คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 66 : 5 เรื่องจริงสุดโหดของคุกลับเกาหลีเหนือ (ตอนที่ 5)


     อัพเดท 22 พ.ค. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,506 Overall : 2,763,088
22,181 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7217 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 66 : 5 เรื่องจริงสุดโหดของคุกลับเกาหลีเหนือ (ตอนที่ 5) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 19023 , โพส : 52 , Rating : 100% / 9 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



คลิปสารคดีความโหดร้ายในเกาหลีเหนือครับ+ +

http://www.youtube.com/watch?v=9FZMwoY7DyM&feature=related

 

                คิมจองอิล(Kim Jong-il)  ผู้นำเกาหลีเหนือ วัย 64 ปี อาจมีภาพลักษณ์ที่น่าขบขันในสายตาของผู้คน ด้วยฝีมือของนักวาดการ์ตูนล้อเลียนชาติตะวันตก แต่ในมุมมองของบรรดาผู้เชี่ยวชาญแล้ว เขาเป็นผู้นำทางการเมืองที่ฉลาดสุขุม และไร้ความปรานี พร้อมใช้อาวุธนิวเคลียร์เป็นกุญแจสำคัญเพื่อความอยู่รอดแห่งระบอบการปกครองของเขาเอง

              
                
คิมจองอิลไม่ใช่คนบ้าระห่ำ หรือเป็นคนที่ชอบตบตาใครไมเคิล บรีน นักวิจารณ์และนักเขียนเกี่ยวกับเกาหลีเหนือกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟคิมได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เขาเป็นคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมมากเพียงใด” 

                ภาพลักษณ์ของคิมที่ปรากฏในสายตาชาวโลก เขาอาจดูเป็นเพลย์บอยนิสัยประหลาด แต่แท้ที่จริงแล้ว คิมเป็นผู้นำที่มีความเฉลียวฉลาดในเชิงการเมืองเป็นอย่างมากบรีน เสริม

                ภาพลักษณ์ที่ปรากฏในสายตาของชาวเกาหลีเหนือเองก็เช่นกัน คิม คือ ผู้นำที่มีความฉลาดเฉียบแหลม โดยอาศัยการโฆษณาชวนเชื่อที่เน้นลัทธิบูชาบุคคล คิมยังคงได้รับการบูชาเป็นที่ยอมรับนับถือจากประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ แม้ว่าโสมแดงจะตกอยู่ในภาวะยากลำบากเป็นเวลาหลายสิบปี อีกทั้งเกิดปัญหาอดอยากไปทั่วในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ซึ่งทำให้มีคนจำนวนนับแสนนับล้านต้องตายไป

                สำหรับชาวเกาหลีเหนือ คิมเป็นบุคคลที่เป็นเสมือนพระเจ้ายูซุครูล ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือจากกรุงโซล กล่าวสิ่งที่คิมต้องการก็คือสิ่งที่เกาหลีเหนือจะต้องได้

                จากคำบอกเล่าของผู้ที่เอาใจออกหากจากผู้นำเกาหลีเหนือ สิ่งที่ผู้นำโสมแดงรายนี้ต้องการก็คือ ขีปนาวุธนิวเคลียร์ที่สามารถนำมาสู้กับสหรัฐฯได้ เพื่อที่สหรัฐฯจะได้เลิกเข้ามายุ่งเกี่ยวแทรกแซงระบอบการปกครองของเกาหลีเหนืออีก

                ผมไม่คิดว่า คิมจะยอมแพ้เรื่องอาวุธนิวเคลียร์ง่ายๆบรีนเสริม

                 คิม ผู้นำเกาหลีเหนือร่างเล็ก ที่ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐฯ เคยตั้งฉายาให้ว่า ปิ๊กมี่เป็นบุตรชายคนโตของคิมอิลซุง ผู้สถาปนาประเทศเกาหลีเหนือ

                โสมแดงได้ใช้ลัทธิบูชาบุคคลมาโฆษณาชวนเชื่อ เปลี่ยนสถานะให้คิมพ่อลูกกลายเป็นบุคคลเหนือมนุษย์เพื่อครองใจประชาชน อาทิ ตามข้อมูลของกรุงเปียงยาง ขณะที่คิมจองอิลได้ลืมตาดูโลกในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 1942 ดาวดวงหนึ่งส่องแสงสุกสว่าง และมีสายรุ้ง 2 ตัวปรากฏเหนือสถานที่เกิด บริเวณภูเขาเป๊กดูอันศักดิ์สิทธิ์ในเกาหลี

                อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญอิสระจำนวนมาก ชี้ว่า แท้จริงแล้ว คิมเกิดในค่ายกองจรยุทธ์ในรัสเซีย ใกล้เมืองฮาบาโรว์สค์ ซึ่งพ่อของเขากำลังประจำการอยู่ที่นั่น เพื่อสู้รบกับกองทัพญี่ปุ่นที่เข้ามายึดครองคาบสมุทรเกาหลี

                คิม จอง อิล ศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในกรุงเปียงยาง โดยสอบได้ในอันดับที่ 1 ตลอด ต่อมาจึงถูกส่งตัวไปที่ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของสาธารณรัฐ ประชาชนจีน เพื่อความปลอดภัย ต่อมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยคิม อิล ซุง จบได้ปริญญาทางด้านเศรษฐศาสตร์ การเมือง ก่อน ที่จะเริ่มงานกับพรรคแรงงาน เริ่มไต่เต้าสู่ตำแหน่งผู้นำจากการเข้าร่วมกับพรรคคนงานเกาหลี และก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำพรรคในปี 1994 ภายหลังจากการเสียชีวิตของคิมผู้พ่อเป็นเวลา 3 ปี       

 

                อันดับ 1 ชีวิตนักโทษคนหนึ่ง(และอีกหลายคน)

                เรื่องที่ 1

                เหตุการณ์นี้เป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางท่ามกลางผู้คุมในนิคมกักกันที่ 13

                ในฤดูหนาวปี ค.ศ.1986 นักโทษหญิงคิม ปอค ตอค วัย 26 คนหนึ่งในนิคมกักกันตลอดชีวิตที่ 13 ถูกจับได้ในขณะกำลังเขียนจดหมาย ซึ่งถือว่าผิดกฎข้อบังคับของค่ายกักกัน

                นักโทษหญิงคิม ปอค ตอค อดีตเกิดในญี่ปุ่น เธอมาเกาหลีเหนือพร้อมบิดามารดาของเธอในปี 1962 บิดาของเธอถูกจับข้อหาจารกรรม และเธอพร้อมมารดาของเธอถูกส่งไปอยู่นิคมกักกันตลอดชีวิตเมื่อเธออายุได้เพียง 17 ปี มารดาของเธอทานอาหารน้อยลงๆ เพื่อเหลืออาหารให้ลูกสาวของเธอ และในที่สุดก็เสียชีวิตจากการขาดสารอาหารในนิคมนั้นเอง เด็กสาวคนนั้นจึงถูกทิ้งไว้โดดเดี่ยวในนิคม วันหนึ่งเธอร้องต่อเจ้าหน้าที่ว่าเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ผลคือ เธอถูกจำคุกในข้อหาทุจริตต่ออุดมการณ์ เธอต้องทรมานจากการถูกซ้อมอย่างโหดร้ายและอดอยากในคุก

                เธอเป็นเด็กสาวที่สะสวย และจ่าซอย ชุล นาม ผู้คุมคนหนึ่ง มักเอาจะเอาอาหารจากบ้านของเขาไปให้เธออย่างลับๆ ด้วยความสงสาร

                วันหนึ่งในเดือนตุลาคม 1986 นางคิมขอร้องให้จ่าซอยหากระดาษกับปากกาให้เธอ เพื่อเธอจะได้เขียนจดหมายไปถึงญาติที่ร่ำรวยของเธออยู่ในญี่ปุ่น เธอสัญญากับจ่าซอยว่าจะให้รถยนต์หนึ่งคัน หรือเงินสดมากพอที่จะซื้อรถยนต์ได้ หากเธอได้รับความช่วยเหลือจากญาติของเธอ แล้วจ่าซอยก็หากระดาษและปากกาให้เธอ

                ต่อมา ผู้คุมคุกอีกคนหนึ่งเริ่มสงสัยเธอ เพราะเธอมีสภาพร่างกายที่ดีกว่านักโทษคนอ่นๆ พอสมควร ซึ่งคนอื่นๆ อยู่ในสภาพหนังหุ้มกระดูก เขาจึงแอบเฝ้าสังเกตเธอ และจับได้ว่าเธอกำลังเขียนจดหมาย หัวหน้าเรือนจำจึงจัดการกับเธออย่างเป็นความรับ เนื่องจากสงสัยว่าหนึ่งในคนของตนมีส่วนพัวพัน

                เธอถูกทรมานอย่างหนักเพื่อให้เธอสารภาพว่าใครเป็นคนที่หากระดาษกับปากกามาให้เธอ เมื่อเธอไม่ยอมสารภาพ หัวหน้าเจ้าหน้าที่เรือนจำจึงใช้งูตัวใหญ่มาทรมาน เธอหมดสติไปและรู้สึกตัวเมื่อโดนน้ำสาด แต่ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่องูกำลังเข้าไปในร่างกายของเธอ เธอรับสารภาพว่าจ่าซอยเป็นคนเอากระดาษและปากกามาให้เธอ พนักงานสอบสวนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่มีคนของตนเองมาพัวพันด้วย จึงลงมือทรมานเธอต่อไปเพื่อให้เธอสารภาพว่าจ่าซอยมีเพศสัมพันธ์กันกี่ครั้ง การช่วยเหลือนักโทษก็เป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรงมากอยู่แล้ว แต่การมีความสัมพันธ์ทางเพศกับนักโทษยิ่งร้ายแรงกว่า เพราะมันหมายถึงการยอมรับว่านักโทษเป็นมนุษย์คนหนึ่ง

                เธอปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับจ่าซอย พวกเจ้าหน้าที่บอกเธอว่า เธอจะได้รับยกโทษหากเธอยอมดูดองคชาติสุนัข และเธอก็ยอม แต่การทรมานยังคงดำเนินต่อไปหลายวันต่อหน้าพันโทผู้หนึ่ว(รองผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่การเมือง) และร้อยเอกผู้หนึ่ง(เจ้าหน้าที่ด้านอุดมการณ์)ห้องทรมานเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของเธอ พวกเขาเอาแท่งเหล็กหนาอุ่นให้ร้อนเสียบเข้าไปอวัยวะเพศของเธอ และทะลวงมันลึกเข้าไปทุกครั้งที่เธอร้องว่า “อย่า!” เธอทนถูกทรมานได้ประมาณ 2 ชั่วโมง จนในที่สุดเธอก็กล่าวว่า “ค่ะ ห้าครั้ง” หัวหน้าเจ้าหน้าที่รู้สึกอับอายมากต่อหน้าเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่คนของเขาไปมีความสัมพันธ์ทางเพศกับนักโทษ เขาจึงเตะแท่งเหล็กเข้าไปในร่างของเธอจนมิดด้าม ซึ่งยาวประมาณ 70 เซนติเมตร จนเธอสิ้นใจ เขาเล่ากันว่าเธอตายทั้งที่ตาเบิกโพลง

                ฝ่ายจ่าซอยนั่นไม่ทราบว่านางสาวคิมถูกจับและอะไรจะเกิดขึ้นกับเขา จนกระทั้งเขาถูกปลดจากราชการ และถูกถอดถอนสมาชิกภาพของพรรค เขาถูกส่งตัวไปทำงานเป็นกรรมกรเหมืองในพื้นที่ห่างไกลตลอดชีวิต เพื่อนร่วมงานบางคนที่ไปราชการในพื้นที่นั้นบอกว่าจ่าซอยมีชีวิตประหนึ่งขอทาน ไม่มีแม้แต่บ้านจะอยู่

                หลังจากเหตุการณ์นั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและผู้คุมถูกบังคับให้เข้ารับอบรมอย่างเข้มงวดหลายหลักสูตร เพื่อรับการศึกษาใหม่ด้านอุดมการณ์

                เรื่องที่ 2 (ประจักษ์พยานโดย นายอาห์น มยุง ชุลอดีตผู้คุมนิคมกักกัน)

                เด็กหญิง ฮัน จิน ดอค ถูกนำตัวมาที่นิคมกักกันที่ 22 เมื่อเธออายุเพียง 7 ขวบ เมื่อผมพบเธอครั้วแรก ในฤดูร้อนปี 1991 เธอเป็นหญิงสาวสะสวยอายุ 26 ปี ทำงานฉาบปูนในอุโมงค์ เอแตกต่างจากนักโทษคนอื่นๆ เพราะเธอพยายามรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และยิ้มให้กับนักโทษคนอื่นๆ อันเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากมากในท่ามกลางหมู่นักโทษ

                ตอนนั้นผมกำลังเล่นกีตาร์และร้องเพลงเกาหลีใต้ในฟาร์มหมูที่ผมดูแลอยู่ และเป็นช่วงอาหารกลางวัน พอผมหยุดเล่นเพื่อไปเตรียมอาหารหมู ผมก็เห็นนักโทษ ฮัน จิน ดอค วิ่งหนีไปจากหน้าต่างที่ผมอยู่ เห็นได้ชัดว่า เธอกำลังฟังเพลงที่ผมร้อง พอผมบอกเธอให้หยุด เธอก็เข้ามาโค้งต่ำๆ ซึ่งเป็นข้อบังคับสำหรับนักโทษเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คุมหรือหจ้าหน้าที่ เธอหวาดกลัวที่ผมสั่งให้หยุด และผมเสียใจที่ทำเช่นนั้น

                ผมถามเธอ “คุณได้ยินเพลงใช่ไหม”

                เธอตอบ “ใช่ค่ะท่าน ดิฉันขอโทษ”

                ผมพูดต่อ “ถ้าเช่นนั้นก็อย่าเอาไปร้องให้ใครฟัง เข้าใจไหม? เอาละไปได้”

                แต่เธอก็ไม่ยอมไป โดยลังเลอยู่ชั่วขณะ ในที่สุดเธอก็กล่าวว่า “ท่านคะ โปรดสอนให้ดิฉันร้องเพลงที่ไพเราะนี้หน่อยสิค่ะ”

                ผมตอบเธอ “ไม่” เพราะรู้ดีว่าจะมีอันตรายอย่างไรตามมา

                เธอตอบว่า “ท่านคะ พวกนักโทษที่ทำงานอยู่ในอุโมงค์ล้วนแต่ซาบซึ้งน้ำใจของท่านสำหรับความช่วยเหลือและความเมตตาที่ท่านมีให้พวกเรา ดิฉันรู้ดีว่ามันอาจเกิดอะไรขึ้นกับท่านและดิฉัน ดิฉันจะไม่ทำให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อท่าน ไม่ว่าสถานการณ์ใดๆ พวกเราไม่ใช้สัตว์เดรัจฉาน พวกเราสึกนึกในความเมตตาของท่าน ได้โปรดสอนเพลงให้ดิฉันเถิด”

                ผมตระหนักดีถึงความเสี่ยงที่จะตามมานั้นคือความเป็นไปได้ที่จะถูกปลดจากราชการและถูกลงโทษอย่างรุนแรง แต่ผมจำได้ดีว่า พวกนักโทษไม่เคยทรยศความไว้เนื้อเชื่อใจที่ผมมีให้ต่อเขาเลยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผมจึงเอาเนื้อเพลงให้เธอและยอมให้เธอแอบฟังเพลงนอกห้องทำงานของผม นี่คือการที่ผมได้รู้จักเธอ

                บิดาของเธอเป็นสัตวแพทย์ในอำเภออันเมียงของจังหวัดกังวอนในเกาหลีเหนือ อาของเธอเป็นนายพันในกองทัพบกอยู่ตอนที่ปลดพร้อมกับรัฐมนตรีกลาโหมในปี 1973 เธออายุเพียง 7 ขวบ เมื่อเจ้าหน้าที่มั่นคงบุกเข้าไปในบ้านของเธอตอนกลางคืน และนำตัวทุกคนในครอบครัวมาที่นิคมแห่งนี้ บิดาของเธอหายสาปสูญไปเมื่อถูกสั่งให้ร่วมกลุ่มนักโทษที่แข็งแรงไปทำงานพิเศษ เธอไม่มีเสื้อผ้าที่เหมาะสมและอยู่ในสภาพหิวโหยตลอดเวลา ตอนที่เธอเล่าเรื่องราวของตนเองให้ผมฟังทั้งน้ำตานั้น ผมรู้สึกเหมือนว่าเธอเป็นพี่สาวผมเอง หลังนั้น ผมก็มักแอบช่วยเหลือเธอทุกครั้งเท่าที่ทำได้

                ไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ผมได้รับมอบหมายงานใหม่ โดยย้ายจากฟาร์มหมูไปทำหน้าที่หนึ่งช่วงหลังของปีเดียวกันนั้น วันหนึ่งผมก็ได้ยินว่านางสาวฮันถูกจับเธอฐานมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้คุมคนหนึ่ง ถูกซ้อมอย่างรุนแรง ถูกรุมโทรมข่มขืน ถูกเหยียบย่ำความเป็นผู้หญิง และเต้านมถูกไฟเผา เพื่อเป็นการลงโทษฐานมีความสัมพันธ์กับผู้คุมคนนั้น  ผมวิตกอย่างยิ่งว่าภายใต้การทรมานนั้น เธออาจเผยถึงความสัมพันธภาพส่วนตัวระหว่างเธอกับผม หลายสัปดาห์ต่อมาผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับผม เธอได้รักษาสัญญาณที่เธอให้ไว้จริงๆ แต่ผมก็คิดว่าเอคงถูกสังหารไปแล้ว

                ดังนั้น ผมจึงแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อได้เห็นเธอกำลังเดินอยู่วันหนึ่งในเดือนมีนาคมของปี ค.ศ.1993 ขณะที่ผมขับรถไปกองบัญชาการของผม แต่เธอกลายเป็นคนละคน เธอโทรมมีแต่หนังหุ้มกระดูก เธอดีใจที่พบผมและใบหน้าของเธอบูดเบี้ยวเมื่อเธอพยายามยิ้ม

                ผมตะโกนเรียกเธอ “ไม่น่าเชื่อเลย คุณยังมีชีวิตอยู่ เกิดอะไรขึ้นกับคุณ”

                เธอตอบมา “ ดิฉันน่าจะตายไปแล้ว ดีเสียกว่าที่จะมีชีวิตอยู่อย่างนาถเช่นนี้ ดิฉันถูกทรมานอย่างรุนแรงและถูกรุมข่มขืนโดยเจ้าหน้าที่ที่เหยียบย่ำความเป็นผู้หญิงของดิฉัน ดิฉันไม่เหลือศักดิ์ศรีของผู้หญิงอีกแล้ว พวกเขาไว้ชีวิตดิฉันเพราะดิฉันยอมเป็นสายให้ ที่นี้ ดูนี้สิ!

                 เธอปลดกระดุมเสื้อและให้ผมดูหน้าอกของเธอ มันเต็มไปด้วยแผลและหนอง มันน่าตกใจอย่างยิ่ง และหน้าอกของเธอส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งเพราะแผลเน่า

                “พวกเขาเอาไฟเผาหน้าอกดิฉัน แผลพวกนี้จะไม่มีวันหาย ตอนนี้ดิฉันเป็นกรรมกรเพราะถูกลงโทษ ซึ่งหมายความว่าดิฉันได้รับอาหารน้อยลงและต้องอยู่ใต้ดิน 24 ชั่วโมง ดิฉันทำงานที่นั่นมา 3 เดือนแล้ว เขาคิดว่าดิฉันอาจตายเมื่อไรก็ได้ จึงอนุญาตให้ฉันเดินทางไปร้านหมอ”

                “ผมเสียใจอย่างมากจริงๆ สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ ผมจะหายามาให้คุณ ผมเสียใจที่เราไม่สามารถคุยกันอย่างนี้ต่อไปได้ เราต้องไปแล้ว”

                ตอนที่ผมจากเธอ เธอร้องไห้ลึกๆ อยู่ข้างใน เธอบอกว่า “ท่านค่ะ ดิฉันจะไม่มีวันลืมความเมตตาของท่านเลย ขอบคุณมาก และลาก่อนค่ะ”

                ผมไปเอายาปฏิชีวนะแบบทาและพยายามมองหาเธอ แต่เธอก็หายไปเสียแล้ว ในเดือนตุลาคม 1993 ราว 1 ปีให้หลัง ผมก็ต้องประหลาดใจที่พบเธอท่ามกลางผู้หญิงที่สูงอายุและพิการในไร่ข้าวโพด

                ผมถามเธอ “ตอนนั้นคุณหายไปไหน? เกิดอะไรขึ้นกับขาของคุณ?

                เธอตอบว่า “ขาของดิฉันขาดจากอุบัติเหตุรถเลื่อนขนแร่ในเหมืองค่ะ”

                ผมถามเธอว่า “เมื่อไร?

                เธอตอบ”สามวันหลังจากครั้งสุดท้ายที่ดิฉันพบท่านค่ะ”

                ผมไม่สามารถถามอะไรเธอมากไปกว่านี้ เพราะไม่ต้องการให้เธอต้องเอ็บปวดโดยตอกย้ำความทรงจำอันแสนโศกสลดของเธอ

 

ส่งท้าย

 

                แน่ใจหรือว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง?

                เรื่องทั้งหมดนี้มาจากหนังสือ “นี่หรือ...คือความจริง? คุกลับเกาหลีเหนือ” ที่เนื้อหามาจากคำสัมภาษณ์จากผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ แปลโดยชัยทิมพ์ คัดสุขะ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นเมื่อปี 2004 เพื่อบอกให้โลกรู้ถึงความจริงและความเป็นอยู่ของนิคมกักกัน พยานทั้งหมดในเรื่องแม้จะต่างที่ต่างเวลา แต่คำให้การของพวกเขาล้วนมีส่วนเหมือนกันจนน่าเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

                แต่จนบัดนี้รัฐบาลเกาหลีเหนือไม่เคยยอมรับเรื่องดังกล่าวแม้แต่น้อย

                เกาหลีเหนือปฏิเสธมติของสหประชาชาติอย่างจริงจัง  และอ้างว่าเป็นแผนการทางการเมืองที่จะกำจัดระบบการปกครองของเกาหลีเหนือ โฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือเป็นผู้ประณามมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนืออ้างว่า เป็นมติที่ไม่มีมูลความจริง พร้อมทั้งยืนยันว่า เกาหลีเหนือจะใช้ระบบและอุดมการณ์ทางการเมืองของตนต่อไป .

               มีคำถามที่ว่า ทำไมไม่มีนักการเมืองไทยคนไหนหรือหน้าไหนที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ทั้งๆ ที่มันเกี่ยวข้องกับไทยมากกว่าที่คิดกัน (คนทั่วไปให้ความสนใจเรื่องโรฮิงญามากกว่า)

               
                
มันเกี่ยวกันเตรงไหนและอย่างไร สองเหตุผลชัดเจนคือ หนึ่ง ไทยเป็นประเทศที่มีผู้อพยพเกาหลีเหนือแอบเข้ามากที่สุดในโลก รองจากจีนและมองโกเลีย เหตุผลที่สองคือ เรามี ศ.วิทิต มันตาภรณ์ แห่งคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ (ผู้รายงานพิเศษสภาพสิทธิมนุษยชนเกาหลีเหนือชองสหประชาติ)

                ตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา โดยเฉลี่ยจะมีผู้อพยพเกาหลีเหนือประมาณวันละ 4 คนเข้ามาถึงชายแดนไทยทางเมืองเชียงของที่มีชายแดนติดต่อกับไทย-ลาว พอมาถึงดินแดนไทย คนเหล่านี้จะเข้ามารายงานตัวที่กองตรวจคนเข้าเมือง หลังจากตรวจสอบแล้ว จะถูกกักขังชั่วคราวพอเป็นพิธี ก่อนที่จะส่งเข้ากรุงเทพฯ ขั้นตอนต่อไปคือจะถูกส่งไปที่เกาหลีใต้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไทยได้ให้ความร่วมมือกับเกาหลีใต้และองค์การข้าหลวงผู้ลี้ภัยขององค์การสหประชาชาติ มาตลอดเป็นอย่างดี แต่ไม่ค่อยเป็นข่าว มาเป็นข่าวก็ตอนมีตำรวจไปจับคนเกาหลีเหล่านี้สวดหนวกหูชาวบ้าน เพราะพวกเขาบางคนนับถือศาสนาคริสต์

                ที่ผ่านมาไทยกลับถูกต่อว่าอย่างสาหัสสากรรจ์ในกรณีโรฮิงญาและกรณีชาวม้ง เอาเข้าจริงต้องโทษตัวเราเอง ไม่รู้จักวิธีการบริหารจัดการข้อมูลและภาพลักษณ์ทั่วไปและสิ่งที่ไทยได้ปฏิบัติไว้ในกรอบสากล ยกตัวอย่างวันก่อนได้ไปดูศูนย์อพยพชาวม้งที่ศูนย์ห้วยน้ำขาว จ.เพชรบูรณ์ มีเจ้าหน้าที่ทหารเกือบ 200 ประจำการ ดูแล้วน่ากลัว ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไร รัฐบาลไทยพยายามช่วยคนม้งเหล่านี้ให้กลับบ้านช่อง แต่เวลาภาพลักษณ์ออกไป เป็นทางลบหมด ไปในทางที่บังคับกลับ ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่ทัพภาคที่ 3 จะว่าอย่างไร รัฐบาลไทยมักจะน้อยใจว่าบางทีทำดีแล้วไม่ได้ดี มีแต่คนด่า 

                เรื่องผู้อพยพเกาหลีเหนือ คนไทยต้องใส่ใจเป็นพิเศษ มันเกี่ยวโยงกับความมั่นคงในภูมิภาค ยิ่งมีผู้อพยพเกาหลีเหนือเข้ามาเมืองไทยมากเท่าไร มันอาจจะหมายความว่า ในอนาคต สังคมเกาหลีเหนืออาจจะพังทลาย คล้ายกับการล้มสลายของเยอรมนีเมื่อปี 1990 ก็ว่าได้ ตอนนั้นมีคนหนีออกมาเยอะ จนรัฐบาลเยอรมันตะวันออกต้านทานอะไรไม่ได้

                ไม่มีใครอยากเห็นเกาหลีเหนือล้มพังทลาย มันจะสร้างปัญหาสารพัดตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ที่น่าแปลกคือไม่มีนักการเมืองไทยคนไหนสนใจเรื่องนี้เลย ทั้งๆ ที่ไทยเรามีผู้เชี่ยวชาญมือหนึ่งของโลกเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนเกาหลีเหนือ (มี อาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ที่สนใจเรื่องการเมืองพม่าอย่างจริงจัง) มากไปกว่านั้น ไม่มีใครสนใจเรื่องการลักพาตัวของ คุณอโนชา ปั้นจ้อย ซึ่งเกิดเมื่อปี 1986 ที่มาเก๊าโดยหน่วยสืบราชการลับเกาหลีเหนือ ทั้งๆ ที่เธอเป็นคนบ้านเดียวกับ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผู้แทนสภาคนปัจจุบันของ อ.สันกำแพง ชื่อ ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ เป็นลูกสาว อดีตนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไม่รู้เหมือนว่าทำอะไรอยู่ ถ้าเป็นนักการเมืองในประเทศเจริญแล้ว ส.ส.ต้องออกตัวปกป้องหรือเสาะหาความจริงต่อไป



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 66 : 5 เรื่องจริงสุดโหดของคุกลับเกาหลีเหนือ (ตอนที่ 5) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 19023 , โพส : 52 , Rating : 100% / 9 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3
# 52 : ความคิดเห็นที่ 17808
ร้องไห้เลยสงสารพวกเค้า
Name : phichuda < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ phichuda [ IP : 110.49.233.95 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:00
# 51 : ความคิดเห็นที่ 13306
ประเทศเราดีสุดแล้วล้ะ T^T
Name : SodaMemE < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SodaMemE [ IP : 223.207.136.33 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2554 / 04:04
# 50 : ความคิดเห็นที่ 12398
พวกน่่ารังเกียจ . ขยะเเขยง จริง ๆ
Name : By-feurn < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ By-feurn [ IP : 110.171.6.5 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 สิงหาคม 2554 / 12:47
# 49 : ความคิดเห็นที่ 11895

เรียกว่าสัตว์... ยังไม่ได้เลย

Name : K.E.bullet < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ K.E.bullet [ IP : 124.122.182.199 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มิถุนายน 2554 / 14:22
# 48 : ความคิดเห็นที่ 11653
ที่เขาว่าฟ้าก้องสรรเสริญ
จงเจริญแด่ท่านผู้ยิ่งใหญ่
ทั้งแสนยานุภาพนั้นเกรียงไกร
จงจำไว้ คิมจองอิล ผู้นำเรา

   แต่ไยเล่าคนเหล่านั้นจะได้คิด
ผู้นำผิดจิตโหดร้ายแถมโง่เขลา
ทั้งลักพาล้างสมองก็ยังเอา
เพื่อเขานั้นจะครองโลกชั่วนิรันดร์

   ประชาชนประเทศนี้ทุกข์ลำบาก
ทั้งอดอยากยากแค้นแลโศกศัน(เขียนผิดก็ขออภัยนะคะ)
ต้องเสี่ยงตายแลลี้ภัยลำบากกัน
บางคนนั้นก็ถูกขายเยี่ยงผักปลา

   เขายังทำทุกอย่างเพื่ออำนาจ
ลวดขึงหาดค่ายกักกันที่แน่นหนา
ขอเรารู้กันไว้ให้ทั่วโลกา
ขอดินฟ้าลงโทษท่านชั่วกัปกัลป์


Itachi Uchiha(hyuganeji05) ผู้ประพันธ์

(เคยไปลงในไรท์เตอร์ของ ดูการ์ตูนกับคนบ้าฆาตกรแล้วค่ะ)
Name : Itachi Uchiha < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Itachi Uchiha [ IP : 124.121.251.37 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 พฤษภาคม 2554 / 15:18
# 47 : ความคิดเห็นที่ 11421
ฮันจินดอค ดวงคุณแข็งมาก ยอมทำผิดเล็กๆน้อยๆให้โดนยิงตายซะยังดีกว่า ส่วนคุณคิมปอคตอค คุณตายก็ดีแล้วเพราะถ้าไม่ตาย คุณก็คงโดนทรมานมากกว่านี้เพราะความแค้นของผู้คุมเลวๆ มีสมองแต่ไม่ยอมใช้ มีหัวไว้ตั้งบ่า มีสมองไว้ยัดขี้หมู แล้วยังยอมรับผู้นำที่..เลวร้ายหาคำบรรยายไม่ได้มาทำเรื่องเลวร้ายที่หาคำบรรยายไม่ถูกอีก เฮ้อ ไปดีเถอะ อ้อ ว่างๆก็ช่วยไปหลอกหลอน หรือแก้แค้นให้ตัวคุณและนักโทษคนอื่นๆด้วยจะดีมากกๆๆๆ
PS.  รู้ไหมแต่งนิยายเรื่องหนึ่งยากตรงไหน? ไม่ได้ยากตอนแต่งฉากเลิฟซีน ไม่ได้ยากตอนแต่งบทเศร้า แต่ว่า.....มันยากตรงที่จะแต่งให้มันจบ == จริงป่ะ
Name : yodarf < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ yodarf [ IP : 110.168.101.184 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 พฤษภาคม 2554 / 10:04
# 46 : ความคิดเห็นที่ 10683
 หน้าตาผู้นำมันน่าเกลียดมาก ไอทหารข้างๆยังจะดูดีกว่าซะอีก
PS.  ไม่ชอบคำอธิบาย แต่ต้องการแค่ผลลัพธ์ [ I  Ma Mom ]
Name : เจ้าหญิงเขียด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าหญิงเขียด [ IP : 65.10.225.113 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 เมษายน 2554 / 06:31
# 45 : ความคิดเห็นที่ 9673
เราว่าเกิน 70% ของเรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องจริง!

แต่ว่าอาจมีใส่สีตีไข่บ้างตามประสาคนที่เขาแค้นอ่ะนะ 

แต่เราว่ามันก็โหดร้ายเกินไปอยู่ดี
PS.  I'm E.L.F & WDF :: LeeYe!! จงเจริญ!! จิ้นๆๆๆ ใครไม่จิ้นฉันจิ้น(อยู่คนเดียว)! ลีดเดอร์ผู้น่ารัก!
Name : B-Blue < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B-Blue [ IP : 115.87.57.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มีนาคม 2554 / 01:16
# 44 : ความคิดเห็นที่ 9511
อึ้ง ที่สุด ... มนุษย์เหมือนกัน ทะมัยถึงได้ ไม่มีความเมตตาต่อกัน บาปกรรมมันไม่มีจริงหรือไง คนที่เลวกว่าผู้คุมก้อคือคนที่ เป็นผู้นำ ที่ไม่มีมนุษย์ธรรม และสร้างความเสียหายให้คนส่วนใหญ่ นี่แร่ะ นะ....
อำนาจเป็นสิ่งที่น่ากลัวจริงๆ
Name : ไว้อาลัยให้เกาหลีเหนือ [ IP : 183.89.83.19 ]

วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 / 00:00
# 43 : ความคิดเห็นที่ 8836
ไม่มีประเทศไหนกล้าต่อต้านเกาหลีเหนืออย่างออกนอกหน้าหรอก
อเมริกาที่ว่าเสนอหน้ามากๆยังไม่ค่อยเลย

Name : คารังว [ IP : 125.25.26.125 ]

วันที่: 21 ธันวาคม 2553 / 18:27
# 42 : ความคิดเห็นที่ 8651
อย่าไปโทษพวกผู้คุมเลยเพราะเค้าทำตามคำสั่งผมเชื่อว่าผู้คุมกว่าครึ่งก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกแต่พวกเค้าเป็นแค่เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยไม่มียศไม่มีตำแหน่งอะไรเลยต้องทำตามคำสั่งของผู้ที่มียศสูงกว่า
Name : ดอฟ [ IP : 223.206.216.166 ]

วันที่: 7 ธันวาคม 2553 / 20:00
# 41 : ความคิดเห็นที่ 8190
เมื่อไรอีผู้นำคนนี้จะมะเร็งจะกำเริบตายๆไปซะเถอะอยู่ไปก็รกโลก
Name : top [ IP : 27.130.65.216 ]

วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 / 20:09
# 40 : ความคิดเห็นที่ 7790
 ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
 และก็
 พูดอะไรไม่ออกจริงๆ...
Name : MiNi❤LoliPop < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MiNi❤LoliPop [ IP : 222.123.246.13 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 ตุลาคม 2553 / 18:21
# 39 : ความคิดเห็นที่ 7789
 ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
 และก็
 พูดอะไรไม่ออกจริงๆ...
Name : MiNi❤LoliPop < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MiNi❤LoliPop [ IP : 222.123.246.13 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 ตุลาคม 2553 / 18:21
# 38 : ความคิดเห็นที่ 7649
น่าสงสารคนเกาหลีเหนือ........

ถูกปิดหูปิดตา...ไม่รู้ว่าสังคมภายนอกมันเจริญแค่ไหน

แล้วนี่มันอะไรกัน??.......

'...ถือยอมรับว่านักโทษคนนั้นเป็นมนุษย์'

นักโทษน่ะยังเป็น'มนุษย์'อยู่....ส่วนพวกแกน่ะ 'เลวสุดติ่ง!'

PS.  Love like oxygen,,คุณคืออ๊อกซิเจนของฉัน...
Name : NukNik[z]'Live < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NukNik[z]'Live [ IP : 58.64.111.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ตุลาคม 2553 / 21:36
# 37 : ความคิดเห็นที่ 6977
ผมเคยเจอข้อมูลในเน็ตที่บอกว่าประชาชนที่นั่นมีความเป็นอยู่ที่แร้งแค้นมาก แถบไม่มีข้าวจะกิน ไม่ค่อยมีหมอ ไม่มีอุปกรณ์เวชภัณฑ์ เพราะผู้นำเอาเงินที่ควรนำมาใช้บำรุงประชาชนไปซื้อคอนยัค(เหล้าราคาแพงมาก)ซะหมด จนกระทั่งมีหมอชาวต่างชาติคนหนึ่ง(ผมจำไม่ได้ว่าประเทศอะไร)ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยด้วยการรักษาโรคต้อกระจกให้กับประชาชน โดยที่เขาไม่คิดค่ารักษาใดๆทั้งสิ้น และเมื่อพวกเขากลับมามองเห็นได้แล้ว แทนที่จะขอบคุณหมอคนนั้น พวกเขากลับไปขอบคุณคิม จอง อิล ทั้งๆที่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย หมอเขามาด้วยจิตเมตตา เขาอุตสาห์ใช้ทรัพยากรของเขาในการรักษาให้ เขาไม่คิดเงินเลย ผมงงมากๆอาจเป็นเพราะประชาชนถูกปลูกฝังให้รักและเคารพผู้นำ ทั้งๆที่มันแถบไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้พวกเขาเลย
ผมสงสารหมอคนนั้นมากๆ
Name : Nut [ IP : 124.122.35.65 ]

วันที่: 18 กันยายน 2553 / 22:21
# 36 : ความคิดเห็นที่ 6876
ก็มีคำถามอยู่เหมือนกัน
ทำไมทั้งโลกไม่ต่อต้านเกาหลีเหนือ
ทั้งที่มันเลวชาติ ให้มนุษย์เราได้อิสระภาพ
แล้วทำไมทั้งประเทศไม่ต่อต้านมัน
คำตอบมันก็ในที่ไรเตอร์เขียน มันก็จริง
เราคงต้องคิดต่อไป จะจัดการยังไงดี

PS.  ทุกสิ่งlริ่มที่ตัวlรา.. llม้llต่ความรัก... ก้olช่นกัน everything begins that ourselves , even the love , as a result , also .
Name : YAMSANG!! < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ YAMSANG!! [ IP : 183.89.203.214 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 กันยายน 2553 / 14:14
# 35 : ความคิดเห็นที่ 6687
รอจนกว่าจะโตเหอะจะฆ่าด้วยการเอาไฟเผาบางจุดยัดมีดใส่ปากตัดอวัยวะเพศให้หมากินเอามีดกรีดแทงหลายจุดจนตาย
สำหรับไ อ้ เหี้ ยโดยเฉพาะ
PS.  ความรัก เป็นคำสั้นๆ ไม่มีความหมายแน่นอน แต่เราทุกคนเข้าใจมัน รู้จักมัน เข้าถึงมัน
Name : บัญชาเทพ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ บัญชาเทพ [ IP : 58.8.127.219 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กันยายน 2553 / 21:47
# 34 : ความคิดเห็นที่ 6604
พูดถึงม้งน้ำขาวในฐานะที่พ่อเราเป็น1ในทหารที่เข้าผลักดันส่งม้งลาวกลับประเทศได้ฟังที่เหล่าทหารเล่ามามันน่าสงสารพวกเขามากๆพวกเขารักที่จะอยู่เมืองไทย ตอนที่รถบัสออกเดินทางจากเข็กน้อยพวกผู้หญิงและเด็กๆพาร้องให้ส่วนม้งเข็กน้อยก็มายืนส่งและโบกมือลาด้วยความสงสารเห็นใจทั้งที่ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยชอบที่ถูกม้งน้ำขาวแย่งพื้นที่ทำกินแต่ด้วยความเป็นเพื่อนมนุษย์และเป็นม้งเหมือนกันเขาก็คงจะมีความรู้สึกสงสารให้กัน  จากตรงนี้อยากให้พวกเราชาวไทยได้คิดกันว่า ไม่มีที่ไหนจะดีสงบสุขเท่าที่ประเทศเราอีกแล้ว  รักประเทศชาติบ้านเมืองและในหลวงของเราให้มากๆเถอะ   อย่าให้วันที่เราจะต้องเป็นเหมือนเกาหลีที่แบ่งเป็นสองฝ่ายหรือเหมือนม้งอบยพที่ไม่มีแผ่นจะให้อยู่แบบนี้เลยนะ 
PS.  thank น๊ะจ๊า จุ๊บๆ
Name : mytakky < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mytakky [ IP : 124.157.190.179 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 สิงหาคม 2553 / 02:40
# 33 : ความคิดเห็นที่ 6517
อีความคิดเห็นที่1076 พูดยังกะจะทำได้เนอะจะไปฆ่าคิมจองอิลผู้นำเกาหลีเหนือบ้ารึป่าวเข้าถึงตัวมันให้ได้ก่อนเถอะก่อนที่มจะเข้าไปฆ่ามันมันก็ส่งพวกสายลับตำรวจลับรึไม่ก็พวกหน่วยลับล่าสังหารมาเก็บก่อนแล้วอย่าพูดโง่ๆให้กูหมั่นไส้ขอร้องกูไม่ได้เข้าข้างเกาหลีเหนือหรอกและไม่ได้ชื่นชอบมันด้วยแต่มันคือผู้นำและอีกอย่างมันก็มีพวกทหารหน่วยพิเศษคุ้มกันอยู่ตลอด24ชั่วโมง
Name : คิงส์ [ IP : 110.164.233.185 ]

วันที่: 27 สิงหาคม 2553 / 09:32
ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
# 30 : ความคิดเห็นที่ 6210
อยากเอาเท้าลูบหน้าท่านผู้นำมาก จิตใจทำด้วยอะไร เลวๆอย่างนี้อย่าได้ตายไว ขอให้มันได้เจอกับผลกรรมที่มันทำไว้ในชาตินี้ (ชาติหน้ามันช้าไป) อ่านแล้วสลด แต่ก็ขอบคุณสำหรับความรู้มากๆค่ะ
Name : ฮาร์ทบีท [ IP : 125.25.100.7 ]

วันที่: 12 สิงหาคม 2553 / 12:48
# 29 : ความคิดเห็นที่ 5457
รับไม่ได้เลยทีเดียว อยากจะ......ว้ากกกกกกกกกก!!!!!
PS.  Good Luck Every Body
Name : Kiss of Ghost < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kiss of Ghost [ IP : 110.169.32.65 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มิถุนายน 2553 / 20:42
# 28 : ความคิดเห็นที่ 5445
ผู้นำนี่โหดร้ายเกินไปแล้ว

อยากเอาระเบิดนิวเคลียยักปากมันจังเลย
เอ๋ไม่ๆๆๆๆ ตายง่ายเกิน

อย่างนี้ต้องเอาให้ตายอย่างทรมานคงจะดูดีกว่าเยอะสำหรับคนเเบบนี้(ชักจะโรคจิตแฮะ)
Name : หุหุหุ [ IP : 183.89.39.69 ]

วันที่: 28 มิถุนายน 2553 / 18:57
หน้าที่ 1 | 2 | 3
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android