คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 56 : ทฤษฏีสมคบคิด เราเคยเหยียบดวงจันทร์? (Did we land on the Moon?)


     อัพเดท 17 เม.ย. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 4,989 Overall : 2,762,571
22,181 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7216 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 56 : ทฤษฏีสมคบคิด เราเคยเหยียบดวงจันทร์? (Did we land on the Moon?) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 15397 , โพส : 28 , Rating : 64% / 9 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



ยังอยู่ทฤษฏีสมรู้ร่วมคิดอยู่ครับ โปรดใช้สติในการอ่าน เหมือนกับตอน “พอลตายแล้ว” นะครับ

 

 

อพอลโล (Apollo 11)

 

                ก่อนหน้านี้...เมื่อ 35 ปีที่แล้วของวันที่ 16 กรกฎาคมยานอพอลโล 11 ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า จากฐานปล่อยจรวดที่แหลมคานาเวรอล รัฐฟลอริดาเมื่อเวลาประมาณ 9.32 น.ตามเวลาในสหรัฐฯ

                อพอลโล 11 นำนักบินอวกาศ 3 คนขึ้นไปด้วยคือนีล อาร์มสตรองเป็นผู้บังคับการยานอวกาศ ไมเคิล คอลลิน และ เอ็ดวิน บัซซ์ อัลดริน เป็นลูกเรือ โดยมีเป้าหมายของภารกิจขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ ทั้งนี้นับได้ว่าอะพอลโล 11 เป็นยานอวกาศลำแรกที่ลงจอดบนดวงจันทร์และพามนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ได้เป็นครั้งแรก พร้อมประโยคอมตะจากนีล อาร์มสตรองว่า “มันอาจเป็นก้าวเล็กๆ แต่มันใหญ่ยิ่งสำหรับมนุษย์ชาติ)

                อพอลโล 11 เข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม หลังจากที่ออกจากโลกมาเป็นระยะทาง 240,000 ไมล์ รวมใช้เวลาเดินทาง 76 ชั่วโมงในวันที่ 20 กรกฎาคมเวลาประมาณ 13.46 น.ของสหรัฐฯ เมื่ออพอลโล 11 อยู่ในวงโคจรของดวงจันทร์รอบที่ 13 เวลาของการลงไปบนดวงจันทร์ครั้งแรกของมนุษย์เริ่มต้น นีล อาร์มสตรอง ผู้บังคับการอพอลโล 11 กับ เอดวิน อัลดริน ออกจากยานบังคับการ "โคลัมเบีย" เข้าไปอยู่ในยานดวงจันทร์ "อีเกิล" และแยกตัวออกจากโคลัมเบีย จึงเหลือไมเคิล คอลลินส์ เพียงคนเดียวที่อยู่ในโคลัมเบียโคจรไปรอบดวงจันทร์

                เมื่อเวลา 16.18 น. ของวันที่ 20 กรกฎาคม ยานอีเกิลลงจอดบนดวงจันทร์ที่บริเวณทะเลแห่งความสงบ ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของดวงจันทร์ หลังจากนั้นอาร์มสตรอง ออกจากยานดวงจันทร์เป็นคนแรกพร้อมประกาศด้วยคำพูดติดหูว่า "ก้าวเล็ก ๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง เป็นก้าวกระโดดไกลของมนุษยชาติ" และก้าวลงจากบันไดยานสู่ผิวของดวงจันทร์เมื่อเวลา 10.56 น.

                ยานอีเกิล เดินทางออกจากทะเลแห่งความสงบเมื่อเวลา 13.54 น. ของวันที่ 21 กรกฎาคมและ เชื่อมต่อกับยานบังคับการ โคลัมเบีย เมื่อเวลา 19.35 น. เมื่ออาร์มสตรองและ อัลดริน กลับเข้าไปอยู่ใน ยานบังคับการ โคลัมเบีย เรียบร้อยแล้ว ยานดวงจันทร์ อีเกิล ก็ถูกสลัดทิ้ง

                เวลา 12.50 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม อพอลโล 11 เดินทางกลับถึงโลก ยานบังคับการ โคลัมเบีย ลงบนมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากฮาวายไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 950 ไมล์ รวมใช้เวลาในการปฏิบัติภารกิจตั้งแต่ออกจากโลกจนกลับมาทั้งสิ้น 195 ชั่วโมง 18 นาที เป็นอันจบสิ้นปฏิบัติการอพอลโล 11

                แต่...........

                เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2001 สถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ ในอเมริกา ออกอากาศรายการชื่อ 'Conspiracy Theory : Did we land on the Moon?' ซึ่งเคเบิลทีวีของไทยได้นำมาออกอากาศเช่นกันโดยใช้ชื่อรายการว่า  “อพอลโล 11... ปฏิบัติการลวงโลก?' โดยแฉว่าอพอลโล 11 ของนาซาไม่เคยไปเยือนดวงจันทร์ อเมริกากำลังโกหกคนทั้งโลก

นอกจากนั้นรายการนั้นยังแฉอีกว่า ที่อเมริกาวางแผนลวงโลกก็เนื่องจากช่วงนั้นเพราะ  

                -เบี่ยงเบนความสนใจ เรื่องสงครามเวียดนาม โดย เบี่ยงเบนความสนใจของชาวโลก เรื่องของการโจมตีประเทศเวียดนาม เพื่อหยุดยั้งการขยายตัวของคอมมิวนิสต์

                -ชัยชนะในสงครามเย็น โดยสหรัฐอเมริกาได้รับชัยชนะเหนือโซเวียตในเรื่องการสำรวจอวกาศ ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่สูงสุดในขณะนั้น ถึงแม้ว่าการสำรวจอวกาศเหมือนที่โซเวียตได้ทำก่อนหน้านี้ ทางสหรัฐสามารถทำได้เช่นกัน แต่การถ่ายทำในสตูดิโอและสร้างข่าวลือ สามารถส่งผลที่ให้เกิดชัยชนะได้แน่นอนและลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยง ส่งผลให้สหภาพโซเวียตล่มสลายในช่วงเวลาต่อมา

                -รวบรวมเงิน ซึ่งนาซาได้รวบรวมเงินประมาณ 60,000 ล้านบาทในขณะนั้น (30 billion dollars) สำหรับโครงการสำรวจดวงจันทร์ โดยการสร้างแรงจูงใจให้ชาวสหรัฐอเมริกาและองค์กรต่าง ๆ บริจาคเงินจำนวนมหาศาลได้ โดยเงินสามารถนำมาใช้สำหรับสงครามเวียดนามได้โดยไม่มีข้อสงสัย

                -ความเสี่ยงสูง ถึงแม้ว่าโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการสำรวจอวกาศจะเป็นไปได้สำหรับสหรัฐอเมริกา แต่ขณะเดียวกันความล้มเหลวก็มีสูงเช่นกัน

                 รายการดังกล่าวทำให้องค์การนาซาต้องออกมาเต้นผาง และบรรดาผู้ชมที่เคยเชื่อว่ามนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์มาจริงก็หนาวๆร้อนๆไปตามกัน

                   ความจริงแล้วองค์การนาซาไม่เคยส่งใครไปดวงจันทร์เลยเหรอ หรือว่าทุกอย่างเป็นเรื่องกุขึ้น โดยสิ่งที่กล่าวอ้างพิสูจน์ได้จากภาพถ่ายที่มีพิรุธหลายอย่าง ต่อไปนี้คือข้อจับผิดองค์การนาซา พร้อมคำอธิบายคัดค้าน

                

                1. ดวงจันทร์ไม่มีบรรยากาศ ไม่มีเมฆ ทำไมในฉากหลังของทุกภาพมีแต่ฟ้ามืดๆ ไม่เห็นดาวสักดวง ถ้าเป็นบ้านเรา ฟ้าใสอย่างนี้ต้องเห็นดาวเต็มฟ้าไปแล้ว

                คำอธิบายคัดค้าน ภาพถ่ายจากดวงจันทร์เป็นภาพถ่ายกลางวัน นั่นคือทุกภาพมีแสงอาทิตย์ส่อง การถ่ายภาพกลางแดดต้องใช้รูรับแสงเล็กหรือความเร็วชัตเตอร์สูง ถ้าตั้งค่าในกล้องแบบนี้ไปถ่ายภาพตอนกลางคืน เราจะไม่ได้ภาพอะไรเลย เพราะแสงไม่พอ แสงดาวที่สว่างเพียงน้อยนิดยิ่งไม่มีทางเห็น บนดวงจันทร์ การถ่ายภาพกลางแดดซึ่งจ้ากว่าทุกแห่งในโลก เพราะไม่มีบรรยากาศคอยกรองแสง ก็บังคับให้ต้องใช้รูรับแสงเล็กมาก และความเร็วชัตเตอร์สูงมาก เราจึงเห็นฟ้ามืดในภาพจากดวงจันทร์ทุกภาพ

               

                2. ทำไมธงถึงโบกสะบัดอยู่ได้ ทั้งๆ ที่ บนดวงจันทร์ไม่มีลม ธงควรจะลู่ลงกองกับเสามากกว่า และถ้าดูให้ดีจะเห็นว่า ขอบบนของธงชาติไม่สะบัดพลิ้ว ดูเหมือนแขวนอยู่บนราว ซึ่งถ้าเป็นราว ธงก็น่าจะห้อยลงมาเป็นแผ่น ไม่น่าจะสะบัด

                คำอธิบายคัดค้าน  เสาธงที่มนุษย์อวกาศเอาไปปักบนดวงจันทร์เป็นเสาอะลูมิเนียม มีราวสำหรับแขวนธง นาซาเองทราบดีว่าถ้าเอาเสาไปเฉยๆ ธงคงห้อยแฟบติดเสา เลยทำราวแขวน แต่ให้สั้นกว่าผืนธงเล็กน้อย ธงจะได้ย่นนิดหน่อย ดูเหมือนกำลังโบกสะบัด พื้นผิวดวงจันทร์มีลักษณะเหมือนหินกรวดอัดแน่น การปักธงบนดวงจันทร์ ไม่ง่ายเหมือนเอาไม้จิ้มลูกชิ้น มนุษย์อวกาศต้องออกแรงปั่นเสาธงไปมาเหมือนสว่านเจาะลงไป ขณะที่คนกำลังทะลวงพื้น ตัวเสาอะลูมิเนียมก็แกว่ง พาให้ราวและผืนธงแกว่งสะบัดไปด้วย  โดยบนดวงจันทร์ไม่มีอากาศไปต้านแรงสะบัดของธง มันจึงสะบัดพลิ้วอยู่นานหลายนาทีกว่าจะหยุดนิ่งด้วยตัวเอง ภาพที่เห็นธงสะบัดถ่ายมาจากช่วงนี้นี่เอง หลังจากนี้ธงก็ห้อยลงมาเป็นแผ่น

               

                3. แหล่งกำเนิดแสงสำหรับภาพจากดวงจันทร์ทุกภาพคือดวงอาทิตย์ นาซาบอกว่าไม่มีใครเอาไฟถ่ายรูปไปใช้ แต่ทำไมภาพที่ออกมาบางทีเงาคนที่สูงเท่ากัน กลับมีเงายาวไม่เท่ากัน หรือเห็นเงาทอดไปในหลายทิศทาง ราวกับมีไฟสปอตไลต์ส่องหลายดวง

                คำอธิบายคัดค้าน คนหนึ่งยืนอยู่บนเนิน เงาทอดลงเขา อีกคนอยู่ในแอ่ง เงาทอดขึ้นเขา เงาจึงยาวไม่เท่ากัน ภูมิประเทศที่เป็นเนินแม้เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้ทิศทางของเงาเปลี่ยนไป ยิ่งถ้าเทียบเงาของสิ่งที่อยู่ใกล้กับอยู่ไกล การกำหนดทิศทางของสิ่งที่อยู่ไกลจะทำได้ยาก เส้นขอบฟ้าอาจหลอกตาเรา ทำให้คิดว่าเงาของสองสิ่งไปคนละทิศละทาง ความจริงเป็นทางเดียวกัน ถ้าหากมีแหล่งกำเนิดแสงมากกว่า 1 แหล่งจริง วัตถุที่อยู่ใกล้กันจะต้องมีเงามากกว่า 1 เงา แต่ทุกวัตถุในภาพจากดวงจันทร์ล้วนมีเงาเดียวทั้งสิ้น

                

                4. วัตถุในเงามืดควรจะดำมืด เพราะไม่มีแสงสว่างอื่นนอกจากดวงอาทิตย์ แต่วัตถุนั้นกลับสว่างจนเห็นรายละเอียด จะว่ามีแสงกระเจิงจากชั้นบรรยากาศมาช่วยก็ไม่ใช่ ต้องมีคนไปถือแผ่นสะท้อนแสงลบเงาแน่ๆ

                คำอธิบายคัดค้าน แหล่งกำเนิดแสงสำหรับภาพถ่ายจากดวงจันทร์มีเพียงดวงอาทิตย์ เหตุที่ทำให้เห็นรายละเอียดของสิ่งต่างๆ ในเงามืดได้นั้นมีหลายปัจจัย

                - พื้นผิวดวงจันทร์เป็นแผ่นสะท้อนแสงอาทิตย์ส่องลบเงามืด เพราะดวงจันทร์ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นละเอียดที่สะท้อนแสงอาทิตย์ให้กระจายไปทุกทิศทาง ซึ่งเป็นเหตุให้เราเห็น ดวงจันทร์เป็นสีนวลเย็นตาอีกด้วย

                - ดวงจันทร์ไม่มีบรรยากาศ แสงแดดที่นั่นจึงสว่างกว่าบนโลกหลายเท่า เมื่อสะท้อนไปจึงสว่างมาก
                - สิ่งที่เห็นชัดที่สุดในเงาคือชุดมนุษย์อวกาศสีขาว หรือวัตถุสีอ่อน ซึ่งสะท้อนแสงเข้าตาเรามากที่สุด

                 

                5. รอยเท้าของมนุษย์อวกาศดูไม่น่าจะเป็นไปได้ แม้เขาจะสวมชุดอวกาศที่หนักถึง 82 กก. แต่ดวงจันทร์มีแรงโน้มถ่วงเพียง 1 ใน 6 ของโลก จึงน่าจะเบามากจนไม่น่าจะเหยียบพื้นให้เป็นรอยได้ขนาดนั้น หรือถ้าเป็นรอยก็ไม่ควรจะคงรูปอยู่เหมือนกับเหยียบทรายเปียก ควรจะเลือนไปทันที เหมือนเหยียบทรายแห้ง

                คำอธิบายคัดค้าน คนที่เคยเห็นรอยเท้าสุนัขบนพื้นปูน คงไม่คิดว่าสุนัขตัวที่เดินผ่านปูนเปียกนั้นตัวหนักเท่าควาย บรรยากาศบนดวงจันทร์แห้งสนิทก็จริง แต่ฝุ่นบนดวงจันทร์กับทรายบนโลกไม่เหมือนกัน ฝุ่นดวงจันทร์เกิดจากเปลือกดวงจันทร์ถูกอุกกาบาตใหญ่น้อยพุ่งชนนับครั้งไม่ถ้วน จนป่นเป็นเม็ดฝุ่นละเอียดยิบที่ผิวหยาบและรูปทรงไม่สม่ำเสมอ

                ถ้าเป็นโลก กระบวนการกัดกร่อนด้วยลม น้ำและสนิม จะขัดผิวและลบเหลี่ยมเม็ดทราย แต่บนดวงจันทร์ไม่มีกระบวนการเหล่านี้ไปขัดสีเม็ดฝุ่น เมื่อเม็ดฝุ่นถูกอัดรวมกัน เช่นถูกเหยียบ ผิวหน้าของมันจะสานเกี่ยวติดกันทั้งแห้งๆ อย่างนั้น จึงคงรูปอยู่ได้

               

                6. บริเวณที่ยานลงจอดน่าจะมีหลุมใหญ่เนื่องจากแรงไอพ่นที่ต้องพยุงยานน้ำหนักกว่า 10 ตัน แต่ที่เห็นกลับดูเหมือนเอายานบรรจงวางลง รอบยานยังเป็นพื้นราบปกติ แถมมีฝุ่นหนาที่ควรจะถูกไอพ่นเป่ากระเจิงไปหมด

                คำอธิบายคัดค้าน จรวดที่ใช้ขับเคลื่อนยานลงดวงจันทร์มีแรงขับเต็มที่ถึง 10,500 ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว ก็จริง แต่นั่นคือแรงขับสูงสุดซึ่งไม่ได้ใช้ขณะลงจอด การจอดยานไม่ใช่ลอยลงมาจอดตรงๆ แต่ผู้ขับยานจะต้องร่อนหาที่จอดที่เหมาะสม ซึ่งใช้ความเร็วต่ำมาก เมื่อยานร่อนลงจอด มันจะไถลไปบนพื้นเล็กน้อยตามแนวร่อน ดังนั้นพื้นดวงจันทร์ใต้ยานนอกจากจะค่อนข้างปลอดฝุ่นเพราะถูกแรงจรวดเป่าฝุ่นไปหมด ยังอาจมีรอยครูดจากหัววัดที่ยื่นลงไปก่อน บนดวงจันทร์ไม่มีโมเลกุลอากาศไปผลักดันเม็ดฝุ่นให้ฟุ้งกระจาย ฝุ่นที่ถูกไอพ่นเป่าโดยตรงจะกระเด็นไปด้านข้างแล้วตกลงมาเหมือนก้อนหิน แต่ฝุ่นที่ไม่ถูกไอพ่นโดยตรงจะไม่มีลมที่ไหนมาเป่าออกไปอีก ฉะนั้นใต้ยานซึ่งถูกไอพ่นจึงเตียนโล่ง แต่รอบยานไม่ได้รับผลกระทบจากไอพ่นเลย จึงเต็มไปด้วยฝุ่นเหมือนเดิม หรือฝุ่นหนาขึ้นเพราะฝุ่นกระเจิงจากใต้ยานมาสมทบ

               

                7. ภาพถ่ายอัลดริน ถ่ายโดยอาร์มสตรอง เห็นได้ชัดว่าถ่ายจากระดับสายตา แต่ในภาพจะเห็นว่าทุกคนถือกล้องที่ระดับหน้าอก ดังนั้นความจริงต้องมีตากล้องอีกอย่างน้อย 1 คน ซึ่งคงเป็นคนถ่ายวิดีโอตอนที่อาร์มสตรองลงจากยานเป็นครั้งแรกด้วย

                คำอธิบายคัดค้าน อาร์มสตรองถ่ายรูปจากบนเนิน ส่วนอัลดรินอยู่ตีนเนิน

                ภาพยนตร์ตอนอาร์มสตรองเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรก ถ่ายด้วยกล้องวิดีโอซื่งติดอยู่ภายนอกยาน อาร์มสตรองเป็นคนบังคับให้กล้องยื่นออกมาจากที่เก็บใต้ลำตัวยานในขณะที่เขากำลังจะลงสู่พื้น หลังจากนั้นกล้องจะถูกถอดไปติดขาตั้งเพื่อถ่ายภาพกิจกรรมอื่นต่อไป

               

                8. ภาพถ่ายที่บอกว่าถ่ายจากสถานที่ 2 แห่ง ทำไมดูเหมือนกับถ่ายอยู่ในจุดเดียวกัน เพราะฉากหลังเหมือนกัน เปลี่ยนแต่ข้าวของข้างหน้าเท่านั้น

                คำอธิบายคัดค้าน ในภาพที่ยกมาจับผิด ฉากหลังที่ดูเหมือนกันคือภูเขาที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร เรานึกว่ามันเป็นฉากหลังที่อยู่ใกล้ก็เพราะบนดวงจันทร์ไม่มีบรรยากาศ ไม่มีฝุ่นละอองหรือความชื้นในอากาศที่ทำให้ภูเขาบนโลกในระยะทางเท่ากันดูห่างไกลลิบลับ ของที่อยู่ไกลมากจะดูเหมือนไม่เปลี่ยนตำแหน่งเลยในขณะที่เราเดินทางไป ลองคิดถึงทิวทัศน์ไกลๆ สองข้างทางเวลาเรานั่งรถไปต่างจังหวัด ต้นตาลที่ขอบฟ้าดูเหมือนไม่ย้ายที่ แต่ความจริงมันค่อยๆ เลื่อนไปทีละน้อยจนเราไม่สังเกตเห็นต่างหาก

               

                9. รถที่ใช้บนดวงจันทร์ใหญ่เกินกว่าจะเอาขึ้นไปในยานลงดวงจันทร์ได้ หรือถ้าเอาขึ้นไปได้ ก็สูบลมยางไม่ได้ เพราะยางจะระเบิดทันทีเมื่อแรงดันในยางเจอสุญญากาศ

                คำอธิบายคัดค้าน รถสำรวจดวงจันทร์ถูกพับติดไว้นอกลำตัวยานลงดวงจันทร์ พอจะใช้งานก็เอาออกมาประกอบบนพื้นผิวดวงจันทร์ ส่วนล้อรถนั้นไม่ใช้ยางเลย ผู้ออกแบบตระหนักดีว่ายางรถจะเกิดปัญหาในสุญญากาศ จึงออกแบบรถให้ใช้ตะแกรงลวดเสริมโครงแทนยางปกติ

               

                10. กากบาท (crosshair) อย่างที่เห็นในภาพถ่ายทุกภาพ เป็นของเติมเข้าไปทีหลัง เพราะบางทีเราจะเห็นคนเติมเส้นทำพลาด ทำเส้นแหว่งหายไปอยู่หลังวัตถุ ดังในภาพ

                คำอธิบายคัดค้าน กากบาทเหล่านี้เป็นเส้นที่ขีดไว้บนแผ่นกระจกระหว่างเลนส์กับฟิล์ม ฉะนั้นจะปรากฏอยู่บนภาพทุกภาพจากดวงจันทร์ ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าทุกภาพที่บอกว่าเส้นหายนั้น เส้นจะหายไปเมื่อขีดผ่านวัตถุสีขาวกลางแดดจ้าเท่านั้น นี่เป็นเรื่องปกติของฟิล์มถ่ายภาพ ในภาพถ่ายปกติ บริเวณสีขาวในภาพคือส่วนที่ฟิล์มได้รับแสงมากที่สุดถึงมากเกินไปจึงกลายเป็นสีขาว ความขาวนี้สามารถลามไปถึงส่วนอื่นของฟิลม์ได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อส่วนนั้นเป็นสีดำ ถ้าเขตสีดำมีไม่มากนัก ก็จะถูกสีขาวลามไปกลบจนหมดอย่างที่เห็น ภาพต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของเส้นดำบนพื้นขาว จะเห็นปรากฏการณ์สีขาวลามไปเหมือนกัน

               

                11. การเดินทางไปดวงจันทร์ต้องผ่านแถบรังสีแวน อัลเลน ซึ่งเป็นแถบรังสีความเข้มข้นสูงที่ล้อมอยู่รอบโลก ไม่มีทางที่มนุษย์อวกาศจะรอดชีวิตจากแถบรังสีนี้ไปได้ ดังนั้นไม่เคยมีใครไปดวงจันทร์

                คำอธิบายคัดค้าน แถบรังสีแวน อัลเลน เป็นอันตรายต่อชีวิตแน่นอน ยานอะพอลโลไม่มีเกราะป้องกันรังสี ดังนั้นมนุษย์อวกาศทุกคนย่อมได้รับรังสี แต่พวกเข้าไม่ได้เข้าไปอยู่นิ่งๆ ในแถบรังสี เพียงเดินทางผ่านไปด้วยความเร็วสูง ปริมาณรังสีที่มนุษย์อวกาศแต่ละคนได้รับอยู่ที่ประมาณ 1 rem ส่วนปริมาณที่ทำให้เกิดอาการผิดปกติคือ 25 rem ปริมาณที่ทำให้เกิดอาการแพ้คือ 100 rem และถ้าได้รับถึง 500 rem จะตายทันที

               

                12. ถ้ามนุษย์เคยไปเหยียบดวงจันทร์ และทิ้งอุปกรณ์ไว้มากมาย ทำไมกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลจึงไม่เคยส่องเห็นของพวกนั้นเลย

                คำอธิบายคัดค้าน ความละเอียดของ WFPC2 กล้องถ่ายภาพในกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ซึ่งเป็นกล้องดิจิตอล มีความละเอียดเพียง 800 x 800 พิกเซลเท่านั้น ในระยะห่างขนาดดวงจันทร์นั้น 1 พิกเซลมีค่าเท่ากับ 1 สนามฟุตบอล ฉะนั้นของที่เล็กกว่า 1 สนามฟุตบอล จะไม่มีผลต่อภาพเลยแม้แต่จุดพิกเซลเดียว พูดอีกอย่างก็คือ กล้องฮับเบิลยังละเอียดไม่พอ ถ้าอย่างนั้น ทำไมเราจึงมีภาพความละเอียดสูงของเทห์ฟากฟ้าจากกล้องฮับเบิลตั้งมากมาย ตอบว่า นั่นก็หมายความว่า วัตถุเหล่านั้นไม่ใช่เล็กๆ เลย

           

            13. จำนวนภาพถ่ายที่มากจนเกินไป โดยเมื่อนำจำนวนเวลาที่ลงจอดบนดวงจันทร์ เปรียบเทียบกับจำนวนภาพถ่ายทั้งหมด จะได้ว่า ภาพถ่ายถูกถ่ายขึ้นทุก 15 วินาที โดยเมื่อเปรียบเทียบกับคุณภาพกล้องในสมัย ปี พ.ศ. 2512 การถ่ายภาพและการเลื่อนฟิล์มทั้งหมด ใช้เวลาประมาณ 30 วินาทีต่อ 1 ภาพ

                คำอธิบายคัดค้านนักบินอวกาศได้รับการฝึกฝนให้ใช้เครื่องมือการถ่ายภาพเป็นอย่างดี นอกจากนี้อุปกรณ์การถ่ายภาพยังทำให้สามารถถ่ายภาพได้สะดวก ถึงขนาดที่ถ่ายได้สองภาพต่อหนึ่งวินาที ถ้าดูภาพที่ถ่ายมาจะพบว่าภาพจำนวนมากถูกถ่ายต่อเนื่องกัน

 

                และนอกจากนี้หลักฐานอีก 3 ข้อที่ยืนยันว่าเราอพอลโลได้ไปดวงจันทร์แล้วจริงๆ คือหินจากดวงจันทร์ที่นำกับมาบนฏลกผลการตรวจสอบจากหลายๆ ประเทศพบว่าเป็นหินจากดวงจันทร์จริงๆ

                และนอกจากนี้ก็มีสัญญาณที่ติดต่อสื่อสารที่ส่งกลับมาบนโลกก็พบมาติดต่อจากสถานที่ไกลแสนไกล และนอกจากนี้ก็มีปฏิกิริยาของรัสเซียที่ถ้าเป็นปฏิบัตการลวงโลกจริงก็ต้องออกมาแฉอเมริกา และพยานที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ทั้งหลายก็ยังยืนยันว่าปฏิบัติการนี้ไปถึงดวงจันทร์ จนกระทั้งเวลาผ่านไป 30 กว่าปีทุกคนก็ไม่กลับคำ

                เรื่องราวของอะพอลโล 11 ทั้งในแง่ "จริง" หรือ "หลอก" สามารถค้นคว้าหาได้ตามฐานข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะบนอินเทอร์เน็ตที่มีกระทู้ต่างๆ มากมาย หรือที่

                http://my.dek-d.com/dek-d/story/view.php?id=95965 

                ในปี 1974 ได้มีหนังสือซึ่งเขียนขึ้นโดย บิลล์ เคย์ซิง (Bill Kaysing) ชื่อเรื่องว่า เราไม่เคยเหยียบดวงจันทร์ (We Never Went to the Moon) หรือ หนังสือของ ราล์ฟ มูน ในชื่อเรื่อง นาซาเหยียบสหรัฐอเมริกา (NASA Mooned America) ซึ่งเกี่ยวกับข่าวหลอกลวงที่นาซาสร้างขึ้น และมีมิวสิกวีดีโอเพลง อเมริกา (Amerika, ใช้ตัวอักษร k) ของ แรมม์ไสตน์ (Rammstein) เนื้อเพลงเกี่ยวกับการหลอกลวงในการลงจอดบนดวงจันทร์ ซึ่งนักร้องแต่งชุดเป็นนักบินอวกาศ และฉากหลังเป็นดวงจันทร์

                 แต่สำหรับหนังสือภาคภาษาไทยแล้ว เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ดีเด่น ได้ออกหนังสือชื่อ "อะพอลโล กับทฤษฎีลวงโลก?" ตอบหลายๆ คำถามว่า อะพอลโลเคยไปลงดวงจันทร์จริงหรือไม่? ซึ่งคำถามนี้ก็ยังคงมีต่อๆ ไปแม้ว่าปีนี้จะเป็นปีที่ 35 ของการส่งอะพอลโล 11 ขึ้นไปถึงดวงจันทร์และกลับมาถึงโลกอย่างปลอดภัยแล้วก็ตาม

 

http://th.wikipedia.org/

http://thaiastro.nectec.or.th/news/2002/special/moonhoax.html

เขียนโดย คุณวิษณุ เอื้อชูเกียรติ (viseua@inet.co.th) ครับ

http://www.thamwebsite.com/cty/tiplearn/old/pages/apollow.htm+ +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 56 : ทฤษฏีสมคบคิด เราเคยเหยียบดวงจันทร์? (Did we land on the Moon?) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 15397 , โพส : 28 , Rating : 64% / 9 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 28 : ความคิดเห็นที่ 21035
หินก็เอามาจากอุกกาบาตที่ตกมาดิครับ
Name : คนไม่สงสัยรึป่าวที่โง่ [ IP : 27.55.207.75 ]

วันที่: 19 เมษายน 2558 / 22:45
# 27 : ความคิดเห็นที่ 20581
ที่บอกว่าก้อนหินเป็นของดวงจันทน์จริงๆ?? แต่การทดลองทางวิทยาศาตร์มีมาตั้งแต่ก่อนเข้ายุคใหม่ การทดลองสารต่างๆที่สามารถก่อตัวกลายเป็นของแข็งได้หลายชนิด ไม่แน่อาจจะจ้างทีมนักวิทยาศาตร์มาทำก้อได้ เอาไปตรวจสอบแล้วมโนว่าเป็นของดวงจันทน์จิงๆ ถ้าหนูพูดไรผิดก้อขอโทษด้วยน่ะค่าาT^T
Name : omg [ IP : 118.172.65.239 ]

วันที่: 6 ตุลาคม 2557 / 09:38
# 26 : ความคิดเห็นที่ 18833
เราสงสัยตั้งแต่เรื่องธงแล้ว
บนอวกาศไม่มีลม แล้วธงมันพัดไปพัดมาได้ยังไง
Name : เหมียวววว~~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เหมียวววว~~ [ IP : 202.29.190.251 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 สิงหาคม 2556 / 11:27
# 25 : ความคิดเห็นที่ 17758
ความสงสัยทำให้คนพัฒนาและฉลาดขึ้น
แต่...บางครั้งความสงสัย ก็ทำให้คนเราโง่ได้จริงๆ
Name : บางเรื่อง ยิ่งคิด ยิ่งโง่ [ IP : 125.26.167.77 ]

วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:23
# 24 : ความคิดเห็นที่ 16313
ในขณะที่ยานLuna-4ของรัสเซียกำลังจะลงจอดบนดวงจันทร์ ยานApollo-11ของเมกาก็อาจจะกำลังอยู่ในโรงงานอยู่เลย ก็เป็นได้!!!
Name : American lying to us [ IP : 180.180.186.192 ]

วันที่: 23 กรกฎาคม 2555 / 22:12
# 23 : ความคิดเห็นที่ 15659
หยุดเถียงกันได้แล้วครับ ลองดูคลิปนี้ให้จบ5part นะครับ
http://www.youtube.com/watch?v=mefEKqzq8cg
Name : Ernie [ IP : 101.108.57.75 ]

วันที่: 10 พฤษภาคม 2555 / 17:23
# 22 : ความคิดเห็นที่ 14182
ิผมว่าน่าจะหลอกลวงจริงๆตามที่เค้าว่าแหละครับ เราเองก็พิสูจน์ไม่ได้ ยกตัวอย่างของ คห.ที่ 9 หัวข้อที่ 6
ถ้าเคยไปมาแล้วจริงๆ สาเหตุใดปัจจุบันถึงไปไม่ได้ ทั้งๆที่มีเทคโลยีที่ล้ำสมัยกว่า ทั้งนาโน ไมโครเทคโนโลยี
แต่กลับไปดวงจันทร์อีกครั้งไม่ได้นี่มัน หืม... จะบอกว่าไปมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปอีกเพราะเปลืองงบประมาณนี่
ก็ไม่ใช่ สำหรับผมนะ ผมว่าหลอกลวงจริงๆ แต่ก็มีส่วนดีอยู่บ้างแหละ แต่แบบนี้มันส่งผลต่อทฤษฏีต่างๆมา่กมาย
เกี่ยวกับดวงจันทร์เลยนา... เด็กๆอย่างผมก็ได้เรียนรู้ทฤษฏีผิดๆอย่างนั้นหรือ ? แล้วก็ยกย่องท่านนีล อาร์มสตอง
ว่าเป็นนักบินอวกาศคนแรกของโลกที่ได้ไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ ทั้งๆที่เป็นเรื่องหลอกลวงนี่นะ?
อืม... แต่ัยังไงก็ยังพิสูจน์ไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ ในความคิดเห็นส่วนตัวนะ ผมว่านักวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 75 เป็นพวกช่างฝัน แน่ละ ยกตัวอย่างเช่น ไดโนเสาร์เงี่ย ! เราไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย แค่เห็นกระดูกใหญ่ๆก็จิ้นไปเองว่าเป็น
สิ่งมีชีวิตในโลกเมื่อ ล้านๆปีก่อน บราบราบรา เพ้อเจ้อจริงๆนะ ถึงแม้ว่าอัลเบิร์ตจะบอกว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้
ก็เถอะ แต่เรื่องแบบนี้มันก็เกินไป โอเคๆจบๆ
Name : KuRoKaWa[TaDaYoShi] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KuRoKaWa[TaDaYoShi] [ IP : 180.180.109.132 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ธันวาคม 2554 / 15:36
# 21 : ความคิดเห็นที่ 13579
 งืมๆๆๆๆ  ต่างคนต่างมีเหตุผลของกันและกัน
Name : qwerty6579 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ qwerty6579 [ IP : 125.26.248.131 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤศจิกายน 2554 / 18:23
# 20 : ความคิดเห็นที่ 12782
อยากได้บทความนี้ กอบปี้ไงอะ
Name : วราพล < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ วราพล [ IP : 223.207.9.8 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 กันยายน 2554 / 14:21
# 19 : ความคิดเห็นที่ 10921
เราว่านะ มันไม่ได้ไปจริงหรอก
เพราะว่าช่วงนั้นกำลังอยู่ในช่วงสงครามเย็นพอดี
หรือก็คือการทะเลาะกันเรื่องระบอบการปกครอง
ระหว่าง อเมริกา กับ โซเวียต (รัสเซียในปัจจุบัน)
ซึ่งแข่งกันเรื่องยุโทปกรณ์เป็นส่วนใหญ่ (รายละเอียดหาอ่านเอาใน Google นะคะ)
นั่นก็หมายความว่าประเทศใดมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าก็ชนะ
จึงทำให้อเมริกา (อาจจะ) ออกอุบายหลอกโซเวียตนั่นเอง
Name : Evangeline < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Evangeline [ IP : 183.89.167.159 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 เมษายน 2554 / 16:09
# 18 : ความคิดเห็นที่ 10773
ถ้าไม่ได้ไปจริง แล้วหินมาจากไหนหว่า ?

PS.  ++ นมตรามะลิ ใหม่และสด ++
Name : NeNe'y < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NeNe'y [ IP : 58.9.204.237 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 เมษายน 2554 / 18:03
# 17 : ความคิดเห็นที่ 10136
 ค.ห. 7 (คิดต่อจาก ค.ห. 8)
    การเกดกลางวันกลางคืนไม่เกี่ยวกับชั้นบรรยากาศ แตต่แสงที่สะท้อนจะเกี่ยว
เพราะชั้นบรรยากาศในโลกจะสะท้อนแสง และแสงจะเข้าตาเราเห็นเป็นสีต่างๆ แต่ดวงจันทร์มีสีเดียว
และเป็นสีสว่าง  ที่เวลากลางวันจะจ้ามามากแต่ส่วนที่ไม่โดนแสงอาทิตย์จะมืดมาก เพราะไม่มีการหักเหจาก
ชั้นบรรยากาศใดๆ จึงสะท้อนเข้าตาเราหมด
PS.  ใครทำร้ายอเลน ชั้นจะฆ่ามัน!(ยกเว้นวาย)
Name : pookeyjung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pookeyjung [ IP : 124.120.158.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2554 / 11:58
# 16 : ความคิดเห็นที่ 10135
ลองคิดในเชิง ค.ห. 9

ที่ไฟตกลงมาเพราะมีแรงดึงดูดของดวงจันทร์(แต่น้อยกว่าโลกถึง 6 เท่า)
แรงดึงดูดของดวงจันทร์ก็มีมอิทธิพลต่อโลกเช่น นํ้าขึ้น
 ส่วนที่ไปไม่ได้นั้นไม่ใช่ว่าไปไม่ได้ แต่มันงบประมาณสูงมาก ซึ่งไปทีหมดเป็นล้านๆ แค่นักบินยังต้อง
ฝึกปาไป 7 ปี(หรือมากกว่านั้น)
  ที่บอกว่า เดินแล้วมีเงา เพราะ เมื่อมีวัตถุมาบังแสง จึงเกิดเงาเป็นเรื่องปกติ แล้วที่เงชัดเพราะตัวมันนะ
สว่างมาก เหมือนโลกอะ ตอนกลางวันเงาชัดเจน กลางคืนไม่ค่อยเห็นเพราะไม่มีแสง

  ส่วนกล้องสตูดิโอนะ อาจตัดต่อก็ได้ เพราะก็จะมีพวกไม่ยอมแพ้หานู่นๆนี่ๆ มา แล้วใส่เอฟเฟ็คขาวดำก็ได้
PS.  ใครทำร้ายอเลน ชั้นจะฆ่ามัน!(ยกเว้นวาย)
Name : pookeyjung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pookeyjung [ IP : 124.120.158.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2554 / 11:53
# 15 : ความคิดเห็นที่ 10134

ลองคิดในเชิง ค.ห. 13 ดูจะได้ประมาณว่า

เพราะที่ๆปักธงต้องเป็นหินแข๊งหรือดินแข๊ง เพื่อไม่ให้ธงล้ม จึงไม่สามารถ
ธงในบริเวณที่เหมือนตอนรอยเท้านั้นได้ ผิวของดวงจันทร์นั้นไม่เหมือนกัน
มีทั้งหิน ทราย ฝุ่น เหมือนผิวโลก ที่ไม่เหมือนกันทั้ง ดิน หินทราย โคลน


PS.  ใครทำร้ายอเลน ชั้นจะฆ่ามัน!(ยกเว้นวาย)
Name : pookeyjung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pookeyjung [ IP : 124.120.158.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2554 / 11:39
# 14 : ความคิดเห็นที่ 9649
รู้ไม่จริงอย่ามาพูดครับ ไม่ได้ดูข่าวหรอเค้าไปจนถึงอะพอลโล16-17แล้วมั้งไม่ได้ไปแค่ครั้งเดียว
รู้ไม่จริงหนิหว่า
Name : กกกอกกกอ [ IP : 125.26.3.219 ]

วันที่: 5 มีนาคม 2554 / 15:10
# 13 : ความคิดเห็นที่ 9576
พื้นเท้าเหยียบเป็นรอยได้ แต่ ธงปักพื้นไม่ได้ง่ายๆ ???

เอ๊ะยังไง!!!
Name : งงกับมัน [ IP : 125.26.54.26 ]

วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:24
# 12 : ความคิดเห็นที่ 8057
อันนี้แล้วแต่คนนะ แต่เขาก็บอกอยู่ไม่ใช่เหรอ หินที่เอามาอะ ไม่มีบนโลก ถ้าเขาไม่ได้เอามาจากดวงจันทร์ เขาเอามาจากดาวลูกไก่หรือไงครับ
Name : Einstine Jr. [ IP : 182.53.71.23 ]

วันที่: 25 ตุลาคม 2553 / 21:04
# 11 : ความคิดเห็นที่ 8056
อันนี้แล้วแต่คนนะ แต่เขาก็บอกอยู่ไม่ใช่เหรอ หินที่เอามาอะ ไม่มีบนโลก ถ้าเขาไม่ได้เอามาจากดวงจันทร์ เขาเอามาจากดาวลูกไก่หรือไงครับ
Name : Einstine Jr. [ IP : 182.53.71.23 ]

วันที่: 25 ตุลาคม 2553 / 21:04
# 10 : ความคิดเห็นที่ 5813
อยากจะบอกว่า ถ้าเกิดไม่มีเหตการณ์ในวันนั้น
ป่านนี้โลกของเราอาจจะกลายเป็น Communist ไปหมดแล้วก็ได้

ได้โปรดจำกันด้วยว่า เหตการณ์ในครั้งนั้น ทำให้ Soviet Union หมดอำนาจ และ
มีประเทศเสรีอย่าง Russia ขึ้นมา

หลอกลวงหรือป่าวเราไม่รู้
ถ้าสิ่งที่เขาทำไปก็มีส่วนดีอยู่บ้าง มันก็คงไม่เสียหายเท่าไหร่หรอกมั้ง

เราก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง คำตอบที่แท้จริงเป็นอย่างไร คงต้องไปถาม Neil Armstrong แล้วหล่ะมั้ง ?
Name : TheMolecule [ IP : 76.167.99.155 ]

วันที่: 25 กรกฎาคม 2553 / 05:34
# 9 : ความคิดเห็นที่ 3628
มันมี หลายอย่างน่ะที่บอกว่า ไม่ได้ไปเยีบยบนดวงจันทน์

1.เดินได้สบายๆไม่มีแรงดึงดูด

2.ทำไมธงปักได้ในสภาพไร้แรงดึงดูด

3.ไฟตกลงมา

4.เดินแล้วมีเงา

5.กล้องที่ถ่ายวีดีโอมาชัดมาก โดยที่ปกติมันจะถ่ายมาเป็นคลื่นวิทยุ

6.ข้อนี้สำคัญ ถ้าเคยไปมาแล้วปัจจุบันก็น่าจะไปได้อีก เพราะเทคโนโลยี ล้ำหน้ากว่าเมื่อก่อน

ทำไมถึงไปไม่ได้????

*-**--* ลวงโลกหรือป่าวไม่รู้แต่เราลวบรวมจากหลายๆเว็บแล้วก็หนังสือใครอยากรู้ลองไปหาดูว่า มีกล้องตกลงมาก็ได้น่ะ *-**--*

ความเห็นส่วนบุคคล
PS.  I love Mukuro
Name : FN VIII Noctis < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ FN VIII Noctis [ IP : 221.128.75.178 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 มีนาคม 2553 / 11:13
# 8 : ความคิดเห็นที่ 3259
ตอบค.ห.ล่าง
 ไอน์สไตน์เคยระบุว่าทำไมท้องฟ้าบนโลกตอนกลางวันมีสีฟ้า ตอนเย็นและตอนเช้ามีสีส้ม และตอนกลางคืนมีสีดำ โดยใช้หลักของการสะท้อนแสงและหักเหแสงในชั้นบรรยากาศ  และได้คำนวณค่าความถี่ของแสงที่ได้ออกมาตรงกับผลการทดลองจริงๆ
แต่ดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศ จึงไม่เกิดปรากฎการณ์ดังกล่าวครับ
PS.  So why don't you all sit down Listen to tale I'm about to tell Hell,we don't gotta trade our shoes And you ain't gotta walk no thousand miles
Name : Frozen Chameleon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Frozen Chameleon [ IP : 61.90.230.118 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มีนาคม 2553 / 01:42
# 7 : ความคิดเห็นที่ 3109
เราม่ายเชื่อแน่นอน ดวงจัน ชั้นบรรยากาศก้ไม่มีแล้วเขาบอกว่าเปงกางวัน แล้วทำไมมืดจังบางคนอาดคิดว่าไม่มืดมืดลองเทียบกับโลกในตอนกางวันดิต่างกันลิบลับอย่างเหนได้ช๊าดดดดดดดดดดดดด
Name : INk SoCUTe < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ INk SoCUTe [ IP : 113.53.90.176 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 มีนาคม 2553 / 18:41
# 6 : ความคิดเห็นที่ 1605

จริงไม่จริงไม่รู้ แต่เป็นทริคที่ใช้ได้ผลอะนะ อิอิ

Name : littlerose < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ littlerose [ IP : 58.136.23.143 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 ตุลาคม 2552 / 10:03
# 5 : ความคิดเห็นที่ 1411
เคยดูคลิปป่ะ


ที่ว่า กะลังเดินอยู่ดีดี ไฟบนสตูดิโอ หล่นลงมาน่ะ


ลองเซิทหาดูสิ เราจำไม่ได้ว่า มาจากเวบไหน
Name : 123 [ IP : 58.9.30.153 ]

วันที่: 27 กันยายน 2552 / 12:10
# 4 : ความคิดเห็นที่ 786
แบบนี้ต้องตีซี้กับนิวอาร์มสตรอง เพื่อเขาจะบอกอะไร ฮิๆ ( ? )
PS.  เจ็บลึก...เจ็บนาน
Name : I AM SO...SO < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ I AM SO...SO [ IP : 58.9.77.104 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 / 12:26
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android