คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 490 : 10 คู่หูฆาตกรต่อเนื่องโรคจิต


     อัพเดท 18 ต.ค. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,725 Overall : 2,764,307
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7221 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 490 : 10 คู่หูฆาตกรต่อเนื่องโรคจิต , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9859 , โพส : 11 , Rating : 70% / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

                ในขณะที่อาชญากรส่วนใหญ่มักจะทำงานคนเดียว แต่กระนั้นก็มีบางรายที่ร่วมมือกันสองคนก่อคดีฆาตกรรมที่แสนโหดเหี้ยมเลือดเย็น ช่วยกันคิด ช่วยกันฆ่า ช่วยกันปกปิด  และนี่คือ 10 รายการคู่หูฆาตกรที่น่ากลัวที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

 

 

อันดับ 10 เคนเนธ เบียนชิ และแองเจโล บัวโน  (Kenneth Bianchi and Angelo Buono)


             เคนเนธ เบียนชิ และแองเจโล บัวโน  ทั้งคู่ได้รับฉายาว่า “นักฆ่าบีบคอบริเวณไหล่เขา” (
The Hillside Strangler) อันเนื่องมาจากมีพฤติกรรมชอบลักพาตัว ข่มขืน ทรมานและฆ่าเด็กสาวและผู้หญิงอายุระหว่าง 12-28 ปี ในช่วงระยะสี่เดือนนับจากช่วงปลายปี 1977 ถึง 1978  ซึ่งทั้งคู่มักก่ออาชญากรรมและทิ้งเหยื่อในบริเวณไหล่เขาด้านบนของลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย

                แองโจโล (เกิดวันที่ 5 ตุลาคม 1934) ในโรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ก มีประวัติอาชญากรรมยาวเป็นหางว่าว และนิสัยเกลียดโสเภณี ในปี ค.ศ. 1975 เขาก็พบเคนเนธ (เกิดวันที่ 22 พฤษภาคม 1951) ซึ่งเป็นลูกบุญธรรมป้าของเขา แม่แท้ๆ ของเคนเนธ เป็นโสเภณีขี้เมาที่ให้กำเนิดเขา แล้วไม่รับผิดชอบเลี้ยงดู เขาถูกทอดทิ้งและถูกเลี้ยงดูเป็นลูกบุญธรรมโดยป้าของแองโจโล เขาเป็นคนขี้โกหก แต่ฉลาด (มีไอคิวถึง 116 จุด) นิสัยขี้โมโหร้ายเพราะถูกตามใจมากเกินไป เมื่อสองคนพบกันก็เริ่มก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง

                เหยื่อรายแรกของทั้งคู่คือ โยลันดา วอชิงตัน (Yolanda Washington) เป็นโสเภณี ร่างกายของเธอถูกพบในสุสาน วันที่ 18 ตุลาคม 1977 สภาพศพของเธอน่าขนลุกเพราะถูกทำความสะอาดและที่คอมีรอยบีบคอชัดเจน ข้อมือและข้อเท้าถูกเชือกมัด ซ้ำเธอยังถูกข่มขืนหฤโหด หลังจากเหยื่อรายแรกทั้งคู่ก็ย่ามใจก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในลักษณะเดียวกัน รวมเหยื่อที่ยืนยันได้มี 10 คน สุดท้ายทั้งคู่ก็ถูกจับและตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แองเจโลเสียชีวิตวันที่ 21 กันยายน 2002 จากสาเหตุหัวใจวายตาย ส่วนเคนเนธยังคงมีชีวิตอยู่ในเรือนจำวอชิงตันจนถึงปัจจุบัน

 

อันดับ 9 จอห์น อัลเลน มูฮัมหมัด และจอห์น ลี มัลโว (John Allen Muhammad and Lee Boyd Malvo)


                ในช่วงวันที่
2-22 ตุลาคม ตุลาคม 2002 จอห์นมูฮัมหมัด อายุ 41 ปี (เกิดวันที่ 31 ธันวาคม 1960) และจอห์น ลี มัลโว อายุ 17 ปี (เกิดวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 1985) ได้ก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เมื่อทั้งคู่ทำการสลับซุ่มยิงเหยื่อแบบไม่เจาะจงบริเวณทางหลวงในรัฐวอชิงตันดีซี, แมรี่แลนด์ และ เวอร์จิเนียการถูกซุ่มยิงในบริเวณทางหลวงในรัฐวอชิงตันดีซี, แมรี่แลนด์ และ เวอร์จิเนีย ส่งผลมีผู้เสียชีวิต 10 คนและ 3 คนได้รับบาดเจ็บ

มูฮัมหมัดกับมัลโวนั้นเป็นนักแม่นปืนฝีมือดี หากพบเหยื่อที่ต้องการก็จะเลือกใช้ปืนซุ่มยิงอานุภาพสูง ยิงจากระยะไกล  สังหารเหยื่อเพียงกระสุนนัดเดียว การก่อคดีของทั้งคู่ทำให้คนทั้งเมืองต่างหวาดกลัวไม่กล้าออกนอกบ้าน ใครที่ออกไปข้างนอกต้องพยายามทำตัวให้ตกเป็นเป้าสังหารน้อยที่สุด สุดท้ายเหตุการณ์สิ้นสุดลงในวันที่ 24 ตุลาคม เมื่อทั้งคู่ถูกจับคารถตู้สีขาวที่ใช้เป็นพาหนะเดินสายฆ่าเหยื่อ จากการสอบสวนไม่พบสาเหตุที่มูทั้งคู่ก่อเหตุในครั้งนี้ แต่เชื่อว่าเป็นการแก้แค้นภรรยาของฮัมหมัด ซึ่งเขาตั้งใจสังหารเธอเป็นเหยื่อรายต่อไปแต่ถูกจับได้เสียก่อน

หนึ่งเดือนต่อมามัลโวถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีโอกาสรับการลดโทษ ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกายน 2009 มูฮัมหมัดถูกประหารด้วยการฉีดยาพิษ ซึ่งเขาไม่มีการแสดงอาการเศร้าโศกเสียใจหรือสำนึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น 

 

อันดับ 8 ไมร่า ฮินเลย์ และ เอียน เบรดี (Myra Hindley and Ian Brady)


               ไมร่า ฮินเลย์ (เกิด
วันที่ 23 กรกฎาคม 1942) เชื่อว่าได้รับความบอบซ้ำจากการใช้ความรุนแรงจากพ่อขี้เมาของเธอ อีกทั้งยังถูกเลี้ยงดูด้วยแม่ที่มีการวิกลจริต เธอมีความฝันที่อยากเป็นพี่เลี้ยง และมีอาการโรคจิตซาดิสต์ทางเพศ ต่อมาเธอรู้จักกับเอียน เบรดี (เกิดวันที่ 2 มกราคม 1938) ชายหนุ่มที่เกิดในครอบครัวชาวสกอตยากจน รักความรุนแรง มีความหลงใหลเรื่องของนาซีเยอรมนี และสัญลักษณ์ของนาซี ช่วงที่เขาเป็นวัยรุ่นเคยขึ้นศาลเด็กและเยาวชนจากคดีงัดแงะขโมยน้อย

                ไมร่าและเอียนได้ร่วมมือก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเด็ก 5 คนอายุระหว่าง 10 และ 17 ปี ในบริเวณใกล้เคียงกับแมนเชสเตอร์ระหว่างเดือนกรกฎาคม 1963 และตุลาคม 1965 เด็กเกือบทั้งหมดถูกทำร้ายทางเพศ เมื่อฆ่าเหยื่อจนขาดใจตายแล้วก็จะถูกนำฝังศพไว้ที่ทุ่งนาแซดเดิลเวิร์ธ มิวร์ (Saddleworth Moor) จนได้รับฉายาว่า “ฆาตกรรมแห่งท้องทุ่ง” (The Moors murders) หลังจากถูกจับกุมเบรดีได้ยอมรับสารภาพว่าฆ่าเหยื่อโดยมีไมร่ารู้เห็นเป็นใจกับเขา ที่น่าตกตะลึงก็คือทั้งคู่ได้บันทึกเทปในขณะฆาตกรรมของหนึ่งในผู้ตกเป็นเหยื่อของเขาด้วย ซึ่งเทปได้เปิดออกมาเพื่อประกอบหลักฐานในชั้นศาล ต่อมาทั้งคู่ได้รับจารึกว่าเป็นคู่หูฆาตกรต่อเนื่องที่น่ารังเกลียดในประวัติศาสตร์ประเทศอังกฤษ

สุดท้ายทั้งคู่ถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาฆาตกรรมต่อเนื่อง ไมร่าพยายามอุทธรณ์ขอให้ปล่อยตัวหลายครั้ง จนกระทั่งวันที่ 15 พฤศจิกายน 2002 เธอก็เสียชีวิตจากโรคมะเร็งในคุก รวมอายุ 60 ปี  ส่วนเอียนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นบ้าและถูกย้ายไปรักษาตัวในโรงพยาบาลอาร์ชวอร์ธ(Ashworth Hospital) ปัจจุบันเขายังคงมีชีวิตอยู่แม้ว่าอายุจะมากกว่า 70 ปีแล้วก็

 

อันดับ 7 เรย์มอนด์ เฟอร์นันเดซ กับ มาร์ธา เบค (Raymond Fernandez and Martha Beck)


                เรย์มอนด์ เฟอร์นันเดซ กับ มาร์ธา เบค ทั้งคู่รู้จักกันดีในนาม “นักฆ่าหัวใจเปล่าเปลี่ยว” (
The Lonely Hearts Killers) เพราะพวกเขาช่วยกันฆ่าสาวแก่และแม่ม่ายที่พวกเขาได้รู้จักในแวดวงชมรมหัวใจเปล่าเปลี่ยว (Lonely Hearts Club) หาคู่ครอง

เรย์มอนด์ (เกิดวันที่ 17 ธันวาคม 1914) เป็นหัวขโมยเชื้อสายสเปนลักเล็กขโมยน้อยที่ได้เรียนรู้ไสยศาสตร์วูดูลึกลับในเรือนจำ ทำให้เขาเชื่อว่าสามารถใช้มนต์ดำทำให้เขามีอำนาจเหนือสตรีเพศทุกคน เขาเริ่มเขียนจดหมายหลายฉบับส่งไปยังชมรมหัวใจเปล่าเปลี่ยวเพื่อหลอกลวงต้มตุ๋นและขโมยทรัพย์สินสาวแก่และแม่ม่ายมากมายหลายราย ในปี ค.ศ. 1947 เขาก็ได้พบกับมาร์ธา (เกิดวันที่ 6 พฤษภาคม 1920) หญิงอ้วนที่มีปัญหาเรื่องจิตใจได้ตอบรับโฆษณาเหงาหัวใจของเขา แม้เธอจะเอาลูก 2 คนมาอยู่ด้วย แต่เรย์มอนด์ก็ตกลงให้เธอพักอยู่กับเขา และยุให้เธอทิ้งเด็ก ซึ่งมาร์ธายินดีทำตามที่เขาบอก

ต่อมาทั้งคู่ก็ได้ร่วมมือกันหลอกสาวแก่แม่ม่าย เมื่อสูบเงินจนหมดพวกเขาก็ฆ่าพวกเธอ เชื่อว่าเรย์มอนด์ กับ มาร์ธา ฆ่าผู้หญิงมากกว่า 20 คน ในหลายรัฐ หลังฆ่าเหยื่อเสร็จทั้งคู่จะหายไปในกลีบเมฆทำให้ยากต่อการติดตาม จนกระทั่งปี ค.ศ. 1949 ทั้งสองก็ถูกจับได้ และทั้งคู่ถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 1951

เรื่องราวของเรย์มอนด์ เฟอร์นันเดซ กับ มาร์ธา เบค ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ “The Honeymoon Killers” (1996) และ “Deep Crimson” (2006)

 

อันดับ 6 คาร์ล่า โฮมอลก้า และ พอล เบอร์นาร์โด (Karla Homolka &  Paul Bernardo)


             คาร์ล่า โฮมอลก้า  เธอได้ร่วมมือกับแฟนของเธอ พอล เบอร์นาร์โด ข่มขืนน้องสาวแท้ๆ ของตนเองจนน้องสาวเธอขาดใจตาย(เนื่องจากพิษสารมึนเมา) แสดงให้เห็นว่าเธอบูชาแฟนของเธอมากยิ่งกว่าครอบครัวของเธอเสียอีก

แต่แฟนของเธอยังไม่หยุดแต่เพียงเท่านั้น เขายังบังคับให้เธอร่วมมือล่อลวง ลักพาตัว ข่มขืน และฆ่าเด็กสาวสองคนรวมไปถึงให้เธอถ่ายวีดีโอเทปอัดเก็บไว้ และนำเอาศพไปทิ้ง ต่อมาเมื่อปี1993 คาร์ล่าทนแฟนตบตีไม่ไหวเลยออกมาแฉเรื่องราวสิ่งที่ทั้งสองทำทั้งหมดให้ตำรวจฟัง

หลังจากที่พอลถูกจับกุม ความจริงคาร์ล่าน่าจะโดนด้วย ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด หากแต่เธอได้ใช้ความเป็นผู้หญิง สวมบทเป็นเหยื่อผู้น่าสงสารที่โดนสามีบังคับให้ร่วมมือไม่งั้นเธอจะเป็นเหยื่ออีกคน แถมเธอยังสามารถเจรจาต่อรองในชั้นศาลโดยแลกโทษเบาเพื่อให้เธอเป็นพยานให้โทษแก่นายพอล เบอร์นาร์โด ซึ่งมันก็ได้ผลแฟนของเธอโดนจำคุกตลอดชีวิต ส่วนเธอใช้สำหรับเวลา 12 ปีในคุก และถูกปล่อยเป็นอิสระในปี 2005 หลังออกจากคุกเธอยังสวมบทบาทเป็นหญิงสาวผู้น่าสงสารออกสถานีโทรทัศน์จนเป็นที่เกลียดชังของคนทั้งแคนาดา ใน2007 คาร์ล่าตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนหน้าพาลูกชายอายุขวบกว่าๆ อพยพไปต่างประเทศ ในปี 2007 คาร์ล่าก็กลับมาอีกครั้งมีข่าวลื่อว่าเธอกลับไปเรียนกฎหมายและใช้ชีวิตใหม่

 

 

อันดับ 5 คาริล ฟูเกต และชาร์ลส์ สตาร์คเวเธอร์ (Caril Fugate and Charles Starkweather)


               คาริล ฟูเกต (เกิด
วันที่ 30 กรกฎาคม 1943) อาศัยอยู่ในเมืองลิงคอล์น รัฐเนแบรสกา และในปีค.ศ. 1956 เธอเริ่มเดทกับชาร์ลส์ สตาร์คเวเธอร์ที่อายุแก่กว่าเธอไป 5 ปี คารินถือว่าเป็นผู้หญิงที่อายุน้อยในประวัติศาสตร์ที่เป็นคู่หู่ในการฆาตกรต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามขอบเขตการมีส่วนร่วมกับสตาร์คเวเธอร์นั้นไม่แน่นอน แม้ว่าชาร์ลส์จะกล่าวหาเธอว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดฆ่าเหยื่อร่วมกัน หากแต่คารินยังคงปฏิเสธในการจะพูดถึงเรื่องดังกล่าว

                ชาร์ลส์ สตาร์คเวเธอร์ (เกิดวันที่ 24 พฤศจิกายน 1938) เกิดมาพร้อมกับความบกพร่องปัญญาอ่อน และขาของเขาผิดรูป อีกทั้งยังเดือดร้อนจากอุปสรรคการพูดที่ติดอ่าง ทำให้เขาถูกกลั่นแกล้งสารพัด จนถึงช่วงวัยวุ่น เขาก็ได้พัฒนาปมด้อยกลายเป็นความรุนแรงที่เกลียดชังตนเองที่ทำอะไรก็ไม่ถูกต้องล้มเหลวตลอด วันที่ 30 พฤศจิกายน 1957 เขาได้ฆ่าพนักงานซูเปอร์มาร์เกตเพราะถูกปฏิเสธจดเชื่อเพื่อขอซื้อตุ๊กตาสุนัขที่เขาตั้งใจให้คาริลเป็นของขวัญ

                วันที่ 21 มกราคม 1958 ชาร์ลส์ไปเยี่ยมบ้านที่ทรุดโทรมของคาริล แต่กลายเป็นว่าเขาและคารินต้องร่วมมือกันยิงและฆ่าแม่กับพ่อเลี้ยงของคารินเสียชีวิต (ชาร์ลส์อ้างว่าทะเลาะกันและป้องกันตัว) อีกทั้งยังฆ่าน้องสาวต่างพ่อของคารินอายุสองขวบครึ่งอย่างโหดเหี้ยม หลังจากนั้นทั้งคู่ก็อาศัยอยู่ในบ้านมรณะที่มีศพนานถึง 6 วัน ก่อนที่จะขับรถออกเดินทางข้ามเนบราสก้าเพื่อหลบหนีจากการไล่ล่าของตำรวจ ระหว่างทางทั้งคู่ปล้นฆ่าและข่มขืนเหยื่อถึง 7 คน (ชาร์ลส์อ้างว่าเป็นฆ่าเพราะป้องกันตัวทั้งหมด) ต่อมาทั้งคู่ก็จนมุมเพราะต่อสู้กับตำรวจหลังฆ่าคนเพื่อขโมยรถ

สุดท้ายชาร์ลส์ถูกประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 1959 ส่วนคาริลถูกตัดสินให้ติดคุกตลอดชีวิต แต่ในปี ค.ศ. 1976 หลังจำคุกได้ 17 ปี เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่ในรัฐมิชิแกนและแต่งงานในช่วงปลายปี ค.ศ. 2007

 

อันดับ 4 เฟร็ด และ โรสแมรี่ เวสต์ (Fred and Rosemary West)


              เฟร็ด เวสต์ (เกิดวันที่ 29 กันยายน 1941) เป็นชาวอังกฤษที่มีความผิดอาญากรรมตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น เขาย้ายจากบ้านพ่อแม่ในชนบท มาอาศัยอยู่ในเมือง ในปี ค.ศ. 1965 เขาบังเอิญถอยรถไอศกรีมแล่นทับเด็กน้อยคนหนึ่งเสียชีวิต ทำให้เขาต้องหนีไปอยู่ที่อื่น และกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องในเวลาต่อมา

ตอนแรกเฟร็ดลงมือก่อกรรมคนเดียว หากแต่ต่อมาก็ได้ร่วมมือกับภรรยาโรสแมรี่ หรือโรส เป็นผู้หญิงที่เกิดมาพร้อมอาการผิดปกติทางจิต ถูกพ่อแท้ๆ ข่มขืนตั้งแต่เด็กจนกลายเป็นคนชอบซาดิสต์และมีอารมณ์ทางเพศสูง ทั้งคู่ก่อคดีทรมาน ข่มขืน และฆ่าตายผู้หญิงอย่างน้อย 11 คน ระหว่างปี ค.ศ. 1973 และปี ค.ศ. 1979  ถือว่าทั้งคู่ลอยนวลยาวนานมากสำหรับการก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง

ที่น่าตกใจคือหนึ่งในเหยื่อผู้หญิงเหล่านั้นมีฮัทเธอร์ (Heather) ลูกสาวคนโตวัย 16 ปีของทั้งคู่รวมอยู่ด้วย และศพส่วนใหญ่ถูกฆาตกรรมและซุกซ่อนในบ้านเลขที่ 25 บนถนนครอมเวลล์ (Cromwell Street) เมืองกลูเซสเตอร์ (Gloucester) ที่พวกเขาอาศัยอยู่จนกระทั่งปี 1994 เรื่องราวทั้งหมดก็ถูกเปิดเผยเมื่อตำรวจออกหมายค้นบ้านเพื่อหาศพฮัทเธอร์ที่เชื่อว่าถูกฝังในสวนหลังบ้าน ทำให้ทั้งคู่ถูกจับกุมในที่สุด เฟร็ชิงผูกคอตายในห้องขังก่อนจะถูกนำตัวขึ้นศาล ส่วนโรสถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตและไม่มีการลดหย่อนผ่อนโทษใดๆ ทั้งสิ้น

 

อันดับ 3 ชาร์ลส์ อิ้ง และเลียวนาร์ด เลก (Charles Ng and Leonard Lake)


               ชาร์ลส์ อิ้ง (เกิด 24 ธันวาคม 1960) เป็นชาวฮ่องกงที่มีนิสัยลักเล็กขโมยน้อยที่ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในอเมริกา จนกระทั่งปี 1982 เขาก็ได้พบกับเลียวนาร์ด เลก (เกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 1945) ซึ่งเป็นชายโรคจิตอันตรายจากฟรานซิสโก ที่อารมณ์ทางเพศค่อนข้างสูง

เลก ได้สร้างบังเกอร์ขนาดใหญ่ข้างบ้านไร่ของเขาใน Wilseyville แคลิฟอร์เนีย เพราะเชื่อว่ามันจะช่วยให้ปลอดภัยจากวันสิ้นโลก  ต่อมาเขามีความคิดอยากจะลักพาตัวผู้หญิงมากักขังและทรมาน เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือนิยาย เดอะ คอลเลกเตอร์” (The Collector) โดยจอห์น โฟร์เรส (John Fowles.) เลกจึงได้ร่วมมือกับอึ้งก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ลักพาตัวเหยื่อ มากักขัง ข่มขืน ทรมาน ถ่ายวีดีโอสนัฟฟ์ฟิล์ม ก่อนที่จะฆ่าและทำลายศพแล้วนำไปทิ้งรอบบังเกอร์

ไม่มีใครทราบว่าทั้งคู่ฆ่าเหยื่อไปจำนวนเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าจำนวนเหยื่ออาจสูงถึง 11-25 ราย ที่น่าตกใจคือบรรดาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมีสองครอบครัว มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กทารกรวมอยู่ด้วย ซึ่งในจำนวนนั้นมีพี่ชายของเลกรวมอยู่ด้วย แต่สุดท้ายการก่ออาชญากรรมของทั้งคู่ก็ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 1985 เมื่ออึ้งขโมยของในร้านค้าแล้วถูกตามจับ ทำให้เรื่องทั้งหมดถูกเปิดเผย เลกถูกตำรวจจับ และต่อมาก็ชิงฆ่าตัวตายในระหว่างสอบสวนด้วยกินยาพิษที่ซุกซ่อนเอาไว้ ส่วนอิ้งถูกจับที่แคนาดาก่อนที่จะถูกส่งกลับสหรัฐอเมริกาฯ เพื่อดำเนินคดีต่อ และถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

 

อันดับ 2 เฮนรี่ ลี ลูคัส และออตติส  ทูเล (Henry Lucas and Ottis Toole)


                เฮนรี่ ลูคัส (เกิดวันที่ 23 สิงหาคม 1936) เป็นชาวเมืองแบล์กส์เบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย แม่ของเขาเป็นโสเภณีที่ชอบใช้ความรุนแรง พ่อเป็นพนักงานรถไฟติดเหล้า และถูกเลี้ยงดูแบบทิ้งขว้าง อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายส่งผลทำให้เขากลายเป็นขโมยตั้งแต่ยังเด็ก และมีความวิปริตทางเพศ และก่อคดีฆาตกรรมมากมายหลายคดีเคยเข้าบำบัดทางจิตในโรงพยาบาลบ้า แต่ได้รับการปล่อยตัวออกมา

ในปี 1976 เฮนรี่ได้พบลออตติส  ทูเล (เกิดวันที่ 5 มีนาคม 1947) ออตติสเป็นชนพื้นเมืองในแจ็คสันวิลล์ รัฐฟลอริด้า พ่อของเขาทิ้งครอบครัวตั้งแต่ยังเด็ก เขายังอ้างว่าถูกเลี้ยงดูโดยแม่ที่เคร่งศาสนา พี่สาวชอบให้เขาแต่งเป็นผู้หญิง และยายของเขาเป็นพวกนับถือลัทธิซาตานสอนให้เขาเข้าร่วมพิธีกรรมพร้อมกับสอนในเรื่องการกินเนื้อคนอีกด้วย

                ไม่ชัดเจนว่าเฮนรี่และออติสเริ่มฆ่าเหยื่อเมื่อไหร่ แต่มันคงเริ่มต้นขึ้นที่ทั้งคู่พบกันครั้งแรก (เชื่อว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ทางเพศร่วมกัน) ทั้งคู่ ได้ออกเดินทางไปด้วยกันจากรัฐหนึ่งไปยังอีกรัฐหนึ่งพร้อมกับฆ่าเหยื่อรายทางที่ส่วนใหญ่ผู้หญิง ทำให้มีเหยื่อจำนวนมากมายในหลายรัฐ ทำให้จำนวนเหยื่อไม่แน่นอน บางที่อาจแค่ 11 ราย หรืออาจมากกว่า 600 รายก็เป็นได้ เหยื่อส่วนมากถูกลักพาตัว ข่มขืน รัดคอและนำศพไปซ่อนในสถานที่ร้างคน  ภายหลังโอทูลอ้างว่าเป็นมนุษย์กินคน แต่ลูคัสบอกว่าเขาเลิกพฤติกรรมดังกล่าวเพราะเขาไม่ได้ชอบรสชาติของเนื้อคนเท่าใดนัก

                แม้ว่าไม่ทราบว่าทั้งคู่ฆ่าเหยื่อกี่ราย แต่ออติสถูกตัดสินโทษจากคดีฆาตกรรม 6 กระทงและสารภาพอีก 4 ข้อหา ส่วนลูคัสถูกตัดสินโทษจากคดีฆาตกรรม 11 กระทง ทั้งคู่ตัดสินโทษประหารชีวิตและถูกส่งไปยังแดนประหาร แต่ต่อมาลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตแทน ออตติสเสียชีวิตจากตับวายเมื่อวันที่ 15 กันยายน 1996 และเฮนรี่เสียชีวิตจากโรคหัวใจล้มเหลวเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2001

 

อันดับ 1 เดลฟิน่า และมาเรีย กอนซาเลส (Delfina and Maria Gonzales)


           เดลฟิน่า และมาเรีย กอนซาเลส เป็นพี่น้องชาวเม็กซิกันจากรัฐกลานาวาโต ในประเทศเม็กซิโก ทั้งคู่ได้รับฉายาว่า “ซ่องนรก” (
Bordello From Hell) เพราะทั้งคู่ทำอาชีพเป็นแม่เล้าและก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องระหว่างปี 1950 ถึง ปี 1960 จำนวนเหยื่อมีมากถึง 91 ราย

ตำรวจได้ควบคุมผู้หญิงคนหนึ่งชื่อโจเซฟีนา กูเตียร์เรซ (Josefina Gutierrez) ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าได้ลักพาตัวหญิงสาวในพื้นที่กลานาวาโตและในระหว่างที่มีการสอบสวนชื่อของสองพี่น้องกอนซาเลสก็ผุดขึ้นมา  ตำรวจได้ทำการตรวจค้นสถานบริการสองพี่น้องพวกเขาก็พบเรื่องที่น่าตกใจเมื่อมีการพบร่างชาย 11 คน หญิง 80 คน และซากทารกจำนวนมาก

จากการสืบสวนพบว่าสองพี่น้องเป็นแม่เล้าซ่องเถื่อนและล่อลวงหญิงมาเป็นโสโภณีจากการโฆษณาประกาศหาผู้หญิงเป็นแม่บ้าน เมื่อผู้หญิงเข้ามาติดกับ พวกเธอจะถูกบังคับให้เป็นโสเภณีด้วยการให้เสพยาเสพติดโคเคนและเฮโรอีนเพื่อให้ตกเป็นทาส บริการทางเพศแก่ลูกค้าจนหมดสภาพและต่อมาก็จะถูกฆ่าเพราะหมดประโยชน์ นอกจากนี้ทั้งคู่ยังฆ่าลูกค้าเพื่อปล้นเงินที่ติดตัวจำนวนมาก และกำจัดศพด้วยการฝัง หากมีปัญหาเมื่อไหร่สองพี่น้องก็จ่ายสินบนแก่ตำรวจเพื่อให้ทำเป็นไม่เห็นอาชญากรรมที่ทั้งคู่ก่อ ทำให้สองพี่น้องสามารถลอยนวลอยู่ได้เป็นระยะเวลายาวนาน จนกระทั่งถูกจับกุมในที่สุด

ในปี 1964 สองพี่น้องพยายามต่อสู้ในชั้นศาลแต่สุดท้ายก็ถูกตัดสินจำคุก 40 ปี เดลฟิน่าเสียชีวิตในอุบัติเหตุขณะจำคุก ส่วนมาเรียได้รับการปล่อยตัวและหายหน้าหายตาไปจากสังคมนับจากนั้นเป็นต้นมา

 

 

 


 

เป็นการจัดอันดับขึ้นมาเองของผู้เขียนบทความ

อ้างอิงโดยวิกิพีเดียอังกฤษ
 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 490 : 10 คู่หูฆาตกรต่อเนื่องโรคจิต , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9859 , โพส : 11 , Rating : 70% / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 11 : ความคิดเห็นที่ 21547
คนทำผิดไม่มีอารมณ์สำนึกผิดชอบชั่วดีอีกต่อไปแล้ว ประหารเถอะค่ะ ????
Name : Laylin < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Laylin [ IP : 223.204.118.197 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2559 / 22:41
# 10 : ความคิดเห็นที่ 18937
อยากให้เฮียเขียน 10 อันดับ การ์ตูนที่อ่านตอนแรกแล้วขว้างทิ้ง ตามใจเฮียเลยนะคะ
Name : Wh-Question < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Wh-Question [ IP : 124.121.244.159 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กันยายน 2556 / 17:40
# 9 : ความคิดเห็นที่ 17382

Charles Ng อ่านว่าชาร์ลส์ อู๋ ใช่เปล่าครับ
PS.  สนับสนุนฮาเร็ม ต่อต้านการเข้าวิน และบูชานิมพ์ดั่งเทพ
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.248.208 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ธันวาคม 2555 / 23:57
ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
# 7 : ความคิดเห็นที่ 16761
โหดจริงอะไรจริง สะพรึง
PS.  ชายรักชายผิดตรงไหนไอ้เหี้ย ?
Name : jaramaintsriSs'} < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jaramaintsriSs'} [ IP : 14.207.165.190 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 ตุลาคม 2555 / 20:59
# 6 : ความคิดเห็นที่ 16654
เพราะบทความนี้กะจะส่งต่วยตูน เลยเลี่ยงอันดับที่เขียนลงไปแล้วในต่วยตูน เฟย์กับเรย์ เลยไม่ติดครับ
PS.  สนับสนุนฮาเร็ม ต่อต้านการเข้าวิน และบูชานิมพ์ดั่งเทพ
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.254.95 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กันยายน 2555 / 11:21
# 5 : ความคิดเห็นที่ 16653
เฟย์กับเรย์ โคปแลนด์ไม่ติดเหรอ ก็เห็นพี่แคมมีเขียนในต่วยตูนพิเศษ
PS.  Call Of Duty เกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเทาที่เคยมีมาในทศวรรตนี้
Name : Normandy1-1 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Normandy1-1 [ IP : 101.108.105.231 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กันยายน 2555 / 10:53
# 4 : ความคิดเห็นที่ 16639
โหน่ากลัวอ่ะ ถ้ามีจริงในปัจจุบันนี่ไม่กล้าออกจากบ้านเลยอ่ะ
PS.  ไม่อยากเป็นสายหมอกผู้ถูกลืมเลือนอีกต่อไปแล้ว!!!
Name : ทะณากอนณ์ องครักษ์ขององค์หญิงเฟิลลี่(อาอิ/ซางิ) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ทะณากอนณ์ องครักษ์ขององค์หญิงเฟิลลี่(อาอิ/ซางิ) [ IP : 171.97.31.204 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กันยายน 2555 / 10:27
# 2 : ความคิดเห็นที่ 16634
อันดับ 8 ชอบนาซีเหมือนผมเลย -/-
PS.  เธอทำให้ฉันต้องกลายเป็นคนที่สายตายาว ;)
Name : ` { Park ' hyun seok ★ , } < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ` { Park ' hyun seok ★ , } [ IP : 182.53.46.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กันยายน 2555 / 19:33
# 1 : ความคิดเห็นที่ 16633
อันดับ 8 ชอบนาซีเหมือนผมเลย -/-
PS.  เธอทำให้ฉันต้องกลายเป็นคนที่สายตายาว ;)
Name : ` { Park ' hyun seok ★ , } < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ` { Park ' hyun seok ★ , } [ IP : 182.53.46.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กันยายน 2555 / 19:33
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android