คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 778 : 9 อาวุธเคมีอันตราย


     อัพเดท 23 ก.ค. 59
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 4,432 Overall : 2,737,317
22,170 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7168 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 778 : 9 อาวุธเคมีอันตราย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3220 , โพส : 6 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



แม้ว่าปัจจุบันอาวุธเคมีที่ใช้ในสงครามเป็นสิ่งต้องห้าม (ปัจจุบันมี 192 ประเทศที่ลงนามสัญญาในการไม่ใช้อาวุธเคมี มีเพียงอียิปต์, เกาหลีเหนือ และซูดานใต้ที่ยังคงใช้อาวุธเคมี)  แต่หากแต่ก็ยังมีปรากฏว่าหลายประเทศพยายามจะใช้พวกมันกับทหารข้าศึก ไปจนถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์อยู่บ่อยครั้ง แม้ว่ามันจะไม่ได้น่ากลัว หรือโหดร้ายเหมือนอดีต แต่มันก็เพียงพอที่จะสามารถฆ่าคน หรือทำให้หลายคนทุกข์ทรมานได้

อาวุธเคมียังคงเป็นอาวุธที่น่ากลัวทุกยุคทุกสมัย ความน่ากลัวไม่ได้มีเพียงแค่ทำให้ฆ่าคน หากแต่มันยสร้างความทรมานสำหรับคนที่โดนเข้าไป และมันรวดเร็ว โหดร้าย และนี่คือ 9 ความน่ากลัวของอาวุธเคมี


 

9. ก๊าซคลอรีน (Chlorine Gas)

สงครามโลกครั้งที่ A Century ของแก๊ส

ก๊าซคลอรีนอาจไม่ใช่สารเคมีอันตรายที่สุดในโลก แต่มันก็มีสถิตทำให้ทหารและพลเรือนเสียชีวิตจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ในฐานะอาวุธสงคราม ก๊าซคลอรีนถูกนำมาใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อ 22 เมษายน 1915 ทหารเยอรมันจู่โจมทหารฝรั่งเศสที่เมืองอีเปรอ (Ypres) โดยใช้ก๊าซคลอรีน นับเป็นครั้งแรก ที่มีการใช้อาวุธเคมีในสงครามโลกครั้งที่ 1๑ และมีการใช้ก๊าซคลอรีน เป็นปริมาณมหาศาลที่สนามรบในเมือง Leper ประเทศเบลเยี่ยม

สารเคมีนี้จะอันตรายมากหากสูดดมเอาก๊าซคลอรีนเข้าไปในปอด และที่น่ากลัวคือมันไม่ได้เป็นเพียงอาวุธเคมี  เพราะมันยังถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรม เช่นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาฆ่าแมลง สารทำความเย็น พลาสติก กระดาษ การบำบัดน้ำ ประปาและการผลิตอาหารเป็นต้น  ซึ่งส่วนใหญ่คนงานมักสูดดมก๊าซคลอรีนเข้าไปในปอดทำให้เกิดอาเจียน และเสียชีวิตได้อาจได้รับในปริมาณเข้มข้นสูง


 

8. ซีเอ็ม (CN)

ซีเอ็น (CN: w-chloroacetophenone) แก๊สนี้ไม่ได้ถูกควบคุมโดยอนุสัญญาห้ามอาวุธเคมี เพราะมันไม่สามารถฆ่าเราได้ หากแต่มันก็ถือว่าเป็นอาวุธที่น่ากลัวมาก เพราะเรารู้จักกันดีในชื่อแก๊สน้ำตา

บทบาทของแก๊สนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตัวปราบการจลาจล ก่อความวุ่นวาย การใช้สารชนิดนี้ทำให้ควบคุมระดับหนึ่ง หากผู้ที่ได้รับแก๊สนี้เข้าไปก็จะทำให้เกิดการระคายเคือง น้ำตาไหลเพราะระตายเคืองตาและทางเดินหายใจ มีอาการคันและเป็นตุ่มพุพอง ทำให้มองไม่เห็น (ตาบอดชั่วคราว) และไม่สามารถทำอะไรได้อีก

นอกจากนี้สารนี้ยังเป็นอันตรายต่อการทำให้ระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เกิดอาการเวียนศีรษะ อาเจียน


 

7. ก๊าซมัสตาร์ด (Mustard Gas)

ในช่วงครามครั้งนี้ 1 มีการใช้อาวุธเคมีหลายชนิดเพื่อฆ่าฝ่ายตรงข้าม และหนึ่งในนั้นคือก๊าซมัสตาร์ด หนึ่งในอาวุธที่น่ากลัวที่สุดรวมอยู่ด้วย แม้ฤทธิ์ของมันอาจมีโอกาสเสียชีวิตน้อย แต่มันก็เพียงพอทำให้ผู้ได้รับเจ็บป่วยและทุกข์ทรมานตลอดชีวิต

ก๊าซมัสตาร์ดเป็นสารเคมีที่ทำให้พุพอง  เป็นก๊าซไม่มีสี มีกลิ่นคล้ายหอมหรือกระเทียม (เหมือนมัสตาร์ด) ซึ่งจะเกิดการเผาไหม้รุนแรงหากสัมผัสกับผิวหนังมนุษย์และเยือเมือกตา อีกทั้งคอและปอดอาจพองและเกิดบาดแผล ทำให้เจ็บปวด หากเลวร้ายอาจทำให้เสียโฉม ตาบอด แผลเป็น และมีโอกาสเกิดโรงทางเดินหายใจร้ายแรง ไปจนถึงโรคมะเร็ง และหากได้รับสารปริมาณมากจะทำให้เสียชีวิตได้

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ก๊าซพิษก็ยังคงถูกนำมาใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามอื่นๆ และทุกวันนี้มีการพัฒนาก๊าซพิษอย่าง HN2 หรือ Mustine  ที่รุนแรงกว่า ซึ่งยังมีใช้จนถึงปัจจุบัน

 

6. แอนแทรกซ์ (Anthrax)

แม้ว่าแอนแทรกซ์ จะไม่ได้เป็นอาวุธเคมี เพราะมันคืออาวุธชีวภาพ (แต่ก็มีเรื่องเคมีมาช่วยอยู่ดี) แต่มันก็เป็นหนึ่งในอาวุธที่โลกหวาดกลัว เพราะมันเป็นสิ่งที่พวกก่อการร้ายนำมาใช้ก่อเหตุความวุ่นวาย

ปัจจุบันอาวุธชีวภาพที่โลกกังวลมากที่สุด ก็คงจะเป็นเชื้อแอนแทรกซ์ ซึ่ ในปี 2001 ไม่นานหลังจากที่มีการโจมตีก่อการร้ายในเหตุการณ์ 9/11 ก็ได้มีการผู้ไม่หวังดีส่งจดหมายลึกลับที่เข้าในมีเชื้อแอนแทรกซ์ ส่งไปยังสื่อมวลชนหลายสื่อ และสองวุฒิสมาชิกสหรัฐ ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และมีถึง 17 คนที่ติดเชื้อ

ความน่ากลัวของแอนแทรกซ์ คือมันติดต่อผ่านทางการหายใจ อีกทั้งสปอร์ของแบคทีเรียโรคแอนแทรกซ์มีความทนทานต่อความร้อน ความแห้งและสารฆ่าเชื้อหลายชนิด หากสูดดมเอาเชื้อเข้าไปในร่างกาย ก็จะเกิดอาการผิดปกติต่างๆ นาๆ  ตอนแรกๆ คล้ายไข้หวัดใหญ่ หรือโรคอื่นๆ และก็สายเกินไปที่จะรู้ตัว เพราะมันได้รุกรามจะทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดและช็อคตายภายใน 1-2 วัน


5.ซาริน 

สิ่งที่หลายคนรู้จักซารินไม่ใช่ในฐานะอาวุธสงคราม หากแต่รู้จักในฐานะอาวุธที่ฆ่าพลเรือนญี่ปุ่น ที่ลัทธิโอมชินริเกียวเอามาใช้เพื่อก่อการร้าย ในสถานีรถไฟใต้ดินกรุงโตเกียวในปี 1995 การโจมตีครั้งนั้นมีคนตายถึง 13 คน จนกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น

ความน่ากลัวของซารินคือมันเป็นอาวุธเคมีที่ทำลายระบบประสาทของมนุษย์ทำลายล้างสูง มันไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เพียงแค่จำนวนน้อย และความเข้มจ้นนิด ก็สามารถฆ่าผู้ใหญ่โตเต็มที่ ผู้ที่ได้รับจะเสียชีวิตภายในหนึ่งนาทีหลังการกินโดยตรงเพราะการหยุดหายใจจากกล้ามเนื้อปอดเป็นอัมพาต นอกเสียจากได้รับยาแก้พิษ นอกจากนี้ แม้ผู้ที่ได้รับในปริมาณไม่ถึงตาย แต่ไม่ได้รับการรักษาทันที อาจได้รับความเสียหายทางประสาทถาวร

                นอกจากนี้มีรายงานว่า ในปี 1988 ซัมดัม ฮุสเซนได้ใช้ซาริน รมก๊าซสังหารชาวเคิร์ดที่เมือง Halabja มีคนเสียชีวิตมากกว่า 5,000 ตน และเป็นการใช้อาวุธเคมีฆ่าพลเรือนเลวร้ายในหน้าประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของมนุษย์ชาติ และเร็วๆ นี้ที่ซีรีย์ ในปี 2013 มีการใช้ซารินใน เขตกูตา (Ghouta)ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก  ถือว่าเป็นการกระทำที่ต่ำทรามและละเมิดข้อตกลงการใช้อาวุธเคมี (และไม่สามารถระบุว่าใครเป็นคนลงมือกันแน่)

 

4. สารวีเอ็กซ์ (VX) 

รู้หรือไม่ว่า สารวีเอ็กซ์นั้นร้ายกาจกว่าซารินมาก แม้ว่าทั้งสองจะคล้ายกัน คือ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่วีเอ็กซ์นั้นมีพิษมากกว่า

เพียงแค่ไม่กี่หยดเล็กๆ วีเอ็กซ์ก็สามารถฆ่ามนุษย์ได้อย่างสบาย เพียงแค่สารปริมาณ 2-10 มิลลิกรัม ผ่านทางผิวหนัง หรือ 5-10 มิลลิกรัม ผ่านทางการหายใจ และเมื่อได้รับจะทำให้เกิดอาการผิดปกติ น้ำมูกไหล หน้าอกแน่น หายใจหอบ เหงื่อออก คลื่นไส้ อาเจียน ชัก อัมพาต หมดสติ และเสียชีวิตในที่สุด  


3. สารฟอสจีน (Phosgene)

แม้ว่าจะไม่ได้มีพิษร้ายแรงเทียบเท่าซาริน หรือวีเอ็กซ์ แต่ฟอสจีนนั้นเป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรม แม้ว่าโดยทั่วไปมันถูกควบคุมอย่างเคร่งครัดเนื่องจากเป็นสารอันตราย แต่มันก็สามารถผลิตได้อย่างง่ายๆ โดยมือสมัครเลยโดยมใช้แสงยูวีและคลอโรฟอร์ม ทำให้สามารถเป็นสารที่ใช้ก่อการร้ายเล็กๆ แล้ว

สารฟอสจีน เป็นสารไม่มีสีเป็นก๊าซ แต่มีพิษมาก  มนุษย์ที่ได้รับ อาจไม่ทำให้ตายทันที แต่ถ้าหายใจเข้าไปปริมาณมาก แน่นหน้าอกและสำลักเพราะก๊าซอยู่ในปอดทำให้ปอดบวมน้ำ ถึงขั้น ไอเป็นเลือด อ่อนแรงได้

ในประวัติศาสตร์สารฟอสจีนถูกใช้ร่วมกับก๊าซคลอรีนในสงครามโลกครั้งที่ 1 เยอรมันได้ใช้สารนี้กับพวกอังกฤษ และเมื่อทั้งสองสิ่งผสมกันมันมันก็กลายเป็นก๊าซพิษฆ่าทหารไป 120 คน บาดเจ็บ 1,069 คน

 

2. ฝนเหลือง (Agent Orange)

แม้จะไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการฆ่าศัตรูโดยตรง แต่ผลที่ตามมานั้นมันเลวร้ายกว่าที่หลายคนคิด สำหรับฝนเหลือง  (Agent Orange หรือ Herbicide Orange, ย่อ: HO)  แล้วถือว่าเป็นสารเคมีที่รู้จักกันในช่วงสงครามเวียดนาม ซึ่งสหรัฐได้ใช้ทำลายพืชพรรณ ในไร่นาเพื่อตัดเสบียงของเวียดกง รวมไปถึงทำลายป่าที่อยู่อาศัยหลบ่อนของเวียดกง

แม้ฝนเหลืองจะเป็นสารฆ่าวัชพืชและทำลายพืชพรรณได้ แต่สิ่งที่ตามมานั้นมันทำให้ชาวบ้าน ผู้บริสุทธิ์ได้รับผลไปด้วย เพราะเมื่อสารนี้ที่ดูดซึมผ่านผิวหนัง และจะทำให้เกิดอาการทางประสาทตามมา  ทำให้เกิดผื่นคัน  ทำลายเนื้อเยื่อตับและไต และก่อให้เกิดมะเร็ง

ในระหว่างปฏิบัติการฝนเหลือ มีการใช้สารเคมีกว่า 20 ล้านแกนลอนถล่มป่าทางตอนใต้ของเวียดนาม มันทำลายที่ดินทางการเกษตรของชาวบ้านกว่า 10 ล้านไร่ และทำให้ชาวบ้านบาดเจ็บถึง 400,000คน

แม้สิ้นสุดสงคราม ความเลวร้ายก็ยังไม่สิ้นสุด เพราะจากรายงานระบุว่ามีเด็กมากมายเกิดออกมาพิการ รูปร่างผิดปกติ (จากสถิตระบุว่า มากกว่าแสนคน) อันเนื่องจากพ่อแม่ได้สัมผัสฝนเหลือง จนรัฐบาลจะพยายามเรียกร้อนเงินเพื่อเยียวยาประชากรถึง 3 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบ ไม่แปลกเลยที่ฝนเหลือคือสารเคมีที่เลวร้ายที่สุดในการนำมาใช้ในสงคราม


1.นาปาล์ม (Napalm)

               

                อีกหนึ่งสิ่งน่ากลัวของสงครามเวียดนามก็คือนาปาล์ม อาวุธที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

                แม้ว่าอาวุธเพลิงจะนำมาใช้อย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1944  (หรือจะย้อนกลับไปนานกว่านั้นคือสมัยโบราณ ก็คือเพลิงกรีก) แต่มันก็ไม่โดดเด่นเท่าสงครามเวียดนาม ซึ่งกองทัพอากาศสหรัฐฯและกองทัพเรือสหรัฐต้องใช้ลูกระเบิดเชื้อเพลิงที่มีผลดีกับทุกชนิดของเป้าหมายที่จะรวมถึงกองกำลังทหาร, รถถัง, อาคารและแม้กระทั่งอุโมงค์ทางรถไฟ ผลที่ออกมาก็ได้ระเบิดเชื้อเพลงที่กำจัดเป้าหมายได้อย่างหมดจด อีกทั้งยังมีผลกระทบทางจิตวิทยาที่มีตัวตนบนศัตรูด้วย จงเป็นที่หวาดกลัวของทหารจักรวรรดิญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 และเวียดกงในสงครามเวียดนาม  

                ระเบิดนาปาล์มนั้นเป็นระเบิดรูปแบบการทำปฏิกิริยาของเคมีที่ให้ความร้อนสูงมาก โดยการความร้อนเผาไหม้อยู่ที่ 1,200 ° C (2,200 ° F) อีกทั้งมันยังแผ่ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ออกไปโดยรอบ เป็นพิษไปถึงบรรยากาศชั้นบน คนที่ถูกเผาจะไหม้จนถึงกระดูก และเสียชีวิต ที่น่ากลัวกว่านั้นมันสามารทำลายพื้นที่ถึง 2,,090 ตารางเมตร

 


อ้างอิง

http://whatculture.com/science/9-most-horrendous-chemical-weapons

เพิ่มเติม วิกิพีเดีย






Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 778 : 9 อาวุธเคมีอันตราย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3220 , โพส : 6 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 6 : ความคิดเห็นที่ 21683
โทษรุนแรงจริงงงงๆ
Name : Kyudutchie < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kyudutchie [ IP : 49.230.216.85 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กันยายน 2559 / 00:56
# 5 : ความคิดเห็นที่ 21639
แล้ว Willy P. ไม่ติดรึ(White Phosporus)
Name : Mr_Nioly < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr_Nioly [ IP : 49.230.22.245 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กรกฎาคม 2559 / 22:22
# 4 : ความคิดเห็นที่ 21637
โทษทีไม่ลืมเปลี่ยนชื่อเรื่อง -_-
PS.  สนับสนุนฮาเร็ม ต่อต้านการเข้าวิน และบูชานิมพ์ดั่งเทพ
Name : Cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy [ IP : 58.10.222.53 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 กรกฎาคม 2559 / 13:56
# 3 : ความคิดเห็นที่ 21636
เฮียแคมเมาแล่วๆคร้าบ555
Name : ถถถถ [ IP : 171.101.103.111 ]

วันที่: 19 กรกฎาคม 2559 / 13:38
# 2 : ความคิดเห็นที่ 21635
ไม่เกี่ยวกันเลย
Name : AeKkunG Nawoa < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AeKkunG Nawoa [ IP : 182.232.105.108 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 กรกฎาคม 2559 / 11:55
# 1 : ความคิดเห็นที่ 21634
้เดี๋ยวเนื้อความกับชื่อบทความมันแปลกๆนะ
Name : ปาล์ม [ IP : 49.48.24.15 ]

วันที่: 19 กรกฎาคม 2559 / 11:11
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android