คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 733 : 9 เรื่องน่ากลัวของวิญญาณทำร้ายคน (ภาค 2)


     อัพเดท 6 พ.ย. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,120 Overall : 2,739,005
22,175 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7172 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 733 : 9 เรื่องน่ากลัวของวิญญาณทำร้ายคน (ภาค 2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4194 , โพส : 3 , Rating : 0% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


             ปกติหากพูดถึงบ้านผีสิง เราก็นึกถึงปรากฏการณ์ประหลาดในบ้าน เช่น ข้าวของขยับเองได้ หรือผีปรากฏตัวมาแบบแปลกๆ (เป็นเสียง เป็นเงา หรือกลิ่น) โชคดีผีส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำร้ายคนในบ้านมากนัก แต่อย่างไรก็ตามผีในบทความนี้ นอกจากจะสร้างความหลอนแล้ว มันยังสร้างความเลวร้ายต่อมนุษย์ด้วย จนบางครั้งก็ถึงแก่ชีวิตก็มี!!


9 หลอนครอบครัวโคลอซิโม  (The Colosimo Family Haunting)

Spotsylvania

ในฤดูร้อนของปี 1986 ครอบครัวโคลอซิโม  ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังหนึ่งในสปอตซิลเวเนีย เวอร์จิเนีย ไม่นานที่ย้ายเข้ามาอยู่ พวกเขาก็เริ่มสังเกตว่าห้องนอนของลูกสาวตัวน้อยของพวกเขาหนาวเย็นผิดปกติแบบไม่ทราบสาเหตุ เพื่อนบ้านจึงบอกว่าบ้านที่พวกเขาอยู่นั้นอาจมีผีสิง และแนะนำให้แขวนลูกประคำหน้าห้อง ซึ่งโคลอซิโมนั้นเป็นครอบครับคาทอลิกจึงได้แขวนลูกประคำ และให้พระมาให้พรที่บ้าน

อย่างไรก็ตาม ประมาณหนึ่งสัปดาห์ต่อมา มันเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม หนังสือได้บินออกจากชั้นวาง ประตูถูกฉีกจากบานพับ และลูกประคำถูกโยนข้ามห้อง ส่วนไม้กางเขนถูกฝังอยู่ในผนัง หลังจากถูกรบกวนครอบครัวโคลอซิโมจึงเรียกร่างทรงมาช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถไล่ผีออกไปด้วย สองสัปดาห์ต่อมาพวกเขาจึงเรียกแม่มดมาช่วย โดยเธอบอกว่าในบ้านนั้นมีวิญญาณของทหารสัมพันธมิตร 16 ปีวนเวียนอยู่ เธอบอกว่าวิญญาณนี้ถูกเชิญเข้ามาในบ้านโดยเด็กคนหนึ่งที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ แม่มดยังบอกว่าสาเหตุที่เกิดเหตุการณ์ประหลาดในบ้านเพราะมันกลัวโดนขับไล่ และหลังจากแม่มดสื่อสารกับวิญญาณเรื่องแปลกๆ ในบ้านก็ไม่เกิดขึ้นอีกเลย

 

8. The Flat Rock Haunting

flatrock

ในเดือนพฤศจิกายน 1954 ไมค์ พาร์สันส์และครอบครัวของเขาต้องทุกข์ระทมเมื่อพวกเขาเผชิญกับเหตุไฟไหม้ลึกลับ ในฟาร์มของเขาที่แฟล็ท ร็อค นิวฟันด์แลนด์ แคนาดา  ตอนแรกเป็นกล่องไม้ และวัตถุไวไฟรอบๆ บ้านติดไฟ ไม่กี่วันต่อมาพาร์สันส์ได้กลิ่นควันเมื่อสำรวจดูก็พบว่ากระสอบน้ำตาลในครัวระเบิดลุกเป็นไฟ  นอกจากนี้ก็ยังมีตุ๊กตา ม้านั่ง และมันรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไฟไหม้ในมุมห้องนอนทั้งที่ไม่มีไฟฟ้าหรือเตาผิง

จากการสืบสวน พบว่าเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการลอบวางเพลิงโดยเจตนา แต่ก็ไม่ทราบสาเหตุ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เชิญนักบวชมาให้ศีลให้พรในบ้าน ก็ไม่เกิดเหตุไฟไหม้ลึกลับขึ้นอีกเลย


7. พระราชวังแดงหลอน (The Red Palace Haunting)

redpalace

ในเดือนพฤษภาคม ปี 1908 นักการทูตฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ในอิสตันบูล ประเทศตุรกี ระบุชื่อเพียงชื่อ เอ็ม. คอนสแตนส์ ได้ขอลากลับประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจากแหล่งข่าวระบุสาเหตุว่าเขาและภรรยาถูกคุกคามโดยผีใน “พระราชวังแดง” ชื่อบ้านที่เขาอาศัยอยู่ในช่วงฤดูร้อน เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณเจ้าชายยิปซีแลนที ( Ypsolanti) ที่ได้แขวนคอตนเองในพระราชวังแดงในปีผ่านมา

คอนสแตนส์ได้อธิบายว่า ผีที่เขาเห็นตัวใหญ่มาก ในคืนหนึ่งเขาถูกผลักออกจากเตียงตนเอง บางครั้งก็มีบางสิ่งบางอย่างยกเตียงเขาขึ้น ทั้งๆ ที่ไม่ใครอยู่เลยในตอนนั้น แม้แต่ภรรยาของเขาก็ตกเป็นเหยื่อ พร้อมกับความรุนแรงที่เริ่มมากขึ้น มีครึ่งหนึ่งเธอถูกผลักตกบันไดด้วยพลังที่มองไม่เห็น อีกครั้งขณะเธอเดินไปสวนก็พบสิ่งมีชีวิตคล้ายแพะเข้ามาทำร้าย กระแทกและทุบเธอจนได้รับบาดเจ็บ และมีข่าวว่าคนในสถานทูตสี่คนเสียชีวิตอย่างลึกลับในช่วงเวลาติดกันด้วย

เอกคัตราชทูตคอนสแตนส์ได้เสริมว่าเขาไม่ได้เชื่อเรื่องโชคลาง เพียงแต่เขาเหนื่อยหน่ายกับทางการตรุกีที่ไม่จัดการกับผีที่ก่อกวนพวกเขาสักเท่าไหร่


6. ถนนหลอนโอลด์เนล (The Oldnall Road Haunting)

ถนน

ในพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศอังกฤษ มีถนนเล็กๆ ระยะสั้นๆ หนึ่งเรียกว่าถนนโอลด์เนล ที่มีชื่อเสียงว่าเป็นถนนที่มีอุบัติเหตุรถยนต์แบบผิดปกติหลายคน บางรายก็เสียชีวิต มีบางคนเชื่อว่ามันเป็นถนนผีสิง เพราะมีคนขับรถอ้างว่าขณะที่พวกเขาขับรถช่วงกลางถนน เขาได้เห็นเด็กสาวคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าจากยุควิคตอเรีย

อย่างไรก็ตาม หลังจากพวกเขาออกจากรถ ก็พบว่าเด็กสาวคนนั้นได้หายไปแล้ว แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะงงงันกับการปรากฏตัวของเด็กสาว แต่เชื่อว่าสาเหตุที่เกิดจากอุบัติเหตุบ่อยๆ ก็เพราะคนขับรถเร็วในขณะที่ถนนลื่นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่อย่างไรก็ตามคนขับรถยืนยันว่าถนนที่พวกเขาขับก่อนอุบัติเหตุนั้นแห้ง ไม่มีเหตุเกิดอุบัติเหตุเลยแม้แต่น้อย

 

5. ผีไฟแห่งแคลิโดเนีย มิลส์  (The Fire Spook of Caledonia Mills)

รูปภาพจะ

แคลิโดเนีย มิลส์เป็นชุมชนชนบทในโนวาสโกเชีย ประเทศแคนาดา ที่นั้นมีฟาร์มแห่งหนึ่งที่ถูกคุกคามโดยวิญญาณที่มองไม่เห็น มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อคืนหนึ่งในเดือนมกราคม ประมาณปี 1900 เจเน็ต แมคโดนัลด์ ได้ด่าแม่ผู้ชราของเธอ พร้อมกับแช่งแม่ว่าขอให้ปีศาจจากนรกนำวิญญาณแม่ไปก่อนเก้าโมงเช้าวันพรุ่งนี้ แล้วเธอก็ออกไป  พอกลับมาตอนเช้าวันถัดมา เวลา 9.00 น. ก็พบแม่ของเธอเสียชีวิตแล้ว หลังจากนั้นเหตุการณ์แปลกๆ ก็เกิดขึ้นรอบบ้าน เช่น วัตถุหลายชิ้นหายไปจากบ้าน และพวกเขาพบอุปกรณ์ฟาร์มถูกเคลื่อนย้ายทั้งๆ ที่ไม่มีใครแตะต้อง หรือแม้กระทั่งหางสัตว์ในยุ้งฉางถูกถักทั้งๆ ที่ไม่มีใครได้ทำมัน

และแล้วเรื่องน่ากลัวก็เกิดขึ้น เมื่อเดือนมกราคม 1922 ในช่วงพายุหิมะ แมรี่ เอลเลน แมคโดนัลด์ได้ไปขอช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ว่าตอนนี้บ้านและบริเวณบ้านถูกไฟไหม้ลึกลับแบบไร้สาตุ พร้อมการเกิดระเบิดลุกเป็นสีฟ้า รวมได้ 38 ครั้ง และคืนนั้นครอบครัวก็ออกจากบ้าน และไม่กลับมาเลย

บางคนเชื่อว่าเป้าหมายของวิญญาณของเอลลี่ เอลเลน แต่บางคนเชื่อว่แม่ที่ตายของเจเน็ตได้สาปแช่งทุกคนในบ้าน จนถึงทุกวันนี้ความแค้นก็ไม่สิ้นสุด เพราะเดือนพฤษภาคม 1971 ก็เกิดไฟไหม้บ้านลึกลับขึ้นอีกครั้ง


4. แม่มดเบลล์หลอน (The Bell Witch Haunting)

bellwitch

ชาวนาคนหนึ่งจอห์น เบลล์ และภรรยา พร้อมด้วยลูก และทาสของเขาได้อาศัยในบ้าน ใกล้อดัมส์ มลรัฐเทนเนสซี อเมริกา ตั้งแต่ต้นปี 1800 -1817 ตามตำนานเริ่มต้นขึ้น เมื่อเขาได้ไปยิงสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งที่หัวเป็นสุนัขแต่ตัวเป็นกระต่ายเข้า  (หรือบางตำนานจอห์นได้ไปโกงหญิงชราชื่อ เคท เบลล์เข้า เธอเลยสาปแช่งจองล้างจองผลาญบ้านนี้ตลอดไป) ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด นับจากนั้น ครอบครัวเบลล์ก็พบกับเรื่องประหลาด มันเริ่มต้นเมื่อมีเสียงลึกลับ และเสียงลมคล้ายเสียงร้องเพลงของหญิงชราคนหนึ่ง

เมื่อเวลาล่วงเลยไปความเลวร้ายยิ่งมากขึ้น เมื่อลูกสาวของจอห์น ชื่อ เบ็ตซี่ถูกทำร้ายร่างกายโดยสิ่งที่มองไม่เห็นขณะนอนหลับ เนื้อตัวของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกซ้ำและรอยกัด เพื่อนบ้านยังได้เห็นวัตถุบินไปรอบๆ บ้านด้งย และด้วยความแปลกประหลาดนั้นเอง ทำให้หลายคนจากต่างถิ่นมาเยี่ยมเยือนครอบครัวเบลล์ไม่ขาดสาย รวมไปถึงประธานาธิบดีแอนดรูว์ แจ๊กสันได้มาเยี่ยมในปี 1819 และได้พบเรื่องแปลกประหลาดเมื่อม้าของเขาไม่กล้าเข้าไปใกล้บ้านครอบครัวเบลล์

ในปี 1820 จอห์นเสียชีวิตขณะอายุ 70 ปี แต่เรื่องราวแปลกก็ยังไม่ยุติ ครอบครัวของเขาได้พบขวดเล็กๆ ใบหนึ่งที่มีของเหลวลึกลับอยู่ในนั้น จึงลองเอาไปให้แมวกิน ก็พบว่าแมวเสียชีวิต ทันที และระหว่างงานศพของจอห์นก็มีเสียงหัวเราะและร้องเพลงของหญิงชรา การก่อกวนของวิญญาณก็ยังคงอยู่แม้ว่าภรรยาม่ายของจอห์นจะเสียชีวิต และทายาทสุดท้ายของครอบครัวเบลล์เสียชีวิตลง เหลือไว้แต่เพียงเรื่องราวลึกลับอันเป็นตำนานปิศาจที่รู้จักกันดีอีกเรื่องหนึ่ง


3.สิ่งลี้ลับแห่งเบิร์กเลย์ สแควร์  (The Nameless Thing Of Berkeley Square)

50 เบิร์กเลย์ สแควร์ บ้านทาวน์เฮ้าส์แห่งกรุงลอนดอน ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านผีสิงเฮี้ยนที่สุดของอังกฤษ และนอกจากเหนือจากเป็นที่อยู่ของวิญญาณร้ายแล้ว ยังมีสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดบางอย่างอาศัยอยู่ด้วย  

ในปี 1840 เซอร์โรเบิร์ต  วอร์บอย ได้ยินข่าวลือความเฮี้ยนของบ้านหลังนี้ จึงคิดอยากลองของด้วยการขอไปค้างคืนในห้องพักชั้น 2 ที่กล่าวว่าเป็นห้องที่น่ากลัวที่สุด เพื่อความปลอดภัยท่านเซอร์จึงพกปืนติดตัวไปด้วย จนเวลาผ่านไปหลังเที่ยงคืนก็มีคนได้เสียงปืนต่อสู้จากชั้นบนของทาวน์เฮ้าส์ เมื่อยามขึ้นไปและทุบประตูห้องก็พบศพของท่านเซอร์ที่ใบหน้าบิดเบี้ยวเหมือนเห็นอะไรบางอย่างน่ากลัวมาก

เรื่องราวไม่ได้จบเพียงเท่านี้ ในคืนหนึ่งของปี 1943  สองลูกเรือ โรเบิร์ต มาร์ติน และเอ็ดเวิร์ด บลันเดนได้เมามายและตัดสินใจที่จะค้างคืนบ้านร้างผีเฮี้ยนหลังนี้   ขณะที่สองลูกเรืองผล็อยหลับอยู่ห้องพักชั้น ๒ ของบ้านอยู่นั้น หลังเที่ยงคืนพวกเขาตื่นเพราะได้ยินเสียงดังเอี๊ยดบานพักประตู และแล้วพวกเขาก็เห็นสิ่งลึกลับอะไรบางอย่างที่เปียกลื่นไหลคลานลากอยู่บนพื้นไม้ มันเปิดประตูเข้ามาหาพวกเขา มาร์ตินได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่เขาไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้นอกจากเป็น "อสุรกายน่าเกลียดน่ากลัว" ที่มีหนวดเหมือนปลาหมึก  ทันใดนั้นเจ้าสัตว์ประหลาดก็กระโจนเข้าไปทำร้ายบลัดเดนด้วยการพันรัดคอของเขาMartin มาร์ตินกรีดร้องลั่นตกใจกลัวจึงรีบวิ่งออกมาข้างออกบ้าน แม้พาคนอื่นกลับเข้ามาในบ้านก็พบร่างของบลันเดนในชั้นใต้ดิน ในสภาพคอหัก และดวงตาเบิกโพลง


2. คำสาปแช่งหลุมศพของคลาร์ล พรูอิท  (The Cursed Grave of Carl Pruitt)

carlpruitt

เรื่องราวของคำสาปแช่งหลุมศพของคลาร์ล พรูอิท  เริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่าย มิถุนายน 1938 ที่ภาคตะวันออกของเคนตั๊กกี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ชายคนหนึ่งชื่อคลาร์ล พรูอิทได้กลับมาจากที่ทำงาน และกำลังหาภรรยาของเขาในห้องครัว หากแต่เขากลับพบว่าภรรยาของเขานอกใจอยู่กับชายอื่นในห้องนอน  และนั้นทำให้เขาโกรธจึงคว้าโซ่และรัดคอของเธอ ในขณะที่ชายชู้หนีไป หลังจากที่ภรรยาตาย พรูอิทก็ฆ่าตัวตาย

                ครอบครัวของภรรยาพรูอิทโกรธแค้นพรูอิน และนั้นทำให้เขาถูกฝังในเมืองอื่น และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของคำสาป เมื่อเด็กหนุ่มคนหนึ่งโยนก้อนหินใส่หลุมฝังศพ และเขาก็ถูกฆ่าตายในขณะขี่จักรยานกลับบ้าน และจู่ๆ ก็สูญเสียการควบคุมโดยอะไรบางอย่าง จักรยานเขาเกิดอุบัติเหตุแล้วโซ่จักรยานหลุดออกมาและรัดคอเด็กหนุ่มตาย

สัปดาห์ต่อมา แม่ของเด็กได้เอาขวานและทำลายหลุมฝังศพ ต่อมาในขณะที่เธอแขวนเสื้อ ราวตากผ้าของเธอก็ได้หลุดออกแล้วก็รัดคอเธอเสียชีวิต (ราวตากผ้าทำจากห่วงโซ่)

                ในที่สุดชาวบ้านก็พบว่าหลุมศพของพรูอิทอันตราย จึงพยายามเลี่ยงห่างจากสุสานของเขาเพราะกลัวคำสาป หากแต่บางคนก็อยากลองของ มีชายคนหนึ่งคิดจะทำลายสุสานด้วยค้อน แต่พอเอาค้อนทุบจู่ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องทำให้ชายคนนั้นตกใจแล้วหนีไป และก็เสียชีวิตจากการโดนโซ่รัดคอตาย ต่อมาชาวเมืองก็จัดการย้ายศพอื่นๆ ไปไว้ที่แห่งใหม่ และปล่อยให้หลุมศพของพรูอินทิ้งร้างปกคลุมเต็มไปด้วยวัชพืช ในปี 1950 หลุมฝังศพของพรูอิทได้ถูกทำลายเพราะต้องการสร้างที่แห่งใหม่ น่าแปลกที่ไม่มีใครตายในจากการลบหลู่ครั้งนี้เลย


1.เรื่องแปลกของเอลิซ่า แลม (The Strange Case Of Elisa Lam)

 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2013 สาวชาวเอเซีย-แคนาดาอายุ 21 ปีคนหนึ่งชื่อเอลิซ่า แลม ได้เดินทางมาคนเดินเตียว เพื่อไปเที่ยวในสหรัฐ และได้ไปพักที่โรงแรมเซซิล (Cecil Hotel ) ใจกลางเมืองลอสแอนเจลิส หากแต่หลังจากนั้นประมาณสามวันเธอก็หายไปอย่างลึกลับ

แน่นอนว่าพ่อแม่ของเอลิซ่าเป็นห่วงเธอ จึงได้ติดต่อตำรวจให้ตามหา แต่ไม่มีใครพบตัวเธอเลยแม้แต่น้อย ไม่กี่วันต่อมาตำรวจได้เปิดเผยกล้องวงจรปิดของลิฟท์ของโรงแรมที่ซึ่งจับภาพอลิซ่าขณะมีชีวิตครั้งสุดท้ายก่อนที่จะหายตัวไปเอาไว้เพื่อหวังหาคนรู้เบาะแสการหายตัวของเธอ

อย่างไรก็ตาม แทนที่ทำให้เรื่องคืบหน้า กลับทำให้หลายฝ่ายคนขนหัวลุกไปตามๆ กัน เพราะสิ่งที่ปรากฏในภาพนั้นไม่สามารถอธิบายได้ จาก ภาพกล้องวงจรปิด ถ่ายเมื่อเวลา 1.31 นาฬิกา ความยาว 4 นาที กล้องจับภาพเอลิซ่ากดปุ่มลิฟท์เพื่อหวังทำงาน แต่ลิฟท์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะทำงาน ทันใดนั้นเองเธอก็เริ่มแสดงพฤติกรรมประหลาด เหมือนกับว่ามีบางอย่างน่ากลัวที่กำลังใกล้เข้ามา เธอกังวลอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นก็พยายามกดปุ่มลิฟท์หลายครั้ง แต่ประตูลิฟท์ก็ยังค้างอยู่อย่างงั้น หลังจากนั้นเธอก็ออกนอกลิฟท์แล้วคุยอะไรบางอย่างที่ไม่มีตัวตน ก่อนที่เดินห่างจากตัวลิฟท์ หายไปจากหน้าจอ ไม่รู้ว่าเธอไปที่ใด จากนั้นจู่ๆ ลิฟท์ก็เลื่อนเปิด ปิดเอง ทั้งที่เวลานั้นไม่มีใครเข้ามาใช้บริการลิฟท์เลยแม้แต่น้อย และนั่นเป็นภาพสุดท้ายของเอลิซ่าที่ยังมีชีวิตอยู่

สอง-สามสัปดาห์ต่อมายังคงไม่มีใครได้เบาะแสการหายตัวไปของอลิซ่า แลม จนกระทั่งคนงานซ่อมบำรุงได้ไปตรวจสอบถังเก็บน้ำ หลังจากแขกที่มาพักบ่นว่าน้ำเน่าเหม็นแบบแปลกๆ และเมื่อตรวจสอบหนึ่งในถังเก็บน้ำบนชั้นบนของโรงแรม พวกเขาก็พบศพอลิซ่า แลมจมในน้ำในถัง จากการชันสูตรก็ไม่พบร่องรอยบาดเจ็บ หรือยาเสพติดใดๆ ทั้งสิ้น และสาเหตุการตายคือจมน้ำ ดังนั้นตำรวจจึงสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต

การตายของอลิซ่าทำให้หลายคนออกมาแสดงความเห็นว่าน่าจะเป็นฝีมือของวิญญาณ ยิ่งตรวจสอบประวัติโรงแรมก็พบเรื่องแปลกประหลาดมากมายเพราะมันเคยเป็นที่อยู่อาศัยของฆาตกรต่อเนื่อง ดังๆ อย่างริชาร์ด รามิเรศ และเป็นที่พบเห็นอลิซาเบธ ซอร์ต หรือดอกรักเร่สีดำในคืนก่อนที่จะพบเป็นศพ นอกจากนี้ยังมีสถิตแขกที่มาพักฆ่าตัวตายในโรงแรมแห่งนี้สูงมากผิดปกติ

             นอกจากนี้ยังมีหลายเรื่องที่อธิบายไม่ได้ เป็นต้นว่า         หลังจากที่เอลิซ่าออกจากลิฟท์   รู้เพราะอะไร เธอผ่านระบบความรักษาความปลอดภัยของโรงแรม ขึ้นไปบนด่านฟ้าของโรงแรม เดินไปยังถังเก็บน้ำ เปิดถังน้ำที่หนักเกินกว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะเปิดได้  จากนั้นก็โดดลงเพื่อจมน้ำตาย แน่นอนว่ามีข้อสันนิษฐานมากมาย เป็นต้นว่า เธอมีอาการจิตเภทโรคสองขั้ว เห็นภาพหลอน ไปจนถึงเธอเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายอะไรทางวิทยาศาสตร์ ก่อนพบจุดจบแบบสยอง

                ทุกวันนี้เรื่องของอลิซ่า แลมยังคงลึกลับ



อ้างอิง

http://www.toptenz.net/10-creepy-cases-of-violent-poltergeists-and-ghosts.php

ปล.ความจริงแล้วมี 10 อันดับ แต่มีบางเรื่องที่ผมแปลแล้ว จึงไม่อยากเอามาซ้ำมากนัก จึงตัดหนึ่งอันดับ และใส่แทนอีกหนึ่งอันดับครับ



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 733 : 9 เรื่องน่ากลัวของวิญญาณทำร้ายคน (ภาค 2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4194 , โพส : 3 , Rating : 0% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 21463
เอลิซ่า แลม น่าจะเป็นผีมือคนมากกว่า
Name : ♣♦yuyu♥♠ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ♣♦yuyu♥♠ [ IP : 27.145.52.112 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มกราคม 2559 / 14:58
# 2 : ความคิดเห็นที่ 21383
หลอนโว้ย อ่านตอนตีสอง
Name : solomon1141 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ solomon1141 [ IP : 27.55.67.226 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ตุลาคม 2558 / 02:41
# 1 : ความคิดเห็นที่ 21382
น่ากลัวว TwT #ทำไมเราต้องอ่านตอนกลางคืน
PS.  ไม่เคยเข้าใจ และไม่อยากเข้าใจ..
Name : นังสำอร. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นังสำอร. [ IP : 49.228.96.192 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ตุลาคม 2558 / 21:22
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android