คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 467 : 10 สมรภูมินองเลือดในสงครามโลกครั้งที่ 2


     อัพเดท 15 ก.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,900 Overall : 2,763,482
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7218 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 467 : 10 สมรภูมินองเลือดในสงครามโลกครั้งที่ 2 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 27607 , โพส : 17 , Rating : 80% / 7 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

 

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น ชาติมหาอำนาจของโลกก็เริ่มทำสงครามฆ่ากัน จนกลายเป็นสงครามนองเลือดที่รู้จักกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ สงครามครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตไป 50 ล้านชีวิต
สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่ออดอลฟ์ ฮิตเลอร์เผด็จการนาซีเยอรมันได้สั่งทหารบุกโปแลนด์เมื่อวันที่ 1939 จากนั้นเยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ก็อยู่ฝ่ายอักษะ ฝ่ายตรงข้ามคือฝ่ายพันธมิตรที่นำโดย อังกฤษ ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกาได้พยายามต่อกร และสู้รบกันอย่างดุเดือด จนกระทั้งสงครามความขัดแย้งก็ได้สิ้นสุดลงหลังจากสหรัฐทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ในฮิโรชิมาและนางาซากิ

สงครามโลกครั้งที่ 2 ถือว่าเป็นสงครามที่ใช้อาวุธ เครื่องจักร และวัตถุระเบิดที่ทันสมัย มาใช้ฆ่าคนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด จึงไม่ต้องแปลกใจที่ทำให้สงครามแต่ละสมรภูมิในสงครามโลกครั้งที่สองจะดุเดือดและนองเลือดมากที่สุดกว่าสงครามในประวัติศาสตร์ทั่วๆ ไป ตัวเลขผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน (หากรวมจำนวนผู้ตาย ป่วยและหายสาบสูญ) และนี่คือ 10 สมรภูมินองเลือดที่รู้จักกันดีในสงครามโลกครั้งที่ 2

 


                10: Okinawa

 ถึงแม้ส่วนใหญ่ภาพยนตร์สงครามมักเน้นเรื่องาสงครามในยุโรปและรัสเซียมากกว่า แต่กระนั้นก็มีภาพยนตร์บางส่วนนำเสนอสงครามเนืองเลือดในเกาะโอกินาว่าในแปซิฟิกซึ่งสู้รบกันนานหลายเดือดและมีผู้ล้มเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก

โอกินาวาถือได้ว่าเป็นสมรภูมิสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อจักรวรรดิญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามกับสหรัฐเรื่อยมา สูญเสียเกาะที่ยึดครองในหมู่เกาะแปซิฟิกลายเกาะ จนต้องบุกหลักสู้ศึกในเกาะโอกินาวา ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ของหมู่เการิวกิว ที่อยู่ห่างจากแผ่นดินบ้านเกิดของโตเกียวประมาณ 400 ไมล์ทะเล ว่ากันว่าเกาะแห่งนี้มีหลายคนต้องตายหลายแสนคนรวมทั้งชาวบ้านโอกินาวา และเป็นสมรภูมิแบบพลีชีพตัวเองของนักบินที่เรียกว่ากามิกาเซ่

เกาะโอกินาว่าเป็นสถานที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่อเมริกาจะใช้เป็นฐานทัพทางอากาศต่อต้านญี่ปุ่น กองกำลังสหรัฐได้บุกขึ้นเกาะในเดือนมีนาคม 1945 (ในช่วงเวลานั้นสหรัฐใช้ระเบิดปืนใหญ่และเครื่องบินทิ้งระเบิดปูพรมไปทั่วเกาะ แต่ทหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่อยู่ในถ้ำและใต้ดินทำให้รอดมาได้) เมื่อสหรัฐขึ้นเกาะก็ถูกต้อนรับด้วยกระสุนของทหารญี่ปุ่น และการโจมตีทางอากาศโดยการใช้เครื่องบินกามิกาเซ่ที่จงใจนำเครื่องบินไปชนเรือสหรัฐ ทำให้สหรัฐต้องต้องต่อสู้อย่างยากลำบาก ซึ่งสงครามครั้งนี้นานถึง 1 เมษายน –21มิถุนายน 1945

ทหารญี่ปุ่นนั้นถูกปลูกฝั่งลัทธิบูชิโดแบบเข้มข้น หลายคนไม่ยอมให้สหรัฐจับเป็นเชลยเด็ดขาด ยอมตายหรือฆ่าตัวตายดีกว่าถูกจับเป็นเชลย ส่งผลทำให้ทหารญี่ปุ่นตายจำนวนมากกว่า 100,000คน และทหารอเมริกันมากกว่า 12,000 คน ไม่รวมผู้บาดเจ็บ แต่ที่น่าเศร้าที่สุดคือพลเรือนชาวโอกินาวานั้นมีผู้เสียชีวิตมากถึง 150,000คนจากสงครามครั้งนี้

 

 


                9: The Invasion of Normandy

ยุทธการบุกนอร์มองดีถือว่าเป็นหนึ่งในสมรภูมิสงครามที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นสมรภูมินองเลือดแห่งหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นจุดเปลี่ยนของสงครามที่กองทัพพันธมิตรบุกเข้าไปในอาณาเขตของนาซีที่ยึดครองอยู่ถือว่าเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของพันธมิตร

สงครามได้เริ่มขึ้นในเช้าวันที่ 6 มิถุนายน 1944 หรือเป็นที่รู้จักกันในวันดี-เดย์ ทหารอังกฤษ สหรัฐ และแคนาดาก็ยกพลขึ้นชายฝั่งนอร์มองดีและได้ต้อนรับจากดงกระสุนของฝ่ายเยอรมันไปทั่วหาด พันธมิตรช่วยตอบโต้ด้วยการทิ้งระเบิดทางอากาศใส่ทหารนาซี อย่างไรก็ตามที่น่าแปลกแม้ว่ากองทัพเยอรมันจะมีรู้เรื่องในการบุกรุกพันธมิตรอยู่แล้วแต่ก็เป็นกองกำลังที่ไม่น่ากลัวมากนัก เพราะขาดการเตรียมพร้อมอะไรหลายๆ อย่างทำให้เยอรมันต่อต้านได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร แต่สถานการณ์ที่รุนแรงที่สุดคือหาดโอมาฮ่าที่ทหารสหรัฐถูกตรึงกำลังอย่างหนาแน่น ทหารล้มเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก

สงครามสู้รบกันมาหลายเดือนและมาสิ้นสุดลงกลางเดือนกรกฏาคม 1944 ผลคือทั้งสองฝ่ายต่างล้มเจ็บล้มตายกันมากมายเป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละฝ่ายสูญเสียทหารมากกว่าแสนคน

 

 


                8: Battle of the Bulge

หลังจากการบุกรุกนอร์มองดี ฝ่ายสัมพันธมิตรได้บุกเข้าไปในแนวรับของกองกำลังเบลเยียม ในช่วงฤดูหนาวของปี ค.ศ. 1944 ซึ่งต่อมาเรียกว่า สมรภูมิบอลจ์ (16 ธันวาคม 1944 – 28 มกราคม 1945) แม้ว่าสภาพอากาศในตอนนั้นจะเลวร้าย แต่ด้วยความมั่นใจในตัวเองเกินไปเพราะที่แล้วมาฝ่ายพันธมิตรชนะฝ่ายนาซีเกือบตลอด เพราะคิดว่ากำลังการป้องกันของนาซีกำลังอ่อนลงน่าจะชนะสงครามโดยง่ายดาย และเหล่าทหารก็จะได้กลับบ้าน หากแต่สิ่งที่พันธมิตรพบกับพบการโต้ตอบของฝ่ายอักษะเต็มกำลัง เพราะพวกนาซียอมลงทุนถึงขนาดถอนกำลังทหารด้านรัสเซียมาหลายกองพลซึ่งมีทั้งรถถังและปืนกลโดยเลือกโจมตีที่แนวป่าอาร์เดนส์ รอยต่อระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับลักเซมเบอร์กและเบลเยี่ยม ผลของสงครามเกือบทำให้พวกเขาต้องล้มเหลว อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงช่วงคริสต์มาส ฝ่ายสัมพันธมิตรก็รวมรวมกำลังกลับมาได้อีกครั้ง และสามารถบังคับให้ฝ่ายเยอรมันถอนทัพออกไปได้

ตามคำบอกเล่า สมรภูมิบอลจ์เป็นสมรภูมิที่กองทัพสหรัฐฯสูญเสียกำลังทหารมากที่สุด โดยมีทหารเสียชีวิตไปถึง 19,000 นายและกว่า 70,000คน ได้รับบาดเจ็บและหายสาบสูญไป ส่วนนาซีมากถึง 100,000 คน

 

 


               7: Stalingrad

ในปี 1942 นาซีได้ทำการบุกรุกเมืองสตาลินกราดซึ่งเป็นเมืองที่ทอดยาวไปตามแม่น้ำโวลก้า อีกทั้งเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่ผลิตอุปกรณ์ทางทหาร อีกทั้งบังเป็นกลยุทธ์ที่เป็นกุญแจสำคัญในการบุกรุกรัสเซีย ทำให้ ยุทธการสตาลินกราดเป็นยุทธการใหญ่ที่สุดบนแนวรบด้านตะวันออก และได้รับความสนใจเพราะความป่าเถื่อนและไม่สนใจต่อความสูญเสียทั้งทางทหารและพลเรือน นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในยุทธการนองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์การสงคราม

พวกนาซีใช้ทหารมากกว่าแสนนายและรถถังประมาณ 500 คัน ผู้บัญชาการนาซีคาดว่าจะชนะโดยง่าย แต่กองทัพโซเวียตนั้นไม่ยอมง่ายๆ เพราะระดมทหารมากกว่าล้านคนมาตอบโต้ความแข็งแกร่งของกองทัพนาซี การต่อสู้ดุเดือนนานกว่าห้าเดือน ท้องถนนเต็มไปด้วยปืนกล ผลสุดท้ายวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 1943 ฝ่ายยาซีก็ล้มเหลวเพราะว่าถูกปิดล้อมรอบด้านอีกทั้งยังถูกฤดูหนาวโหมกระหน่ำจนขาดอาหารและการส่งกำลังบำรุง ทำให้ทหารนาซีมากมายยอมจำนน (ขัดกับความปรารถนาของฮิตเลอร์ที่ส่งสารไปว่าให้สู้ยืดหยัดจนกว่าตัวจะตาย) ซึ่งความสูญเสียอย่างหนักที่กองทัพเยอรมนีประสบนับเป็นจุดพลิกผันของสงคราม โดยมีการประเมินความสูญเสียทั้งสองฝ่ายรวมกันขั้นสูงไว้เกือบสองล้านนาย กองทัพอักษะสูญเสียประมาณ 800,000 คนบาดเจ็บมากมาย ในขณะทางโซเวียตล้มตายมากกว่า 1,000,000 คน และพลเรือนประมาณ 40,000 คนเสียชีวิตเพราะความความขัดแย้งนี้

 

 


               6: Leningrad

ที่จริงสมรภูมิครั้งนี้นักประวัติศาสตร์และนักวิชาการยังคงถกเถียงอยู่ว่ามันใช่สงครามหรือไม่ แต่กระนั้นการปิดล้อมนครเลนินกราดถือว่าเป็นยุทธการที่แสนจะทรหดก็ว่าได้ 

ระหว่างวันที่ 8 กันยายน 1941 – 27 มกราคม 1944 กองทัพรถถังฝ่ายนาซีได้ทำการปิดล้อมเมืองเลนินกราด ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ในตอนนั้น พลเมืองในเลนินกราดได้ช่วยกันสร้างกำแพงเพื่อกันไม่ให้ฝ่ายนาซีเข้ามาในเมือง และเพื่อสนับสนุนกองทัพแดงของโซเวียต การกระทำดังกล่าวทำให้กองทัพเยอรมันไม่สามารถรุกคืบเข้ามาได้อีก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องเสียไปเพื่อชัยชนะดังกล่าวนั้นมหาศาลนัก มีพลเมืองมากกว่าหนึ่งล้านคนต้องเสียชีวิตในระหว่างช่วงที่กองทัพเยอรมันปิดล้อมเมือง บางคนตกเป็นเหยื่อของสงครามโดยตรง หรือทางอ้อมจากโรคภัยจากกาอากาศหนาวที่จับตัวเป็นหน้ำแข็ง หรือไม่ก็อดอาหารตายเพราะนาซีได้ปิดกั้นเมองไม่ให้คนเข้าออกได้ ซึ่งยังไม่รวมทหารของกองทัพโซเวียตอีกกว่าหนึ่งล้านนาย ส่วนฝ่ายเยอรมันนั้นไม่ระบุ

 

 


               5: Invasion of Poland

การบุกรุกโปแลนด์คือการสู้รบครั้งแรกของสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสงครามเริ่มต้น1 กันยายน ค.ศ. 1939 จนถึง 6 ตุลาคม ค.ศ. 1939 ซึ่งการบุกรุกเป็นผลมาจากการทำข้อตกลงกันระหว่างประเทศเยอรมนีและรัสเซียที่บุกรุกโดยสองประเทศที่มีอำนาจและความทะเยอะทะยานสัญญาว่าจะแบ่งโปแลนด์กัน

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 1939 เยอรมันโมตีโปแลนด์จากตะวันตก และกองทัพโปแลนด์ต้องถอย โดยกองทัพรัสเซียก็รอโจมตีจากด้านหลัง แม้โปแลนด์จะมีขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมก้าวหน้ารวดเร็วแต่ไม่คาดเยอรมันจะโจมตีอย่างสายฟ้าแลบแบบนี้ ทำให้ไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งยังมียานหุ้มเกราะน้อยกว่าของเยอรมัน ในขณะที่เยอรมันเต็มไปด้วยพลทหารและเครื่องบินทิ้งระเบิดที่มีประสิทธิภาพในการทำลายเป้าหมาย และใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดสังหารพลเรือนของฝ่ายศัตรูเป็นจำนวนมาก สุดท้ายแม้ว่าโปแลนด์จะมีสัญญาลับร่วมมืดกับฝรั่งเศสและอังกฤษที่ช่วยเหลือแต่สุดท้ายก็ไม่ช่วยอะไรได้ ฝ่ายสัมพันธมิตรก็ไม่สามารถให้ความช่วยเหลืออะไรได้มากนัก การช่วยเหลือเพียงน้อยนิดและไม่ทันกาลเหล่านี้ ทำให้ชาวโปแลนด์เชื่อว่าตนถูกทรยศโดยพันธมิตรตะวันตก

ผลของสงครามทำให้ทหารฝ่ายโปแลนด์เสียชีวิตมากกว่าหกหมื่นนาย ถูกจับเป็นเชลยมากกว่าหกแสนนาย ส่วนฝ่ายนาซีเยอรมันสูญเสียมากกว่าหมื่นนาย และโซเวียตมากกว่าพันนาย และดินแดนของโปแลนด์ถูกแบ่งออกเป็นของนาซีเยอรมนี สหภาพโซเวียต ลิทัวเนีย และสโลวาเกีย การรุกรานโปแลนด์ยังส่งผลให้อังกฤษและฝรั่งเศสประกาศสงครามต่อเยอรมนีเมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 1939

 

 


               4: Operation Bagration

หลังจากที่เยอรมันยกเลิกเป็นพันธมิตรกับโซเวียต ทำให้เยอรมันเข้ามาบุกรุกโปแลนด์ตะวันออกและขยายดินแดนเกือบจะถึงมอสโก ซึ่งแน่นอนว่าทางโซเวียตไม่ได้อยู่เฉยแน่นอน จึงได้ใช้กองกำลังกวาดล้างกำลังเยอรมนีออกจากสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตเบลารุสและโปแลนด์ตะวันออก ระหว่างวันที่ 22 มิถุนายนถึง 19 สิงหาคม ค.ศ. 1944 ซึ่งเรียกว่าปฏิบัติการบากราติออน

ยุทธการของโซเวียตครั้งนี้เรียกว่าสุดยอดเพราะได้ตรึงกองทัพเยอรมันได้อย่างอยู่หมัด โดยใช้แผนการลวงทหาร ด้วยการหลอกโจมตี แสร้งชุมนุมทัพและเพิ่งกำลังป้องกันบริเวณยูเครน ทำให้กองทัพเยอรมันเบนเข็มส่งกำลังส่วนใหญ่ลงไปยังยูเครน ทำให้บริเวณตะวันออกลดลง อีกทั้งยังส่งทหารไปปฏิบัติการณ์แบบกองโจรในแนวหน้าทหารนาซี ให้ปั่นป่วนก่อนเริ่มบุกทะลวง และเมื่อทำการมีเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 1944 กองทัพโซเวียตก็เจาะช่องว่างในแนวรบเยอรมัน จนกองทัพเยอรมันต้องต่อสู้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อสิ้นสุดปฏิบัติการ สหภาพโซเวียตตะวันตกส่วนมากได้รับการพิชิตคืนและกองทัพแดงได้ฐานที่มั่นคงในโรมาเนียและโปแลนด์

อย่างไรก็ตาม สงครามครั้งนี้ต่างฝ่ายสูญเสียกำลังพลไปมาก ฝ่ายนาซีเยอรมันสูญเสียไปมากกว่าสามแสนนาย และโซเวียสูญเสียมากกว่าแสนนาย

 

 


                3: Iwo Jima

แม้ว่าจำนวนทหารที่ถูกฆ่าตายในสงครามอิโวจิมาจะไม่สามารถเทียบได้กับสมภูมิอื่นๆ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ที่น่าทึ่งคือจำนวนของทหารที่ถูกฆ่านั้นจากกองกำลัง 22,000 คน เหลือตกเป็นเพียงเชลยเพียง 216 คนเท่านั้น ส่วนที่เหลือถูกฆ่าตายหมด ซึ่งไม่สามารถต้านทานทหารสหรัฐจำนวนกว่า 110,000 คนได้ และมีทหารอเมริกันมากกว่า 8 พันคน

การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1945 ฝ่ายสหรัฐอเมริกามีจุดมุ่งหมายที่จะยึดสนามบินที่อยู่บนเกาะอิโวจิมา (แปลว่า “เกาะกำมะถัน) ใช้เป็นฐานบินโจมตีประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเป็นการโจมตีแผ่นดินแม่ของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกของกองทัพสหรัฐอเมริกา ซึ่งกองทัพญี่ปุ่นได้พยายามรักษาเกาะไว้ให้ได้นานที่สุด

ฝ่ายข่าวกรองของสหรัฐนั้นมั่นใจว่าอิโวจิมาจะถูกยึดภายใน 5 วันแน่นอน หารู้ไม่ว่าฝ่ายญี่ปุ่นได้เตรียมการป้องกันมาอย่างสมบูรณ์แบบ และใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างจากการรบที่ผ่านๆ มา โดยจึงได้สร้างอุโมงค์เขาวงกตใต้ดินโดยเฉพาะในยอดเขาสุริบาชิ ภูเขาที่สูงที่สุดบนเกาะ ทำทหารสหรัฐสู้รบลำบาก เพราะไม่รู้เมื่อไหร่ศัตรูจะปรากฏออกมา บางครั้งก็โผล่มาด้านหลังแบบไม่รู้ตัวก็มี การป้องกันนั้นดีมากเสียจนระเบิดเป็นร้อยๆ ตันจากเครื่องบินทิ้งระเบิดและปืนใหญ่ที่ระดมยิงจากเรือรบเป็นพันๆ นัดของฝ่ายพันธมิตร แทบจะทำอะไรกับฝ่ายป้องกันไม่ได้เลย ทั้งยังพร้อมที่จะสร้างความเสียหายกับนาวิกโยธินสหรัฐฯ อย่างร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในสงครามแปซิฟิก

การต่อสู้บนเกาะเล็กๆ นี้ยุติเวลาเมื่อ 26 มีนาคม ซึ่งสงครามครั้งนี้ได้มีการถ่ายภาพคลาสสิกในประวัติศาสตร์ เมื่อ โจ โรเซนธัล ช่างภาพจากสำนักข่าวเอพีได้ถ่ายภาพการปักธงชาติสหรัฐอเมริกาของทหารเรือเสนารักษ์และทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่ยอดเขาสุริบาชิ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ซึ่งต่อมาได้ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดในการรบครั้งนี้ ที่จริงแล้วภาพดังกล่าวเป็นภาพของการปักธงครั้งที่ 2 ส่วนภาพการปักธงครั้งแรกนั้นเป็นภาพถ่ายของหลุยส์ อาร์. โลว์เวอรี ช่างภาพนาวิกโยธินสหรัฐฯ เหตุที่มีการปักธง 2 ครั้งก็เพราะว่านายทหารระดับสูงของกองทัพเรือสหรัฐฯ ต้องการเก็บธงที่ปักไว้ผืนแรกเป็นที่ระลึก

 

 


               2: The Battle of Berlin

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างวันที่ 16 เมษายน – 2 พฤษภาคม 1945 กองทัพโซเวียตได้บุกเข้ากรุงเบอร์ลิน สถานที่อดอฟ์ ฮิตเลอร์อยู่ในบังเกอร์ใต้ดินของอาณาจักรไรซ์ที่ 3 เหมือนโดนขังอย่างไงอย่างงั้น ฮิตเลอร์ต้องเลือกระหว่างจะตายหรือจะต่อสู้ ซึ่งฮิตเลอร์เลือกข้อที่สองคือการเติมพลังด้วยการโฆษณาชวนเชื่อปลุกพลังให้แก่เยอรมันต่อสู้พวกทหารโซเวียตที่บุกรุกเข้าเมือง

การต่อสู้ระหว่างทหารเยอรมันและทหารโซเวียตเต็มไปด้วยความดุเดือด กองกำลังทหารเยอรมันมีทั้) รวมอยู่ด้วย รวมกำลังได้ ทหาร, ตำรวจ รวมไปถึงเยาวชนของฮิตเลอร์ (ชายอายุ 14-18 ปี) รวมกำลังได้ประมาณ 300,000 คน ส่วนทหารโซเวียตมีเป็นล้าน แต่เมื่อถึงวันที่ 30 เมษายน ฝ่ายโซเวียตก็เข้ายึดอาคา- ไรค์สทัก อาคารที่ทำการของรัฐบาลเยอรมันได้ ในวันเดียวกันนั้น ฮิตเลอร์และผู้ติดตามอีกหลายคนได้ฆ่าตัวตาย ส่งผลให้การต่อสู้ในสมรภูมินี้จบลงไม่กี่วันหลังจากนั้น ซึ่งสำหรับทวีปยุโรปแล้ว นี่หมายถึงจุดสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สองนั่นเอง

ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตในสงคราม ยอดผู้เสียชีวิตทั้งของเยอรมันและรัสเซียมีสูงมาก เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการจับเชลย ซึ่งทำให้เกิดภาระในการสู้รบที่ยืดเยื้อ ติดพัน ทหารรัสเซียเสียชีวิตจากการสู้รบมากกว่า80,000 คน บาดเจ็บและสูญหาย 275,000 คน ส่วนเยอรมัน สูญเสียทหารไม่แน่นอนแต่คาดว่ามากกว่า 100,000 และพลเรือนมากกว่าสองหมื่นคน

 


 

 


               1: Battle of Singapore

ในแง่การต่อสู้นองเลือดแล้ว มักนึกถึงสงครามในยุโรปเสียมากกว่าสงครามในตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นเราขอยกสมรภูมิหนึ่งที่น่าสนใจสมรภูมิในสิงคโปร์

เกาะสิงคโปร์นั้นถือว่าเป็นเกาะทองคำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจักรวรรดิญี่ปุ่นอยากได้ครอบครองเพราะต้องการทรัพยากรดังกล่าว ในปี 1941 ญี่ปุ่นชนะอังกฤษออกจากแหลมมลายูและจากนั้นก็หันไปสนใจสิงคโปร์ที่ตอนนั้นครอบครองโดยอังกฤษ ในตอนนั้นญี่ปุ่นมีอำนาจทางอากาศและข่าวกรองทหารที่เหนือกว่า  ส่วนทางด้านฝ่ายอังกฤษนั้นอาวุธสู้รบด้อยกว่าอักทั้งกำลังส่วนใหญ่กำลังยุ่งอยู่กับสงครามในยุโรป

ญี่ปุ่นได้ทำการบุกเข้าสิงคโปร์ทางบกจากช่องแคบมาเลย์ ส่วนทางอากาศนั้นทิ้งระเบิดเข้าย่านตัวเมือง จนมีคนล้มตายอำนาจมาก ทำให้ข้าหลวงอังกฤษออกคำสั่งหนึ่งคือให้ติดอาวุธให้แก่ชาวบ้าน ที่ประกอบด้วยชาวนามาเลย์ อินเดีย และชาวจีน เพื่อป้องกันเกาะสิงคโปร์ไว้จนตัวตาย

สงครามสิ้นสุดใน 7 วัน (8-15 กุมภาพันธ์ 1942) ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายชนะ ที่น่าตกตะลึงมากที่สุดคือกองทัพอังกฤษ (อินเดียและออสเตรเลีย) กว่า 85,000 นาย ตายไป 5,000 คน และที่เหลือกว่า 80,000 คนถูกญี่ปุ่นจับเป็นเชลยทั้งหมด ว่ากันว่านี่คือการบอจำนนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติการทหารของอังกฤษ เชลยถูกขังในค่ายกักกันที่ไม่มีน้ำและอาหารที่เพียงพอ ทำให้พวกเขาซูบผอม หลายคนอดตาย บางส่วนก็ถูกลำเลียงไปสร้างทางรถไฟสายมรณะในไทย ในช่วงที่ถูกปลดปล่อยออกจากค่ายนั้นพวกเขาราวกับผีตายซาก อย่างไรก็ดีพวกเขาโชคดีได้กลับบ้าน

 

 

อ้างอิง

http://history.howstuffworks.com/world-war-ii/5-bloodiest-world-war-ii-battles10.htm

 

          



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 467 : 10 สมรภูมินองเลือดในสงครามโลกครั้งที่ 2 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 27607 , โพส : 17 , Rating : 80% / 7 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 17 : ความคิดเห็นที่ 21396
ขอบคุณมากคร้าบกำลังทำreserchมาเขียนการ์ตูนพอดีเลย
Name : มนุด [ IP : 113.53.155.110 ]

วันที่: 13 พฤศจิกายน 2558 / 11:07
# 16 : ความคิดเห็นที่ 19175
เชลยที่ไม่กลับสิงคโปร์ เค้ามีการสำรวจหรือเปล่า อยากทราบรายชื่อเชลยที่เหลือค้นคว้าหาที่ไหนได้เอ่ย ใครรู้ช่วยตอบทีเน้อ
Name : อยากรู้มาก [ IP : 118.173.28.206 ]

วันที่: 18 ตุลาคม 2556 / 17:53
# 15 : ความคิดเห็นที่ 18192
ต่อไปเป็นคิวเกาหลีเหนือแน่ นับถอยหลังได้เลย ตอนนี้โลกยังวุ่นไม่พออีกหรือไง!?!??!
PS.  Know enermy know yourselfe
Name : momoz@a < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ momoz@a [ IP : 27.55.131.138 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 เมษายน 2556 / 06:06
# 14 : ความคิดเห็นที่ 18048
แด่ สงคราม สงครามช่วยทำให้โลกสะอาด มีสงราม พวกรัฐมนตรีเลวๆจะได้ ตายๆไปให้หมดโลก

Name : แด่สงคราม [ IP : 27.55.6.137 ]

วันที่: 23 มีนาคม 2556 / 11:17
# 13 : ความคิดเห็นที่ 17576
ไม่มีใครที่ต้องการสงคราม แต่ก็ไม่มีใครหลีกมันได้เช่นกัน ถ้าไม่มีกองทัพก็ไม่มีใครปกป้องประเทศจากการรุกรานของชาติอื่น
ในบางกรณีการมีกำลังพลทางทหารจำนวนมหาศาลอาจไม่ได้หมายความว่าเป็นพวกบ้าสงคราม แต่ถ้ามองในมุมกลับคือมีกองทัพไว้เพื่อ
ทำให้ประเทศมีความน่าเกรงขาม และทำให้ประเทศอื่นที่มีจุดประสงค์หรือความคิดที่จะเข้ามารุกรานเพื่อผลประโยชน์บางอย่างหรือจะด้วยเหตุผลใดๆก็แล้วแต่ จะต้องยุติความคิดเหล่านั้นลง ส่วนตัวผมคิดว่าสหภาพโซเวียตเป็นประเทศที่มีกองกำลังทางทหารจำนวนมหาศาล อาจจะมากกว่าเกาหลีเหนือตอนนี้เสียด้วยซ้ำ น่ันอาจเป็นเหตุผลหน่ึงที่ทำให้กองทัพแดงมีชัยชนะเหนือนาซีเยอรมนีผู้รุกรานตั้งแต่ปี 1941-1945 ไม่ว่าจะเป็นปฏิบัติการ บาร์บารอสซ่า ที่เลนินกราดในปี 1941, ยุทธการสตาลินราดในปี 1943 ที่พวกเขาขับไล่กองทัพอินทรีเพชรฆาตของฮิตเลอร์ถอยออกไปจากแผ่นดินโซเวียต ชัยชนะทั้งหมดได้นำกองทัพแดงไปสู่การศึก Battle of Berlin นำกำลังเข้าปิดล้อมกองทัพนาซี ที่ดิ้นรนต่อสู้ด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนที่ท่านผู้นำนาซีจะปลิดชีวิตตนเอง นำไปสู่การประกาศยอมแพ้ของฝ่ายนาซีที่เหลืออยู่ และ ณ ที่แห่งนั้นก็ได้มีเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี และเหล่ากองทัพแดงทุกหน่วยที่ประจำการในกรุงเบอร์ล์นต่างพร้อมใจกันร้องเพลงชาติสหภาพโซเวียตอย่างผู้มีชัย สิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 2 พฤษภาคม ปี 1945 เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ชาวรัสเซียยังจดจำถึงทุกวันนี้ ดังนั้นสหภาพโซเวียตจึงเป็นชาติสังคมนิยมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแม้ว่าจะล่มสลายไปหลายสิบปีแล้วก็ตาม
Name : Sgt.Sergey Kraschengo [ IP : 27.55.8.218 ]

วันที่: 8 มกราคม 2556 / 22:40
# 12 : ความคิดเห็นที่ 16242
ขออภัยในความผิดพลาดครับ
PS.  สนับสนุนฮาเร็ม ต่อต้านการเข้าวิน และบูชานิมพ์ดั่งเทพ
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.252.142 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กรกฎาคม 2555 / 18:26
# 11 : ความคิดเห็นที่ 16240
สมรภูมิสิงคโปร์เกิดในปี ค.ศ.1991 เหรอครับ นั่นมันช่วงเดียวกับที่กองทัพซัดดัมบุกคูเวตหนิ
PS.  ชาบูพี่ออย นับถือบร๊ะเจ้าเบย์ งานอดิเรกทำไก่หลับ ต้องเดินไปทางสว่าง
Name : l'arc fan < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ l'arc fan [ IP : 124.121.69.98 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กรกฎาคม 2555 / 17:59
# 10 : ความคิดเห็นที่ 16154
สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นอะไรที่น่าสนใจจริงๆ

PS.  สึนะก็ดูดี มุคุโร่ก็หล่อล่ำ ฮิบาริก็น่าหม่ำ เฮ้ออยากได้เป็ยสามีจังเลย
Name : LikeCartoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LikeCartoon [ IP : 49.229.76.20 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 กรกฎาคม 2555 / 00:08
# 9 : ความคิดเห็นที่ 16125
อังดับหนึ่ง ขอยกให้ ดังเคิร์ง ^^

Name : Physics [ IP : 158.108.156.105 ]

วันที่: 29 มิถุนายน 2555 / 02:09
# 8 : ความคิดเห็นที่ 16124
พอดีอันดับที่จัดมา มันมีแค่นี้แหละครับ =+=
PS.  สนับสนุนฮาเร็ม ต่อต้านการเข้าวิน และบูชานิมพ์ดั่งเทพ
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.243.19 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มิถุนายน 2555 / 22:42
# 7 : ความคิดเห็นที่ 16123
ความเห็นที่ 16151 ครับ
สงครามนั้น อย่าเพิ่งกล่าวทั้งหมดว่าเป็นเพียงเรื่องของผู้มีอำนาจไม่กี่คนเท่านั้นนะครับ คือใช่คนที่ก่อสงครามคือผู้มีอำนาจเพียงไม่กี่คน แต่ถ้าผู้มีอำนาจนี้มีพลังของกองทัพและประชาชนที่สนับสนุนอย่างหน้ามืดตามัว(นาซีของฮิตเลอร์) หรือถ้าผู้มีอำนาจนี้ก็ได้แบกรับผลประโยชน์ของชาติไว้ทั้งหมดเช่นกัน(พระเจ้าจอร์จที่ 5 ของอังกฤษ ไม่ได้อยากก่อสงครามเลยแต่ต้องเข้าร่วมสงครามเพราะต้องปกป้องจักรวรรดิอังกฤษไว้) และสงครามหลายๆอย่างที่ดูไร้เหตุผล อาจจะมีเหตุผลที่เป็นเหตุผลระดับชาติแฝงไว้อยู่ เช่น สงครามแห่งความรักอย่างสงครามกรุงทรอย ซึ่งแท้จริงแล้ว อาณาจักรไมซีนีของอะกาเมมน่อนต้องการยึดกรุงทรอยไว้เป็นเส้นทางการค้ากับโลกตะวันออก) สงครามแก้แค้นอย่าง สงครามสเปน-อเมริกา(อย่าลืมเรือเมน-ธีโอดอร์ รูสเวลต์)ที่ใช้ข้ออ้างการก่อวินาศกรรมเรือรบของตนกล่าวหาสเปนและทำสงครามเพื่อขยายอำนาจของตนในแปซิฟิก(อเมริกาได้ดินแดนฟิลิปปินส์ช่วงนี้)และเสริมอำนาจของตนในละตินอเมริกามากขึ้น
ง่ายๆก็คือว่า ถ้าตราบใดที่มนุษย์ยังมีกิเลสตัณหาความอยากได้อยากมี ต่อให้มีคนเกลียด(สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เกิดสงครามบ่อยครั้งคือความเกลียดชัง)สงครามมากมายแค่ไหน สงครามก็ยังคงจะต้องเกิดอยู่วันยังค่ำ ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะอยู่ในรูปแบบใดเท่านั้นเอง แน่นอน ถ้าไม่อยากทำสงครามก็ต้องใช้การเจรจาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หรืออาจจะต้องยอมเสียชื่อเสียงและเกียรติยศเพื่อทำให้เกิดสงครามน้อยที่สุด แม้ปัจจุบันโลกได้รับรู้ถึงความน่ากลัวของสงคราม ถึงได้มีองค์กรต่างๆนานามากมายเพื่อช่วยในการเจรจาอีกด้วย
Name : Aleksandr Suvorov [ IP : 58.8.37.30 ]

วันที่: 28 มิถุนายน 2555 / 21:08
# 6 : ความคิดเห็นที่ 16122
อย่าลืม ยุทธการ Kursk ในรัสเซีย ที่กองทัพระดับสุดยอดของทั้งสองฝ่ายมาเผชิญหน้ากัน และเป็นการรุกครั้งสุดท้ายของเยอรมันในแผ่นดินรัสเซียและยุทธการ Ichigo ของญี่ปุ่นในจีน ซึ่งแม้จะปลายสงครามแล้ว 1945 กองทัพญี่ปุ่นก็ได้ระดมพลกว่า หกแสนนายบุกลงจีนใต้ แต่ประสบความล้มเหลวด้วยนะครับ
Name : Aleksandr Suvorov [ IP : 58.8.37.30 ]

วันที่: 28 มิถุนายน 2555 / 20:57
# 5 : ความคิดเห็นที่ 16121
เกลียดสงครามมาก
คนมีอำนาจจากสองฝ่ายใหญ่ๆที่ไม่ถูกกันก็จัดสนามมวยต่อยแพ้ชนะกันเองเดะ
ทำไมต้องให้ ประชาชนคนไม่มีอำนาจนับแสนนับล้าน เกณฑ์เป็นทหารแล้วมาสู้รบฆ่าฟันกันทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
เอ็งบ้ารึปล่าวววววววว
Name : ไม่ดราม่าไม่ได้อ่ะ [ IP : 203.170.242.208 ]

วันที่: 28 มิถุนายน 2555 / 15:28
  • ความคิดเห็นที่ 16121-1 (จากตอนที่ 467)
    เอ็งเกลียดสงครามใช่ป่ะ สมมุติว่าถ้าประเทศเรากำลังถูกโจมตีอย่างจนใกล้จะแพ้ แล้วกองทัพต้องการผู้ที่อายุไม่เกิน 18 ปี ทั้งหมดมาเป็นทหารเพื่อป้องกันประเทศ แต่นายกลับหนีไม่ยอมเป็นทหารเพราะนายเกลียดสงคราม ทั้งที่คนอื่นหรือเพื่อนของเอ็งไปเป็นทหาร แต่มีแค่นายที่หนี พอสงครามนั้นจบลงไม่ว่าผลที่ได้คือเราแพ้หรือชนะ แต่นายกลับอีกครั้ง นายก็จะถูกเพื่อนของนายที่ไปรบครั้งนั้นหรือคนในครอบครัวของตราหน้านายว่าเป็นคนขี้ขลาดหรอคนทรยศ
    Name : นาย.ฟ [ IP : 115.87.21.247 ]

    วันที่:12 เมษายน 2558 / 16:07
# 4 : ความคิดเห็นที่ 16119
ยอดรีวิวเสียแล้ว??
PS.  สนับสนุนฮาเร็ม ต่อต้านการเข้าวิน และบูชานิมพ์ดั่งเทพ
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.255.107 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มิถุนายน 2555 / 13:34
# 3 : ความคิดเห็นที่ 16113
มีนานกิงรึเปล่านะ
คงไม่มีมั้ง - -* ไม่ใช่สมรภูมินี่นา โดนอยู่ฝ่ายเดียว
Name : Sigma [ IP : 113.53.71.184 ]

วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 20:20
# 2 : ความคิดเห็นที่ 16111
สงสัยจะมีที่อิโวจิม่า่ด้วย

PS.   ความเป็นไปได้ทำให้มนุษย์ยิ่งใหญ่
Name : @BluePlanet@ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ @BluePlanet@ [ IP : 125.27.2.36 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 18:46
# 1 : ความคิดเห็นที่ 16110
จะมีที่อ่าวเพิร์ลกับเบอร์ลินหรือเปล่านะ
PS.  Call Of Duty เกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเทาที่เคยมีมาในทศวรรตนี้
Name : Normandy1-1 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Normandy1-1 [ IP : 125.25.226.141 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 16:02
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android