คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 767 : 10 โรคระบาดลึกลับ


     อัพเดท 21 พ.ค. 59
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,031 Overall : 2,737,916
22,171 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7169 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 767 : 10 โรคระบาดลึกลับ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3565 , โพส : 1 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา มนุษย์มีความก้าวหน้าอย่างมากในการพัฒนายาและเทคโนโลยีการแพทย์ แม้ว่าหลายโรคจะยังคงเป็นมีทางการรักษาหาย แต่เราก็รู้เกี่ยวกับโรคนั้นมากขึ้น เพื่อหาสาเหตุและการรักษาในอนาคตต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในหลายศตวรรษที่ผ่านมา มีโรคระบาดแปลกๆ เกิดขึ้นทุกมุมโลก ซึ่งสาเหตุเกิดโรคนั้นยังคงลึกลับ บ้างก็ว่าเกิดจากอุปทานหมู่ หรืออาจเป็นภาพหลอนที่เกิดความแรงกดดันทางสังคม หรือไม่สามารถหาสาเหตุได้ และนี่คือ 10 โรคระบาดแปลกๆ ที่ยังคงสร้างความลึกลับและความสับสนทางการแพทย์จนถึงทุกวันนี้

 

10. โรคอุกาบาตรคารานคัส ( The Carancas Meteorite Sickness)

10 carancas-อุกกาบาต

ใกล้เที่ยงคืนในเดือนกันยายน 2007 ได้มีอุกกาบาตตกสู่พื้นดินใกล้เมืองคารานคัส (Carancus) ในรัฐอองเดร (Andre) ประเทศเปรู บริเวณชายแดนใกล้กับประเทศโบลิเวียประเทศเปรู

ผลของอุกาบาตรส่งผลทำให้ฝุ่นกระจายไปทั่ว พร้อมเกิดหลุมใหญ่ราว 15 เมตร  เหมือนปากปล่องภูเขาไฟ ทั้งยังมีน้ำเดือดไหล เกิดโคลนตมและมีกลิ่นเหม็น โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หากแต่ผลพวงที่ตามมานั้น ประหลาดกว่า กล่าวคือคนท้องถิ่นกว่า 200 คนที่เป็นสักขีพยานที่มารุมดูซากอุกกาบาต ไม่กี่วันต่างมีอาการป่วยประหลาด คือมีอาการปวดหัวศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ห้องเสีย และมันก็แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว จนแพทย์ในท้องถิ่นต้องสร้างเต็นท์ชั่วคราที่รอบศูนย์กลางแพทย์เพื่อรับมือกับการหลั่งไหลของผู้ป่วยที่เข้ามารักษา

ทีมแพทย์ต่างระดมสมองในการค้นหาสาเหตุของโรคระบาดนี้ แต่ไม่มีคำตอบชัดเจน มีเพียงข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้มากที่สุดคือผู้ป่วยได้รับไอสารพิษจากปฏิกิริยาทางเคมี ที่เกิดจากการกระทบพื้นดินของอุกกาบาตอาจปลดปล่อยสารพิษอย่าง "ซัลเฟอร์" และ"อาร์เซนิก" (สารหนู)   แต่ข้อสันนิษฐานนี้ถูกขัดโดยนักธรณีฟิสิกส์ที่บอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่อุกาบาตจะร้อนพอที่จะทำให้เกิดไอน้ำพิษเดือดดังกล่าว


9.โรคระบาดแมลงมิถุนายน (The June Bug Epidemic)

เรื่องแปลกนี้เกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของปี 1962 เมื่อคนงานในโรงงานทอผ้าในประเทศอเมริกา ได้อ้างว่าพวกเขาโดยแมลงอันตรายที่ไม่ทราบชนิดกัด โดยเริ่มจากพนักงานหญิงคนหนึ่ง เธอปฏิเสธกลับบ้าน จากนั้นเธอก็บ่นปวดหัว วิงเวียนศีรษะ และเป็นฝืนปวดแสบปวดร้อนจากนั้นเพื่อนๆ ของเธอกว่า 50 คนก็เป็นตามเธอด้วยหลายคน ซึ่งต่อมาเหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า “The June Bug Epidemic

ภายหลังมีการปิดโรงงาน และมีการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่จากศูนย์ควบคุมโรค (CDC) ในแอตแลนตาที่ถูกส่งมาเพื่อหาสาเหตุของโรค แต่พวกเขาไม่สามารถหาสาเหตุการเกิดโรคลึกลับนี้ได้เลย และไม่พบแมลงที่เป็นอันตรายพอที่เกิดโรคที่ว่าได้เลยสักตัว

ดังนั้นสิ่งที่เขาทำมีเพียงฉีดยาพ่นกำจัดแมลงเท่านั้น ที่น่าทึ่งคือหลังจากนั้นก็ไม่มีเหตุการณ์โรคระบาดเกิดขึ้นในโรงงานอีกเลย จึงสรุปแค่ว่าเป็นปรากฏการณ์อุปทานหมู่ ไม่ก็ความเครียดจากสภาพแวดล้อมเท่านั้น

 

8. โรคระเบิดเสียงหัวเราะโดยไม่หยุดแทมนิยา (The Tanganyika Laughter Epidemic)

ในปี 1962 ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งชื่อ คาชาซ่า (Kashasha) บนชายฝั่งตะวันตกของทะเลสาปวิคตอเรียในประเทศ แทนซาเนีย  (เดิมเรียกว่า แทนกันยีกา) ได้เกิดการระบาดของโรคประหลาด นั่นคือ “โรคระเบิดเสียงหัวเราะโดยไม่หยุด”

มันเริ่มต้นเมื่อกลุ่มนักเรียนหญิงในโรงเรียนกินนอนแห่งหนึ่งเพียงสามคนพูดคุยและเล่าเรื่องตลกกัน และเรื่องตลกนี้ทำให้เด็กกลุ่มนั้นเริ่มหัวเราะ จากกลุ่มเล็กๆ กลายเป็นว่ามันกลายเป็นโรคระบาดไปทั่ว โรคระเบิดหัวเราะได้ขยายวงไปยังคนอื่นที่อยู่รอบข้าง คนที่เดินผ่าน คนที่ไม่เกี่ยวข้อง จนนักเรียนในโรงเรียนมากกว่าครึ่งได้รับผลกระทบ จนทำให้โรงเรียนต้องปิดเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

อย่างไรก็ตาม ความน่ากลัวนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หลังจากที่มีการปิดโรงเรียน นักเรียนที่เป็นโรคได้กลับบ้าน แล้วมันก็แพร่ระบาดไปยังหมู่บ้านต่างๆ ถึงขนาดมีการส่งเจ้าหน้าที่มาขัดแยกคนป่วย กับคนปกติเพื่อไม่ให้โรคแพร่ระบาด

เมื่อถึงเดือนพฤษภาคม (โรคระบาดเกิดขึ้นช่วง 30 มกราคม และปิดโรงเรียน 30 มีนาคม) คนกว่า  1000 คนในบริเวณข้างเคียง ชุมชน โรงเรียนอื่นๆ (14 โรงเรียนต้องปิดตัวลง) ก็ทรมานจากการหัวเราะไม่หยุดที่เลวร้ายคือเมื่อคนอื่นหยุดหัวเราะแล้ว ทุกคนต่างพากันร้องไห้คร่ำครวญ เป็นลมหมดสติ ผื่นขึ้น เจ็บปวด และมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ  และบางคนเสียชีวิตเพราะติดเชื้อ จนถึงทุกวันนี้ยังคงไม่ว่าโรคระบาดน่ากลัวนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

 

7. โรคหลับลึกคาลาจี  (The Kalachi Sleeping Sickness)

ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ชื่อคาลาจี ทางตอนเหนือของคาซัคสถานได้เกิดโรคระบาดขึ้น มัน เริ่มต้นในปี 2013 เมื่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านจู่ๆ ก็หลับโดยไม่รู้ตัว แม้กระทั่งบางครั้งก็หลับขณะกำลังเดินอยู่ อีกทั้งยังหลับลึก เป็นระยะนานถึง 5 วัน พอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกมึน งง ประสานหลอน และสูญเสียความทรงจำ

และมีผู้ป่วยประมาณหนึ่งในสี่ของผู้อยู่อาศัยหมู่บ้านแห่งนี้  แน่นอนว่าในช่วงสามปีที่ผ่านมาและนักวิทยาศาสตร์ต่างพากันระดมความคิดเพื่อหาต้นเหตุประหลาดนี้

 สาเหตุที่แท้จริงของโรคยังคงเป็นที่ถกเถียงกัน แต่ก็มีทฤษฏีที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด คือ  ศาสตราจารย์ Leonid Rikhvanov เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียที่เชี่ยวชาญด้านธรณีเคมีได้ให้สัมภาษณ์ว่าเขาเชื่อว่าคำตอบที่น่าจะอยู่ในเหมืองยูเรเนียมทอดทิ้งยุคโซเวียตที่ตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้าน ซึ่งตัวการอาจเป็นธาตุเรดอน คนสูบดมเข้าไปจะเหมือนใช้สารเสพติดหรือยาชา ปัจจุบันเหมืองแห่งนั้นถูกปิดแล้วถูกน้ำท่วมจมอยู่ใต้ดิน แต่ก๊าซยังคงถูกดันสู่เหนือดิน แล้วกระจายไปสู่หมู่บ้าน

อย่างไรก็ตามรัฐบาลคาซัคสถานก็ยังไม่แน่ใจกับความเป็นไปได้ดังกล่าว จึงทำได้แต่แนะนำให้ประชาชนอพยพออกจากหมู่บ้าน เพราะจนปัญญาที่จะรับมือกับโรคลึกลับนี้


6.การแพร่ระบาดโรควูบเวสต์แบงก์ (West Bank fainting epidemic)

ในปี 1983 เด็กนักเรียนในเมือง Arrabah  ของประเทศปาเลสไตน์ จู่ๆ ก็เกิดอาการประหลาด คือ ไออย่างบ้าคลั่ง และไม่สามารถหายใจได้เอง หลังจากนั้นก็ทรุดหมดสติ

ภายในไม่กี่ชั่วโมงผู้หญิงคนอื่นๆ ในโรงเรียน และภายในไม่กี่สัปดาห์คนกว่า 900 คนจากหมู่บ้านในแต่ละท้องที่ก็ได้ทุกข์ทรมานจากโรคที่ไม่สามารถหาสาเหตุได้

Wahid Hamdallah อดีตนายกรัฐมนตรีในเวลานั้น เชื่อว่าการระบาดของโรตอาจมาจากการปล่อยพิษของรัฐอิสราเอลเพื่อโจมตีปาเลสไตน์และนั้นทำให้เวสต์แบงก์เกิดความตึงเครียดขึ้นมา

แม้จะหาสาเหตุของโรคไม่ได้ แต่จากการตรวจสอบโรงเรียนที่น่าจะเป็นต้นตอของโรค พวกเขาพบก๊าซโดรเจนซัลไฟด์ที่อยู่ในส้วมที่ขาดสุขาภิบาล ทำให้ห้องน้ำหญิงไม่สะอาด และผลจากอุปทานหมู่ ซึ่งมันอาจจะเป็นสาเหตุการระบาดของโรคต่อคนหลายร้อยคนก็เป็นได้?


5 โรคเต้นรำผิดปกติ (Dancing Plague)

การระบาดลึกลับอันดับนี้ต้องย้อนกลับไปหลายศตวรรษ ช่วงเดือนกรกฎาคมค.ศ. 1518 ที่สตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส (ขณะนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์) เมื่อสตรีคนหนึ่งชื่อ Troffea เริ่มเต้นรำอย่างเร่าร้อนบนท้องถนนในสตราสบูร์กโดยไม่หยุด   และที่แปลกคือคนแถวๆ นั้นก็มาเต้นเข้าร่วมอีก และภายในหนึ่งสัปดาห์ก็มีคนเต้น 40 คน และอีกเดือนก็ เพิ่มจำนวนมากถึง 400 คน ซึ่งบางส่วนได้เสียชีวิตจากหัวใจวาย สมองขาดเลือดหรืออ่อนเพลีย

จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเหตุใดจึงเต้นรำจนเสียชีวิต บ้างก็ว่าสาเหตุมาจากเรื่องเหนือธรรมชาติ  ส่วน ทางการกลับสนับสนุนให้คนเต้นรำมากขึ้น กระทั่งสร้างเวทีไม้ เพราะพวกเขาเชื่อว่าผู้เต้นรำจะมีอาการดีขึ้นเฉพาะเมื่อเต้นรำต่อเนื่องกันทั้งกลางวันกลางคืนเท่านั้น บ้างถึงกับจ้างนักดนตรีให้มาบรรเลงเพลงด้วย


4.โปเกมอนช็อก (Pokémon Shock)  

Datei:EP0381.jpg

เมื่อปี 1997 เด็กชาวญี่ปุ่นเกือบทั่วประเทศ 700 คนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล หลังจากที่ทุกคนได้ดูรายการการ์ตูนยอมนิยมโปเกมอน ตอน “Denno Senshi Porygon” (ตอนที่ 38) ออกอากาศ ซึ่งต่อมาเรียกเหตุการณ์นี้ว่า โปเกมอนช็อก (Pokémon Shock)  ซึ่งสาเหตุมาจากฉากหนึ่งที่มีไฟกระพริบเจิดจ้าแสบตาที่มาจากการซ็อกไฟฟ้าของปิกาจู ให้เด็กเห็นเกิดโรคลมชัก

อาจจะดูไร้สาระที่รายการโทรทัศน์ทำให้คนป่วย แต่ก็ยังมีอีกตัวอย่างหนึ่งที่คล้ายๆ กัน คือละครทีวีโปตุเกส Morangos COM Açúcar (สตรอเบอร์รี่กับน้ำตาล) ที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่น ในปี 2006 หลังออกอากาศไปก็มีหลายคนป่วยคล้ายกับตัวละครในละครทีวี คือผื่นขึ้น หายใจลำบาก วิงเวียน ศีรษะ จนทางการต้องปิดการเรียนมาแล้ว


3.โรคเหงื่อปีการ์ดี (The Picardy Sweat)

               

             คุณอาจเคยได้ยินโรคเหงื่อออก (หรือภาษาฝรั่งเศส The Sweating Sickness) มันเป็นโรคที่พบเฉพาะในยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 15 และ 16 ซึ่งมีผู้ติดโรคมากพอสมควร

                เชื่อว่าต้นตอของโรคนี้เกิดจากทหารรับจ้างฝรั่งเศสที่ไปรบสงครามกุหลาบ แล้วนำมาติดในอังกฤษ และฝรั่งเศส ที่น่ากลัวคือคนที่ป่วยเป็นโรคนี้โอกาสจะตายเกือบจะร้อยละ 50 โดยผู้ที่เป็นจะเริ่มรู้สึกสั่นเย็นๆ(บางทีรุนแรงมาก) วิงเวียน, ปวดศีรษะ และปวดอย่างรุนแรงที่คอและไหล่ เหนื่อยมาก และครึ่งชั่วโมงผ่านไปเหงื่อออก ร้อน ปวดหัว เพ้อ ชีพจรเต้นเร็ว สั่น กระหายน้ำ และปวดหัว  สุดท้ายก็ตาย

                สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบเกี่ยวกับการระบาดโรคนี้ คือจู่ๆ มันก็หายตัวไป หลังจากที่มันแพร่ในช่วงปลายยุค 1500 แต่หลังจากนั้นมันก็เริ่มลดลง จนปี 1578 มันก็หายไปโดยสมบูรณ์ไม่มีร่องรอยปรากฏอยู่เลย

                อย่างไรก็ตาม 100 ปีต่อมาในแคว้นปีการ์ดี โรคเหงื่อออกก็เกิดขึ้นอีกครั้ง และมันระบาดจนกระทั่งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 6000 คน หลังจากนั้นในปี 1906 มันก็หายไปอีกครั้ง พร้อมกับทิ้งปริศนาสาเหตุของโรคที่ยังไม่สามารถไขได้ในปัจจุบันว่ามันเกิดขึ้นมาได้ยังไง


2.โรคพยักหน้า (Nodding Disease)

มันคงเลวร้ายมากหาก โรคหนึ่งที่ทำให้มนุษย์คนหนึ่งพิการทั้งร่างกายและจิตใจ โดยที่ไม่มีทางรักษา และไม่หาสาเหตุต้นตอของมันได้ และเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อโรคนั้นทำให้เหยื่อของมันพยักหน้า ชักตลอด เวลา ไม่ว่าจะเป็นยามกินหรือนอน

ประมาณปี 1962 ทางภาคใต้ของซูดาน แทนซาเนีย และยูกันดา มีการระบาดโรคร้ายแรง โรคหนึ่งชื่อ โรคพยักหน้า ซึ่งยังคงระบาดถึงตอนนี้ ส่วนใหญ่ ผู้ป่วยเป็นโรคนี้ จะเป็นเด็กอายุ 5 ขวบถึง 15 ปี และพวกเขาพิการและทุกข์ทรมานตลอดชีวิต

 แม้ว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะไม่ทราบสาเหตุของโรคนี้ แต่เชื่อว่าสาเหตุน่าจะเป็นพยาธิปรสิตสายพันธุ์หนึ่งในแม่น้ำ ที่ทำให้เกิดอาการป่วย แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด และไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้


1. ดราโมเมเนีย (Dromomania)

             1 wanderer_000091179503_Small  

            ในปี 1886 ผู้ชายคนหนึ่งชื่ออิลเบิร์ต ดาดาส ได้เข้ารับการรักษาที๋โรงพยาบาลในเมืองบอร์กโดซ์เขามีสภาพร่างกายเหนื่อยล้า และความจำไม่ค่อยดีนัก  จาการสืบสวนพบว่าชายคนนี้หายตัวไปดื้อๆ ไม่มีใครทราบเลยว่าเขาหายไปไหน

                ต่อมาเรื่องราวของดาดาสได้ออกมาเปิดเผยว่า ที่หายตัวไป เพราะเขาเดินทางหลายร้อยไมล์โดยไม่ ด้วยเท้าเปล่า โดยเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่าเขาได้เดินจากฝรั่งเศสไปรัสเซีย ที่แปลกคือ เขาจำเรื่องราวระหว่างเดินทางท่องเที่ยวไม่ได้เลย แถมทำโดยไม่รู้สึกตัว ซึ่งต่อมาทำให้แพทย์ได้ตั้งชื่อโรคของเขาว่า  โรค ดราโมเมเนีย โรคคลั่งการท่องเที่ยว หรือ ”พยาธิวิทยานักท่องเที่ยว”

                ดราโมเมเนีย โรคคลั่งการท่องเที่ยว เป็นโรคทางจิตชนิดหนึ่ง อยากตะลุยโลกไปเรื่อย ๆ แบบหยุดไม่อยู่ ผู้ป่วยก็มักจะไม่รู้ตัว ไม่แคร์แม้ว่าเงินและกำลังจะมีอยู่เท่าไร ไม่สนใจว่าจะต้องละทิ้งหน้าที่การงาน ครอบครัว ชีวิตประจำวัน หรือชีวิตตนเองเลยแม้แต่น้อย

                ในปีที่ผ่านมาโรคนี้เป็นโรคระบาดสั้นๆ และลึกลับที่เคยเกิดขึ้นในฝรั่งเศสช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ก่อนที่จะหายไป และกลับมาอีกครั้ง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์พยายามที่จะศึกษามัน ในการประชุมจิตเวชในน็องต์ในปี 1909 นักวิชาการต่างๆ พยายามหาเหตุผลเข้าข้างตนเพื่อหาสาเหตุของโรค แต่สุดท้ายก็ไม่มีคำตอบที่น่าพอใจมากนัก ทำให้สาเหตุโรค ยังคงลึกลับจนถึงปัจจุบัน



อ้างอิง

http://listverse.com/2016/05/13/10-weird-epidemics-that-remain-a-mystery/

 

ปล.บทความนี้ บางอันดับอาจซ้ำ “10 โรคลึกลับ” ที่ผมเขียนนานมาแล้วนะครับ และบางอันดับไม่สอดคล้องจากข้อมูลหลายแหล่ง หรือไม่แน่ใจว่ามันถูกต้องหรือไม่ ถึงจึงขอเปลี่ยน หรือตัดออก หากผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 767 : 10 โรคระบาดลึกลับ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3565 , โพส : 1 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 21692
ตอนนี้ดีมากๆๆเลย ไม่เคยรุ่เลยว่ามีไรแบบนี้ด้วย สมัยก่อนมีแต่แปลกๆเนาะ น่ากลัวอะ ;-;
Name : Kyudutchie < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kyudutchie [ IP : 182.232.112.121 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กันยายน 2559 / 22:31

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android