คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 459 : 10 ปริศนาสาบสูญและความตายของโลก


     อัพเดท 2 มิ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,032 Overall : 2,738,917
22,174 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7172 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 459 : 10 ปริศนาสาบสูญและความตายของโลก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 12340 , โพส : 13 , Rating : 37% / 7 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

                ยังคงมีรายงานเหตุการณ์แปลกๆ จากทั่วโลก ที่เป็นเรื่องแปลกประหลาด ลึกลับ ท้าทาย ที่ปัจจัยยังไม่มีการพิสูจน์ความจริงว่าเป็นเช่นใด และนี่คือ 10 การหายสาบสูญที่น่ากลัวของโลก

 

10. Jian Seng

 
              ปลายเดือนมีนาคม 2006 ที่ผ่านมามีผู้พบเรือบรรทุกน้ำมัน ความยาว 80 เมตร ชื่อเรือเจี้ยน
เสียง ลอยเท้งเต้งห่างราว 180 กิโลเมตร ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอ่าวเพนทาเรีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย เมื่อศุลกากรไปตรวจเรือก็พบเรื่องลึกลับ เมื่อพบว่าไม่มีคนบนเรือเลย และไม่มี ร่องรอยว่ามีคนทำอะไรไว้บนเรือรวมทั้งไม่พบว่าเรือจะทำประมงอย่างผิดกฎหมายหรือลักลอบส่งคนเข้าประเทศ และที่น่าตกใจคือประวัติของเรือลึกลับ ไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของเรือพบว่าเคยมีคนอาศัยอยู่บนเรือมีลวดพ่วงเรือเกะกะอยู่บริเวณหัวเรือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากร เชื่อว่ามีการลากจูงเรือลำนี้แล้วลวดพ่วงขาดเลยสละเรือโดยไม่ทราบเหตุผล แต่ไม่ทราบชะตากรรมของลูกเรือว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ไหน

 

9. Crown Jewels of Ireland

                 
             
หนึ่งในการขโมยที่กล้าหาญที่สุดของศตวรรษที่ 20 (ยิ่งกว่าการขโมยของจอมโจรคิดจากเรื่องโคนัน) เกิดขึ้นในปี 1907 เมื่อมงกุฎเพชรไอร์แลนด์มูลค่ากว่า 250,000
$ ถูกขโมยไปจากตู้เซฟที่เก็บไว้ในห้องที่แข็งแกร่งที่สร้างขึ้นมาใหม่ในเบดฟอร์ดทาวเวอร์ในปราสาทดับลิน ท่ามกลางสายตาของคนสี่คนที่มอบหมายให้มาป้องกันเพชรที่ถูกขโมย แต่แล้วช่วงระหว่าง 28 มิถุนายนและ 6 กรกฎาคม ขโมยได้ใช้กุญแจเปิดประตูหลัก และเข้าห้องที่แข็งแกร่ง และสุดท้ายเพื่อความปลอดภัยขโมยลึกลับผู้นี้ใช้เวลาอย่างน้อย 10-15 นาทีสามารถขโมยเพชรออกมาอย่างง่ายดาย ไม่รู้มันทำได้อย่างไร ผู้ต้องสงสัยถูกสอบสวนอย่างเข้มข้นเป็นระยะเวลานาน สุดท้ายสก็อตแลนด์ยาร์ดก็ล้มเหลว เบาะแสก็ไม่มี ทุกวันนี้ชะตากรรมของเพชรยังคงไม่ทราบว่ามันอยู่แห่งหนไหน

 

8. The Lindbergh Baby

 
               “สวัสดี ! เตรียมเงินจำนวน 50
,000$ ให้พร้อม เป็นใบ 20$ เป็นเงิน 1,500 ใบ ใบ 10$ เป็นเงิน 1,500 ใบ กับใบ 5$ เป็นเงิน 1,000 ใบ หลังจากนี้ 2-4 วัน เราจะบอกว่าให้ส่งเงืนที่ไหน   เราขอเตือนคุณเรื่องเปิดเผยต่อสาธารณะหรือแจ้งตำรวจ เด็กได้รับการดูแลอย่างดี”

                นี่คือข้อความจดหมายเรียกค่าไถ่ที่ส่งมายังชาร์ลส์ ลินด์เบิร์กนักบินเดี่ยวที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกา  เพื่อเรียกเงินจำนวนดังกล่าวแลกกับชาร์ลส์ ลินด์เบิร์ก จูเนียร์  อายุ 1 ขวบ กับอีก 8 เดือนของเขา ที่ถูกลักพาตัวไปจากเปลนอนในบ้าน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1932  แม้ว่าลินด์เบิร์กจะเตรียมเงินเอาไว้ตามที่คนร้ายต้องการหากแต่พวกเขาก็ไม่ได้รับตัวหนูน้อยกับคืนมาแต่อย่างใด และอีก 72 วันต่อมา ก็มีการพบร่างเน่าเปื่อยของทารกในป่าบริเวณใกล้บ้านของลินด์เบิร์ก เชื่อว่าเป็นศพของเด็กชายลินด์เบิร์กที่ถูกฆาตกรรมหลังจากถูกลักพาตัว

2 ปีต่อมาก็มีการจับกุมบรูโน ริชาร์ด ฮอมป์ตแมนน์  ชาวเยอรมันที่ต้องสงสัยว่าเป็นคนลักพาตัวและทำการฆาตกรรมหนูน้อยลินด์เบิร์ก แต่กระนั้นบรูโนก็ยังให้การปฏิเสธและยืนยันว่าเขาบริสุทธิ์ อย่างไรก็ตามสุดท้ายด้วยกระบวนการชั้นศาล เขาก็ถูกตัดสินประหารชีวิต เรื่องราวน่าจะจบแต่เพียงเท่านี้ หากแต่ต่อมามีการพิสูจน์ว่าศพเด็กที่พบนั้นไม่ใช่ของเด็กชายลินด์เบิร์กตัวจริง อย่างแรกคือคำถามที่ว่าศพที่พบในป่านั้นมันเป็นของเด็กชายลินด์เบิร์กหรือเปล่า? เพราะผลจากการชันสูตรพบว่าศพของเด็กชายนั้นมีความยาวจากศีรษะถึงเท้า 33 นิ้ว แต่ตามบันทึกของครอบครัวลินด์เบิร์ก นั้นปรากฏว่ามีความยาวศีรษะถึงเท้า 29 นิ้ว ซึ่งต่างจากศพถึง 4 นิ้ว หากศพนั้นไม่ใช่ศพของเด็กชายลินด์เบิร์ก แล้วศพนั้นเป็นของใคร และตอนนี้เด็กชายลินด์เบิร์กตัวจริงอยู่ที่ไหนกันแน่?

 

7. Louis Le Prince

 
                หลุยส์ เลอ ปรินซ์ เป็นนักประดิษฐ์ในศตวรรษที่ 19 จะว่าไปเขาอาจเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของโทมัล อันวา แอดิสันก็ได้ เพราะเขาเป็นคนประดิษบ์ภาพยนตร์เป็นคนแรก หากแต่ผลงานของเขาไม่ได้มีการสาธิตต่อหน้าสาธารธชนในประเทศอเมริกาเพราะเขาหายตัวไปลึกลับเสียก่อนเมื่อวันที่ 16 กันยายน 1890 ในขณะรถไฟ ร่างกายและกระเป๋าเดินทางไม่ถูกพบ

                ในวันนั้น เลอ ปรินซ์กำลังเตรียมที่จะไปจดสิทธิบัตรกล้องตัวใหม่ของเขาและกำลังจะเดินทางไปยังสหรัฐเพื่อเปิดเผยมันต่อหน้าสาธารณะชน ก่อนเดินทางเขาตัดสินจะกลับบ้านเพื่อไปเยี่ยมครอบครัวที่ปารีส หากแต่เมื่อรถไฟมาถึงก็พบว่าเขาไม่ได้อยู่บนระไฟ และไม่มีใครพบเห็นอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นศพเขาหรือกระเป๋าเดินทางที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญ ในห้องที่เขาพักบนรถไฟก็ไม่มีร่องรอยหรือเบาะแสใดๆ ที่เชื่อมโยงว่าเขาหายไปไหน หน้าต่างทั้งหมดถูกปิดสนิท  ตำรวจฝรั่งเศสและสกอตแลนด์และครอบครัวพยายามระดมการค้นหาแต่สุดท้ายก็ไม่มีใครพบเบาะแสใดๆ ส่วนข้อสันนิษฐานก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย (แต่ตัดไปเพราะตอนนั้นเขากำลังจะได้กำไจจากสิ่งประดิษฐ์จึงไม่มีเหตุผลที่จะฆ่าตัวตาย), การลอบสังหารที่ไม่ให้เขาจดสิทธิบัตรโดยเชื่อว่าเป็นฝีมือของแอดิสันเพราะตอนนั้นทั้งคู่กำลังแข่งขันในเรื่องการประดิษฐ์ภาพเคลื่อนไหวอยู่

 

6. Jim Thompson

 
              จิม ทอมป์สันเป็นนักธุรกิจชาวอเมริกัน ที่มีชื่อเสียงจากการทำธุรกิจผ้าไหมในประเทศไทย และก่อตั้งบริษัท จิม ทอมป์สันขึ้น เขาหายตัวไปจากโรงแรมบนแคเมอรอนไฮแลนด์ รัฐอิโปห์ประเทศมาเลเซีย โดยไม่มีใครทราบเหตุการณ์ที่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จิมได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าหน้าที่ในสำนักงานด้านยุทธศาสตร์ (Office of Strategic Services -- OSS) ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนเป็นซีไอเอ หลังสงครามเขาได้ตัดสินใจเกษียณแล้วมายังประเทศไทยและเขาก็พบแฟชั่นใหม่ด้วยการสร้างอุตสาหกรรมผ้าไหมไทย จนโด่งดังไปทั่วโลก และเขาเองก็กลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบสำเร็จอย่างมหาศาล

แต่แล้วตอนบ่ายวันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม ค.ศ. 1967 จิมในเวลานั้นกำลังพักผ่อนหย่อนใจในกระท่อมจิม เดินทางไปพักผ่อนตากอากาศ ที่บริเวณที่ราบสูงคาเมรอน เกาะปีนัง ของประเทศมาเลเซีย ในเวลานั้นพื้นที่แถบนั้นเป็นป่าหนาทึบ ในตอนนั้นมี เขาหายตัวไปอย่างลึกลับรู้เห็นว่า เขาเดินออกจากกระท่อมที่พักตามปกติ แล้วไม่กลับมาอีกเลย หลังจากนั้นทางการมาเลเซีย ระดมกำลังตำรวจออกตามหากว่า 300 นาย แต่ไม่พบ และตลอด 10 วันที่ออกตามหา ก็ไม่พบร่องรอยอะไร หลายคนไม่เชื่อว่าเขาจะหลงป่าเพราะเขามีประสบการณ์กว้างขวางในสมัยเป็นซีไอเอมีหรือว่าเขาจะลงป่า เป็นไปได้ไหมว่าเขาอาจถูกโจรฆ่าตาย หรือเป็นแผนร้ายของคู่แข่งทางธุรกิจ  หรือทฤษฏีล่าสุดคือเขาลักพาตัวไปโดยคอมมิวนิสต์ อย่างไรก็ตาม 7 ปี ต่อมา ศาลได้พิพากษาให้จิม ทอมป์สันถึงแก่ชีวิต ท่ามกลางปริศนาที่จนนี้ยังไม่ไขกระจ่างว่าจิมหายไปไหนกันแน่?

 

5. Agatha Christie

 
            อกาธา คริสตี้ เป็นนักเขียนนิยายแนวลึกลับและสืบสวนสอบสวนอมตะของโลกที่มีผลงานนวนิยายมากกว่า 80 เรื่อง นอกจากนั้นในชีวิตจริงก็มีความลึกลับไม่แพ้นิยาย เพราะเธอได้ทิ้งปริศนาไว้ข้อหนึ่งที่เป็นปริศนาแก่ผู้คนทั่วโลกตลอกกาล นั้นคือเธอหายไปไหนใน
11  วันในเดือนธันวาคมปี 1926

ในขณะนั้นอกาธาคริสตี้มีทั้งชื่อเสียงและความร่ำรวยมหาศาลจากนิยายของเธอ แต่ในชีวิตครอบครัวเธอไม่ค่อยลงรอยกับสามีของเธอมากนัก จนกระทั่งวันศุกร์ที่  3 ธันวาคม 1926 เป็นช่วงกลางคืนที่เย็นยะเยือก อกาธาก็ลุงขึ้นแต่งชุดกระโปรงสีเทา สวมหมวกกำมะหยี่ มีเงิน 2-3 ปอนด์ในกระเป๋าถือ หลังจากนั้นก็ขึ้นรถยนต์มอริส 2 ที่นั่ง ขับหายไปในความมืดและหายไปเลย!!

เช้าตรู่วันต่อมา รถถูกพบอยู่กับที่กับลานเนินใกล้นิวแลนด์ส คอร์เนอร์ห่างจากบ้านพักขนาด 12 ห้องนอนในเบิร์คเชียร์ของเธอออกไปครางไมล์ ล้อหน้าอยู่ที่ขอบของบ่อลึก 120 ฟุต บนเส้นทางแคบๆ มีรอยล้อรถกดลึก สภาพรถเบรกแตก คันเกียร์อยู่ในตำแหน่งเกียร์ว่าง และไฟหน้าเปิดอยู่  ภายในรถมีเสื้อผ้าบางชิ้นรวมทั้งเสื้อผ้าคลุมขนสัตว์

วันจันทร์ต่อมาตำรวจก็แถลงข่าวการหายตัวไปของอกาธาคริสตี้ จนเป็นข่าวพาดหัวโด่งดัง ตำรวจหลายร้อยนายและอาสาสมัครนับพันต่างพากันไปค้นหาไปทั่วบริเวณ แม้แต่ทะละลึกบริเวณไซเลนท์ พูล ที่ถือว่าลึกที่สุดก็ยังมีนักประดาน้ำลงไปค้นหามาแล้ว แต่ไม่พบแม้แต่ปลายเล็บของอกาธาก็ไม่มี

หลัง 11 วันที่อกาธาหายตัวไป เธอก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ที่โรงแรมไฮโดรโฮเต็ล ซึ่งตอนนั้นสามีมาพักพอดี เธอเดินเข้ามาที่ห้องดินเนอร์ที่ผู้พันอยู่จากนั้นก็พูดอะไรสักอย่างที่หลายคนได้ยินไม่ชัดว่าเขาพูดอะไรกันหลังจากนั้น 2 ปีต่อมา เธอและพันเอกก็หย่าขาดจากกัน เคยมีคนสัมภาษณ์เรื่องที่เกิดขึ้นใน 11 วันที่หายตัวไปหากแต่มันกลับให้อกาธาเกิดอาการประสาทตึงเครียดขึ้นมาทันที ว่ากันว่าเธอสูญเสียความทรงจำ หรือไม่ก็สร้างละครตบตาเรียกร้องความสนใจของสามี หากแต่จนบัดนี้ไม่มีใครทราบเลบว่า 11 วันที่อกาธาคริสตี้หายตัวไปเธอไปอยู่ที่ไหนมา และเธอก็ไม่ตอบคำถามนี้จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

 

4. Jean Spangler

 
            ฌอง สแปงเกลอร์
เป็นนักแสดงหญิงดังในฮอลลีวู้ด เธอทิ้งลูกสาวตัวน้อยของเธออยู่ในความดูแลของน้องสาวเลี้ยงดู เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 1949 เธอบอกว่าเธอกำลังจะออกไปพบอดีตสามีของเธอเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการชำระเงินค่าเลี้ยงดูบุตรที่ค้างชำระ คนสุดท้ายที่เห็นเธอเป็นพนักงานในร้านค้าที่อยู่ใกล้บ้านของเธอได้บอกว่าเหมือนเธอรอใครสักคน และแล้วเธอก็หายไป สองวันต่อมากระเป๋าของเธอถูกพบอยู่ใกล้ทางเข้าของ Griffith Park ในลอสแอนเจลิส สภาพเหมือนฉีกขาดเหมือนถูกกระชาก ในนั้นมีบันทึกย่อที่ดูเหมือนเขียนไม่เสร็จจ่าหน้าถึง เคิร์คและ "ไม่สามารถรอนาน ๆ จะไปดูที่ ดร. สกอตต์. มันจะทำงานได้ดีที่สุดด้วยวิธีนี้ในขณะที่แม่ไม่อยู่ ..” ไม่มีใครรู้ว่าชื่อเคิร์ดและดร. สกอตต์เป็นใครกันแน่ เธอหายสาบสูญและไม่มีใครพบเห็นเธออีกเลย

 

3. Mystery of The Locked Room

 
                นายไอสิดอร์ ฟิงก์ (
Isidore Fink) ถูกยิงตายเมื่อเวลา 10:30 ของวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ.1929 ในห้องพักด้านหลังของร้านซักรีดอเวนิว (Avenue Laundry) ที่ตั้งอยู่ใน ถนน 132 ในนิวยอร์ก ซึ่งเขาเป็นเจ้าของ ตำรวจได้รับการแจ้งเตือนโดยเพื่อนบ้านนางล็อกแลนด์ สมิธ (Locklan Smith) ให้การว่าเธอได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงต่อสู้ เมื่อตำรวจมาถึงก็พบว่าประตูที่ไปยังห้องถูกล็อกแน่นหนาจากด้านใน ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องส่งเด็กตัวเล็กผ่านหน้าต่างด้านบนเพื่อเปิดประตู

นายไอสิดอร์ถูกปืนยิงบริเวณหน้าอกสองนัด และอีกหนึ่งนัดทะลุฝ่ามือซ้ายของเขาแสดงให้เห็นว่าฆาตกรได้ยิงเขาในระยะเผาขน แต่ไม่มีการค้นพบปืนในห้องพัก อีกทั้งยังมีกระเป๋าเงินพร้อมเงินสดจำนวนมากยังอยู่ในกระเป๋า ตำรวจเชื่อว่าฆาตกรได้บุกมายิงเจ้าของซักรีดในห้องพักในตอนกลางคืนโดยปีนขึ้นมาทางหน้าต่างด้านบน แต่ปัญหาก็คือหน้าต่างดังกล่าวมีขนาดเล็กมาก ซึ่งมีเพียงเด็กเท่านั้นสามารถรอดผ่านไปได้ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าฆาตกรทำอย่างไรจึงสามารถหลบหนีห้องปิดตายนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งสุดตำรวจท้ายนิวยอร์คก็ไม่สามารถไขคดีดังกล่าวและมันก็ได้ถูกขนานนามว่า “ความลึกลับที่แก้ไม่ได้” (insoluble mystery)

 

2. เด็กถ้ำ (The Cave Children

 
               เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ใน
เดือนสิงหาคม ค.ศ.1887 เมื่อมีเด็กสองคนปรากฏตัวขึ้นมาจากถ้ำทีอยู่ใกล้หมู่บ้านบันโฆส (Banjos)  ในประเทศสเปน ผิวกายของพวกเขาเป็นสีเขียวและเสื้อผ้าของพวกเขาทำจากวัสดุที่ไม่คุ้นเคย  และพวกเขาไม่สามารถพูดภาษาสเปน (พูดภาษาที่แปลกไม่ใช่ภาษาบนโลกเรา) และดวงตาเหมือนคนเอเชียตะวันออก

ตอนแรกพวกเขาไม่สามารถกินอาหารเหมือนคนทั่วไป ส่งผลไม่กี่วันต่อมาเด็กชายเสียชีวิตลงเพราะอดอาหาร แต่เด็กสาวมีชีวิตรอดนานพอที่จะเล่าเรื่องของเธอให้คนอื่นฟัง โดยเธอเล่าว่าพวกเขามาจาก “ดินแดนที่ไม่มีพระอาทิตย์ขึ้น” และวันหนึ่งได้เกิดลมพายุกวาดเธอและเพื่อน (บางแหล่งบอกว่าเป็นพี่น้องกัน) ขึ้นมาบนโลกและมารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ในถ้ำดังกล่าวแล้ว นั่นคือเรื่องราวทั้งหมดที่เธอเล่าให้ฟัง และเด็กหญิงก็ได้เสียชีวิตลงในปี 1892 โดยชาติกำเนิดของเด็กสองยังคงลึกลับจนถึงปัจจุบัน

                อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของเด็กถ้ำมีส่วนคล้ายกับตำนานเด็กผิวเขียวแห่งวูลพิต (Green children of Woolpit)  ของประเทศอังกฤษเกือบทุกประการ ทำให้มีหลายฝ่ายเชื่อว่าเด็กถ้ำสเปนเป็นเรื่องแต่งขึ้นโดยยกโครงเรื่องเด็กถ้ำของอังกฤษมาเล่าใหม่เท่านั้น

 

1. The Everest Disappearance

  
               จอร์จ ลี มัลลอรี่ (
George Leigh Mallory) อายุ 38 ปี และ แอนดรูว์ เออร์ไวน์ (Andrew Irvine) อายุ 22 ปี เป็นนักปีนเขาที่มีความพยายามที่จะไต่ภูเขาเอเวอเรสต์เป็นคู่แรกของโลก ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีใครไปถึงยอดมันได้ ในวันที่ 8 มิถุนายน 1924 พวกเขาและคณะได้มีความพยายามปีนเขาโดยเตรียมอุปกรณ์ไปพร้อมทุกอย่าง

ในระหว่างปีนเขาถึงความสูง 26,800 ฟุต ทั้งคณะก็ได้หยุดพักและตั้งค่ายพักแรม เวลานั้นมัลลารี่ได้บอกกับคณะว่าเขากับเออร์ไวน์ จะขึ้นไปยังจุดสูงสุดให้ได้ก่อนเช้าวันถัดไป และในช่วงใกล้บ่ายโมงของวันรุ่งขึ้น ที่ตอนนั้นพวกเขาได้เห็นจุดสองจุด (ที่เชื่อว่าเป็นคน) เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ ๆ เพื่อลงมาค่ายข้างล่าง หากแต่แล้วจนแล้ว จนรอด ไม่มีใครโผล่ให้เห็นอีกเลย จอร์จ ลี มัลลอรี่ และ แอนดรูว์ เออร์ไวน์หายสาบสูญไปโดยสิ้นเชิง แต่กระนั้นชื่อของทั้งสองได้ถูกจารึกว่าเป็นคนปีนถึงจุดสูงสุดของภูเขาเอเวอเรสต์ได้เป็นกลุ่มแรก

ต่อมามีการค้นหาอีกครั้งในวันที่ 1 พฤษภาคม 1999 จนถึงในระดับความสูง 26,760  ฟุต  หนึ่งในทีมสำรวจก็ได้พบศพหนึ่งบริเวณเนินลาดต่ำกว่าทางเดิน นอนคว่ำหน้า เสื้อผ้าขาดลุ่ยเกือบหมด ผิวขาวซีดเพราะความหนาวและลม มีร้องเท้าบู๊ตสวมอยู่ข้างหนึ่ง ป้ายเสื้อที่คอปกปักไว้ว่า "ลี มัลลอรี่ " นอกจากนี้ ยังพบกรรไกร มีดพก เครื่องวัดความสูงตกอยู่ข้างศพ ในขณะที่ศพของเออร์ไวน์ตกคนละทางกัน ทำให้การตายของทั้งคู่ยังคงเป็นปริศนาว่า เขาทั้งคู่ไปถึงยอดเอเวอเรสต์หรือไม่  ซึ่ง ทั้ง ๆ ที่ ทั้งคู่ผูกเชือกที่เอวไว้ด้วยกัน แต่เชื่อว่าทั้งคู่คงตกรอยแยกน้ำแข็งบนภูเขาและความคมของหินทำให้เชือกขาดออกจากกัน และพัดพาพวกเขาฝังใต้หิมะยังที่ห่างไกลกัน ทั้งคู่อาจเสียชีวิตทันที อย่างไรก็ตามไม่มีใครทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้นกันแน่


อ้างอิง

http://listverse.com/2012/03/03/10-inexplicable-crimes-and-disappearances/

http://www.toptenz.net/top-10-unexplained-disappearances.php

วิกิพีเดียอังกฤษ-ไทย

อันดับมาจากการสุ่มและผสมปนเป

 + +

 


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 459 : 10 ปริศนาสาบสูญและความตายของโลก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 12340 , โพส : 13 , Rating : 37% / 7 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 13 : ความคิดเห็นที่ 17227
เด็กถ้ำหรือมนุษย์ต่างดาวกันแน่?
PS.  ชั้นคือดาวตลอดกาล.............
Name : ruka suirenji < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ruka suirenji [ IP : 124.122.90.15 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 พฤศจิกายน 2555 / 10:45
# 12 : ความคิดเห็นที่ 17054
สงสารเรื่องเด็กหายอ้ะ คนที่ถูกอ้างว่าเป็นฆาตกรก็ซวยเลยดิ
ทำไมถึงไม่มีการพิสูจน์ก่อนว่่ใช้ศพเด็กคนนั้นมั้ย
แบบนี้ผู้ชายคนนั้นก็ตายฟรีดิ

อันดับ 1น่าสนใจ
Name : THE RANDOM < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ THE RANDOM [ IP : 101.108.147.112 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 พฤศจิกายน 2555 / 01:50
# 11 : ความคิดเห็นที่ 16339
Name : oIceJunGo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ oIceJunGo [ IP : 101.109.130.104 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 กรกฎาคม 2555 / 21:47
# 10 : ความคิดเห็นที่ 16331
ตราบใดที่เราไม่ใช่ผู้ตาย(และไม่ค่อยอยากเป็นสักเท่าไร)ก็ไม่มีวันได้ล่วงรู้ความจริง
PS.  รักแจ่มใส ชอบการหายใจ
Name : PopTime < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PopTime [ IP : 125.24.137.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กรกฎาคม 2555 / 20:55
# 9 : ความคิดเห็นที่ 15912
ชอบเรื่องแนวนี้ตื่นเต้นดี ~
Name : 'KIM'''Derella ♪ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 'KIM'''Derella  ♪ [ IP : 171.98.190.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มิถุนายน 2555 / 14:09
# 8 : ความคิดเห็นที่ 15900
เพชรหายไปได้ไงเนี่ย ขโมยนี่เก่งกว่าจอมโจรคิดจริงๆ เหอๆๆ
PS.  สึนะก็ดูดี มุคุโร่ก็หล่อล่ำ ฮิบาริก็น่าหม่ำ เฮ้ออยากได้เป็ยสามีจังเลย
Name : LikeCartoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LikeCartoon [ IP : 115.67.128.141 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มิถุนายน 2555 / 22:43
# 7 : ความคิดเห็นที่ 15896
 อึ้ง ทึ่ง ตะลึง ช็อค ! 
PS.  My Name is ... "Gawwan"
Name : gawwan < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ gawwan [ IP : 101.108.123.255 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มิถุนายน 2555 / 12:06
# 6 : ความคิดเห็นที่ 15895
อื้ม..
แปลกดีค่ะ หลอน และน่าสงสารมากค่้ะ :) 
PS.  FIC GINTAMA LOVE FOREVER. รักนี้เพื่อเธอ (http://writer.dek-d.com/buttie11150/writer/view.php?id=812950)
Name : thejiggy ヽbellbari < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ thejiggy ヽbellbari [ IP : 124.121.152.18 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มิถุนายน 2555 / 23:48
# 5 : ความคิดเห็นที่ 15891
เด็กถ้ำมันเป็นเรื่องของมนุษย์ต่างดาวคะ^^
อันดับ1 น่ากลัวเนอะ>_<

PS.  ' I GOT A CRUSH ON YOU '
Name : BAM❀_Bofang. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ BAM❀_Bofang. [ IP : 223.205.235.225 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มิถุนายน 2555 / 21:07
# 4 : ความคิดเห็นที่ 15879
 เด็กถ้ำแลดูน่ากลัวนะคะ ถ้าแบบว่าเป็นเรื่องจริง
Name : นู๋ไอซ์ไม่รู้นี่คะ < My.iD > [ IP : 118.174.68.198 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 พฤษภาคม 2555 / 22:17
# 3 : ความคิดเห็นที่ 15870
หลอนภาพอันดับสามแฮะ
รู้สึกขนลุกๆ
ช่องเล็กที่ว่าใช่ช่องขาวตรงกลางรึเปล่า ?




PS.  การจะเป็นนักเดินทางน่ะ มันต้องมีจุดหมายปลายทาง ถ้าหากไร้จุดหมายปลายทางแล้วล่ะก็ คงจะเป็นได้แค่คนหลงทางเท่านั้นแหละ
Name : มุกคุโร่ ☂ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มุกคุโร่ ☂ [ IP : 124.121.152.119 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 พฤษภาคม 2555 / 22:25
# 2 : ความคิดเห็นที่ 15864
 เรื่องเกี่ยวกับเรือเนี่ยน่ากลัว 


Name : บะหมีเกี๊ยวน้ำใส < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ บะหมีเกี๊ยวน้ำใส [ IP : 101.109.15.112 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 พฤษภาคม 2555 / 21:25
# 1 : ความคิดเห็นที่ 15863
เด็กถ้ำนี้เอเลี่ยนรึป่าวหว่า ??? -*-

มีข่าวออกเยอะว่าคนถูกจับไปทดลอง -^- อืม...
PS.   ฉันยิ้มตลอดเวลา... เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่า ''ฉันอยากร้องไห้''
Name : Lด็nlxม่ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lด็nlxม่ [ IP : 1.1.222.158 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 พฤษภาคม 2555 / 21:11
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android