คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 358 : 10 ฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตที่หลายคนไม่ค่อยได้ยินชื่อสักเท่าไหร่


     อัพเดท 9 พ.ย. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 4,603 Overall : 2,737,488
22,171 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7168 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 358 : 10 ฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตที่หลายคนไม่ค่อยได้ยินชื่อสักเท่าไหร่ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 12724 , โพส : 10 , Rating : 100% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ฆาตกรต่อเนื่อง (serial killer) หมายถึง บุคคลที่ก่อคดีฆาตกรรมขึ้น โดยมีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป หรือก่อเหตุมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง ในช่วงระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่ ฆาตกรต่อเนื่องส่วนมาก จะเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมที่ตัดขาดจากสังคมภายนอก (Antisocial Personality Disorder) และไม่ได้เป็นบ้า ดูจากภายนอกแล้วจะเหมือนกับคนปกติทั่วไป บางครั้งจะมีเสน่ห์ด้วยซ้ำ

ฆาตกรต่อเนื่องหลายคนจะมีพื้นฐานความหลังที่ขมขื่น โดยมากมักจะเป็นผู้ที่ถูกทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง ถูกทารุณกรรม หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อครั้งยังเด็ก ซึ่งบ่อยครั้งที่คดีที่ฆาตกรต่อเนื่องก่อมีความเกี่ยวพัน หรือคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่ตนประสบมาในอดีต นักจิตวิทยาได้ให้ข้อสันนิษฐาน ถึงที่มาของแรงจูงใจในการก่อคดีของฆาตกรต่อเนื่องไว้หลายสมมติฐาน ส่วนมากมักเกี่ยวกับการทารุณกรรม และการล่วงละเมิดทางเพศ บางครั้งก็เป็นความอับอายที่ถูกล่วงละเมิดในวัยเด็ก หรือมีความกดดันจากความอดอยาก จากการมีฐานะทางสังคมต้อยต่ำเมื่อโตขึ้น และคดีที่ฆาตกรต่อเนื่องก่อขึ้นนี้ มักจะเป็นการระบายความแค้นส่วนตัว ทำให้ตนเองรู้สึกมีอำนาจในช่วงเวลาที่ลงมือฆ่า ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา เรื่องราวคดีที่ฆาตกรต่อเนื่องนั้นๆ ก่อขึ้นก็จะเป็นที่รับรู้ของสาธารณะชน สร้างความหวาดกลัวไปทั่ว ซึ่งแรงจูงใจของฆาตกรต่อเนื่อง จะแตกต่างกับพวกมือสังหารที่ก่อคดีฆาตกรรมเพื่อผลประโยชน์

                ฆาตกรต่อเนื่องนั้นมีหลายพันคน ดีไม่ดีจำนวนของพวกเขาอาจมากกว่าบางประเทศเสียอีกเมื่อเอาทั่วโลกมารวมกัน แต่ฆาตกรต่อเนื่องน้อยคนนักที่โลกจะรู้จัก เพราะเรามักคุ้นหูกับแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์มากกว่า และต่อไปนี้เราได้รวบรวมฆาตกรต่อเนื่องที่โลกไม่ค่อยรู้จักเอาไว้แล้ว แม้โลกจะไม่รู้จักพวกเขา แต่วีรกรรมนั้นโหดร้ายพอๆ กัน

 

10. John Robinson

  

จอห์น โรบินสันเกิดใน 27 ธันวาคม 1943 ที่เมืองอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ปี 1943 ฉายาของเขาคือ "เจ้านายทาส"เขาเป็นฆาตกรต่อเนื่อง สังหารผู้หญิง 8 ราย ในระหว่างปี 1984-1999 ในแคสซัส อเมริกา  ถูกจับเมื่อ 2 มิถุนายน 2000 ซึ่งเขาลอยนวลจากมือของกฎหมายยาวนานถึง 15 ปี

                จอห์น โรเบิร์ตสันในอดีตนั้นเคยเป็นลูกเสือดีเด่น เขาเคยได้เข้าร่วมกิจกรรมมากมาย ครั้งหนึ่งเขาเคยเข้าร่วมคอนเสิร์ตของควีนอลิซาเบตที่สองที่ลอนดอน และได้เรียนมหาลัยที่ชิคาโกแต่เนื่องด้วยเขายากจนและขาดวินัย ทำให้เขาไม่ได้รับการศึกษาในชั้นปีที่สอง จากนั้นชีวิตของเขาก็เริ่มตกต่ำ ต้องติดคุก ในข้อหาคดีเล็กน้อย เช่นปลอมลายเซ็น ปลอมเอกสาร ต่อมาเขาก็มีอาการทางจิตบ่นว่าชอบหน้าอกจนต้องขอคำแนะนำจากแพทย์

                แม้โรบินสันจะมีชีวิตมีงานทำ เป็นพ่อลูกสี่ แต่กระนั้นในปี 1995 โรบินสันซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์และเริ่มติดต่อผู้หญิงเป็นเพื่อน เขาใช้ชื่อ “เจ้านายทาสแทนชื่อจริงเพื่อติดต่อพูดคุย โดยหัวข้อส่วนใหญ่ที่เขาคุยกับผู้หญิงทางโทรศัพท์คือประสบการณ์ซาดิสต์ของเขา ภายหลังตำรวจพบว่าสตรีที่มีเป็นเพื่อนโทรศัพท์และพร้อมมีเพศสัมพันธ์กับเขา ล้วนหายตัวไปอย่างลึกลับ ในฤดูร้อนปี 2000 ชิ้นส่วนร่างกายเน่าเปื่อยของสตรีเหล่านั้นถูกค้นพบในฟาร์มของโรบินสันใกล้เมืองชลบทของแคสซัสในถัง 55 แกลลอน 2 ถัง และสองศพในห้องโกดังเย็นเช่าในรัฐมิสซูรี จอห์น โรเบิร์ตสันถูกจับกุมและถูกกล่าวหาฆ่าผู้หญิงสามคนในแท็กซัส และถูกพิพากษาให้ประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษเข้าเส้นเลือด ซึ่งปัจจุบันแคสซัสเป็นรัฐไม่กี่รัฐยังมีโทษประหารเช่นนี้อยู่ ปัจจุบันจอห์น โรเบิร์ตสันพยายามต่อสู้ตามกฎหมายให้ยกเลิกประหารชีวิต แต่ศาลยังยืนยันให้โทษประหารชีวิตเขาไว้เช่นเดิม

 

9. Larry Eyler

  

แลร์รี เป็นฆาตกรที่มีฉายาว่า  นักฆ่าไฮเวย์(Highway Killer)เขาเกิดวันที่ 21 ธันวาคม 1952 ฆ่าเหยื่อไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนอาจประมาณ 20-23 คน  และฉายานี้มาจากเขามักฆ่าเหยื่อแล้วมักเอาเหยื่อที่ฆ่าทิ้งไว้ข้างถนน  ออกอาละวาดสี่รัฐ เคนทักกี, โอไฮโอ อินเดียนา อิลลินอยส์  เหยื่อที่ลงมือจะต้องเป็นเกย์ที่หาได้ตามท้องถนน(โบกรถ) หรือจะเป็นบาร์เกย์  โดยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ฆ่า โดยใช้มีดแทงเป็นหลัก

แลร์รี เกิดที่ รัฐอิลลินอยส์  เป็นบุตรชายคนสุดท้องคนที่สี่ของครอบครัว พ่อแม่หย่าตั้งแต่เขายังเป็นทารก และแม่ก็แต่งงานใหม่ เมื่อโตขึ้นหน่อยก็กลายเป็นเครื่องระบายอารมณ์กามของพ่อเลี้ยง เมื่ออายุ 18 ก็โดนไล่ออกจากไฮสคูส ทำให้ต้องเรียน General Educational Development (GED) แทน(เป็นการสอบที่เทียบเท่ากับวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลาย) เมื่ออายุ 22-26 เขาก็ลงทะเบียนเรียนต่อมหาลัย แต่ก็ไม่จบ และไม่ได้รับปริญญา

วันที่ 3 สิงหาคม 1978 แลร์รีย้ายมาอยู่รัฐอินเดียน่า ทำงานรับจ้างทั่วไป  ในช่วงนั้นแลร์รีรู้ตัวว่าเขาเป็นเกย์และเกิดอาการรังเกียจตัวตัวเองและอยากกำจัดเรื่องอัปยศนี้ออกจากตัวของเขา เขาพยายามทำสงครามในจิตใจของเขา เขาต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อกำจัดตัวตนของเขาไป

ต่อมาแลร์รีถูกกุมคาจับรถบรรทุก ตำรวจพบของกลางเพียบ ไม่ว่าจะเป็นมีดล่าสัตว์เปื้อนเลือดมนุษย์  เสื้อผ้า ฯลฯ  วันที่ 30 กันยายน 1984 ศาลตัดสินให้แลร์รีต้องโทษประหารชีวิตหลังจากพบว่าเขามีความผิดจริง แลร์รีถูกย้ายจำคุกที่เรือนจำในอิลลินอยส์เพื่อรอการอุทธรณ์ โดยแลกกับการสารภาพในเหยื่อรายอื่นๆ ที่ทางการไม่ได้พบให้ทราบ แต่รัฐปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว

แลร์รีเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 1994 ในขณะที่เขาอายุ 41 ปี ตอนที่เขาตายเขานอนอยู่บนเตียงและสารภาพบาปความผิดที่เขาทำมาทั้งหมด เขาสารภาพว่าฆ่าคนไป 20 ราย และอ้างว่ามีผู้สมรู้ร่วมคิดร่วมมือกับเขาด้วย ซึ่งหลังจากแลร์รีตาย เจ้าหน้าที่ยังคงสอบสวนหาผู้สมรู้ร่วมคิดที่แลร์รีอ้างต่อไป

 

 

8. Peter Kurten

  

ในฤดูร้อน 1929 ในเมืองดุสเซอดอร์ฟ ประเทศเยอรมนีกำลังหวาดกลัวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่สุดแปลกประหลาดสะพรึง เมื่อทุกสัปดาห์จะมีเหยื่อถูกฆ่าในสภาพที่โหดร้าย ถูกเชือดคอ จะเลือดทะลักจนตาย บางครั้งก็ถูกทำร้ายทางเพศ เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แม้แต่เด็กหรือผู้ใหญ่ก็ไม่มียกเว้น นอกจากนี้ฆาตกรยังส่งจดหมายมาอวดความสามารถของตนอย่างภาคภูมิใจ แต่ตำรวจก็ยังไม่สามารถตามรอยฆาตกรต่อเนื่องตัวจริงพบได้เสียที จนกระทั้งเวลาผ่านไป 15 เดือน รวมคดีที่มันก่อทั้งสิ้น 30 คดี

จนกระทั้งวันหนึ่งฆาตกรก็จมมุมอย่างง่ายๆ โดยมันปล่อยเหยื่อคนหนึ่งไป และเหยื่อจำหน้าได้และนำไปสู่การจับกุมชายคนหนึ่งชื่อ ปีเตอร์ เคอร์เทน โดบเขายอมรับข้อกล่าวหาทั้งหมด อย่างสงบ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการฆ่า การดื่มเลือดจากศพ เขาให้การต่อศาลว่า

ผมไม่ได้เลือกฆ่าคนเฉพาะคนที่ผมรักหรือเกลียด ที่พบขณะที่ผมเกิดความรู้สึกอยากฆ่า พูดง่าย ๆ คือฆ่าทุกอย่างที่ผมพบ ไม่ว่าจะเป็น เป็ด ไก่ ผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก ก็ตาม"

ปีเตอร์ เคอร์เทนเป็นฆาตกรต่อเนื่องชาวเยอรมัน เจ้าของฉายา โดยเกิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 1883ที่เมืองโคล์นมุลไฮม์ ประเทศเยอรมัน ในครอบครัวที่ยากจน แต่มีพี่น้องถึง 13 คน และเหมือนกับฆาตกรต่อเนื่องรายอื่นๆ ที่ครอบครัวมีปัญหา พ่อแท้ๆ ของเคอร์เทนเป็นติดเหล้าและมักมากในกาม มักมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาต่อหน้าลูกๆ และมักใช้กำลังตบตีลูกของตัวเองอยู่บ่อยๆ จนกระทั้งพ่อของเขาถูกจับในข้อหาข่มขืนลูกสาวแท้ๆ ของตัวเอง

ตอนปีเตอร์ เคอร์เทนเป็นเด็กนั้น เขาไม่ได้เรียนหนังสือเพราะบ้านยากจน  นิสัยโหดร้ายตั้งแต่เด็ก อายุแค่ 9 ปีเขาก็ผลักเพื่อนตกน้ำและจับหัวกดจนขาดใจตาย พออายุได้ 13 ปีได้ทำงานเป็นผู้ช่วยคนจับสุนัขในหมู่บ้านและเริ่มชื่นชอบในการทรมานสัตว์ และมีความสัมพันธ์วิปริตกับสัตว์เช่น พวกสุนัข แกะ หมู แพะ ห่านตัวเมีย และหงส์  สิ่งที่ชอบทำกับสัตว์พวกนี้คือการฆ่าและตัดหัวพร้อมกับจ้วงแทงมีดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสัตว์นั้นขาดใจตายไป และสิ่งที่ได้จากการตัดหัวก็คือเลือดที่พุ่งทะลักไหลลงมา ต่อมาเขาก็กลายเป็นโจรลักเล็กขโมยน้อย ใช้ความรุนแรง วางเพลิงและต้มตุ๋น ก่อที่พัฒนาเป็นฆาตกรต่อเนื่องในที่สุด โดยเขาได้รับฉายาว่า “ผีดูดเลือดแห่งดุสเซอดอร์ฟ โดยฉายานี้มาจากพฤติกรรมที่ฆ่าเหยื่อของเขา ที่ชอบฆ่าเหยื่อด้วยการปาดคอแล้วดื่มเลือดของเหยื่อที่บาดแผล เขาออกอาละวาดระหว่างปี 1913-1930   เขาสังหารเหยื่อไป 9 ราย พยายามฆ่าอีก 7 ราย และคดีอื่นๆ อีกนิดไม่ถ้วน จนกระทั้งมาถูกจับเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 1930  

วันที่8 กรกฎาคม 1931 ปีเตอร์ คูร์เทนถูกประหารชีวิตด้วยกิโยติน ซึ่งเขาได้กล่าวไว้ว่า "ผมจะได้ยินเสียงเลือดของตนเองทะลักออกมาไหม ดีแล้ว จะได้จบสิ้นความสุขทั้งหลายแหล่เสียที"  



   7.Arthur Shawcross

  

อาเธอร์ ชอว์ครอสส์ ตาย 10 พฤศจิกายน 2008 เป็นนักฆ่าต่อเนื่องชาวอเมริกัน เจ้าของฉายา “นักฆ่าแม่น้ำจีนีซี” โดยฉายาดังกล่าวมาจากชื่อของ ลุ่มแม่น้ำจีนีซีเป็นแม่น้ำในรัฐเพนซิลเวเนียและรัฐนิวยอร์ก โดยบริเวณที่เหมาะแก่อาเธอร์ใช้ทิ้งศพเหยื่อ(ซ่อนศพในป่ามากกว่าเอามาทิ้งแม่น้ำ )เพราะจากบริเวณนั้นอยู่เหวลึก

อาเธอร์ ชอว์ครอสส์ เกิด 6 มิถุนายน 1945 เมืองคิตเตอรี รัฐเมน แต่ครอบครัวของเขาย้ายไป นิวยอร์ด เมื่อเขาครั้งยังหนุ่ม ต่อมาพบว่าเขาเป็นเด็กมีปัญหา ปัญญาอ่อน เขามีไอคิวระดับต่ำ (ระหว่าง 86-92) เมื่อปี 1960 ก็โดนโรงเรียนเชิญให้ออก และพออายุ 19 ก็สมัครเข้ากองทัพสหรัฐ เคยไปรบในสงครามเวียดนาม และเขาเคยสารภาพว่าเขาเคยฆาตกรรมและกินเนื้อคนเด็กหญิงสองคนชาวเวียดนามในช่วงเวลาดังกล่าว และเมื่อเขากลับไปใช้ชีวิตพลเรือนในอเมริกาเขาผ่านงานแต่งงานมาสี่ครั้ง และหย่าทั้งหมดเนื่องจากรับไม่ได้กับพฤติกรรมความรุนแรงและผิดปกติเขาเขา ทำให้เขามีปัญหาทางจิต ชอบความรุนแรงทางเพศ  และเริ่มก่ออาชญากรรมเช่นลอบวางเพลิงและขโมย ก่อนที่พัฒนามาเป็นฆาตกรต่อเนื่องในที่สุด

อาเธอก่อคดีฆาตกรรมครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 1972  เขาได้ ข่มขืนและฆ่า เด็กชายแจ๊ค โอเวน แบล็ค(อายุ 10 ปี หลังจากล่อเด็กชายเข้าในป่าและจัดการฆ่าข่มขืน สี่เดือนให้หลังอาเธอร์ก่อคดีอีกครั้งเขาข่มขืนและฆ่าแอน ฮิว เด็กกระเหลี่ยงอายุแปดปี ที่พลัดหลงกับแม่เขาในวันหยุดเนื่องวันแรงงาน ซึ่งต่อมาเขาก็ถูกจับ หากแต่เขาใช้เงื่อนไขข้ออ้างต่อรองซึ่งเป็นข้อตกลงในคดีอาฯโดยฝ่ายโจทก์ให้จำเลยมีโอกาสที่จะรับผิดโดยไม่จำเป็นต้องไต่สวนคดีในศาล ทำให้โทษเบามากกว่าปกติ ต่อมาเมื่อเขาออกจากเรือนจำในปี 1987 เขาก็เกิดปัญหาทางจิตอีกครั้ง และเขาเริ่มทำการฆาตกรรมต่อเนื่องอีกครั้ง คราวนี้เหยื่อของเขาเน้นหลักไปที่โสเภณี เขาเริ่มสังหารเหยื่อ 18 มีนาคม 1988 28 ธันวาคม 1989 ใช้เวลาสองปีสังหารเหยื่อ 11 ราย และรายที่ 12 ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นฝีมือของเขาจริง เหยื่อทั้งหมดถูกรัดคอและถูกทำร้ายทางเพศอย่างโหดร้าย ก่อนที่จะถูกนำไปทิ้ง

อาเธอร์ ชอว์ครอสส์ ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 5 มกราคม 1990 จากการตรวจสอบเหยื่อรายสุดท้าย ตำรวจพบพิรุธและสาวไปจนเจอตัวฆาตกรได้ เขาถูกจับตัวอีกครั้ง แน่นอนสิ่งที่อาเธอร์สู้ในศาลครั้งนี้คือ คนบ้าย่อมไม่ผิดเขาอ้างว่าตนเองป่วยเป็นโรคจิตประเภท คนหลายบุคลิก และโรคเครียดเกี่ยวกับบาดแผลในอดีต ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากสงครามเวียดนาม(มีเรื่องเหล่าทหารที่ไปรบในเวียดนามว่า ทหารมักประสาทเสียในเหตุสังหารหมู่เวียดนาม การก่ออาชญากรรม รวมไปถึงการกินเนื้อคนขณะที่รบในป่า) โดยอ้างว่าเขาเห็นภาพที่โหดร้ายของสงครามในขณะอยู่คนเดียวในป่า เห็นทหารอเมริกันโดนเชือดคอ แต่ผลการตรวจสอบสุภาพจิตของผู้เชี่ยวชาญพบว่าเรื่องเล่าของอาเธอร์ไม่เป็นจริงแต่อย่างใด เขาถูกตัดสินจำคุก 250 ปี และสุดท้ายก็เสียชีวิตในเรือนจำเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2008 ด้วยโรคหัวใจ ขณะอายุ 63 ปี

 

6.Bobby Joe Long

  

บ๊อบบี้ โจ  ลอง มาฉายาว่า “นักข่มขืนจอมโฆษณา” ที่ได้รับฉายานี้ก็เนื่องมาขจากพฤติกรรมที่ชอบทำทีเป็นผู้ชายหัวใจเปล่าเปลี่ยว ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือสื่ออื่นๆ เช่นโพสต์ ว่าอยากหาคู่แต่งงาน และเมื่อได้เหยื่อ จะมีวิธีการจัดการเหยื่ออย่างรุนแรง ข่มขืน ทรมาน ซึ่งเขาเขาใช้วิธีดังกล่าวฆ่าคนไป 9-10 คน(อาจมากกว่านั้น) ก่อเหตุเฉพาะในปี 1984 ในแทมปา ฟลาริดา

บ๊อบบี้ โจ  ลอง เกิดเกิดวันที่ 14 ตุลาคม ที่เมืองเคโนวา เมืองหนึ่งในเวอร์จิเนีย ตอนที่เขาเกิดมานั้นพบว่าเขามีความผิดปกติของยีน คือ เขามีโคโมโซม X พิเศษ(โคโมโซม X คือ โคโมโซเกี่ยวกับเพศและพันธุกรรม) ทำให้หัวนมของเขาขยายใหญ่จนเหมือนหน้าอกผู้หญิง ทำให้จุดด้อยเขาถูกล้อเลียนอย่างรุนแรงในสมัยเด็ก และเขามีความรู้สึกกับแม่ยิ่งกว่าแม่ ชอบนอนอยู่บนเตียงกับแม่จนเขาอายุ 13 ในขณะที่อายุ 5 ขวบเขาก็ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจนหมดสติ และมีหลายครั้งที่มีเหตุการณ์ทำให้บาดเจ็บที่ศีรษะอย่างหนักไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากจักรยานหรือทะเลาะกับเพื่อนร่วมชั้น ในปี 1974 เขาแต่งงานกับแฟนที่คบหากันในโรงเรียน มีลูกด้วยกันสองคน ก่อนที่เธอขอยื่นใบหย่าในปี 1980 ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ (ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้บ๊อบบี้ โจ ลองเริ่มฆ่าผู้หญิง)

ก่อนหน้าที่บ๊อบบี้ โจ ลองจะก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง เขาเคยตกเป็นถูกต้องสงสัยคดีข่มขืนต่อเนื่องหลายคดีในพื้นที่ดังกล่าว หาก แต่ไม่รู้ทำไมตั้งแต่ปี 1980-1983 บ๊อบบี้เลิกออกอาละวาดออกหาเหยื่อหันมาเริ่มทำการโฆษณาทางสื่อแทน โดยหากเหยื่อหลงกล เขาก็ฆ่าด้วยการแทง รัดคอ ใช้ความรุนแรง(ถูกตี ถูกชก ถูกเหยียบ)  ข่มขืน และทำการปล้นบ้านของเหยื่อ ก่อนที่จะหลบหนีไป ไม่รู้ว่าเหยื่อของบ๊อบบี้ โจ ลอง ฆ่าไปมีทั้งหมดกี่รายกันแน่ แต่เหยื่อที่ทางการพบครั้งแรกเป็นศพของผู้หญิงเปลือย พบเมื่อพฤษภาคม 1984 ก่อที่จะมีรายงานการพบศพหญิงเปลือยอย่างน้อย 10 ศพ ในพื้นที่  จนกระทั้งเขามาถูกจับในต้นเดือนพฤศจิกายน หลังจากลักพาตัวหญิงสาวอายุ 17 ปีบนถนนแล้วข่มขืนเธอ หากแต่เขากลับปล่อยเธอ ก่อนที่จะปล่อยตัวเธอไว้ข้างทาง  และตำรวจก็เชื่อมโยงคดีฆาตกรรมต่อเนื่องก่อนหน้าและจับบ็อบบี้ได้คารถเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ต่อมาเขาถูกตัดสิน ให้ตายด้วยเก้าอี้ไฟฟ้า เมื่อ 24 กันยายน 1985  หากแต่ภายหลังได้รับการผ่อนโทษ ปัจจุบัน บ๊อบบี้ โจ ลอง ยังถูกขังคุกอย่างสุขสบายในเรือนจำ ตอนนี้อายุก็ปาไป 56 ปี แล้วและไม่ที่ท่าจะได้ออกจากเรือนจำไปสู่สังคมแต่อย่างใด

 

5. Panzram Carl

  

คาร์ล แพนซ์แรม หรือ บอลด์วิน คาร์ล เป็นหนึ่งในฆาตกรต่อเนื่องชาวอเมริกันที่ดุร้ายในอันดับ  เรื่องราวของเขาก็เหมือนฆาตกรต่อเนื่องรายอื่นๆ เขาเกิดวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ.1891 เป็นบุตรชายของครอบครัวอพยพชาวเยอรมันที่เดินทางมาเสี่ยงโชคที่มินนิโซตา อเมริกา วัยเด็กเป็นเด็กนิสัยเสีย ค่อนข้างโหดเหี้ยมเกินเด็กธรรมดา ชอบดื่มเหล้า ลักเล็กขโมยน้อย อายุ 14 ก็หนีออกจากบ้านและอ้างได้เข้าแก๊งข่มขืน ชีวิตเข้าๆ ออกในคุกบ่อยครั้ง ชีวิตผ่านการทรมานและการล่วงละเมิดทางเพศทั้งในและนอกจากคุก จนทำให้เขากลายเป็นคนที่เกลียดความต่ำต้อยของตน เกลียดทุกคนรวมทั้งตนเอง “ตัวผมเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ในตัวของผมไม่มีความรู้สึกถึงความรัก ความเมตตา สงสาร หรือการให้เกียรติ” หลังจากนั้นเขาก็ได้กลายเป็นฆาตกรต่อเนื่อง โดยใช้ชีวิตเร่ร่อน ก่ออาชญากรรมไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในยุโรป สก็อต สหรัฐอเมริกา อเมริกาใต้ และฆ่าคนไปหกคนในแอฟริกาและให้จระเข้กิน ในปี 1920 ขณะเขาอายุ 29 ปี ได้ล่อลูกเรือบางส่วนในนิวยอร์กให้ขึ้นเรือ จากนั้นก็จะถูกคาร์ลข่มขื่นทางประตูหลังจากโหดร้าย แต่ถ้าลูกเรือคนไหนที่ไม่ยอมให้เล่นประตูหลัง สิ่งที่ตามมาคือ โหด ทารุณ และ ฆ่า ตามแบบที่เขาถนัด

เรื่องราวการก่อคดีฆาตกรรมของเขายังสับสน เพราะคาร์ลอ้างว่าเขาสังหารไป 200 คน คดีข่มขื่นร่วมรักชายด้วยกันก็ปาไปกว่า 1,000 คน หากความจริงแล้วเขาสังหารคนเพียง 22 คนเท่านั้น เมื่อถึงวาระสุดท้ายบนตะแลงแกง เมื่อ 5 กันยายน 1930คาร์ลพูดคำสุดท้ายแก่เพชฌฆาตที่ทำหน้าที่แขวนคอเขาอย่างสุดโมโหว่า "เร็วๆ สิว่ะเพชฌฆาตบ้านนอก รีบๆ แขวนคอกรูซะ ถ้าเมิ่งมัวแต่งุ่มง่ามอยู่ เดี๋ยวกรูออกไปรัดคอคนตายห่-อีกโหลหรอก เอาซิวะ แขวนคอกรูซะ เร็วๆ ด้วย"

 

4. Peter Sutcliffe

  

เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 30 ตุลาคม ปี 1975 ที่ยอร์คเชียร์(และรอบๆ) ในประเทศอังกฤษ ได้เกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้น เมื่อฆาตกรที่พวกเขาได้ขนามนามว่ายอร์คเชียร์ ริปเปอร์ได้ก่อคดีฆาตกรรมที่ระทึกขวัญมันฆ่าเหยื่อผู้หญิงไปถึง 13 ราย ทุกศพล้วนเป็นผู้หญิง และในจำนวน 9 ศพ เป็นผู้หญิงโสเภณี ลักษณะการฆ่าคล้ายคลึงกับของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ คนก่อนทุกประการต่างตรงที่ เน้นใช้ค้อนกระหน่ำและเอามีดแทงหลายทีมากกว่า โดยฆาตกรคนนี้เริ่มฆ่าคนเมื่อ วันที่ 30 ตุลาคม 1975 (ก่อนหน้านั้นมีคดีพยายามฆ่าอีก 4 ราย) เหยื่อรายแรกชื่อ วิลม่า แมคแคน 28 มารดาเด็ก 4 คน เป็นโสเภณีขายตัว ถูกฆ่าตอนกลางคืน ก่อนหน้าที่เธอจะถูกฆ่า มีผู้เห็นเธอปีนขึ้นรถบรรทุกไปกับผู้ชายคนหนึ่งเมื่อเวลาตีหนึ่งของวันที่ 30 ตุลาคม รุ่งเช้าคนส่งนม คนหนึ่งพบศพเธอจมกองเลือดไม่ไกลจากที่ที่เธอขึ้นรถบรรทุก โดยทุบศีรษะหลายครั้งด้วยค้อนหัวกลมจนกะโหลกแบะ และโดนแทงซ้ำที่ลำตัวและช่องท้องด้วยไขควง 14 แผล และทิ้งศพตรงที่ฆ่าที่สนามพรินซ์ ฟิลลิป เมืองลีดส์ และนี้คือเหยื่อรายแรกของฆาตกรต่อเนื่องดังกล่าว ซึ่งต่อมาก็มีเหยื่อถูกฆ่ามากมาย ในสภาพศพที่โหดร้าย เช่น ถูกถูกค้อนทุบศีรษะด้วยค้อนหัวกลมหลายครั้ง ถูกกระหน่ำแทงหลายแผลด้วยไขควงและมีด เหยื่อที่รอดชีวิตมาได้ก็พิการและมีปัญหาทางจิตตลอดชีวิต

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังวุ่นตามล่าฆาตกรที่มืดแปดด้านอยู่นั้นเอง วันที่ มกราคม 1981 ชายคนหนึ่งชื่อ ปีเตอร์ ซัตคลิฟฟ์ กำลังรับโสเภณี อายุ 24 ปี ขึ้นรถที่เมืองเชฟฟิลด์ ไม่กี่นาทีต่อมารถสายตรวจหยุดรถของเขาเพราะสังเกตได้ว่าเขาขับรถในขณะมึนเมา จากนั้นตำรวจสายตรวจก็ใช้คอมพิวเตอร์ตรวจสอบทะเบียน คำตอบออกมาคือรถคันนี้ถูกขโมยมา จึงจับกุมตัวและควบคุมตัวที่สถานี และเมื่อสังเกตหน้าของชายคนนี้ดีๆ ก็พบว่าเหมือนภาพสเก็ตของยอร์คเชียร์ ริปเปอร์ที่พยานรอดชีวิตว่าไว้ไม่มีผิด และเมื่อสอบสวนเขาก็สารภาพว่าเขาคือฆาตกรต่อเนื่องดังกล่าว

ปีเตอร์ วิลเลี่ยม ซัตคลิฟฟ์ เกิด วันที่2 มิถุนายน 1946 ใน บิงลีย์ใกล้ แบรดฟอร์ดตะวันตกของยอร์คเชียร์ นิสัยเป็นคนที่เก็บตัว โดดเดี่ยวจนเกือบจะเป็นมนุษย์ล่องหน ชอบหนีโรงเรียนบ่อยครั้งจนต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 15 และไม่คิดจะเรียนสูงอีก  จากนั้นก็เขาก็เปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ เช่น เป็นคนขับรถแท็กซี่ พนักงานไปรษณีย์ จนจบมาที่อาชีพคนขับรถบรรทุก หลังสอบปากคำ ซัฟคลิฟฟ์สารภาพทุกข้อกล่าวหา ว่าเขาฆ่าเหยื่อเพราะเกลียดโสเภณี ความเกลียดนั้นเริ่มต้นเมื่อเขาอายุ 22 ปี (ค.ศ.1969) เมื่อเขารับโสเภณีคนหนึ่งขึ้นรถเพื่อบริการเขา แต่ผลตอนท้ายเธอไม่ยอมทอนเงินหลังจากเขาส่งเงินใบละ 10 ปอนด์ให้ นั่นทำให้เขาเสียหน้าและโกรธแค้นโสเภณีมากๆ และเขาก็ ถูกศาลตัดสินว่ากระทำผิดใน 1981 ฐานโจรกรรมและสังหาร ผู้หญิง 13  ราย และพยายามฆาตกรรมอีก 7 ราย โดยโทษที่เขาได้รับคือจำคุกตลอดชีวิต ปัจจุบันเขายังมีชีวิตอยู่ในโรงพยาบาล บรอดมัวร์

 

3. Dennis Nilsen

  

เดนนิส นีสเสน เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 1945 เป็นชาวสกอตที่อาศัยอยู่ในลอนดอน เขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่สังหารผู้ชายกว่า 15 คน(อาจมากกว่านั่น)มาตลอดห้าปี ในอดีตของเขาเหมือนฆาตกรต่อเนื่องรายอื่นๆ พ่อติดเหล้า แม่มีความผิดปกติทางจิต ถูกรับการเลี้ยงดูโดยตายาย อย่างเข้มงวดในบ้านที่ยากจน เคร่งศาสนา ทำให้เขาเป็นเด็กนิสัยโหดร้าย ชอบทารุณสัตว์ ต่อมาก็สมัครเป็นทหารรับหน้าที่เป็นพ่อครัวเก่งเรื่องการแล่เนื้อ(เลยเก่งเรื่องหั่นศพคนด้วย) ต่อมาเขาก็รู้ตัวว่าเป็นเกย์และมีนิสัยคลั่งซากศพ และพัฒนาเป็นฆาตกรต่อเนื่องในปี 1978 โดยล่อลวงเด็กหนุ่มในผับหรือบาร์กลับมาที่อพาร์ทเมนลอนดอนของเขา จากนั้นเขาก็ฆ่าในขณะที่หลับด้วยกัน และซุกซ่อนศพในห้องหลายวัน ในระหว่างนั้นเขาอาบน้ำแต่งตัวให้ศพ นั่งดูทีวีด้วยกัน พอถึงตอนกลางคืนก็นอนบนเตียงเดียวกัน และเมื่อศพเริ่มส่งกลิ่นเหม็น  เขาจึงจำใจต้องเผาศพทิ้งหรือไม่ก็หั่นศพไปซ่อนในใต้พื้นห้องหรือไม่ก็กดชักโครกทิ้ง เขาฆ่าคนด้วยลักษณะแบบนี้หลายราย จนไม่สามารถระบุจำนวนเหยื่อได้ จนกระทั้งวันสุดท้ายของเดนนิสก็มาถึง เมื่อเขามีปัญหากับการจัดการศพเนื่องจากไม่สามารถเผาทำลายได้เหมือนเมื่อก่อน เขาจึงต้องหั่นศพเป็นชิ้นๆเก็บไว้ในห้องและบางส่วนก็ถูกกดลงชักโครก ทำให้ส่งกลิ่นเน่าไปทั่ว จนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปค้นห้องของเขา และเจอถุงขยะที่ยัดชิ้นส่วนศพที่ถูกตัดเป็นชิ้นๆแล้ว ก็ยังมีหม้อซึ่งต้มศีรษะมนุษย์จนเปื่อยและตู้ลิ้นชักที่เต็มไปด้วยร่างกายมนุษย์ที่ถูกตัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอีกด้วย และน่าอัศจรรย์ใจมากที่เดนนิสอาศัยอยู่ท่ามกลางชิ้นส่วนศพเหล่านี้พร้อมกับไปทำงานตามปกติทุกวันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สุดท้ายเขาก็ถูกพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต

 

2. Fritz Haarmann

  

ฟริตส์  ฮาร์มานน์ เกิดที่ฮันโนเวอร์ วันที่ 25 ตุลาคม 1879  เป็นลูกคนเล็กสุดในจำนวนลูกทั้งหกของครอบครัวฮาร์มานน์  ที่สภาพไม่แตกต่างจากฆษตกรต่อเนื่องทั่วไป คือพ่อชอบใช้ความรุนแรง ทำให้เขากลายกลายเป็นคนก้าวร้าวรุนแรง ถึงขนาดจับไปรักษาที่โรงพยาบาลบ้า แต่ไม่นานก็ถูกปล่อยตัวออกมา เนื่องจากไม่พบอาการผิดปกติทางจิตหลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นคนเร่รอน เร่ขายของ และลักเล็กขโมยน้อย จนกระทั้งกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องเริ่มออกอาละวาดในเดือนกันยายน 1918 ในช่วงหลังสงครามโลก ที่ประเทศเยอรมัน เกิดความสับสนวุ่นวาย เศรษฐกิจล่มและขาดแคลนอาหารอย่างหนัก ทำให้มีความคิดเปิดเช่าที่พักอาศัย ทำอาชีพคนขายเสื้อผ้ามือสอง และทำธุรกิจเป็นคนขายเนื้อหาบเร่ โดยใช้เนื้อมนุษย์มาทำเป็นเนื้อขายให้แก่คนอื่น โดย เหยื่อที่ฮาร์มานน์ นำมาฆ่านั้นส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่นชายหนุ่ม อายุราวๆ 12-16 ปี ที่หนีออกจากบ้าน หรือหางานทำ จาก 1919 ถึง1924  ฮาร์มานน์ ทำการสังหารเด็กหนุ่มไปหลายราย  เหยื่อของฮาร์มานน์ ส่วนใหญ่ก็อย่างที่ว่าคือคือคนพเนจรชายหนุ่ม และโสเภณีชายที่อาศัยอยู่รอบๆสถานีรถไฟศูนย์กลางของฮันโนเวอร์ โดยฮาร์มานส์จะล่าเด็กหนุ่มเหล่านี้โดยจะเข้าไปตีสนิท รับฟังความทุกข์ และให้คำแนะนำแก่พวกเขา และเมื่อพวกเขาเผลอก็พาไปหลับนอนกับเขาที่อพาร์ตเมนท์จากนั้นก็ฆ่าโดยการบีบคอ  จากนั้นนำร่างของเหยื่อไปชำแหละเป็นอาหารส่งไปขายในตลาดมืด โดยอ้างว่าเป็นเนื้อหมู และเคยถูกจับคดีฆาตกรรมแต่ต่อมาก็ถูกปล่อยตัวออกมา

                กันยายน 1919 ฮามานน์กลับมาทำชั่วอีกครั้ง คราวนี้เขาได้ผู้ช่วยคนใหม่ชื่อ ฮาร์น  กรานส์ (อายุ 20 ปี เด็กหนุ่มลูที่หนีออกจากบ้าน เขาแนะให้ฮามานน์ฆ่าเหยื่อ เพื่อที่เขาอยากได้เสื้อผ้าเหยื่อไปขายเท่านั้น ชายสองคนอาศัยอยู่อพาร์ตเมนต์ร่วมกัน นับตั้งแต่นั้นมา ปี1919 – 1924 ก็เกิดคดีเด็กหายเป็นจำนวนถึง 600 คนในฮันโนเวอร์ เพื่อนบ้านต่างเห็นเด็กหนุ่มไปอพาร์ตเมนต์แห่งนั้น แต่ไม่มีใครกลับออกมาอีกเลย จนกระทั้งเขาถูกจับได้ เขาถูกตัดสินประหารชีวิต ส่วนเด็กหนุ่มมีโทษแค่จำคุก  ก่อนประหารฮาร์มันน์ ขอสั่งเสียครั้งสุดท้ายว่า ผมอยากจะให้มีการประหารชีวิตในตลาดในเมือง มีหินป้ายชื่อติดบนหลุมศพของผมจารึกไว้ว่า นี้คือศพของฮาร์มันน์ ฆาตกรที่สังหารคนจำนวนมหาศาล เขาถูกประหารเมื่อวันที่ 15 เมษายน 1925 โดยเครื่องกิโยติน หลังจากเสร็จสิ้นการประหาร ฮาร์มันน์ ถูกเก็บรักษาอย่างดีโดยนักวิทยาศาสตร์ที่จะตรวจสอบดูโครงสร้างของสมองของเขา ปัจจุบัน หัวของ ฮาร์มันน์ ถูกเก็บที่พิพิธภัณฑ์

 

1.Gerard Schaefer

  

เจอร์ราร์ด  เชฟเฟอร์ (25 มีนาคม 1946 3 ธันวาคม 1995) เป็นฆาตกรต่อเนื่องชาวอเมริกันจากฟลอริด้า อดีตเคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เขาออกอาละวาดในปี 1969-1973 สังหารเหยื่อไป 30 ราย และถูกจับเมื่อ 7 เมษายน 1973  โดยเขาจะทำตัวเป็นคนดีช่วยเหลือรับผู้หญิงที่โบกรถ จากนั้นก็พาไปข่มขืน ทรมาน และสังหาร เขาชอบฆ่าเหยื่อไว้กับต้นไม้(ก่อนนำไปฝัง) และเอาชอบเอาของที่ระลึกของเหยื่อ จำพวก ฟันของเหยื่อ, เครื่องประดับ และเสื้อผ้า เอากับบ้าน และที่บ้านของเขามีการพบหญิงสาวในหีบในห้องเพดานของแม่ของเขา

เจอร์ราร์ด จอห์น  เชฟเฟอร์เกิดที่แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ในปี 1960 เขาและครอบครัวก็ย้ายมาอยู่ฟอร์ต ลอเดอร์เดล ฟลอริด้า แต่เขาไม่ค่อยลงรอยกับพ่อเท่าไหร่นัก ในช่วงวัยรุ่นเขาเริ่มหลงใหลกางเกงในผู้หญิงจนกลายเป็นพวกถ้ำมอง (โดยเฉพาะการแอบดูกามกิจที่ผู้อื่นกระทำ) ต่อมาก็เริ่มพฤติกรรมชอบฆ่าทารุณสัตว์(และร่วมเพศสัตว์)และแต่งหญิง สำหรับแต่งหญิงนั้นเขาอ้างว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหารในสงครามเวียดนาม เคยมีคนทดสอบไอคิวเขาพบว่า ไอคิวเขานั้นอยู่ที่ 130 นับว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง จนมีคนจากหลายสถาบันติดต่อให้เขาเข้าไปเรียน หลังจากที่เขาเรียนจบ เขาได้เข้าเรียนมหาลัยและแต่งงาน เขาเป็นครูแต่โดนไล่ออกอย่างรวดเร็วเพราะพฤติกรรมไม่เหมาะสม หลักจากนั้นเขาก็ทำอาชีพตำรวจเมื่อปลายปี 1971 ในขณะที่เขาอายุ 25 ปี และนั้นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่สุดจะหรรษา เพราะเชฟเฟอร์เป็นตำรวจ เขาเลยสามารถล่อลวงเหยื่อได้ง่ายดาย เนื่องจากแค่เห็นผู้หญิงบนท้องถนน เขาก็แสดงตัวเป็นตำรวจ จากนั้นพาขึ้นรถ และไปหาที่ฆ่าที่ไหนสักแห่งมันง่ายเหมือนปลอกกล้วย วิธีฆ่าของเชฟเฟอร์นั้นจะคล้ายๆ เขาจะรับเหยื่อขึ้นรถ จากนั้นก็ไปที่ไกลๆ เป็นป่าด้วยยิ่งดี จากนั้นเขาก็ผูกเหยื่อข่มขืนและทรมานจนกว่าพวกเขาจะตาย จากนั้นอาจปล่อยทิ้งไว้หรือลากขึ้นต้นไม้ ซึ่งวิธีการจะคล้ายๆ กับ เท็ด บัดดี้ในการสังหารเหยื่อ

        ในช่วงระหว่างปี 1969-1973 เกิดคดีผู้หญิงหายสาปสูญ และมีการพบศพพวกเธอในเวลาที่ต่างกัน ทำให้การเชื่อมโยงฆาตกรรายนี้เป็นไปได้ยาก แต่เจอร์ราร์ด จอห์น  เชฟเฟอร์ ถูกจับได้ง่ายๆ เมื่อ 21 กรกฎาคม 1972 ในขณะที่เขากำลังเลือกเหยื่อ เขาได้เลือกเด็กสาววัยรุ่นอายุ 18 และ 17 ขึ้นมารถเขา และเขาก็ขู่เธอด้วยปืนแล้วพาสองสาวไปป่าละเมาะและมัดตัดกับต้นไม้พันธการมือและผ้าและเอาเชือกผูกคอเตรียมที่จะฆ่าอยู่แล้ว แต่จู่ๆ เขาตัดสินใจปล่อยเหยื่อทั้งสอง พร้อมพูดว่ารออยู่ที่นี้แหละนะ เดี๋ยวจะมาจัดการพวกเธอนะ

        เหยื่อสองคนเห็นเชฟเฟอร์จากไป ก็พยายามแก้เชือก(อยู่ไปก็โง่สิ) แล้ววิ่งไปแจ้งสถานตำรวจที่ใกล้สุด พร้อมแจ้งลักษณะรูปพรรณสัณฐานคนร้ายชนิดหน้าตาหน้า ส่งผลให้เชฟเฟอร์โดนจับกุม และในระหว่างประกันตัว   เชฟเฟอรร์ก็ฉลองการออกจากคุกโดยฆ่าเหยื่ออีก 4 คน (มี 2 รายพบศพ ส่วนอีก 2 ไม่มีใครพบศพ)  จนกระทั้งเขาถูกจับกุมในข้อหาเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เมื่อตุลาคม 1973 เจ้าหน้าที่เริ่มขยายผล พบว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับหญิงสาว 30 คนที่หายตัวไปและพบศพบางส่วน แต่เขาถูกฆ่าตายโดยเพื่อนร่วมห้องขังเสียก่อนที่จะถูกพิพากษา

 

 

อ้างอิงจาก

http://listverse.com/2009/01/15/10-lesser-known-serial-killers/

ข้อมูลเพิ่มเติมจากวิกิพีเดีย



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 358 : 10 ฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตที่หลายคนไม่ค่อยได้ยินชื่อสักเท่าไหร่ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 12724 , โพส : 10 , Rating : 100% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 10 : ความคิดเห็นที่ 14935

น่าจะเป็นราชินีอลิซซาเบสน้า--โหดกับหญิงเยอะมาก


PS.  แฟรี่เทล!!!!
Name : โซนากะ มาระ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ โซนากะ มาระ [ IP : 171.100.168.44 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2555 / 14:42
# 9 : ความคิดเห็นที่ 13190
ส่วนใหญ่ครอบครัวมีปัญหา ผู้ชายก็ถูกข่มขืน = =
Name : SodaMemE < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SodaMemE [ IP : 223.204.245.47 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2554 / 23:44
# 8 : ความคิดเห็นที่ 12274
โหดกันดีแท้ = =;
PS.  สึนะก็ดูดี มุคุโร่ก็หล่อล่ำ ฮิบาริก็น่าหม่ำ เฮ้ออยากได้เป็ยสามีจังเลย
Name : LikeCartoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LikeCartoon [ IP : 111.84.202.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 กรกฎาคม 2554 / 21:51
# 7 : ความคิดเห็นที่ 12270
ส่วนใหญ่จะเป็นเกย์และอยู่อเมริกาแฮะ= =;;
อันดับ3นีทำเอาอึงเลยทีเดียว
แหวะ!!!

PS.  ไม่มีอะไรที่เรียกว่าบ้า... สำหรับคำว่ารัก
Name : ดั้งเเหมบ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดั้งเเหมบ [ IP : 110.169.184.57 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 กรกฎาคม 2554 / 17:07
# 6 : ความคิดเห็นที่ 12242
วันนี้งดอัฟเพราะเอาคอมไปล้างเครื่องอยู่
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.124.182 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กรกฎาคม 2554 / 11:09
# 5 : ความคิดเห็นที่ 12226
ไรท์เตอร์ครับ งงเรื่อง Larry Eyler ถูกตัดสินปี 1986  แต่เสียชีวิตปี 1983  ???

ปีสลับกันรึเปล่าครับ ทำไมถูกตัดสินหลังเสียชีวิตล่ะครับ
Name : snowy29 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ snowy29 [ IP : 58.136.5.113 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 กรกฎาคม 2554 / 13:25
# 4 : ความคิดเห็นที่ 12223
 สยองแฮะ
PS.  ตราบใดที่อัคคียังส่องสว่าง ตราบใดที่เหมันต์ยังโปรยปราย ฉันจะไม่เธอ..เพื่อนของฉัน
Name : K.ami-Yu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ K.ami-Yu [ IP : 124.122.89.117 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กรกฎาคม 2554 / 20:19
# 3 : ความคิดเห็นที่ 12218
 ที่บอกว่าปัจจุบันจอร์น โรเบิร์ตสันพยายามต่อสู้ตามกฏหมายให้ยกเลิกประหารชีวิต...

เขายังไม่ตายเรอะ !!!

PS.  อย่าได้หวั่นต่อคำลวงใดๆ เพราะไม่มีสิ่งใดคือความจริงตั้งแต่แรก...
Name : Raftale (อลิซาเบธ) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Raftale (อลิซาเบธ) [ IP : 115.87.76.137 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กรกฎาคม 2554 / 17:30
# 2 : ความคิดเห็นที่ 12217
จอห์น โรบินสัน >> หน้าตาเหมือนนักการเมืองดีแท้ - -

แลร์รี >> โดนข่มขืนโดยพ่อเลี้ยง ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นผู้ชาย! น่าสงสารมากเลย TT
PS.  ลูลูช วี บริททาเนียขอบัญชา จงส่ายตูดซะ - -!
Name : Seesor < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Seesor [ IP : 180.180.200.56 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กรกฎาคม 2554 / 17:08
# 1 : ความคิดเห็นที่ 12216
หลอนนนนนน~
PS.  บ้าเป็นกิจวัตร55+
Name : ดั้งเเหมบ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดั้งเเหมบ [ IP : 161.200.57.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กรกฎาคม 2554 / 16:04
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android