คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 686 : 10 โทรศัพท์ลึกลับ


     อัพเดท 28 มี.ค. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,289 Overall : 2,763,871
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7219 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 686 : 10 โทรศัพท์ลึกลับ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4170 , โพส : 3 , Rating : 50% / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


หากพูดถึงโทรศัพท์ เราต้องนึกถึงเครื่องมือสื่อสารที่สะดวกสบาย แม้ผู้สื่อสารจะอยู่ไกลก็ตาม อย่างไรก็ตามโทรศัพท์ยังมีเรื่องราวที่น่าขนลุกรวมอยู่ด้วย และนี่คือ 10 โทรศัพท์ลึกลับ


 

             10. ก่อกวนครอบครัวคีเคนดอล (The Kuykendall Family Harasser)


            ในเดือนกุมภาพันธ์ 2007 ใน
Fircrest, วอชิงตัน คอร์ทนี่ คีเคนดอล  อายุ 16 ปี (Courtney Kuykendall) ได้ใช้โทรศัพท์มือถือส่งข้อความสุ่มไปยังเพื่อนๆ ของเธอ แต่สิ่งที่แปลกเกิดขึ้นต่อมามีคนโทรมาหาสมาชิกครอบครัวคีเคนดอล โทรมาทุกชั่วโมงตลอดคืนโดยโทรขู่ว่าจะฆ่าพวกเขา สัตว์เลี้ยง และฆ่าผู้ย่าตายายพวกเขา อีกทั้งมันยังรู้ทุกการเคลื่อนไหวของครอบครัว เสือที่พวกเชากำลังสวมใส่ สิ่งที่พวกเขากำลังทำ อีกทั้งสืบสวนตำรวจไม่มีอำนาจที่จะหยุดพวกเขาได้ แน่นอนว่าครอบครัวคีเคนดอลได้ติดต่อตำรวจและสาบที่ถูกตรวจสอบก็เชื่อมโยงไปยังโทรศัพท์ของคอร์ทนี่ แน่นอนว่าผู้ต้องสงสัยที่เห็นได้ชัดคือคอร์ทนี่ แต่ปัญหาคือในตอนที่โทรศัพท์ดังต่อเนื่องต่อเนื่องนั้นโทรศัพท์ของดอร์ทนี่ปิดอยู่ อีกทั้งพ่อแม่ของเธอได้เอามันแยกจากเธออีกต่างหาก

ตำรวจล้มเหลวในการค้นหาตัวผู้ทำความผิด บริษัทโทรศัพท์มือถือก็ปฏิเสธว่ามีเทคโนโลยีที่สามารถควบคุมโทรศัพท์มือถือได้ อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเชื่อว่าอาจเป็นสปายแวร์ ซอฟต์แวร์ที่สามารถควบคุมโทรศัพท์มือถือได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว แม้ว่าตำรวจจะเชื่อว่าครอบครัวเหยื่อกุเรื่องนี้ขึ้น แต่ยังมีอีกสองครอบครัวในเมืองที่มีปัญหาโทรศัพท์ก่อกวน ทำให้คดีนี้ยังลึกลับ

 

 

          9. โทรศัพท์ผีชาร์ล เปค (Charles Peck's Ghost Calls)

          
          
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2008 รถไฟเมโทรลิงค์ได้ชนกับหัวของรถไฟบรรทุกสินค้ายูเนียนแปซิฟิก ในพื้นที่ย่าน
แชตสเวิร์ท ของลอสแอนเจลีส เพราะความผิดพลาดของวิศวกร อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 25 คน และอีก 135 คนได้รับบาดเจ็บ

           และหนึ่งในผู้โดยสารเสียชีวิตก็มีชายที่ชื่อชาร์ล อี. เปค (Charles E. Peck) อายุ 49 ปีรวมอยู่ด้วย โดยเขากำลังไปสัมภาษณ์งานในสนามบินแวนนายส์ และเขาก็วางแผนที่จะแต่งงานคู่หมั่นแอนเดรียน แคทซ์ (Andrea Katz) ที่อาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย  หากเขาได้รับการว่าจ้าง  ซึ่งเขาตายเกือบทันทีจากอุบัติเหตุรถไฟชนกัน และเขาเป็นหนึ่งในศพสุดท้ายที่ดึงจากซากปรักหักพังของรถไฟ

          อย่างไรก็ตาม ย้อนกลับไปในช่วงเวลาหลังเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนกัน ตลอดทั้งคืน คู่หมั้นของเขา, ลูกชาย, พี่ชาย, แม่เลี้ยง และน้องสาว ได้รับสายโทรศัพท์จำนวนมากจากโทรศัพท์มือถือของชาร์ลส์ โดนรวมแล้วทุกคนในครอบครัวได้รับ 35 สายที่ส่งจากโทรศัพท์มือถือของเขา แม้ว่าพวกเขาจะพยายามโทรกลับ แต่พวกเขาก็ได้ยินเสียงของข้อความตอบรับเท่านั้น แต่พวกเขายังมองโลกในแง่ดีว่าชาร์ลส์ยังมีชีวิตอยู่ในซากปรักหักพัง และพยายามให้กำลังใจชาร์ลส์ทางข้อความโทรศัพท์ตลอด

          ในที่สุดเมื่อทีมค้นหาตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์ของชาร์ลส์ ก็พบว่าเขาเป็นศพในรถโดยสารไปแล้ว โดยสภาพบาดเผลเห็นได้ชัดว่าเขาบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตเกือบทันที จนไม่ป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะโทรศัพท์ไปหาครอบครัวและคนที่เขารัก และพวกเขาไม่พบโทรศัพท์มือถือของชาร์ลส์ในพื้นที่เกิดเหตุเลย......

 

 

               8. การหายตัวไปของเดล วิลเลียมส์ (The Disappearance Of Dale Williams)


              เดล วิลเลียมส์ อายุ 42 ปี เป็นเจ้าของร้านเดอะ บอดี้ช็อป
ใน Nucla โคโลราโด เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 1999 คนขับรถยนต์คนหนึ่งได้โทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือรถของเขามีปัญหากลางทาง เพื่อนของวิลเลียมส์คิดว่าผู้ที่โทรมาเป็นผู้หญิง และเมื่อวิลเลียมส์ได้พูดคุยด้วยสีหน้าปกติดี แล้วเขาก็ออกไป สิ่งที่แปลกคือวิลเลียมส์ไม่ได้เป็นช่าง มันเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับเขาที่รับสายเกี่ยวกับปัญหารถ และนี่คือภาพสุดท้ายที่ทุกคนเห็นวิลเลียมส์

ห้าสัปดาห์ต่อมารถบรรทุกของวิลเลียมส์ถูกพบว่ามันจมอยู่ในแม่น้ำในจุดบรรจบของแม่น้ำซานมิเกลและแม่น้ำโดโลเรส รถอยู่ในสภาพอยู่ในเกียร์ หัวสูบไหม้ และหน้าต่างปิดบางส่วน ซึ่งภรรยาของวิลเลียมส์คิดว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะวิลเลียมส์มักชอบขับรถเปิดหน้าต่างตลอดทาง

หนึ่งในผู้ต้องสงสัยมีทั้งเพื่อนเก่าของวิลเลียมส์ ที่ผิดใจกันเพราะวิลเลียมส์และภรรยาของเขาช่วยภรรยาของเพื่อนย้ายที่อยู่ใหม่ และเขาปฏิเสธจะบอกที่อยู่ใหม่แก่เพื่อน หลักฐานหนึ่งที่ชี้ไปยังเพื่อนคนดังกล่าวก็คือภาพถ่ายที่ฉีกขาดของวิลเลียมส์และครอบครัวของอดีตเพื่อนถูกพบนอกร้าน และนอกจากนี้ยังมีการพบกระสุนขนาด 0.22 กระจัดกระจายอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ภรรยาของวิเลเลียมส์พบว่ากล่องที่เก็บปืนสามี 0.22 ของเธอถูกเปิดหลังจากวิลเลียมส์หายตัวไป ทำให้ตำรวจเชื่อว่ามีคนบุกเข้าไปในร้านขโมยภาพถ่ายและปืนก่อนที่วิลเลียมส์จะหายไป แม้จะมีการสอบปากคำอดีตเพื่อนของวิลเลียมส์ แต่เขาปฏิเสธไม่ส่วนเกี่ยวข้องใดๆ วิลเลียมส์ได้กลายเป็นคนหายสาบสูญ ไม่มีใครถูกจับกุม หรือแม้แต่เชื่อกับอาชญากรรม ตัวตนของผู้โทรก็ยังคงลึกลับ

 

7. การหายตัวไปของพัลรัช รัตตุ (The Disappearance Of Balraj Rattu)


             ภาพล่าสุดที่มีคนเห็น
พัลรัช รัตตุ (Balraj Rattu) อายุ 19 ปี เป็นวันที่ 6 พฤศจิกายน 1995 เขาได้นั่งอยู่ในรถดื่มเบียร์กับเพื่อนในเซอร์เรย์, บริติชโคลัมเบีย สามวันต่อมารถของเขาก็ถูกพบ Chilliwack, บริติชโคลัมเปีย รถถูกเผา และมีเสื้อผ้าเปื้อนเลือดตกอยู่ แต่ไม่มีวี่แววของหนุ่มอายุ 19 ปีแม้แต่น้อย

ในวันหลังจากที่เขาหายตัวไป  เวลา 1.06 ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งโทรศัพท์มาบ้านของเขา ดูเหมือนเธอจะคิดว่าเธอกำลังคุยกับรัตตุ เธอจึงพูดขึ้นมาว่า “รัต ไม่ช้านายจะถูกทำร้าย” (“Raj, you were beaten up.”)  จากนั้นเธอก็เริ่มหัวเราะและวางสาย วันรุ่งขึ้นก็มีโทรศัพท์มาอีกคราวนี้พ่อเป็นคนรับสาย ซึ่งเขาบอกว่าเสียงเหมือนผู้หญิงอีกคนที่ดูเหมือนอายุมากกว่าโดยเธอบอกว่าเรตตุตายแล้ว และก็วางสาย ทั้งสองฝ่ายต่างพูดถึงรัตตุ และมีความแตกต่างกันโดยสิ้นชิง

  ตำรวจไม่สามารถสรุปชะตากรรมของเรตตุ เพราะร่ายกายของเขาไม่ถูกพบ อีกทั้งเขาไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับแก๊งหรือยาเสพติด และตำรวจไม่สามารถตามหาเบาะแสร่องรอยผู้โทรลึกลับได้เลย



              6. ลูกเรือที่หายไปของเคซีย์ นิโคล (The Missing Crew Of Casie Nicole)


             เมื่อวันที่ 11 เมษายน 1990 นาธาน นีสมิธ พี่ชายของบิลลี่ โจ นีสมิธ, หลายของเขาคีธ วิลก์ส และเพื่อนของเขาแฟรงคลิน แบรนต์ลี่ ได้ออกเดินทางด้วยเคซีย์ นิโคล ซึ่งเรือประมงพาณิช   ออกเดินทางจากท่าเรือในริชมอนด์ฮิลล์ ในจอร์เจีย ไปทำประมงเจ็ดวันในมหาสมุทรแอตแลนติก ออกประมงพาณิชย์เดินทางเพื่อทำการเจ็ดวัน เรือของพวกเขาได้แล่นไปยังจุดแผนที่แนวปะการังนอกชายฝั่งของเซาท์แคโรไลนา

อย่างไรก็ตามช่วงเช้าวันที่ 12 เมษายนเรือของพวกเขาได้ล่มและมันกำลังจะจมน้ำ ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องสละเรือขึ้นเรือแพ โดยนาธานแยกกับสามคนขึ้นเรือแพคนเดียว ส่วนอีกสามคนที่เหลือขึ้นเรือแพอีกลำ นี่คือภาพสุดท้ายที่นาธานเห็น

นาธานได้รอดชีวิตอยู่ในเรือแพและอาหารจำกัด ซึ่งต่อมานาธานก็ถูกช่วยเหลือ แต่อีกสามคนที่เหลือไม่ว่าจะทำการค้นหายังไง ก็ไม่พบตัวพวกเขาเลย สิ่งเดียวที่เห็นมีเพียงถุงนอนแล้วเสื้อยืดชีวิตเท่านั้น

หนึ่งข้อสรุปที่เป็นไปได้คือ สามชายชาวประมงจมน้ำตายที่ทะเลไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่นานนัก จู่ๆ ก็ได้มีโทรศัพท์แปลกๆ โทรมาจากคนที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ (เชื่อว่าเป็นภาษาสเปน) ซึ่งนั้นทำให้ครอบครัวของผู้สูญหายคิดว่าคนเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่

โทรศัพท์แปลกๆ เริ่มตั้งแต่หกสัปดาห์หลังการหายตัวไป และต่อเนื่องข้ามปีโดยมีการโทรทั้งหมดเจ็ดครั้ง โทรหาน้องสาวนาธานสี่ครั้ง และโทรหาเดาจ์ ไทสันเจ้าของเคซี่ นิโคลอีกสามครั้ง โทรศัพท์โทรมาโทรซ้ำ แต่เจ้าของปลายเรียกชื่อคนที่โทรหาและชื่อของบิลลี่ โจนส์ผู้หายไป ในสายสุดท้ายเขาบอกว่าจะ “พาพวกเขากลับบ้าน” แต่อย่างไรก็ตามมันไม่เคยเกิดขึ้น

โทรศัพท์ลึกลับนี้ทำให้ครอบครัวมีความหวังอันน้อยนิดอีกครั้งว่าสามชาวประมงรอดชีวิตและถูกช่วยเหลือจากการลอยในมหาสมุทรจริง หากแต่พวกเขาถูกจับต่างประเทศไม่สามารถกลับบ้านของพวกเขา แต่อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ก็ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันแน่ชัดตัวตนสามชาวประมงว่าพวกเขามีชีวิตอยู่แล้วก็ตาม


              5. กรณีแปลกของ L’enfant (The Strange Case Of ‘L’enfant’)


             มันก็เริ่มต้นขึ้นในปี 1983
 เมื่อมาราเกชเป็นชื่อของร้านอาหารโมร็อกโกในวอซิงตันดีซี ได้ตกเป็นเป้าหมายของการก่อกวนโดยบุคคลหรือกลุ่มลึกลับ เมื่อคนงานที่ร้านอาหารได้รับเรียกผู้โทรศัพท์ว่า “L'enfant” (“หนุ่มคนหนึ่ง”) หรือ “แมงอองฟองต์”  เขาแกล้งทำเป็นคนตะวันออกกลาง เป็นทั้งเด็กชายตัวเล็กผิวดำ เด็กผู้หญิง เพียงแค่ตั้งชื่อนิดหน่อย   โทรหาร้านอาหารหลายครั้งเกือบทุกวัน วันหนึ่งมีกว่า 20 สายแน่นอนว่ามันไม่แปลกสำหรับร้านอาหารบางร้าน แต่มันบ้ามากหากมันโทรรบกวนนานมากกว่าทศวรรษ ในบางช่วงสายแทบไม่ว่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประมาณสี่ปีที่ผ่านมาร้านอาหารที่ได้รับโทรศัพท์มากกว่า 7,000 สาย

หลายคนหนักใจที่จะจัดการ “L'enfant” และไม่มีใครได้รับผลกระทบเท่าบาชีร์ (Bashir Kouchacji ) ผู้จัดการร้านร้านอาหารที่เชื่อว่าเขาคือเป้าหมายของการก่อกวน ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 1974 เมื่อเขอยู่ในเบรุต เลบานอน กองทัพปลดปล่อยปาเลสไตน์ลักพาตัวเขา เพราะคิดว่าเป็นสายลับให้กับมอสสาดหรือสายลับซีไอเอ เขาถูกขังอยู่ในค่ายลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ จนถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย ต่อมาก็ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล และได้รับการติดต่อกับครอบครัวของเขา จนครอบครัวได้ติดต่อกับสถานทูตสหรัฐ และเขาก็ได้รับการปล่อยตัวในที่สุด

เมื่อเขากลับมาอยู่ในสหรัฐ บาชีร์ และน้องสาวของเขาเปิดร้านอาหารมาราเกซเป็นครั้งแรกในฟิลาเดลเฟีย  หลังจากที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาก็ตัดสินใจเปิดร้านสองในกรุงวอชิงตัน  นั่นคือจุดเริ่มต้นโทรศัพท์ก่อกวนลึกลับ  ตอนแรกมันมีเพียงแค่เสียงหัวเราะ หรือประโยคว่า "TSK TSK"  หากแต่มันเริ่มมากขึ้นและเลวร้ายมากขึ้นเพราะคนโทรมารู้เรื่องที่เขาถูกลักพาตัวและคุมขังได้เป็นอย่างดี จนทำให้บาชีร์ กลายเป็นคนขี้โมโหและหวาดระแวง  เขาสูญเสียคนรักเพื่อนและพนักงานเพราะโทรศัพท์ก่อกวนลึกลับ อีกทั้งยังต้องเข้าๆ ออกๆ   โรงพยาบาลจิตเวช 

ในเช้าวันหนึ่งรถของบาซีร์ถูกไฟไหม้ทำให้เขาเชื่อว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการร้ายและโทรศัพท์โทรตามเขาเมื่อเขาไปเยี่ยมร้านอาหารฟีลาเดลเฟีย  ทั้งบริษัทโทรศัพท์และเอฟบีไอพยายามที่จะตามตัวคนที่โทรมา แต่ก็ไร้ผล สิ่งเดียวที่พวกเขาสามารถบอกได้คือเบอร์โทรมาจากโทรศัพท์ทั่วพื้นที่ DC  หลังจาก 10 ปี โทรศัพท์ก็ยังคงโทรมา แต่ลดน้อยลง



            4. คดีฆาตกรรมเทรซี่ เคิร์กเพทริค (The Murder Of Tracey Kirkpatrick)


            เทรซี่ เคิร์กเพทริค
อายุ 17 ปี มีความฝันว่าจะเรียนทนายความ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 1989 เธอได้ทำงานคนเดียวในร้านกีฬาผู้หญิงในเฟรเดอริก แมรี่แลนด์ ปกติร้ายของเธอจะปิด 20.00 น. หากแต่ 22.50 น. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มาตรวจสอบศูนย์ช้อปปิ้งพบว่าไฟของร้านยังเปิดอยู่จึงเข้าไปตรวจสอบ ก็พบศพของเธอในห้องเก็บของ สาเหตุการตายเกิดจากบาดแผลถูกแทงที่หน้าอกและลำคอ ตำรวจถึงกับงงกับคดีดังกล่าว เพราะมันเป็นคดีอาชญากรรมที่ไม่มีเหตุผลเสียเลย เพราะไม่มีร่องรอยการข่มขืน ของในร้านก็ไม่ถูกปล้น แต่ของในกระเป๋าของเธอหายไป

สามเดือนให้หลังจากการฆาตกรรม ก็มีเบาะแสแปลกๆ เข้ามา เมื่อมีคนโทรศัพท์อ้างตนเองว่าชื่อ “ดอน” ซึ่งสายที่ว่าต่อมาถูกเรียกว่าสายด่วนสารภาพ สายด่วนนี้ตั้งอยู่ที่ลาสเวกัส เวลาหนึ่งนาที โดย “ดอน” ได้อ้างว่าเขาเป็นคนแทงเด็กสาว เขารู้สึกเสียใจ ก่อนที่จะวางสาย

สายด่วนรับสารภาพถูกบันทึกส่งไปยังสถานีวิทยุด้วยความหวังว่าจะมีใครสักคนจำเสียงของ “ดอน” ได้ว่าเขาเป็นใคร แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีปัญหาอยู่ว่าไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่า “ดอน” เป็นฆาตกรฆ่าเด็กสาว แม้ตำรวจจะมีผู้ต้องสงสัยสองคนจากการทำงานหนักตลอดทั้งปี แต่ก็ไม่มีใครถูกตั้งข้อหาในคดีฆาตกรรมนักเรียนเกียรตินิยม 17 ปีเลยสักคน


          3.การลักพาตัวและฆ่าเอมี ไมฮาเลวิค (The Abduction And Murder Of Amy Mihaljevic)

         
          
วันที่ 27 เมษายน 1989 เอมี ไมฮาเลวิคเด็กสาวอายุ 10 ปี ถูกลักพาตัวไปจากเบย์ สแควร์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์  (
Bay Square Shopping Center) ในเบย์วิลเลจ, โฮไฮโอ ชานเมืองของคลีฟแลนด์ ก่อนที่เธอจะหายตัวไปเธอได้รับโทรศัพท์จากคนแปลกหน้าอ้างตัวว่าว่าชื่อ “แฟรก์” เป็น เพื่อนทำงานร่วมกับแม่ของเธอ และบอกอีกว่าแม่ของเธอเพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่ง และเขาได้วางแผนลับๆ โดยให้เธอมาที่ห้างเพื่อช่วยเขาในในการช่วยเหลือในการซื้อของขวัญให้แม่ของเธอ เพราะเห็นว่าเธอเป็นคนเก็บความลับเก่ง ซึ่งเอมี่หลงเชื่อ และเธอก็เล่าเรื่องชายแปลกหน้าคนนี้กับเพื่อนของเธอ แต่เธอไม่บอกกับพ่อแม่หรือผู้ใหญ่  

          เอมี่หายตัวไปหลังจากนั้น แม้จะพยายามค้นหาก็ไม่พบศพเธอ จนกระทั่งวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1990 ก็มีการพบศพของเธอ ในสภาพที่หัวได้รับการบาดเจ็บ เธออาจจะถูกทำร้ายทางเพศและถูกแทง นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่าร่างกายจะถูกทิ้งเป็นเวลาสั้นๆ หลังจากถูกลักพาตัว

          ทุกวันนี้คดีของเอมี ไมฮาเลวิคได้กลายเป็นคดีน่ากลัวของอเมริกาที่ยังไม่สามารถหาคนผิดมาลงโทษได้ และยังคงลึกลับจนถึงทุกวันนี้

 

             2. โทรมาเพราะคาดการณ์ว่าประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนนาดีจะถูกลอบสังหาร (The Caller Who Predicted John F. Kennedy’s Assassination)


              เมื่อวันที่
22 พฤศจิกายน 1963 เวลา 10.00 น. โอเปอเรเตอร์ที่ General electric ในออกซ์นาร์ด แคลิฟอร์เนีย  ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งแต่ไม่มีคนพูด เหมือนมีปัญหาบางอย่างจากปลายสาย โอเปอร์เรเตอร์จึงเรียกเพื่อนร่วมงานให้ช่วยฟัง และทันใดนั้น มีเสียงจากปลายสายว่าประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนนาดีจะถูกฆ่าตอน 10.10 น.(ปลายสายมีน้ำเสียงเหมือนสาววัยกลางคน) เธอยังเตือนเรื่องความยุติธรรม ศาล หน้าต่างทุกบานจะโดนยิง รัฐบาลจะลุกเป็นเปลวไฟ แม้ว่าจะวางโทรศัพท์ลงแต่ก็ยังมีการโทรเข้ามาอีก 12-15 หมายเลข (สมัยนั้นมันโทรหากันตรงๆไม่ได้ ต้องโทรไปให้โอเปอเรเตอร์ต่อสายให้อีกที ซึ่งโอเปอเรเตอร์จึงรู้การโทรเข้ามาดังกล่าว)  แม้โอเปอเรเตอร์จะถามว่า อยากให้ช่วยอะไรไหม ปลายสายตอบด้วยเสียงชัดเจนว่าไม่ ฉันแค่ใช้โทรศัพท์เท่านั้น

อีกสายหนึ่งเกิดขึ้นหลังเวลา 10.00 น. ยังคงยืนกรานว่าประธานาธิบดีจะถูกสังหารในเวลา 10.30 น. ที่ 10.25 น. พวกเค้าตัดสินใจยกหูโทรศัพท์ออก เพราะคิดว่าเป็นพวกก่อกวน ในขณะเดียวกันที่เท็กซัส ประธานาธิบดีถูกยิงเมื่อเวลา 12.30 (เวลากลาง) ในขณะที่เวลาที่แคลิฟอร์เนียคือ 10.30 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่สายเหล่านั้นแจ้งมา บริษัทได้รายงานเรื่องโทรศัพท์ลึกลับหลังจากประธานาธิบดีถูกสังหารหนึ่งชั่วโมง  แม้ว่า FBI 0tรับรายงานเรื่องนี้แต่ไม่สามารถแกะรอยได้ อีกทั้งยังเชื่อว่าเป็นเพียงการโทรมาก่อกวนเท่านั้น

 

1.นักฆ่าลองไอส์แลนด์ (The Long Island Serial Killer)


             เมื่อไม่นานมานี้  ได้เกิดคดีต่อเนื่องลึกลับที่ลองไอส์แลนด์ เมื่อมีการพบร่างมนุษย์ 14 ศพ ซึ่งทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าทางเพศ และ 10 ศพเป็นผู้หญิง ตำรวจเชื่อว่าทั้งหมดถูกฆ่าด้วยฝีมือคนเดียว ซึ่งต่อเป็นที่รู้จักในชื่อ “ฆาตกรต่อเนื่องลองไอส์แลนด์” (
The Long Island Serial Killer)

เชื่อว่าฆาตกรต่อเนื่องลองไอส์แลนด์จะก่อคดีครั้งแรกในปี 1996 แต่ครั้งแรก 4 ศพยังไม่ถูกพบ จนกระทั่งในเดือนธันวาคม 2010 จากนั้นอีกหกศพก็ถูกพบระหว่างเดือนเมษายน และเดือนพฤษภาคม 2011   ผู้หญิงทุกคนถูกรัดคอและร่างกายของพวกเขาถูกยัดใส่กระสอบผ้าใบ ก่อนนำไปทิ้ง ในบริเวณเดียวกัน แม้ว่าทั้งหดถูกฆ่าในลักษณะดังกล่าวเดียวกัน แต่ตำรวจไม่คิดว่าฆาตกรมีเพียงคนเดียวเท่านั้น

นอกจากจะฆ่าผู้หญิงอย่างโหดเหี้ยมแล้ว มันยังมีนิสัยชอบทรมานครอบครัวของเหยื่อของมันด้วย เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2006 เมลิสสา  บาร์เตเลมี (Melissa Barthelemy) ได้หายตัวไป ไม่นานหลังจากนั้นน้อง่าวจองเธอก็ได้รับโทรศัพท์จากโทรศัพท์มือถือของน้องสาว หากแต่กว่าเจ็ดสาย ไม่มีสักสายที่ยาวกว่าสามนาที สายล่าสุดยาวประมาณ 40 วินาที เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2009 เวลา 1.00 น. ในตอนเช้า ผู้โทรมาได้ยอมรับว่าฆ่าเมลิสสา ซึ่งต่อมาก็มีการพบศพของเมลิสสา เมื่อเดือนธันวาคม 2010 แม้ทางการจะพยายามสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดแต่จนบัดนี้ก็ยังไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด

 

 

อ้างอิง

http://listverse.com/2015/02/10/10-unsolved-cases-that-involved-mysterious-phone-calls/

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 686 : 10 โทรศัพท์ลึกลับ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4170 , โพส : 3 , Rating : 50% / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 20984
พรุ่งนี้มาต่ออีก สองอันดับที่เหลือครับ
PS.  สนับสนุนฮาเร็ม ต่อต้านการเข้าวิน และบูชานิมพ์ดั่งเทพ
Name : Cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy [ IP : 58.8.94.15 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มีนาคม 2558 / 19:17
# 2 : ความคิดเห็นที่ 20983
ยังรออัพเดตอยู่นะครับ
Name : LizardMAN [ IP : 171.96.174.96 ]

วันที่: 26 มีนาคม 2558 / 16:36
# 1 : ความคิดเห็นที่ 20949
น่ากลัว @0@
Name : แบม [ IP : 49.230.165.153 ]

วันที่: 7 มีนาคม 2558 / 10:55
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android