารักๆ มาก ย่อมมีสิทธิที่ถกด้วยเหตุและผล

แต่ก็มีอีกกรณีหนึ่งในกรณีที่เราเขียนวิจารณ์แบบมีเหตุมีผล เขียนยาวเป็นสิบๆ หน้า แต่สิ่งที่กองอวยตอบโต้นั้นกลับไม่มีเหตุมีผลเลย  ตอบมาแบบง่ายๆ สั้นๆ เป้าหมายทำให้ผู้วิจารณ์โมโห แค้น แต่ขอบอกว่ามันทำได้แค่ถอนหายใจยาวๆ เท่านั้น เพราะแสดงให้เห็นชัดว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้อ่านบทความผมด้วยซ้ำ

เอาเถอะไม่ว่าคนเม้นจะมีนิสัยอย่างไร แต่สิ่งที่พูดบอกคือ  คือผู้ดูมี 3 ประเภทคือผู้เสพย์นิยายหรือการ์ตูนดูเอาสนุกดูเอามันและจะชอบและอวยแบบสุดๆ และอย่างที่สองคือผู้ที่ดูการ์ตูนและนิยายที่เสพความสมเหตุสมผล ดูว่าเรื่องนี้ให้อะไรกับเรา หรือแบบที่ 3 บางคนก็แล้วแต่รสนิยมหรือบางโอกาสที่บางครั้งอยากอ่านแนวเบาสมองหรือส่วนตัวเฉพาะกลุ่มบ้าง ซึ่งผมเป็นประเภทที่ 2 ผสม 3 ซะด้วยสิ

วันนี้ผมรวบรวม 10 ประโยคยอดฮิต (แต่เชย) เวลาเราวิจารณ์เรื่องอะไรแล้วกองอวยไม่พอใจ เช่นแต่ละประโยคค่อนข้างไม่ค่อยมีเหตุผล ตั้งใจให้เจ้าของบทความหรือผู้วิจารณ์อ่านแล้วเกิดอารมณ์เสีย เกิดความไม่สบายใจ แต่กระนั้นพูดตามตรง เล่นเน็ตมานานประมาณ 7 ปีกว่าๆ  ประโยคเกรียนก็ยังคงเหมือนเดิม ทั้งเชย ซ้ำซาก ไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย เดี๋ยวนี้เป็นยังไง ก็เป็นอย่างงั้น ไม่มีการอัฟเกรด ไม่มีพัฒนาแม้แต่น้อย

 

อันดับ 10 “ไม่ชอบก็ไม่ต้องดู (อ่าน) สิ”


              “ไม่ชอบไม่ต้องดู (อ่าน) สิ” ประโยคสุดคลาสสิกที่มุกเจอทุกครั้งเวลากองอวยตอบโต้คนวิจารณ์ ซึ่งอนิจจาคนที่พูดประโยคนี้ไม่ได้คำนึงว่า “คำวิจารณ์” แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ มันไม่ได้แปลว่า “ไม่ชอบน่ะครับ”
การวิจารณ์หมายถึงการพิจารณาเทคนิคหรือกลวิธีที่แสดงออกมา ให้เห็นว่าน่าคิด น่าสนใจ น่าติดตาม ตรงไปตรงมา องค์ประกอบที่ควรชมเชย องค์ประกอบใดท้วงติหรือบกพร่องอย่างไร ดังนั้นการใช้ความรู้ มีเหตุผล มีหลักเกณฑ์หรือความรอบคอบด้วย  หากผิดพลาดอะไรก็ควรใช้เหตุผลตอบโต้จะดีกว่า หากตอบโต้แบบเกรียนๆ แบบประโยชน์โดยไม่มีเหตุผลถือว่าแพ้เป็นที่เรียบร้อย

และขอบอกว่าประโยคนี้ใช้ไม่ได้กับ “คนที่ดูนิยายและการ์ตูนเรื่องนั้นๆจบแล้วนะครับ” อย่าลืมสิครับว่าเขาอ่านจนจบแล้วจึงไม่ชอบ และเขาจะไม่กลับไปอ่านหรือดูอีกแล้วน่ะครับ (ก็เอ็งบอกไม่ชอบก็ไม่ต้องดูนิ) ซึ่งประโยคนี้ได้ผลเฉพาะพวกที่ดร็อปกลางคัน (แต่ก็มีเหตุผลที่ดร็อปอยู่ดีแหละ) หรือเหม็นขี้หน้านิยายและการ์ตูนตั้งแต่แรกเห็นเท่านั้น หากใช้ไม่ถูกเวลาให้ดีนี้ ขายหน้าเปล่าๆ

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่วิจารณ์ส่วนใหญ่ก็มักเน้นด้านลบ ผมเองก็เห็นคนวิจารณ์อนิเมะที่ผมชอบแรงๆ เหมือนกัน เช่น “อนิเมะพวกโอตากุ”, “ไม่เห็นน่าติดตามเลย”, “งั้นๆ” แต่ผมก็ได้อดทนไม่ได้ตอบโต้ เพราะอย่าลืมว่าการวิจารณ์นั้นเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลน่ะครับ   เขามีสิทธิจะชอบหรือไม่ชอบก็ได้มันเป็นสิทธิของเขา ผิดหวังก็คือผิดหวัง ถิ่นใครถิ่นมัน แต่ละคนมีความเห็นไม่เหมือนกันเป็นธรรมดา ถ้าเห็นด้วยกันหมดก็คอมมัวนิสต์ เผด็จการแล้วครับ

กลับกันและสิ่งที่ผมฝากบอกกองอวยคือ ตอนที่วิจารณ์ข้อเสียการ์ตูนและนิยายนี้ คนวิจารณ์ยังมีความชอบการ์ตูนเรื่องนี้อยู่นะครับ แม้ไม่ชอบมากมายก็ตาม อีกทั้งการวิจารณ์มันต้องมีความคิดเห็นเป็นกลางๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อย่างน้อยก็ดูเรื่องนี้จนจบ หากแต่วินาทีที่กองอวยเข้ามาด่า ใช้ประโยคที่ชวนอารมณ์เสีย วินาทีนั้นแหละที่ทำให้คนวิจารณ์จะเกลียดการ์ตูนและนิยายเรื่องนี้แบบเข้าไส้สุดๆ เพราะเหม็นขี้หน้ากองอวย และขอบอกว่าการสร้างศัตรูของกองอวยนั้นมันไม่ดีเสียเลย ขอบอกว่าการแสดงความเกรียดมันร้ายแรงมากครับ แรงสุดๆ เพราะนักวิจารณ์จะกลายเป็นนักแก้แค้นอย่างแท้จริง นักแก้แค้นบางคนถ่ายคลิปหรือถ่ายรูปตอนทำลายเรื่องที่กองอวยตอหน้าต่อตาก็มี นับลองคุณจะพูดไม่ออก

 

อันดับ 9 “กว่าคนสร้างจะผลิตออกมาได้มันลำบากนะ


             
“กว่าที่ผลงานนี้จะเสร็จ คนทำเขาก็เหนื่อยน่ะ” ถ้าสมมุติประโยคนี้ เอามาใช้กับผู้รับเหมาสร้างบ้านผม แล้วผลไม่ตรงกับสเป็กงาน แล้วคนผ่านไปบอกว่า "เป็นคนรับเหมาลำบากน่ะคะ กว่าจะได้บ้านสองสามหลัง คุณจะโมโหอะไรกับเขา เหรอที่สร้างบ้านไม่ถูกใจคุณ" คนที่พูดนี้สมควรโดนผมต่อยปากหรือเปล่าครับเนี้ย
!!

หนึ่งในประโยคสุดฮิต เหมือนไทยแลนด์ก็อดดราม่า เม้นแบบนี้เพื่อให้คนวิจารณ์เห็นว่ากว่าจะทำผลงานแต่ละเรื่องคนสร้างนั้นเหนื่อยปานใด เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน แต่อนิจจาอย่าลืมน่ะ เราดูผลงาน ไม่ใช่อ่านดราม่าชีวิตคนเขียน หากเป็นยังงี้จริงที่การ์ตูนสนุกก็เพราะคนเขียนน่าสงสารงั้นเหรอ?

การหลงหน้ามืดตามัวนั้นไม่ดีเลย ถ้าผลงานที่เหนื่อยยากตรากตรำออกมาไม่ถูกใจผู้บริโภค แล้วคุณจะทำอย่างไร? การให้เกียรติผู้สร้างไม่ใช้การยกยอหลงหน้ามืดตามัว ต่อให้เขานั่งหลังขดแต่งนิยายหรืออนิเมะ (ไปจนถึงเกม) สัก 10 ปีก็เถอะ แต่ผลงานออกมา “ไม่ดีพอ” ไม่ถูกใจผู้บริโภค ผู้สร้างยิ่งเหนื่อยยิ่งกว่า ยิ่งอวยโดยไม่รู้หน้ามืดตามัวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งผิดพลาดเดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ ไม่รู้จบ ถ้าผู้สร้างไม่รู้ตัวว่าพลาด การชี้จุดบกพร่องนั้นไม่ใช่เรื่องเลวร้าย (ที่สำคัญผู้สร้างหรือคนทำคงไม่มานั่งอ่านที่นี้หรอก) การอวยนิยายหรืออนิเมะเรื่องใดไม่มีใครว่า แต่ยอมรับความจริงด้วยว่ามีคนชอบก็ต้องมีคนไม่ชอบ มิใช่ใครแตะหรือวิจารณ์ไม่ได้ แล้วเม้นไปว่าให้ไปสร้างเอย “มันโครตเชย”

                อีกอย่างประเด็นที่หลายคนลืมกัน คนเขียนและคนสร้างไม่ได้ผลิตให้เราดูน่ะครับ เขาผลิตมาเพื่อหวังกำไร นิยายและอนิเมะ(มังงะ) เขาหวังเพื่อการตลาด อย่าเข้าใจผิดว่าทำเพื่อการกุศลน่ะครับ อย่างอนิเมะดราม่า นี้พอมีลิขสิทธิ์ตั้งกระทู้ดราม่ากันใหญ่เลย ดูฟรีจนเคยตัว ดังนั้นอุดหนุนของแท้น่ะครับ ส่วนนิยายนั้นกองอวยอย่าสร้างศัตรูเลยครับ วินาทีที่เขียนประโยคชวนให้โมโห วินาทีนั้นถือว่าเป็นเป็นเรื่องผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่แล้ว มันไม่สวยหรอก ตัวอย่างมันมีมาแล้วครับ

สิ่งใดยิ่งลงทุนมากเท่าใดยิ่งมีความเสี่ยงสูงเท่าตัว และเพื่อลดความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาความชอบของบริโภค พยายามทำสิ่งที่แปลกใหม่ให้แตกต่างไปจากเดิม และต้องเข้าใจความรู้สึกของบริโภคว่าชอบหรือไม่ชอบมัน หากคุณทำแบบไม่ปรึกษากัน ไม่วางแผนรอบคอบ ผลสุดท้ายแทนที่จะได้กำไรก็กลายเป็นขาดทุนจนไม่สามารถแก้ตัวได้อีกต่อไป

 

อันดับ 8 “วิจารณ์อย่างนี้ทำได้อย่างเขาหรือเปล่าล่ะ


               “วิจารณ์อย่างนี้ทำได้อย่างเขาหรือเปล่าล่ะ” หรือ “เรื่องนี้ถือว่าเขาทำดีมากน่ะ อีกอย่างแนวคิดแบบนี้คุณทำได้อย่างเขาหรือเปล่าล่ะ” “ไม่ชอบก็ไปสร้างเองซะเลยสิ” หากมีเม้นแบบนี้ก็แนะนำให้เม้นตอบไปว่า “แหมถ้าผมมีตังค์ลงทุนกับอนิเมะไปนานแล้ว” (ส่วนนิยายว่าอย่าง) หรือไม่ก็ “ผมไม่สามารถทำได้หรอกครับ ผมไม่สามารถสร้างเรื่องที่มีข้อบกพร่องอย่างเห็นได้ชัด คนอื่นหลายคนดูแล้วกุมหัวเป็นแถบๆ ได้หรอกครับ (ว่ะ ฮ่าๆๆ) ”  ในบางกรณีกองอวยจะเปรียบเทียบชื่อเสียงของคนวิจารณ์กับผู้สร้าง ในเมื่อผู้สร้างมีชื่อเสียงมีผลงานระดับประเทศ และคุณล่ะแทบไม่มีผลงานอะไร กล้าวิจารณ์ผลงานมืออาชีพเลยเหรอ

หนึ่งในประโยคสุดฮิต แสดงให้เห็นเด่นชัดเมื่อกองอวยไม่รู้จะเถียงอะไรก็ใช้ประโยคให้คนวิจารณ์หัดหุบปากซะบ้าง ทำได้อย่างเขาหรือเปล่า แต่อนิจากองอวยคงลืมไปว่าคนเรามีหน้าที่แตกต่างกัน อาชีพคนแต่งนิยาย (และการ์ตูน) คือการสร้างให้ถูกใจผู้ดู ส่วนหน้าที่ของผู้ดูคือการวิจารณ์ว่าผลงานนั้นดีหรือไม่ดีตรงใด ไม่มีเรื่องใดหรอกครับที่มีแต่ข้อดีไปหมด มันก็ต้องมีข้อด้อยบ่ง อีกทั้งนักวิจารณ์ใช่ว่าจะเป็นคนเขียนที่เก่งกาจซะเมื่อไหร่ ต่างประเทศดูเป็นตัวอย่างได้

สมมติว่าอาหารไม่อร่อย ผมก็วิจารณ์อาหารร้านนี้ไม่อร่อย ผมต้องเป็นคนทำอาหารชิ้นนั้นเหรอ? ตรระกะเดียวกันครับ

อย่าลืมว่าการวิจารณ์นั้นคือความเห็นส่วนตัวของตัวบุคคล โอเคตามหลักการวิจารณ์ในตำราไม่ว่าตำราไหนควรวิจารณ์เป็นกลางไม่ใช้อารมณ์ส่วนตัว แต่นั้นมันเรียกว่าการวิเคราะห์ไม่ใช่วิจารณ์ การใส่ความรู้สึกส่วนตัว รสนิยมส่วนตัวเข้าไปถือว่าไม่มีความผิดอะไรเลย ขอแค่อิงความเป็นจริง มีเหตุมีผล ไม่ใช่อคติ อีกอย่างเราไม่ใช่นักวิจารณ์มืออาชีพที่จริงจังอยู่่แล้ว ทำเพื่อใจรัก อยากระบายความรู้สึกให้คนอื่นรู้เท่านั้นว่าเรามีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ชอบหรือไม่ชอบ ดีกว่าหลอกลวงด้วยซ้ำ (หรือไม่ก็ชอบคำโกหกที่แสนหวานมากกว่าเรื่องจริงที่เจ็บปวดก็ว่าไปอย่าง)

 

อันดับ 6 “อิจฉาล่ะสิ”

                
             
“อิจฉาล่ะสิ” เป็นประโยคสุดฮิตที่กองอวยมักเอามาตอบโต้กับเราที่วิจารณ์อะไรไม่ถูกใจ ประดุจว่าเราเป็นนางอิจฉาในละครหลังข่าวที่อิจฉาไปเสียทุกเรื่อง พยายามที่จะดิสเครดิต ความน่าเชื่อถือลง โดยการวิจารณ์ ใส่ไฟ ใส่ร้ายอย่างรุนแรง

                อย่างไรก็ตามประโยคพวกนี้ไม่สามารถใช้ในบทความวิจารณ์ที่เราคิดว่าวิจารณ์มีเหตุมีผลแล้ว ใครที่ตอบโต้ลักษณะแบบนี้แสดงว่าไม่ได้อ่านบทความของเราแน่นอน อีกทั้งคนวิจารณ์ไม่ได้เขียนวิจารณ์ด้วยอารมณ์อิจฉาหรอกครับ ขอบอกว่าไม่ใช่อารมณ์อิจฉาเลย หากแต่เป็นการระบาย หรือไม่ก็ขุ่นข้องใจไม่เห็นด้วยเรื่องที่หลายคนอวยหนักหนา แต่เราดูแล้วไม่เห็นจะดีเยี่ยมเหมือนหลายคนอวยเลย เลยพยายามวิจารณ์เตือนสติคนอวย แต่แทนที่จะเตือนสติกลายเป็นว่าโดนตอบโต้ในลักษณะแบบนี้เอง แต่ถึงแม้จะเขียนเพราะอิจฉาจริง แต่ก็เท่านั้น เพราะถึงอย่างไรก็ตามเรา (ตัวผู้วิจารณ์) ก็แค่ตัวคนเดียวก็ไม่ได้กระทบอะไรมากมาย ยังไงผู้เกี่ยวข้องก็คงไม่ได้ดูบทความเราอยู่แล้ว (มีแต่กองอวยกับบุคคลภายนอกแหละที่ดู)

 

                อันดับ 7   “ไม่มีใครง้อให้คุณดูสักหน่อย” 

                
          
“ถ้าไม่ถูกใจเค้าก็ช่างสิ เพราะเขาไม่ได้ง้อไห้พวกคุณดูสักหน่อย ทุกเรื่องมักมีข้อดีข้อด้อยอยู่แล้ว หรือไม่ก็ “เขาไม่ได้ทำให้คุณดูคนเดียวสักหน่อย”  หรือ
. “เขาอุตส่าห์ทำมาให้คุณดูแล้ว จะบ่นอะไรอีก” ประโยคนี้พบค่อนข้างบ่อย เมื่อกองอวยตอบโต้กับเราเมื่อพบเห็นว่าเราวิจารณ์เรื่องที่กองอวยชอบในด้านลบ (ก็แปลกก็พูดเรื่องในเมื่อกองอวยบอกว่าทุกเรื่องมีข้อดีข้อด้อย แล้วทำไมตรูพูดเรื่องข้อด้อยแล้วทำไมมาว่าหว่า ผิดตรงไหนเนี้ย?) ซึ่งมักบอกว่าคนเขียนนิยายหรือคนสร้างการ์ตูนนั้นไม่ได้สร้างผลงานให้พวกคุณดูแล้วถูกใจสักหน่อย แต่สร้างเพื่อตลาดดู พูดง่ายๆเปรียบเหมือนคุณเป็นคนกลุ่มน้อย ลูกเมียน้อย ที่ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดนั้นเอง

                สิ่งที่ผมอยากบอกกับผู้เกี่ยวข้องประโยคนี้คือมัน ส่วนใหญ่คนวิจารณ์วิจารณ์นิยาย (การ์ตูน) ตามคำอวยของเหล่าแฟนๆ น่ะครับท่าน เช่นไปฟังจากบอร์ดหนึ่งมาบอกว่าเป็นผลงานที่สุดยอด อวยหนักอวยหนา แต่พอดูแล้วไม่เป็นอย่างที่หลายคนอวยไว้ อย่างผมเองผมดู Guilty Crown ตามคำชักชวนของคนมาเม้นว่าควรดู เป็นอนิเมะเห็นปีน่ะ นี้ไม่เรียกเชิญชวนให้ดูเหรอครับ (หากผมเลือกดูอนิเมะเองผมจะดูแต่ที่ชอบและเขียนชมอย่างเดียวเท่านั้น)

               

                อันดับ 5  “ว่างมากหรือไงถึงมาจับผิดเรื่องชาวบ้าน/จริงจังเกินไปหรือเปล่า  คิดมากไปทำไมให้เปลืองสมอง”

                
          
ว่างมากหรือไงถึงมาจับผิดเรื่องชาวบ้าน จริงจังเกินไปหรือเปล่า   อย่าคิดมากเดี๋ยวเซลล์สมองจะเสียหมด” (เหรอ?) หนึ่งในประโยคที่ทำให้เกิดดราม่าบ่อยมากครับ มักพบเห็นดราม่าจำพวกที่ระบาย หากเราใช้บริการอะไรแล้วเกิดไม่พอใจ (เช่น โรงแรม, ร้านอาหาร, ผลิตภัณฑ์) สิ่งที่ตามมาก็คือเม้นแนวๆ นี้แหละครับ

                ก็แปลกดีนะครับ ในเมื่อเรามีเสรีการวิพากษ์วิจารณ์ การติชม อะไรต่างๆ ได้ (รัฐบาลเอย, การ์ตูนเอย, ภาพยนตร์เอย) เวลาที่คุณดู (อ่าน) การ์ตูนเรื่องใดแล้ว เราก็อยากระบาย ในฐานะผู้บริโภคคนหนึ่ง ไม่ได้จริงจังอะไรสักนิด ก็แค่อยากแสดงความคิดเห็นให้หลายคนรับรู้ว่าเรารู้สึกอะไรกับการ์ตูนเรื่องนั้น (หากเราไม่ทำอะไรที่ร้ายแรงทำลายชื่อเสียงของคนอื่น) ซึ่งก็ไม่ได้ผิดหลักธรรมหรือโจมตีร้ายแรงอะไรเลย (ยกเว้นหากคุณใส่ร้ายร้านอาหารบริการแย่หรือสกปรกโดยไม่มีหลักฐาน นั้นเขาเรียกว่าโจมตีและปล่อยข่าวเสียๆ หายๆ แล้วครับ)

                “หากเราวิจารณ์อะไรไม่ได้ ทั้งๆ ที่กฎหมายไม่ห้าม แล้วเราจะเอาอะไรกับเสรีภาพ ในเมื่อการแสดงความคิดเห็นถูกจำกัด ไม่ก็โดนแขวะ ด่าว่าราวกับผู้วิจารณ์ไปฆ่าคนมาไม่ปาน”

 

                อันดับ 4  “เรื่องนี้มันเจ๋ง มันเมพ  พวกคุณต่างหากที่ตาไม่ถึง ไม่เข้าใจถึงความสุดยอดของมัน”

                
           
กองอวยกับผู้วิจารณ์ก็ยังคงไม่ถูกกันเสมอ กองอวยคือหลงการ์ตูนแบบชอบมากๆ ในขณะที่ผู้วิจารณ์ส่วนใหญ่มักเป็นคนกลาง (ในบางครั้งก็มีคนวิจารณ์อคติแบบเต็มขั้นอันนี้เราจะไม่พูดถึงกันเพราะเป็นส่วนน้อย) ที่ได้รับคำแนะนำจากที่แห่งหนึ่ง เช่น นิยายเรื่องนี้สนุกแฟนตาซีจิ้นวายมันน่ะ แถมเป็นแฟนตาซีเรื่องแรกๆ ที่เยาวชนไทยเขียนอีก แต่ทว่าเมื่ออ่านจนจบก็ไม่ใช่ผลงานที่ไม่ได้เหมาะสมกับคำว่าไม่ควรพลาดแต่อย่างใด

                เมื่อกองอวยได้อ่านคำวิจารณ์ในเชิงที่ผิดหวัง การตอบโต้ของกองอวยก็คือว่า  “เรื่องนี้มันเจ๋ง มันเมพ  พวกคุณต่างหากที่ตาไม่ถึง ไม่เข้าใจถึงความสุดยอดของมัน” ไม่ก็ “กลับไปอ่านใหม่อีกรอบ แสดงว่าคุณพลาดจุดสำคัญแล้ว” เกรียนมาแบบนี้ไปกันไม่ได้แล้วครับ จุดยืนของเรามันแตกต่างกัน รสนิยมมันแตกต่างกัน มันไม่ใช่ตาไม่ถึง แต่รสนิยมไม่เหมือนกัน ความคิดไม่เหมือนกัน อายุ มุมมองของการ์ตูน (นิยาย) ไม่เหมือนกัน

               

                อันดับ 3  “อะไรกันสนุกจะตาย ต้องดูกลางๆ เรื่องถึงจะสนุกสิ พลาดแล้วสิ คุณควาย”

                
              คล้ายๆ อันดับ 4 แต่แตกต่างคือ ทุกอันดับที่กล่าวมานั้นเป็นการวิจารณ์ในแง่ดูและอ่านจบแล้ว เพียงแต่ในกรณีที่เราอ่าน (ดู) ตอนเดียว (ไม่ว่าจะเป็นนิยายหรือการ์ตูน) และเขียนวิจารณ์เข้าไป และในเวลาต่อมากองอวยก็เข้ามาบอกว่า “
อะไรกันการ์ตูน (นิยาย) สนุกจะตาย.. ดูแค่ตอนเดียวจะไปรู้อะไร ยิ่งตอนหลังๆยิ่งฮาา พลาดซะแล้วล่ะคุณเอ๋ยที่ไม่ได้ดู การ์ตูน (นิยาย) เรื่องนี้) ก่อนที่จะปิดท้ายประโยคที่ชวนขุ่นเคือง เช่น “ควาย”, “โง่” เป็นต้น พูดง่ายๆ ตอนแรกอธิบายด้วยเหตุผลอยู่หรอก แต่ประโยคปิดท้ายมันด่าซะนี้ (ถ้าอยากด่านี้ด่าตรงๆ ดีกว่าน่ะ ตอนแรกมีเหตุผลหรอก แต่ตอนท้ายกลายเป็นเหตุผลทั้งหมดสูญหายไป)

                ที่จริงมันยังเป็นที่ถกเถียงเหมือนกันว่าคุณค่าของการ์ตูนหรือนิยายนั้นจะอยู่ที่ตอนต้นเรื่องจริงหรือไม่  เพราะปัจจุบันการ์ตูนแต่ล่ะเรื่องจะต้องทำออกมาให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกน่าติดตามตั้งแต่ต้น อย่างเรื่องอนิเมะ Robotics;Notes ก็ถูกวิจารณ์เหมือนกันว่าตอนแรกไม่เห็นน่าติดตามอะไรเลย มันเรียบง่าย จนน่าเบื่อเกินไป แต่จะไปเร่งอารมณ์ความน่าติดตามจนกลางเรื่องแทน ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของการ์ตูน (และนิยาย) มากกว่า ว่าเรื่องต้องการสื่อถึงอะไร อารมณ์อาจราบเรียบ แต่ก็ทำให้น่าติดตามระดับหนึ่ง อารมณ์ประมาณว่า “มันเกิดอะไรขึ้น?

                อย่างไรก็ตาม ประโยคนี้ก็ใช้ไม่ได้เหมือนกันหากใช้กับคนวิจารณ์ดูตอนแรกบอกว่าไม่ใช่แนว เกิดความอคติอย่างร้ายกาจ เช่น เจ้าอ้วนแก่ๆ แถวๆ นี้ ที่มาตรฐานการดูการ์ตูนห่วยแตกมาก เพราะมันบอกว่าตัวเองดูการ์ตูน (หรืออ่านนิยาย) ตรงที่พระเอก หากไม่ถูกชะตา ต่อให้เรื่องมันเทพ แค่ไหนก็ตามมันก็ไม่สน พร้อมเขียนวิจารณ์ดิสเครดิตตอนที่ 1 บอกว่าไม่ใช่แนว ก่อนที่จะโดนประโยคดังกล่าวข้างต้น แต่ไม่ได้ผล เพราะอคติเห็นๆ แถมเป็นการยั่วให้ไม่ชอบการ์ตูนเรื่องนี้ไปอีก (ในกรณีคุณบอกว่าเรื่องนี้สนุก อยากให้คนวิจารณ์ดูต่อจากใจจริง แต่กลายเป็นทำให้คนวิจารณ์เหม็นขี้หน้าการ์ตูนเรื่องนี้โดยบริยายแบบไม่ตั้งใจ) ซึ่งตรงจุดนี้สามารถเขียนใช้คำว่า “ไม่ชอบไม่ต้องดู” ก็ได้

 

                อันดับ 2 “อ่านเอาความสนุกสิคะ”

                
              
“อ่านเอาสนุกสิ” (นอกจากนั้นประโยคที่ตามมาก็เหมือนอันดับอื่นๆ ก่อนหน้า เช่น คิดมากไปปวดหัวเอาผัวดีกว่า, ได้ดูก็บุญแล้ว) ปัญหาที่ตามมาก็คืออะไรคือความสนุก ความสนุกคือการที่เราทำอะไร (ดู) แล้วเกิดความรู้สึกเพลิดเพลิน สบายใจ ทำให้ไม่เบื่อง่ายๆ และแน่นอนว่าความสนุกของเรานั้นไม่จำเป็นต้องเหมือนคนอื่น

                ก็เหมือนการ์ตูนและนิยาย บางคนชอบดูฮาเร็ม ในขณะที่คนอื่นมองว่า “ไม่เห็นสนุกเลย ไร้สาระ” ซึ่งความสนุกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถตัดสินอะไรว่าคนอื่นสนุกหรือไม่สนุก เพราะคนที่สามารถบอกได้ว่าความสนุกคืออะไรนั้น แล้วแต่เจ้าตัวเท่านั้น

                อย่างไรก็ตาม บางครั้งสิ่งที่ขีดเส้นบางๆ ของความสนุกนั้นก็คือความมีเหตุมีผล โอเคมันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของการ์ตูนด้วย หากจุดประสงค์ของการ์ตูนต้องการทำไร้สาระ เบาสมอง นั้นผู้ดูก็ไม่คิดอะไรดูเอาสนุกอย่างเดี๋ยว แต่ในขณะที่การ์ตูนที่สร้างขึ้นมาด้วยการวางบทเรื่องราวให้มีเหตุผล รวมไปถึงฉากแอ็คชั่นอลังการ ตัวละครน่าอวย อย่างการ์ตูนเรื่อง “Guilty Crown” หากแต่เมื่อการ์ตูนดำเนินเรื่องโดยขาดหลักเหตุผลรองรับ สิ่งที่ควรนำเสนอไม่ได้เป็นสิ่งที่เราหวัง แน่นอนคือความสนุกจะลดลงทันที และความหงุดหงิดจะเริ่มมาแทนที่ ซึ่งอาจมีปัจจัยต่างๆ เข้ามาเสริมเข้าไป ส่งผลทำให้เกิดการวิจารณ์ข้อด้อยที่ขัดจากกลุ่มคนดูที่ดูเอาสนุกอย่างเดียวเข้ามา

 

        อันดับ 1 “@$%#&*^(&)@)&)** olo

                
             
เมื่อถึงจุดหนึ่ง หากดราม่านี้ไม่หยุด สงครามยืดเยื้อ และไม่มีอะไรจะสู้แล้ว เพราะผู้วิจารณ์ไม่สนคำเกรียนๆ เหล่านี้ของกองอวยสักนิด กองอวย (กองสร้างสถานการณ์ใส่ไฟและกองหนุน) ก็จะเริ่มใช้คำหยาบเข้าห่ำหั่นกันกับผู้วิจารณ์ ซึ่งคำหยาบก็เน้นประมาณว่า “พ่อแม่มิ่งตายบ้างละ!”, “โง่เง่า”, “หน้าตัวเมีย”, “ เจ้าโอตากุ”, “ควาย” ไม่ก็ “ตัวเงินตัวทอง”  บางครั้งก็เริ่มออกทะเล
พยายามเบี่ยงประเด็นหัวข้อ บางครั้งเบี่ยงประเด็นออกนอกโลกยิ่งกว่าออกทะเลไปก็มี

                ที่ร้ายสุดๆ คือกองอวยจะเริ่มเรียกพวกมารุมยำเจ้าของบทวิจารณ์ให้เหี้ยน ก่อกวนถึงขั้นบุกมายังเอ็ม เพื่อจะด่านอกรอบ สาเหตุที่ทำแบบนี้เพื่อให้กระทู้บทความนี้ขาดความน่าเชื่อถือ ทำลายตัวผู้วิจารณ์ว่ากาก โจมตีไม่ให้ผุดได้เกิด  แต่อนิจจากองอวยคงลืมไปว่า ยิ่งอวยมากยิ่งทำไหร่ กระทู้ก็ยิ่งดัง เป็นที่รู้จักกันมากเท่านั้น หลายคนเริ่มเข้ามา และเริ่มมีความคิดเห็นว่า “คนวิจารณ์นี้เป็นใครกัน? สามารถกล้าออกมาแสดงความคิดเห็นสวนกระแสเรื่องที่ดังได้” ยิ่งเนื้อหาที่เขียนออกมานั้นมีน้ำหนักมากเท่าไหร่ กองอวยเกรียนก็ยิ่งพ่ายแพ้มากเท่านั้น ส่งผลทำให้นักวิจารณ์ผู้นี้มีชื่อเสียง ลือชาไปในที่สุด  (ผู้ใดดราม่า มันผู้นั้นย่อมมีชื่อติดไร้สาระนุกรม)

 

 

เป็นการจัดอันดับขึ้นมาเองของคนเขียนไม่ได้อ้างอิงจากที่ใดทั้งสิ้น

 ผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้

 

 


 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22,215 ความคิดเห็น

  1. #22125 peek a boo (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 22:06
    คือจะบอกว่า...ไม่ใช่แค่ฝั่งติ่งการ์ตูนนะ

    ติ่งเกาหลีก็ใช้ค่ะ ...ฮา

    "มาวิจารณ์สามีฉันเนี่ย ทำได้อย่างเขาแล้วเหรอ?"

    "อิจฉาเขาอ่ะดิ ที่เขาอายุน้อยกว่าแต่ได้เป็นคนดังระดับโลก"

    ...ไรงี้อ่ะ
    #22,125
    0
  2. #21615 แมวมุ้งมิ้ง(แมวเขียว) (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 14:37
    จริงถึงอย่างที่สุดค่ะ
    #21,615
    0
  3. #18972 InfinitySoul (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 6 กันยายน 2556 / 18:02
    ตอนนี้มันเจ๋งจริงๆ

    5555555555555555
    #18,972
    0
  4. #18349 Dark of days (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 00:02
    เคยเจอหมดเลยแฮะ (และก็เป็นหนึ่งในกองอวยบางเรื่อง และเคยใช้มาแล้วหลายประโยค 5555)
    #18,349
    0
  5. #17528 oIceJunGo (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 20:55
    ผ่านหูผ่านตามาแล้วทุกคำ =Y="
    #17,528
    0
  6. #17458 SodaMemE (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2555 / 16:38
    โดนทุกอันดับค่ะ เหมือนเกิดเดจาวู เห็นประโยคแบบนี้จนหลอน 555555555
    #17,458
    0
  7. #17401 cammy (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2555 / 14:55
    ได้ครับ จะก็อปจะลอกได้ทั้งนั้น
    #17,401
    0
  8. #17399 ZEN KaiZis (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2555 / 22:35
    ขออนุญาติเอาไปทําเป็นคลิปวีดีโอได้ไหมครับท่าน 
    #17,399
    0
  9. #17389 เฮเบียนัม บราวน์ (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2555 / 20:18
    อ่านเอาสนุกสิคะ... น่ากัว น่ากัว T^T น่ากลัวชิบ (ดูไปก็ตลกดีนะเสียงกับหน้า แต่จ้องตามันนานๆแล้ว...อ๊ากกกก น่ากัวจุงเยย)
    #17,389
    0
  10. #17335 Angel Evil (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2555 / 17:01
    เรารักในการ์ตูนของเราแบบเงียบๆก็พอ อวยมากไปเรานั้นแหละที่เป็นคนทำร้ายการ์ตูนที่เรารัก
    #17,335
    0
  11. #17318 cammy (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 10:22
    นั้นเขาไม่เรียกวิจารร์แล้วมั้ง แต่มาเพื่อแอนตี้โดยเฉพาะ
    #17,318
    0
  12. #17316 the White mask of deceit (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 01:04
    อา. ถ้าเปนแบบนี้ คนมันชอบจนเข้ากระแสเลือดน่ะนะ ของแบบนี้มันดูถูกกันไม่ได้ เช่นว่า ดูไปทำไมการ์ตูนวายแหวะชะมัด หรือไม่ก็ พวกอ่านnc.Y แล้วลบนี่ก็เป็นอะไรไม่รู้เหมือนกัน ประโยคนี้ ไม่ชอบหรือไม่นิยมวายอย่าอ่าน หมายถึง ถ้าคนไม่ชอบก็อย่ามาอ่านแล้วด่าในสังคมนี้เลยเถอะ ก็เข้าใจว่านักอ่านทั้งหลายงงๆหรือไม่เข้าใจ แต่ในกรณีนี้ อย่าไปด่าพวกเขาเลยนะค่ะ มันก็เจ็บใจอยู่เหมือนกันที่่การ์ตูนที่เรารักโดนว่าเล็กๆน้อยๆ แต่ทางที่ดีเราทำในสิ่งที่เราชอบอย่าไปสนใจคำติชม คำติชมหมายถึงความรู้สึกของผู้อ่าน ความคิดหรือแนวของคนอื่นๆมันไม่เหมือนกันนะ กองอวยก็เข้าใจว่าไม่ชอบให้คนอื่นวิจารณ์ในสิ่งที่เราชอบ ทำอย่างเขาได้ไหมล่ะ คำนี้ ก็เข้าใจนะ แต่อเข้าใจความรู้สึกของคนเขียนหน่อย เราเคยเป็นนักวิจารณ์นะแต่พอมาเขียนจริงๆแล้วมันก็..นะ เข้าจายย เข้าใจ ว่าวิจารณ์ได้แต่อย่าไปหักหน้าหรือพูดคำแรงๆใส่เถอะ เห็นแล้วปวดใจ บางคนก็วิจารณ์แรงๆใส่อย่างเช่นว่า อ่านเข้าไปได้ยังไงผิดศีลธรรมชะมัดพวกโรคจิต แบบนี้มันเจ็บใจเจอแบบนี้บ่อยเฉพาะกบy yuri นะ ถ้าไม่เห็นด้วยก็เงียบๆไว้เต๊อะ.เขาถึงมีการเขียนเตือนไงว่าวไครไม่ชอบก็ไม่ผิดเพียงแต่อ่านแล้วก็ให้กำลังใจเขาหน่อยแค่นั้น วายจงเจริญ วะฮะฮ่าาา 



    ถ้าไม่พอใจยังไงด่าตามสบาย มุมมองของคนที่เคยเป็นทั้งนักเขียน นักอ่าน นักวิจารณ์ และ (เป็น)โอตาคุ คำว่าโอตาคุไม่มีคำว่าขีดจำกัดในตัว555+
    #17,316
    0
  13. #17293 cammy (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2555 / 15:08
    น่าจะเพิ่ม "คุณไม่รักชาติเหรอ" ด้วยเนอะ โดยเฉพาะคนวิจารณ์หนังไทยเนี้ย
    #17,293
    0
  14. #17292 บ้าบอ (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2555 / 10:15
    อันดับ 8 เเละ 9 โดนผมมากเลยครับ ผมเคยวิจารณืเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวร ในจุดที่ผมไม่ชอบเเละเเนะนำว่าควรปรับปรุ่ง ผลคือโดนด่าเละ อย่างข้อ 8 เเละ 9 ตามมาถึง ไม่รักชาติ ดูถูกพระนเรศ บลาๆๆๆ ผมก็งงนะครับ ผมวิจารณ์หนัง ไม่ได้เกี่ยวกับสถาบันใดๆเลย ประเทศเราไม่ค่อยมีฟังคนวิจารณ์หรอกครับ มีฝรั่งนักคิดคนนึงกล่าวไว้ว่า "ประเทศไทยมีคำพูดหนึ่งว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เเสดงให้เห็นว่าทันศนคติของคนประเทศนี้ว่า จะไม่ยอมให้มีการวิจารณืใดๆ เเม้กระทั่งเรื่องผีที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ประสาอะไรกับเรื่องอื่นๆในประเทศ" ผมไม่ได้ว่าควมคิดฝรั่งมันถูกหรือผิดนะครับ เเละผมก็เห็นจริงตามนั้น
    #17,292
    0
  15. #17230 ดั้งเเหมบ (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 07:53
    ตอนนี้สะใจมากมาย
    เบื่อพวกชอบอวยจนบ้ามาก  จะชาบูไปถึงไหน
    ในวงการนิยายวายที่เราสิงสถิตอยู่  มีแบบนี้เยอะซะด้วย
    เจออันดับสิบบ่อยสุด "ไม่ชอบอย่าอ่าน"

    อ้าวววว  ก็ถ้าตูไม่อ่านก่อน  ตูจะรู้มั้ยว่าตูชอบไม่ชอบ

    แล้วอันดับหนึ่งที่ก็เจอบ่อยเหมือนกัน  เพลียยยยยย me///กุมขมับ
    #17,230
    0
  16. #17167 SuuNyan (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 / 16:21
    ตอนนี้สะใจมาก 555555555
    #17,167
    0
  17. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  18. #17113 [Mn]MinTTea (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 / 20:46
    ชอบมากค่ะ ขอเก็บไว้เลยนะคะคำพวกนี้นี่ ขอบคุณคุณ Cammy มากค่ะ ><
    #17,113
    0
  19. #17104 Dark of day (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 / 21:04
    ไม่รู้แต่หนูเจอบ่อย "คนมี 2 ประเภท ทำดีแล้วโดนด่า ไม่ทำHaแล้วด่าคน" เจอทั้งในวิจารย์นิยาย ยูทูปนี่ก็เยอะ -..-
    #17,104
    0
  20. #17095 cammy (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 / 17:51
    ก็มันไม่มีเวลาวาดน่ะ เอาของเก่ามาทำใหม่:T
    #17,095
    0
  21. #17094 FixCase (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 / 17:42
    รูปของอันดับ9มันคุ้นๆนะคับ

    คิดอยู่นาน ในที่สุดก็นึกออก =w="
    #17,094
    0
  22. #17087 Nami Garnet Fow [Ver.มึน] (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2555 / 17:49
    ก็พอเข้าใจคนที่ชอบอนิเมะเรื่องนั้นๆอ่ะนะ แต่บางคน.... ทำตัวอย่างกับไส้ติ่งอักเสบในกองFC

    ลางเรื่องก็สนุก พอชม ก็หาว่า"อวย" พอด่า ก็เกรียนด่ากันเป็นแถบ

    อนิเมะ นินาย มังงะ หรืออะไรก้แล้วแต่มันไม่ได้สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่างหรอก

    ทำมาให้ดู วิจารณ์ไม่ได้ ติชมไม่ได้ แตะต้องไม่ได้เลยสินะ :3

    บางพวกก็หลับหูหลับตาด่า ด่าตามกระแส อวยตามกระแส.... สงสัยประสาทด้านนี้จะเสื่อมหมดแล้วมั๊ง....

    #17,087
    0
  23. #17084 shadow dragon soul (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2555 / 09:39
    เห็นด้วยครับ เป็นกำลังใจให้คนวิจารย์ทุกคนครับ
    #17,084
    0
  24. #17077 Amaranth (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2555 / 15:10
    พวกกองอวยก็แบบเนี้ย (me/ส่ายหัว ไม่ไหวๆ)
    วิจารณ์เรื่องที่ตนรักเทิดทูนบูชาไม่ได้ ห้ามๆๆๆๆ
    ไม่งั้นเป็นโดนรุมยำเละ เรื่องGuilty Crown นี่ก็เจอมาอย่างคุณcammyนี่แหละ

    เจอบ่อยทั้งนิยายและการ์ตูน ละคร หนังดังๆ ในเว็บต่างๆ พวกคอมเม้นต์อวยสุดยิด ห้ามวิจารณ์เนี่ย
    เคยเห็นคนอื่นไปเขียนวิจารณ์นิยายyaoi เราก็กำลังจะเขียนวิจารณ์ด้วย พอดีเหลือบไปเห็นคนอื่นวิจารณ์ไว้ก่อนแล้ว
    ปรากฏว่า... โอ้โห..โดนถล่มเละเลยเว้ยเฮ้ย! o_O!! เล่นเอาตรูเลิกคิดจะวิจารณ์เลย - -'' เด๋วโดนยำTREEN

    ส่วนประโยคสุดฮิตกองอวยเลยคือ "ไม่ชอบก็กดปิดไปซะสิ!, กดกากบาทมุมขวาบนออกไปเลยค่ะ!, คนเขียนเค้าเขียนให้อ่านฟรีนะ ส่วนคนอ่านก็รออ่านอย่างเดียว... ไม่พอใจก็ออกไปเลย!, เขียนได้อย่างเค้ามั้ยล่ะ?"

    ไม่รู้พวกนี้ต่อมเหตุผล ต่อมรับรู้ความจริง มันอักเสบหรือไร
    ทำไมถึงยอมรับความจริงกันไม่ได้นัก ใครเห็นต่างไม่ได้เลย.. พวกตรูไม่ยอมรับท่าเดียว

    เท่าที่เห็นก็มีหลายเว็บอยู่นะ ที่ไม่รับฟังเหตุผลเท่าไหร่ ต้องแสดงความคิดเห็นไปในทางบวก อวยๆๆเท่านั้น
    ห้ามติ ห้ามวิจารณ์ เพราะถือว่าเค้าทำมาให้เราฟรีๆแล้ว! ซึ่งเป็นตรรกะที่ป่วยมากๆ
    #17,077
    0
  25. #17076 Monkeyman (จากตอนที่ 502)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2555 / 12:19
    นิยายของท่านผู้นั้น=dr.pop ?
    #17,076
    0