คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 316 : 6 แผนร้ายกาจของบุคคลอันตรายที่คิดจะเปลี่ยนโลก


     อัพเดท 7 มี.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,712 Overall : 2,764,294
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7220 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 316 : 6 แผนร้ายกาจของบุคคลอันตรายที่คิดจะเปลี่ยนโลก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9967 , โพส : 15 , Rating : 0% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

                ในประวัติศาสตร์มีหลายบุคคลที่คิดการใหญ่ คิดจะเปลี่ยนโลกด้วยวิธีชั่วร้ายมากมาย อย่าง เช่น รัสปูติน ฮิตเลอร์ สตาลิน ฯลฯ แต่บุคคลที่เรารู้จักนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเศษเสี้ยวประวัติศาสตร์เท่านั้น ยังมีบุคคลดังและไม่ดังอีกมากที่มีความคิดจะเปลี่ยนโลกด้วยวิธีชั่วร้ายอีกมากมาย บางคนก็มีความคิดจะเปลี่ยนโลกเพื่ออำนาจของตนเอง บางคนก็อยากได้ผลประโยชน์ส่วนตน หรือบางคนยอมชั่วเพื่อชาติของตนเอง และนี้คือ 6 อันดับบุคคลอันตรายที่คิดจะเปลี่ยนโลกด้วยวิธีที่ร้ายกาจ

 

6. Skorzeny Otto(12 มิถุนายน 1908-5 กรกฎาคม 1975)

  

ออตโต สคอร์เซนี่ เป็นพันเอกในกองทัพหน่วยคอมมานโด SS ของนาซี และมีบทบาทสำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 2 เก่งเรื่องการบแบบกองโจรและมีลักษณะเด่นคือแผลเป็นที่แก้มซ้าย

ออตโตในกรุงเวียนนา เป็นชนชั้นกลาง ครอบครัวมีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการรับราชการทหาร  ตัวเขาเองนั้นเป็นนักฟันดาบของโรงเรียนที่เวียนนา นิสัยบ้าพลังครั้งหนึ่งเขาเคยดวลระหว่างเพื่อนๆถึง 15 คนเรียงตัว จนได้จนเป็นสัญลักษณ์ประจำตัว ต่อมาในปี 1931 เขาก็ได้เข้าร่วมกองทัพนาซีแล้วเข้ารับราชการในหน่วย SS องครักษ์พิทักษ์ฮิตเลอร์ และเขาก็สร้างผลงานมากมาย จนได้เป็นหัวหน้าหน่วยคอมมานโดชุดปฏิบัติงานพิเศษ ที่ฮิตเล่อร์ได้ตั้งขึ้น ในเดือน กรกฏาคม 1943 โดยภารกิจแรกที่สุดหินคือ การชิงเอาตัวมุสโสลินีออกจากคุก ที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นที่โรงแรม แกรน ซัสโซ บนเทือกเขาอะเพนไนนส์ แต่ภารกิจสุดหินดังกล่าวออตโตก็สามารถผ่านไปอย่างง่ายดาย ด้วยแผนที่ร้ายกาจ และเรียบง่าย คือใช้เครื่องร่อนและหน่วยอากาศโยธินบินเข้าไปปฏิบัติการ แบบชนิดรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ทำให้เขาสามารถนำตัวมุสโสลินี ขึ้นเครื่องบินเล็กบินออกมาหน้าตาเฉย.. ซึ่งผลงานดังกล่าวทำให้ชื่อของ  ออตโต สคอร์เซนี่ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก..และได้เลื่อนยศขึ้นเป็นพันตรี

ในเดือนตุลาคม 1944 ฮิตเล่อร์ส่งเขาไปฮังการี เพราะข่าวมีมาว่า ท่านประธานาธิบดีมิคลอส ฮอร์ธีกำลังจะเอาใจออกห่างนาซีโดยการจะยอมเป็นมิตรกับรัสเซีย นั่นก็หมายความว่าทหารเยอรมันจำนวนหลายแสนในดินแดนบอลข่านต้องกลายเป็นนักโทษสงครามไปทันทีและเยอรมันจะแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ออตโตจึงถูกส่งไปแก้ใขสถานการณ์ และเขาได้ใช้วิธีเข้าไปลักพาตัว นิโคลาส ลูกชายของประธานาธิบดี(รหัสปฏิบัติการคือ ปฏิบัติการ Panzerfaust) และข้อเสนอนั่นก็คือ ให้เขาลาออกจากตำแหน่งไม่งั้นลูกชายนายตาย และแล้ว ทุกอย่างสำเร็จลงอย่างง่ายดาย จนฮิตเลอร์สามารถตั้งรัฐบาลที่โปรแลนด์และนาซีขึ้นมาครองเมือง

สองเดือนต่อมาออตโตได้นำกองทัพรถถังเข้าตะลุยกับทหารอเมริกันในการรบที่บุลจ์ (Battle of the Bulge) ทำการก่อวินาศกรรม สงครามกองโจร นอกจากนี้ยังมีการปล่อยข่าวลื่อถึงแผนปฏิบัติการ Greif ว่าเยอรมันจะส่งออตโต สคอร์เซนี่เข้าไปในปารีส เพื่อที่จะสังหารนายพล.อ.ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ผู้บัญชาการสูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตร ในสงครามโลกครั้งที่สองถึงแม้ว่าจะเป็นข่าวลือ แต่ก็เล่นเอาท่านนายพลคนดังไม่ยอมออกมาจากศูนย์บัญชาการเป็นเวลาหลายอาทิตย์เชียว

แต่ในที่สุด ออตโต ก็ต้องยอมจำนนแก่ฝ่ายสัมพันธมิตร เขากลายเป็นนักโทษสงครามอยู่สองปี และ ได้สามารถแหกคุกหนีได้ ในวันที่ 27 กรกฏาคม 1948 เขาได้หลบหนีไปอยู่ที่สเปน โดยได้รับความช่วยเหลือจาก นายพลฟรังโก  แถมยังได้งานทำในฐานะวิศวกร ในปี 1952 เขาก็ได้รับการนิรโทษกรรมจากรัฐบาลเยอรมันในทุกๆข้อหา และเป็นอิสระที่จะเดินทางไปไหนๆก็ได้ และสุดท้าย ในปี 1975 ออตโต ได้เสียชีวิตในคฤหาสน์ในกรุงมาดริดตามอายุขัย อย่างสงบ


                5. Benito Mussolini(29 กรกฎาคม 1883-28 เมษายน 1945)

   

เบนีโต มุสโสลีนี เรียกชื่อโดยทั่วไปว่า "อิลดูเช" (Il Duce) แปลว่า "ท่านผู้นำ" เป็นจอมเผด็จการและนายกรัฐมนตรีของประเทศอิตาลี (1925 – 1943) เขาเกิดในครอบครัวที่ยากจนเป็นบุตรชายช่างตีเหล็ก ชาวอิตาลี  ก่อนที่เขาจะสู้ชีวิตจนก้าวสู่การเป็นนักสังคมนิยมยุวชนที่หลักแหลมและมีอันตราย แต่ต่อมาต้องลาออกจากพรรคสังคมนิยมอิตาลีเข้าร่วมการก่อตั้งพรรคสันนิบาตการต่อสู้แห่งอิตาลี (หรือพรรคฟาสซิสต์เพื่อเตรียมเป็นกองกำลังปฏิวัติ จากนั้นก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในปี 1922 แล้วสถาปนาตนเองเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบและรุกรานประเทศเพื่อนบ้านคือเอธิโอเปีย

หลังจากนั้นไม่รู้เป็นเพราะอะไรมุสโสลินีมีที่จะตั้งจักรวรรดิโรมันขึ้นมาอีกครั้ง โดยเขาจะเป็นซีซาร์ พอดีเวลานั้นเป็นช่วงปี ค.ศ. 1940 ฮิตเลอร์ทำท่าว่าจะชนะยุโรปได้ มุสโสลินีได้มีแผนสุดร้ายกาจ ด้วยการก็รีบเข้าร่วมกับฮิตเลอร์ทันที เขาพยายามเลียนแบบฮิตเลอร์กว่าทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวแบบเนี๊ยบ ท่าทางสุนทรพจน์ การโฆษณาชวนเชื่อล้วนได้แนวคิดจากฮิตเลอร์ทั้งสิ้น

แต่โชคไม่เข้ามุสโสลินีเลยเพราะชาวอิตาลีไม่มีใครอยากรบร่วมกับเขา ซ้ำยังต่อต้านเขาอีก จนเขาหลุดจากอำนาจ แต่พอเยอรมันบุกอิตาลี ฮิตเลอร์ก็แต่งตั้งให้ใหม่ ปลายสงครามโลกมุสโสลินี ถูกจับโดยกองกำลังปาร์ติซานของพรรคคอมมิวนิสต์อิตาลี และถูกประหารชีวิตด้วยข้อหาทรยศต่อชาติ ร่างของมุสโสลินี ภรรยาน้อย และผู้นิยมลัทธิฟาสซิสต์คนอื่นๆ อีกประมาณ 15 คน ได้ถูกนำไปยังเมืองมิลาโน เพื่อแขวนประจานต่อสาธารณชน นี้คงเป็นจุดจบที่ดีของคนที่คิดว่าตนเองเป็นซีซาร์(ข้อมูลจากวิกีพีเดีย)

 

4. Francisco Pizarro (26 กรกฎคม 1529 – 26 มิถุนายน 1541)

 

http://www.baanjomyut.com/library/discovery_history/24.html

ฟรังซิสโก ปิซาโรเป็นขุนนางชาวสเปน นักเดินเรือชาวสเปนผู้พิชิตอาณาจักรอินคา เขาเกิดในสเปน เป็นลูกนอกกฎหมายของนายทหารราบยศพันเอกคนหนึ่ง และมีชีวิตในวัยเยาว์ค่อนข้างแร้นแค้นโดยอยู่ในความดูแลของตายาย และไม่ได้รับการศึกษา เขาทำงานเป็นคนเลี้ยงหมูอยู่ 15 ปีจนถึงปี 1502 จึงได้เดินทางไปอยู่กับญาติข้างบิดาที่หมู่เกาะเวสต์อินดีสซึ่งเป็นประเทศเฮติในปัจจุบัน จากนั้นก็เดินทางไปหลายประเทศในอเมริกาใต้ ละที่นั้นเองเขาได้ยินอาณาจักรที่แสนยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง อาณาจักรที่สมบูรณ์ไปด้วยทองคำอาณาจักรหนึ่ง ทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคของทวีปอเมริกาใต้

เมื่อฟรังซัสโกได้ยินก็เกิดความโลภ อยากได้ทองคำ เขาได้เฝ้ากษัตริย์สเปนเพื่อขอแรงสนับสนุนขอกำลังทหารพิชิตอินคา เพื่อความมั่งคั่งของตนเอง และเขาก็กลับมาในทวีปอเมริกาใต้อีกครั้งพร้อมกำลังทหารและอาวุธครบมือ เขาได้แล่นเรือเลียบฝั่งตะวันตกของปานามาลงไปทางใต้ เพื่อค้นหาอาณาจักรอินคาอันมั่งคั่งแห่งนี้ และเขาต้องเสียเวลาถึง 3 ปี จนได้พบอาณาจักรของพวกอินคาซึ่งในปัจจุบันนี้เป็นดินแดนของประเทศเปรู

ตอนแรกฟรังซัสโกพบอทาฮวลปาผู้นำของอินคาผู้ครอบครองดินแดนตอนเหนือ ตอนแรกเขาบอกผู้นำคนนี้ให้นับถือคริสต์ศาสนา แน่นอนว่าผู้นำดังกล่าวได้ปฏิเสธ ทำให้เขามีเหตุผลพอที่จะเปิดสงคราม แม้ว่าทหารของเขาจะแค่ทหารราบ 240 คนกับมา 37 ตัวเท่านั้น ปิซาโรก็สามารถโจมตีพวกอินคาจำนวน 20 ล้านคนจนได้ชัยชนะ เนื่องจาออาวุธของอินคาเป็นแบบโบราณไม่สามารถสู้ปืนใหญ่และเกราะอันแข็งแกร่งของทหารสเปนได้ แต่นั้นยังไม่จบเมื่อเขาใช้วิธีที่ร้ายกาจสุดแสบที่สุดในประวัติศาสตร์คือการใช้อุบายจับกุมผู้นำอทาฮวลปา(Atahualpa) จากนั้นก็บอกให้ชาวอินคานำค่าไถ่มาแลกกับนายคนตน คือการนำทองคำและเงินเต็มห้องขังให้สูงท่วมหัว แต่เมื่อเขาได้รับทองและเงินจำนวนมหาศาลแล้ว(คิดเป็นเงินปัจจุบันประมาณ 100,000,000,000 ดอลลาร์) ปีซาโรต์ไม่ปล่อยหัวหน้าชาวอินคาให้เป็นอิสระ กลับฆ่าเขาเสีย และสถาปนาน้องชายของอทาฮวลปาขึ้นมาเป็นหุ่นเชิด

หลังจากนั้นฟรังซัสโกก็ได้โจมตีปล้นสดมภ์พวกอินคาและยึดครองดินแดนเป็นของตน เมื่อได้ดินแดนมาเป็นของตน ปิซาโรก็ค้นพบทองคำอีกเป็นจำนวนมาก เขานำกลับสเปน และก่อนจะกลับเขาได้ทำลายอารยธรรมอินคาเกือบทั้งหมด ซึ่งอารธรรมของอินคาเหล่านี้แต่ละอย่างมีคุณค่าต่อโลกมาก ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะ การแพทย์ นักปราชญ์ แต่ฟรังซัสโกทำลายหมดส่งผลทำให้อารยธรรมของชนเผ่าอินคาให้หมดสิ้นไปจากโลกอย่างน่าสลดใจที่สุด

 

3. Sir Basil Zaharoff(6 ตุลาคม 1849-27 พฤศจิกายน 1936)

  

                เซอร์เบซิล ซาฮาร์ออฟ หรือ  เซอร์ผักกะเพรา(Basil แปลตรงตัวว่าผักกะเพรา ฮ่าเปล่า)เป็นพ่อค้าอาวุธสงครามและพ่อมดการเงินชาวตรุกี(เชื้อสายกรีก) เขามักชอบโกหกเรื่องต้นกำเนิดของเขา แต่จากประวัติชีวิตแล้วเขาเป็นลูกชายคนเดียวและลูกคนโของลูกสี่คน เกิดในเมืองมักลา ตรุกี ต่อมาก็ลี้ภัยสงครามไปรัสเซียแล้วกลับมายังตรุกี จากนั้นเขาก็เป็นนักผจญเพลิง ก่อนที่ก้าวมาเป็นตัวแทนขายและผลิตอาวุธของนักประดิษฐ์ธอสเท็น อร์เดนเฟลท์ ชาวสวีเดน

                และนั้นเองเป็นจุดเริ่มต้นความคิดที่ร้ายกาจของเบซิล เขาเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นนักธุรกิจที่มีกลยุทธ์ที่มีความเล่ห์เหลี่ยมและแกมโกงมากมาย เขาจะขายอาวุธให้กับฝ่ายสองฝ่ายที่ขัดแย้งกัน โดยไม่เน้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และบางครั้งก็ขายอาวุธปลอมให้ลูกค้า ในหลายประเทศ ไม่ว่าอังกฤษ เยอรมัน รัสเซีย ตรุกี สเปน ญี่ปุ่น สหรัฐ แม้ว่าชื่อเสียงของเขาจะเหม็นเน่า แต่กระนั้นหลายคนก็นิยมซื้ออาวุธจากเขา เพราะว่าอาวุธและยานพาหนะของเขานั้นมีประสิทธิภาพทำลายล้างสูง ไม่ว่าจะเป็นปืนแม็กซิม(ปืนกลอัตโนมัติยุคแรก) และเรือดำน้ำ ซึ่งนั้นทำให้เขากลายเป็นคนมีอำนาจและอิทธิพลในยุโรป พร้อมกับเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในสงครามทั่วยุโรป(สร้างเรื่องให้คนทะเลาะกัน) โดยเฉพาะตรุกีและกรีก เพื่อที่จะขายอาวุธมากขึ้น ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ชื่อของเขาโด่งดังไปทั่วผืนแผ่นดินเพราะหลายประเทศต่างสั่งซื้อสินค้าจากเขา แม้หลายคนเรียกเขาว่า “พ่อค้าแห่งความตาย” แต่กระนั้นเบซิลหลงใหลการบินมากกว่าอาวุธและเขายังมอบเงินบริจาคและความช่วยเหลือแก่นักบุกเบิกในประเทศอังกฤษและรัสเซีย

 

2.Queen Cleopatra(มกราคม 69 ปีก่อนคริสตกาล -  30 พฤศจิกายน 30 ปีก่อนคริสตกาล)

  

คลีโอพัตรา ราชินีแห่งอียิปต์โบราณ ฟาโรห์คนสุดท้ายของราชวงศ์ปโตเลมีแห่งมาเซโดเนีย แม้เธอจะไม่หน้าด้านหรือชั่วร้ายกว่าบุคคลในรายการนี้ก็ตาม แต่กระนั้นพระนางก็มีวิธีร้ายกาจที่ใช้ในการรักษาอำนาจและช่วยเหลือประเทศของเธอด้วยวิธี “โป๊เปลือย”

แน่นอน เรื่องราวของคลีโอพัตรานั้นมีมากมายหลายแหล่ง บางแห่งก็แต่งเติมเสริมแต่งแตกต่างกันไป แต่ที่แน่ๆ พระนางทรงมีความเฉลียวฉลาดมาก เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อพระนางถูกบังคับให้แต่งงานกับฟาโรห์ปโตเลมีที่ 13 น้องชายของพระนางเอง แต่โชคร้ายที่พี่น้องคู่นี้เกลียดกันถึงขนาดอยากฆ่ากันให้ตายกันไปข้างหนึ่งฃ ผู้เป็นน้องชายจึงจ้องจะหาทางกำจัดพี่สาว ส่วนพระนางคลีโอพัตราก็อยากจะกำจัดน้องชายเสียให้สิ้นเรื่อง แต่ในเวลานั้นพระนางยังไม่ทรงแน่ใจในอำนาจที่มีอยู่ในมือ จึงต้องเป็นฝ่ายล่าถอยออกจากเมืองอเล็กซานเดรียเพื่อไปตั้งหลักพระนางเริ่มมองหาพันธมิตรเพื่อช่วยเหลือในการกำจัดฟาโรห์ออกจากบัลลังก์ให้ได้ ซึ่งเป็นช่วงประจวบเหมาะกับเหตุการณ์ที่โรงเริ่มรุกรานดินแดนแถบเมดิเตอร์เรเนียน โดยมี จูเลียส ซีซาร์เป็นแม่ทัพยกมาทางอียิปต์ พระนางเห็นเป็นจังหวะเหมาะถึงจึงลอบเข้าเมืองเพื่อไปหาซีซาร์ โดยในตำนานคลีโอพัตราได้แอบไปหาซีซาร์โดยซ่อนร่างอยู่ในม้วนพรมแล้วให้ทาสแบกเข้าไปในวังที่ซีซาร์พัก เมื่อคลี่พรมออกก็ปรากฏเรือนร่างเปลือยเปล่าของพระนางออกมาร่ายรำจนซีซาร์ลุ่มหลง ซึ่งตำนานอาจไม่เป็นจริงก็ได้ บางทีอาจเป็นการเจรจาเสียมากกว่า แม้ไม่รู้ว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องจริง ที่แน่ๆ ซีซาร์ได้ตกลงเป็นพันธมิตรกับคลีโอพัตรา(และเป็นชู้ด้วย) และยกกองกำลังทหารบุกอียิปต์และฟาโรห์ปโตเลมีที่ 13 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้ทำลายหอสมุดอเล็กซานเดรียจนไหม้ ทำให้ความทรงจำของมนุษยชาติสูญหายไปด้วย

แต่เรื่องยังไม่จบ เมื่อคลีโอพัตราได้ตำแหน่งที่เป็นของพระนางเดิมกลับคืนมา พระนางก็ได้ตั้งครรภ์ลูกกับซีซาร์ และเธอหมายปั้นให้ลูกของเธอสืบทอดอำนาจยิ่งใหญ่ต่อซีซาร์ หากแต่ซีซาร์ดันถูกฆ่าตายเสียก่อนกลางสภาพ การตายของเขาทำให้หลานชายชื่ออ็อคตาเวียขึ้นกรุงโรม

ต่อมาคลีโอพัตราก็ได้เป็นชู้กับมาร์ค แอนโทนี หนึ่งในคณะผู้สำเร็จราชการชุดที่สองของโรม ซึ่งมาร์ค แอนโทนีได้หลงเสน่ห์พระนาง ทำให้ความทะเยอทะยานของพระนางเริ่มต้นอีกครั้ง เมื่อมาร์ค แอนโทนีบอกอ็อคตาเวียว่าไม่ใช่ทายาทตัวจริงของซีซาร์ที่มีสิทธิครองกรุงโรมที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ แต่เป็นทายาทของคลีโอพัตราต่างหาก และนั้นทำให้โรมไม่พอใจจึงส่งกองทัพบุกอียิปต์และผลปรากฏว่ากองทัพของคลีโอพัตราและมาร์ค แอนโทนีพ่ายแพ้มาร์ค แอนโทนี จึงฆ่าตัวตายในอ้อมแขนของพระนางคลีโอพัตรา ส่วนพระนางก็ดื่มยาพิษฆ่าตัวตายตามคู่รักไป (บ้างก็ว่าใช้งูพิษฆ่าตัวตาย บ้างก็ว่าถูกลอบปลงพระชนม์) อียิปต์จึงตกเป็นของโรมันตั้งแต่นั้นมา

 

1.The East India Company

  

คุณมีความจำอะไรในเรื่องบริษัทอินเดียตะวันออกในห้องเรียนประวัติศาสตร์หรือเปล่า สิ่งที่เราพอที่จะรู้คือบริษัทดังกล่าวเป็นศัตรูกับกัปตันแจ๊คในภาพยนตร์เรื่องไหนสักแห่ง โดยบางการโจรสลัดที่หน้าเหมือนปลาหมึกมากวาดล้างโจรสลัดเพื่อยึดครองโลก ซึ่งความจริงแล้วบริษัทที่ว่านี้น่ากลัวกว่าในภาพยนตร์เสียอีก เพราะพวกเขาแอบปกครองโลกนานถึง 200 ปี โดยเริ่มแรกอินเดียตะวันออกเป็นบริษัทร่วมทุนสัญชาติอังกฤษ ภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ของกษัตริย์อังกฤษ ซึ่งเดิมถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อแสวงหาการค้ากับอินเดียตะวันออก ซึ่งตอนเริ่มต้นนั้นเป็นเพียงกิจการขนาดเล็ก จนกระทั้งในปี 1601 ในที่สุดมันก็มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงการการค้าโลกของไมโครซอฟท์ เพราะมีการดำเนินการค้าส่วนใหญ่กับอนุทวีปอินเดียและจีน

และต่อมาในปี 1990 พวกเขาก็มีความคิดร้ายกาจสกปรกโสโครก(พวกเขาว่าอย่างงั้น) และความคิดของพวกเขาได้เปลี่ยนโลกไปสิ้นเชิง พวกเขาเริ่มมีอิทธิพลด้านการเมือง ยึดอินเดียเป็นอาณานิคม ล้มอำนาจราชวงศ์โมกุลของอินเดียลงไป (เหลือแต่รัฐเล็กๆ บางแห่งในอินเดียใต้ที่ยังเป็นเอกราชต่อมาได้)

แต่นี้แค่นี้จิ๊บๆ เมื่อเทียบกับจีน เมื่อจีนในสมัยราชวงศ์ชิงปิดประเทศ ทำการค้าขายในพื้นที่กำหนดเท่านั้น ทำให้อังกฤษต้องการซื้อแลกเปลี่ยนสินค้าจากจีนเสียหายไปด้วย พวกเขาจึงคิดหาวิธีที่ทำให้จีนเปิดประเทศให้ได้

คำตอบของพวกเขาคือขาย “ฝิ่น” โดยสมัยนั้นมีการค้นพบวิธีเสพฝิ่นแนวใหม่จากสมัยก่อนกินกลืนส่วนผสม มาแบบใหม่คือจุดไฟให้เป็นควันและดม บริษัทอินเดียตะวันออกจึงลงมือส่งเสริมให้ปลูกฝิ่นในอินเดียเพื่อผลิตเป็นสินค้าอย่างขนานใหญ่ แล้วลักลอบส่งไปขายในจีน ผ่านทางมาเก๊า กว่าสามทศวรรษที่ผ่านมาบริษัทอินเดียตะวันออกขายฝิ่นภายใต้ร่มเงาของอินเดีย ส่งผลทำให้ชาวจีนเกือบทั้งประเทศติดฝิ่นไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน ท้ายสุดนำมาสู่สงครามฝิ่น ค.ศ. 1841-42 ซึ่งลงเอยด้วยการที่ชาติมหาอำนาจในโลกตะวันตก 14 ราย(รวมญี่ปุ่น) พากันรุมกินโต๊ะจีน จนจีนพ่ายแพ้ นำไปสู่หายนะในหลายด้านของจีน ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียฮ่องกงให้แก่อังกฤษ หรือสิทธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่างๆ  ทำให้จีนกลายเป็นชาติคนป่วยของเอเชียยาวนานจนหลังสงครามโลกครั้งที่สองจบลง และเหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกจารึกว่าเป็นการเอาชนะจีนด้วยวิธีสกปรกโสโครกที่สุดในประวัติศาสตร์

 

 

อันดับจัดโดยบทความ 6 Supervillains From History That Make The Joker Look Subtle แต่เนื้อหาไม่ใช่นะครับ เอามาจากวีกิพีเดียและอังกฤษ

http://www.cracked.com/article_18931_6-supervillains-from-history-that-make-joker-look-subtle.html



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 316 : 6 แผนร้ายกาจของบุคคลอันตรายที่คิดจะเปลี่ยนโลก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9967 , โพส : 15 , Rating : 0% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 15 : ความคิดเห็นที่ 17791
ทำไมดูรูปไม่ได้ง่า
Name : ArenaEnter < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ArenaEnter [ IP : 171.7.223.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:49
# 14 : ความคิดเห็นที่ 16879
คลีโอพัตรา ตายด้วยพิษงูค่ะ คนอียิปเค้าเชื่อว่า ถ้าตายด้วยพิษงู ไม่ว่าจะเกิดชาติไหน ก็จะสวยงาม (ตลอดกาล) นางจึงเลือกตาย

ด้วยวิธีนี้ (แต่ไม่รู้ว่าจริงป่าว บางเล่มเค้าก็บอกว่าถูกลอบปลงพระชนม์ งงไปหมด =w=")
PS.  "คำขวัญบ้านเรเวนคลอ" พวกฉลาดมาอยู่เรเวนคลอ บ้านนี้รับคนเก่งพูดขำขัน อีกทั้งเรียนรู้วิชาการเป็นประจำ ที่สำคัญคือต้องมีความรู้ดี
Name : oIceJunGo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ oIceJunGo [ IP : 101.109.130.114 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ตุลาคม 2555 / 10:54
# 13 : ความคิดเห็นที่ 10311
 น่าเสียดายวัฒนธรรมอินคาที่เสียหายไปนะครับ  โดยเฉพาะการแพทย์ที่ทำได้แม้แต่การผ่าตัดกระโหลกศีรษะ

ปล จริงๆแล้วปิซาร์โร่หลังได้ทองคำเต็มห้องก็ปล่อยอทาฮวลปาไปแป๊บนึงแล้วก็จับเค้าอีกครั้ง  ครั้งนี้เขากล่าวหาว่าอทาฮวลปาขัดขวางพวกเขาทำให้เป็นบาปจะต้องถูกเผาทั้งเป็น  แล้วก็บอกว่าหากอทาฮวลปายอมเป็นคริสต์เขาจะยกโทษให้  ครั้งนี้อทาฮวลปายอมเป็นคริสต์  แต่ปิซาร์โรกลับตระบัดสัตย์ดื้อๆ  บอกว่า ถ้างั้นก็จะแขวนคออทาฮวลปาแทนการเผาไฟ (ชั่วจริงๆ)  แล้วก็เอาไปประหารเลย  แต่สุดท้ายกรรมก็ตามทันอย่างที่บอก ปิซาร์โรไม่ทันได้ใช้ทองแม้แต่แดงเดียวก็ถูกฆ่า
Name : kevin G < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kevin G [ IP : 125.24.35.55 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มีนาคม 2554 / 00:17
# 12 : ความคิดเห็นที่ 10310
แต่ฟรังซิสโก้ ปิซาร์โร่ ไม่ได้ใช้ทองคำที่ปล้นมาสักแดงเดียวเลยครับ เพราะหลังจากทำลายอาณาจักรอินคาได้ไม่นาน เขาก็ถูกทหารลูกน้องของตัวเองสังหาร
Name : kevin G < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kevin G [ IP : 125.24.35.55 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มีนาคม 2554 / 00:11
# 11 : ความคิดเห็นที่ 9757
 อันดับหนึ่งเนี่ย สมควรแล้ว - -
PS.  ไม่มีอะไรดีไปกว่าปัจจุบันอีกแล้ว !
Name : Raftale''' < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Raftale''' [ IP : 124.120.243.180 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 มีนาคม 2554 / 19:01
# 10 : ความคิดเห็นที่ 9677
บริษัท East India เนี่ยเป็น 1ในกลไกลที่ทำให้เกิด ลัทธิพาณิชยนิยม นะครับในความคิดของผม ทำเอาประเทศสยามเราต้องกล้าเปิดประเทศเลยที่เนี่ย (นับถือในวิสัยทัศน์ของบูรพกษัตริย์ของเราจริงๆ)
Name : ๋JuTO [ IP : 58.9.68.104 ]

วันที่: 6 มีนาคม 2554 / 10:42
# 9 : ความคิดเห็นที่ 9675
บริษัทที่ว่าเป็นบริษัทเดียวกับที่ขายชา(เรียนมาอย่างนั้นนะ)ช่วง american revolution ชาที่ว่าคือชาอิมพอร์ตที่มีภาษีนำเข้าสูงมากๆจนชาวอเมริกันปฏิวัติแล้วมันก็เป็นสงคราม...
Name : ผัดฉ่า [ IP : 74.71.66.116 ]

วันที่: 6 มีนาคม 2554 / 06:47
# 8 : ความคิดเห็นที่ 9647
อีสต์ อิน ดิสต์ ไม่ใช่หรอครับ
v
v
v
v
v
v
v
v
v
Name : KAZAMI HAYATO < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KAZAMI HAYATO [ IP : 125.24.43.73 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 มีนาคม 2554 / 12:04
# 7 : ความคิดเห็นที่ 9645
ศัตรูของกัปตันแจ็ค สแปโรว์ บริษัทอีสต์ อินเดีย คอมปานี

PS.  ผลักดันดาร์คแฟนตาซี ต่อต้านกองเซ็นเซอร์ เบื่อพันธมิตร ขับไล่ประชาธิปปัตย์ เอวังกับนิยายแนวโรงเรียน สิ้นชีพเพราะสัปดาห์หนังสือ เดินหน้าสู่ด้านมืด...
Name : Seberjung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Seberjung [ IP : 223.205.77.30 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 มีนาคม 2554 / 02:59
# 6 : ความคิดเห็นที่ 9643
Francisco Pizarro............................ชั่วมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!
PS.  การอยู่บนโลกนี้ให้สงบสุขได้ คือ การเอาใจเขามาใส่ใจเราเท่านั้นเอง
Name : star platinum < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ star platinum [ IP : 58.8.136.41 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มีนาคม 2554 / 22:49
# 5 : ความคิดเห็นที่ 9642
ไม่ๆ ฟังผมให้ดีก่อน ถ้าใครศึกษาคลีโอพัตราจะรู้ดีว่าการตายของพระนางนั้นแต่ละหลายแห่งไม่เหมือนกันเลย โดยบางแห่งบอกว่าพระนางฆ่าตัวตายด้วยยาพิษด้วยใช้หวีหวัผม บางแห่งใช้งูพิษ ในขณะที่บรรจุบันมีสารคดีนำเสนอนี้ว่าพระนางถูกลอบปลงพระชนม์แล้วจัดฉากเหมือนฆ่าตัวตาย โดยสารคดีที่ว่าได้ว่าอย่างละเอียดเลย ไม่ว่างูพิษที่ใช้เป็นงูอะไร เอาเป็นว่าสักวันจะเขียนเรื่องนี้ให้อ่านล่ะกัน
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.173.237.146 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มีนาคม 2554 / 18:20
# 4 : ความคิดเห็นที่ 9638
พระนางคลีโอให้งูพิษกัดตายครับผมส่วนมาร์คแอนโทนี่เเทงตัวตาย กล่าวกันว่าก่อนมาร์คหมดลมหายใจรู้ว่าคลีโอพัครายังไม่ตายจึงสั่งให้คนใช้แบกตนไปหานางเเล้วกอดไว้ก่อนตาย
Name : KFC [ IP : 125.26.214.208 ]

วันที่: 4 มีนาคม 2554 / 16:57
# 3 : ความคิดเห็นที่ 9619
 โห เกริ่นอันดับหนึ่ง ท่าทางยิ่งใหญ่มากๆ
PS.  ไม่มีอะไรดีไปกว่าปัจจุบันอีกแล้ว !
Name : Raftale''' < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Raftale''' [ IP : 110.168.78.100 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มีนาคม 2554 / 19:59
# 2 : ความคิดเห็นที่ 9617
อันดับ 1 บริษัทอินเดียตะวันออก ยึดทางการค้าและขายฝิ่นให้ทั่วโลก
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.123.233 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มีนาคม 2554 / 19:38
# 1 : ความคิดเห็นที่ 9616
อันดับ1นี่ ใช่แผนของกาย ฟอว์กปล่าวครับ
PS.  จงเรียกข้าว่า"กำด้น"
Name : นายกำด้น < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นายกำด้น [ IP : 182.52.195.98 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มีนาคม 2554 / 19:30
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android