คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 911 : 10 วิธีที่ทำให้ตำรวจใช้สอบปากคำเพื่อให้ผู้ต้องสงสัยรับสารภาพผิด


     อัพเดท 9 ต.ค. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,626 Overall : 2,763,208
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7218 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 911 : 10 วิธีที่ทำให้ตำรวจใช้สอบปากคำเพื่อให้ผู้ต้องสงสัยรับสารภาพผิด , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1781 , โพส : 0 , Rating : 0% / 29 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ในภาพยนตร์สืบสวนสอบสวน คนร้ายส่วนมากไม่รับสารภาพผิด มันจึงเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องให้ผู้ต้องสงสัยสารภาพให้ได้ แม้ว่ายุทธวิธีบาสงอย่างจะเป็นเรื่องน่าตกใจสำหรับคนทั่วไปเหมือนกัน ซึ่งเห็นบ่อยๆ ในภาพยนตร์สืบสวน

อย่างไรก็ตาม บทความนี้เนื้อหาเป็นของฝรั่งแบบคร่าวๆ  ไม่รู้ว่าของไทยจะใช้เหมือนกันหรือเปล่า

 

10. โกหกว่ามีพยานหลักฐานกายภาพ


มันเป็นเรื่องปกติที่ตำรวจจะโกหกผู้ต้องสงสัยเพื่อให้ได้คำรับสารภาพ และสิ่งที่ตำรวจมักโกหก มากที่สุดคือพวกเขามีหลักฐานทางกายภาพ โดยตำรวจมักบอกผู้ต้องสงสัยว่าพวกเขาพบลายนิ้วมือหรือดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยในที่เกิดเหตุ ซึ่งความจริงแล้วหลักฐานพวกนี้จำเป็นต้องวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการระยะหนึ่งเพื่อยืนยันผล ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะรู้ทันทีทันใด

แม้จะดูขี้โกง แต่มันเป็นยุทธวิธีที่เบสิก และถูกกฎหมาย ตำรวจจะเป็นต้องถือไพ่เหนือผู้ต้องสงสัย แม้ว่าจะโกหกก็ตาม ตราบใดไม่ใช้วิธีบีบบังคับผู้ต้องหา

 

9. ปลอมผลพิสูจน์หลักฐาน

ตำรวจสามารถปลอมผลพิสูจน์หลักฐานต่างๆ ได้ โดยเฉพาะผลทดสอบเครื่องจับเท็จ หรือการให้ผู้เชี่ยวชาญสร้างหลักฐานอะไรก็ตามที่บ่บอกว่าผู้ต้องสงสัยอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นการบีบให้ผู้ต้องสงสัยรับสารภาพ

นอกจากนี้ตำรวจยังใช้สารเคมีปลอม มาทดสอบปลอมๆ ให้ผู้ต้องสงสัยเกิดความสับสนได้ เช่น การทดสอบหาสารเสพติด ตำรวจอาจใส่สารปลอมๆ เปลี่ยนสีเพื่อให้ผู้ต้องสงสัย

 

8 บอกคุณว่าคุณไม่ถูกสอบปากคำ

ที่อเมริกาเวลาจับกุมคนร้าย ตำรวจมักจะกล่าวคำเตือนมิแรนด้า" (Miran da Warning)  ที่จะกล่าวสิทธิของผู้ต้องสงสัย 1) ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะไม่พูดอะไรเลย  2) หากผู้ต้องหาพูดหรือให้การอะไรไป อาจถูกนำไปใช้กล่าวโทษในการฟ้องร้องตนเองได้ 3) ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะมีทนายความในระหว่างถูกสอบสวน

อย่างไรก็ตาม หลายครั้งการสอบสวนผู้ต้องสงสัย ตำรวจเองไม่จำเป็นต้องคำเตือนมิแรนด้าให้ยุ่งยาก เพราะหากผู้ต้องสงสัยมีทนายระหว่างสืบสวนสอบสวนเมื่อไหร่มันจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากแน่  ดังนั้นจึงทำการเชิญมาดีๆ ตำรวจเพียงบอกว่ามาให้ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ทำตัวสบาย ไม่ได้ถูกสอบปากคำ และ “สามารถไปออกไปตอนไหนก็ได้ทุกเวลา” ส่วนใหญ่ผู้ต้องสงสัยตายใจ  คิดว่าจะไม่มีอะไรน่ากังวล โดยหารู้ไม่ว่ามันคือการสอบปากคำ ที่ตำรวจพร้อมที่จะใช้กลยุทธ์ต่อไปในการทำให้ผู้ต้องสงสัยสารภาพ


7. โกหกว่ามีพยานเห็นเหตุการณ์


          

แน่นอนว่าในเมื่อตำรวจโกหกเรื่องหลักฐานทางกายภาพได้ ตำรวจก็โกหกผู้ต้องสงสัยว่าพวกเขามีพยาน ที่พร้อมจะให้การว่าเห็นผู้ต้องสงสัยในที่เกิดเหตุ  ซึ่งหากผู้ต้องสงสัยผิดจริงก็ยิ่งทำให้ได้รับคำสารภาพเร็วขึ้น

ความจริงแล้วตำรวจไม่มีพยานที่ว่า เพราะส่วนมากพยานมักไม่ค่อยอยากไปยุ่งเกี่ยวหรือพวกเขามองเห็นผู้ต้องสงสัยไม่ชัด แต่ตำรวจสามารถใช้จุดที่ผู้ต้องสงสัยไม่แน่ใจเรื่องพยานผู้รู้เห็น ไม่รู้ว่าพยานเป็นใคร เอามาเสริมแต่งให้ดูสมจริง บางครั้งก็บอกว่าพยานเห็นจากที่ไกลๆ แล้วเขาก็ถ่ายภาพผู้ต้องสงสัยมาด้วย

 

            6. ตำรวจดี ตำรวจเลว


หนึ่งในวิธีการสืบสวนที่พบเห็นมากที่สุดเห็นบ่อยๆ ในภาพยนตร์ ก็คือตำรวจดี ตำรวจเลวตำรวจดี/ตำรวจเลว  (Good cop/bad cop) เป็นกลวิธีทางจิตวิทยาอย่างหนึ่งใช้สำหรับการสอบสวนผู้ต้องสงสัย

เริ่มต้นด้วยการแยกผู้ต้องสงสัยออกจากเพื่อนและครอบครัว เพื่อให้ผู้ต้องสงสัยนั้นรู้สึกโดดเดียว จากนั้น "ตำรวจเลว" ก็เข้ามาด้วยพฤติกรรมก้าวร้าว แสดงท่าทีไปในทางลบเกี่ยวกับผู้ต้องหา กล่าวหาอย่างรุนแรง ตำหนิผู้ต้องสงสัยไปในทางเสื่อมเสีย

จากนั้นตำรวจดี ก็เข้ามา พูดด้วยน้ำ สุภาพ เป็นกำลังใจ เข้าใจ และแสดงความเห็นอกเห็นใจผู้ต้องหา  และปกป้องผู้ต้องสงสัยจากตำรวจเลว จากนั้นก็เริ่มหว่านล้อมเสนอทางออกด้วยการให้สารภาพ หรือให้ผู้ต้องสงสัยเปิดเผยข้อมูลตามที่ผู้สอบสวนต้องการ

ถึงแม้กลวิธีนี้มักใช้ได้ผลโดยเฉพาะกับผู้ต้องสงสัยที่เป็นเยาวชน ตื่นตระหนก หรือไร้เดียงสา แต่ก็ อย่างไรก็ตามถ้าผู้ต้องหารู้ตัวว่ากำลังถูกชักใย เขาอาจปิดกั้นอย่างสิ้นเชิงหรือพยายามขัดขวางกระบวนการสอบสวนได้

           

                5. ยืดเวลาสอบปากคำ


เวลาเราดูข่าวอาชญากรรม เรามักได้ยินข่าวว่า “ตำรวจสอบเครียดครึ่งวัน หรือทั้งวัน หรือนานกว่านั้น หลายคนสงสัยว่าสอบสวนนานอะไรหนักหนา คำตอบคือมันเป็นหนึ่งยุทธวิธีของตำรวจเพื่อให้ผู้ต้องสงสัยสารภาพผิด

                มันเป็นแนวคิดง่ายๆ คือยิ่งระยะสอบสวนมีเวลานานเท่าไหร ผู้ต้องสงสัยจะยิ่งเครียด และสุดท้ายก็ทำลายตัวเองด้วยการสารภาพผิด

หลายครั้งที่ตำรวจจะสอบปากคำผู้ต้องหานานถึง 24 ชั่วโมง เฉลี่ยแล้ว 16 ชั่วโมง) ซึ่งมีบางครั้งก็ปล่อยให้ผู้ต้องหานั่งแช่ในห้องสืบสวนยาวนานหลายชั่วโมง โดยไม่มีการสอบปากคำก็มี เพื่อให้ผู้ต้องสงสัยเกิดเครียดนำมาสู่กับสารภาพความผิด

อย่างไรก็ตาม การสืบสวนลักษณะนี้มีความเสี่ยงมากหากผู้ต้องสงสัยไม่ได้เป็นคนก่อคดีจริงๆ ด้วยความเครียดเขาอาจสารภาพในคดีที่ตนไม่ได้ก่อก็ได้ ยกตัวอย่าง หลังจากสอบสวนยาวนาน 21 แกรี่ กาเกอร์ (Gary Gauger) สารภาพว่าฆ่าพ่อแม่ของเขา และถูกตัดสินประหารชีวิต อย่างไรก็ตามสุดท้ายเขาก็ออกจากคุกเพราะพิสูจน์แล้วว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์

   

             4. ต่อรองโดยเสนอลดโทษให้

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ตำรวจมักโกหกผู้ต้องสงสัย การต่อรองกับผู้ต้องสงสัย โดยให้ทางเลือกว่าหากสารภาพตอนนี้พวกเขาจะลดโทษให้

ส่วนใหญ่วิธีต่อรองนี้มักใช้กับผู้ต้องสงสัยคดีร้ายแรงที่มีโทษหนักๆ จำพวกประหารชีวิต ตำรวจอาจต่อรองให้ว่าพวกเขาสามารถช่วยให้ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต (หรือน้อยกว่านั้น) หากสารภาพหรือให้ความร่วมมือ

แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องโกหก ตำรวจไม่ใช่มีอำนาจในการพิจารณาคดีแต่อย่างใด  หากอยากลดโทษต้องพึ่งอัยการเขตที่รับผิดชอบคดีและเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถตกลงได้  การที่ตำรวจต่อรองก็เพียงต้องการให้ผู้ต้องสงสัยไว้ใจตำรวจ เชื่อว่าตำรวจสามารถลดโทษได้เท่านั้น


3. ตำรวจจะมองผู้ต้องสงสัยว่าทำความผิดจริง


เกือบทุกกรณีตำรวจจะถือว่าผู้ต้องสงสัยทุกคนมีความผิด และปฏิบัติต่อพวกเขาเท่ากัน จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าบริสุทธ์จริง

นอกจากนี้ตำรวจได้รับการฝึกฝนในการอ่านภาษากายของผู้สงสัยเวลาสอบปากคำ ซึ่งภาษากายเป็นภาษาที่อ่านง่ายว่าผู้ต้องสงสัยโกหกหรือไม่ หรือกำลังถูกบีบมากเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นภาษากายที่แสดงให้เห็นว่าผู้ต้องสงสัยกระวนกระวาย เช่นสายตาลอกแลก ท่านั่งไม่สบาย

แน่นอนว่าการที่จะทำให้ผู้ต้องสงสัยรู้สึกเครียดได้ ตำรวจจะเริ่มจากคำถามง่ายๆ สบายๆ ใจ จากนั้นก็เริ่มคำถามที่ยากขึ้น ยากขึ้น จนทำให้ผู้ต้องสงสัยรู้สึกเครียด กังวล ยิ่งกระวนการะวายมากเท่าไหร่ตำรวจจะสามารถใช้กลยุทธ์ที่หนักขึ้นเพื่อให้ผู้ต้องสงสัยสารภาพผิดได้



2. โกหกว่าผู้สมรู้ร่วมคิดสารภาพแล้ว

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ตำรวจใช้ก็คือกรณีที่มีผู้ต้องสงสับสองคนร่วมกันก่อเหตุ ตำรวจจะใช้วิธีแยกผู้ต้องสงสัย แล้วเมื่อถึงจุดหนึ่งตำรวจจะโกหกผู้ต้องที่อยู่คนเดียวสงสัยว่า ผู้สมรู้ร่วมคิดของผมสารภาพ และบอกเรื่องทุกอย่างแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าโกหก  แต่ผู้ต้องสงสัยไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงหรือไม่ เพราะพวกเขาแยกสอบปากคำ (แน่นอนว่าตำรวจก็โกหกแบบเดียวกับผู้ต้องหาอีกคนด้วย)

วิธีนี้ทำให้ผู้ต้องสงสัยที่ทำผิดจริงๆ รู้สึกเหมือนถูกทรยศ การสารภาพก่อนอาจทำให้มีสิทธิลดโทษในศาลได้ และทำให้เกิดการสารภาพ  อีกทั้ง นอกจากกดดันรับสารภาพแล้ว ยังเป็นเทคนิคที่เพื่อให้ผู้ต้องหาคลายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมให้ได้มากที่สุด ตำรวจอาจถามคำถามที่ไม่เป็นผู้ต้องหารู้สึกว่าไม่เป็นอันตราย อย่าง “บอกเราหน่อยว่าคุณพบเพื่อนคุณที่ไหน” เพื่อล้วงข้อมูล เพื่อหาหลักฐานเอาผิดต่อไป

 

1. ชักชวนให้สารภาพ

เมื่อมาถึงจุดหนึ่งตำรวจจะเริ่มให้ผู้ต้องหารับสารภาพ แน่นอนว่ามันมีหลายวิธี เป็นต้นว่าเห็นใจผู้ต้องหา พยายามช่วยผู้ต้องหา และบอกให้ผู้ต้องหาสารภาพ

“พวกเราเห็นใจคุณนะ จะพยายามช่วยเหลือคน ดังนั้นสารภาพมาซะ”

อย่างไรก็ตามวิธีที่ฮิตส่วนใหญ่ คือจะต้องแสดงให้เห็นว่าฝ่ายตนมั่นใจเต็มที่ ถือไพ่เหนือกว่า (กรณีที่ผู้ต้องสงสัยผิดจริงๆ” โดยกล่าวประโยคที่ฮิตๆ คือ

“ผมมั่นใจนะว่าในชั้นศาล พวกเราชนะแน่นอน ดังนั้นสารภาพซะตอนนี้ เรื่องจะได้ง่ายขึ้น”

ส่วนมากผู้ต้องสงสัยจะไม่ค่อยมั่นใจหากคดีเข้าสู่ชั้นศาล ทำให้รับสารภาพตั้งแต่ตอนนั้น แน่นอนว่าเพื่อให้ผู้ต้องสงสัยเชื่อใจ จำเป็นต้องมีอัยการมาพูดคุยต่อรองด้วย เพื่อให้ลดโทษในชั้นศาล

 

 


อ้างอิง

http://www.cracked.com/article_23844_7-ways-police-can-brainwash-you-into-false-confession.html

https://listverse.com/2018/08/08/10-police-tactics-that-can-lead-to-false-confessions/




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 911 : 10 วิธีที่ทำให้ตำรวจใช้สอบปากคำเพื่อให้ผู้ต้องสงสัยรับสารภาพผิด , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1781 , โพส : 0 , Rating : 0% / 29 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android