คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 468 : 10 กรุภาพยนตร์เรื่องโปรดของผม by Cammy


     อัพเดท 15 ก.ค. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,306 Overall : 2,762,888
22,181 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7217 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 468 : 10 กรุภาพยนตร์เรื่องโปรดของผม by Cammy , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11382 , โพส : 30 , Rating : 75% / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 
        วันนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศมาดูกรุภาพยนตร์โปรดของผมดีกว่านะครับ ว่าส่วนตัวแล้วผมชอบภาพยนตร์แนวไหน แน่นอนว่าหลายคนก็มีภาพยนตร์ในดวงใจมากมายสักเรื่องสองเรื่อง และผมก็เช่นกัน หลังจากมานั่งเขียนบทความ ผมก็ดูภาพยนตร์ไปด้วย (ที่จริง หลักๆ ผมดูการ์ตูนอนิเมะซะเป็นส่วนใหญ่อ่ะนะ) ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ของผมจะเน้นภาพยนตร์ที่ทุนสูงอะไรมาก และเป็นแนวเหนือธรรมชาติ หรือไอเดียที่แปลกใหม่
          และต่อไปนี่้คือภาพยนตร์เรื่องโปรดของผม ที่ผมชอบเป็นพิเศษ ดูซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ
 
         10. Scary Movie : ยำหนังจี้หวีด ดีไหมหว่า
          
        ใครจะไปรู้ล่ะครับว่าภาพยนตร์ทุนเล็กๆ อย่าง Scary Movie (2000) จะเป็นภาพยนตร์ตลกสยองขวัญล้อเลียนที่ได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาลหลายเท่า จนถูกนำไปสร้างเป็นซีรีย์มากมายหลายภาค (และห่วยลงเรื่อยมา)  
         ภาพยนตร์กำกับโดยคีเนน ไอวอรี่ เวย์นส์ โดยการดำเนินเรื่องล้อเลียนภาพยนตร์สยองขวัญหรือภาพยนตร์ดังต่อหลายเรื่อง แต่หลักๆ คือ Scream และ I Know What You Did Last Summer ซึ่งเน้นตลกสยองร้าย ตลกสยองขวัญ  โดยเนื้อหาเป็นเรื่องของฆาตกร “หวีด” ที่โหดและรั่ว ที่กำลังออกไล่ฆ่าวัยรุ่นมัธยมอย่างเลือดเย็น (เหรอ) จนกระทั่งถึงกลุ่มของสาวอายุ 18 ปีคนหนึ่งชื่อ ซินดี้ แคมป์เบลพร้อมเพื่อนอีก 5 คนได้ตกเป็นเหยื่อของฆาตกรรายนี้ทีละคนทีละคน..
        Scary Movie เป็นภาพยนตร์ที่ทำได้ฮ่ามากครับ โดยเฉพาะฉากเปิดเรื่องที่ทำได้อย่างบ้าบอได้ใจดี ที่ชอบคือมุกตลกที่สอดแทรกในเรื่องไม่ว่าจะเป็นมุกล้อเลียน มุกทะลึ่ง มุกสีผิว ทำได้ไม่ขัดเขิน เนื้อเรื่องไม่มีสะดุดแม้แต่น้อย  (ที่ฮ่าสุดคือมุกล้อเลียน The Blair Witch Project) ตัวละครก็เล่นเข้าขากัน มุกตลกที่ผมชอบก็มีหลายมุก โดยเฉพาะฉากสะใจในเรื่องคือยัยดำปากเป็ดโดนคนในโรงภาพยนตร์รุมฆ่าโครตฮ่า (คนพากย์ไทยก็เก่งเทพ) จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่ภาพยนตร์ได้รับผลตอบรับสูงจากบรรดาผู้ชม แม้ว่าคะแนนความสนุกของเรื่องจะอยู่ที่ 53% ก็ตาม ข้อเสียคือภาพยนตร์ค่อนข้างมีฉากล่อแหลมทางเพศมากเกินไปทำให้เรตภาพยนตร์ 18+ (ปล. ฉากจบที่นางเอกโดนรถชน ความจริงเธอไม่ตายน่ะครับ เธอกลับมาภาค 2)
 
             9. Let Me In : แวมไพร์ร้ายบริสุทธิ์
Let Me In (2010) เป็นภาพยนตร์โรแมนติกสยองขวัญ กำกับโดยแมตต์รีฟส์ เป็นภาพยนตร์แนวแวมไพร์ที่ผมค่อนข้างชอบ แม้ว่าชื่อมันจะน่ารัก แต่เนื้อหาของภาพยนตร์ออกจะมืดมนน่ากลัว  และเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับแวมไพร์ที่มีทั้งหมด และภาพยนตร์ไม่เหมาะสำหรับเด็กครับ
            Let Me In เป็นเรื่องราวของโอเวน เด็กชายอายุ 12 ปี ที่มีความโดดเดี่ยวจากครอบครัวที่แตกแยก ซ้ำร้ายยังโดนคนในโรงเรียนกลั่นแกล้งเสมอ จนกลายเป็นเด็กมีปัญหา หากแต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้พบแอ็บบิ เด็กสาวน่ารักที่พึ่งย้ายมาอยู่ข้างบ้าน ที่เธอเป็นเด็กค่อนข้างแปลกคือไม่เป็นมิตร ชอบออกห้องตอนกลางคืนและเดินเท้าเปล่า และในช่วงที่แอ็บบิย้ายมา ในเมืองก็เกิดคดีฆาตกรรมเกิดขึ้น เหยื่อส่วนใหญ่จะถูกฆ่าและเอาสูบเอาเลือดจนหมดตัว ซึ่งความจริงแล้วเป็นฝีมือของพ่อของแอ็บบิ (ซึ่งสถานะแท้จริงคือคนรักของแวมไพร์) โดยนำเลือดจากเหยื่อไปให้แอ็บบิที่เป็นแวมไพร์เพื่อต่อชีวิต อย่างไรก็ตาม โอเวนยังไม่รู้เรื่องนี้ เขากับแอ็บบิได้กลายเป็นเพื่อนรักเพียงคนเดียวของโอเวน อย่างไรก็ตามรักใสๆ ของพวกเขาเริ่มดำมืดลงเรื่อยๆ เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับความจริง
            ใครว่าโมเอะจะมีแต่ใน 2D ขอให้มาดูภาพยนตร์ Let Me In นี่แหละโมเอะของจริง แอ็บบี้ (แสดงโดยโคลอิ มอเรตซ์) เธอน่ารักมากเลยแหละ ฉากที่ชอบที่สุดในเรื่องก็คือฉากที่แอ็บบิฆ่าคนที่แกล้งโอเวนอย่างโหดเหี้ยม แต่สะใจคนดู และฉากสุดท้ายของเรื่องที่จบแบบผูกพันจิตๆ นิดๆ และตัวละครที่น่าสงสารในเรื่องคือตำรวจในเรื่อง!!
         อารมณ์ของภาพยนตร์นั้นถ่ายทอดออกมาน่าติดตามมาก ไม่ว่าจะเป็นเศร้า เหงา โรคจิต และประทับใจ ชีวิตของเด็กชายผู้อ่อนแอเรียบง่าย สมจริง บางฉากก็น่ากลัวและมืดมน ภาพยนตร์ก็สอนอะไรหลายอย่าง ไม่ได้สอนเรื่องธรรมะต้องชนะอธรรม ภาพยนตร์ได้ขีดเส้นทางของเด็กชายเอาไว้ เส้นทางของเด็กที่ชีวิตเต็มไปด้วยปัญญา พร้อมตั้งคำถามว่าถ้าเราเป็นโอเวน เราจะทำอย่างไร เราจะไปเป็นเหมือนโอเวนในตอนจบหรือไม่? หยองจริงๆ ครับเรื่องนี้
 
             8. KickAss เกรียนโคตร มหาประลัย
           
           Kick Ass (2010) เป็นภาพยนตร์กำกับโดยแมทธิว วอห์น เป็นภาพยนตร์แนวตบกร้ายที่ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนในชื่อเดียวกัน ทุนสร้างแค่ไม่กี่บาท แต่ได้ผลตอบแทน4 เท่า
            Kick Ass เป็นเรื่องของหนุ่มวัยรุ่น เดฟ ไลซูว์สกี้ แฟนพันธุ์แท้หนังสือการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ที่ตัดสินใจ นำความหลงใหลของตัวเองมาเป็นแรงบันดาลใจสร้างตัวเขาให้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ในชีวิตจริง และวันหนึ่งเขาก็แต่งเป็นฮีโร่ชื่อ Kick Ass หากแต่แล้วเขาก็ได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์การต่อสู้ของฮีโร่ตัวจริง Hit Girl และ Big Daddy ซึ่งเป็นสองพ่อลูก ที่วางแผนแก้แค้นมาเฟียแฟรค์ ดีอามิโก้เข้าพอดี
             ตอนแรกที่ผมดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมก็นึกว่าเป็นภาพยนตร์ล้อเลียนฮีโร่ แต่ปรากฏว่าเป็นการ์ตูนแอ็คชั่นที่มีฉากที่รุนแรงและไม่เหมาะสมอยู่เยอะ ที่เต็มไปด้วยประเด็นเจ็บๆ ฮ่าๆ สอดแทรก ภาพยนตร์เหมือนเป็นแนวแอ็คชั่นธรรมดา ที่มีเนื้อหาการแก้แค้นมาเฟีย อย่างไรก็ตาม   Hit Girl และ Big Daddy ไม่ได้เป็นฮีโร่คุณธรรม หากแต่เป็นเพียงพวกเกรียนที่ทำเพื่อแก้แค้น แม้ว่าสุดท้ายจะฆ่าดามิโก้ตาย แต่ลูกชายของเขาก็สืบทอดต่อพร้อมความแค้นที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม (ไม่แปลกเลยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีภาค 2)
             ตัวละครภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมชอบดามิโก้ (บางที่อาจเป็นตัวดำเนินเรื่องด้วยซ้ำ) ชอบในความเป็นพ่อคนครับ แม้มาเฟียชั่วขนาดไหน แต่เขารักครอบครัว แต่ในขณะเดียวกันก็ตามใจลูกมากไปจนเสียคน และฉากที่ชอบที่สุดคือฉากบุกสำนักงานใหญ่มาเฟียที่ทำได้กดดัน อลังการ และฉากแอ็คชั่นอีหนูพันธ์ดุจริงๆ (แต่เรื่องนี้ผมเชียร์ตัวร้ายครับ)  สุดท้ายภาพยนตร์ก็สอนอะไรหลายๆ อย่าง แต่หลักๆ คือการสอนว่าเมื่อคุณเลี้ยงลูกอย่างไร ลูกก็เป็นอย่างงั้น  และการแก้แค้นนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลย  มีแต่เพิ่มความแค้นใหม่เกิดขึ้นเท่านั้น
 
               7. Seven เซเว่น
              
                ผมค่อนข้างชอบภาพยนตร์สืบสวนสอบสวน (เขียนเรื่องฆาตกรแล้วไม่ชอบเรื่องฆาตกรก็ไม่รู้จะชอบอะไรแล้วครับ) แต่ไม่รู้เพราะอะไรภาพยนตร์ที่ดูที่ผ่านมามีแต่แย่มากกว่าดี อย่างไรก็ตามภาพยนตร์แนวสอบสวนในดวงใจผมคงจะต้องมีเรื่อง Seven (1995) เป็นแน่แท้
                Seven เป็นภาพยนตร์สืบสวนสอบสวน สยองขวัญ ตื่นเต้นเร้าใจ กำกับโดยเดวิด ฟินเชอร์ นำแสดงโดยสองดาราดังแบรด พิตต์และมอร์แกน ฟรีแมน ทุนสร้างไม่กี่สิบล้านดอลลาร์ แต่ได้รับผลตอบแทนสูงเป็นร้อยล้าน โดยเป็นเรื่องของฆาตกรต่อเนื่องคนหนึ่งที่ทำการฆ่าเหยื่อของตน 7 ราย โดยมีเหตุจูงใจมาจากบาปทั้ง 7 ประการของพระคัมภีร์ โดยเหยื่อทั้ง 7 ได้ทำบาปของตนคนละประการ และ ฆาตกรก็แสดงตัวเสมือนตนเองเป็นดาบของพระเจ้าที่จะมาลงทัณฑ์คนบาปเหล่านั้น ด้วยความโหดเหี้ยม ตำรวจนักสืบ เดวิด มิลล์ส  และ วิลเลียม โซเมอร์เซต ได้ร่วมมือกันตามจับกุมผู้กระทำผิดในคดีน่าสะพรึงกลัวนี้ แต่แล้วพวกเขาก็กลับตกหลุมพลางของฆาตกรที่ได้เตรียมบาปสุดท้ายให้แก่พวกเขา
                 Seven เป็นภาพยนตร์แนวสืบสวนที่ดูสนุกอีกเรื่อง ชอบการลงทุนของฆาตกร และความคิดของฆาตกรในการฆ่าเหยื่อว่าทุกวันนี้เราเห็นพวกบาปหนาเดินหน้าลอยตาในสังคมเหมือนเป็นเรื่องปกติ พวกเราเฉยชา ชาชิน กับบาปเหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว เป็นไปได้ไหมที่เราน่าจะทำอะไรสักอย่างประกาศให้คนรับรู้ว่านี้คือบาปที่ไม่สมควรให้อภัย ใครทำบาปสมควรได้รับโทษ ซึ่งเจ้าฆาตกรนี้แหละคือตัวแทนที่เราทุกคนที่คิดแบบนี้ การดำเนินเรื่องก็น่าติดตาม ฆาตกรฆ่าเหยื่อที่ฉลาด เล่นเกมกับตำรวจไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะหักมุมเมื่อมันฆ่าเหยื่อรายที่ 5 มันดันปรากฏตัวให้จบง่ายๆ ซะงั้น หากแต่ไม่ใช่เลย มันคือกับดักที่นำไปสู่จุดหักมุมในเรื่องที่เต็มไปด้วยกดดันและเข้มข้น ที่สุดจะลุ้นว่าสุดท้ายฆาตกรจะเป็นฝ่ายชนะหรือเปล่า?
                Seven ดำเนินเรื่องอย่างมีศิลป ฉากฝนตกแฉะเกือบทั้งเรื่องอีกทั้งบรรยากาศยังมืดๆทึมๆ ฉากที่ชอบคือฉากฆาตกรรมเจ้าอ้วน ทำได้ขยะแขยงดีครับ จ้างใครมาเล่นเจ้าอ้วนเนี้ย อ้วนได้ใจจริง  ๆ และฉากสุดท้ายที่ต่อสู้ระหว่างแรงขับจิตใจของมนุษย์กับความยุติธรรม ซึ่งสุดท้ายแล้วก็เป็น..........ที่เป็นฝ่ายชนะ หยองจริงๆ
 
                  6. The Host อสูรนรกกลายพันธุ์
                 
                 ยอมรับตามตรงว่า ดูภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อจับผิดและมีความอคติล้วนๆ กับภาพยนตร์เกาหลี แต่ปรากฏว่าเมื่อดูตั้งแต่ต้นจนจบของภาพยนตร์ ผมกลับพูดอะไรไม่ค่อยออก มันเป็นภาพยนตร์ที่ดีจริงๆ
                 The Host (2006) เป็นภาพยนตร์ของ Bong Joon-ho ทุนสร้างประมาณ 11 ล้านดอลลาร์ได้รับผลตอบแทนถึง 8 เท่า ซึ่งตอนแรกผมนึกว่าเป็นภาพยนตร์แนวสัตว์ประหลาดธรรมดา แต่ปรากฏว่าเนื้อหากลับสอดแทรกเรื่องของการเมือง ความรักของครอบครัว ความผูกพันของพ่อลูกได้อย่างน่าประทับใจและซาบซึ้ง
                  เรื่องราวเริ่มขึ้นจากความมักง่ายของนักวิทยาศาสตร์อเมริกาที่ทิ้งสารเคมีลงแม่น้ำฮั่นทำให้สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์จนกลายเป็นอสูรกายขนาดยักษ์ อย่างไรก็ตามเนื้อหาของภาพยนตร์ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างฮีโร่เหนือมนุษย์หรือกองกำลังติดอาวุธต่อสู้กับสัตว์ประหลาดแต่อย่างใด หากแต่ตัวเอกในเรื่องกับเป็นกางอูชายหน้าไม่หล่อที่แสนไม่ได้เรื่องได้ราว ทำอาชีพเป็นคนขายของริมแม่น้ำฮั่น ที่โดนผลกระทบจากสัตว์อสูรกายออกมาฆ่าคนในริมแม่น้ำเต็มๆ แถมมันจับตัวลูกสาวสุดที่รักของเขาไปด้วย เป็นเหตุทำให้เขาและครอบครัวของเขาต้องไปช่วยเธอแม้ว่าจะมีอันตรายอยู่ข้างหน้าก็ตาม
                  The Host เป็นภาพยนตร์ทุนสร้างสูงอีกเรื่องที่มีความโดดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยีการตัดต่อภาพได้สมจริงเนื้อหายังสอดแทรกการเมือง สัตว์ประหลาดที่น่าสยดสยองน่ากลัว แต่ที่เน้นหนักคือเน้นเรื่องครอบครัว ที่พี่น้องของพระเอกอยู่พร้อมหน้ากัน และทุกคนต่างรักห่วงใยกับสมาชิกตัวน้อยของครอบครัว และออกตามหาเธอไม่ว่าจะมีอันตรายใดๆ ก็ตาม ฉากที่ชอบคือฉากปรากฏตัวของสัตว์ไล่ล่าฆ่าคนและงานศพของเหยื่อผู้เสียชีวิตที่ทำได้ราวกับเป็นเหตุการณ์จริงๆ อย่างงั้นแหละ และปกติดูภาพยนตร์แนวสัตว์ประหลาดมาค่อนข้างเยอะ และชอบสัตว์ประหลาดเรื่องนั้นมากๆ หากแต่เรื่องนี้กลับเกลียดสัตว์ประหลาดแม่น้ำฮั่นมากที่สุด เพราะมันพรากชีวิตผู้คน ฆ่าคนสำคัญของพระเอก ดูแล้วเกิดอารมณ์โกรธแค้น ทำให้สะใจมากเมื่อถึงฉากสุดท้ายที่สัตว์ประหลาดถูกยำใหญ่ตายอนาถ

 
5. Machine Gun Preacher  นักบวชปืนกล
    
แม้เสียงวิจารณ์ของตัวภาพยนตร์จะไม่ดีมากนัก แต่กระนั้นสำหรับผมแล้วนี่คือภาพยนตร์ที่ดีอีกเรื่องหนึ่งที่สอนอะไรหลายๆ อย่างให้แก่เรา
Machine Gun Preacher  (2011) เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากประวัติชีวิตของแซม ไชลเดอร์ส  (เจอราร์ด บัตเลอร์) ภาพยนตร์กำกับโดยมาร์ค ฟอสเตอร์  โดยเป็นเรื่องราวชีวิตจริงของแซม ไชลเดอร์สอดีตนักเลงที่พึ่งออกจากคุกมาหมาดๆ แต่ก็ยังคงไม่เลิกติดยาเสพติด หากแต่อย่างไรก็ตามเขาก็นึกแปลกใจว่าภรรยาของเขาที่อดีตเคยเป็นนักเต้นระบำเปลือยผ้าได้หันมาเป็นคริสเตียน ตอนแรกเขาไม่สนใจศาสนามากนัก จนกระทั่งเขากับเพื่อนเกือบฆ่าคนจรจัดตาย ทำให้เขาจิตตกและภรรยาก็ชวนเขาเข้าโบสถ์จนกลายเป็นสามีและคนดีของสังคมในที่สุด และเริ่มประกอบอาชีพเป็นช่างก่อสร้างและฐานะเริ่มดีขึ้น  จนมีเงินสร้างโบสถ์เพื่อช่วยเหลือคนติดยา โสเภณี และเด็กยากจนในละเวกบ้าน รวมไปถึงดอนนี้เพื่อนรักสมัยเด็กที่อดีต
ต่อมาแซมก็ได้เดินทางไปประเทศยูกันดา และไปเห็นความโหดร้ายของกลุ่มแอลอาร์เอมุสลินหัวรุนแรงที่สังหารหมู่ชาวบ้านฝ่ายใต้คริสเตียน (ของประเทศซูดาน) อย่างโหดเหี้ยม ด้วยการเผาหมู่บ้าน บังคับเด็กให้เป็นทหาร ส่งผลทำให้มีเด็กกำพร้าจำนวนมาก และหลายคนต่างหวาดกลัว
เมื่อแซมเห็นเขาก็เริ่มอุทิศอย่างจริงจัง โดยการสร้างโบสถ์สร้างโรงเรียนในพื้นที่อันตราย และเขาก็จ้างคนงานและทหารรับจ้างเพื่อปกป้องเด็กกำพร้าที่เขาดูแลอยู่ บางครั้งเขาก็เป็นหัวหน้าไปไล่ล่ากลุ่มอาลอาร์เอเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ เลยก็มี
แม้ว่าภาพยนตร์จะชื่ออย่างกับภาพยนตร์แอ็คชั่นบ้าระห่ำ แต่ความจริงแล้วเนื้อในคือภาพยนตร์ดราม่าชีวิตที่เป็นเรื่องราวของคนที่อุทิศอะไรบางอย่างจนเรียกว่าบ้าคลั่ง จริงอยู่สิ่งที่แซมทำไปทั้งหมดคือสิ่งที่ดี แม้ว่าแซมจะอุทิศตัวตนเองแก่เด็กสุดชีวิต ทำทุกอย่างเพื่อเด็กกำพร้าจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างทหารรับจ้าง ซื้อรถยนต์มาขนของ ซื้ออาหารและน้ำมาเลี้ยงดู ฯลฯ ทุกอย่างต้องใช้จ่ายหมด  แม้เขาให้ความสำคัญกับเด็กกำพร้า หากแต่เขากลับละเลยคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนรักที่เขาถีบหัวส่งจนต้องตายอย่างเดียวดาย  อีกทั้งไม่ให้ความสำคัญของภรรยาและลูก คนรอบข้างเซ็งแซมกันทั่วหน้า อารมณ์ประมาณว่า “คุณช่วยพวกเด็กแอฟริกาเพื่ออะไร พวกเขาเป็นญาติคุณเหรอ คุณทำเพื่ออะไร ในเมื่อคุณมีแต่เสีย มากกว่าได้” มีอยู่ช่วงหนึ่งถึงกับขายทรัพย์สิน ในบ้านเอาเงินแม้กระทั่งเงินเลี้ยงดูลูกไปช่วยเด็กกำพร้า  เราได้เห็นอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดของแซมตลอดทั้งเรื่อง ดูแล้วได้ข้อคิดบางครั้งการทำความดีก็ต้องดูสถานะของเราด้วยว่าเราช่วยเหลือพวกเขาได้มากน้อยเพียงใด เราควรช่วยเหลือพวกเขาตามกำลังของเรา อย่าให้คนรอบข้างของเราเดือดร้อน
สิ่งที่ผมชอบคือฉากที่แซมพบอาสาสมัครที่เป็นนางพยาบาลสาวคนหนึ่ง ที่บอกแซมว่าคุณรู้ไหมตอนนี้ชาวบ้านเรียกคุณว่านักบวชคนขาวที่ส่งลงมาโดยพระเจ้า หากแต่สำหรับเธอแล้ว เขาก็ไม่ต่างอะไรกับกลุ่มแอล์อาร์เอล คุณใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาความรุนแรง คุณฆ่าพวกกลุ่มแอลอาร์เออย่างโหดเหี้ยม หากแต่แซมตอบว่าอย่างน้อยเขาก็ช่วยให้เด็กหลายคนนอนหลับฝันดีได้อีกคืนหนึ่ง ก่อนที่เรื่องจะมาสรุปว่าบางครั้งปัญหาต่างๆ ก็ไม่แก้ไขด้วยความเมตตาหรือการเจรจาโดยสันติได้ทุกอย่าง บางครั้งเราจำเป็นต้องใช้กระสุนปืนยุติปัญหาก็มี
Machine Gun Preacher  เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้ผมตกตะลึงครับ ตกตะลึงที่ว่าบนโลกนี้ยังมีชายคนหนึ่งที่ยอมอุทิศตัวเพื่อเด็กกาฬทวีปแบบนี้ด้วย ถ้าภาพยนตร์ไม่มาฉายผมคงไม่รู้เรื่องราวของชายคนนี้หรอกนะครับ แนะนำให้ลุงแซม ไชลเดอร์สมาเรี่ยไรเงินในประเทศไทยดีไหมครับ ประเทศเราเป็นประเทศแห่งการทำบุญอยู่แล้ว นับลองแซมน่าจะได้เงินมาช่วยเหลือเด็กกำพร้ามากมายแน่นอน

 
4. Tucker And Dale vs Evil สองหนุ่มบ้านนาโหดสับ
 Tucker And Dale vs Evil (2010)  เป็นหนังตลกสยองขวัญนอกกระแส สัญชาติแคนาดา กำกับโดยเอลี เครก  ซึ่งเมื่อคุณเห็นปกแบบนี้ร้อยทั้งร้อยคงนึกว่าเป็นภาพยนตร์สยองแบบแหวะ เลือดสาด โหดเหี้ยม อำมหิตใช่เปล่าครับ ขอตอบเลยว่าอย่าไปเชื่อในสิ่งที่เห็น ในเนื้อหาภาพยนตร์มันมีที่มาที่ไป มันหลอกคุณอย่างสิ้นเชิง เหมือนสิ่งที่สอนในภาพยนตร์ แนะนำว่าคุณควรดูภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะนี่คือภาพยนตร์เรื่องนี้ฮ่าอุจจาระกระจายแน่นอน
Tucker And Dale vs Evil เป็นเรื่องของทัคเกอร์และเดลสองเพื่อนรักได้มาเที่ยวบ้านพักตากอากาศในป่า ซึ่งพอดีบ้านพักอากาศหลังนั้นเคยเป็นบ้านของฆาตกรต่อเนื่องมาก่อน (แต่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหรอก) ในเวลาเดียวกัน ใกล้กันนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษาที่มาตั้งแคมป์สังสรรค์กัน ในขณะที่กลุ่มวัยรุ่นไปเล่นน้ำในลำธาร ผู้หญิงคนหนึ่งเกิดได้รับอุบัติเหตุ โชคดีที่ทัคเกอร์และเดลได้ช่วยไว้ทัน แต่อนิจาเพื่อนในกลุ่มคิดว่าทัคเกอร์และเดลเป็นฆาตกรโรคจิตที่ลักพาตัวเพื่อนของเขาไปซะงั้น ส่งผลทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายปวดหัวตามมา
Tucker And Dale vs Evil เป็นภาพยนตร์ที่หยองจริงๆ ครับ ไม่เชื่อเลยว่าเป็นภาพยนตร์ทุนเล็กๆ ที่ภายทำไม่กี่สถานที่แต่ทำได้ยอดเยี่ยมได้รับการวิจารณ์เป็นด้านบวก กวดรางวัลมาก เพราะดำเนินเรื่องสนุกน่าติดตาม ทั้งฮ่าทั้งเลือดสาดอย่างลงตัว จึงคนต้องอุทานเลยว่า “เม่งมันโง่ชิบหาย” มุกตลกภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นแนวตลกร้ายกาจ ที่แอบกัด แนวไล่ล่าสยองขวัญมาล้อเลียนหอมปากหอมคอ อีกทั้งยังสอนเรื่องจงอย่ามองคนที่หน้าตา ให้มองที่จิตใจ บางทีคนหน้าตาเถื่อนๆ อัปลักษณ์อาจมีจิตใจที่งดงามไม่แพ้คนหล่อหน้าดีตาก็ได้ใครจะไปรู้ ส่วนใครที่อยากรู้ว่าทำไมชื่อเรื่องว่าทัคเกอร์และเดลปะทะปีศาจด้วย ปีศาจในที่นี้คืออะไร คำตอบอยู่ในภาพยนตร์แล้วครับ !!

 
3. Lion of the Desert จอมจักรรดิ โอมาร์ มกตาร์
ถ้าถามว่าภาพยนตร์แนวอะไรที่ผมดูมากที่สุด ผมก็ตอบไปตรงๆ ว่าภาพยนตร์แนวสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งๆ ที่สมัยเรียนร.ด. ไม่ชอบเรื่องทหารเลยแท้ๆ มาชอบอีกทีเมื่อมาดูเชฟวิ่งไรอันในสมัยเรียนมหาลัย และจนบัดนี้หากผมพบภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสงครามโลกเมื่อไหร่ก็จะซื้อมาดูทุกครั้งไป (ปล. แต่ผมไม่เคยดูพวกนานกิงน่ะครับ)
Lion of the Desert (1981) เป็นภาพยนตร์สงครามดีๆ อีกเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ใช่ศึกของฮิตเลอร์แต่อย่างใด เพราะศึกคราวนี้เป็นของมุสโสลินีเผด็จการฟาสซิสต์อิตาลีที่ได้ส่งนายพลกราเซียนีไปที่ประเทศลิเบีย เพื่อปราบกลุ่มต่อต้านที่นำโดยครูสอนศาสนาคนหนึ่งชื่อโอมาร์ มุกตาร์
ความจริงแล้วประเทศอิตาลีรุกรานลิเบียมาตั้งแต่ปี 1911 โดยอ้างว่าลิเบียเคยตกเป็นอาณานิคมของอิตาลีมาตั้งแต่สมัยโรมัน หากแต่โอมาร์ มุกตาร์ไม่เห็นด้วย จึงนำกำลังชาวบ้านรบแบบกองโจรจนต้านกองทัพอิตาลีได้เป็นปีๆ ซึ่งบทสรุปนั้นก็ไม่ต้องคาดเดาแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ตีความในภาพยนตร์เรื่องนี้มีมากมาน
ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ลงทุนสูง ตลอดความยาว 3 ชั่วโมงของภาพยนตร์ แม้ว่าผลตอบแทนจะสุดแสนจะเลวร้ายได้ไม่กี่ล้านดอลลาร์ หากแต่ในตัวภาพยนตร์เราจะเห็นความพิถีพิถันของฉาก การแต่งกาย อาวุธ หรือยานพาหนะ ที่อุตส่าห์เนรมิตรถถังที่ใช้ในสงครามโลกจของจริงขึ้นมาอย่างสมจริง เป็นภาพยนตร์สงครามที่ทำออกมาแทบไม่มีที่ติ เราได้เห็นความโหดร้ายของสงคราม เห็นทหารอิตาลีกระทำความโหดร้ายต่อชาวบ้าน การต่อสู้ของโอมาร์ มุกตาร์ที่กองกำลังของเขาแทบไม่มีอาวุธที่ต่อกรกองทัพอิตาลีได้เลย และที่น่าสนใจคือคำสอนของโอมาร์ มุกตาร์ที่สอนศาสนาให้ชาวบ้านให้สู้พลีชีพแบบไม่กลัวตายด้วยคำสอนตายเพื่อพระเจ้าจะได้บุญ ซึ่งแนวคิดของโอมาร์ มุกตาร์ก็ได้ถูกนำไปใช้ต่อในกลุ่มก่อการร้ายในสมัยนี้แหละครับ

 
2. The Gladiator นักรบผู้กล้าผ่าแผ่นดินทรราช
 
“ฉันได้ยินทหารว่า เมียแกร้องอย่างโสเภณี ส่วนลูกแกร้องอย่างกับผู้หญิง”  นี่คือประโยคด่าคนของหัวหน้าใหญ่ตัวโกงในเรื่อง Gladiator ที่ผมฟังแล้วถูกใจที่สุดในชีวิต ถึงขั้นมีความคิดว่าอยากสส่ประโยคนี้ลงในนิยายที่ตนเองแต่งเลยทีเดียว (ตอนนี้ยังมีความคิดอยู่)
The Gladiator  เป็นภาพยนตร์แนวมหากาพย์ประวัติศาสตร์ กำกับการแสดงโดยริดลีย์ สก็อตต์และนำแสดงโดยรัสเซล โครว์ ออกฉายในสหรัฐอเมริกาในวันที่5 พฤษภาคม 2000 เนื้อเรื่องของภาพยนตร์เกิดขึ้นที่กรุงโรมสมัยที่กษัตริย์คอมโมคัสเป็นกษัตริย์ เล่าถึงแม็กซิมัส(รัสเซล โครว์)แม่ทัพโรมันที่สามารถนำทัพชนะศึกสงครามในการขยายอาณาเขตของโรมได้สำเร็จ ในขณะเดียวกันจักรพรรดิมาร์คัส ออเรลิอัสหวังให้แม็กซิมัสมาสืบทอดตำแหน่งต่อจากตน ทำให้คอมโมดัสลูกชายไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งจึงลอบปลงพระชนม์พระบิดาและแกล้งทำเป็นว่าจักรพรรดิมาร์คัสสวรรคตด้วยโรคชรา และออกคำสั่งให้ตามจับแม็กซิมัสเนื่องจากกล่าวหาว่าแม็กซิมัสคิดจะชิงบัลลังก์ ทำให้แม็กซิมัสต้องหนีจากการจับกุม อีกทั้งลูกเมียเขายังถูกสังหาร เวลาต่อมาแม็กซิมัสตกอยู่ในฐานะทาสและได้เข้าร่วมเป็นเกลดิเอเตอร์นักรบเดนตายที่คอยแสดงฝีมือการต่อสู้ให้ผู้ชมได้ชม ซึ่งแม็กซิมัสต้องการแก้แค้นคอมโมคัสที่พรากลูกเมียไปจากเค้า
The Gladiator   เป็นภาพยนตร์ที่สนุก ตื่นเต้น อลังการงานสร้างมาก อีกเรื่องหนึ่ง ฉากต่อสู้ที่สมจริงและโหดเลือดสะใจพระเดชพระคุณ เนื้อหามีส่วนคล้ายกับ The Frll Of  The Roman Empiae  ภาพยนตร์มีเนื้อหาที่อิงประวัติศาสตร์อยู่เล็กน้อย ซึ่งเนื้อเรื่องเกือบทั้งหมดเป็นเรื่องแต่งขึ้น เนื่องจากความจริงแล้วจักรพรรดิมาร์คัส ออเรลิอัสไม่ได้ถูกลูกชายลอบปลงพระชนม์แต่อย่างใด ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์โดยทำรายได้ไปถึง 457ล้านเหรียญ และได้รับรางวัลต่างๆ มาอีกจำนวนมาก ซึ่งต่อมาก็มีภาพยนตร์แนวแบบนี้ออกมามากมายหลายเรื่อง

 
1.Fido ซอมบี้เพื่อนรัก
Fido (2006) ภาพยนตร์ซอมบี้สัญชาติแคนาดา ผมชอบมากที่สุด  แม้ว่าในแง่รายได้จะเจ๊งมหาศาล แต่กระนั้นในแง่วิจารณ์แล้วนี่คือภาพยนตร์ดีอีกเรื่องหนึ่ง และผมซื้อภาพยนตร์ซีดีจากกระบะหนังถูกราคาไม่ถึง 50 บาทและเมื่อดูแล้วเม่งคุ้มกับเงินที่เสียไปจริงๆ
Fido เป็นเรื่องราวสมมุติว่าเกิดในปี 1950 เมื่อโลกเกิดปรากฏการณ์เมื่อมีคนตายจะเป็นซอมบี้ กินคน กัดคนแล้วจะกลายเป็นซอมบี้ และลุกขึ้นมาต่อสู้กับมนุษย์จนเกิดสงครามซอมบี้ขึ้น ผลของสงครามมนุษย์สามารถควบคุมซอมบี้ได้ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยล้อมรอบจากการอาละวาดของซอมบี้ นอกจากนี้มนุษย์ยังประดิษฐ์เครื่องมือเหมือนปลอกคอที่ใช้ควบคุมซอมบี้ให้ฟังคำสั่งของเจ้าของได้ โดยใช้ทำงานเป็นแรงงานของมนุษย์ และเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ไปด้วย
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อทิมมี่ โรบินสัน เด็กชายผู้อ่อนแอ ไม่มีเพื่อน โดนเด็กเกเรแกล้งอีก จนกระทั่งวันหนึ่งแม่ซื้อซอมบี้มาเลี้ยงในบ้าน  (สาเหตุคือ แม่ของทิมมี่อายชาวบ้านเพราะบ้านตนเองเป็นบ้านเดียวที่ไม่มีซอมบี้)  เขาตั้งชื่อมันว่าโฟโด้  และเป็นเพื่อนรักกัน หากแต่ต่อมาเครื่องควบคุมของโฟโด้เกิดเสีย ทำให้โฟโด้หลุดจากการควบคุม เรื่องวุ่นวายจึงเกิดขึ้น
Fido เป็นภาพยนตร์ซอมบี้ที่ตลก (เรอะ!!) ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันแบบโรคจิต แม้ในเรื่องจะมีคนตายเยอะ แต่ก็ตายแบบไม่โหดร้าย ฮ่าด้วยซ้ำ ชอบบรรยากาศในเรื่องที่ทำออกมาเชยๆ เหมือนสังคมอเมริกันยุคเก่าและทุนไม่สูง แต่ว่าทำออกมาน่าติดตาม สนุก ได้ข้อคิด ตัวละครก็เล่นได้ดี สมกับบทบาท และเป็นภาพยนตร์ที่ฉีกแนวซอมบี้เป็นอย่างมาก ฉากที่ชอบคือฉากจุดจบเด็กเกเรที่แกล้งทิมมี่ สะใจผู้ชมมาก เชื่อว่าใครที่ดูภาพยนตร์เรื่องนี้คงรักซอมบี้ไม่มากก็ไม่น้อย


               0. Shoot'Em Up


            ผมขอมอบอันดับพิเศษกับภาพยนตร์ที่รวบรวมมุกแอ็คชั่นที่ทำได้ฮ่าและสะใจคอคนโรคจิตอย่าง
Shoot'Em Up (2007) หรือชื่อไทย “ยิง แม่ง เลย”  เขียนและกำกับโดยไมเคิล เดวิส  แม้ว่าในด้านรายได้จะไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่ในด้านการวิจารณ์แล้วถือว่าเป็นบวก เนื้อหาก็ไม่ซับซ้อนอะไรคือเป็นเรื่องเปิดฉากมันหยดติ๋งด้วยการดวลปืนสุดระห่ำของกลุ่มชายแปลกหน้าที่ สมิธ (ไคลฟ์ โอเว่น) ชายไร้บ้านมาดเถื่อนเข้าไปมีเอี่ยวโดยบังเอิญ เขาช่วยชีวิตเด็กทารกคนหนึ่งไว้ได้ หลังจากที่แม่เด็กถูกยิงตาย แรกๆสมิธคิดว่าเป้าหมายของชายกลุ่มนั้นคือแม่เด็ก แต่ไม่นาน เขาก็รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือเด็กคนนี้ต่างหาก สมิธนำเด็กไปให้โสเภณีชื่อ ดีคิว (โมนิก้า เบลลุคชี่) ช่วยดูแล แล้วร่วมกันสร้างครอบครัวชั่วคราวขึ้นมา ขณะที่ต้องหนีสุดชีวิตจากการตามล่าแบบดุเดือดของพวกมือปืน

Shoot'Em Up เป็นภาพยนตร์ที่สนุกมาก เต็มไปด้วยฉากยิงกระจุยกระจาย เพราะสร้างเอามันสถานเดียว ยิงทั้งเรื่อง (เพราะพวกผู้ร้ายเป็นลูกน้องพ่อค้าอาวุธปืนยิงแบบไม่เกรงใจกระสุน) พร้อมกับการหยอกมุกภาพยนตร์แอ็คชั่นให้ฮ่าเป็นระยะ บวกกับเสียงพากย์ไทยพันธมิตรที่หยอดมุกเสริมเข้าไปก็เข้าท่า การเล่าเรื่องก็ลื่นไหล ตัวละครก็แสดงดีหมด (แถมนิสัยกวนบาทาด้วย) ที่ชอบคือตัวร้ายของเรื่องที่เม่งหยอดมุกกระจาย ผมชอบประโยค “เม่งมึงเอานักฆ่า หรือคนตัดฟื้นมาว่ะ” ฮ่าจริงๆ ให้ตายเถอะ

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 468 : 10 กรุภาพยนตร์เรื่องโปรดของผม by Cammy , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11382 , โพส : 30 , Rating : 75% / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 30 : ความคิดเห็นที่ 19407
ชอบscary movie มาก มีฉากหนึ่งที่จะจำจนตาย คือฉากที่ฆาตกรเข้ามาพบกับเชียร์รีดเดอร์(ที่ลืมชื่อ) แล้วเธอก็หัวเราะนึกว่าเพื่อนแกล้ง ก่อนจะหักขาตัวเองจนกระดูกแทงออกมาเลือดทะลัก แบบที่ฆาตกรโหดยังต้องเอามือปิดตา 55555 ที่เหลือนึกต่อเอง
Name : blaze < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ blaze [ IP : 14.207.94.167 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ธันวาคม 2556 / 16:54
# 29 : ความคิดเห็นที่ 19404
Shoot 'Em Up ยิงแม่งเลย มันส์มาก ใครเบื่อหนังช่วงนี้ว่าไม่มันส์เท่าหนังเก่าๆไปดูเรื่องนี้เลยท้งมันส์ทั้งฮา
Name : หนอน(เซ็งชีวิต) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หนอน(เซ็งชีวิต) [ IP : 180.180.5.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ธันวาคม 2556 / 11:13
# 28 : ความคิดเห็นที่ 19348
เฮีย ผมมาแนะนำหนังต้นทุนตำแต่สนุกโครต



30 Minutes or Less 30 นาทีพี่ขอปล้น

เรื่องย่อ

นิก (เจสซี ไอเซนเบิร์ก) หนุ่มส่งพิซซ่าสุดทึ่ม จู่ๆ ดันมาปะทะกับสองหนุ่มเด็กแนว ดเวย์น (แดนนี แมกไบรด์) กับ ทราวิส (นิก สวอร์ดสัน) ที่คิดว่าพวกเขาเองเป็นนักปล้นมือฉกาจ คู่หูได้ลักพาตัวนิกและบังคับให้เขาปล้นธนาคาร แถมเรียกเพื่อนสนิทของนิกอย่าง เช็ต (เอซิส อันซาริ) มาร่วมขบวนการด้วย 
 เวลานับถอยหลังไปทุกที ทั้งนิกและเช็ตต้องทำภารกิจปล้นด่วนให้สำเร็จ ท่ามกลางการปิดล้อมของตำรวจ มือปืนรับจ้าง มือระเบิด และความเฟอะฟะของนักปล้นสมัครเล่นอย่างพวกเขาเอง

น่าจะเป็แนวคอมมาดี้ที่เกี่ยวกับการโจรกรรมนั้นแหละท่าน ผมชอบตรงที่พระเอกเรามันต้องเริ่มปล้นธนาคารทั้งๆที่ไม่มีประสบการ นำเอาทุกอย่างที่ใช้ได้มาทำการโจรกรรม เหมือนมันสอนการโจรกรรมสำหรับพวกมือใหม่เลย แถมมีตอกหน้าโจรที่บังคับพระเอกให้ปล้นธนาคารซะหงายเงิบด้วย เรียกว่าจะที่มันเป็นต่อพระเอก กลับกลายเป็นว่าพระเอกดันเหนือกว่ามันแทน แถมเรื่องนี้จบได้โครตสะใจเลยละ
 
Name : หนอน(เซ็งชีวิต) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หนอน(เซ็งชีวิต) [ IP : 1.20.189.51 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 ธันวาคม 2556 / 21:37
# 27 : ความคิดเห็นที่ 19093
Tucker And Dale vs Evil sub thai สับฮา หนุ่มบ้านนอก ไปพิสูจน์มาแล้วฮาจริงๆพี่น้อง
Name : หนอน(หมวกแดง) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หนอน(หมวกแดง) [ IP : 125.27.42.65 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 ตุลาคม 2556 / 18:26
# 26 : ความคิดเห็นที่ 18578
อยากดู let me in  อ่ะเเต่กลัวเลือดสุดๆถ้าเปิดเห็นเลือดปั๊ปวิ่งเผ่นไปเลยอ่ะ ทำไงดี
PS.  สวัสดีนะ มีนิยาย ให้นะ
Name : คนที่ไร้นาม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คนที่ไร้นาม [ IP : 223.206.85.2 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มิถุนายน 2556 / 10:04
# 25 : ความคิดเห็นที่ 18193
ยิงแม่งเลย ดูหลายรอบเลย กะลังว่าจะดูอิกรอบ กินแครอทไม้? 555 ส่วนเรื่อง The Host ดูครั้งแรกที่APEX LIDO เสียงในฟิล์ม ขอบอกว่าสุดยอดมาก ออกเป็นดีวีดี ก็ดูอีกหลายรอบ ชอบดูแบบไม่พากย์มากกว่า มันให้อารมณ์บีบคั้นมากก เพราะพันธมิตรเรื่องนึ้พากย์ซะกลายเป็นเรื่องตลกเลย ทั้งที่จริงๆเราร้องไห้เยอะมากกับเรื่องนี้
PS.  Know enermy know yourselfe
Name : momoz@a < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ momoz@a [ IP : 27.55.132.38 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 เมษายน 2556 / 06:23
# 24 : ความคิดเห็นที่ 17511
ผมเคยดูกลาดิเอเตอร์นะ แต่ตอนนี้จำไม่ได้แล้ว

shoot'em up น่าสนใจมากครับ เดี๋ยวจะลองไปหาดู
Name : อะไรซักอย่าง [ IP : 182.53.96.171 ]

วันที่: 29 ธันวาคม 2555 / 16:02
# 23 : ความคิดเห็นที่ 17269
อันดับ 6 กับ 1 เหมือนเคยดูนะจำได้
และส่งอันดับ 10 กับ 9 ดูกี่รอบไม่เบื่อเลยอ่ะ -..-b
PS.  หากคุณใช้นิสัยด้วย "เสแสร้ง" ที่คุณทำลงไปนั้นเรียกว่า "ถูกต้อง" เหรอ?
Name : Fourze`Oh! < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fourze`Oh! [ IP : 171.97.135.137 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 พฤศจิกายน 2555 / 07:21
# 22 : ความคิดเห็นที่ 17092
เคยดูอันดับ 10,9 แล้วก็ 6

ชอบ Let Me In มาก ชอบมากเลยตอนที่เอบบี้บอกโอเวนว่า "เธอต้องพูดว่า 'เข้ามาสิ' ฉันถึงจะเข้า" น่ารักมากเลย

ตอนจบนี่คือโอเวนหนีไปกับเอบบีใช่ไหมคะ
PS.  ความรักนั้น บางครั้งดูไร้เดียงสาเหมือนกับดอกไม้ แต่ดอกไม้บางครั้งมันก็มีหนาม เช่นเดียวกัน ความรักนั้น บางครั้งมันก็เหมือนแสงเทียนกลางพายุพัดมันหวุดหวิดจะดับ อันตราย แต่ก็น่าลิ้มลอง
Name : posy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ posy [ IP : 110.49.227.109 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤศจิกายน 2555 / 20:27
# 21 : ความคิดเห็นที่ 16907
อันดับหกเหมือนเคยดู(ดราม่าชิบ) =="
PS.  Don't be fool to belive in fate.Just do it with your hands.
Name : White Demon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ White Demon [ IP : 125.26.58.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 ตุลาคม 2555 / 14:37
# 20 : ความคิดเห็นที่ 16682
host เราเคยดูอ่ะเรื่องนี้ตอนแรกไม่น่าสนุก
ตอนท้ายหยุดดูไม่ได้ 5555555555
PS.  เดอะกิ้ก?ชื่ออนจงคีย์โฮแทมซูแบคยอลโด้ไคฮุนหมินลู่คริสเฉินเลย์เทา  สนส.ให้ ผช. ในวงกินกันเอง
Name : `shaoxtic < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ `shaoxtic [ IP : 182.53.254.248 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 กันยายน 2555 / 10:52
# 19 : ความคิดเห็นที่ 16472
พี่เคยดู war horse ม้าศีกจารึกโลกบ้างหนังเรื่องนี้ก็สนุกมากครับเกี่ยวกับสงครามด้วยแถม สปีลเบิล์ด กำกับด้วย แนะนำให้ลองดูสำหรับคนที่ยังไม่เคยดู
Name : boyhareluya [ IP : 124.121.214.254 ]

วันที่: 21 สิงหาคม 2555 / 23:48
# 18 : ความคิดเห็นที่ 16444
ที่ 1 ผมในตอนนี้คือ shoot Em Up ครับ
Name : คิกขุแมน [ IP : 183.88.75.127 ]

วันที่: 17 สิงหาคม 2555 / 00:19
# 17 : ความคิดเห็นที่ 16404
เคยดูเรื่อง
Pan’s labyrinth อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต
ยังค่ะ?
ถ้ายัง....แนะนำสุดๆๆๆๆ!!!

น่าจะเเนวพี่ชอบน่ะ?
Name : By-feurn < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ By-feurn [ IP : 58.8.84.197 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 สิงหาคม 2555 / 17:16
# 16 : ความคิดเห็นที่ 16158
ชอบที่สุดก็ skyline โลกดับสูญ เคยมีหนังไซไฟเรื่องใหนทำแบบนี้มั้ง ขอให้มีภาคสองเถอะสาธุ มันน่าจะมีความหวังสักเล็กน้อย (T_T)zZ
รองลงมาก็ the mist มฤตยูหมอกกินมนุษย์ ตอนจบโครตหักหลังคนดู เล่นซะผิดหลักสูตรแนวเซอร์ไววัลเลย
Name : หนอนอันเล็กจ้อย [ IP : 125.27.46.18 ]

วันที่: 7 กรกฎาคม 2555 / 10:07
# 15 : ความคิดเห็นที่ 16157
สำหรับผม ตอนนี้อันดับหนึ่งเลย the girl with the dragon tatto
ส่วน ยำหนังจี้ ภาคแรกผมก็ชอบฉากยัยดำโดนฆ่านะ กับฉากดำชวนฆาตกรมาพี้กัญชา(ฮาแตก)

Name : เงาแค้นของโรซี่ [ IP : 101.51.3.219 ]

วันที่: 6 กรกฎาคม 2555 / 15:45
# 14 : ความคิดเห็นที่ 16153
มี Gladiator ด้วยแฮะ ^^

10 อันดับหนังที่ผมชอบบ้างละกัน (อยากตอบ 555+)

10.The Curious Case of Benjamin Button
9.50 First Dates
8.The Dark Knight
7.Inception
6.Seven
5.Gladiator
4.Forrest Gump
3.The Terminal
2.Wall-E
1.The Shawshank Redemption


^_____________^
Name : -ZIFFER- < My.iD > [ IP : 171.101.180.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กรกฎาคม 2555 / 16:32
# 13 : ความคิดเห็นที่ 16151
อันดับสี่รูปน่ากลัว ;w;

PS.  ❀ I'm bluesky . so beast '
Name : ☆ bluesky < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ☆ bluesky [ IP : 202.29.192.245 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กรกฎาคม 2555 / 11:43
# 12 : ความคิดเห็นที่ 16150
ถ้าหนังเกี่ยวกับ WW II ล่ะก็เก็บ Cross of iron ไว้เป็นคอลเล็คชั่นไหมครับ เก่ากว่า lion of the desert หน่อยแต่น่าดูมาก ( แต่สำหรับคอหนังใหม่เน้นแอ็คชั่นอาจจะไม่ชอบ )

ปกติหนังสงครามโลกจะมีแต่ อเมริกาเป็นตัวเอก แต่เรื่องนี้ ตัวเดินเรื่องเป็นนาซีเยอรมันแทน ( เพลงมาร์ชช่วงอินโทรติดหูมาก ไม่รู้ทำไม )

ปล.มีหนังสงครามโลก 2 เรื่องเท่านั้นที่ทำผมหลับคาจอได้ คือ the thin red line กับ stalingrad

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 กรกฎาคม 2555 / 04:25
Name : @-Fayrido-@ < My.iD > [ IP : 223.206.214.179 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กรกฎาคม 2555 / 04:20
# 11 : ความคิดเห็นที่ 16147
เคยดู Let the right one in ปะคะ เป็นออริจินัลของ Let me in อะ ก็ดูดีเหมือนกันนะคะ

PS.  อยากมีเพื่อนที่น่าสนใจ
Name : ดินสอหัก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดินสอหัก [ IP : 58.11.69.25 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กรกฎาคม 2555 / 14:14
# 10 : ความคิดเห็นที่ 16146
ย้ำอีกครั้งว่าส่วนใหญ่เป็นแนวชิบหายวายวอด, (24 วันหลังเชื้อเขมือบคนก็น่าสนใจง่ะ) และเน้นไม่ดัง -_-

PS.  สนับสนุนฮาเร็ม ต่อต้านการเข้าวิน และบูชานิมพ์ดั่งเทพ
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.251.207 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กรกฎาคม 2555 / 23:04
# 9 : ความคิดเห็นที่ 16145
Seven นี่ก็สุดยอดมากๆ เป็น 1 ใน 10 หนังเรื่องโปรดของผมเหมือนกัน

5 อันดับที่เหลือผมขอเดาว่าต้องมี The Shawshank Redemption หรือ Forrest Gump เรื่องใดเรื่องนึงหรืออาจจะมีทั้ง 2 เรื่องเลยก็ได้ ฮ่าๆๆ
Name : -ZIFFER- < My.iD > [ IP : 171.101.180.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กรกฎาคม 2555 / 22:54
# 8 : ความคิดเห็นที่ 16144
ไม่สังเกตเหรอครับ หนังที่ติดอันดับมีแต่แนวชิบหาย วายวอดทั้งนั้นเลยน่ะเนี้ย

เตรียมพบกับ 10 อันดับ เมื่อผมพบว่าการแต่งนิยายในเว็บเด็กดียากกว่าที่คิดเอาไว้!?
ฉลองครบรอบ 1,000,000 รีวิว


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 กรกฎาคม 2555 / 15:35

PS.  สนับสนุนฮาเร็ม ต่อต้านการเข้าวิน และบูชานิมพ์ดั่งเทพ
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.247.170 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กรกฎาคม 2555 / 14:49
# 7 : ความคิดเห็นที่ 16143
หนังเกาหลี เรือง old boy ละ ทั่นแคมมี่ ดูแล้วอะยัง แต่เรือง เซเว่น ชอบ เหมือนกะผมเลย ทุกวันนี้ ว่างๆ ยังเปิดดูอยู่เลย
Name : รู้ดี [ IP : 124.122.80.239 ]

วันที่: 1 กรกฎาคม 2555 / 13:45
# 6 : ความคิดเห็นที่ 16142
ชอบ Kick Ass เหมือนผมเลย 55555
Name : ฺBaByGoALs < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฺBaByGoALs [ IP : 171.97.4.28 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กรกฎาคม 2555 / 13:31
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android