คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 351 : 8 ตำนานแวมไพร์ที่สามารถอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์


     อัพเดท 25 มิ.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,021 Overall : 2,738,906
22,174 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7170 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 351 : 8 ตำนานแวมไพร์ที่สามารถอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11918 , โพส : 9 , Rating : 71% / 9 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



แวมไพร์ จากวิกิพีเดีย(ไทย) แล้วมีความหมายว่า แวมไพร์ ผีชนิดหนึ่งตามความเชื่อของชาวยุโรป ในยุคกลาง เชื่อว่าเป็นผีดิบ ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์ทั่วไป แต่มีฟันแหลมคม ดื่มเลือดของมนุษย์ด้วยกันเป็นอาหารเพื่อหล่อเลี้ยง โดยที่แวมไพร์จะมีชีวิตเป็นอมตะ ไม่มีวันตาย จะปรากฏตัวได้แต่เฉพาะเวลากลางคืน เพราะกลางวันแพ้แสงแดด แวมไพร์จะหลบซ่อนอยู่ในโลงของตนหรือในหลุมในเวลากลางวัน สามารถแปลงร่างได้หลายแบบ เช่น ค้างคาว, นกฮูก, หมาป่า, กบ, คางคก, แมลงเม่า, งูพิษ เป็นต้น สามารถกำบังกายหายตัวได้ ไม่มีเงาเมื่อกระทบกับแสงหรือสะท้อนในกระจก มีแรงมากเหมือนผู้ชาย 20 คน สิ่งที่จะกำราบแวมไพร์ได้คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา เช่น ไม้กางเขน, น้ำมนตร์ หรือแม้กระทั่งสมุนไพรกลิ่นแรงบางชนิด เช่น กระเทียม วิธีฆ่าแวมไพร์มีมากมาย เช่น ตอกลิ่มให้ทะลุหัวใจ เผา หรือ ตัดหัวด้วยจอบของสัปเหร่อ บุคคลที่ตกเป็นเหยื่อของมัน จะกลายเป็นแวมไพร์ไปด้วย และกลายเป็นสาวกของแวมไพร์ตนที่ดูดเลือดตัวเอง

ชาวยุโรปในยุคกลางนั้น หวาดกลัวแวมไพร์มาก ผู้ที่สงสัยว่าเป็นแวมไพร์ จะตกอยู่ในสถานะเดียวกับแม่มด หรือ มนุษย์หมาป่า คือ ถูกตัดสินลงโทษด้วยการเอาถึงชีวิต มีวิธีการป้องกันการรุกรานของแวมไพร์หลายวิธี เช่น บางหมู่บ้านจะโปรยเมล็ดข้าวไว้บนหลังคาบ้าน เพราะเชื่อว่าแวมไพร์จะง่วนกับการนับเมล็ดข้าวเป็นการถ่วงเวลาจนรุ่งเช้า หรือ โรยเศษขนมปังไว้ตั้งแต่สุสานให้แวมไพร์เดินเก็บเศษขนมนั้นวนเวียนไปมา หรือแม้แต่การวางไม้กางเขนหรือดอกกุหลาบที่มีหนามแหลมเพื่อเป็นการพันธนาการไว้ในโลง

เรื่องราวของผีแวมไพร์ มีมากมาย ที่เป็นนิทานพื้นบ้านและวรรณกรรม โดยวรรณกรรมที่ว่าถึงแวมไพร์ที่เก่าแก่ที่สุด มีมาตั้งแต่สมัยโรมัน วรรณกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของแวมไพร์คือ เรื่องแดรกคูลา ของ บราม สโตกเกอร์ ที่โด่งดังจนมีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ละคร ละครเวที หรือแม้แต่กระทั่งภาพยนตร์การ์ตูนมากมายตราบจนปัจจุบัน เช่น ภาพยนตร์เรื่อง Nosferatu : A Symphony of Horror ในปี ค.ศ. 1922 เป็นต้น

แน่นอนว่าเราไม่เถียงว่าแวมไพร์เป็นผีอมตะที่เรารู้จักกันดีไปทั่วโลก แต่กระนั้นเราก็มีข้อเท็จจริงหลากหลายที่สามารถอธิบายได้เหมือนกันว่าแวมไพร์เป็นสิ่งที่เราเข้าใจผิดมาโดยตลอด  และนี้คือ 8 ตำนานแวมไพร์ที่สามารถอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์

 

8.Stake Through the Heart

  

หมุดปักผ่านหัวใจ เป็นตำนานความเชื่อที่ได้รับความนิยมที่สุดเกี่ยวกับแวมไพร์ว่า วิธีที่สามารถกำจัดแวมไพร์ได้อย่างชะงักนั้นก็คือการปักหมุดทะลุผ่านหัวใจแวมไพร์ โดยมีเรื่องเล่ากันว่าหากพื้นที่ใดมีแวมไพร์อาละวาด ชาวบ้านจะพยายามตามรอยว่ามีศพใดผิดปกติ และเมื่อพบ พวกเขาจะขุดศพที่คิดว่าเป็นแวมไพร์ขึ้นมาจากหลุมฝังศพตอนกลางวัน(หรือศพดังกล่าวอยู่โรงเก็บศพ หรือไม่ก็อยู่พื้นที่ลับอยู่ก่อนแล้ว) และเมื่อพบศพ จะพบว่าศพดังกล่าวมีรูปร่างผิดปกติแตกต่างจากศพทั่วไป หลังจากนั้นพวกเขาจะใช้หมุดไม้หรือเหล็ก (อาจเป็นกางเขนสัญลักษณ์ศาสนาคริสต์)ปักอก ใช้ค้อนตอกจนมิด เลือดสดๆ ทะลึกออกมากลิ่นเหม็นคาวคลุ้งไปทั่ว และศพดังกล่าวจะส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างกับคนยังมีชีวิตอยู่(ทั้งๆ ที่ตายไปแล้ว) จารกนั้นศพจะบิดกายอย่างเจ็บปวด ส่งเสียงอืออาในลำคอก่อนที่สงบนิ่งไป โดยตำนานดังกล่าวมาจากการดัดแปลงจากตำนาน revenant (ศพที่กลับมาจากหลุมฝังศพ ซึ่งเป็นอีกชนิดหนึ่งของแวมไพร์)  ซึ่งเป็นวิธีการป้องกันไม่ให้ศพคืนชีพ ทั้งที่ความจริงแล้วเสียงร้องโหยหวนดังกล่าวเป็นเพียงภาวะศพอืด พองตัว ที่ก๊าซถูกกักเก็บอยู่ในภาวะอาหาร ลำไส้ และหลอดอาหาร และเมื่อหมุดปักความดันจะทำให้ก๊าซทะลักผ่านลำคอและดันปากเหมือนกับเสียงเพลง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดดังกล่าว

 

7.Bats

  

ตามความเชื่อของโรมาเนียเชื่อว่าค้างคาว แมลง หรือสัตว์ที่บินได้ ที่ผ่านซากศพ มันจะกลายเป็น revenant และนอกจากนี้ยังเชื่อว่าค้างคาวเป็นร่างแปลงของแวมไพร์ ซึ่งมันกระหายที่อยากกินเลือดมนุษย์ โดยความจริงแล้วความเชื่อเรื่องของแวมไพร์ที่สามารถแปลงร่างเป็นค้างคาวได้ อาจมีที่มาจากที่ภูมิภาคอเมริกากลางและทวีปอเมริกาใต้ ที่นั้นมีค้างคาวขนาดเล็กจำพวกหนึ่ง ชื่อค้างคาวดูดเลือด หรือค้างคาวแวมไพร์ ซึ่งมีพฤติกรรมชอบดูดเลือดสัตว์ชนิดอื่นเป็นอาหารหลังจากพระอาทิตย์ตกดินแล้ว โดยเวลาเจอเหยื่อค้างคาวจะบินเข้าไปใกล้เหยื่อและจะเกาะบนพื้นก่อนที่จะค่อยๆ คลานเข้าไปหาเหยื่อ และจะทำให้เกาะเหยื่อได้โดยที่เหยื่อไม่รู้สึกตัว(ส่วนมากจะเลือกเหยื่อที่นอนหลับ) และใช้ฟันหน้าที่คมกรีดผิวหนังเหยื่อบริเวณที่ไม่มีขน แล้วจึงค่อยๆ เลียกินเลือดที่ไหลออกมาจนอิ่ม ก่อนที่จะจากไป จากพฤติกรรมของค้างคาวดูดเลือดนี้เอง ที่ส่งผลให้มีผู้เขียนนวนิยายนำมาดัดแปลงเป็น แวมไพร์ผีดูดเลือด ในเวลาต่อมา ซึ่งความจริงแล้วค้างคาวดึงกล่าวไม่ได้ดูดเลือดแต่มันเลียเลือดจากแผลต่างหาก

 

6. Fresh Corpses

  

มีเรื่องเล่าอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับแวมไพร์ที่เป็นเรื่องจริง โดยเล่าว่าในช่วงกลาง ค.ศ. 1700 มีชายคนหนึ่ง ปีเตอร์ โปลโกโจวิทช์ ชาวไร่ชาวเซอร์เบียอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านกิสิโลวาแห่งตำบลราห์น เสียชีวิตลงเมื่ออายุ 62 ปี โดยไม่ทราบสาเหตุเสยชีวิตแน่ชัด หลังจากที่ฝังศพเขาได้นานสิบอาทิตย์ ชาวบ้านก็เห็นโปลโกโจวิทช์ปรากฏกายขึ้นในยามค่ำคืน บรรดาผู้คนที่ได้พบเห็นเขากล่าวว่าเขาบุกรุกเข้าถึงเตียงนอนและทำร้ายเหยื่อ โดยภายในเวลาเพียงหนึ่งอาทิตย์ก็มีผู้ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตถึงเก้าคน หลังจากนั้นภรรยาของปีเตอร์ โปลโกโจวิทช์ก็บอกว่าเขาเคยมาพบเธอและร้องขอร้องเท้าจากเธอ(เป็นความเชื่อ ของยุโรปว่าผีดูดเลือดแม้ตายแล้วยังมีกิเลสและยึดติดกับทรัพย์สมบัติอยู่) ภรรยาของเขาหวาดกลัวแล้วเผ่นหนีออกจาหมู่บ้านทันที ผลสุดท้ายชาวบ้านทนไม่ไหวจึงลงมิติขุดศพของนายโปลโกโจวิทช์ขึ้นมาเพื่อทำลาย ให้สิ้นซากเสียเลย

เมื่อ ชาวบ้านขุดศพขึ้นมา ชาวบ้านต่างตะลึงเมื่อศพไม่ส่งกลิ่นเน่าออกมาเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งสภาพศพก็ไม่เน่าเปื่อย นอกจากบริเวณจมูกและผิวด้านนอกของร่างกาย ที่น่าแปลกคือเกิดผิวหนังใหม่เข้ามาแทนที่ผิวด้านนอกที่เปื่อยหลุด ออก(ประมาณคล้ายงูลอกคราบ) เล็บของเขาหลุดออกก็ปรากฏเล็บอ่อนที่กำลังงอกขึ้นมาใหม่เช่นกัน และบริเวณปากของเขาก็มีเลือดไหลซึมเป็นทางยาว บ้านรีบจัดการทำลายผีดูดเลือดตนนี้ โดยการใช้ตอกแท่งไม้แหลมทะลุผ่านหัวใจ ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างยืนยันว่ามีเลือดสดๆ ไหลทะลักออกมามากมาย หลังจากนั้นชาวบ้านก็เผาศพทันที ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผีดูดเลือดก็ไม่มาทำร้ายชาวบ้านอีกเลย

ตามความเชื่อที่ได้รับความนิยมเกี่ยวกับศพที่ถุกสงสัยว่าแวมไพร์ก็คือ ให้สังเกตว่าศพที่จะเป็นแวมไพร์มักจะเป็นศพที่ดูมีสุขภาพกว่าที่จะเป็น จะดูอ้วนและดูไม่มีสิ่งที่บ่งว่าจะเน่าเปื่อย ริมฝีปากและปากเต็มไปด้วยสีแดงคล้ายเลือดสด และเส้นผมและเล็กของศพยังมีการเจริญเติบโตงอกอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามเรื่องศพไม่เน่าเปื่อยนั้นสามารถอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ได้อย่างมากมาย เริ่มจากความรู้พื้นฐานการย่อยสลายศพนั้นก็สามารถอธิบายได้ว่า หากศพดังกล่าวอยู่ในพื้นที่มีไม่อากาศบริสุทธิ์และอยู่อุณหภูมิต่ำโดยเฉพาะอยู่ใต้ดินหรือพื้นที่สภาพเหมือนตู้เย็น ก็จะช่วยชะลอไม่ให้ศพเน่า ส่วนกรณีริมผีปากแดงสดเหมือนเลือดนั้นเกิดกรณีที่ศพป่องเลือดจะถุกผลักมายังพื้นผิวก่อให้เกิดสีแดงสดที่แก้มหรือริมผีปากหรือแม้แต่เลือดในปากทำให้เหมือนคนตายแล้วไม่นาน ส่วนผมและเล็บยังงอกทั้งที่คนเราตายแล้วนั้นเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันไปเองเป็น จริง ๆ แล้วเส้นผมและเล็บมือของเรา จะไม่งอกอีกต่อไปหลังจากที่เราเสียชีวิต แต่สำหรับบางรายอาจจะดูเหมือนมันงอกออกมาอย่างเห็นได้ชัด นั่นเป็นเพราะ เมื่อเราตาย ร่างกายจะสูญเสียน้ำ ผิวหนังขาดความชุ่มชื้นจนต้องหดตัวลง ทำให้เกิดการเข้าใจผิดไปว่าเส้นผมและเล็บมือของศพนั้นยาวขึ้น

 

5.Fangs

  

โรคโพรพีเรีย(Porphyria)หรือโรคผีดูดเลือด เป็นโรคทางพันธุกรรมด้อยที่เกี่ยวกับเลือดที่เกิดจากความผิดปกติของเลือด เนื่องจากร่างกายขาดเอนไซม์ที่ใช้สร้างร่างกายที่เรียกว่า “Heme” ซึ่งอาการของโรคจะแสดงออกสองลักษณะใหญ่ๆ ก็คือทางจิต และผิวหนัง  ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีร่างกายอ่อนแอเพราะว่ามีเฮโมโกลบินน้อยเกินไปในการผลิตเลือด โดยในสมัยก่อนโรคดังกล่าวมักเกิดขึ้นกับขุนนางที่แต่งงานระหว่างเครือญาติ โดยผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวจะเกิดอาการแทรกซ้อนทางผิวหนัง  แพ้แสงแดดอย่างรุนแรงถึงขั้นปวดแสบปวดร้อนและมีการเปลี่ยนแปลงทางผิวหนังที่บวม พุพอง และเกิดความผิดปกจิต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม การเปลี่ยนแปลงของสีผิว การเสื่อมสภาพของริมฝีปากและจมูก สายตาที่น่ากลัว และแน่นอน โรคนี้ยังส่งผลให้เหงือกของผู้ป่วยหดรัดตัวเข้าไปและมีฟันยืนออกมา ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคนี้จึงมีรูปร่างลักษณะและอุปนิสัย คล้ายแวมไพร์ดังกล่าว

 

4.Vampire's Reflection

  

อีกหนึ่งความเชื่อเรื่องแวมไพร์คือ ก็คือแวมไพร์ทุกตัวจะไม่มีเงาเมื่อกระทบแสงหรือสะท้อนในกระจก ซึ่งปกติแล้วกระจกมักเกี่ยวข้องกับความเชื่อแห่งความตายเสมอ ตามความเชื่อของตะวันตกแล้ว หากกระจกแตกจะหมายถึงลางร้ายบอกถึงการจากไปหรือการตายของใครบางคนในครอบครัว ตามความเชื่อของบัลแกเรีย ศพคนตายไม่สะท้อนในกระจกหมายถึงจะมีความตายเกิดขึ้น ซึ่งทำให้มีประเพณีว่าเวลาจะเคลื่อนย้ายศพออกจากบ้านต้องออกทางหน้าตายและไม่ควรผ่านประตูหน้าบ้านเพราะประคูหน้าบ้านมักทำจากแก้ว และผู้ที่เป็นโรคโพรพีเรีย(Porphyria)มักหวาดกลัวกระจกเพราะพวกเขาไม่ต้องการให้เห็นตัวเอง(ที่หน้าตาอัปลักษณ์)ในกระจกมากนัก

 

3. Photosensitivity

  

ผู้ที่เป็นโรคโพรพีเรีย(Porphyria) ผิวหนังจะเกิดอาการแพ้แสง และเกิดแผลพุพอง เนื่องจากร่างกายของผู้เป็นโรคขาดความประสิทธิภาพการซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังที่ถูกทำลายโดยรังสียูวี ทำให้ผู้เป็นโรคกลัวแสงแดด เพื่อเลี่ยงอาการเหล่านี้คนเหล่านั้นจึงมักออกจากบ้านในยามค่ำคืน

 

2. Aversion to Garlic

  

กระเทียมถือว่าเป็นสัญลักษณ์คลาสสิกในคติชนแวมไพร์ ที่แวมไพร์หวาดกลัวต่อกระเทียม แต่ทำไมต้องเป็นกระเทียม? เนื่องจากผู้ที่เป็นโรคโพรพีเรีย(Porphyria)จะมีอาการทางจิตชนิดหนึ่งคือหวาดกลัวกระเทียมเป็นอย่างมาก ทั้งที่กระเทียมมีสารเคมีในการรักษาโรคโพรพีเรีย


                1. Drinking Blood

  

และนี้คือความเชื่อเกี่ยวกับแวมไพร์ที่ฮิตที่สุด นั้นก็คือแวมไพร์มักกระหายเลือดตลอดเวลา จำเป็นต้องดื่มเลือดของมนุษย์ด้วยกันเป็นอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต

มีอยู่ตำนานหนึ่งที่เกี่ยวกับแวมไพร์เล่าว่าในปี 1970 - 1980  ที่เมือง มานอส ประเทศ บราซิล มีผู้พบศพเด็กอายุประมาณ 10 ขวบ คนหนึ่งนอนตายอยู่ในเวลาพลบค่ำ ก่อนพบศพเด็กคนนั้นพยานได้เห็นหญิงสาวสวยคนหนึ่งเดินจ้ำออกไปอย่างลุกลี้ ลุกลนเจ้าหล่อนผู้นั้นผิวขาวสวยผมสลวยลงเคลียไหล่ แต่งกายด้วยกระโปรงชุดมินิสเกิ๊ตสีอ่อน และสวมถุงน่องสีดำเมื่อหล่อนลับตัวไปแล้วพยานจึงเข้าไปพบศพเด็กชายคนนั้น อยู่ข้างพุ่มไม้ทึบ สิ้นใจแล้วแต่เนื้อตัวยังอุ่นอยู่ ตรงลำคอมีรอยรูเล็กๆ 2 รู ตรงจุดที่เป็นเส้นเลือดใหญ่พอดี สันนิษฐานว่าคงถูกกัดเจาะด้วยเขี้ยวแหลมคมเหมือนเขี้ยวสัตว์ต่อมาก็เกิดคดีเด็กเสียชีวิตแบบนี้อีก 2 - 3 ราย ทุกรายล้วนแต่มีผู้พบเห็นสตรีสาวในชุดมินิสเกิ๊ตป้วนเปี้ยนอยู่ด้วยทั้งสิ้น จึงโจษขานกันไปต่างๆนานาบ้างก็แจ้งความให้ตำรวจจับ ซึ่งตำรวจก็ไปซุ่มด้อมๆมองๆตามที่ซึ่งคิดว่ามีผีดูดเลือดสาวสวยจะไป แต่ก็ปราศจากผล

จนกระทั่งคืนหนึ่งชายหนุ่มคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นขึ้นไปบนโรงพักกุมลำคอที่โชกเลือดไปให้ดูด้วยว่ามันมีรูเล็กๆเหมือนเขี้ยวสัตว์ 2 รู ที่นั่นเลือดไหลรินออกมาไม่หยุดชายหนุ่มเล่าว่าเขาได้พบสาวสวยคนหนึ่ง และ แต่งชุดมินิสเกิ๊ตเดินอยู่ชายหาดเจ้าหล่อนชายหูชายตาให้เขาอย่างเป็นนัยๆ ชายหนุ่มก็เลยเข้าไปผูกสัมพันธ์ด้วยจนกระทั่งถึงขั้นกอดรัดในความมืดแต่ทันใดนั้นเอง" ผมรู้สึกเจ็บแปลบที่ลำคอ " ชายหนุ่มเคราะห์ร้ายเล่า " ทำให้นึกถึงเรื่องผีดูดเลือดขึ้นได้จึงสะบัดเต็มแรงจนผู้หญิงคนนั้นผงะไปผม เห็นหล่อนอ้าปากกว้างมีเขี้ยวแหลมยาวสองซี่เปรอะเลือดของผมแดงเถือก เห็นเท่านั้นผมก็ตกใจเกือบสิ้นสติ รีบสะบัดจนหลุดแล้ววิ่งมานี่หละครับ "คราว นี้ตำรวจยกกำลังไปที่ชายหาดนั้นทันทีแต่ไม่พบร่องรอยสาวสวยผีดูดเลือดคนนั้น เลยแม้แต่เงาจนป่านนี้ก็ยังหาตัวไม่ได้ แต่คดีคนถูกดูดเลือดจนตายไม่เกิดขึ้นอีกเลยนับจากนั้นเป็นต้นมา

ทำไมต้องเป็นเลือด? ทำไมแวมไพร์ซึ่งเป็นศพที่ตายแล้วถึงมีความต้องการเลือดได้ มันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพศพหรือไม่? แต่ที่แน่ๆ ก็คือผู้ที่เป็นโรคโพรพีเรีย(Porphyria) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากข้อบกพร่องของเฮโมโกลบินในเลือดที่ทำให้ผู้ป่วยจำเป็นต้องการเลือดสดในบริมาณมาก โดยสมัยก่อนใช้วิธีดื่มเลือด(ปัจจุบันใช้วิธีถ่ายเลือด) ซึ่งนั้นเองทำให้คนสมัยก่อนไม่ค่อยทราบความจริงของโรคดังกล่าว ทำให้หลายคนเชื่อว่านี้คือ “แวมไพร์”

 

 

อ้างอิงจาก+ +

http://listverse.com/2010/09/30/8-vampire-myths-explained/

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 351 : 8 ตำนานแวมไพร์ที่สามารถอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11918 , โพส : 9 , Rating : 71% / 9 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 9 : ความคิดเห็นที่ 16421
เราคิดว่าแวมไพร์นั้นเป็นอะไรที่น่าสงสารเพราะออกนอกบ้านก็ไม่ได้ จะกินอาหารอื่นก็ไม่ได้นอกจากเลือด เราอยากเห็นแวมไพร์สักครั้งจัง
Name : อามาโนะ เอรินะ [ IP : 115.87.171.186 ]

วันที่: 13 สิงหาคม 2555 / 12:13
# 8 : ความคิดเห็นที่ 16053
ตกใจอันดับ 6 =w="
Name : oIceJunGo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ oIceJunGo [ IP : 101.109.132.165 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มิถุนายน 2555 / 20:01
# 7 : ความคิดเห็นที่ 13194
สรุปแวมไพร์คือคนที่เป็นโรคโพรพีเรีย? = =
Name : SodaMemE < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SodaMemE [ IP : 223.204.245.47 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2554 / 00:26
# 6 : ความคิดเห็นที่ 11997
รูปที่ 6 น่ากลัวมาก
PS.  สึนะก็ดูดี มุคุโร่ก็หล่อล่ำ ฮิบาริก็น่าหม่ำ เฮ้ออยากได้เป็ยสามีจังเลย
Name : LikeCartoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LikeCartoon [ IP : 1.47.100.130 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มิถุนายน 2554 / 18:11
# 5 : ความคิดเห็นที่ 11988
รูปอันดับ 6 เเอบน่ากลัว_ _;;
PS.  ภาพจริงที่ซ่อนอยู่ในภาพลวงตา ภาพลวงตาที่ซ่อนอยู่ในภาพจริง ความจริงท่ซ่อนอยู่ในเรื่องโกหก เรื่องโกหกที่ซ่อนอยู่ในความจริง นี้คือหมอก !!
Name : Byakuran✖Mukuro < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Byakuran✖Mukuro [ IP : 223.205.189.61 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มิถุนายน 2554 / 22:17
# 4 : ความคิดเห็นที่ 11987
วิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ ^^
ชักอยากพิสูจน์เรื่องแบบนี้บ้างจัง(แต่มันก็น่ากลัว แหะๆๆ)
PS.   I love vocaloid and reborn
Name : treat < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ treat [ IP : 125.25.43.84 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มิถุนายน 2554 / 21:18
# 3 : ความคิดเห็นที่ 11983
กลัวรูปอันดับ 6 อ่ะ

PS.  จะทำอะไรก็รีบทำ อย่าให้เสียเวลาแม้แต่เสี้ยววินาที
Name : Big_Love < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Big_Love [ IP : 58.8.191.219 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มิถุนายน 2554 / 18:44
# 2 : ความคิดเห็นที่ 11982

รออ่านต่อนะคะ


PS.  ฉันจะทำทุกอย่าง ให้พวกนายมีตัวตน...
Name : darknesseye < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ darknesseye [ IP : 182.53.104.245 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มิถุนายน 2554 / 18:35
# 1 : ความคิดเห็นที่ 11981
 อืม...
PS.  อย่าได้หวั่นต่อคำลวงใดๆ เพราะไม่มีสิ่งใดคือความจริงตั้งแต่แรก...
Name : Raftale''' (อลิซาเบธ) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Raftale''' (อลิซาเบธ) [ IP : 110.168.78.179 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มิถุนายน 2554 / 18:18
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android