คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 779 : 10 บุคคลลึกลับของโลก ที่มาพร้อมเรื่องพิศวง ภาค 3


     อัพเดท 24 ต.ค. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,267 Overall : 2,762,849
22,181 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7217 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 779 : 10 บุคคลลึกลับของโลก ที่มาพร้อมเรื่องพิศวง ภาค 3 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5151 , โพส : 2 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


กลับมาต่อภาคที่ 2 แล้ว สำหรับบุคคลลึกลับของโลก ซึ่งโลกของเรามีปริศนามากมาย แต่ถ้าจะหาปริศนาลึกลับที่น่าฉงนและมีอยู่จริงมากที่สุด ก็คงเป็นปริศนาเกี่ยวกับบุคคลลึกลับ ที่เต็มไปด้วยความแปลกประหลาด อย่างน่าพิศวง จนหลายคนอยากรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร มาจากไหน

 

10.ชายชาวตาวเรต (The Taured Man)

ในเดือนกรกฎาคม 1954 มีชายคนหนึ่งผิวขาวสวมสูทคนหนึ่งได้ลงเครื่องบินที่สนามบินนานาชาติฮาเนดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น  และเขาก็ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าศุลกากรที้รักษาความปลอดภัย เนื่องจากพาสปอร์ตของเขานั้นมีบางสิ่งผิดปกติ เพราะมันระบุว่า "เขามาจากประเทศ “ตาวเรต” มันเป็นประเทศที่ไม่มีอยู่บนโลก

                อย่างไรก็ตาม ชายลึกลับยืนยันว่าประเทศของเขามีอยู่จริง เขาจึงชี้ไปยังประเทศอันเดอร์รา (เป็นประเทศขนาดเล็กระหว่างสเปนกับฝรั่งเศส) ในแผนที่โลก พร้อมบอกว่าประเทศของเขามีอยู่มานาน 1,000 ปีแล้ว

                ยิ่งตรวจสอบหาตัวตนของชายลึกลับผู้นี้ ก็มีแต่เรื่องแปลกประหลาด เพราะเขาเชี่ยวชาฯทั้งภาษาฝรั่งเศส และภาษาญี่ปุ่นพวกเขาพบเงินหลายสกุลของยุโรป รวมถึงหนังสือเดินทางพาสปอร์ตและใบอนุญาตขับรถ ของเขาก็ถูกประทับตรามาแล้วหลายประเทศทั่วโลก

                ต่อมาชายลึกลับคนนั้นก็ถูกส่งไปที่โรงแรม เพื่อเช็คประหยัด หากแต่ไม่นานชายลึกลับคนนี้ก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ทั้งๆ ที่หน้าห้องพักมีเจ้าหน้าที่สองคนเฝ้าอยู่ และแทบไม่มีความเป็นไปได้เลยที่เขาจะกระโดดหนีออกมาทางหน้าต่าง เพราะห้องพักที่เขาอยู่นั้นอยู่สูงมาก จนถึงทุกวันนี้ไม่มีคำตอบตัวตนที่แท้จริงของชายชาวตาวเรตยังคงลึกลับ

 

             9. ใครยัดเบลล่าไว้ในต้นวอทช์ เอล์ม (Who put Bella in the Wych Elm?)

            

            ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อวันที่ 18 เมษายน 1943 เด็กชายสี่คนจากสเตาร์บริดจ์ ประเทศอังกฤษ ได้รุกล้ำเข้าไปในป่าฮัควูดส์  (Hagley Woods)  พวกเขาได้พบต้นวอทช์ เอล์มขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง เมื่อเด็กชายคนหนึ่งได้ปีนต้นไม้เพื่อสำรวจ ขณะที่ปีนเขาก็มองลงไปในกลางลำต้นกลวง พวกเขาก็พบกะโหลกศีรษะมนุษย์หนึ่งหัว  หลังจากนั้นตำรวจก็ได้รับแจ้งว่ามีการพบโครงกระดูกซ่อนอยู่ในโพรงของต้นไม้ และเมื่อสำรวจดู นอกจากพบกะโหลกมนุษย์แล้ว พวกเขายังพบโครงกระดูกทั้งหมด รวมไปถึงรองเท้า แหวนแต่งงาน (ทองคำ) และชิ้นส่วนของเสื้อผ้าบางส่วนแต่ที่แปลกคือมือถูกตัดออก และมันถูกฝังอยู่ในฟื้นดินใกล้กับต้นไม้ที่พบโครงกระดูก

             หลังจากชันสูตร พบว่าผู้ตายเป็นผู้หญิง น่าจะตายอย่างน้อย 18 เดือน สาเหตุการตายพบผ้าแพรแข็งในปากของเธอทำให้เชื่อว่าขาดอาการหายใจ จากการตรวจสอบทางนิติเวชพบว่าผู้ตายเป็นผู้หญิง และน่าจะเสียชีวิต 18 เดือน ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การชาวบ้านแถวนี้ว่าพวกเขาได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องเมื่อ 18 เดือนก่อน

             อย่างไรก็ตาม พวกเขาสามารถระบุตัวได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร อีกทั้งตอนนี้อยู่ในช่วงสงครามโลก  ทำให้การสืบสวนเป็นอย่างยากลำบาก ต่อมาในปี 1943 มีข้อความลึกลับปรากฏในกำแพงแห่งหนึ่งในเมืองเบอร์มิงแฮม เขียนเอาไว้ว่า ใครยัดเบลล่าไว้ในต้นวอทช์ เอล์ม แน่นอนว่าข้อความนี้ไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นคนเขียน และไม่รู้ว่าเขาเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือเปล่า ซึ่งต่อมาข้อความแบบเดียวกันก็ปรากฏขึ้นอีกหลายแห่ง ทำให้หลายคนเรียกศพลึกลับนี้ว่าเบลล่า

             แม้ว่าจะมีข้อสันนิษฐานมากมาย เป็นต้นว่า เบลล่าอาจตกเป็นเหยื่อของมนต์ดำ เธออาจเป็นสายลับ หากแต่ทุกวันนี้คำตอบของเบลล่าว่าเธอเป็นใครยังคงลึกลับ

 

8. หญิงลึกลับแห่งแม่น้ำแซน (Unknown woman of the Seine)

หญิงลึกลับแห่งแม่น้ำแซน (หรือL’Inconnue de la Seine ) เป็นหนึ่งใบหน้าที่ลึกลับที่สุดในโลก มันเริ่มต้นในช่วงปลายยุค 1880 มีการพบศพหญิงสาวจากแม่น้ำแซนในกรุงปารีส แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเธอถกฆ่าหรือฆ่าตัวตาย และไม่มีใครรู้จักชื่อของเธอ รู้เพียงว่าเธออายุ 16 ปี

ที่น่าแปลกคือแม้ใบหน้าของหญิงผู้ตายนี้ยังดูดีแม้จะอยู่ในน้ำนานแล้วก็ตาม เธอมีเค้าโครงหน้ายังดูดี และมีรอยยิ้มเหมือนมีความสุข พยาธิวิทยาได้เห็นใบหน้านี้จึงได้พิมพ์ใบหน้าความตาย (โดยใช้ปูนปลาสเตอร์) ขึ้นมา โดยให้หญิงสาวคนนี้ยิ้มมีความสุข จนทำให้เธอดูเป็นสาวงาม ซึ่งต่อมามันก็ปั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเอามาขายจนเป็นที่รู้จักไปทั่ว และใบหน้าของเธอก็กลายเป็นแรงบันดาลใจของนักเขียน ศิลปิน และกวี จนกลายเป็นศิลปะ มากกว่าความขยะแขยง

ทุกวันนี้ปริศนาหญิงลึกลับแห่ง ก็ยังลึกลับ และยังคงสวยงามแม้เวลาจะผ่านมา 130 ปีก็ตาม

 

7. Agent 355

Agent 355 เป็นชื่อรหัสลับของสายลับหญิงลึกลับในช่วงการปฏิวัติอเมริกา และเธอทำงานให้ของจอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของอเมริกา เธอเป็นคนฉลาด ไม่เคยล้มเหลว แต่สุดท้ายจับตัวและขังคุก เธอเสียชีวิตในเวลาต่อมา และตัวตนของเธอก็หายไปจากประวัติศาสตร์

ไม่มีใครทราบตัวตนที่แท้จริงของ Agent 355 ส่วนบทบาทหน้าที่ของการเป็นสายลับของเธอก็ไม่ได้ชัดเจนมากนัก แต่เชื่อว่าเธอมีบทบาทสำคัญเข้าไปถิ่นของพวกทหารอังกฤษ เธอเข้าใจกลยุทธ์ทางทหาร เข้าใจการวางแผน  มีส่วนสำคัญที่เปิดโปงว่าเบเนดิกต์ อาร์โนล (นายพลที่ม่ชื่อเสียงของสหรัฐเวลานั้น) กำลังทรยศ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าเธอสามารเข้าถึงผู้บัญชาการอังกฤษอีกด้วย

แม้จะไม่มีใครทราบตัวตนที่แท้จริง แต่เชื่อว่าเธอน่าจะเป็นผู้หญิงที่หน้าตาดี อยู่ในครอบครัวที่จงรักภักดีต่อประเทศชาติ สามารถเข้าถึงตีสนิทกับพวกทหารอังกฤษ โดยอาจปลอมเป็นสาวใช้ เพื่อหาเอกสารสำคัญ หรือสืบข่าวเพื่อนำไปแผนตนตอบโต้ จนสามารถเอาชนะสงครามปฏิวัติอเมริกามาได้ ไม่ว่าจะเป็นใคร แต่เธอทำทุกอย่างเพื่ออเมริกา


6.โจเฟซ นิวตัน แซนด์เลอร์ที่ 3  (Joseph Newton Chandler III)

ในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษที่ 1960 ในแถบพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้มีคดีฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้น โดยฆาตกรเรียกตัวเองว่า ฆาตกรจักรราศี (Zodiac Killer) หรือ ฆาตกรโซดิแอต  และส่งจดหมายเล่าวีรกรรมของตนเองให้กรมตำรวจซานฟรานซิสโก และในจดหมายประกอบด้วยรหัสลับสี่ชุด สามในสี่ชุดนี้ยังไม่มีบุคคลได้สามารถถอดได้จนถึงปัจจุบัน

แน่นอนว่าตำรวจพยายามสืบสวนตัวจริงของโซดิแอต แม้จะมีผู้ต้องสงสัยมากมาย แต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว ไม่มีผู้ต้องสงสัยคนใดที่มีความเป็นไปได้ว่าเป็นโซดิแอตเลย ทำให้กลายเป็นเรื่องลึกลับไป

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 30 กรกฏาคม 2002 มีชายคนหนึ่งชื่อ โจเฟซ นิวตัน แซนด์เลอร์ที่ 3 เป็นชายชราที่ใช้ชีวิตแบบฤาษีในอีสต์เลค, โอไฮโอ ได้ฆ่าตัวตายด้วยการยิงที่ศีรษะ จากการชันสูตรพบว่าชายคนนี้เป็นมะเร็วลำไส้ใหญ่น่าจะมีแรงจูงใจให้ต้องจบชีวิตตนเอง

หากแต่... เรื่องลึกลับก็เกิดขึ้น เมื่อพวกเขาติดต่อกับญาติ ก็พบความจริงว่าชายที่ชื่อโจเซฟ นิวตัน แชนด์เลอ ที่ 3 นั้นเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนที่เท็กซัส ตั้งแต่ปี 1945 แล้ว และชายที่อ้างว่าเป็นโจเซฟ และใช้ชีวิตแบบฤาษีเป็นใครกันแน่

ไม่มีใครทราบตัวจริงของโจเซฟ แต่มีทฤษฎีหนึ่งที่ประหลาดคือ หน้าตาของเขานั้นคล้ายคลึงกับภาพสเก็ตของผู้ต้องสงสัยที่เชื่อว่าเป็นโซดิแอตมาก ในขณะเดียวกันทฤษฏีอื่นๆ บอกว่าชายคนนี้เป็นผู้ลี้ภัย ไม่ก็อาชญากรนาซีหนีคดี  ซึ่งมันจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือไม่นั้นไม่มีใครทราบได้

 

5. โรแลนด์ โด/ ร็อบบี้ มันไฮม์”  (Roland Doe/Robbie Mannheim)

นิยายเรื่อง หมอผีเอ็กซอร์ซิสต์ (The Exorcist) ผู้แต่ง วิลเลี่ยม ปีเตอร์ แบล็ตตี้ (William Peter Blatty) เมื่อปี 1973 ถือว่าเป็นนิยายที่มีชื่อเสียงและขายดี (และดังที่สุดคือตอนนำไปทำเป็นภาพยนตร์ จนกลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ดีที่สุดตลอดกาล) และที่สำคัญนิยายเรื่องนี้มีแนงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง ของเด็กที่ถูกผีสิง

เรื่องมีอยู่ว่าในปี 1949 เด็กชาย (ความจริงไม่แน่ใจว่าชายหรือหญิง แต่เท่าที่แปลมาน่าจะเป็นเด็กชาย) อายุ 13 ปีจากเมืองคอทเทต แมรี่แลนด์ ถูกอะไรบางอย่างเข้าสิง คาดว่าจะเป็นปีศาจ และมีการเชิญบาทหลวงมาขับไล่ และเพื่อปกปิดตัวตน ชื่อของเด็กสาวระบุเพียงว่าเธอเชื่อ “โรแลนด์ โด” หรือ “ร็อบบี้ มันไฮม์” เท่านั้น โดยหลังจากการตายของป้า เด็กก็หมกมุ่นกับอุยจาบอร์ด (Ouija Board) (คล้ายผีถ้วยแก้วบ้านเรา) เพื่อหวังติดต่อกับป้า หากแต่ไม่นานบ้านของครอบครัวของเขาก็ถูกรังควานด้วยเสียงแปลก และเรื่องเหนือธรรมชาติที่ไม่สามารถอธิบายได้

ครอบครัวคิดว่าเด็กถูกปีศาจเข้าสิง จึงเชิญสองนักบวชคาทอลิกประกอบด้วยคุณพ่อเรย์มอนด์ เจ. บิชอป และคุณพ่อวิลเลี่ยม เจ. บาวเดน (Father Raymond J. Bishop and Father William J. Bowdern) มาขับไล่เด็กสาวบนเตียงที่โรงพยาบาลมหาลัยจอร์จทาวน์ โดยขับไล่ 30 ครั้งในช่วงหลายสัปดาห์ ในระหว่างนั้นเด็กแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง พูดภาษาละติน ไม่ก็พูดภาษาประหลาดเหมือนภาษาปีศาจ ในขณะที่คำว่า “ความชั่ว” และ “นรก”  (“evil” and “hell”) ปรากฏที่ร่างกาย แม้จะลำบากบ้าง แต่สุดท้ายพิธีกรรมประสบความสำเร็จ ปีศาจออกจากร่างเด็ก และครอบครัวของเด็กก็ไม่เจอเรื่องประหลาดอีกเลย

อย่างไรก็ตาม เรื่องการขับไล่ปีศาจครั้งนี้ บางคนเห็นว่าเด็กน่าจะประสบปัญหาด้านจิตใจ มากกว่าปีศาจเข้าสิง


4. กัปตันชาร์ลส์ จอห์นสัน (Captain Charles Johnson)

กัปตันชาร์ลส์ จอห์นสัน เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง เขาแต่งหนังสือเกี่ยวกับชีวิตโจรสลัดหลายเล่ม และสร้างตัวละครโจรสลัดโด่งดังมีอิทธิพลจนถึงปัจจุบัน หนังสือที่ดังที่สุดของเขาคือ A General History of the Robberies and Murders of the most notorious  (1724) ซึ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติโจรสลัดที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น มีทั้ง เคราดำ แอน บอนนี่ พร้อมกับรูปประกอบ ซึ่งกลายเป็นหนังสือที่ยังคงโด่งดังจนถึงปัจจุบัน

แต่น่าแปลกแม้ตัวเขาจะโด่งดัง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาเป็นใคร รู้แต่ว่าเขาเป็นคนอังกฤษหลายคนเชื่อว่าเขาน่าจะเป็นโจรสลัด น่าจะมีชื่อเสียง เพราะเขาเล่าเรื่องโจรสลัดได้อย่างสมจริง รู้เรื่องทะเล การออกเรือ ราวกับว่ามีประสบการณ์เคยเป็นจริงๆ  แถมรู้จักโจรสลัดราวกับเป็นเพื่อนกันอยู่ในวงการเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือไม่มีชื่อโจรสลัดกัปตันชาร์ลส์ จอห์นสันในประวัติศาสตร์ อีกทั้งไม่มีโจรสลัดที่ไหนมีการศึกษาสูงๆ สามารถอ่าน เขียน เล่นสำนวนได้อย่างมืออาชีพแบบนี้

มีบางคนเชื่อว่าตัวจริงของกัปตันชาร์ลส์ จอห์นสันน่าจะคือแดเนียล เดโฟ นักเขียนอังกฤษที่มีชื่อเสียงจากผลงาน A Journal of the Plague Year และ Robinson Crusoe เพราะดูจากการวิเคราะห์สำนวนของนักเขียนลึกลับผู้นี้เทียบกับเดโฟ แต่นั้นจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือไม่นั้น ไม่มีใครทราบได้

 

3.มนุษย์หนังสัตว์  (The Leather Man)

มีชายจรจัดคนหนึ่งใช้ชีวิตแปลกประหลาด โดยไม่มีใครทราบชื่อจริงของเขาคือใคร หลายคนเรียกเขาว่า “มนุษย์หนังสัตว์”  (1839-1889) เพราะเสื้อผ้าของทำจากหนังสัตว์  ไม่ว่าจะเป็นหมวก ผ้าพันคอ เสื้อผ้า รองเท้าล้วนเป็นหนังสัตว์แบบเย็บหยาบๆ  เขาปรากฏตัวในช่วงปี 1860 ใช้ชีวิตอาศัยอยู่ในถ้ำ กินอาหารเท่าที่หามาได้ เขาเดินทางกว่า 360 ไมล์ไปทางทิศตะวันตกของคอนเนติคัต (Connecticut) นิวยอร์ก เป็นเวลา 34 วัน โดยไม่หยุดเลยนอกจากเวลากินและนอนหลับ เมื่อถึงจุดหมายเขาก็เดินอีกครั้ง  และทำซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งวันที่เสียชีวิต

 ชายจรจัดใช้ชีวิตอย่างลึกลับ  เขาพูดภาษาฝรั่งเศส ไม่พูดภาษาอังกฤษ แต่ส่วนมากเวลาสื่อสารจะคำรามและทำท่าทางมากมาก และไม่พอใจหากใครถามชีวิตส่วนตัว   จนกระทั่งวันที่ 24 มีนาคม 1889 ก็มีการพบศพของเสียชีวิตในถ้ำมิลลิวูดส์ นิวยอร์ก จากโรคมะเร็งในปากที่เกิดขึ้นจากใบยาสูบ และข้างๆ ศพของเขามีกระเป๋าที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำงาน เช่น กรรไกร ขวานขนาดเลก และหนังสือสวดมนต์เล็กๆ ที่เป็นภาษาฝรั่งเศส

ไม่มีใครทราบว่าเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร บ้างก็ว่ามันเป็นสิ่งที่เขาทำเพราะความรักที่แตกสลาย บ้างก็ว่าเขาเคยทำธุรกิจขายเครื่องหนังและสูญเสียไปกับมัน


2.วิลเลี่ยม เชคสเปียร์ (William Shakespeare)

หากหลายคนถามว่าใครแต่ง “โรมิโอกับจูเลียตหลายคนคงตอบ  วิลเลี่ยม เชคสเปียร์ นักเขียนและนักกวีชื่อก้องชาวอังกฤษชื่อก้องของโลก ที่มีชีวิตอยู่ในช่วง 1564-1616 และนอกจากผลงานโรมิโอกับจูเลียตแล้ว เขาก็ยังมีอีกหลายผลงานที่ล้วนมีชื่อเสียงไม่แพ้กัน

แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากเชคสเปียร์เสียชีวิตไปนานแล้วก็ตาม แต่หลายคนก็เกิดสงสัยในตัวเชคสเปียร์ว่าผลงานทั้งหมด เขาเป็นคนแต่งขึ้นมาเองจริงหรือ เพราะจากประวัติได้ระบุว่าเชคสเปียร์เลิกเรียนหนังสือตั้งแต่อายุ 13 ปีเขาไม่น่าเขียนนิยายที่มีความลุ่มลึกของภาษาได้อย่างแตกฉาน อีกทั้งไม่น่าจะเขียนเกี่ยวกับชีวิตของชาววังได้เพราะเขาไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ ทำให้มีบางคนเชื่อว่ามีนักเขียนเงา  ที่เอาชื่อเชคสเปียร์ไปใช้เป็นนามปากกาเท่านั้น ซึ่งก็ไม่แตกต่างแต่อย่างใดที่คนชั้นสูงสมัยก่อนนั้นนิยมใช้นามปากกาเพื่อปกปิดชื่อจริงในงานเขียนของตน

แน่นอนว่ามีทฤษฏี นักเขียนคนอื่นที่อาจเป็นเจ้าของผลงานเหล่านั้นได้แก่ ฟรานซิส เบคอน, คริสโตเฟอร์ มาร์โลว์ และเอ็ดเวิร์ด เดอ เวียร์ เอิร์ลแห่งอ๊อกซฟอร์ด โดนเฉพาะหลายหลังนักวิชาการ พบว่ามีความเป็นไปได้มาก เพราชีวิตของเขาค่อนข้างสอดคล้องกับเรื่องราวในงานเขียนเชคสเปียร์จนล่าสุดทฤษฎีนี้กำลังจะกลายเป็นภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของโรแลนด์ เอมเมอริช  ได้นำทฤษฏีนี้ไปใช้ในชื่อ Anonymous ที่เล่าเรื่องราวของ เอ็ดเวิร์ด เดอ เวียร์ ในฐานะเช็คสเปียร์ตัวจริง


1.หญิงแห่งอิดาล (Isdal Woman)

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 1970 นักเดินเขาได้พบศพผู้หญิงลึกลับนอนเปลือยกายในหุบเขาอิดาเลน (Isdalen)  ในเบอร์เกน ประเทศนอร์เวย์ พื้นที่ที่เธอเสียชีวิตนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “หุบเขามรณะ เมื่อตรวจเข้าไปที่เกิดเหตุพบว่าข้างตัวเธอมีหนังสือเดินทางถูกเผาไหม้ และการชันสูตรพบว่าเธอมีรอยบาดเจ็บช้ำที่คอ และมีการใช้ยานอนหลับค่อนข้างมากก่อนที่จะเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม จากการตามหาตัวตนของหญิงสาวลึกลับนี้ ตำรวจไม่พบชื่อจริงเลยว่าเธอเป็นใคร ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะปกปิดตัวตนไม่ให้ใครรู้  กระเป๋าเดินทางของเธอถูกพบแต่ลอยนิ้วมือของเธอถูกลบออก เธอพูดได้หลายภาษา (จนไม่รู้ว่าเธอชาติอะไร) ที่แปลกคือ จากการสืบสวนพบว่าเธอเดินทางไปทั่วยุโรป ด้วยชื่อปลอมและปลอมตัวตนถึง 9 ครั้ง  อีกทั้งในช่วงที่อยู่นอร์เวย์ เธออ้งว่าเป็นคนสะสมโบราณวัตถุ เธอพักโรงแรมหลายแห่ง เปลี่ยนห้องซ้ำแล้วซ้ำอีก

ในช่วงเวลาสุดท้าย มีการพบหญิงลึกลับนั้นมีท่าทางกลัว และแต่งกายไม่เหมือนขึ้นเขา และเธอทำปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ต้องหยุดลงเพราะชายสองคน (เชื่อว่าเป็นคนต่างชาติ) สวมชุดสีดำที่เดินตามเธอ ก่อนที่เธอจะเสียชีวิต

แม้ตำรวจจะพยายามสืบสวน สุดท้ายการสืบสวนถึงทางตัน จนบัดนี้ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใคร  และเธอฆ่าตัวตายหรือถูกสังหารกันแน่





อ้างอิง


http://www.top10hq.com/top-10-mysterious-unidentified-people-history/

http://www.wonderslist.com/top-10-mysterious-people-on-earth/

http://www.cracked.com/article_20383_6-mysterious-people-at-heart-unsolvable-mysteries.html

http://listverse.com/2008/12/02/top-10-fascinating-secrets-taken-to-the-grave/

http://news.thaipbs.or.th/content/216383





Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 779 : 10 บุคคลลึกลับของโลก ที่มาพร้อมเรื่องพิศวง ภาค 3 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5151 , โพส : 2 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 21697
ชอบเรื่องแรกมาก แบบอ่านแล้วรู้สึกติดใจ ไม่ใช่ติดใจแลบชอบนะ เรียกว่าอะไรดี55555 ตะขิดตะขวงใจ? รู้สึกแบบมันต้องมีอะไรแน่ๆ
Name : *Jung_L* < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ *Jung_L* [ IP : 171.96.190.232 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กันยายน 2559 / 22:30
# 1 : ความคิดเห็นที่ 21682
น่ากลัวจังแหะ เรื่องลึกลับๆเยอะจริงๆ
Name : Kyudutchie < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kyudutchie [ IP : 49.230.216.85 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กันยายน 2559 / 00:46

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android