คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 793 : 10 เรื่องแปลกของการข้ามท่องกาลเวลา


     อัพเดท 20 ต.ค. 59
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,742 Overall : 2,764,324
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7221 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 793 : 10 เรื่องแปลกของการข้ามท่องกาลเวลา , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4255 , โพส : 5 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


                เรื่องการข้ามกาลเวลา จากปัจจุบันย้อนกลับไปอดีต ยังคงเป็นเรื่องลึกลับที่ยังมีการหาคำตอบว่ามันสามารถเกิดขึ้นจริงได้ หรือว่าเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคนที่อยากจะกลับไปสู่อดีต เพื่อไปอยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญ ไปจนถึงคนที่อยากรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น

                แม้ว่าในทางวิทยาศาสตร์จะอธิบายการข้ามกาลเวลาไม่สามารถทำได้ แต่ถึงอย่างนั้นตลอดที่ผ่านมามีเรื่องราวประหลาดเกี่ยวกับการท่องกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นคนย้อนอดีต คนจากโลกอนาคต และนี่คือ 10 เรื่องแปลกที่การเดินข้ามเวลาเป็นเรื่องจริง

 

10.ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 1928 (The Cellphone User in the 1928)

มีภาพหนึ่งที่แพร่ระบาดไปในอินเทอร์เน็ต เมื่อมีคนอัฟเกรดวีดีโอคลิป นักท่องเวลาในยุค แชปลินกล่าวคือมีรูปถ่ายหนึ่งในปี 1928 เป็นภาคที่ปรากฏในภาพยนตร์ชาลี แชปลิน มีจุดหนึ่งที่มีผู้หญิงกำลังเดินและที่มือของเธอถือวัตถุหนึ่งแนบบนหูของเธอ ซึ่งอุปกรณ์สีดำดังกล่าวผู้ชมเชื่อว่าเป็นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีโทรศัพท์มือถือแต่อย่างใด ทำให้หลายคนเชื่อว่าเธอเป็นนักท่องกาลเวลา

อย่างไรก็ตาม หลายคนก็แย้งกับนักท่องเวลานี้ ความจริงแล้วอุปกรณ์ที่หญิงสาวในภาพยนตร์ใช้ไม่ใช่โทรศัพท์มือถือ หากแต่เป็นเครื่องช่วยฟัง (ที่พึ่งพัฒนาในเวลานั้น) หรือไม่ก็แตรหูมากกว่า ซึ่งหากมองไกลๆ มันจะเหมือนโทรศัพท์มือถือมาก

 

9.ชายล้ำยุคที่วันเปิดสะพาน 1941 (Modern man at 1941 bridge openin)

ที่พิพิธภัณฑ์ Bralorne Pioneer Museum มีรูปถ่ายใบหนึ่งที่ถ่ายในปี 1941 เป็นวันเปิดให้ใช้บริการสะพานโกลด์ ในบริติชโคลัมเบีย แคนาดา ซึ่งเวลานั้นเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว โดยสังเกตว่ามีชายคนหนึ่งในฝูงชน แต่งกายแปลกๆ เขาใส่เสื้อแจ๊คเก็ตทับ สวมแว่นตา และทรงผมล้ำสมัย อันเป็นแฟชั้นที่ยุคนั้นยังไม่มี ที่สำคัญในภาพชายคนดังกล่าวยังสวมกล้องถ่ายรูปพกพาที่สมัยนั้นยังไม่มี 

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์แล้วพบว่าแฟชั่นดังกล่าวไม่ได้ล้ำสมัยมาจากโลกอนาคตอย่างที่คิด เช่นรูปแบบแว่นกันแดดนั้นคล้ายกับภาพยนตร์เรื่อง Barbara Stanwyck ในอีกสามปีต่อมา ส่วนเสื้อผ้าหากมองใกล้ๆ จะเห็นว่าเป็นเสื้อผ้าที่พบเห็นทั่วไปในเวลานั้น ทำให้ภาพดังกล่าวเป็นเพียงความเข้าใจผิดที่เผยแพร่ระบาดในอินเทอร์เน็ตเท่านั้น


8. สวิส (Swiss)

ในเดือนธันวาคม 2008 นักโบราณคดีชาวจีนคนหนึ่งได้ค้นพบสุสานยักษ์ Si Qing ของราชวงศ์หมิง (ระห่าง 1368-1644) ในมณฑลชางซี  ที่ไม่มีใครมารบกวนเลยเป็นยาวนานกว่า 400 ปี และพวกเขาก็กำลังเปิดโลงศพยักษ์ในสุสาน โลงหนึ่ง หากแต่เมื่อโลงศพเปิดออกพวกเขาต้องประหลาดใจเมื่อพบโลงนั้นมีชิ้นส่วนโลหะเล็กๆ อยู่ข้างใน โดวัตถุที่ว่านั้นมีรูปร่างคล้ายกับนาฬิกาแหวนที่ห่อหุ้มด้วยดินและหิน พร้อมกับมีหน้าปัดบอกเวลา มันหยุดเดินที่ 10.06 น. โดยด้านหลังสลักคำว่า “สวิส”

แน่นอนว่าราชวงศ์หมิงนั้นไม่มีนาฬิกาแน่นอน เพราะนาฬิกาพึ่งเป็นที่นิยมในยุโรปในช่วง 1780 เป็นไปไม่ได้แน่นอนว่าจะเห็นนาฬิกาในยุคนั้น คำตอบมีเพียงข้อเดียวคือมันเป็นของคนยุคอนาคตที่ย้อนอดีต ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถอธิบายเรื่องลึกลับนี้ได้เลย

 

7. การทดลองฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia Experiment)

การทดลองฟิลาเดลเฟีย หรือเรียกอีกชื่อว่า โครงการเรนโบว์ เป็นการทดลองกองทัพเรือที่ดำเนินการที่อู่ต่อเรือของกองทัพเรือในฟิลาเดลเฟีย, รัฐเพนซิลเวเนีย, สหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณราว 28 ตุลาคม 1943 โดยอ้างว่าจะทำให้เรือพิฆาตคุ้มกันยูเอสเอส แอลดริดจ์ ของกองทัพเรือสหรัฐ ล่องหนโดยอุปกรณ์ที่ติดตั้งบนเรือ เพื่อไม่ให้ อุปกรณ์เรดาห์ของฝ่ายศัตรูตรวจจับได้

อย่างไรก็ตาม มีการอ้างว่ามีคนเห็นหมอกสีเขียวอยู่รอบตัวเรือ(เริอปล่อยควัน) และเมื่อมอกจางลงเรือก็หายไปจากสายตาผู้คนแล้ว และอีก 4 ชั่วโมงต่อมาเรือก็กลับมาปรากฏขึ้นที่เดิม พร้อมกับมีข่าวลือว่าลูกเรือมีอาการผิดปกติ และสูญเสียความทรงจำบางส่วน

ต่อมา  กองทัพเรือสหรัฐยืนยันว่าไม่มีการทดลองดังกล่าวเลย รวมไปถึงการให้รายละเอียดที่ขัดแย้ง   หลังจากนั้นก็มีทฤษฎีสมคบคิดที่แท้จริงแล้วเป้าหมายการทดลองครั้งนี้ก็คือการย้อนเวลานั่นเอง โดยใช้อุปกรณ์ที่ติดตั้งเรือ นั่นก็คือสนามแม่เหล็กที่จะเปิดประตูมิติเวลาเพื่อมห้เรือข้ามอดีต ส่วนพวกลูกเรือก็ถูกล้างสมองเพื่อสูญเสียความทรงจำทั้งหมด

 

6. โครงการมอนทอก (The Montauk Projec)

โครงการมอนทอกเป็นโครงการลับของหน่วยสืบราชการลับของประเทศอเมริกา ดำเนินงาน ในสถานีกองทัพอากาศมอนทอก ในมอนทอก ลองไอร์แลนด์ โดยวัตถุประสงค์ลึกลับ บ้างก็ว่าพัฒนาการล้างสมอง ควบคุม และการเดินข้ามกาลเวลาที่เป็นผลต่อยอดจากการทอลองฟิลาเดลเฟีย

ข่าวลือของโครงการมอนทอกเริ่มตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 ตามที่นักทฤษฏีสมคบคิด บอกว่าโครงการมอนทอกเป็นการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันและนักวิทยาศาสตร์หัวกะทิของกองทัพสหรัฐอเมริกา  โดยการลักพาตัวคน (จรจัด) มาทดลองในแบบต่างๆ  รวมไปถึงการรื้อโครงการทดลองฟิลาเดลเฟียใหม่ เพื่อสร้างเครื่องข้ามกาลเวลา (รูปร่างเหมือนเก้าอี้) ที่สามารถสร้างประตูมิติเวลาที่สามารถส่งคนข้ามเวลาไม่ว่าจะเป็นอดีตและอนาคตได้

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายโครงการมอนทอกก็ได้ยุติลงเพราะไม่มีเงินทุน ส่วนผู้เกี่ยวข้อทุกคนถูกล้างสมองให้ลืมเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมด และถูก เปลี่ยนความทรงจำใหม่ ทำให้โครงการมอนทอกเต็มไปด้วยเรื่องลึกลับ

 

5. เครื่องชนอนุภาคแฮดรอนขนาดใหญ่ (Large Hadron Collider; LHC)

เครื่องชนอนุภาคแฮดรอนขนาดใหญ่ เป็นเครื่องเร่งอนุภาคที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยองค์การ CERNมีตั้งอยู่ที่บริเวณเขตแดนประเทศฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ ใกล้กับกรุงเจนีวา โดยรูปร่างเหมือนท่อใต้ดินลักษณะเป็นวงแหวนขนาดความยาวเส้นรอบวง 27 กิโลเมตร

เครื่อง LHC นี้ถือว่าเป็นเครื่องเร่งอนุภาคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและใช้พลังงานสูงที่สุดของโลก  สร้างขึ้นจากเงินทุนและการสนับสนุนรวมทั้งความร่วมมือจากนักฟิสิกส์มากกว่า 8,000 คน จาก 85 ประเทศ ในมหาวิทยาลัยและห้องทดลองทั่วโลกนับร้อยแห่ง แม้วัตถุประสงค์ก็การทดลองเร่งอนุภาคเพื่อการศึกษา แต่ก็มีทฤษฏีสมคบคิดมากมาย เชื่อว่าเครื่องนี้สามารถสร้างหลุมดำ ไปจนถึงการเป็นไทม์ แมชชีนเดินทางข้ามกาลเวลาได้

โดยเจ้าเครื่องที่ว่าสามารถเร่งอนุภาคและมีความเร็วที่ใกล้แสง ทำให้เริ่มมีการวิจัยและพัฒนาไทมแมชชีน โดยการให้มนุษย์เข้าไปในเครื่องนี้ และเครื่องจำทำให้มนุษย์เรามีความใกล้เคียงกับแสง และทำให้สามารถข้ามกาลเวลาได้นั่นเอง

ปัจจุบัน องค์การ CERN ไม่ได้ให้คำตอบเรื่องข้ามกาลเวลามากนัก ดังนั้นก็ต้องรอต่อไป

 

4. รูดอล์ฟ เฟนท์ส (Rudolph Fentz)

ในเดือนมิถุนายน 1950 ในบริเวณไทม์สแควร์ ใจกลางกรุงนิวยอร์ก จู่ๆ ก็มีชายลึกลับคนหนึ่งอายุราว 30 ปี สวมเสื้อผ้าในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ยืนกลางสี่แยก โดยไม่มีใครอธิบายได้ว่าเขายืนอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ อีกทั้งท่าทางของเขา งง และสับสน ก่อนที่จะถูกรถแท็กซี่พุ่งเข้าชน และเสียชีวิตในที่สุด

ต่อมามีการตรวจสอบสิ่งของที่เขาพกติดตัวมา ก็พบสิ่งประหลาดที่ไม่บ่บอกถึงความเป็นปัจจุบันเลย เป็นต้นว่า ธนบัตรเก่ามูลค่า, 70 เหรียญ, จดหมายที่ระบุเป็นเดือนมิถุนายน 1876, เหรียญทองแดงใช้สำหรับแลกเบียร์ 5 เซนต์แต่ชื่อร้านไม่มีใครรู้จัก, บัตรเรียกเก็บเงินสำหรับดูแลม้าและล้างรถม้าโดยโรงรถม้าที่ไม่ปรากฏในสมุดหน้าเหลืองใดๆ ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังก็ทราบชื่อชายลึกลับดังกล่าว จากนามบัตรที่พกติดตัว โดยเขามีชื่อว่ารูดอล์ฟ เฟ่นท์ส อยู่ในฟิฟธ์ อเวนิว หากแต่เมื่อมีการสืบดูก็พบว่าสถานที่อยู่ที่ว่าไม่ใช่ธุรกิจของรูดอล์ฟ ราวกับเขาไม่มีตัวตน หากแต่เมื่อสืบดูลึกๆ ก็พบชื่อของรูดอล์ฟ เฟ่นท์ส หากแต่ปัญหาคือเขาคือคนสูญหายไปตั้งแต่ปี 1875 ขณะอายุ 29 ปี และไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลย แล้วเมื่อเปรียบเทียบกับเสื้อผ้า หน้าตาในวันที่รูดอลฟ์หายตัวไป ก็พบว่าเป็นคนเดียวที่ถูกรถชนที่ไทม์สแควร์

มันเป็นไปได้ยังไง!? นอกเสียจากรูดอล์ฟ เฟ่นท์สได้ข้ามกาลเวลา 74 กลางนิวยอร์กและเสียชีวิตลง ณ ที่นั้น

แม้ว่าเรื่องราวของรูดอล์ฟ เฟ่นท์สจะดูลึกลับ หากแต่ต่อมามีคนอ้างว่าเรื่องราวของรูดอล์ฟแท้จริงแล้วเป็นเพียงนิยายวิทยาศาสตร์ของแจ็ค ฟินนีย์  ในเรื่องสั้นตอนหนึ่งที่ชื่อ “ I’m Scared” หากแต่ไม่มีใครหาต้นฉบับนี้พบ ส่วนคนแต่งก็เสียชีวิตไปแล้ว ในขณะที่หลายคนเชื่อว่านิยายนี้น่าจะมีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง เพราะมีหลักฐานยืนยันตัวตนของรูดอลฟ์ว่าเขามีตัวตน และหายตัวอย่างลึกลับจริง

มีข่าวแปลกๆ เกี่ยวกับการพบมัมมี่ อายุ 1,500 ปี ในถ้ำของเทือกเขาอัลไต ทิเบต  คือสภาพศพมัมมี่เป็นร่างของผู้หญิงที่มีสภาพสมบูรณ์มาก ข้าวของเครื่องใช้ที่พบใกล้ตัวก็เหมือนของใช้คนโบราณทั่วไป

 

3. โทรศัพท์มือถือในหนังยุคเก่า (Mobile Phones In Old Movies)

หากภาพของผู้หญิงกำลังคุยโทรศัพท์ของชาลี แชปลินไม่ชัดเจนละก็ ในภาพยนตร์ Fort Apache (1948)  มีฉากหนึ่งที่ดาราชายเฮนรี ฟอนดากำลังใช้เครื่องมืออะไรบางอย่างค้นหาตำแหน่ง ซึ่งรูปร่างเหมือน iPhone ปัจจุบันอย่างกับแกะ ซึ่งแน่นอนว่าสมัยก่อนนั้นไม่มีอุปกรณ์ที่ว่าแต่อย่างใด ซึ่งคุณสามารถดูได้ที่คลิปด้านล่าง

คลิป https://www.youtube.com/watch?v=6OPRtvjUi6I



2.แอนดรูว์ บาเซียโก (Andrew Basiag)

ตั้งแต่ปี 2004 มีชายคนหนึ่งชื่อ แอนดรูว์ บาเซียโก เป็นทนายความในซีแอตเติล ได้อ้างว่าสมัยที่เขายังเด็ก (อายุ 12 ปี)   เขาและวิลเลี่ยม สติลลิงส์ (William Stilling)  ได้เป็น โครโนนอตส์  (นักเดินทางข้ามเวลา) ในโครงการลับของรัฐบาลสหรัฐที่เรียกว่า “โครงการเพกาซัส” โดยมีเป้าหมายเดินทางข้ามเวลา และเดินทางไปที่ไกลๆ ได้พริบตา ซึ่งจะสร้างอำนาจอฑิปไตยในกดินแดนดาวอังคารและปรับพื้นที่ให้เหมาะแก่การอาศัยอยู่

นอกจากนี้แอนดรูว์ยังอ้างว่านอกจากเขาและวิลเลี่ยมแล้ว โอบารัก โอบามาก็เคยเป็นหนึ่งนักเดินทางข้ามเวลาไปด้วยกัน ในปี 1980 ทั้งสามคน และเจ็ดเยาวชนคนอื่นๆ ได้ฝึกอบรมเควสดาวอังคาร (Mars training class ) ที่วิทยาลัยซิสคิยูส์ที่แคลิฟอร์เนีย โดยสามารถเดินทางไปยังดาวอังคารผ่าน เทเลพอเทชั่น (Teleportation) ซึ่งเป็นห้องจัมป์ เพราะเวลาจะเดินทางก็กระโดดผ่านช่องพลังงานที่เหมือนอุโมงค์เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางของอุโมงค์ ซึ่งเป็นวิทยาการลับสุดยอดที่มีคนไปพบในอพาร์ตเมนต์ของนิโคลัส เทสล่าหลังเขาตาย ส่วนสาเหตุที่ต้องให้เด็กเป็นที่ทดสอยก็เพราะเด็กมีประโยชน์กว่าผู้ใหญ่ในแก่ปรับตัวเข้ากับสายพันธุ์หากต้องย้ายไปอยู่ดาวอังคาร

นอกจากนี้แอนดรูว์ยังกล่าวอีกว่าเขามีประสบการณ์การเดินข้ามกาลเวลาถึงเป็ดครั้ง (ซึงต่อมามีภาพอ้างเรื่องของเขาโดย โดยเป็นเด็กชายในฝูงชน ซึ่งเด็กชายแต่งชุดทันสมัยกว่าชาวบ้าน)

แน่นอนว่าทำเนียบขาวได้ปฏิเสธอย่างเป็นทางการ และยืนยันว่าโอบามาไม่ได้ไปดาวอังคาร



1.วาเลเรีย ลุคยาโนวา (Valeria Lukyanova)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Valeria Lukyanova

สาวชาวยูเครนคนหนึ่งชื่อวาเลเรีย ลุคยาโนวา ได้โพสต์ภาพตัวเองในโซเชียลเน็ตเวิร์กเมื่อปี 2012 และต่อมากลายเป็นที่ฮือฮามาก เพราะรูปร่างหน้าตาของเธอนั้นผ่านการศัลยกรรมจนคล้ายกับตุ๊กตาบาร์บี้ เนื่องจากมีหน้าตาสวยมาก อกโต เอวเล็ก จนผิดมนุษย์มนา

อย่างไรก็ตาม วาเลเรียได้ปฏิเสธเสียงแข็งว่าเธอไม่ได้ทำศัลยกรรมแต่อย่างใด อีกทั้งยังอ้างอีกว่า เธอเป็นสาวต่างดาวที่สามารถเดินทางข้ามเวลาได้

วาเลเรียได้อ้างว่าเธอเริ่มเห็นวิญญาณจากมิติอื่นๆ เมื่อเธออายุได้ 12-13 และสามารถพัฒนาความสามารถในการเดินทางข้ามเวลา เดินทางไปยังดาวเคราะห์อื่นๆ ในจักรวาล สามารถติดต่อสื่อสารสิ่งมีชีวิตที่เจอบนดาวโดยไม่ต้องใช้การพูดจา นอกจากนี้เธอสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดย ไม่ต้องกินอาหาร ดื่มน้ำ แต่ใช้ในการสังเคราะห์ (?) อากาศและแสงแดด

เธอวางแผนที่จะตีพิมพ์หนังสือการเดินทางข้ามเวลาของเธอ และเป้าหมายที่แท้จริงต่อไปคือการเป็นดาราเพลงบ๊อป

 

 

อ้างอิง

http://listverse.com/2013/12/22/10-people-who-claimed-to-be-time-travelers/

https://www.youtube.com/watch?v=QImYw0fuD04

http://whatculture.com/offbeat/10-most-compelling-pieces-of-evidence-that-prove-time-travel-exists



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 793 : 10 เรื่องแปลกของการข้ามท่องกาลเวลา , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4255 , โพส : 5 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 5 : ความคิดเห็นที่ 21738
อันดับที่ 3 คือ ผ้าเช็ดหน้าค่ะ
รายการมิติที่ 6 ช่องแชนแนลใน Youtube เฉลยมาแล้ว
Name : มัณทนา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มัณทนา [ IP : 124.122.122.16 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 ตุลาคม 2559 / 17:01
# 4 : ความคิดเห็นที่ 21737
อันดับสามสัมนิษฐานว่ามันเป็นผ้าเช็ดน่าอะครับ
PS.  หน้าไทย ใจญี่ปุ่น ปลื้มโอโนะ ไดซุเกะซัง ติ่งยูโกะซังและ Wagakki band
Name : Tatakai -清士- < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Tatakai -清士- [ IP : 171.5.247.90 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 ตุลาคม 2559 / 16:17
# 3 : ความคิดเห็นที่ 21735
ชอบเรื่องแนวนี้มากค่ะ
Name : นู๋ไอซ์ไม่รู้นี่คะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นู๋ไอซ์ไม่รู้นี่คะ [ IP : 49.48.167.74 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ตุลาคม 2559 / 19:05
# 2 : ความคิดเห็นที่ 21732
น่าสนใจครับ
PS.  "Memories Keep Those We Love Close to Us Forever"
Name : Dexsar < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dexsar [ IP : 223.205.211.117 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2559 / 18:51
# 1 : ความคิดเห็นที่ 21731
น่าสนใจจังเลยฮะ
Name : PJRY < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PJRY [ IP : 182.232.188.17 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2559 / 17:46
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android