คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 370 : 10 ฆาตกรต่อเนื่องฆ่าคนมากที่สุดในโลก


     อัพเดท 7 เม.ย. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,319 Overall : 2,762,901
22,181 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7217 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 370 : 10 ฆาตกรต่อเนื่องฆ่าคนมากที่สุดในโลก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11859 , โพส : 16 , Rating : 77% / 6 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



  

ถ้าจะอธิบายง่ายๆ คือฆาตกรต่อเนื่องคือคนร้ายที่ฆ่าคน 3 รายขึ้นไป และอันดับต่อไปนี้คือฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตที่ฆ่าคนมากที่สุดในโลก ที่จัดเรียงตามจำนวนเหยื่อที่ฆาตกร ต่อเนื่องฆ่าจากวิกีพีเดีย จากการสังเกตอันดับต่างๆ ส่วนมากเหยื่อที่ถูกฆ่ามากที่สุดจะเป็นเด็ก เพราะเด็กนั่นไร้ทางสู้ นอกเหนือจากนี้ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่สามารถทำให้ฆาตกรฆ่าคนจำนวนมากได้ เช่น สภาวะของประเทศ กฎหมาย ฐานะของเหยื่อ พื้นที่ก่อเหตุ ดังนั้นเรามาดูสิว่าสาเหตุใดที่ทำให้ฆาตกรเหล่านี้สามารถฆ่าคนได้มากกัน

ปล.แม้ว่าบางอันดับจะมีฆาตกรที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือถูกใส่ร้ายโดยประวัติศาสตร์ หรือไม่มีจำนวนยืนยันว่าเสียชีวิตกี่คนกันแน่ แต่กระนั้นเราขอจัดตามข้อมูลเฉพาะเบื้องหน้าไว้ ณ ที่นี้นะครับ และจำนวนเหยื่อเอามาจากวิกิพีเดีย(อีกแล้วครับท่าน)

 

10. Javed Iqbal

                 

                จาเว็ด อัคบอล (1956?-2001) เป็นฆาตกรต่อเนื่องจากละฮอร์ แคว้นปัญจาบ ประเทศปากีสถาน เขาอ้างว่าเขาได้ฆ่าเด็ก 100 คน(อาจมากกว่านั้น) อายุระหว่าง 6-12 ปี ในช่วงระยะเวลา 18 เดือน ก่อนที่จะถูกจับในเดือนมิถุนายนปี 1998 โดยการส่งจดหมายรับสารภาพไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและนักข่าวหนังสือพิมพ์ ที่น่าแปลกคือจากประวัติของเขาแล้วไม่น่าจะกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องได้เลย เขาเป็นลูกชายคนที่หกของนักธุรกิจ มีธุรกิจส่วนตัวทำเกี่ยวกับหลอมเหล็ก ซึ่งด้วยธุรกิจดังกล่าวทำให้เขาสามารถกำจัดร่างของเด็กได้อย่างง่ายดายด้วยการเอาร่างศพไปละลายในถังใส่กรดไฮโดรคลอริกและซัลฟูริก จากนั้นจึงนำไปทิ้งในแม่น้ำละแวกบ้าน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบเลือดจำนวนมากบนกำแพงและพื้น เขายังบอกว่าเขาชอบรัดคอเด็ก(แต่ไม่ข่มขืน) เด็กเป็นเหยื่อที่ล่าง่ายที่สุดในปากีสถาน ซึ่งเต็มไปด้วยเด็กขอทานตามท้องถนน ชีวิตของพวกเขาไร้ค่าราวกับขยะ ต่อให้เด็ก 100 คนหายตัว ถูกทรมานและสังหารอย่างเลือดเย็นก็ไม่มีใครสังเกตแม้แต่นิดเดียว นอกจากนี้เขายังมีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกคนแต่กระนั้นก็ชิงฆ่าตัวตายเสียก่อน จาเว็ดถูกพิพากษาประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ หากแต่ตามกฎหมายปากีสถานบอกว่าหากฆ่าคนด้วยวิธีการใดก็จะถูกประหารตามวิธีการนั้น โดยจาเว็ดจะต้องถูกรัดคอ และร่างกายต้องถูกหั่นเป็นชิ้นและใส่กรดเช่นเดียวกับเด็กที่เขาฆ่า อย่างไรก็ตามสุดท้ายเขากลับเสียชีวิตด้วยยาพิษคุกที่มีใครบางคนแอบลักลอบมาให้เขา


                9. Gilles de Rais

                  

กิลส์ เดอ เรยส์ (1404—1440) อดีตคนสนิทของ แจนน์ ดาร์ค (โจน ออฟ อาร์ค) เขาเป็นขุนนางที่เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะและกล้าหาญ เขาเกิดในครอบครัวที่มีชื่อเสียงมั่งคั่งในมณฑลฝรั่งเศส หลังจากแจนน์ ดาร์คก็ถูกทหารฝ่ายศัตรูจับ และถูกเผาทั้งเป็นในฐานะแม่มดเมื่อปี 1431 กิลส์ ก็เริ่มบ้า เขาเริ่มใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือยและหลงไหลในการเล่นแปรธาตุ เปลี่ยนโลหะเป็นทองคำ จนกระทั้งเขาไปรู้จักชายคนหนึ่งชื่อฟรานคอยส์ เปรลาติที่ บอกเขาว่าให้สังเวยเด็กเพื่อบูชาปีศาจที่ชื่อ บารอนจนเป็นเหตุทำให้เขาต้องกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่อง เขาจึงเริ่มทำการรวบรวมเด็กชายจากที่ต่างๆมาเพื่อเป็นเครื่องสังเวยให้กับปีศาจ เนื่องจากในเวลานั้นยังมีสงครามกันอย่างต่อเนื่อง ตามเมืองต่างๆจึงมีเด็กกำพร้าเร่ร่อนอยู่มากมาย หญิงชราและชายฉกรรจ์ซึ่งเป็นลูกน้องของกิลส์พาเด็กเหล่านี้มายังปราสาท ส่วนจำนวนเหยื่อที่กิลส์ฆ่านั้นไม่แน่นอน ว่ากันว่าพวกเขาได้พบศพเด็กมีการพบศพของเด็กจำนวนกว่า 80-200 ราย(อาจมากกว่านั้น) โดยพวกเขาจะถูกตัดคอเพื่อสังเวยเลือดแก่พิธี เด็กบางคนถูกตัดแขนตัดขาเป็นชิ้นๆ บางคนถูกฟาดหัวด้วยท่อนไม้ตอกตะปู บางคนถูกเฉือนเนื้อออกทีละน้อยในขณะที่มีชีวิต เด็กบางคนถูกผ่าท้องแล้วทึ้งไส้ออกมา จากคำสารภาพของกิลส์บอกว่าเขาได้ข่มขืนศพของเด็กที่เสียชีวิตแล้ว อีกทั้งยังสะสมศีรษะของเด็กหนุ่มจำนวนมาก และศีรษะที่หน้าตาดีจะถูกเรียงไว้เหนือเตาผิงเหมือนเป็นคอลเลคชั่นพิเศษ  และชิ้นส่วนที่เหลือเขาจะนำไปเผาหรือเอาไปทิ้งในถังส้วมซึมหรือที่คูเมือง ผลสุดท้าย กิลส์ถูกบังคับสารภาพด้วยการถูกทรมานและถูกตัดสินให้ประหารในข้อหาข้อหาประกอบพฤติกรรมนอกรีต สังหารเด็ก ทำสัญญาปีศาจ และกระทำตนขัดต่อหลักธรรมชาติ โทษคือแขวนคอและเผา ในวันที่ 26 ตุลาคม 1440 พร้อมกับคนสนิทสองคน

 

8. Miyuki Ishikawa

 

มิยูกิ อิชิคาวะ (1897-??)  เป็นพยาบาลผดุงครรภ์ญี่ปุ่นเชื่อกันว่าได้ทำการฆาตกรรมทารกจำนวนมาก กับผู้ช่วยและผู้สมคบคิดตลอด 1940 ที่ผ่านมา มีการประเมินเหยื่อของเธอ พบว่าเธออาจจะฆ่าทารกมากถึง 103-169 ราย(ไม่สามารถระบุจำนวนเหยื่อแน่นอนได้) แต่กระนั้นเธอได้รับการจัดอันดับว่า เธอเป็นฆาตกรหนึ่งเดียวที่ฆ่าคนเยอะที่สุดในประเทศญี่ปุ่น  ตามประวัติแล้วเธอสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในโตเกียว และก็แต่งงานกับ ทาเคชิ  อิชิคาวะ จากนั้นก็ทำงานเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคโตบุกิแถบโตเกียว และเป็นนางพยาบาลผดุงครรภ์ ก่อนที่จะกลายเป็นฆาตกรฆ่าทารกในปี 1940 ในช่วงเวลาดังกล่าวเศรษฐกิจของญี่ปุ่นกำลังตกต่ำเนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้มีทารกจำนวนมากมายถูกทอดทิ้งเพราะไม่เป็นที่ต้องการของครอบครัว อีกทั้งทางโรงพยาบาลก็ขาดแคลนเงินสนับสนุนและการหาคนรับเลี้ยงดูเด็ก จนเป็นเหตุทำให้เธอต้องฆ่าเด็กเพื่อลดค่าใช้จ่าย เธอฆ่าทารกในช่วงเมษายน 1944 -มกราคม 1948 นอกจากนี้เธอและสามียังมีพฤติกรรมน่ารังเกียจหาเงินแบบหน้าด้านด้วยการเรี่ยไรเงินจากผู้ปกครองเด็กที่ถูกฆ่า การคอรัปชั่นภายใน ปลอมแปลงใบมรณะบัตรปลอม การติดสินบนสำนักงานห้องคนไข้เพื่อปกปิดการกระทำที่น่ารังเกียจนี้ จนกระทั้งมีการจับกุมเธอในวันที่ 17มกราคม 1948 และมีการค้นพบซากเด็กทารกเหยื่อของอิชิคาวะมากมายหลายศพถูกทิ้งราวกับขยะไม่ปาน แต่เนื่องจากหลังฐานที่ได้มีไม่มากนัก  ทำให้โทษที่เธอได้รับถือว่าน้อยมากคือ จำคุก 8 ปีเท่านั้น ส่วนผู้เกี่ยวข้องติดคุกคนละ 4 ปี อย่างไรก็ตามเธอถูกจำคุกเพียง 4 ปีเท่านั้น และเมื่อออกจากคุกเธอก็ได้เปลี่ยนชื่อนามสกุลใหม่และไม่มีใครพบเห็นเธออีกเลย

 

7. Thug Behram

  

ธัก บีห์แรม (1764-1840) เป็นฆาตกรต่อเนื่องชาวอินเดีย และผู้นำลัทธินอกรีด “ธักกี” ที่นับถือเจ้าแม่กาลีเทพเจ้าแห่งการทำลายล้างของชาวฮินดู เป็นปางหนึ่งของพระอุมาเทวี มีกายสีดำสนิท มีลักษณะดุร้าย มี 10พระกร ถืออาวุธร้ายอยู่ในพระกรทั้งสิบนั้น แลบลิ้นยาวถึงทรวงอก ที่ริมฝีปากมีเลือดไหลหยดเป็นทางยาว เครื่องประดับเป็นหัวกะโหลก มีงูใหญ่ร้อยคาดองค์ดั่งสังวาล การบูชาพระแม่กาลี ต้องใช้เลือดบริสุทธิ์ ในอดีตมีการใช้หญิงพรหมจารีย์ไปบูชายัญด้วยเลือดจากลำคอ แต่เมื่ออังกฤษเข้าปกครองอินเดีย ได้สั่งห้ามการฆ่าคนเพื่อบูชายัญ ปัจจุบันนี้การบูชาพระแม่กาลีใช้เลือดแพะแทน)  โดยกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มโจรในอินเดียโบราณที่มีโครงสร้างเป็นองค์กรหรือลัทธิซึ่งมีพฤติกรรมโหดเหี้ยมมากและมุ่งเป้าไปที่คาราวานนักเดินทาง หากเดินทางยังสถานที่ห่างไกลผู้คนก็จงลงมือโจมตี และเมื่อปล้นทรัพย์สินได้เขาก็ฆ่าเหยื่อด้วยวิธีที่โปรดปรานในการจัดการกับนักเดินทางคือการใช้เชือกรัดคอด้วยผ้าที่คาดเอวจนตาย จนทำให้ทางการอังกฤษทนไม่ไหว(ตอนนั้นอินเดียตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ) จึงส่งกำลังมาปราบปรามกลุ่มนี้อย่างเด็ดขาดไร้ปรานีจนไม่เหลือหลอให้เป็นเสี้ยนหนามแผ่นดินตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 และสุดท้ายธักก็ถูกจับโดยทหารอังกฤษในปี 1840 ถูกตัดสินว่าได้ทำการฆาตกรรมไป 125-931 คน!! ระหว่างปี 1790 และ 1840 ผลคือเขาถูกตัดสินให้แขวนคอในที่สุด

 

6. Darya Saltykova

 

ดาเรีย ซอลโควา(1730-1801) เป็นผู้หญิงชั้นสูงในมอสโก ประเทศรัสเซียแต่พฤติกรรมของเธอไม่ชั้นสูงเลยสักนิด เบื้องหลังของเธอคือฆาตกรที่ทรมานและฆ่าคนมากกว่า 38-138 รายโดยเหยื่อเป็นเด็กและผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ จากประวัติของเธอบอกว่าเธอเป็นม่ายตั้งแต่อายุ 26 และการตายของสามีทำให้เธอครอบครองมรดกซึ่งเป็นที่ดินจำนวนมาก หลังจากนั้นก็มีข่าวมากมายว่าคนที่เข้าไปในบ้านของเธอไม่มีใครรอดกลับภายนอกอีกหลาย หลายคนพยายามร้องเรียนต่อทางการ แต่ถูกละเลยเนื่องจากดาเรียมีเส้นสายกับผู้มีอำนาจหลายคนในกระบวนยุติธรรม และเธอลอยนวลมาอย่างยาวนานจนกระทั้งถูกจับในปี 1762 เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนต่อจักรพรรดินีนาถแคทเธอรีนที่ 2 มหาราช ซึ่งจักรพรรดินีได้ตัดสินใจลงโทษเธอเพื่อให้ประชาชนได้ศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมของรัสเซียอีกครั้ง เธอถูกพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิตเนื่องจากรัสเซียพึ่งยกเลิกโทษประหารเมื่อปี 1754 นอกจากนี้เธอยังถูกลงโทษด้วยการถูกล่ามโซ่โชว์ตัวในกรุงมอสโกเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงพร้อมป้ายแขวนคอเธอว่า “ผู้หญิงคนนี้เป็นฆาตกรชอบทรมานและฆ่า” หลายคนสาปแช่งเธอ และชีวิตปั่นปลายของเธอถูกส่งจำคุกในชั้นใต้ดินของสำนักชีอีวานอฟสกี มอสโก และเสียชีวิตในปี 1801

 

5. Harold Shipman

 

ดอกเตอร์แฮโรลด์ ชิปแมน(1946-2004) เกิดในน็อตติงแฮม ประเทศอังกฤษ ในชนชั้นแรงงานนับถือนิกายกลุ่มคณะเมทอดิสต์  พ่อของเขามีอาชีพเป็นคนขับรถบรรทุกไม่ค่อยอยู่กับบ้านทำให้แชปแมนคุ้นเคยกับแม่ของเขามากกว่า หากแต่ในวันที่ 21 มิถุนายน 1963 แม่ของเขาก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อเธออายุ 43 ในวันที่เธอตายแชปแมนอยู่ตรงนั้นด้วย ซึ่งเขาไม่เคยลืมวันนั้นออกจากสมองของเขา ภาพของแม่ที่กำลังจะตายด้วยความสีหน้าเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน ภาพที่นายแพทย์ฉีดมอร์ฟีนเพื่อระงับความเจ็บปวดให้กับแม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีอิทธิพลอยากให้เขาเป็นหมอในอนาคต และกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องในที่สุด การฆ่าของชิปแมนนั้นเป็นระบบ โดยเขาทำท่าทีมาเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน ฉีดมอร์ฟีนในปริมาณสูงแก่ผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยตาย เขาก็วางใบมรณะบัตรระบุว่าผู้ป่วยของเขาตายเนื่องด้วยสาเหตุธรรมชาติ  เขาสามารถก่ออาชญากรรมอย่างลอยนวลหลายปี สามารถฆ่าผู้ป่วย 15-250 ราย(เชื่อว่ามีจำนวนมากกว่านั้น)อย่างไม่มีพิรุธจำผิดแม้แต่น้อย และเขาฆ่าหมดเหยื่อทุกรายโดยไม่สนว่าผู้ป่วยของเขาจะเป็นคนแบบไหน จนรวย มีอาการเจ็บปวดเล็กน้อย หรือเรื้อรังก็ตาม ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าด็อกเตอร์ชิปแมนนั้นสังหารเหยื่อตั้งแต่เมื่อไหร่ และเขาจะฆ่าเหยื่อเพื่ออะไร ในเมื่อเขาไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการก่ออาชญากรรมของเขา หากแต่สันนิษฐานว่าอาจเป็นที่นิสัยความหยิ่งผยอง บวกเหยื่อของเขาส่วนมากเป็นผู้หญิงสูงอายุ ชราอายุ 75 ปี แชปแมนอาจช้อนทับผู้ป่วยเหล่านี้เหมือนแม่ของเขา เขาชอบที่ผู้ป่วยมีสีหน้าทรมานเหมือนสีหน้าอันเจ็บปวดของแม่ของเขา ก่อนที่จะหยุดความทุกข์ทรมานเหล่านี้ด้วยการฉีดมอร์ฟีนก่อนที่จะตายอย่างสงบ จนในที่สุด ปี 2000 เขาก็ถูกจับหลังจากที่มีการพบพิรุธการตายของแคธรีน กรันดีเศรษฐีนีคนหนึ่งโดยเชื่อว่าเธอถูกฆาตกรรม และเมื่อทำการตรวจสอบก็พบว่าเป็นฝีมือด็อกเตอร์ชิปแมน แต่ที่น่าเหลือเชื่อก็คือแม้ว่าจะมีหลักฐานมากมายบ่บอกว่าด็อกเตอร์ชิปแมนมีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แต่เขายังคงความอ้างถึงความบริสุทธิ์ของเขาจนวาระสุดท้ายของชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายในคุก

 

4. Amelia Dyer

 

ในรัชสมัยพระราชาชินีวิกตอเรีย ได้มีอาชีพหนึ่งที่เรียกว่า “ฟาร์มเด็ก” เป็นอาชีพรับเลี้ยงเด็กนอกสมรสโดยให้มาอยู่กินด้วย โดยเจ้าของจะทำการดัดแปลงบ้านให้เหมาะแก่การรับเลี้ยงเด็ก และเก็บเงินค่าธรรมเนียมหรือค่ารับเลี้ยงจากลูกค้า โดยลูกค้าของสถานรับเลี้ยงเด็กนั้นมีอยู่หลายประเภท เช่น โสเภณีที่มีลูก หญิงยากจนเข็ญใจ ภรรยาที่ถูกทิ้ง ซึ่งหญิงพวกนี้เมื่อมีลูกจะไม่สามารถทำแท้งได้ เพราะการทำแท้งผิดกฎหมาย รวมไปถึงคลินิกทำแท้งก็มีน้อย ด้วยเหตุนี้ สถานรับเลี้ยงเด็กเล็ก จึงกลายเป็นธุรกิจทำเงินมหาศาล และเป็นธุรกิจที่มีการเจริญเติบโตอย่างมากและผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด ด้วยอัตราค่าบริการที่อังกฤษคิดเป็นจำนวน 10 ปอนด์ แบบเรียกเก็บทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่มากในสมัยนั้น และเขาจะเลี้ยงดูเด็กจนเติบโตให้อยู่วัยอันควรก็จะให้แม่เด็กพากลับบ้าน(ในระหว่างนั้นแม่เด็กสามารถมาเยี่ยมเป็นระยะๆ ได้ )ส่วนใหญ่แล้ว ธุรกิจดูแลเด็กในอังกฤษมักจะบริหารโดยสตรีที่ซื่อสัตย์ รวมทั้งมีผู้ช่วยพยาบาลพี่เลี้ยงเด็กที่รักและเมตตาเด็กอย่างแท้จริง ราวกับเป็นมารดาแท้ๆ ไม่ปาน แต่กระนั้นก็มีสถานเลี้ยงเด็กเล็กอีกจำนวนหนึ่งที่ไร้ยางอาย เห็นช่องว่างทำกำไรจากคราวเคราะห์ของผู้อื่ น เช่นไม่เอาใจใส่เด็ก แต่ซ้ำร้ายกว่ารั้นยังเปิดโอกาสให้คนจำพวกหนึ่งที่จะสร้างกำไรจากเด็ก โดยการฆาตกรรมเด็กที่ไม่มีทางสู้ เพื่อลดภาระการเลี้ยงดู และตักตวงผลกำไรมากที่สุด

อมีเลีย ไดเยอร์ (1838-1896) ชีวิตในวัยเด็กของเธอนั้นยากจน และมีอาการทางเจ็บป่วยทางจิต ทางชีวิตขึ้นๆ ลง จนกระทั้งเธอได้ทำอาชีพเป็นนักทำฟาร์มเด็กเนื่องจากแลเห็นกำไรจากการฆ่าทารกดังกล่าว เมื่อแม่เด็กฝากทารกไว้กับเธอ ทันทีที่เด็กอยู่ในมือของเธอ ชีวิตของเด็กนั้นชะตาขาดทันที เด็กอาจจบชีวิตในหนึ่งวันหรือสามวัน แล้วแต่ความสะดวกในการฆ่าของไดเยอร์ ส่วนวิธีการฆ่าไดเยอร์มักจะใช้ผ้าเทปสีขาวรัดคอเด็ก และห่อศพด้วยกระดาษหรือไม่ก็ถุง ก่อนที่จะนำไปถ่วงน้ำแม่น้ำเทมส์ ในเขตรีดดิ้ง จนกระทั้งมีคนทำศพทารกในแม่น้ำหลายศพ และจากการตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ก็นำไปสู่ตัวไดเยอร์ทั้งสิ้น ส่งผลทำให้เธอถูกจับกุมในที่สุด จากการตรวจสอบค้นบ้านของเธอ  ในบ้านพบจดหมายฉบับใหม่ๆ จากแม่ใจแตกจำนวนมาก รวมทั้งเสื้อผ้าของเด็กที่กองเป็นภูเขาเลากา แสดงให้เห็นว่าในบ้านของเธอน่าจะเต็มไปด้วยทารกที่แม่เด็กฝากให้เลี้ยงมากมาย แต่ในบ้านไม่พบเด็กสักคนทำให้เชื่อว่าเด็กถูกฆ่าหมด เมื่อสอบสวนเพิ่มเติมพบว่าไดเยอร์ไดเยอร์เป็นคนชอบโฆษณารับเลี้ยงเด็ก โดยเก็บค่าธรรมเนียมกับค่าเสื้อผ้าล่วงหน้า เธอสามารถจูงใจให้คนอื่นได้เห็นว่าเธอเป็นคนรับผิดชอบ รวมไปทั้งการโอ้อวดเรื่องความปลอดภัยและความรักที่มีให้แก่เด็กๆแม่เด็กส่วนมากเชื่อคำโฆษณาของเธอ เลยพาลูกของตนมาให้ไดเยอร์เลี้ยงโดยหารู้ไม่ว่าเด็กเหล่านั้นซะตากรรมต่อมาจะเป็นอย่างไร วิธีของเธอมันช่างง่าย แต่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังลอยนวลหลายปี เพราะไม่มีใครสนใจ แม่เด็กไม่สนอยู่แล้วลูกของเธอจะเป็นอย่างไร จ่ายเงินแล้วหนีไปเลย หรือไม่ก็โกหกแม่ที่มาเยี่ยมว่าลูกชายของเธอป่วยตายตามธรรมชาติ หรือย้ายไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กที่อื่น เธอทำแบบนี้ ฆ่าเด็กไปเรื่อย หลายปี ก่อนที่จะโดนจับ จากการวิเคราะห์เชื่อว่าเธอน่าจะฆ่าทารก 200 ราย(มากกว่านั้น) ทำให้เธอถูกจารึกว่าเป็นฆาตกรฆ่าทารกมากที่สุดในโลก สุดท้ายเธอก็ได้รับโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในที่สุด

 

3. Elizabeth Bathory

              

เอลิซาเบธ บาโธรี่ เป็นภรรยาของขุนนางในฮังการี ตระกูลบาโธรี่ เธอได้รับฉายาว่า สาวเลือดแห่งเซติซ อันเนื่องจากพฤติกรรม และความโหดเหี้ยมที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ว่าเธอได้ร่วมมือกับคนรับใช้ทั้งสี่ ฆ่าหญิงสาวจำนวนมากกว่า 80-650 ราย (อาจมากกว่านั้น)ด้วยเหตุผลคือ หากได้อาบเลือดของหญิงสาวพรหมจารีแล้ว จะทำให้รักษาความอ่อนเยาว์ของตนได้ ตลอดไป  โดยเธอนำตัวเหยื่อมาฆ่าที่ปราสาทเซติซ (ตั้งอยู่ในประเทศสโลวาเกียซึ่งในอดีต ป็นส่วนหนึ่งราชอาณาจักรฮังการี) ด้วยวิธีที่หลากหลายเพื่อรีดเลือดเหยื่อไหลมากที่สุด เธอทำเช่นนี้มานานหลายปี กษัตริย์แมทเทียสที่ 2 ได้ทราบข่าวลือว่า หลายปีมานี้ มีเด็กผู้หญิงชาวไร่ชาวนาหายไปในเขตการปกครองของพระองค์ จนต้องออกมาทำการ ตรวจค้นที่ปราสาทของเธอ และจนได้พบศพของเด็กหญิงที่ตายอย่างโหดร้ายสุดจะบรรยาย เช่น ร่างพรุนด้วยเข็ม ศพไหม้ หรือศพโดนตัดแขนหรือขาหรือส่วนสำคัญของร่างกายออก บางศพมีการบิดเนื้อบิดหน้าแขน และส่วนเกี่ยวกับร่างกายอื่นๆ และทำให้อดอาหารตาย โดยเหยื่อทั้งหมดถูกคำนวณไว้เกินกว่าร้อยศพ แต่เนื่องจากสถานะเกี่ยวกับสังคมของเธอ เอลิซาเบธ บาโธรี่ จึงไม่ถูกประหาร แต่ให้ขังตลอดชีวิตในห้องขังเดี่ยวๆ ใต้หอคอยแทน จนกระทั้งขาดใจตายในที่สุด 

แต่ปัจจุบันหลายๆ ฝ่ายพยายามศึกษาประวัติศาสตร์ว่าเรื่องจริงของอลิซาเบธเป็นอย่างไร กันแน่ เพราะว่าจากหลักฐานประวัติศาสตร์ที่ออกมานั้น ได้ขัดแย้งกับตำนานที่เรารู้จัก ชนิดเรียกว่าคนละเรื่อง ใช่ เธอเป็นผู้หญิงฆาตกรโรคจิตแน่นอน ประวัติของเธอเป็นบ้าจริง และนับถือลัทธินอกรีต เป็นผลทำให้คริสตจักรไม่ชอบขี้หน้าเธอเท่าไหร่ ที่แน่ๆ โดยตำนานของอลิซาเบธนั้นปรากฏครั้งแรกใน ปี 1729 จากหนังสือของสมาชิกนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าทางโบสถ์คาทอลิกนำเรื่องของเธอมาแต่งเป็น นิทานเพื่อช่วยให้ลัทธิของพวกเขามีความเชื่อถือในเรื่องพระเจ้ากับซาตาน นอกจากนี้คนที่ทำการจับกุมคือกษัตริย์แมทเทียสที่ 2 ซึ่งประวัติได้ระบุว่าเขาเป็นลูกหนี้ ของอลิซาเบธที่ยืมเงินเธอไปรบในสงครามมากมายแล้วไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ เขาจึงใส่ร้าย อลิซาเบธซึ่งตามกฎหมายยุโรปกลางระบุว่า หากเจ้าหนี้ติดคุกถือว่าเรื่องหนี้สินที่แล้วมันต้อง มีอันยกเลิกไป อย่างไรก็ตามตำนานของเคาส์เตสผู้สูงศักดิ์ ที่ชอบเลือดของหญิงสาวพรหมจารีเพื่อรักษาความอ่อนเยาว์นั้นถูกนำไปสร้างเป็นตำนาน บทใหม่ในฐานะแวมไพร์หญิงที่หลายคนรู้จักกันทั่วโลกปัจจุบันเรื่องราวของอลิซาเบธ ถูกนำไปสร้างภาพยนตร์หลายเรื่อง ส่วนเว็บข้างล่างคือผลวิจัยล่าสุดของอลิซาเบธ ในหัวข้อ เธอถูกใส่ร้ายว่าเป็นสาวกระหายเลือด

 

2. Pedro Lopez

                 

        เปโดร อลองโซ โลเปซ (1948-??) ฉายา สัตว์ประหลาดแห่งเทือกเขาแอนดีส เป็นฆาตกรต่อเนื่องชาวโคลัมเบีย  ที่หลายคนเชื่อว่าเขาได้ข่มขืนและฆ่าเด็กสาวและเด็กชายจำนวน 110-310 ราย(ความจริงอาจมากกว่านั้น) ทั่วทวีปอเมริกาใต้ คือ โคลัมเบีย, เอกวาเดอร์และเปรู  ในช่วงระหว่าง 1969-1980 ก่อนที่จะถูกจับกุมเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 1980  โดยเหยื่อส่วนใหญ่ของเขามักจะเป็นเด็กสาวที่อยู่ตัวคนเดียวในท้องถนน ส่วนใหญ่มักเด็กหญิงเชื้อสายอินเดียแดงเผ่าต่างๆ เพราะเผ่าที่สังคมไม่ค่อยสนใจอยู่แล้วอีกทั้งยังง่ายต่อการหลอกลวงนำไปฆ่า โดยวิธีฆ่าที่เขามักทำประจำกับเหยื่อก็คือข่มขืนและจบด้วยการรัดคอเหยื่อ ในขณะที่รัดคอนั้นเขาจะจ้องมองตาของเหยื่อนานหลายชั่วโมง ก่อนที่จะฝังร่างเหยื่อนั้นในหลุมที่เขาขุดเอาเองก่อนที่จะกลบทำลายหลักฐาน

หลังจากที่เปโดรถูกจับเขารับสารภาพสาเหตุที่เขากลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องว่า ผมเสียความบริสุทธิ์ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ผมกลัวผู้หญิง ผมต้องตัดสินใจที่จะแก้แค้นสิ่งที่ผมเคยโดนมาอดีต คือจะข่มขืนเด็กผู้หญิงเหมือนที่ผมเคยโดน และต้องทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ในปี 1983 เขาได้รับสารภาพลงมือสังหารหญิงสาว 110 คนในเอกวาดอร์เพียงผู้เดียว นอกจากนี้เขายังสารภาพอีกว่าเขายังสังหารคนอีก 240 รายในประเทศเพื่อนบ้านในเปรูและโคลัมเบีย  ผมชอบผู้หญิงในเอกวาดอร์โปโดรบอกตำรวจ พวกเธอไร้เดียงสาและอ่อนโยน ไว้เนื้อเชื่อใจง่าย และบริสุทธิ์ ไม่เหมือนเด็กหญิงโคลัมเบีย”

เรื่องราวที่เหลือเชื่อของโปโดรยังไม่จบแต่เพียงเท่านั้น เพราะประเทศเอกวาดอร์ไม่มีโทษประหารชีวิตดังนั้น เปโดรจึงได้โทษสูงสุดของประเทศจำคุกตลอดชีวิต แต่เขากลับปล่อยตัวออกจากคุกเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 1994 (เขาถูกจับกุมวันที่ 1980) โดยทางการเอกวาเดอร์ไม่ส่งตัวไปลงโทษต่อยังโคลัมเบียและเปรูเนื่องจากทั้งสามประเทศไม่มีการตกลงกันในเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดน ต่อมาโปโดรถูกจับกุมอีกครั้งในฐานเข้าเมืองผิดกฎหมายแล้วส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจโคลัมเบียเพื่อจำคุกอีกยี่สิบปีฐานฆาตกรรม แต่เขาถูกตรวจสภาพจิตแล้วพบว่าเขาเป็นคนบ้าและถูกส่งไปยังจิตเวชในโรงพยาบาล ในปี ค.ศ. 1998 และถูกปล่อยตัวเป็นอิสระในปี 1999 หลังจากนั้นไม่มีใครใครพบเห็นตัวเขาอีกเลย ครอบครัวของเหยื่อพากันตั้งรางวัลกว่า 250,000 ดอลลาร์ให้กับใครก็ได้ที่จับโปโดร แต่จนบัดนี้เขาก็ไม่ถูกจับ เชื่อว่าเขาอาจจะถูกฆ่าตายโดยนายพรานหรืออาจถูกฆ่าโดยญาติผู้ตายที่โกรธแค้น และจนบัดนี้ชื่อและเรื่องราว สัตว์ประหลาดแห่งเทือกเขาแอนดีส ของโปโดรยังคงอยู่ความทรงจำของชาวเอกวาดอร์ โคลัมเบีย และเปรูอย่างไม่เสื่อมคลาย

 

1. Luis Garavito

  

หลุยส์ อัลเบอร์โต้ การาวิโต้ อาจไม่ดังเท่าเปโดร อลองโซ โลเปซ แต่กระนั้นเขาก็ได้รับขนานนามว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนมากที่สุดในโลก เขาถือกำเนิดขึ้นมาในเขตควินดิโอของประเทศโคลัมเบีย เมื่อวันที่ 25 มกราคม 1957 และเป็นพี่ชายคนในลูก 7 คน ในครอบครัวยากจน ชีวิตตอนเด็กเขาต้องทนทุกข์จากการทรมานการรองรับความรุนแรงของพ่อและเมื่ออายุ 19 ปี นั้นเองที่หลุยส์ถูกครอบครัวข้างบ้านทำการข่มขืนอย่างทารุณ (เป็นเรื่องธรรมดาของประเทศแถบเมริกาใต้)   และนั้นเอง หลุยส์ อัลเบอร์โต้ การาวิโต้ก็เริ่มทำการข่มขืนและฆ่าเด็กผู้ชายในเขตควินดิโอ ไปมากมายถึง 138-400 รายด้วยกัน (ความจริงมากกว่านั้น) เขาถูกจับเมื่อวันที่ 22 เมษายน 1999 และถูกตั้งฉายาว่า “อสูรกายแห่งไร่อ้อย" อันเนื่องจากพฤติกรรมที่ชอบฆ่า ข่มขืน และทรมานเหยื่อที่เป็นเด็กชายทั้งหลายในไร่อ้อยกันทั้งสิ้น โดยหลุยส์จะหลอกเด็กชายมาครั้งละคน จากนั้นก็มัดมือไพล่หลังด้วยเชือกที่เตรียมมาพร้อม และแล้วลีลาการทมานก็จะเริ่มต้นขึ้นด้วยการใช้บุหรี่ที่ติดไฟแดงวาบๆ นั้นจี้ไปตามเนื้อตัวของเหยื่อ และถ้าเด็กยิ่งร้องเขาก็ยิ่งสะใจ และจะจี้บุหรี่ตามจุดเนื้ออ่อนๆอย่างมีความสุข เขาไม่ลืมที่จะถือมีดแหลมอยู่ในมืออยู่ด้วย บ่อยครั้งที่เขาบันเทิงอารมณ์กับการจี้บุหรี่ที่ตัวเหยื่อ จนควบคุมตัวเองไม่ได้ถึงกับจ้วงมีดแทงร่างเหยื่ออย่างไม่ยั้ง และถ้าเหยื่อยังมีแรงดิ้นรน หรือขยับปากด่าทอเขาก็จะยิ่งมีความสุขและคลั่งมากยิ่งขึ้นรวมทั้งจะแทงเหยื่อด้วยมีดที่เตรียมมาจนเหยื่อแทบขาดใจตาย บ่อยครั้งที่เขาจะบังคับให้เหยื่อเผยอปากจูบเขา และเขาก็จะข่มขืนเหยื่อทั้งๆที่เลือดเหยื่อท่วมตัวอย่างเมามัน หลังจากที่หลุยส์อิ่มเอมกับการสังหารและข่มขืนเหยื่อแล้วเขาก็จะใช้มีดคมตัดคอหอยเหยื่อจนขาด เลาะส่วนหัวของเหยื่อออกจากตัว และสิ่งที่ผู้คนสะอิดสะเอียนเมื่อรับรู้เรื่องนี้ในภายหลังก็คือหลุยส์ จะตัดอวัยวะเพศของเหยื่อออกมาด้วยแล้วก็จับมันสอดใส่ไว้ในปากของเหยื่อหัวขาดนั้นอย่างน่าสมเพชที่สุด เสียงร้องโหยหวนของเหยื่อก่อนขาดใจตายนั้นไม่ค่อยเป็นที่สนอกสนใจของผู้คนในละแวกที่เกิดเหตุมากมายนักเพราะผู้คนต่างก็ชินชากับสงครามกลางเมืองในโคลัมเบีย ที่ยืดเยื้อมานานแสนนาน ดังนั้นเสียงปืน เสียงร้องโหยหวน และการหายตัวไปของเด็กๆ เร่ร่อน ก็แทบไม่แตกต่างจากชีวิตประจำวันของพวกเขานัก ยิ่งเปิดฉากสังหาร ข่มขืน และทรมานกันในดงไร่อ้อย ด้วยแล้วยิ่งยากต่อการจะเข้าไปตรวจสอบ จึงไม่แปลกที่เหยื่อของหลุยส์มากมายนั้นต่างก็นอนตายอยู่ในดงอ้อย กระจัดกระจายไปทั่วเขตควินดิโอเนิ่นนานหลายปี

ปัจจุบันหลุยส์อายุ 44 ปี ถูกขังเดี่ยวอยู่ในคุกที่ควินดิโอ และทางคุกต้องควบคุมดูแลเขาอย่างเข้มงวดเพราะกลัวว่าเขาจะฆ่าตัวตายหนีคดี ดังนั้นจึงต้องตั้งกล้องทีวีวงจรปิดไว้ในห้องขังที่เขาอยู่ตลอดเวลา เพื่อเอาไว้ดูพฤติกรรมต่างๆของเขา  โทษสูงสุดของโคลัมเบียนั้นมีแค่ระดับจำคุกตลอดชีวิต ไม่มีการประหาร ดังนั้น หลุยส์จึงยังคงเป็นนักโทษและฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนมากที่สุด และติดคุกยาวนานที่สุดถึง 1853 ปี  อย่างไรก็ตามเขายังกล่าวอย่างไม่สะท้านว่า "ถ้าผมออกมาจากคุกได้ ผมก็คงต้องฆ่าเด็กๆอยู่ดี ผมไม่อาจหยุดยั้งตัวเองได้"

 

 

อ้างอิงจาก

http://listverse.com/2011/08/26/top-10-prolific-serial-killers/

ข้อมูลเพิ่มเติมจากวิกิพีเดีย

 + +

 


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 370 : 10 ฆาตกรต่อเนื่องฆ่าคนมากที่สุดในโลก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11859 , โพส : 16 , Rating : 77% / 6 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 16 : ความคิดเห็นที่ 21153
ใจคอทำด้วยอะไรน้อ.........<< บาคาร่าออนไลน์ >>
Name : vava [ IP : 107.6.113.82 ]

วันที่: 29 มิถุนายน 2558 / 09:11
# 15 : ความคิดเห็นที่ 21152
โหดมากๆเลยงะ..........................<< บาคาร่าออนไลน์ >>
Name : วาโย [ IP : 107.6.113.82 ]

วันที่: 29 มิถุนายน 2558 / 09:08
# 14 : ความคิดเห็นที่ 20116
นึกว่าจะมีแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ ('w')
PS.  เม็มมะน่ารักที่สุดในโลกกกกก >_<b
Name : Spring season ☁︎ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Spring season ☁︎ [ IP : 58.11.145.164 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2557 / 10:17
# 13 : ความคิดเห็นที่ 17083
อังคุลีมานล่ะ. หายไปหนายยยย 999 คนอยุ่นะเลขดีด้วย
Name : Sixking [ IP : 113.53.194.83 ]

วันที่: 5 พฤศจิกายน 2555 / 00:48
# 12 : ความคิดเห็นที่ 15952
เจ๊ บาโธรี่ ก้ติดวุ้ย >.
Name : icejung [ IP : 182.53.224.3 ]

วันที่: 10 มิถุนายน 2555 / 09:35
# 11 : ความคิดเห็นที่ 15609
แล้วซีอุยอ่ะ  ซีอุยก็ฆ่าเด็กนะ
Name : สาวหมวกแดง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สาวหมวกแดง [ IP : 125.25.224.245 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤษภาคม 2555 / 02:14
# 10 : ความคิดเห็นที่ 14480
อันดับ 1 นี่มัน... =[ ]=

PS.  พีช พีช พีช!! ><
Name : Luckystar ★ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Luckystar ★ [ IP : 110.77.216.123 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มกราคม 2555 / 09:50
# 9 : ความคิดเห็นที่ 14197
เหมือนอันสุดท้ายนี่จะ yaoi.สายsm นะ แต่ก็โหดจิงๆ yaoi guro!!!
PS.  อ้าว?? เธอไม่ได้คิดเหมือนกันหรอกเหรอ??
Name : zabakuno gaara < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ zabakuno gaara [ IP : 110.49.248.78 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 ธันวาคม 2554 / 15:12
# 8 : ความคิดเห็นที่ 12902

อ๊า ส่วนมากมีแต่คนโรคจิตนิ เพราะคนธรรมดาคงไม่ทำหรอก เนอะ *^^*


PS.  ~ความซาดิสม์ไม่เข้าใครออกใคร~
Name : ~PrincessNaki~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~PrincessNaki~ [ IP : 180.180.222.133 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กันยายน 2554 / 14:38
# 7 : ความคิดเห็นที่ 12757
 อือหือ...อันดับหนึ่งน่ากลัวไปไหน -____-;;
PS.  &Only look at me
Name : I'm Blue < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ I'm Blue [ IP : 125.27.10.121 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 กันยายน 2554 / 11:58
# 6 : ความคิดเห็นที่ 12739
ไม่กล้าอ่านหมด , ดูแค่กี่รายก้อเสียวแล้ว -*-
PS.  ถ้าข้อมูลคุณไม่เพียงพอ สมมติฐานที่ตั้ง มันก็ผิดตั้งแต่แรกแล้วล่ะ : Sherlock Holmes
Name : AFODi_T ;')) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AFODi_T ;')) [ IP : 223.207.99.48 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กันยายน 2554 / 17:07
# 5 : ความคิดเห็นที่ 12681
โหดเกินไปแล้วน้ะ ! 
PS.  เป็นพี่น้องกับฮิบาริ เป็นญาติกับสึนะโยชิ เป็นหลานของมุคุโร่ เป็นรุ่นพี่ของแรมโบ้ เป็นรุ่นน้องของยามาโมโตะกับพี่เรียวเฮ และสุดท้าย...เป็นกิ๊กของโกคุเทระ =_= O_O!! เฮ้ยยยย =()=!!! / โดนโกคุถีบ
Name : ★Bellbari` | Hello {.} < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ★Bellbari` | Hello {.} [ IP : 124.121.72.64 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 สิงหาคม 2554 / 19:34
# 4 : ความคิดเห็นที่ 12677
นังอันดับ 4 โหดร้าย TT

PS.  จะทำอะไรก็รีบทำ อย่าให้เสียเวลาแม้แต่เสี้ยววินาที
Name : Big_Love < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Big_Love [ IP : 115.87.243.6 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2554 / 22:01
# 3 : ความคิดเห็นที่ 12676
อันดับ 7 น่ากลัว !! =[]=
Name : KagamiAlice [ IP : 183.89.161.41 ]

วันที่: 29 สิงหาคม 2554 / 14:54
# 2 : ความคิดเห็นที่ 12672
เยอะเกิ๊น! ใจคอทำด้วยอะไรเนี่ย
PS.  สึนะก็ดูดี มุคุโร่ก็หล่อล่ำ ฮิบาริก็น่าหม่ำ เฮ้ออยากได้เป็ยสามีจังเลย
Name : LikeCartoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LikeCartoon [ IP : 110.49.249.122 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2554 / 00:38
# 1 : ความคิดเห็นที่ 12671
 แต่ละอันดับ ใจคอนี่...
PS.  จะหลอกตัวเองได้นานสักแค่ไหน นิทราที่หอมหวานก็ไม่มีวันหวนคืน
Name : sillfai < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sillfai [ IP : 58.9.76.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 สิงหาคม 2554 / 21:58
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android