คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 434 : 5 อารยธรรมโบราณที่น่าสะพรึงกลัวของโลก (ฉบับปรับปรุง)


     อัพเดท 27 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 4,944 Overall : 2,762,526
22,181 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7216 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 434 : 5 อารยธรรมโบราณที่น่าสะพรึงกลัวของโลก (ฉบับปรับปรุง) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 12526 , โพส : 28 , Rating : 77% / 14 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



พึ่งกลับมาจากเชียงใหม่ครับ ที่ไปเชียงใหม่ก็ไปงานพืชสวนโลกกับไปสวนสัตว์เชียงใหม่มา สำหรับบทความตอนนี้เป็นบทความเมื่อนานมาแล้วและผมได้เขียนส่งสำนักพิมพ์ต่วยตูน แต่ผ่านไปหลายวันแล้วก็ไม่ลง (แสดงว่าไม่ผ่าน) ดังนั้นจึงขอนำมาลงคั่นก่อนน่ะครับ 

 

                 อารยธรรม (Civilization) โดยทั่วไปหมายถึงความเจริญทางวัฒนธรรม แต่สำหรับทางด้านประวัติศาสตร์ อารยธรรมอาจหมายถึงการศึกษาความซับซ้อนในแง่เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์ และที่มนุษย์อยู่รวมกันแล้วแบ่งงานทำกิจกรรมต่างๆ  เพื่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่างๆในระบบสังคมนั้นๆ

               บนโลกของเรานั้นมีอารยธรรมเก่าแก่มากมาย บางอารยธรรมหลายคนรู้จักดี แต่ไม่ใช่ในฐานะความเจริญรุ่งเรืองด้านวัตถุหรือจิตใจ หากแต่เป็นที่รู้จักในฐานะความเก่งกาจของการทำสงคราม ที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและความรุนแรง อีกทั้งยังมีประเพณีที่เหลือเชื่อว่ามันจะอยู่มีจริง และนี้คือ 5 อารยธรรมโบราณที่สร้างความน่าสะพรึงกลัวในหน้าประวัติศาสตร์โลก

 

                  อันดับ 5 เคลท์ (The Celts)

                 
                 เคลท์
เป็นสังคมชนเผ่าหนึ่งในยุคเหล็ก (ยุคที่มนุษย์รู้จักใช้เหล็กทำเครื่องมือและอาวุธ) และยุคโรมัน โดยพวกเขาใช้ภาษาเซลติกในการสื่อสาร อาศัยอยู่ในภาคกลางยุโรป ก่อนที่จะกระจัดกระจายไปสเปน เกาะอังกฤษ คาบสมุทรบอลข่าน และเอเชียไมเมอร์

             สมัยก่อนนั้นพวกเคลท์เป็นชนเผ่าเร่ร่อนทำการเกษตรเป็นหลัก มักมีปัญหาแย่งชิงพื้นที่กับพวกโรมันอยู่เนื่องๆ ในประวัติศาสตร์ระบุว่าชนเผ่าดังกล่าว เวลาสู้รบจะรบแบบบ้าดีเดือด ชอบถืออาวุธขนาดใหญ่เข้าต่อสู้โดยไม่เกรงกลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น นอกจากนี้พวกเคลท์ยังขึ้นชื่อว่าเป็นนักล่าหัวมนุษย์  เมื่อจบการต่อสู้เมื่อไหร่พวกเขาจะตัดศีรษะของศัตรูเสมือนหนึ่งว่าหัวนั้นเป็นถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะ บางคนตอกหัวของศัตรูไว้บนบ้านราวกับเป็นหัวสัตว์ป่าที่ได้จากการล่าสัตว์ป่า และบางคนใช้น้ำยาจากต้นซีดาร์ดองหัวศพเพื่อเก็บรักษาหรือผูกไว้หน้าอกเพื่ออวดอย่างภาคภูมิใจแก่คนพบเห็น สำหรับชาวเคลท์แล้วหัวของศัตรูถือว่าเป็นสิ่งบูชา เพราะเชื่อว่าหัวเป็นศูนย์รวมของจิตวิญญาณ เป็นสัญลักษณ์ของความสูงส่งและอำนาจ อีกทั้งยังเป็นเครื่องกำหนดชื่อเสียงศักดิ์ศรีของนักรบคนนั้นด้วย

                อย่างไรก็ตามแม้ชาวเคลท์จะเป็นนักล่าหัวมนุษย์ แต่ก็ไม่ได้ป่าเถื่อนอย่างที่หลายคนคิด พวกเขาเป็นนักศิลปะตัวยง มีความชำนาญ ในเรื่องการทำเครื่องไม้เครื่องมือจำพวกอาวุธและเครื่องประดับต่างๆ ที่ทำจากเหล็ก ตกแต่งประณีตงดงาม อีกทั้งยังมีระบบสังคมที่คล้ายกับโรม

 

                อันดับ 4 ชาวแอซเท็ก (The Aztecs)

               
              แอซเท็ก เป็นกลุ่มชาติพันธ์อินเดียนที่ตั้งถิ่นฐานในตอนกลางของเม็กซิโก ในช่วงคริสต์ศักราช 12-13  มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปกรรม วิศวกรรม สถาปัตยกรรม อีกทั้งยังมีอำนาจทางการเมืองและทางการทหารที่เข้มแข็งในบริเวณเมโสอเมริกาเมื่อช่วงคริสต์ศักราช 15 แม้ว่าชาวแอซแท็กจะเป็นกลุ่มอารยชนที่ฉลาดแต่ในขณะเดียวก็มีความดุร้ายน่าสะพรึงกลัว ชอบบูชายัญโดยใช้มนุษย์เป็นเครื่องสังเวย ซึ่งมีความเชื่อว่าการบูชายัญคือการสร้างสมดุลแห่งสกลจักรวาลระหว่างโลกกับดวงดาวต่างๆ ในอวกาศ อีกทั้งยังเชื่อว่าหากไม่ทำเทพเจ้าจะพิโรธและบันดาลความพินาศแก่ชนเผ่า

               พิธีบูชายันของชาวแอซเท็กจะเริ่มขึ้นเมื่อนักบวชจะทำการคัดเลือกผู้เคราะห์ร้ายมาจากชนเผ่าอื่นที่พิชิตมา (บ้างก็ว่าเป็นชาวแอซเท็กเองที่ได้รับเลือก) เมื่อทำการคัดเลือกก็มีขั้นตอนเตรียมมากมาย เริ่มจากให้ศัตรูอาบน้ำแล้วใส่เสื้อคลุมของเทพดวงอาทิตย์ พาขึ้นไปบนหอคอยสูง 30 เมตร เมื่อไปถึงหมายเหล่านักบวชจะจับเชลยตรึงไว้กับที่จากนั้นใช้มีดหินผ่าควักหัวใจออกมา พร้อมกับชูหัวใจขึ้นไปยังดวงอาทิตย์เป็นบวงสรวงแก่เทพเจ้า ก่อนที่จะกลิ้งศพตกขั้นบันได ซึ่งข้างล่างยังมีคนรอชำแหละควักไส้และกินร่างของเหยื่อบูชายัญตามความเชื่อที่ว่ามันเป็นหนทางที่ได้รับพลังอำนาจจากเทพเจ้าที่พวกเขานับถือสูงสุด นอกจากนี้ยังเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการสื่อสารกับเทพเจ้าด้วย

ด้วยความชอบบูชายัญ ทำให้ชาวแอซเท็กชอบรุกรานชนเผ่าใกล้เคียงบ่อยครั้ง เพื่อจับเชลยเพื่อมาบูชายัญและกินเนื้อมนุษย์เป็นจำนวนมากในแต่ละปี จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่ามีการบูชายัญครั้งใหญ่เพื่อเฉลิมฉลองปิรามิดแห่งเตนอชตีตลัน (Great Pyramid of Tenochtitlan) ในปี ค.ศ.1487  ซึ่งมีเชลยถูกบูชายัญถึง 84,400 คนภายระยะเวลาแค่ 4 วัน

             อย่างไรก็ตามเพราะการบูชายัญมากนี้เอง ที่ทำให้อาณาจักรแอซเท็กที่รุ่งเรืองมีอันต้องล่มสลายลง เมื่อถึงปี 1521 เนื่องจากต้องรับมือกับการรุกรานกองทัพสเปนที่นำโดย เฮร์นัน คอร์เตส (Hernan Cortes) แม้ว่ากองทัพสเปนมีทหารเพียง 500 นายแต่กระนั้นพวกเขาก็ได้พันธมิตรจากชนเผ่าอื่นๆ ที่มีความแค้นกับอาณาจักรแอซเท็ก ผลคือที่อาณาจักรแอซเท็กต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวและเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในที่สุด


อันดับ 3 อัสซีเรีย (Assyrians)

        
               
อัสซีเรีย
หรือ จักรวรรดิอัสซีเรียเป็นอาณาจักรที่มีศูนย์กลางอยู่ที่แม่น้ำไทกริสในเมโสโปเตเมีย (อิรัก) มีอำนาจปกครองจักรวรรดิเป็นช่วงๆ หลายครั้งในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในสมัยของทิกลัท-ปิเลเสอร์ที่ 3 (Tiglath-Pileser III) ที่ปกครอง ก่อน ค.ศ. 745- 727  กองทัพของอัสซีเรียนมีระบบการรบที่น่ากลัวที่สุดในดินแดนเมโสเปเตเมียในเวลานั้น ไล่ตั้งแต่การใช้ทหารจริงๆ มากกว่าจะใช้ทหารอาสาสมัคร การใช้กองทัพธนูเหล็กปลายแหลมเป็นทัพหน้าตามด้วยกองพันทหารม้าและรถศึก อีกทั้งพวกเขายังมีอาวุธที่น่าอัศจรรย์ใจนั้นคือเหล็ก (ขณะชาติอื่นยังใช้อาวุธทองแดงและสำริดกันอยู่) นอกจากนี้พวกเขายังเป็นนักประดิษฐ์เครื่องจักรสงคราม สร้างอาคารไม้ขนาดใหญ่ที่เป็นป้อมธนูที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ รวมไปถึงเครื่องที่มีประสิทธิภาพสำหรับพังประตูหรือกำแพงเมืองของฝ่ายศัตรูอย่างง่ายดาย

สิ่งที่ทำให้อัสซีเรียมีความเจริญรุ่งเรืองและปลอดภัยก็คือ การใช้ความหวาดกลัวในการปกครอง และการปราบปรามศัตรูอย่างเด็ดขาด หากพวกเขาตีเมืองของศัตรูได้ จะทำการเผาที่อยู่อาศัยของชาวบ้านและฆ่ามนุษย์ทุกคนในเมืองอย่างโหดร้ายทารุณจนเกือบหมด ส่วนเด็กและผู้หญิงจะถูกกวดต้อนเป็นเชลย หากใครขัดขืนจะตัดแขนตัดขาหรือถลกหนังมาแผ่ติดกับกำแพงเมืองเพื่อข่มขวัญศัตรู อย่างไรก็ตามเมื่อถึง 612 ปีก่อนคริสตกาลจักรวรรดิอัสซีเรียก็คราวล่มสลายเมื่อถูกอาณาจักรบาบิโลเนียและชนชาติอื่น ๆ เข้ายึดครอง

 

                  อันดับ 2 สปาร์ตา (The Spartans )

                  
              สปาร์ตา เป็นชื่อเรียกของรัฐอิสระ ของชาวดอเรียน ซึ่งเป็นหนึ่งในชนเผ่าที่สำคัญของกรีกโบราณ และมีศูนย์กลางอยู่ที่ลาโอเนีย

               สปาร์ตาขึ้นชื่อว่าเป็นรัฐทางการทหารที่มีกระบวนการฝึกทหารไม่เหมือนใครบนโลก เพราะตั้งแต่วินาทีแรกที่เด็กผู้ชายสปาร์ตาคลอดจากท้องแม่ออกมาลืมตาบนโลก เด็กจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเป็นทหารบัดนั้น โดยรัฐจะทำการตรวจสอบเด็กทารก หากมีข้อบกพร่องทางร่างกายแม้เพียงเล็กน้อย เด็กจะถูกกำจัดทิ้งด้วยการถูกโยนหน้าผา โดยไม่สนความรู้สึกของพ่อแม่เด็กเลยแม้แต่น้อย และเมื่อใดที่เด็กอายุครบ 7 ปี เด็กจะต้องถูกพรากจากแม่เพื่อเข้าสู่โลกแห่งความรุนแรง ด้วยการฝึกฝนการเป็นทหารในค่าย พร้อมต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัยที่กำหนดเอาไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ร่างกายและจิตใจเข้มแข็ง เมื่อเด็กอายุครบ 12 ปีการฝึกจะเริ่มทวีความเข้มข้นมากขึ้นจนมีเด็กหลายคนถึงแก่ชีวิตในช่วงอายุดังกล่าว หากรอดมาได้จนอายุครบ 18 ปี ทุกคนจะต้องผ่านการทดสอบสุดท้ายคือแอบหลบหนีค่ายทหารตอนกลางคืน (ห้ามโดนจับ) พร้อมกับต้องฆ่าทาสที่เรียกว่าพวกอีรอน (Helot) ให้ได้จึงจะกลายเป็นชายชาตรีและเป็นทหารโดยสมบูรณ์

หลายคนอาจมองระบบการฝึกทหารของสปาร์ตาเป็นเรื่องโหดร้ายป่าเถื่อน หากแต่นี้คือระบบสังคมของสปาร์ต้าในสมัยนั้น ที่รัฐมองผลประโยชน์จากเด็กที่มีต่อรัฐมากกว่า ซึ่งการฝึกดังกล่าวทำให้ได้กองทัพทหารที่เข้มแข็งดุดัน อีกทั้งยังมีส่วนให้กรีกรอดพ้นต่อการรุกรานของต่างชาติหลายครั้ง โดยการรบที่สำคัญของสปาร์ตาคือยุทธการแห่งเธอร์มอพเพอะลี (Battle of Thermopylae) ที่ทหารสปาร์ต้าเพียง 300 นายสามารถรับมือทหารของจักรวรรดิเปอร์เซียนับแสนนายได้ในช่องเขาเธอร์มอพเพอะลี

 

อันดับ 1 มองโกล (The Mongols)

                 
              จักรวรรดิมองโกล เป็นจักรวรรดิที่มีอาณาเขตกว้างขวางมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ก่อตั้งโดย เจงกีส ข่าน (
Genghis Khan) เมื่อ ค.ศ. 1206 ที่รวบรวมชนเผ่าต่างๆ เข้าด้วยกัน และสถาปานาเป็นประเทศมองโกลขึ้นมา หลังจากนั้นก็มีความคิดจะขยายอาณาจักรให้ได้มากที่สุด โดยทำการพิชิตอาณาจักรจีน เอเชีย และยุโรป เกือบครึ่งโลกได้มาแล้ว

             สิ่งที่ทำให้โลกหวาดกลัวจักรวรรดิมองโกลในเวลานั้นก็คือกองทัพทหารม้ามองโกลที่ขึ้นชื่อในเรื่องความเก่งกาจ กล้าหาญ มีความเชี่ยวชาญเรื่องยุทธวิธีการทำสงครามและเครื่องจักรสงครามมากมาย พร้อมกับความป่าเถื่อนโหดเหี้ยม จากสถิตมีประมาณการว่าในการรุกรานเพื่อขยายอาณาเขตของชาวมองโกลภายใต้การนำของเจงกีส ข่าน ในศตวรรษที่ 13 มีผู้เสียชีวิตประมาณ 40 ล้านคน เพราะนโยบายยุทธการในการสู้รบของมองโลกคือฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนเผ่าที่ต่อต้านอย่างเลือดเย็น พร้อมกับใช้สงครามจิตวิทยาสร้างความหวาดกลัวแก่ศัตรูไปด้วย ตัวอย่างเช่น ในระหว่างการรบที่อินเดีย ทหารมองโกลได้สร้างกองปิรามิดที่ทำจากศีรษะมนุษย์กว่า 90,000 หัว ตั้งเรียงรายรอบกำแพงเมืองนิวเดลีพร้อมบอกให้พวกเขายอมจำนน นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์อื่นๆ มากมายที่สร้างความสะพรึงแก่เหล่าศัตรู ไม่ว่าจะเป็นการยิงหัวมนุษย์จากเครื่องยิงหิน การกินเนื้อของศัตรู และในปี 1347 ในการรบที่แคฟฟา (Kaffa) ของประเทศอิตาลี  กองทัพมองโกลได้ใช้ศพติดเชื้อกาฬโรคยิงก้อนหินเข้าไปในกำแพงเมืองแคฟฟา เพื่อหวังให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปยังเมืองของศัตรู แม้จะมีผลลัพธ์ที่ได้จะน้อย แต่มีผลด้านการปั่นทอนจิตใจ นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการนำอาวุธเชื้อโรคเข้ามาทำสงคราม

               แม้ว่าจักรวรรดิมองโกลจะโหดเหี้ยม แต่กระนั้นชาวมองโกงก็ยอมรับความรู้ศิลปะวิทยาการต่างๆและปรัชญาศาสนาจากภายนอกเข้ามาอย่างง่ายดาย โดยเจงกิสข่านได้ให้ชาวจีนและชาวต่างเผ่าเป็นผู้วางแบบแผนปรับปรุงกฎหมาย การกำหนดมาตราวัดตรง การประดิษฐ์อักษร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้จักรวรรดิมั่งคงยิ่งขึ้น

หลังจากหมดยุคเจงกีส ข่านก็ลูกหลานสืบทอดต่อและดำเนินนโยบายเดิมส่งผลทำให้จักรวรรดิมองโกลสามารถครอบครองโปแลนด์ รัสเซีย ฮังการี แหลมบอลข่าน พร้อมกับสร้างตำนานอันโหดเหี้ยมไปทั่วทุกพื้นที่ แต่ในที่สุดกองทัพมองโกลต้องถอยกลับหมด เมื่อทายาทของเจงกีสข่านเสด็จสวรรคต  หลังจากนั้นเป็นต้นมา มองโกลก็เสื่อมโทรมและแตกสลายในที่สุด

 + +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 434 : 5 อารยธรรมโบราณที่น่าสะพรึงกลัวของโลก (ฉบับปรับปรุง) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 12526 , โพส : 28 , Rating : 77% / 14 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 28 : ความคิดเห็นที่ 21300
เมื่อพูดถึงอัสซีเรีย แล้วนึกถึงจักรวรรอิฮิตไทต์ที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ทัดเทียมอาณาจักรอียิปต์โบราณ เพราะเหตุนี้ทั้งสองอาณาจักรจึงมีการสู้รบกันบ่อยครั้งด้วยเรื่องการขยายอาณาจักร แต่ก็ผลัดกันแพ้-ชนะ มาโดยตลอด แต่ความขัดแย้งก็ได้สะสมมาจนถึงจุดแตกหักซึ่งเป็นศึกสุดท้ายระหว่างทั้งสองก่อให้เกิดสนธิสัญญาสันติภาพที่เป็นลายลักษณ์อักษรฉบับแรกที่เก่าแก่ที่สุดเท่าเคยค้นพบมาของโลก(สนธิสัญญาคาเดช) โดยจารึกลงบนแผ่นทองแดงและเงิน ส่วนสำเนาจารึกลงบนแผ่นดินเหนียว ทั้งสองได้ทำการซื้อขายอาวุธที่ผลิตจากเหล็ก (ชาวฮิตไทต์เป็นชนชาติแรกที่รู้วิธีการถลุงเหล็กและนำมาผลิตเป็นอาวุธ)
หลังจากนั้นจักรวรรดิฮิตไทต์ก็ล่มสลายลงโดยการโจมตีของชาวอัสซีเรียจากทางเหนือ (ไม่ใช่อียิปต์ที่มีเรื่องกันมานาน) ชาวอัสซีเรียได้เผาทำลายบ้านเมืองและร่องรอยของอารยธรรมมากมายจนแทบไม่เหลืออะไรให้ชนรุ่นหลังศึกษา ชาวฮิตไทต์ถูกฆ่าและมีส่วนน้อยที่กลายเป็นเชลยศึก และเป็นส่วนน้อยอีกเช่นกันที่หลบหนีไปได้ แต่ถึงกระนั้นในปัจจุบันก็ไม่มีสายเลือดของชาวฮิตไทต์หลงเหลืออยู่แล้ว
และด้วยเหตุนี้เองชาวอัสซีเรียจึงรู้จักวิธีการนำเหล็กมาทำเป็นอาวุธ
เราไม่ค่อยสนใจประวัติศาสตร์อียิปต์ ไม่เคยเห็นอัสซีเรียในสายตา แต่เราชอบจักวรรดิฮิตไทต์ จบ!
Name : Hittite [ IP : 171.100.72.110 ]

วันที่: 14 กันยายน 2558 / 20:26
# 27 : ความคิดเห็นที่ 15853
 ไม่ใช้ 300 คนหรอ - -
PS.  ข้าไม่นับถือเทพองค์ใด ข้าไม่ศรัทธาในสิ่งใด สิ่งที่ข้าเชื่อและศรัทธาคืออาวุธและพลังของข้าเท่านั้น
Name : นักอ่านเงา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นักอ่านเงา [ IP : 124.122.97.240 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤษภาคม 2555 / 20:00
# 26 : ความคิดเห็นที่ 15413
 สปาตาร์!!!!!
PS.  เครียกป่ะ เวลามีคนบอกว่ามันแย่!
Name : FC-Nashi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ FC-Nashi [ IP : 171.97.17.203 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 เมษายน 2555 / 13:59
# 25 : ความคิดเห็นที่ 15294
รู้สึกว่า มองโกล ล่มสลาย ส่วนหนึ่งเพราะหลังๆ การทำศึกของ ทัพมองโกล เริ่มมีปัญหา หลังจาก ตี ญี่ปุ่นซึ่งนำโดย ตระกูล โฮโจ แล้วไม่แตก(ต้นกำเนิด กามิกาเซ่ สายลมเทพเจ้า) จน ทำให้ สูญเสียกำลัง มหาศาล และเสื่อมถอยตั้งแต่นั้นครับ ถ้าจำไม่ผิด
Name : T@NUKI [ IP : 27.130.32.189 ]

วันที่: 15 เมษายน 2555 / 05:32
# 24 : ความคิดเห็นที่ 15107
สปาตาร์สุดยอดเลยเจ้าค่ะ -0-
PS.  หึหึ~ เป็นสาวกท่านศาสดาใช่ไหม!!~อย่ามาซึนเดเระ!!
Name : เหมียวน้อย ^^ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เหมียวน้อย ^^ [ IP : 61.90.88.42 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 มีนาคม 2555 / 16:46
# 23 : ความคิดเห็นที่ 15087
ข้าคือ...สปาตานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!!!!
Name : 300 [ IP : 1.47.163.226 ]

วันที่: 28 มีนาคม 2555 / 20:42
# 22 : ความคิดเห็นที่ 15038
 จริงๆก็เคยสงสัยว่าทำไมมองโกลถึงได้ล่มสลายได้เร็วขนาดนนั้น??
Name : กริฟฟินไร้เงา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ กริฟฟินไร้เงา [ IP : 101.109.191.48 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มีนาคม 2555 / 13:48
# 21 : ความคิดเห็นที่ 14974
ชอบเรื่องแบบนี้มากๆเลย
PS.  ในระหว่างที่ยังมีที่ตรงนั้น ก็อยากจะอยู่ตรงนั้นให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้...นะ
Name : .:♥Shiho Miroshi ♥:. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ .:♥Shiho Miroshi ♥:. [ IP : 61.90.49.78 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 มีนาคม 2555 / 22:01
# 20 : ความคิดเห็นที่ 14930
ไม่แปลกใจว่าทำไม สปาต้า โหดได้ขนาดนี้ แบบนี้เรียก อ่อนแอสูญพันธุ์ * o *


Name : Randomer < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Randomer [ IP : 61.90.96.140 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2555 / 01:43
# 19 : ความคิดเห็นที่ 14896
โหดร้ายเกินไป
PS.  สึนะก็ดูดี มุคุโร่ก็หล่อล่ำ ฮิบาริก็น่าหม่ำ เฮ้ออยากได้เป็ยสามีจังเลย
Name : LikeCartoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LikeCartoon [ IP : 49.228.174.237 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2555 / 23:51
# 18 : ความคิดเห็นที่ 14876
โหดได้อีก  แต่หมดนี่ก็เคยได้ยินมาอยู่
มาอ่านที่ไรท์ขยายยิ่งขนลุก
PS.  you walked into my life...to stop my fears.
Name : ดั้งเเหมบ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดั้งเเหมบ [ IP : 161.200.211.195 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มีนาคม 2555 / 08:51
# 17 : ความคิดเห็นที่ 14869
คห.ที่ 16 จากประวัติศาสาตร์แล้วเขาบอกกันว่าชวามองโกลไม่อาบน้ำ แล้วใช้พวกอุจจาระเป็นเชื้อเพลิงจุดไฟ สภาพร่างกายก็เลยเป็นแบบนั้นอ่าค่ะ
PS.  มนตรา ป่าไม้ สายน้ำ น้ำตก เหมันต์
Name : ohanmina_Neji < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ohanmina_Neji [ IP : 125.25.108.93 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มีนาคม 2555 / 21:35
# 16 : ความคิดเห็นที่ 14863
 จำได้ เคยอ่าน เกี่ยวกับ บทความ ของ มองโกง สำหรับ ทำรายงาน รู้ว่า ชาวมอลโกที่เป็นทหาร มีอาวุธที่น่ากลัว อย่างนึงคือ กลิ่นตัว เขาบอกว่า เหม็นจนแทบขาดใจทีเดียว 
PS.  ขออภัยมือใหม่หัดโพสเเละชอบเเย่งซีน
Name : MicKeynova < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MicKeynova [ IP : 80.193.63.251 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มีนาคม 2555 / 05:54
# 15 : ความคิดเห็นที่ 14861
สงสัย ที่ไมไ่ด้ลง เพราะ เผอิญฉบับก่อน เืดือนมกราคมเขาลงเรื่องศาสนาเก่าไว้อ่ะครับ เนื้อหา เผ่าเคลท์กับ แอซเทค เขาดันงไว้แล้วอ่ะครับ ในเล่มนั้น ถ้าเขาเอา คุณแคมมี่ลงอีก เนื้อหาจะซ้ำซ้อนแน่เลยอ่ะครับ ประมาณนี้อ่ะครับ
Name : จิ้งจอกพเนจร < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จิ้งจอกพเนจร [ IP : 124.120.57.158 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มีนาคม 2555 / 00:50
# 14 : ความคิดเห็นที่ 14860
สงสัย ที่ไมไ่ด้ลง เพราะ เผอิญฉบับก่อน เืดือนมกราคมเขาลงเรื่องศาสนาเก่าไว้อ่ะครับ

เนื้อหา เผ่าเคลท์กับ แอซเทค เขาดันงไว้แล้วอ่ะครับ ในเล่มนั้น

ถ้าเขาเอา คุณแคมมี่ลงอีก เนื้อหาจะซ้ำซ้อนแน่เลยอ่ะครับ

ประมาณนี้อ่ะครับ
Name : จิ้งจอกพเนจร < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จิ้งจอกพเนจร [ IP : 124.120.57.158 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มีนาคม 2555 / 00:50
# 13 : ความคิดเห็นที่ 14853
เที่ยวให้สนุกครับ
Name : แมลงวันโหด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แมลงวันโหด [ IP : 171.4.11.49 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มีนาคม 2555 / 16:49
# 12 : ความคิดเห็นที่ 14848
 อย่าลืมเอาเรื่องใหม่ๆมาลงเว็บด้วยนะคะ ^^ รออ่านอยู่
PS.  Sshota'scon สุโค่ย!!! เรารักอย่างแรงส์ อร๊ายๆๆ
Name : t umin < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ t umin [ IP : 101.109.198.88 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มีนาคม 2555 / 00:21
# 11 : ความคิดเห็นที่ 14839
เที่ยวให้สนุกนะคะ รออ่านอยู่ค่า (^-^)/
PS.  ゙★NIGHTMARE★SCREW★(*n´ω`n*)
Name : HIZAKI'killer < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ HIZAKI'killer [ IP : 171.97.134.221 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มีนาคม 2555 / 12:33
# 10 : ความคิดเห็นที่ 14820
 เอาบทความดีมาฝากเยอะๆ นะ ^ ^ 
PS.  Ripped her heart out right before her eyes. Eyes over easy, Eat it, Eat it, Eat it.
Name : [A]zusa- < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [A]zusa- [ IP : 118.172.224.90 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มีนาคม 2555 / 18:57
# 9 : ความคิดเห็นที่ 14818
กลับมาเขียนบทความดีๆต่อนะครับ
Name : กดฟ [ IP : 58.11.163.167 ]

วันที่: 9 มีนาคม 2555 / 18:31
# 8 : ความคิดเห็นที่ 14816
เอาของฟากมาด้วย้ด่อ
Name : Muay’z < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Muay’z [ IP : 180.183.187.166 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มีนาคม 2555 / 18:05
# 7 : ความคิดเห็นที่ 14814
แอ่วหื้อม่วนเด้ออ้ายบ่าว
PS.  S.SMIND :} งวดนี้กูจะซื้อหวยเลข '13' ใครสนใจ ?
Name : E.L.F*JW < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ E.L.F*JW [ IP : 119.42.102.180 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มีนาคม 2555 / 17:15
# 6 : ความคิดเห็นที่ 14813
เที่ยวให้สนุกนะคะ ติดตามผลงานเสมอค่ะ (^..^)//
Name : ยุนอา [ IP : 183.89.72.42 ]

วันที่: 9 มีนาคม 2555 / 17:00
# 5 : ความคิดเห็นที่ 14812
เที่ยวให้สุกน้า   โชคดีค่า
PS.  เบย์เอย์จงเจริญ~ ท่านเต้อเคะจงเจริญ~
Name : zephon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ zephon [ IP : 125.27.6.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มีนาคม 2555 / 14:32
# 4 : ความคิดเห็นที่ 14811
ขอให้โชคดีนะฮ่ะขอให้เที่ยวสนุกนะฮ่ะ
อย่าลืมซื้อของมาฝากด้วยนะค่า ลุงแคมมี่ ผัวะ! // โดนพี่แคมมี่ต่อย
PS.  I'm Kurage Say . ความรักคือภาพลวงตา มันเป็นแค่หวั่นไหวของจิตใจเท่านั้นเอง !
Name : ★Kurage` | Hello™ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ★Kurage` | Hello™ [ IP : 115.87.31.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มีนาคม 2555 / 12:12
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android