คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 52 : เพชรโฮป (Hope Diamond) เพชรต้องสาป ?


     อัพเดท 7 เม.ย. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,265 Overall : 2,762,847
22,181 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7217 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 52 : เพชรโฮป (Hope Diamond) เพชรต้องสาป ? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 23073 , โพส : 55 , Rating : 70% / 10 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




Hope Diamond
น้ำหนัก 45.52 กะรัต

ขนาด ยาว 25.60mm, กว้าง 21.78mm, ลึก 12.00mm

การเจียระไน รูปหมอน เหลี่ยมเกสร ขอบเจียระไน และมีเหลี่ยมแทรกส่วนที่ฐานเพชร

ความใสสะอาด VS1. มีร่องรอยการเจริญเติบโต ของผลึก

 

                เพชร นอกจากจะสวยงาม เป็นสิ่งล้ำค่าหายากแล้ว ยังผูกพันธ์อยู่กับความเชื่อมากมาย เพชร "โฮป" เพชรสีน้ำเงินเข้มเม็ดนี้เป็นอีกหนึ่งตำนานที่ได้รับการกล่าวขานมาเนิ่นนาน ไม่ใช้ความสวยงามของมัน แต่เป็นเรื่องคำสาปของมันมากกว่าที่ใครก็ตามที่ครอบครองมันล้วนประสบเคราะห์กรรมต่างๆ นาๆ จนบางคนก็ตายก็มี แต่อย่างไรก็ตาม มีผู้แสดงความคิดเห็นคัดค้านว่าตำนานนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องที่เขียนเสริมแต่งเติมเสียมากกว่า

                เพชรโฮป หรือโฮปไดอามอนด์ (Hope Diamond) มีที่มา ต้นกำเนิด จากไหน ไม่มีใครทราบ แต่มัน ปรากฏตัวเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกในปี 1660 (บางเอกสารกล่าวว่าปี 1661) ว่ากันว่า เพชรโฮปมาจากดวงตาของเทวรูปในวัดริมแม่น้ำโคเลอรูน (Coleroon) ในอินเดีย ซึ่งถูกขุดพบในเหมืองคอลเลอร์ (Kollur mine) ในกอลคอนดา (แต่บางตำราก็อ้างว่าเพชรถูกขโมยมาจากพระเนตร(บางที่ก็ว่าจากพระนลาฏ) ของเทวรูปนางสีดาซึ่งเป็นชายาของพระวิษณุที่ชาวอินเดียเคารพนับถืออย่างสูงแปลงลงมาจุติ ทำให้เทพเจ้าไม่พอพระทัยและสาปแช่งมนุษย์ผู้ใดก็ตามที่บังอาจครอบครองสมบัติชิ้นนี้ต้องโชคร้าย แต่กระนั้นก็มีคนค้านเหมือนกันโดยเขาค้านว่ารูปร่างของเพชรดิบสีน้ำเงินนั้นไม่เหมาะที่จะเป็นอัญมณีประดับที่พระเนตร(หรือพระนลาฏ) ของเทวรูปเลย)

                แม้ที่มาจะลึกลับแต่เพชรโฮปก็เป็นเพชรที่หายากและมีสีน้ำเงินเหมือนสีไพลินเข้ม

                
                เป็นที่รู้จักกันว่าคนแรกที่ได้ครอบครองคือนักค้าเพชรพลอยผู้ช่ำชองการเดินทางชาวฝรั่งเศสสมัยกลางคริสตศตวรรษที่ 17 ชื่อชอง-แบปตีส ตาแวร์นีเย (Jean-Baptist Tavernier) ใน ค.ศ. 1668 ระหว่างการเดินทางมายังประเทศอินเดีย ตาแวร์นิเยร์ค้นพบหินที่มีค่าที่มองดูภายนอกเหมือนแซฟไฟร์เม็ดใหญ่แต่ที่จริงแล้วคือเพชรดิบสีน้ำเงินขนาด 112 3/16 กะรัต ซึ่งนับว่าใหญ่ที่สุดในโลกในบรรดาเพชรสีน้ำเงินในอดีตที่เคยพบมา เขาซื้อเพชรนี้มาและลักลอบนำเข้าไปยังกรุงปารีส และมาถึงตอนนี้ก็เริ่มมีการอ้างคำสาปของเพชรโฮปแล้วโดยบอกว่าหลังจากตาแวร์นีเยครอบครัวเพชรนี้ เขาก็ป่วยตายหรือไม่ก็ถูกหมาป่ากินลึกลับที่รัสเซีย แต่ในความจริงเขามีชีวิตอยู่ตามปกติจนเสียชีวิตไปเมื่ออายุ 84 ปี

                เอาเถอะเรื่องของตาแวร์นีเยจะเป็นยังไงก็ตาม แต่ก่อนที่เขาจะตายนั้นได้ขายเพชรเม็ดใหญ่นี้ให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งราชวงศ์บูร์บองยปี 1668 ด้วยราคา 3,000,000 ซึ่งหลังจากที่ซื้อเพชรนี้มาแล้วกษัตริย์ผู้เรืองโรจน์แห่งฝรั่งเศสก็ได้มีรับสั่งให้เจียระไนเพชรใหม่อีกครั้ง เนื่องจากการเจียระไนครั้งแรก ช่างฝีมือเน้นเรื่องขนาดมากกว่าความงามของน้ำเพชร ครั้งนี้พระองค์ทรงให้ตัดแบ่งเพชรออกเป็น 3 ส่วน ชิ้นแรกนั้นหายสาปสูญไป ส่วนอีกสองชิ้น ชิ้นหนึ่งได้รับการเจียระไนเป็นรูปหัวใจขนาด 67 1/8 กะรัต(บางที่บอก  67.5 กะรัต) โดยนายเปเตออง (Petean) และใช้เป็นเพชรประดับประจำราชวงศ์ฝรั่งเศสมาอีกนับทศวรรษในชื่อ "เพชรมงกุฏสีน้ำเงิน" (Blue diamond of the crown) พื่อใช้ติดกับเสื้อคลุมในงานพิธี พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พระราชทานนามใหม่ให้กับเพชรว่า French Blue "สีน้ำเงินแห่งฝรั่งเศส" (French Blue))  ซึ่งในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นเพชรโฮป ส่วนเพชรชิ้นสุดท้ายไม่มีหลักฐานแน่ชัดแต่เชื่อว่าคือเพชรที่เรียกว่า "บรันสวิก บลู ซึ่งในตำนานกล่าวว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มีโอกาสใส่เพชรนี้เพียงครั้งเดียวก่อนจะป่วยตายด้วยโรคระบาด และคนรักของพระองค์ที่ได้รับเพชรเม็ดนี้เป็นของขวัญก็ถูกขับออกจากราชสำนักในภายหลังเนื่องจากวางแผนจะวางยาพิษราชินี

                
                เวลาผ่านไป ความโชคร้ายก็เริ่มคืบคลานเข้าครอบงำสมาชิกราชวงศ์และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเพชรทีละน้อย เสนาบดีคลัง นิโคลัส ฟูเก ที่เคยหยิบยืมเพชรไปใส่ ในที่สุดก็ต้องออกจากตำแหน่ง ทั้งยังต้องโทษติดคุก แต่ที่ร้ายไปกว่านั้น คือชะตากรรมของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระราชินีมารี อังตัวเนตต์ที่ได้รับสืบทอดเพชรแห่งหายนะ ทั้งสองพระองค์ถูกตัดพระเศียรด้วยกิโยตินอย่างน่าสยดสยอง ดังที่จารึกอยู่ในประวัติศาสตร์การปฏิวัติอันนองเลือดของฝรั่งเศสในปีคริสตศักราช 1789(ในตำนานมีการกล่าวว่าเจ้าหญิงซึ่งเคยยืมเพชรเม็ดนี้จากพระนางมารีอังตัวเน็ตมาใส่บ่อยๆก็ถูกประชาชนรุมฆ่าตายอย่างทารุณ)

                 และเพชรฝรั่งเศสสีน้ำเงินนี้ ได้หายสาปสูญไปในเหตุการณ์วุ่นวายในเดือนกันยายน ค.ศ. 1792 หลังจากการปล้นเพชรครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ที่คลังเก็บสมบัติแห่งชาติ (The National Garde Meuble) ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส โดยมีกลุ่มหัวขโมยบุกเข้าปล้นเพชรจากราชวังที่ปิดตายอยู่ :7j’ในระหว่างนี้เพชรถูกตัดให้เล็กลงอีกเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยที่มาจนเหลือขนาด 44.50 กะรัต

                ใน ค.ศ. 1812 (บางทีบอก 1813) เพชรโฮปปรากฏขึ้นอีกครั้งโดยจากบันทึกความทรงจำของจอห์น ฟรานซิลลอน (john Francillon) พ่อค้าเพชรชาวลอนดอนเขียนไว้ว่า ค.ศ. 1830 ณ กรุง ลอนดอน นายหน้าค้าเพชรนาม ดาเนียล เอเลียสัน (Daniel Eliason) ได้เพชรสีน้ำเงินเม็ดหนึ่งขนาด 44 กะรัตมาไว้ในครอบครอง ถึงแม้รูปร่างลักษณะจะไม่เหมือนเดิม คือมันถูกเจียระไนใหม่เป็นรูปหมอน แต่ด้วยความงามที่เป็นหนึ่งไม่มีสอง ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นเชื่อกันว่า มันก็คือเพชรน้ำเงินแห่งฝรั่งเศสที่ถูกเปลี่ยนรูปร่างไปเพื่อให้สะดวกต่อการขนย้ายข้ามชาติอย่างลับๆ กล่าวกันว่าผู้ที่ทำการเจียระไนคือ วิลเฮล์ม ฟาลส์ (Wilhlem Fals) นักเจียระไนชาวฮอลแลนด์ก็มีจุดจบอย่างน่าเศร้า ถูกบุตรชายของตนเองขโมยเพชรล้ำค่าไปจนตรอมใจตาย ในขณะที่บุตรคนนั้นในภายหลังก็เกิดคลุ้มคลั่งจนฆ่าตัวตายอย่างไม่ทราบสาเหตุ

                หลังจากซื้อเพชรมาไว้ในครอบครอง ในเวลาต่อมา เอเรียสันสันก็ตกม้าตายไปอีกราย

                
                มีหลักฐานจากบางแหล่งว่าพระเจ้าจอร์จที่
4 แห่งราชวงศ์อังกฤษก็เป็นพระองค์หนึ่งที่เคยได้ครอบครองเพชรอาถรรพ์ และทางราชวงศ์ต้องขายมันไปเมื่อสิ้นพระชนม์เพื่อจ่ายหนี้ที่มีอยู่มหาศาล จากนั้นเพชรก็ถูกเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ จนในปีคริสตศักราช 1939เพชรก็ถูกขายให้แก่เฮนรี ทอมัส โฮป (Henty Thomus Hope) นักการธนาคารชาวอังกฤษ ดังนั้นเพชรสีน้ำเงินจึงได้ชื่อใหม่ตามชื่อของเขาคือ เพชร "โฮป" โฮป เพชรถูกทำเป็นเข็มกลัด และตกทอดผ่านลูกหลานตระกูลโฮปไปอีกหลายรุ่น แต่คำสาปของเพชรก็ยังขลังเสมอตระกูลโฮปที่เคยร่ำรวย ต้องประสบมรสุมชีวิตและลงท้ายด้วยการล้มละลาย โดยบันทึกบอกว่าผุ้ที่ครอบครองเพชรตระกูลโฮปคือเฮนรี ฟิลิป โฮป นั้นไม่มีบุตร และเสียชีวิตลง เพชรโฮปได้ตกทอดเป็นมรดกไปถึงสมัยเหลนของเขาคือลอร์ด ฟรานซิส โฮป (Lord Francis Hope) ซึ่งเป็นนักพนันตัวยง เขาได้ผลาญเงินของตระกูลไปกับการพนัน จนในที่สุดก็ต้องขายเพชรเพื่อใช้หนี้และตระกูลโฮปต้องเผชิญกับความลำบากไปอีกหลายชั่วอายุคน(ตระกูลโฮปหลายคนเกี่ยวข้องกับเพชรเม็ดนี้และไม่ปรากฏว่ามีใครเคราะห์ร้ายแต่อย่างไร ยกเว้นกรณีของฟรานซีสเท่านั้น)

                ปี 1901 ฟรานซิสล้มละลาย จึงขายเพชรต่อให้กับพ่อค้าเพชรในลอนดอนชื่ออดอฟล์ เวล เป็นเงิน 29,000 ปอนด์ ซึ่งอดอฟล์ก็ขายต่อให้กับไซมอน แฟรงเกล พ่อค้าเพชรชาวอเมริกาอีกที(ในตำนานบอกว่าทันทีไซมอนขายเพชรได้เขาก็ยิงตัวตายในเวลาต่อมา)

                อีกครั้งที่เพชรโฮปได้เดินทางไปทั่ว ผ่านพระหัตถ์ของเจ้าชายคานิตอฟสกีแห่งรัสเซีย ซึ่งทรงได้มอบเพชรเป็นของกำนัลแก่นางละครที่โฟลีส์ แบแย (Folies Bergere) ซึ่งแต่มานางคนนั้นก็ถูกยิงระหว่างแสดงจนเสียชีวิตในอีกไม่กี่วันต่อมา ส่วนตัวเจ้าชายก็ถูกพวกกบฏแทงสิ้นพระชนม์ตามไปติดๆ

                ต่อมาเพชรก็ตกอยู่ในมือของชาวกรีกคนหนึ่งชื่อ ไซมอน มอนธะริเดส (Simon Montharides)ที่ซื้อเพชรโฮปเป็นเงิน 400,000 ดอลล่าร์ แต่เขาก็ต้องประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิตทั้งครอบครัว

                ปีคริสศักราช 1908 สุลต่านอับดุล ฮามิดที่ 2 แห่งตุรกี (Abdul-Hamid II) ท่านได้ทรงมอบเพชรเม็ดนั้นให้แก่พระสนม ทุกอย่างเป็นไปด้วยความสงบ จนกระทั่งมีการทำรัฐประหารเกิดขึ้น ขณะที่ความวุ่นวายกำลังเกิดขึ้นนั้นเอง พระสนมได้ถูกกระสุนปืนที่พลาดมา จนถึงแก่ความตาย ส่วนสุลต่านได้ถูกเนรเทศและขันทีผู้ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาเพชรเม็ดดังกล่าวก็ถูกจับแขวนคอ 

                จากนั้นเพชรก็ตกอยู่ในมือของฮาบิบ ชาวอียิปแต่เขาก็ครอบครองมันไม่นานในปี 1909   เขาเอาเพชรออกขายในงานประมูลเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ จากนั้นเขาก็เสียชีวิตจมน้ำตายทั้งครอบครัว เมื่อเกิดอุบัติเหตุเรือสำราญชนกันที่ ที่ช่องริโอ สิงคโปร์

                ค.ศ.1911 บริษัทคาร์เทียได้รับซื้อเพชรโฮปเม็ดนี้ไว้ แล้วนำไปขายต่อให้กับครอบครัวแมคลีน (McLean) 

               
                
ผู้ครอบครองเพชรโฮปคนต่อมาคือ นางเอวาลีน วอลซ์ แมคลีน (
Evalyn Walsh Mclean) ภรรยานายเอ็ดเวิร์ด แมคลีน (Edward Mclean) เจ้าของหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ หลังจากซื้อเพชรมาได้ไม่นานนัก ในไม่ช้าคนใช้ 2 คนก็เสียชีวิต ตามด้วยลูกชายวัย 10 ปีถูกรถชนเสียชีวิตหลังเหตุการณ์นี้ เอวาลินหย่าจากเอ็ดวาร์ด และต่อมาไม่นานนายเอ็ดเวิร์ดก็กลายเป็นคนวิกลจริตและจบชีวิตในปี ค.ศ.1947 ในโรงพยาบาลโรคประสาท เมื่ออายุได้ 61 ปี จากนั้นลูกสาวเพียงคนเดียวของเอวาลีนตายเนื่องจากทานยานอนหลับเกินขนาด เอวาลีนพยายามแก้เคล็ดด้วยการไปอธิษฐานในโบสถ์ แต่ก็ไม่เป็นผล

                จากนั้นเพชรก็ถูกส่งไปยังของหลานของนางเอวาลีนเป็นผู้สืบทอดกรรมสิทธิ์ของเพชรต่อ

                เมื่อเริ่องราวร้ายๆดูจะเกิดขึ้นติดต่อกันไม่หยุดหย่อน ในที่สุด ค.ศ.1949-1958 แฮรี่ วินสตัน(Harry Winston) ซึ่งเป็นพ่อค้าเพชรชาวนิวยอร์ค เจ้าของที่ซื้อเพชรโฮปคนสุดท้ายได้มอบให้แก่สถาบันสมิธโซเนียน(Smithsonian Institute) ในกรุงวอชืงตัน ดีซี (มีการกล่าวว่าแฮรี่ส่งโฮปไดอามอนด์ให้กับพิพิทธพันธ์ด้วยการใส่ซองส่งไปทางพัสดุไปรษณีย์ธรรมดา โดยจ่ายค่าประกันเป็นเงินเพียง 160 ดอลล่าร์)ซึ่งดูเหมือนว่าคำสาปแช่งจะยุติอยู่เพียงแค่นั้น อย่างไรก็ตามในท่ามกลางจดหมายนับพันๆฉบับ ที่ส่งมาขอบคุณในการบริจาคของเขาครั้งนั้น มีอยู่ฉบับหนึ่งที่วิงวอนให้ แฮรี่ วินสตัน เอาเพชรเม็ดนั้นกลับคืนไปโดยกล่าว    ประเทศชาติกำลังจะแหลกไม่มีชิ้นดียู่แล้ว นับตั้งแต่วันที่เพชรเม็ดนี้มาถึงสถาบันสมิธโซเนียน

                ปัจจุบัน เพชรโฮป ได้กลายมาเป็นของโชว์ชิ้นเรียกแขกอยู่ที่ พิพิทธภัณท์สมิธโซเนียน ถ้าใครได้มีโอกาสไปวอชิงตัน ดีซี อย่าลืมไปแวะชมนะครับ

 

http://schoolnet.nectec.or.th/library/create-web/10000/generality/10000-453.html

http://www.dekadd.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%AE%E0%B8%9B+ +

http://www.globalfashionreport.com/?l=th&a=11405

http://board.palungjit.com/archive/index.php/t-26054.html



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 52 : เพชรโฮป (Hope Diamond) เพชรต้องสาป ? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 23073 , โพส : 55 , Rating : 70% / 10 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3
# 55 : ความคิดเห็นที่ 19977
มีเพชรฟลอเรนไทน์ด้วยไม่ใช่รึ ตอนนี้สาปสูญ ยังหาไม่เจอ
PS.  สวัสดีฮับเราเคยรู้จักกันรึเปล่า??
Name : Kanokporn Wangsrikoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kanokporn Wangsrikoon [ IP : 182.53.158.78 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 เมษายน 2557 / 14:40
# 54 : ความคิดเห็นที่ 19793
- -.. มันไม่ใช่เพชรต้องสาปแล้วล่ะ เพชรต้องซวย ชัดๆ
PS.  หวัดดีครัชช
Name : NinGsang < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NinGsang [ IP : 182.52.186.80 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มีนาคม 2557 / 10:30
# 53 : ความคิดเห็นที่ 19761
คิดเหมือนกับ ค.ห.19260เรื่องชิเอลอะ
Name : Jessica-a >< < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Jessica-a >< [ IP : 49.230.120.90 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มีนาคม 2557 / 17:32
# 52 : ความคิดเห็นที่ 19642
สงสัยว่า ในเมื่อเพชรถูกส่งต่อเป็นทอดๆ ตั้งสามร้อยกว่าปี แล้วใครเป็นคนบันทึกหรือรวมรวมว่า เพชรตกทอดมาจากที่ใด อีกทั้งบางครั้งก็ขโมยมา แล้วยังบันเพชรให้เล็กลง แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นเพชรเม็ดเดียวกัน แล้วใครเป็นคนไปรวบรวมว่า ผู้ที่ครองเพชรมีชะตากรรมอย่างไร สำหรับคนที่เป็นราชวงศ์อาจจะสืบได้ แต่ว่าที่เป็นคนธรรมดา,ขโมย,ผีพนัน รู้ได้ยังไงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเค้า น่าจะเป็นเรื่องจริงบางส่วน และบางส่วนเสริมเข้าไปให้ดูขลังขึ้น ขนาดเพชร 45 กะรัต ยังใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเป็นขนาดเดิม 112 กะรัด คงจะใหญ่เท่ากำปั้น
Name : aomhoney < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ aomhoney [ IP : 203.144.184.190 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:00
# 51 : ความคิดเห็นที่ 19220
อยากได้อ่ะ เหมือนเพรชของชิเอลในแบล็คบัทเลอร์เลย
เพรชโฮป

PS.  อวยBF อวย8018 อวย2784 อวย1884
Name : รวมพลคนรักyaoi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รวมพลคนรักyaoi [ IP : 180.183.154.184 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2556 / 12:47
# 50 : ความคิดเห็นที่ 17741
เป็นเพชรที่น่าหลงไหล  ยิ่งดูยิ่งสวย
Name : phichuda < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ phichuda [ IP : 110.49.224.180 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:57
# 49 : ความคิดเห็นที่ 17675
ก็เพชรนี้ถูกแสดงไปใช้ในคนลึกไขปริษนาลับด้วย
แต่เพชรนี้สีนํ้าเงินเข้ม แต่ก็เป็นเพชรต้องคำสาป
ล้วนแล้วคนหลายคนชอบเพชรนี้
คนที่เคยครอบครองรุ่นก่อนๆ
ถูกเจอประสบการณ์เลวร้าย
Name : ฟุจิซากิ นาเดชิโกะ [ IP : 125.24.43.211 ]

วันที่: 27 มกราคม 2556 / 22:09
# 48 : ความคิดเห็นที่ 17298
....แล้วที่พิพิธภัณฑืเค้าไม่โดนคำสาปบ้างเหรอ? = ="

คำสาปช่างยาวนานและน่ากลัว -..-
PS.  Freedom is nothing else but a chance to do better.
Name : Nemaki < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nemaki [ IP : 182.53.56.86 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 พฤศจิกายน 2555 / 19:31
# 47 : ความคิดเห็นที่ 16835
เพชรฟลอเรนไทน์เป็นเพชรที่คำสาปแรงที่สุดไม่ใช่หรอ มั้ง
เราชอบจำผิดๆถูกๆน่ะ
Name : kiu [ IP : 118.172.96.218 ]

วันที่: 13 ตุลาคม 2555 / 15:54
# 46 : ความคิดเห็นที่ 16510
ขอใช้บทความไปทำ E-book ส่งครูด้วยนะคะ เฮียแคมมี่ ^^
Name : wilasluck [ IP : 183.88.8.150 ]

วันที่: 30 สิงหาคม 2555 / 08:36
# 45 : ความคิดเห็นที่ 15547
โอ้ว สวยแต่อันตรายแท้ พิพิทธภัณท์ล่มแน่ๆ - . - ชิเอลจังจะมาเอากลับมั้ยเนี่ย555+
PS.  ฉันคือของเล่นที่เธอเบื่อ ? ฉันเสียใจก็จริงอยู่... แต่จะบอกไว้ให้รู้ซะ ..ฉันมีความสุขมากกว่าที่เป็นอิสระจากเธอ ผู้ชายแย่ๆ ฉันไม่จำเป็นต้องเสียน้ำตาให้มัน ฉันจะยิ้มรับความอิสระและความสุขเอาไว้
Name : makui-"..!~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ makui-"..!~ [ IP : 125.26.221.141 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤษภาคม 2555 / 19:34
# 44 : ความคิดเห็นที่ 15393
ตายกันจริงจังดีแหะ

PS.  ‎80 คือชีวิต 18 คือลมหายใจ ถ้าขาดใครซักคนไปก็คงอยู่ไม่ได้ก็เหมื่อน ที่เมฆาไม่สามารถขาดพิรุณ เพราะ พิรุณและเมฆาเกิดมาเพื่อสรรค์สร้างกันและกัน
Name : zombie < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ zombie [ IP : 125.24.247.37 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 เมษายน 2555 / 23:20
# 43 : ความคิดเห็นที่ 15027
เอ่อ...จากที่อ่านมา แล้วเราเข้าใจว่า...เพชรโฮปมันถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใช่ไมเจ้าคะ
อีกสองส่วนหายต๋อม ส่อวนอีกส่นอยู่ที่พิพิธภัณสมิธโซเนียนสินะเจ้าคะ
งั้นคำสาปมันก็ยังมีต่อสิเจ้าคะ เพราะอาจมีความเป็นไปได้ว่า อีกสองส่วนที่เหลือของเพรชโฮปอาจวนเวียนอยู่แถวๆนี้แล้วปะปนอยู่กับพวกเพชรหรือไพลินอื่นๆก็ได้นี่เจ้าคะ คิดแล้วสยอง คำสาปยังไม่จบไม่สิ้น หลังว่าคงจะไม่บังเอิญได้มาหรอกนะเจ้าคะ

PS.  เกลียดแสงสว่าง ปฏิเสธพระเจ้า แต่ใช่ว่าฉันจะมืดมนด้วยความชั่วแต่ฉันมืดมนด้วยความดี
Name : more < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ more [ IP : 125.26.82.217 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มีนาคม 2555 / 11:36
# 42 : ความคิดเห็นที่ 14569
เป็นเพราะความโลภของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุดต่างหากล่ะ
PS.  ทุกสิ่งยอมมีสองด้านเสมอ
Name : สาวกของคุเร < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สาวกของคุเร [ IP : 180.214.213.11 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:08
# 41 : ความคิดเห็นที่ 14158
ความจริงเพชรโฮปเป็นเพชรธรรมดาแต่เมื่อถูกขโมยมาจากดวงตาของเทวรูปนางสีดาทำให้กลายเป็นเพชรต้องคำสาปน่ะ. (ดูจากการินจูเนียร์)

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 ธันวาคม 2554 / 20:14

PS.  ถึงจะอยู่คนละที่แต่ท้องฟ้าก็ยังเป็นท้องฟ้าเดียวกันถึงจะห่างไกลกันแต่ความเป็นเพื่อนจะไม่เปลี่ยนแปลง
Name : โฮชินะ อุทาอุ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ โฮชินะ อุทาอุ [ IP : 27.55.0.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ธันวาคม 2554 / 20:13
# 40 : ความคิดเห็นที่ 14093
สวยแต่น่ากลัวแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ เหอๆ
Name : nuying29 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nuying29 [ IP : 202.41.187.241 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ธันวาคม 2554 / 17:03
# 39 : ความคิดเห็นที่ 13576
 สวยอ่ะ   
Name : qwerty6579 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ qwerty6579 [ IP : 125.26.248.131 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤศจิกายน 2554 / 18:07
# 38 : ความคิดเห็นที่ 13310
 สวยจัง แต่น่ากลัวจริง
PS.  กงล้อชะตากรรมได้หมุนเวียนแล้ว...
Name : Saiou Takuma < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Saiou Takuma [ IP : 125.26.62.182 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2554 / 16:08
# 37 : ความคิดเห็นที่ 11227
 เพชรชื่อ Hope คงตรงดีเนอะ

หวังจะเป็นอาถรรย์ไง =="

PS.  ความรักเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับฉัน ฉันจะไม่ค้นหามัน ฉันจะให้มันมาค้นหาตัวของฉันเอง
Name : PANGTHITIKARN < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PANGTHITIKARN [ IP : 180.180.177.162 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2554 / 16:11
# 36 : ความคิดเห็นที่ 10473

สวยมาก


PS.  K-ON !! I ♥ YOU / Yui / Ritsu / Mio / Tsumugi / Azusa
Name : -MiLK_DeiTY- < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ -MiLK_DeiTY- [ IP : 124.121.120.219 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 เมษายน 2554 / 16:24
# 35 : ความคิดเห็นที่ 9521
สวยจิงจัง แต่น่ากลัวจิงๆ

PS.  ♥GoddeSS Of SpRing;ChanyaJungZ ♥
Name : ♥ChanyaJungZ♥ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ♥ChanyaJungZ♥ [ IP : 61.90.8.205 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 / 14:05
# 34 : ความคิดเห็นที่ 8590
จากความคิดนะ เพรชน่าจะติดอยู่หน้าผากมากกว่านะเพราะขนาดของเพรชและมีชิ้นเดียว

PS.  รรรรรรร
Name : ประธานอาเรีย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ประธานอาเรีย [ IP : 118.172.85.178 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 ธันวาคม 2553 / 21:00
# 33 : ความคิดเห็นที่ 8071
ว่ากันว่าเพชรโฮปเดิมทีเป็นดวงตาของนางสีดา
Name : Sebastian Michaelis < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Sebastian Michaelis [ IP : 115.87.166.90 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 ตุลาคม 2553 / 13:59
# 32 : ความคิดเห็นที่ 7177
เราเห็นด้วยกับ3346 นะที่อยู่ในเล่มล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าในฝรั่งเศส แล้วก็ 6984 ในเล่ม การิน จูเนียร์ ~ง่าาาาาาาาาาาาาาา ดีที่มีหมดแล้ว (อวดนี้ดดดดด)
Name : ~beauty zombi~ [ IP : 202.143.143.33 ]

วันที่: 26 กันยายน 2553 / 22:10
# 31 : ความคิดเห็นที่ 6965
รู้สึกว่า
มีคน
บอกว่าเพชรนั้นเป็นตาของนางสีดา(รูปปั้น)
ไม่รุ้ดิเจอในหนังสือการ์ตูนความรู้อ่ะ
Name : otaku^-^ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ otaku^-^ [ IP : 125.24.184.198 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 กันยายน 2553 / 16:01
หน้าที่ 1 | 2 | 3
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android