คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 689 : 10 การเผชิญหน้ามนุษย์ต่างดาวที่น่ากลัว


     อัพเดท 21 มี.ค. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,284 Overall : 2,763,866
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7219 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 689 : 10 การเผชิญหน้ามนุษย์ต่างดาวที่น่ากลัว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2070 , โพส : 3 , Rating : 0% / 3 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


10 อันดับต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของมนุษย์ที่อ้างว่าถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว หลายเหตุการณ์มีทั้งพิศวง  ประหลาด  และน่าขยะแขยงเหลือเชื่อ จนถึงปัจจุบันก็ยังคงหยิบยกมาพูดถึงกันอย่างไม่รู้จบ มันเป็นเรื่องจริง หรือสิ่งที่กุขึ้นจากจินตนาการของพวกเขากันแน่? คุณเท่านั้นจะตัดสิน

 

10. เบ็ตตี้ และบาร์นีย์ ฮิลส์ (Betty and Barney Hill)


          ถือว่าเป็นเหตุการณ์มนุษย์ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวที่มีชื่อเสียง และเป็นข่าวครั้งแรก เมื่อวันที่
19 กันยายน 1961 สองสามีภรรยาเบ็ตตี้ และบาร์นีย์ ฮิลส์ กำลังอยู่ในระหว่างทางกลับบ้านจากการพักร้องที่ประเทศแคนาดา ขณะที่ขับรถผ่านเมืองไวท์ เมาเทนส์ ของรัฐนิว แฮมเชียร์อยู่นั้น  พวกเขาก็ได้เห็นแสงสว่างบนท้องฟ้า ตอนแรกทั้งคู่คิดว่าเป็นดาวตก ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงจอดรถ บาร์นีย์หยิบกล้องส่องทางไกลส่องดูก็พบมนุษย์ต่างดาวอย่างน้อย 6 ร่างอยู่ด้านหลังกระจกของยานยูเอฟโอ

จากนั้นยูเอฟโอก็มุ่งตรงมายังพวกเขา ด้วยความกลัวพวกเขาจึงกระโดดกลับเข้าไปในรถ และเหยียบคันเร่งหนีมา  หากแต่แสงสว่างยังไล่ตาม  ไม่นานพวกเขาก็ได้ยินเสียงประหลาดจากด้านหลัง และทำให้เป็นอัมพาต

เมื่อเบ็ตตี้ และบาร์นีย์รู้สึกตัวอีกทีพวกเขาก็พบว่าพวกเขาจำเรื่องสองชั่วโมงก่อนหน้าไม่ได้เลย อีกทั้งทุกข์ทรมานจากฝันร้ายที่แปลกประหลาด จนต้องส่งไปให้จิตแพทย์บำบัดสะกดจิตปลดล็อกความทรงจำที่หายไป ก็พบว่าชั่วโมงที่หายไปนั้นทั้งคู่ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว ขึ้นบนยานบิน ทำการทดลองหลายอย่าง พร้อมเอาตัวอย่างของผิวหนังและน้ำอสุจิไปด้วย ก่อนที่จะปล่อยตัวพวกเขาไปไว้จุดเดิม

 

9. วิตลีย์ สไตรค์ (Whitley Strieber)


         ในช่วงวันหยุดคริสต์มาสในปี
1985 นักเขียนคนหนึ่งชื่อวิตลีย์ สไตรค์ ที่มีผลงานนิยายที่รู้จักกันดีเรื่อง “The Wolfen” (1978) และ “The Hunger” (1981) กำลังพักอาศัยอยู่กับครอบครัวของเขา ในกระท่อมที่ห่างไกลในตอนเหนือของรัฐนิวยอร์ก   จนกระทั่งคืนวันที่ 26 ธันวาคมเขาก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงแปลก ๆ  และเขาก็ได้พบสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดในห้องของเขา

หลังจากที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิต ไม่กี่นาทีต่อมาวิตลีย์ ก็มารู้สึกตัวอีกทีในสภาพนั่งอยู่ป่าใกล้กระท่อม และจำช่วงเวลาก่อนหน้านั้นไม่ได้ ต่อมาเขาตัดสินใจรับการสะกดจิตกู้ความทรงจำคืนมา ในที่สุดก็สามารถจำได้ว่าคืนนั้นเขาถูกลอยออกจากห้องเข้าไปในยูเอฟโอที่กำลังรออยู่ที่ไหนสักแห่งในป่าทึบ แล้วเห็นสิ่งมีชีวิตที่มีดูเหมือนหุ่นยนต์ กับบางตัวผอมมีดวงตาสีเข้ม  พวกมันใส่เครื่องเข้าไปตรวจสอบในทวารหนัก พร้อมเอาเข็มยาวแทงเข้าไปในสมองของเขา และเก็บตัวอย่างเลือดจากนิ้วมือเขาไปด้วย

วิตลีย์สาบานว่าเป็นเรื่องจริง แล้วนำความทรงจำนี้มาแต่งเป็นหนังสือในชื่อ “Communion” จนกลายเป็นหนังสือขายดีในเวลาต่อมา


             8. การลักพาตัวบัฟฟ์ เลด (Buff Ledge Abduction)


            เมื่อวันที่
7 สิงหาคม 1968 เกิดเหตุการณ์ลักพาตัวที่แสนประหลาดที่ค่ายฤดูร้อนบัฟฟ์ เลด ในเวอร์มอนต์ พนักงานวัยรุ่นชายหญิงสองคน ไมเคิลและเจเน็ต (Michael & Janet) กำลังนั่งอยู่บนท่าเรือเพลิดเพลินกับพระอาทิตย์ยามบ่าย ทันใดนั้นก็เกิดไฟสว่างได้กระจายเต็มท้องฟ้า เมื่อพวกเขาเฝ้าดูมัน ก็พบว่ามันค่อยๆใกล้เข้ามา จากนั้นก็มีลูกสามไฟขนาดเล็กแตกออกจากไฟขนาดใหญ่ และเริ่มที่จะโผบินอยู่เหนือทะเลสาบ ไฟขนาดเล็กลูกหนึ่งตกลงไปในน้ำ เมื่อผ่านไปได้ไม่กี่นาทีแสงก็ขึ้นบนฟ้า และเริ่มบินเข้ามาใกล้พวกเขา

ขณะที่แสงเริ่มที่จะเข้ามาใกล้มากขึ้น ไมเคิลก็พบว่าแสงนั้นคือยูเอฟโอและเห็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอยู่ข้างใน เขาตะโกนใส่แสง ทันใดนั้นพวกเขาก็กำลังล่องลอยไปในอากาศ วินาทีต่อมาทั้งสองก็กลับมาที่ท่าเรือ และพบว่าไฟก็หายไปแล้ว

ไม่มีใครพูดคุยกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย จนหลายปีต่อมาไมเคิลต้องการอยากรู้สิ่งที่เกิดขึ้น จึงรับการสะกดจิตจนจำได้ว่าเขาและเจเน็ตถูกมนุษย์ต่างดาวที่มีตาขนาดใหญ่  ไม่มีผม  ไม่มีใบหู มีสามนิ้ว มือมีพังผืดลักพาตัว  และติดต่อสื่อสารทางโทรจิตว่าเป็นมิตร หลังจากที่ความทรงจำไมเคิลกลับคืนมา เขาก็ติดต่อเจเน็ต และเธออธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นสอดคล้องกัน

 

7. ชาร์ลส์ แอล. มูดี้ส์ (Charles L. Moody)


           วันที่
13 สิงหาคม 1975 จ่ากองทัพอากาศชาร์ลส์ แอล. มูดี้ส์ กำลังดูฝนดาวตกในทะเลทรายอลาโมของรัฐนิวเม็กซิโกอยู่นั้น เขาก็ได้เห็นยูเอฟโอเรืองแสงสีน้ำเงินขนาดเท่ารถบัสร่อนลงตรงหน้ารถของเขา  

มูดี้ส์รู้สึกไม่ดีเขาจึงรีบขึ้นรถเพื่อหนี  หากแต่เมื่อเขาได้ยินเสียงแหลมสูง  ร่างกายก็เป็นอัมพาต และทุกอย่างก็มืดลง  เมื่อได้รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าจานบินได้หายไป และเขาก็จำหนึ่งชั่วโมงครึ่งก่อนหน้านั้นไม่ได้เลย

ในวันถัดมาเขาเกิดอาการปวดหลังและอาการผื่นแปลกๆ และเมื่อเขาไปหาจิตแพทย์เพื่อการสะกดจิตปลดล็อกความทรงจำที่หายไปกลับคืนมา เขาก็จำได้ว่ามีมนุษย์ต่างดาวสองตัวสองประมาณหกฟุตหัวล้าน ผิวสีเทา สวมชุดสูทสีเงิน เดินเข้ามาใกล้หลังจากเขาเป็นอัมพาต แม้จะพยายามต่อสู้ขัดขืน แต่ก็หมดสติไป เมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีเขาก็พบว่าอยู่บนโต๊ะโลหะในยายยูเอโอ พร้อมกันนั้นมนุษย์ต่างดาวได้สื่อสารทางโทรจิตสื่อสารว่าอีกสองทศวรรษพวกเขาจะกลับมายังโลกอีก

 

6. ลินดา นาโฟลินาโน (Linda Napolitano)


           หนึ่งในเหตุการณ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของผู้ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว ประมาณสามนาฬิกาในตอนเช้า ของวันที่
30 พฤศจิกายน 1989 ในนิวยอร์ก ลินดา นาโฟลินาโนถูกลักพาตัวไปจากอพาร์ตเมนต์ของเธอ และ เธอไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการลักพาตัวผ่านไป แต่หลังการสะกดจิต เธอก็สามารถที่จะประติดประต่อเรื่องเข้าด้วยกัน ไม่ช้าก็จำได้ว่ามีสามมนุษย์ประหลาดตัวสีเทาพาเธอลอยออกจากหน้าต่างไปยังยูเอฟโอที่ลอยอยู่ข้างนอก

การลักพาตัวครั้งนี้มีพยานพบเห็นหลายคน หนึ่งในพยานที่น่าเชื่อถือก็มีบอดี้การ์ดของเลขาธิการสหประชาชาติ ฮาเวียร์ เปเรซ เดอ เควยาร์ (Javier Perez de Cuellar) และบางคนคิดว่าเป็นการถ่ายทำภาพยนตร์นอกสถานที่ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม แม้เหตุการณ์ลักพาตัวนี้จะมีพยานพบเห็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้รับการตรวจสอบเลยแม้แต่น้อย

 

5. อัตโตนีโอ วิลลาส โบแอส (Antonio Villas Boas)


             ตอนกลางคืน ของวันที่
16 ตุลาคม 1957 ชาวนาอายุ 23 ปีคนหนึ่งชื่อ อัตโตนีโอ วิลลาส โบแอส กำลังทำงานขับรถแทรกเตอร์พรวนดินอยู่คนเดียว  ในฟาร์มใกล้กับหมู่บ้านฟรานซินโก เด เซเลา (São Francisco de Sales) เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ทันใดนั้นเขาได้เห็นแสงสีแดงบนท้องฟ้า แสงนั้นเริ่มมุ่งตรงมาหาเขาแล้วมันเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเขาพบว่าแสงนั้นคือยูเอฟโอรูปไข่

ยูเอฟโอจอดลงในไร่  เขาจึงพยายามขับรถแทรกเตอร์หนี หากแต่จู่ๆ เครื่องก็หยุดทำงาน เมื่อเขากระโดดลงจากรถก็ถูกพวกมนุษย์ต่างดาวสวมหมวกกันน็อตและเกราะสีแดงสามตัวที่โผล่จากยานจับเขาลากขึ้นไปบนยาน  

หลังจากเข้าไปในยาน โบแอส ก็ถูกพาไปยังห้องหนึ่ง พร้อมปลดเสื้อผ้าออกจนหมด  และเอาตัวอย่างเลือดของเขาเลือดไป  หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีผู้หญิงสวยเปลือยคนหนึ่งเข้ามา และเริ่มมีเพศสัมพันธ์กับขา  เมื่อเสร็จกิจเธอก็ชี้ที่ท้องของเธอและชี้บนท้องฟ้า ราวกับบอกว่าเธอกำลังมีลูกของเขา หลังจากนั้นโบแอส ก็ถูกนำตัวปล่อยตัวลงจากยาน  ก่อนที่ยานจะบินหายวับบนท้องฟ้า

โบแอสเสียชีวิตในปี 1992 จนบัดนี้ยังไม่มีใครพิสูจน์เรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก  


              4. เหตุการณ์ลักพาตัวที่อัลลากาช (Allagash Abductions)


              วันที่
20 สิงหาคม 1976 ที่ทะเลสาบอีเกิ้ล ของอุทยานแห่งชาติอัลลากาช ในรัฐเมน สองวัยรุ่นพี่น้องฝาแฝด จิมและแจ๊ค วีเนอร์ (Jack and Jim Weiner) พร้อมเพื่อนอีกสองคนคือชาร์ลี ฟอลทช์ (Charlie Foltz) และชัค แรค (Chuck Rak ) ได้ชวนกันไปล่องเรือแคนูไปตกปลาตอนกลางคืน  ระหว่างนั้นเองพวกเขาก็ได้เห็นวัตถุส่องแสงสว่างมากโผล่บนท้องฟ้า แล้ววัตถุนั้นก็มุ่งมาทางเรือแคนู ด้วยกลัวทั้งหมดจึงรีบพายเรือกลับเข้าฝั่งและช่วงเวลานี้เองความทรงจำของพวกเขาทั้ง 4 คนก็หายไป ก่อนที่จะได้สติกลับมาอีกครั้งโดยไม่สามารถอธิบายได้ว่าความทรงจำที่หายไปมันนานเท่าไหร่ รู้แต่ว่ามันนานมาก

หลังจากที่ทุกคนกลับบ้านพวกเขาก็ฝันร้ายแปลกๆ ทั้งหมดจึงตัดสินใจเข้ารับการสะกดจิต ก็พบว่าพวกเขาถูกลักพาตัว โดยมนุษย์ต่างดาวที่มีลักษณะศีรษะโต ดวงตาโต ร่างกายผอมบาง มีนิ้ว ๔ นิ้ว และมันทำการทดลองทางการแพทย์พวกเขาที่อยู่ในสภาพเปลือยกายทีละคนทีละคน โดยที่ไม่สามารถขัดขืนได้เลยเพราะอยู่ในสภาพอัมพาต มันใช้เครื่องมือสำรวจร่างกาย เก็บตัวอย่างผิวหนัง และน้ำเชื้ออสุจิ  ก่อนที่จะส่งพวกเขากลับทีเดิมจัดแจงอยู่สภาพนั่งในเรือแคนนู

 

3. แบ็ตตี้ อันเดรียสัน  (Betty Andreasson)


            ในตอนเย็นใกล้ค่ำของวันที่
25 มกราคม 1967 ที่เมืองเซาท์ แอชเบิร์นแฮม (South Ashburnham) แมสซาซูเซต แม่บ้านแบ็ตตี้ อันเดรียสันกำลังทำงานอยู่ในห้องครัว ส่วนลูกของเธอ 7 คนพร้อมกับพ่อของเธออยู่ในห้องนั่งเล่น  จู่ๆ แสงไฟในบ้านเริ่มกระพริบจากนั้นจึงดับวูบลง และมีแสงสว่างไฟสีแดงสดใสส่องผ่านหน้าต่างครัวเข้ามา

 หลังจากนั้นก็มีสิ่งมีชีวิตประหลาด 5 ตัวผ่านทะลุผ่านประตูไม้ราวกับวิญญาณเข้ามาในบ้านทีละตัวทีละตัว พวกมันมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ร่างเล็ก หัวโต กระโดดเหมือนตั๊กแตน สวมชุดเครื่องแบบสีฟ้า และแขนเสื้อแต่ละข้างมีสัญลักษณ์รูปนกกางปีก หนึ่งในพวกมันที่เหมือนจะเป็นผู้นำได้ส่งกระแสจิตติดต่อกับเธอบอกว่าเป็นมิตร จากนั้นแบ๊ตตี้และสมาชิกในครอบครัวก็อยู่ในสภาพเคลื่อนไหวไม่ได้ แล้วทุกอย่างก็ดำมืดไปหมด เมื่อรู้สึกตัวอีกที ทุกคนก็อยู่ในสภาพมึนงง  และพบว่าเวลาหายไป 4 ชั่วโมงโดยที่จำอะไรไม่ได้เลย 

จนกระทั่งเวลาผ่านไป 8 ปีก็มีการสะกดจิตย้อนหลังในวันที่เกิดเหตุ แบ็ตตี้จำได้ว่าเธอถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว เข้าไปในยูเอฟโอ ขณะอยู่บนยานเธอได้รับการตรวจสอบทางด้านการแพทย์ที่เครื่องมือที่แปลกประหลาด ก่อนที่จะถูกส่งตัวกลับบ้าน แล้วยังพบครอบครัวของเธอยังอยู่สภาพหยุดการเคลื่อนไหว จากนั้นความทรงจำที่ขึ้นยูเอฟโอก็หายไป และทุกอย่างก็เป็นปกติอีกครั้ง

 

2. ปีเตอร์ โครรี่ (Peter Khoury)


            ในปี 1973 ปีเตอร์ โครรี่ได้ย้ายไปออสเตรเลีย และได้แต่งงานกับผู้หญิงชื่อวิเวียน (
Vivian) จนกระทั่งในเดือนกุมภาพันธ์ของปี 1988 สิ่งผิดปกติก็เริ่มเกิดขึ้น เมื่อเขาเห็นไฟแปลกประหลาดบนท้องฟ้า

 แต่นั้นยังไม่น่ากลัวพอเมื่อถึงเดือนกรกฎาคม ขณะที่ปีเตอร์กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงทันใดนั้นเขาก็ตื่นขึ้นเมื่อเขาเป็นอัมพาต แต่ยังคงมีสติ และสังเกตเห็นร่าง 4 ร่างคลุมด้วยผ้ายืนที่ข้างเตียง  มันติดต่อสื่อสารเขาด้วยโทรจิต แล้วเอาเข็มยาวจิ้มที่ด้านข้างของศีรษะของเขา ก่อนที่เขาจะสลบไป

เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ ในตอนเช้าของวันที่ 23 กรกฎาคม 1992  ขณะที่ปีเตอร์นอนอยู่บนเตียง แล้วก็ตื่นขึ้นมาก็พบมนุษย์หญิงสาวเปลือยกาย 2 คนนั่งอยู่บนเตียง รูปร่างของพวกเธอเหมือนมนุษย์เกือบทุกด้าน ยกเว้นดวงตาที่ใหญ่กว่าตาของมนุษย์เป็นสองเท่า  คนหนึ่งมีผมสีบลอนด์ ส่วนอีกคนเหมือนคนเอเชีย

จากนั้นสาวผมสีบลอนด์ก็เอื้อมมือทั้งสองข้างเอาหัวของเขาซุกไปที่เต้านมของเธอ ปีเตอร์พยายามต่อต้านแต่เธอมีแรงเยอะมากจนไม่สามารถดิ้นหลุดได้เลย เมื่อเขาพยามกัดหัวนมสาวผมสีบลอนด์หรือไม่รู้สึกเจ็บหรือมีเลือดออกเลยแม้แต่น้อย

 อย่างไรก็ตามเมื่อปีเตอร์รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าหญิงสาวสองคนก็หายไป  ทิ้งไว้เพียงแค่เส้นผมสีบลอนด์ห่อรอบอวัยวะเพศของเขาเท่านั้น เขาจึงเก็บหลักฐานนำไปให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ ก็พบว่าดีเอ็นเอเกี่ยวข้องกับชาวมองโกลที่หายาก แต่รายละเอียดส่วนอื่นๆ นั้นยังคงลึกลับ

 

1. ด็อกเตอร์เฮอร์เบิร์ทฮอปกินส์ (Dr. Herbert Hopkins)


           แม้จะไม่ได้ถูกลักพาตัว แต่กรณีของ ด็อกเตอร์เฮอร์เบิร์ท ฮอปกินส์แพทย์สะกดจิต ที่กำลังศึกษากรณีเหยื่อถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวในรัฐเมน ก็ได้เผชิญหน้ากับเรื่องราวที่แปลกประหลาดไม่แพ้กัน เมื่อเขาเผชิญหน้ากับชายในชุดดำ (
Men in Black)

ในคืนวันที่ 11 กันยายน 1976 ขณะที่ด็อกเตอร์อยู่บ้านคนเดียวอยู่นั้น เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งที่อ้างว่าสังกัดอยู่องค์กรวิจัยยูเอฟโอจากรัฐนิวเจอร์ซีย์ และอยากขอพบเพื่อพูดคุย แน่นอนว่าเขาตกลง

หลังจากวางโทรศัพท์  ไม่กี่วินาทีต่อมา ด็อกเตอร์ก็พบชายแปลกหน้าสวมชุดสูทสีดำและสวมหมวกดำกำลังเดินบันไดหน้าระเบียงบ้าน   ซึ่งเขาประหลาดใจมากเพราะไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้

 เมื่อชายในชุดดำถอดหมวดออกก็พบว่าชายคนนั้นหัวล้าน ไม่มีขนตาหรือขนคิ้ว ผิวขาวซีด ไม่มีฝีปากแต่ปกปิดด้วยการป้ายลิปสติกสีแดง จากนั้นชายชุดดำก็โชว์เหรียญอันหนึ่งทำให้หายไปแล้วบอกด็อกเตอร์ว่าพูดว่าไม่มีใครในโลกนี้ เคยเห็นเหรียญแบบนี้มาก่อน

ชายชุดดำยังบอกให้ด็อกเตอร์ยุติการวิจัยและทำลายเอกสารเกี่ยวกับยูเอฟโอทั้งหมด บทสนทนายังคงดำเนินต่อไป จนกระทั่งแขกลึกลับลุกขึ้นโทงเทงไม่มั่นคงนัก พร้อมบอกว่าพลังงานของเขาใกล้หมดด้วยน้ำเสียงชะลอช้าลง จากนั้นชายชุดดำก็เดินออกจากบ้านแล้วหายไป เหลือทิ้งไว้แต่แสงสว่างบนถนน

ด็อกเตอร์เฮอร์เบิร์ทรู้สึกสับสนเรื่องนี้มาก ต่อมาเขาได้ตัดสินใจลบเทปบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดทิ้ง หลังจากทราบว่าไม่มีองค์กรวิจัยยูเอฟโอในรัฐนิวเจอร์ซีย์อยู่จริง แล้วชายที่เขาพบนั้นเป็นใครกันแน่? จนบัดนี้เรื่องราวยังลึกลับ

 

 

อ้างอิง

http://www.toptenz.net/top-10-creepiest-alien-abductions.php

http://listverse.com/2013/07/17/10-creepy-stories-of-alleged-alien-encounters/

 

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 689 : 10 การเผชิญหน้ามนุษย์ต่างดาวที่น่ากลัว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2070 , โพส : 3 , Rating : 0% / 3 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 20977
ผมสงสัยมากกว่าว่าการสะกดจิตเรียกความจำที่หายไปคืนมานั้นมันน่าเชื่อถือจริงๆรึเปล่า
Name : ปราชญ์จันทรา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ปราชญ์จันทรา [ IP : 171.101.216.29 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2558 / 21:16
# 2 : ความคิดเห็นที่ 20976
หล่อน
Name : alice_อริช < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ alice_อริช [ IP : 1.47.230.82 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2558 / 17:16
# 1 : ความคิดเห็นที่ 20974

PS.  ฮริ ~
Name : เลิฟมีส์`๑๓ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เลิฟมีส์`๑๓ [ IP : 125.25.9.32 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2558 / 00:36
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android