คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 38 : ฟาเรนไฮต์ 9/11 ( Fahrenheit 9/11) เรื่องจริงหรือเปล่านี้!??


     อัพเดท 13 มี.ค. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,313 Overall : 2,763,895
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7220 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 38 : ฟาเรนไฮต์ 9/11 ( Fahrenheit 9/11) เรื่องจริงหรือเปล่านี้!?? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 19325 , โพส : 11 , Rating : 57% / 7 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


                
               สวัสดีครับ นี้คือจากใจคนเขียนครั้งแรก หลังจากผมเขียนหลายๆ ตอนโดยไม่ชี้แจ้งอะไรสักอย่าง

                พูดตรงๆ ครับ ช่วงนี้ผมเฉาครับ ชีวิตผมเฉา (หลายๆ คนรู้แล้วว่าผมเฉาอะไร) มันเบื่อโลกยังไงชอบกล แต่ถึงเบื่อยังไงก็ต้องลงเรื่องให้คนอ่านแหละครับ ถ้าวันไหนตันก็ขอเมตตาใครก็ได้มาเมตตาประทานเรื่องให้ผมเขียนหน่อยเถอะ(หรือให้ลอกก็ได้...น่าน)

                วันพฤหัสบดีนี้ คนชื่อเมย์มาคุยกับผม เขาไม่รังเกียจผมที่เป็นคนจัญไรด้วยแหละ (อิๆ) แถมยังใจดีแนะนำเว็บด้วยละ ได้เรื่องมาเขียนเรื่องหนึ่ง ดีใจ แต่ปัญหาคือ.....มันดันเป็นภาษาอังกฤษ.....เออ...แต่โชคดีมีคนเขียนเป็นภาษาไทยไว้แล้ว ไว้ว่างๆ เขียนใหม่เป็นของตนเองซะเลย แล้วมาลงกัน

                สำหรับตอนต่อไป ผมคิดว่าว่าจะเอาเรื่องแหกตาในประวัติศาสตร์(ตอนนี้หาได้สองเรื่องอยู่), และก็ทฤษฏีสมคบคิด(ได้ปล้วครับแต่ไม่รู้จะย่อยังไงดี), 7 วัตถุลึกลับที่ไม่สามารถอธิบายได้โดยวิทยาศาสตร์(ขี้เกียจเขียน) และเรื่องโหดๆ เสี่ยวๆ เออ....เยอะเหมือนกัน

                เนื่องจากเมื่อวันพฤหัสบดีเฉาสุดๆ เลยเล่นเกมส์เฉาหนักกว่าเดิมอีก เกมส์บ้าอะไรไม่รู้ยากเป็นบ้า ผมเลยดูหนังแทน และหนังนี้คือเรื่องที่จะพูดต่อไปนี้

 


ฟาเรนไฮต์
9/11 ( Fahrenheit 9/11)
แนว : สารคดี
ความยาว : 122 นาที
กำหนดฉาย : 28 ตุลาคม 2547

 

Fahrenheit 9/11 เป็นภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับการแฉเรื่องของบุซ หลังเครื่องบินชนตึกWorld Trade Center ในวันที่ 11 กันยายน 2001

แน่นอนครับตอนหนังฉายเรื่องนี่ชาวอเมริกันผู้สนับสนุนบุชนั้น ล้วนด่าไมเคิล มัวร์ไม่ยั้ง  แถมยังกล่าวหาชาวอเมริกันที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเป็น "พวกขายชาติ"

แต่กระนั้นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็มีความเห็นว่า เราควรเปิดใจครับ เปิดใจยอมรับความจริงอยู่ตรงหน้า เราควรเปิดมุมมองและความรู้ทางการเมืองใหม่ๆ อย่างที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ระบุถึงสิทธิอย่างหนึ่งที่ชาวอเมริควรมีนั่นก็คือ เสรีภาพทางการพูด หรือ Freedom of Speech

ผู้กำกับหนังเรื่องคือ ไมเคิล มัวร์ เขาเป็นคนดังเลยนะครับ ซึ่งผลงานส่วนใหญ่ของเขาจะเน้นสารคดีและเรื่องกัดจิกการเมืองทั้งสิ้น เช่น

1. Sicko (2005) (ประกาศสร้าง)

2. Fahrenheit 9/11 (2004)

3. Bowling for Columbine (2002)

4. The Awful Truth (1999) หนังชุดทางทีวี

5. And Justice for All (1998)

6. The Big One (1997)

7. TV Nation (1995)

8. TV Nation 2 (1995)

9. Canadian Bacon (1995)

10. TV Nation" (1994) หนังชุดทางทีวี

11. Two Mikes Don't Make a Wright (1992)

12. Pets or Meat: The Return to Flint (1992) หนังทีวี

13. Roger & Me ( A Humorous Look at How General Motors Destroy Flint, Michigan) (1989)

นอกจากนี้ไมเคิล มัวร์ ยัง เขียนหนังสือแนวเสียดสีนักการเมืองออกมาหลายเล่ม บางเล่มติดอันดับขายดี  เช่น

หนังสือ "Stupid White Men and Other Sorry Excuses for the State of the Nation” (พวกคนขาวงี่เง่าและคำขอโทษแก้ตัวจากคณะบริหารประเทศ)

หนังสือ "Dude, Where's My Country?" (เฮ้ย ประเทศผมหายไปไหน)

หนังสือ “Downsize This! Random Threats from an Unarmed American” (ลดสิ่งนี้ ! การสุ่มขู่เข็ญจากอเมริกันคนหนึ่งที่ไม่มีอาวุธ)

หนังสือ "Adventures in a TV Nation” (ประสบการณ์ในประเทศบ้าทีวี) ร่วมกับ แคทลีน กลินน์

กำกับมิวสิกวิดีโอ เพลงแนวร็อก สองวงแรกเป็นวงร็อกหัวรุนแรง เพลงแนวต่อต้านสังคม
กำกับมิวสิกวิดีโอ วง Rage Against The Machine เพลง Sleep Now In The Fire, เพลง Testify

ไมเคิล มัวร์ ยังกำกับมิวสิกวิดีโอ วง System of a down เพลง Boom และกำกับมิวสิกวิดีโอ วง R.E.M. เพลง All the Way To Reno (You're Gonna Be A Star)

และไมเคิล มัวร์ ยังแสดงเดี่ยวไมโครโฟน "Michael Moore Live!" ที่ราวด์เฮ้าส์ เธียเตอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

โห.....แค่ผลงานก็การันตีความสามารถได้แล้ว

17140__f911_l 

ทีนี้มาดูหนังเรื่อง Fahrenheit 9/11 ผลงานที่สร้างชื่อของไมเคิล มัวร์บ้าง

Fahrenheit 9/11 เป็นหนังคว้ารางวัลหลายสถาบันเลยครับมั้ง คว้ารางวัลหนังยอดเยี่ยมปาล์มทองคำ ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ นอกจากนี้ยังทำรายได้สูงสุดในบ็อกซ์ออฟฟิซ กลายเป็นหนังสารคดีเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ ที่ตีหนังบล็อกบัสเตอร์กระจุย จากการเข้าฉายในสัปดาห์แรก และฉายเฉพาะในวงจำกัดแค่ 868 โรง แต่สามารถทำรายได้ถึง 21.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และจากผลสำรวจของโรงภาพยนตร์พบว่า จำนวนผู้ชมร้อยละ 91 บอกว่า "ดีเยี่ยม" ในขณะที่ร้อยละ 93 บอกว่าจะแนะนำให้คนอื่นมาชมด้วย

ชื่อของ Fahrenheit 9/11 ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสืออันโด่งดังชื่อ Fahrenheit 451 (ตีพิมพ์1952) ของ Ray Bradbury ที่เขียนถึงโลกเผด็จการที่พยายามกีดกั้นไม่ให้มนุษย์มีอิสระความคิด หนึ่งในนั้นคือการเผาหนังสือ โดยใช้ความร้อน 451 ฟาเรนไฮต์ หรือ 223 องศาเซลเซียส ซึ่งเมื่อหนังออกฉาย คุณปู่แบร์ดเบอรี่เจ้าของนิยายเรื่องนี้ก็ออกมาฟ้องว่า มัวร์ขโมยชื่อของนวนิยายแกมาดัดแปลงโดยไม่ได้ขออนุญาต(คงฟ้องชนะอยู่หรอกปู่)

ที่จริงผมก็ได้หนังเรื่องนี้มาถึงมือของผมนานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสดู เนื่องจากไม่มีเวลาเท่าไหร่นัก พอดีวันที่ดูนั้นเป็นช่วงเฉาครับ เฉาชีวิต เลยอยากดูอะไรมันๆ แก้ให้หายอารมณ์เฉาหน่อย พอดีไปเจอ Fahrenheit 9/11 เลยเปิดดู ผลปรากฏว่า

เฉาหนักกว่าเก่า.....


               คือจะว่าไงดีละ มันมีหลายๆ เรื่องที่คนไทย งง เต็กด้วยนะครับ และมีบางช่วงอืดๆ ตื่นเต้น เศร้า ผสมกัน หลายช่วงผมแทบหลับคาคอมเลยละครับ

อ่ะนะ แต่ก็นั้นมันก็สนุกเหมือนกัน บางจุดนี้ผมฮ่ามากๆ ช่วนคิดในใจว่า มันเรื่องจริงหรือนี้ โดยในหนังนั้นนำประเด็นหลักคือ

บุชโกงการเลือกตั้งในปี 2000 จนชนะ Al Gore อดีตรองประธานาธิบดี โดย ไมเคิล มัวร์ รวบรวมข้อมูลจากหลักฐานต่างๆ ตั้งแต่ก่อนประธานาธิปดีบุชจะเข้ามารับตำแหน่งอย่างไม่โปร่งใส โดยที่คู่แข่งของบุช ในการเลือกตั่งครั่งนั่นคือ AL GORE ซึ่งมีคะแนนสูงกว่า บุช แต่ ศาลสูงสุดของสหรัฐซึ่งมีเพื่อนผู้พ่อของจอส บุช แต่งตั่งบุชอย่างเป็นเอกฉันท์ ทั่งๆ ที่ฝ่ายสืบสวนของรัฐตรวจสอบการนับคะแนนดูก็พบว่า AL GORE คือฝ่ายชนะแน่นอน แต่กระนั้นฝ่ายศาลสูงก็เข้าข้างบุช คณะกรรมการการเลือกตั่งก็เป็นฝ่ายบุช นอกจากนี้ยังมีการตัดสิทธิ์คนลงคะแนนที่เป็นคนผิวสีด้วย  ส่งผลให้คนผิวสีเกิดการจราจลตอนประธานาธิปดีบุชนั่งขบวนรถเพื่อไปรับตำแหน่งประธานาธิปดี (ยังไม่ถึงเหตุการณ์ 9/11)

จากนั้นหนังแฉความสัมพันธ์ระหว่างบุชกับราชวงศ์ซาอุและแม้แต่บินลาเดน แบบว่าซับซ้อนมากๆ คนโน้นเป็นญาติฝ่ายโน้น คนนั้นเป็นญาติฝ่ายนี้ ง่วงใช้ได้เลยครับ

และหนังก็นำเสนอการพักผ่อนถึง 42 % ของบุชที่ฟาร์มในเท็กซัสและที่อื่นๆ ส่วนใหญ่บุซชอบเล่นตีกอล์ฟ ไม่ก็ทำไร่โคบาล มาถึงตรงนี้ผมก็ไม่เข้าใจว่าหนังต้องการนำเสนออะไรนี่......ก็วันหยุดของบุซนี้น่า

ไมเคิล มัวร์ ก็ออกมาแฉว่าบุซหนีการเกณฑ์ทหาร โดยไม่ยอมไปรบที่เวียดนาม แต่มาเป็น National Guard (หน่วยป้องกันประเทศ) แทน และเพื่อนบุซที่หนีเกณฑ์ทหารก็เช่นกัน ที่ชื่อ National guard ต่อมาได้เป็นคนช่วยประสานความสัมพันธ์ระหว่างบุชกับราชวงศ์ซาอุ(นอกจากนี้ jame r black ยังเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้ บินลาดิน และเครื่องบินให้บินลาดิน ในขณะที่ จอสบุชผู้พ่อเป็นประธาน ซีไอเอ และ jame r black สนับสนุนทางการเงินให้บุชทำธุรกิจน้ำมัน ในแท๊กซัสตะวันออก โดยบินลาดินสนับสนุนทางการเงินผ่าน jame r black โดยมีหนังสือยืนยัน)


                จากนั้นก็ถึงเหตุการณ์ 9/11 ซะที รู้ไหมว่าเวลานั้นบุซอยู่ที่ไหน เขากำลังไปฟังเด็กเล่านิทานที่โรงเรียนอนุบาลครับ ตอนนั้นเขากำลังนั่งฟังเด็กกำลังเล่านิทานเรื่องเป็ดน้อย แล้วพอบอดีการ์ดมากระซิบหูท่านว่าเครื่องบินชนตึกครับท่าน(ชนตึกลำแรก)หนังก็ฉาย
ใบหน้าอันงี่เง่าของท่านประธานาธิบดีและการนิ่งเฉยอยู่นานและหลังจากที่ทราบข่าวเครื่องบินชนตึกลำที่สองบุซก็อ่านหนังสือให้เด็กที่โรงเรียนฟัง โดยไม่สนอะไรทั้งนั้น....(ฮ่าดี)

หลังเกิดเหตุการณ์ วันที่11 เดือน9 จะมีการระงับการบินทั่วราชอาณาจักรในอเมริกาใช่เปล่าครับ แต่เชื่อหรือไม่มีเที่ยวบินหนึ่งสามารถบินได้ และเที่ยวบินนี้มีผู้โดยสารคือครอบครัวของบินลาดินจากสหรัฐไปซาอุฯ  ทั้งๆ ที่ เที่ยวบินอื่นทั่งหมดทุกระงับ และใครที่อนุมัติเที่ยวบินนั้นฟ่ะ?

หลังเกิดเหตุการณ์ ในการตรวจของขึ้นเครื่องบิน กลับให้เอาไม้ขีดไฟขึ้นเครื่องได้ทั้งๆ ที่มีข่าวคนร้ายพยายามใช้ไม้ขีดจุดชนวนระเบิดในขณะขึ้นเครื่องบินแท้ๆ แต่สิ่งของที่ห้ามขึ้นเครื่องเด็ดขาดกลับกลายเป็นนมแม่ในขวดนมซึ่งดูยังไงก็ไม่อันตรายสักนิด!!

จากนั้นหนังก็แฉว่าอเมริกานั้นเป็นประเทศปลอภัยที่สุดในโลกหรือเปล่า แน่นอนหนังฉฉแหลกเลยว่ารัฐโอไรกอนของอเมริกา ทั้งรัฐมีตำรวจแค่8คน เพราะโดนตัดงบในคณะการบริหารของบุซ แถมแบบชั่วคราวด้วยไม่ได้ประจำแต่อย่างใด


                 หลังเกิดเหตุการณ์ 9/11 บริษัทที่ได้ผลประโยชน์ที่สุดคือ คาลายกรุ๊ป เป็นบริษัทผลิตอาวุธที่มี บุซผู้พ่อเป็นที่ปรึกษาอาวุโส โดยหุ้นส่วนรายใหญ่คือคนในตระกูลบินลาดิน ซึ่งหุ้นของบินลาดินได้ถอนหุ้น แต่กระนั้นก็ยังน่าสงสัยอยู่ดีแหละ

ในขณะที่เกิดเหตุเครื่องบินชนตึกทั้ง2ตึก บุซไม่อนุมัติให้ฝ่ายสืบสวน สืบสวนในเรื่องนี้ แต่บุชต้องการจัดตั่งคณะกรรมการสืบสวนเองโดยพละการ ซึ่งไม่รู้เขากลัวอะไรหนักอะไรหนา กลัวมันผิดพลาดหรือไง นอกจากนี้ผลการสอบสวนถูกทำเนียบขาวเซ็นเซอร์เกือบทุกบรรทัด

จากนั้นหนังก็ไล่มาเรื่องสงคราม ไล่ตั้งแต่อเมริกาบุกอัฟกานิสถาน โดยใช้จำนวนทหารบกแค่16,000นาย ซึ่งจำนวนตำรวจในเมืองแมนฮัสตันยังเยอะกว่าอีก และการยกทัฟไปครั้งนี้ กองกำลังพิเศษของสหรัฐไม่ได้เข้าไปในที่กลบด้านของบินลาดินถึง 2 เดือน!!

เมื่อการรบที่อัฟกานิสถานเสร็จสิ้น บุซก็แต่งตั่ง ประธานาธิปดีอัฟกานิสถาน คือ คาวิสคาไซ ซึ่งคาวิสคาไซ เดิมเป็นที่ปรึกษา ยูโนคอม ซึ่งอยู่ในเครือของบุซ เพื่อสะดวกในการสร้างท่อส่งแก๊ซเชื่อมระหว่าง3ชาติ!!

จากนั้นก็มาถึงฉากสหรัฐบุกอีรัก โดยบุซอ้างว่าเพื่อล่าบินลาเดน ทั้งๆ ที่มีรายงานว่าบินลาดินกลบดานอยู่ในอัฟกานิสถาน แต่ในการประชุมบุซเอาแต่พูดเรื่องอีรัก แล้วอีรักเกี่ยวอะไรกับพี่ล่ะครับ ประเทศอีรักไม่ได้เป็นศัตรูต่ออเมริกาสักหน่อย

ฉากที่ผมฮ่าที่สุดในหนังเรื่องนี้คือ ฉากที่บุซบอกว่าเรามีพันธมิตรร่วมรบที่แข็งแกร่ง จากนั้นหนังก็บอกว่าพันธมิตรที่บุซบอกนั้นมีประเทศอะไรบ้างฉากนี้ฮ่าสุดๆ ครับ คือประเทศที่บุซบอกนั้นก็มี สาธารณพาเลา, คอสตานิก้า,ไอซ์แลนด์,โรมาเนีย(อยากจะบ้าตายประเทศเหล่านี้แทบไม่มีกองกำลังทหารเป็นชิ้นเป็นอันเลย ดังนั้นทหารที่บุกอีรักส่วนใหญ่เป็นอเมริกันทั้งนั้น ฮ่า.....)

จากนั้นผมก็ขำอีกประเทศ โมร็อกโค(ฮ่าตรงที่ โมร็อกโค เป็นประเทศที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรกับอเมริกาอย่างเป็นทางการ และมีข่าวลือว่าเขาจะส่งลิง 2000 ตัวไปอีรักเพื่อปล่อยเข้าเมืองหลวงเพื่อให้ระเบิดใต้ดินทำงาน....ฮ่า)

จากนั้นก็มีอีกประเทศคืออัฟกันนิสถาน(เวรกรรม....ใช่สิ ตอนนี้ประเทศนี้มีแต่ทหารอเมริกันนี้น่า พวกตาลินบันแตกหนีไปไหนไม่รู้แล้ว)

ผลการรบสหรัฐกับอีรัก มีพลเมืองเสียชีวิตมากกว่าทหารของซัดดัม ที่น่าสงสารคือเด็กตัวเล็กๆตายกันเกลื่อน ชาวบ้านเอาศพเด็กเหล่านั้นชูให้ดูต่อหน้ากล้อง ส่วน ทหารของสหรัฐนายหนึ่งสารภาพว่า มีคำสั่งยิงได้ไม่เลือกหน้า

จากนั้นบุซก็พูด ตามล่าบินลาดิน ในขณะที่ยืนยันไม่ได้ว่าบินลาดินตายหรือไม่ตายกันแน่

มีการสร้างข่าวลือเกี่ยวกับการก่อการร้าย ในขณะที่การป้องกันหละหลวม สินค้าที่ขายดีที่สุดในขณะนั้นก็คือเครื่องมือกู้ภัย และเครื่องมือช่วยในการเอาตัวรอด ซึ่งบริษัทผลิตก็มีคนในรัฐเป็นหุ้นส่วน

จากนั้นก็มีฉากเกณฑ์ทหารอเมริกันครับ โดยจะมีภาพของพวกทหารฝ่ายเกณฑ์ประชาชนไปชักจูงให้ชาวบ้านที่รายได้น้อยในเมืองฟลินท์บ้านเกิดของมัวร์ให้ไปเป็นทหาร เนื่องจากตอนนี้กองกำลังทหารในอีรักจำนวนเริ่มน้อยนะครับ ไม่พอต่อการควบคุมอีรัก เลยต้องมีการเกณฑ์เพิ่ม ไล่ตั้งแต่การโฆษณาบอกว่าเป็นทหารนะได้ประโยชน์อย่างโน้นอย่างนี้ วัยรุ่นเท่จริงต้องเป็นทหาร จากนั้นหนังก็แสดงให้เห็นวิธีการชักจูงวัยรุ่น ฉากนี้ดูไงผมกลัวแบบบอกไม่ถูกเลยครับ แบบวัยรุ่นบางคนหนีทันทีที่เห็นทหารพวกนี้เลยละ บางคนก็โนจดชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร แล้วขู่ว่าต้องมาเป็นให้ได้เด้อ ไม่งั้น....(น่ากลัวจัง)


               ฉากที่เศร้าที่สุดคือชีวิตของผู้หญิงที่สนับสนุนสงครามที่มีลูกชายและลูกสาวเป็นทหารในกองทัพเนื่องจากครอบครัวยากจนไม่มีเงินส่งลูกเรียน แล้วต่อมาลูกชายเสียชีวิตในอิรักเพราะเครื่องบินโดนยิงตก เธอ เลยเปลี่ยนใจเข้าร่วมประท้วงการทำสงครามของบุซ หนังยังชี้ให้เห็นว่าลูกคนรวยหรือลูกของวุฒิสมาชิกไม่ต้องไปเป็นทหาร มีแต่คนยากจน ผิวสี เด็กมีปัญหาต้องไปเป็นทหารและตายที่เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทข้ามชาติน้ำมันซึ่งเงินเดือนของพนักงานบริษัทนั้นมากกว่าทหารเสี่ยงชีวิตหลายเท่าอีก

ในหนังยังสอดแทรกตลกร้ายของมัวร์อีกครับเช่น มีภาพของทหารอเมริกันถืออาวุธ ตะเวนไปรอบๆ เมืองแบกแดดคลอไปกับเพลงคริสต์มาส Santa Clause is coming to Town และเมื่อถึงบ้านผุ้ต้องสงสัยก็พังบ้าน แล้วเห็นหญิงชราชาวอีรักก็เอาปืนจ่อ(โห.....พี่มันไม่ถือปืนสักกระบอกกลัวอะไรหนักหนา) และมีเพลงที่นิยมของทหารอเมริกันที่เปิดในรถถัง(เขาบอกว่าต่อเพลงร็อก)เวลายิงคนไปหูก็ใส่สายต่อเพลงร็อกมันว่ะ

ทหารอเมริกันตายในสงครามถูกปกปิดจำนวนผู้เสียชีวิต ส่วนทหารคนที่พิการถูกปะ ละเลย ตัดงบประมานเบี้ยเลี้ยง ปิดโรงพยาบาลทหารผ่านศึก บุซออกปากว่าทุกชีวิตที่ตายและบาดเจ็บในอีรักจะไม่สูญเปล่า แต่กลับค้านการขึ้นเงินเพื่อสุขภาพทหาร1,000ล้านเหรียญ แถมยังเพิ่มราคาค่ายาเป็น2เท่า

และช่วงท้ายหนังก็ฮ่าอีกเมื่อ มีสมาชิกวุฒิสภา50 คนที่สนับสนุนบุซในการทำสงคราม c9jมีสมาชิกวุฒิสภาเพียงคนเดียว ที่มีลูกอยู่ในสงครามอีรัก ดังนั้นไมเคิล มัวร์ เลยชักชวนอ้อนวอนสมาชิกฯ ที่กำลังเดินกลับบ้านขอร้องให้ส่งทหารไปรับชาติที่อีรัก ผลเหรอครับ สมาชิกฯ ทั้งหลายทำหน้าบื้อ หนีไปเฉยเลย ไม่พูดสักคน บางคนก็หนีราวกับเจอยากูซ่ามาไถ่ตังค์เลยแหละ

มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับปัญหาเรื่องนี้ครับ คือกว่าหนังจะได้ออกมาก็เจอหลายด่าน เริ่มตั้งแต่ ค่าย Miramax ของพี่น้อง Weinstein ที่มอบทุน 6 ล้านดอลลาร์ ให้ไมเคิล มัวร์ เอาไปทำหนังเรื่องนี้ เพราะ Harvey Weinstein หนึ่งในประธาน Miramax ชอบแนวทางของสารคดีนี้มาก แต่ปรากฏว่า Michael Eisner ซึ่งเป็นซีอีโอของค่าย Walt Disney ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Miramax ประกาศระงับการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ไม่ออกทุนให้เด็ดขาด จากนั้นก็ส่งจดหมายมาถึง Weinstein ถึงสองฉบับว่าห้ามสนับสนุนหนังเรื่องนี้เด็ดขาด แต่ทาง Weinstein ก็เสนอข้อต่อรองกับ Eisner ว่า เอางี้แล้วกัน ให้ถ่ายทำหนังออกมาก่อน แล้วหากไม่ชอบก็ค่อยว่ากัน แต่ Eisner ให้ตายยังไงก็ไม่ยอมครับ บอกว่าห้ามถ่ายไง(เว้ย)


                ปรากฏว่าไมเคิล มัวร์ ก็สามารถทำ
Fahrenheit 9/11 จนได้  แน่นอน  Walt Disney ไม่ปลื้มแน่นอน จนสุดท้ายหนังเลยขยับลิขสิทธิ์ส่งต่อไปให้ Lions Gate Films แทนเพื่อตัดปัญหา

และรู้ไหมทำไม Walt Disney ยอมให้ไมเคิล มัวร์สร้างหนังเรื่องนี้ มันก็มีข่าวลือแหละว่า ทั้งนี้ก็เพราะผลประโยชน์เรื่องสวนสนุกของ Disney ในฟลอริด้า ซึ่งที่ได้รับการอนุเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องยกเว้นภาษีจากผู้ว่าการรัฐฟลอริด้าอยู่...ผู้ว่าการฟลอริด้าเขามีชื่อว่า Jeb Bush... เขาคือน้องชายของท่านประธานาธิบดีบุซไงละ

 

ก่อนจบ ผมก็มีมุกหนึ่งที่ทหารอเมริกากล่าวถึงบุซครับ ผมฟังแล้วขำมากเลย เขาพูดว่า

“วันหลังตรูจะไม่เลือกตัวตลกนี้เป็นประธานาธิปดีอีกแล้ว”

 

http://webboard.mthai.com/5/2007-11-10/354607.html

http://www.positioningmag.com/magazine/Details.aspx?id=24418&menu=magazine,movietrend

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=amp-atom&month=11-2008&date=14&group=2&gblog=95+ +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 38 : ฟาเรนไฮต์ 9/11 ( Fahrenheit 9/11) เรื่องจริงหรือเปล่านี้!?? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 19325 , โพส : 11 , Rating : 57% / 7 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 11 : ความคิดเห็นที่ 16834
อ้าว เราดูตรงหัวข้อนึกว่าหมายถึงเพชรฟาเรนไฮน์ เพชรที่ต้องคำสาปที่สุดในโลกซะอีก
Name : kiu [ IP : 118.172.96.218 ]

วันที่: 13 ตุลาคม 2555 / 15:37
# 10 : ความคิดเห็นที่ 13460
บ้านเราน่าแฉบ้างเนอะ
Name : JKayR < My.iD > [ IP : 124.120.232.77 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ตุลาคม 2554 / 14:05
# 9 : ความคิดเห็นที่ 13197
ตอนแรกที่เห็นนึกว่า Farenheit 451 ที่ไหนได้ Farenheit 9/11
Name : คนบ้าห้าร้อย [ IP : 96.38.23.158 ]

วันที่: 15 ตุลาคม 2554 / 11:14
# 8 : ความคิดเห็นที่ 12864
ไม่อยากเชื่อ ว่ามีคนคิดเหมือนกันด้วย
Name : ... [ IP : 125.25.52.211 ]

วันที่: 19 กันยายน 2554 / 17:22
# 7 : ความคิดเห็นที่ 10419
เคยดูแล้วคับ ฮา ง่วง และทึ่ง.....!!!! ชอบตอนที่บอกประเทศพันธมิตรเช่นกันคับ 555 น้ำตาไหลเรย แต่ก้อเปนหนังที่กล้าทำมากๆคับ อยากให้เมืองไทยมีบ้างจัง (คงจะมีเป็นไตรภาคแน่นอน)
Name : ภูเบศวร์ [ IP : 182.53.178.181 ]

วันที่: 3 เมษายน 2554 / 18:35
# 6 : ความคิดเห็นที่ 7233
ขนาดการเมืองประเทศที่เจริญญแล้วอย่างอเมริกา ยังมีการทุจริต เล่นพรรคเล่นพวก การเมืองยังปู้ยี้ปู้ยำขนาดนี้


ไม่ไม่แปลกหรอกครับกับ ที่ประเทศโลกที่ 3 อย่างเรา ลองดูการเมืองบ้านเราดิครับ ไม่ต่างจากอเมริกา
Name : เอก [ IP : 110.164.154.202 ]

วันที่: 29 กันยายน 2553 / 22:28
# 5 : ความคิดเห็นที่ 6588
แฉได้ฮาจริงๆ น่าดูอยู่เน้อ
PS.  ทุกสิ่งlริ่มที่ตัวlรา.. llม้llต่ความรัก... ก้olช่นกัน everything begins that ourselves , even the love , as a result , also .
Name : YAMSANG!! < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ YAMSANG!! [ IP : 183.89.175.36 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 สิงหาคม 2553 / 17:43
# 4 : ความคิดเห็นที่ 1542

เคยดูแหละแค่เป็นภาษาอังกิด ฟังยากโคตร ยิ่งเป็นหนังสือภาษา อังกิด อีกนะ ยากบรรลัยเลยคะขอบอก ต้องคนเซียนเท่านั้น!

เรายังอ่านไม่ค่อยได้เลยต้องเพิ่มดิกเท่านั้นแหละคะ

Name : How_∟oVe < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ How_∟oVe [ IP : 124.157.186.237 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ตุลาคม 2552 / 12:33
# 3 : ความคิดเห็นที่ 1355
อยากดูแฮะ...แบบว่าสะใจดี
เปิดโปงคนชั่วกันนนนนน
PS.  TVXQ No.1 ~~ Je suis fier d'etre Cassiopeia!! My ID is for TVXQ Fan Fictions...Just visit^^
Name : amien_x < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ amien_x [ IP : 202.12.97.124 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กันยายน 2552 / 18:00
# 2 : ความคิดเห็นที่ 419
"ไมเคิล มัวร์" หน้าคุ้น ๆ

เหมือนเคยดูรายการที่พี่เค้าทำ ,, เกี่ยวกับเรื่องประกันสุขภาพ ของสหรัฐฯ ว่ามันสุดแสนจะห่วย !
พี่แก แฉแหลกเรย ,,

พอได้ดูแล้วมานึกถึงหนังฝรั่งเรย เกี่ยวกับประกันสุขภาพ ที่คัยไม่ได้ทำประกันสุขภาพไว้ ก็หมดสิทธิ์รักษา
เช่น เรื่องจอห์น คิว ,, ฯลฯ

แบบว่า รุ้ซึ้งเรย ,, ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เน่าเฟะ เล่นพรรคเล่นพวก ขนาดไหน

แต่ไม่แน่ใจว่า คือคน ๆ เดียวกันอ่ะป่าว แต่เห็นหน้าแล้วบอกได้คำเดียวว่า คุ้น ๆ เหมือนจะเป็นคน คนเดียวกัน


PS.  มีแฟล 2 คน .... ไม่อุ่นใจเท่ามีแฟลคนเดียวหรอกคร๊ะ
Name : LitTle wHit3 raBbiTch < My.iD > [ IP : 58.8.100.91 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มีนาคม 2552 / 19:00
# 1 : ความคิดเห็นที่ 418
เคยอ่านเหมือนกัน Fahrenheit 451 ค่อนข้างแรงใช้ได้ทีเดียว...


แล้วก็เคยได้ข่าวว่ามัวร์บอกว่าข้อมูลที่เอามาทำหนัง  ก็ได้จากคนวงในของสหรัฐฯ นั่นแหละ

ไม่รู้ไหนจริงไหนเท็จน้อ...

PS.  ความรักที่ไม่อาจเพ่งมอง แต่จับต้องได้ด้วยหัวใจ ความรักที่ไม่อาจรู้ได้ แต่คอยเป็นกำลังใจเสมอมา ความรักที่ไร้รูปร่าง แต่แฝงพรางอยู่ในวิญญาณ์ ความรักที่ไร้ราคา แต่ทรงค่ายิ่งกว่าสิ่งใด
Name : atomic_no1 < My.iD > [ IP : 117.47.228.161 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2552 / 11:18
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android