คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 363 : 10 ปริศนาหายสาบสูญน่ากลัวของโลก


     อัพเดท 7 เม.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,201 Overall : 2,739,086
22,175 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7172 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 363 : 10 ปริศนาหายสาบสูญน่ากลัวของโลก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 22955 , โพส : 37 , Rating : 79% / 15 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

                บนโลกของเรานั้นมีเรื่องราวปริศนามากมาย บางอันก็น่าพิศวง บางอันก็น่ากลัว น่าสยดสยอง ลึกลับ โดยเฉพาะเรื่องราวการหายตัวนั้นเป็นปริศนาที่น่ากลัวที่สุดของโลกเรามาช้านาน ตั้งแต่อดีตและปัจจุบันมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นมากมาย และ และนี่คือ 10 ปริศนาของโลกน่ากลัวของโลกที่หลายคนไม่ค่อยรู้จักกัน

 

10. The Flannan Isles lighthouse keepers

                 

หนึ่งในกรณีของการหายสาปสูญที่น่าพิศวงก็คือกรณีเหตุเกิดที่เกาะฟรานแนน  ซึ่งเป็นเกาะเล็กแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากสกอตแลนด์ประมาณ 20 ไมล์  โดยเกาะแห่งนี้มีสิ่งก่อสร้างที่เป็นจุดเด่นก็คือประภาคารสูงกว่า 23 เมตร ที่สร้างขึ้นระหว่าง 1895 และ 1899 และสถานที่แห่งนี้เองได้เกิดเรื่องลึกลับขึ้น ในวันที่ 15 ธันวาคม 1900 เมื่อเรือกลไฟที่ผ่านเกาะแห่งนี้ในสภาพอากาศเลวร้ายได้สังเกตว่าแสงไฟจากประภาคารไม่ได้ส่องนำทางให้แก่เรือของพวกเขา ทั้งที่ในประภาคารเวลานั้นมีเจ้าหน้าที่ประภาคาร สามคนผลักเปลี่ยนเวรอยู่ แต่เนื่องด้วยตอนนั้นสภาพอากาศเลวร้ายทำให้พวกเขาไม่ได้ขึ้นไปตรวจสอบ จนกระทั้งวันต่อมาเมื่อมีตรวจสอบประภาคารก็พบว่าสามยามได้หายตัวไปอย่างลึกลับ โดยทิ้งหน้าที่พวกเขาเอาไว้ ที่น่าลึกลับก็คือประตูทางเข้าประภาคารได้ถูกปิดลง นาฬิกาหยุด เตียงถูกทำลาย เครื่องครัวของทุกคนสะอาดแสดงว่าเขาน่าจะหายไปหลังอาหารค่ำ แม้หลายฝ่ายจะมีการค้นหาสามยามดังกล่าวจากหน้าผาหรือในน้ำแต่ก็ล้มเหลว หลายคนเชื่อว่าสามคนที่หายไปนั้นเกิดจากพายุจากสภาพอากาศที่เลวร้าย หรือจากปรากฏการณ์ลึกลับเหนือธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว งูทะเลยักษ์คาบไปกิน หรือไม่ก็ทั้งสามถูกลักพาตัวโดยสายลับต่างชาติ และด้วยเหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นแรงบันดาลใจแก่โอปาร่า “The Lighthouse

 

9. Katz II

  

ในปี 2007 มีการพบ เรือยอชท์ แคทซ์ II ยาว 9.8 เมตร ถูกทิ้งนอกชายฝั่งของรัฐควีนส์แลนด์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลียในเดือนเมษายน เรือยอร์ชดังกล่าวได้ออกจากหาดแอร์ลีบิซเมื่อวันอาทิตย์ 15 เมษายน แล่นไปประมาณ 80 ไมล์ทะเล(150กิโลเมตร) ก่อนที่จะหยุดแถวปะการังเกรท แบริเออร์ รีฟ (แนวปะการังใหญ่) และถูกพบโดยเจ้าหน้าที่ทางทะเล เมื่อพวกเขาสำเร็จเรือก็พบว่าคนบนเรือสามคนหายไปหมด ในขณะที่เสื้อชูชีพและอุปกรณ์ช่วยรอดชีวิตอยู่ในเรือ อีกทั้งเครื่องยนต์ยังทำงานเป็นปกติ(เสียหายไปบ้างแต่ไม่ถึงขั้นรุนแรง) วิทยุสื่อสารก็ปกติ  ทิ้งงานค้างเอาไว้ และอาหารยังอยู่บนโต๊ะ ราวกับว่าลูกเรือหายไปอย่างทันทีทันใด จากการค้นหาลูกเรือทั้งสามก็ล้มเหลว ที่น่าพิศวงก็คือที่รอบๆ พื้นที่ดังกล่าวไม่มีเรือหรือแพลำไหนเลยลอยอยู่  ส่วนรูปถ่ายวีดีโอตอนที่มีลูกเรืออยู่ก่อนที่จะหายตัวไป จากการตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด จากเหตุการณ์ดังกล่าวหลายคนเปรียบเทียบว่าเหมือนเหตุการณ์คนหายในเรือแมรี่เซเลสเต้ เลยทีเดียว ส่วนคำอธิบายของสาเหตุดังกล่าวก็มีหลากหลาย เช่นเรืออาจเจอสภาพอากาศเลวร้ายฉับพลัน ถูกคลื่นประหลาดพัด ถูกพายุโฉบ ฯลฯ

 

8. Pilot Felix Moncla Lost Chasing UFO

  

การหายสาบสูญที่น่าพิศวงหลายกรณีนั้น มักมีเรื่องเหนือธรรมชาติเกี่ยวข้องอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องของมนุษย์ต่างดาว อย่างเรื่องกรณีของเฟลิกซ์ นักบินที่ไล่ตามวัตถุบินลึกลับก่อนที่จะหายสาบสูญไปอย่างไม่มีวันกลับ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อตอนเย็นของวันที่ 23 พฤศจิกายน 1953 สถานีป้องกันทางอากาศของสหรัฐได้พบเรดาร์ว่ามีวัตถุไร้ที่มาที่ซูล็อกใกล้ทะเลสาบสุพีเรีย มิชิแกน ใกล้กับชายแดนสหรัฐและแคนาดา พวกเขาเลยส่งเครื่องบิน F-89 Scorpion ที่ควบคุมโดยมีคนขับคือเฟลิกซ์ ส่วนโรเบิร์ตเป็นคนปฏิบัติการจอเรดาห์

เครื่องบินออกจากฐานทัพอากาศคินรอสและพยายามตามรอยเป้าหมายลึกลับบนเรดาร์นั้น โดยวัตถุลึกลับดังกล่าวบิน ด้วยความสูง 8000 ฟุตจากพื้นดิน ระหว่างนั้นสัญญาการสื่อสารมีปัญหาเล็กน้อย โดยเครื่องบินของเฟลิกซ์บินด้วยความเร็วประมาณ 500 ไมล์ต่อชั่วโมงจนไปถึงเป้าหมายลึกลับในที่สุด ต่อมาก็เกิดเรื่องลึกลับขึ้นเมื่อภาพจอเรดาห์ปรากฏว่าเครื่องบินได้รวมตัวเป็นหนึ่งตัวกับวัตถุลึกลับนั้น(เชื่อกันเครื่องบินอยู่ใกล้เป้าหมายมากจนเกือบเชื่อว่าเครื่องบินถูกชน) และหลังจากนั้นสัญญาณเครื่องบนและวัตถุลึกลับก็ได้หายไป แม้ว่าจะมีพยายามติดต่อตัวนักบินทางวิทยุก็ไม่สำเร็จ  จากนั้นก็มีการค้นหาและกู้ภัยแต่ก็ไม่พบร่องรอยซากเครื่องบินหรือตัวนักบินเลย ซึ่งต่อมาหลายฝ่ายได้ขนานนามเหตุการณ์นี้ว่า เหตุการณ์คินรอส

หลังจากนั้นก็มีแถลงการณ์จากกองทัพอากาศ โดยตอนแรกเชื่อว่านักบินเกิดอากาศวิงเวียนศีรษะจนเกิดอุบัติเหตุในทะเลสาบ หรือไม่ก็เกิดแรงระเบิด  หากแต่หลายคนไม่เชื่อเพราะไม่มีการพบซากเครื่องบิน และเชื่อว่าเป็นฝีมือของจานบิน ล่าสุดบริษัทเรือดำน้ำของมิชิแกนได้ออกมายืนยันว่าพวกเขาได้พบซากเครื่องบินและยูเอฟโอ หากแต่การค้นหานี้ได้ถูกระงับและออกมาแถลงการณ์ว่าเป็นเรื่องหลอกลวง

 

7. Frederick Valentich’s Disappearance

  

 เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 1978 ในขณะที่เฟรเดอริก วาเลนติชนำเครื่องบินส่วนตัว Cessna 182 ขึ้นบินจากกรุงเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย มุ่งหน้าไปยังเกาะคิงไอแลนด์ ขณะที่บินอยู่เหนือมหาสมุทร เขาแจ้งไปยังหอบังคับการการบินว่ามีเครื่องบินลำอื่นเคลื่อนที่อยู่ในระดับ ความสูงเดียวกับเขา หากแต่หอบังคับการบินแจ้งกลับไปว่าไม่มีเครื่องบินลำอื่นบินอยู่ในระดับความสูงนั้น แต่เฟรเดอริกยังยืนยันว่ามันบินอยู่ห่างจากเขาไปแค่ 300 เมตรเท่านั้น แต่รูปร่างมันไม่เหมือนเครื่องบินชนิดใดที่เขาเคยเห็นมาก่อน มันมีลำตัวยาวมากและเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมาก

30 วินาทีต่อมา เฟรเดอริกรายงานว่า เครื่องบินประหลาดบินเคลื่อนตัวมาประชิดกับเขา มันมีลักษณะเป็นโลหะมันวาว มีไฟสีเขียวบนลำตัว จู่ๆมันก็บินหายไปจากสายตา การติดต่อขาดหายไปเป็นเวลา 28 วินาที ต่อมาเฟรเดอริกรายงานอีกครั้งว่าเครื่องบินลึกลับลินกลับมาประชิดเขาอีกครั้ง และเขาได้พูดประโยคหนึ่งที่ยังคงลึกลับจนถึงปัจจุบันว่า มันกำลังลอยตัว มันไม่ใช่เครื่องบินเฟรเดอริกเงียบเสียงไป แต่เสียงบรรยากาศแวดล้อมบ่งบอกว่าเครื่องส่งวิทยุยังคงทำงานอยู่ เสียงคล้ายโลหะขัดสีกันดังอยู่นาน 17 วินาที และมันคือเสียงสุดท้ายที่หอบังคับการบินได้บันทึกเอาไว้ เฟรเดอริกไม่ได้ติดต่อกลับมาอีก เขาไม่ได้นำเครื่องลงจอดที่เกาะคิงไอแลนด์ ทั้งเฟเดอริกและเครื่องบินหายสาบสูญไปเฉยๆ และไม่มีใครพบเห็นตัวเขานับจากนั้นเป็นต้นมา

มีผู้พยายามอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเฟรเดอริกเกิดประสาทหลอนขับ เครื่องบินตีลังกากลับหัว มองเห็นเงาสะท้อนของเครื่องบินตัวเองบนผิวทะเลและคิดไปว่าเป็นเครื่องบินลำ อื่น อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วไม่มีใครสามารถอธิบายเสียงโลหะเสียดสีกันในช่วง 17 วินาทีสุดท้ายของการติดต่อทางวิทยุได้เลยว่ามันคืออะไร?

 

7. The Disappearing Diplomat

  

เบนจามิน บาทเฮิร์สต์(18 มีนาคม 1784-1809?) เป็นนักการทูตชาวอังกฤษที่หายไปในเยอรมัน ในระหว่างสงครามนโปเลียน คาดว่าวันที่เขาหายไปนั้นเป็นวันที่ 25 พฤศจิกายน 1809 ในระหว่างเดินทางไปฮัมบูร์กพร้อมกับสหายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจศาลออสเตรีย ระหว่างทางพวกเขาได้หยุดรับประทานอาหารมื้อเย็นที่ร้านอาหารในเมือง Perelberg เมื่อกินรับประทานอาหารเสร็จ พวกเขาได้กลับไปรถม้าและเมื่อเขาเดินไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบม้าเขาก็ได้หายไปราวกับอากาศธาตุ เรื่องราวของเขาถูกนำมาเขียนเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ แต่กระนั้นหลายฝ่ายเชื่อว่าเขาถูกฆาตกรรม

 

6. The Vanished Cripple

  

โอเวน พาร์ฟิตต์ชายอายุ 60 ปีในเซฟดัน มาร็เลท ประเทศอังกฤษ ได้ป่วยเป็นอัมพาตเนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองใหญ่ และกลายเป็นคนหายสาปสูญลึกลับ โดยวันนั้นเป็นเดือนมิถุนายน 1763  โอเวนนั่งนอกบ้านของน้องสาวของเขาซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่เขามักทำเสมอในตอนเย็นที่อากาศอบอุ่น ตอนนั้นเขาใส่ชุดนอนและผ้าคลุมนั่งเงียบๆ ไม่สามารถขยับไปไหนได้  ตรงข้ามกับถนนเป็นฟาร์มที่คนงานกำลังเสร็จสิ้นภารกิจในการจัดการกองฟาร์มอยู่ ต่อมาเมื่อถึงเวลา 7 นาฬิกาน้องสาวของโอเว่นที่ชื่อซูซานนาห์ พาร์ฟิตต์ กำลังจะออกไปข้างนอกกับเพื่อน และเธอได้ไปหาโอเวนเพื่อพาเขาเข้ามาบ้านเนื่องจากพายุกำลังจะเข้า หากแต่แล้วเธอกับพบว่าเขาหายไป เหลือแต่เสื้อคลุมที่เขาพับไว้ที่นั่งเท่านั้น จากการสอบสวนก็ไม่พบอะไรทั้งสิ้นแม้แต่ร่างเขาของ จนกระทั้งสิ้นสุดลงใน ปี 1933 และจนบัดนี้ไม่มีร่องรอยหรือเบาะแสโอเวนแต่อย่างใด

 

5. Time Tunnel

  

ในปี 1975 มีชายคนหนึ่งชี่อไมเคิล ไรท์ กำลังขับรถโดยมีภรรยามาร์ธานั่งมาด้วย พวกเขาจากนิวเจอร์ซีย์มายังนิวยอร์กซิตี้ โดยระหว่างทางพวกเขาต้องเดินทางผ่านอุโมงค์ลินคอล์น และเมื่อไมเคิลขับรถผ่านอุโมงค์แล้วเขาได้เช็ดไอน้ำที่ติดกระจกหน้ารถออก และภรรยาก็อาสาจะทำความสะอาดกระจกด้านหลังด้วยเพื่อให้รถพร้อมที่จะเดินทางต่อ และเมื่อไมเคิลทำความสะอาดเสร็จเขาก็หันกลับไปก็พบว่าภรรยาของเขาได้หายไป ซึ่งเขาไม่ได้ยินหรือเห็นอะไรผิดปกติเลย จากการสืบสวนภายหลังไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรและในอุโมงค์แห่งนั้น และไม่มีใครพบเห็นมาร์ธาอีกเลยไม่ว่าจะเป็นศพหรือตัวเป็นๆ

 

               4. The Norfolk Regiment

               

ตำนานการหายตัวสาปสูญของกองทัพทหารทั้งกองทัพจากคำบอกเล่าของพยานซึ่งเป็นทหารสามนายยังคงความลึกลับมายาวนานตลอด 50 ปี โดยเรื่องเริ่มขึ้นเมื่อปี 1915 ในสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยตอนนั้นพยานสามนายซึ่งเป็นสมาชิกของบริษัทนิวซีแลนด์ได้มองดูดูกองทหาร Norfolk  (เป็นกองทหารราบของอังกฤษ) กำลังเดินขบวนสวนสนามอยู่ในตรุกี เดินอยู่แถวหน้าข้างเทือกภูเขา Suvla Bay อย่างชัดเจน จู่ๆ ก็มีหมอกหรือเมฆประหลาดเคลื่อนตัวลงต่ำปกคลุมอยู่ทั่วอย่างช้าๆ ทำให้มองไม่เห็นกองทัพดังกล่าว หลังจากที่ทหารคนสุดท้ายผ่านเข้าไปในหมอกดังกล่าว และเมื่อหมอกหรือเมฆเลื่อนออกจากข้างภูเขาและหายไปปรากฏว่าทหารหายไปทั้งกองทัพ โดยไม่สามารถอธิบายได้ว่าเรื่องแปลกประหลาดเหนือธรรมชาติที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ตอนแรกรัฐบาลอังกฤษเชื่อว่าทหารของพวกเขาถูกพวกตรุกีจับไป หากแต่ทางการตรุกีปฏิเสธ และจนบัดนี้เราก็ไม่ทราบข่าวกองทัพทหารอังกฤษทั้งกองทัพแม้แต่น้อยเลยนับจากวันนั้น

 

 3. The Legend of David Lang

 

นี่คือหนึ่งในการหายสาบสูญที่มีชื่อเสียง  เมื่อเดือนกันยายน 1880 ที่ฟาร์มแห่งหนึ่งใน ในเมืองกัลลาติน มลรัฐเทนเนสซี ได้เกิดเรื่องประหลาดต่อหน้าต่อตาพยานหลายคน เมื่อเด็กน้อยชื่อ ยอร์ช อายุ 8 ขวบ และซาร่าห์ แลง อายุ 11 ขวบ เล่นกันอยู่บ้านของพ่อแม่พวกเขาเดวิดและเอ็มม่า ตอนนั้นเดวิดได้ออกมาประตูหน้าบ้านและเดินผ่านข้ามทุ่งเลี้ยงสัตว์ที่กว้างใหญ่ ประมาณ 40 เอเคอร์ โดยบอกกับภรรยาว่าอีก 2-3 นาทีเขาจะกลับ ในตอนรถม้าที่เพื่อนของเดวิดซึ่งเป็นผู้พิพากษา ชื่อออกัสท์ เป็ค แล่น มุ่งหน้ามายังบ้านเขาเห็นเดวิดโบกมือให้ผู้พิพากษา  แล้วเขาก็เดินกับบ้าน เพื่อเตรียมต้อนรับเขา  และเวลานั้นเองร่างทั้งร่างของเดวิด แลง ก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาบุคคลทั้งหมด ราวกับล่องหนไปเฉยๆ  นางแลงร้องกรี๊ดสุดเสียง ในขณะที่บุตรของนางทั้งสองคนยืนตะลึงจังงังพูดไม่ออก แต่แล้วโดยสัญชาตญาณ ทุกคนออกวิ่งไปยังจุดที่เห็นแลงยืนอยู่เมื่อครู่นี้ ผู้พิพากษาเป็คและน้องเขยซึ่งมากับรถม้ารีบก้าวลงและวิ่งข้ามทุ่งนาไปเกือบจะพร้อมๆกัน ในจุดที่เดวิดหายไม่มีหลุมอะไรเลยแม้แต่น้อย จากการค้นหาก็ไม่พบอะไรที่จะเกี่ยวข้องกับเดวิดแม้แต่น้อย

เรื่องราวยังไม่จบเวลาผ่านไป 7 เดือน เหตุประหลาดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ในเดือนเมษายน 1881 ลูกชายหญิงทั้งสองของเดวิด แลง ออกไปเล่นยังจุดที่พ่อของพวกเขาหายตัวไป ได้สังเกตว่ามีวงหญ้าสีเหลือบริเวณบริเวณดังกล่าวที่ล้มและร่วงจนกลายเป็นวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 ฟุต เห็นได้ถนัดชัดเจนอย่างประหลาด แล้วเด็กทั้งสองก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังจากวงหญ้าสีเหลืองดังกล่าวว่า "ซาร่าห์...ยอร์ช ช่วยพ่อด้วย...ช่วยด้วย"

 

2. The Stonehenge Disappearance

               

กองหินประหลาด Stonehenge ของประเทศอังกฤษเองก็เรื่องราวการหายสาบสูญลึกลับเหมือนกัน โดยในเดือนสิงหาคม ในปี 1971 ซึ่งในช่วงเวลานั้น Stonehengeยังไม่ได้รับคุ้นครองจากทางการ ทำให้มีหลายคนเข้ามายุ่งย่ามกับกองหินดังกล่าวหลายครั้ง จนกระทั้งวันหนึ่งมีกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า “hipples” ได้เข้ามากางเต็นท์ที่กองหินดังกล่าว ตรงจุดศูนย์กลาง และ พวกเขาได้ตั้งหม้อทำอาหารและนั่งรอบๆ สูบบุหรี่ และเล่นเกมรอบกองไฟ จนกระทั้งเวลาประมาณสองทุ่ม จู่ๆ ก็มีเสียงฟ้าร้องรุนแรง ลมแรง และฟ้าผ่าลงในพื้นที่ตรงจุดศูนย์กลางของกองหิน ทำให้ต้นไม้บริเวณดังกล่าวเสียหาย และตอนนั้นเองมีพยานสองคนซึ่งเป็นชาวนาและตำรวจได้เห็นกองหินประหลาดมีแสงสว่างสีน้ำเงินจ้าจนแสบตา และพวกเขาก็ได้สินเสียงกรีดร้องจากกองหินประหลาดดังกล่าว ซึ่งตอนแรกพวกเขานึกว่าเป็นเสียงร้องเรียกขอความช่วยเหลือเพราะได้รับบาดเจ็บจากฟ้าผ่าดังกล่าว และเมื่อทำการสำรวจดู ปรากฏว่าพวกเขาไม่พบใครเลยแม้แต่คนเดียวในกองหินประหลาดดังกล่าว พวกเขาหายตัวไปราวกับอากาศธาตุ ไม่มีแม้แต่ชิ้นส่วนศพใดๆ ปรากฏเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่พวกเขายืนยันว่าในเวลาดังกล่าวพวกเขายังเห็นคนทั้งกลุ่มอยู่กลางกองหินประหลาดก่อนที่จะหายไป

 

1.The Village That Disappeared

 

ไม่มีเรื่องราวหายสาบสูญไหนที่จะลึกลับประหลาดและน่ากลัวเกินไปกว่าการหายสาบสูญของคนทั้งหมู่บ้านกว่า 2,000 คน ที่มีทั้งผู้ชาย เด็กและผู้หญิง โดยเรื่องราวเริ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 1930เมื่อนายพรานคนหนึ่งชื่อ Labelleได้นำขนสัตว์ที่ล่ามาได้มาขายในหมู่บ้านชาวเอสกิโมที่ตั้งอยู่ข้างทะเลสาบ Ankikuni ในแคนาดาตอนเหนือ นายพรานคนดังกล่าวคุ้นเคยกับหมู่บ้านนี้ดีว่ามีชาวบ้านกี่คน แต่ละคนมีนิสัยอย่างไร อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาไปถึงกลับพบว่าหมู่บ้านดังกล่าวรกร้าง ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเลย จากการสำรวจกระท่อมก็ยิ่งน่าตกใจของว่าบางกระท่อมปรากฏว่าเคยมีหลักฐานว่ามีคนอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน บางกระท่อมมีไฟกำลังเผาไหม้บนหม้อที่กำลังตุ๋นเนื้อจนดำ นายพรานคนดังกล่าวตกใจเรื่องนี้มากจึงแจ้งทางการให้ลงมือสืบสวนและตรวจสอบ หากแต่เมื่อทำการค้นหาพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียดพวกเขาไม่พบร่องรอยหรือหลักฐานอะไรทั้งสิ้น ไม่มีแม้กระทั้งซากศพชาวเอสกิโมที่ฝังอยู่ในใต้หิมะหรือรอยเท้าแต่อย่างใด หลักฐานที่พอเป็นไปได้ก็คือซากศพสุนัขเลี้ยงที่ถูกอดอาหารจนตายที่ถูกฝังใต้พื้นหิมะ 15 ฟุตเท่านั้น ทำให้เชื่อได้ว่าพวกเขาได้สละหมู่บ้านอย่างเร่งด่วนจนลืมแม้กระทั้งสุนัขตนเอง หรือเกิดเหตุการณ์อะไรที่ทำให้คนหายไปจากหมู่บ้านกะทันหัน และที่น่าสุดพิศวงที่สุดก็คือเมื่อพวกเขาทำการสำรวจสุสานบรรพบุรุษของหมู่บ้านเอสกิโมปรากฏว่าว่างเปล่า โดยทฤษฏีที่น่าเชื่อที่สุดก็คือถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว แต่จนบัดนี้ปริศนาการหายสาปสูญหมู่บ้านเอสกิโมก็ไม่มีคำตอบแต่อย่างใด



เนื้อหาจาก
http://listverse.com/2007/10/06/top-10-bizarre-disappearances/



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 363 : 10 ปริศนาหายสาบสูญน่ากลัวของโลก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 22955 , โพส : 37 , Rating : 79% / 15 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 37 : ความคิดเห็นที่ 19617
คห. 12420
คุณ 555 เยอะไปมั้ง -O-
Name : talnza [ IP : 110.49.241.56 ]

วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:46
# 36 : ความคิดเห็นที่ 18159
อันดับ 3 ถ้าเราเป็นลูกแล้วได้ยินแบบนั้นเราคงพลิกแผ่นดินหาพ่อเลยอ่ะ
PS.  Aquarius "I'm Inspirit Love Infinite Forever" ^^
Name : Aquarius < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aquarius [ IP : 27.55.139.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 เมษายน 2556 / 03:20
# 35 : ความคิดเห็นที่ 17706
อันดัย "3" น่ากลัวเนอะ
Name : 9638527410 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 9638527410 [ IP : 14.207.162.52 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:28
# 34 : ความคิดเห็นที่ 15821
โปรดใช้วิจารณญาณ ในการอ่าน 55555
Name : NeilIndy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NeilIndy [ IP : 49.48.68.192 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 พฤษภาคม 2555 / 22:47
ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
# 32 : ความคิดเห็นที่ 14212
เรื่องที่นายแลงๆอะไรเนี่ยหายไป ตรงพื้นตรงนั้นอาจจะมีหลุมประตูลับ หรืออะไรซักอย่างอยู่ก็ได้ ที่ลูกๆได้ยินเสียงอาจจะเป็นพ่ออยู่ใต้ดินไรเงี้ย ประตูลับเหมือนในเรื่องcage of Eden อ่ะ แบบอยู่ดีๆคนหายไปเป็นกลุ่มๆ แล้วพบทีหลังว่าพื้นดินตรงนั้นเป็นประตูลับ ถ้าเหยียบพื้นบริเวณนั้นจะพลิกคนจะตกลงไปในโพรงด้านล่างในพริบตาเดียว เหมือนหายตัวไป
PS.  อ้าว?? เธอไม่ได้คิดเหมือนกันหรอกเหรอ??
Name : zabakuno gaara < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ zabakuno gaara [ IP : 110.49.226.115 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 ธันวาคม 2554 / 21:00
# 31 : ความคิดเห็นที่ 13941
หายทั้งหมู่บ้าน = = น่ากลัวมากอ่านตอนดึกคนเดียวนี่ขนลุกตรงจุดซ่อนเร้น(จั๊กกะแร้)เลยทีเดียว ขอบคุณจ้า ถ้าจิ้นตามนิยายแฟนตาซีต้องเกี่ยวข้องกับมิติแหงม
Name : ขนลุกวุ้ย [ IP : 101.108.184.248 ]

วันที่: 1 ธันวาคม 2554 / 23:34
# 30 : ความคิดเห็นที่ 13739
 ขอบคุณค่ะ
Name : GoaT_TiE_NR < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ GoaT_TiE_NR [ IP : 115.87.226.170 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 พฤศจิกายน 2554 / 00:07
# 29 : ความคิดเห็นที่ 12598
ชอบเรื่องที่ 3 The legend of David Lang)อ่ะ  มันคล้ายๆ หนังสือนิยายเล่มนึงเลยอ่ะ
เรื่อง ชมรมขนหัวลุก ตอน อะไรอยู่ในห้องใต้ดินอ่ะ
ตัวละครเอกสองพี่น้องในเรื่องนั้นก็ได้ยินเสียงดอกไม้เรียก และบอกว่าตัวเองเป็นพ่อตัวจริงของสองพี่น้องด้วย หึหึ
PS.  I wish our hearts could come together as one.
Name : A Thousand Sun < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ A Thousand Sun [ IP : 182.53.76.116 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 สิงหาคม 2554 / 07:23
# 28 : ความคิดเห็นที่ 12594
เรื่องคุณพ่อหายวับไปต่อหน้าต่อตาแล้วมีเสียงร้องให้ช่วยนี่ขนลุกสุดๆ
PS.  ผู้ชนะไม่มีวันถอย ผู้ถอยไม่มีวันชนะ
Name : premolar < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ premolar [ IP : 180.183.169.33 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 สิงหาคม 2554 / 22:56
# 27 : ความคิดเห็นที่ 12556
เรื่องที่  3  กับเรื่องที่  4  เรารู้จักค่ะ 

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:14
Name : เจ้าแม่ศรีบัวจันทร์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าแม่ศรีบัวจันทร์ [ IP : 58.11.7.65 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 สิงหาคม 2554 / 16:30
# 26 : ความคิดเห็นที่ 12551

โห น่ากลัวอะ
อันดับแรก
อันดับ 5 เมียหนีไปแล้วมั้ง 555


PS.  ฉันพึ่งรู้ว่ารัก.."ตัวตน" มัน"ไม่มี " ที่ฉันทำดีมันก็เท่านั้น มันก็แค่ "อากาศ"
Name : Ms. Kwon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ms. Kwon [ IP : 101.109.169.54 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 สิงหาคม 2554 / 18:59
# 25 : ความคิดเห็นที่ 12518
แค่คนหายไปยังน่ากลัวแล้วเลย นี่หายทั้งหมู่บ้านอย่าไม่มีคำตอบนี่น่ากลัวกว่า
PS.  มนตรา ป่าไม้ สายน้ำ น้ำตก เหมันต์
Name : [PN]ohanmina_Neji[PN] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [PN]ohanmina_Neji[PN] [ IP : 125.24.40.248 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 สิงหาคม 2554 / 16:17
# 24 : ความคิดเห็นที่ 12513
เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริง สามารถนำหัวข้อไปเปิดในกูเกิลได้ มีแบบละเอียดเอาไว้แล้ว
PS.  ชอบ H และอาเร็ม
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.122.105 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 สิงหาคม 2554 / 14:27
# 23 : ความคิดเห็นที่ 12488
อันดับ 3 แลหลอนๆ =[]=!!!

PS.  &Only look at me
Name : FR'MIR < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ FR'MIR [ IP : 223.206.165.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 สิงหาคม 2554 / 19:05
# 22 : ความคิดเห็นที่ 12482

ลึกลับดีจัง
น่ากลัว


PS.  ฉันจะทำทุกอย่าง ให้พวกนายมีตัวตน...
Name : darknesseye < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ darknesseye [ IP : 182.53.105.209 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 สิงหาคม 2554 / 19:04
# 21 : ความคิดเห็นที่ 12474
อันดับต้นกำเนิดตำนานเรื่อง Salam Lot

PS.  ผลักดันดาร์คแฟนตาซี ต่อต้านกองเซ็นเซอร์ เบื่อพันธมิตร ขับไล่ประชาธิปปัตย์ เอวังกับนิยายแนวโรงเรียน สิ้นชีพเพราะสัปดาห์หนังสือ เดินหน้าสู่ด้านมืด...
Name : Seberjung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Seberjung [ IP : 223.205.74.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 สิงหาคม 2554 / 04:12
# 20 : ความคิดเห็นที่ 12469
เรื่องคนหาย เป็นเรื่องปกติ (หายทั้งหมู่บ้านเนี่ยหน่ะ)มันเกิดขึ้นมานานแล้วละครับ ทุกยุคทุกสมัยครับ น่าแปลกแค่ตรงที่ว่า คนเลวๆไม่เคยลดหายแบบนี้ (ตูเลวเหรอ) และหายไปแบบแปลกทั้งนั้น ประเทศไทยก็มีครับลองหาข้อมูลเอาเอง ข้อเก่าๆจะหาในสมุด หรือ อินเตอร์เน็ดคง ยากหน่อยน่ะครับ (เพราะมันเขียนยุค สงครามโลกครั้งที่1 พุ่ง)
Name : กระปุก [ IP : 183.88.94.102 ]

วันที่: 7 สิงหาคม 2554 / 18:04
# 19 : ความคิดเห็นที่ 12444
น่ากลัวว ~
Name : 'KIM'''Derella ♪ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 'KIM'''Derella  ♪ [ IP : 110.171.16.20 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 สิงหาคม 2554 / 23:06
# 18 : ความคิดเห็นที่ 12434
ขอโทษครับ คือข้อมูลเหล่านี้เป็นความจริงมากน้อยแค่ไหนอะครับ
คือ ผมไม่ได้ว่าอะไรนะครับ O_o คือผมไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้มาก่อนเลยอะครับ
เอ๊ะรึผมโง่เอง!!!?
Name : F334M4 [ IP : 110.49.241.156 ]

วันที่: 6 สิงหาคม 2554 / 01:19
# 17 : ความคิดเห็นที่ 12420
ที่หายเป็นคนๆพอหาคำอธิบายได้แต่หายยกคณะเป็นสิบเป็นร้อยนี้สิ หาคำอธิบายไม่ได้เลย
PS.  สัจธรรม : ทุกคนล้วนมีเนื้อคู่ เนื้อคู่ของเราต้องอยู่มุมใดมุมนึงของโลก ปัญหาคือโลกมันกลม
Name : โย~จัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ โย~จัง [ IP : 58.11.47.27 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 สิงหาคม 2554 / 19:46
# 16 : ความคิดเห็นที่ 12397
555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555

PS.  
Name : nifaris1 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nifaris1 [ IP : 202.12.74.161 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 สิงหาคม 2554 / 12:40
# 15 : ความคิดเห็นที่ 12394
ชอบเรื่องแบบนี้จัง -...-
PS.  ความพยายามครั้งที่100 ดีกว่าคิดท้อถอยก่อนที่จะทำ
Name : [翔]MG_DAVE(Kakeru) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [翔]MG_DAVE(Kakeru) [ IP : 119.42.118.188 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 สิงหาคม 2554 / 21:05
# 14 : ความคิดเห็นที่ 12392
ชอบมากเลยครับ ไม่ได้อ่านเรื่องแนวนี้มานานแล้ว
Name : snowy29 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ snowy29 [ IP : 58.136.5.90 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 สิงหาคม 2554 / 16:14
# 13 : ความคิดเห็นที่ 12388
น่ากลัวจัง บรื่อ~
PS.  สึนะก็ดูดี มุคุโร่ก็หล่อล่ำ ฮิบาริก็น่าหม่ำ เฮ้ออยากได้เป็ยสามีจังเลย
Name : LikeCartoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LikeCartoon [ IP : 49.230.102.249 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 กรกฎาคม 2554 / 19:35
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android