คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 310 : 10 ฆาตกรโรคจิตที่น่าสะพรึงกลัวที่คุณไม่รู้จักสักเท่าไหร่


     อัพเดท 5 ต.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,333 Overall : 2,762,915
22,181 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7217 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 310 : 10 ฆาตกรโรคจิตที่น่าสะพรึงกลัวที่คุณไม่รู้จักสักเท่าไหร่ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 12903 , โพส : 16 , Rating : 0% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

10 รายการต่อไปนี้เป็นชื่อของฆาตกรต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทั่วโลก ที่คุณอาจไม่ได้ยินชื่อของพวกเขานัก แต่กระนั้นเรื่องราวของพวกเขานั้นช่างน่าพิศวง  ฆ่าคนแบบพึลึกกึกกือ โรคจิตชนิดว่าพวกเขาฆ่าเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง ความโหดเหี้ยมจนเราต้องถูกจารึกว่าน่าสะพรึงกลัว

 

10. Cordelia Botkin

 

Cordelia Botkin(1854-1910) เป็นฆาตกรชาวอเมริกันที่ฆาตกรรมภรรยาของอดีตสามีของเธอ จากการส่งขนมกล่องเคลือบยาพิษให้เขาทาน โดยเรื่องเริ่มต้นขึ้นในศตวรรษที่ 19 ในขณะที่เธออายุ 41 ปี เธอได้พบกับจอห์น (John Dunning)  อายุ 31 ปี ในขณะที่ปั่นจักรยาน ซานฟานซิสโก แม้ว่าทั้งคู่อายุจะต่างกัน แต่เธอก็แต่งงานกับเขา หากแต่ไม่นานเธอก็รู้ว่าจอห์นไม่ใช่สามีที่ดี เขาติดการพนันและเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง และแล้วเขาก็ทิ้งเธอไปแต่งงานใหม่ เป็นเหตุทำให้เธอตัดสินใจจบเรื่องนี้ด้วยการส่งกล่องที่ใส่ลูกอมอาบยาพิษไปยังภรรยาใหม่ของเขา โดยเธอทำกล่องดังกล่าวเหมือนของที่ระลึกจากเพื่อน โดยภรรยาใหม่และเพื่อนห้าคนและสมาชิกในครอบครัว(พ่อ, พี่สาว) ได้กินลูกอมช็อกโกแลตดังกล่าวและพวกเขาตายอย่างทรมานเพราะพิษ หลังจากเจ้าหน้าตำรวจตรวจสอบพบว่าเธอมีความผิดจริงและถูกจำคุกตลอดชีวิต เธอเสียชีวิตในคุกเมื่ออายุได้ 56 ปี สาเหตุคือ ตรองใจตาย และเรื่องราวของเธอถูกนำไปทำเป็นภาพยนตร์ในชื่อ  The Mischievous Case of Cordelia Botkin (2011)

 


                 9. Axeman of New Orleans

 

แอกซ์แมน ออฟ นิวออร์ลีน เป็นฉายาฆาตกรต่อเนื่องปริศนาที่ก่อการอาละวาดฆาตกรรมผู้คนในนิวออร์ลีนและหลุยเซียนา ในระหว่าง พฤษภาคม 1918 ถึง ตุลาคม 1919 นอกจากนี้ยังคาดว่ามันน่าจะฆ่าคนในปี 1911ด้วย(แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน)

คดีนี้เริ่มต้นเมื่อกลางดึกวันที่ 23 พฤษภาคม1918 โจเซฟ แมกกิโอคนขายของชำชาวอิตาลีถูกโจมตีขณะที่การนอนอยู่ข้างแคทเธอลีนแมกกิโอภรรยาของเขา ในบ้านของเขาบนมุมมุมถนนอัพเพอร์ลีนและถนนแมกโนเลียโจเซฟถูกฟาดหนึ่งแผลก่อนจะถูกปาดคอด้วยมีดโกนเขาอยู่รอดโดยไม่ตายหลายนาทีก่อนที่พี่ชายและน้องชายของเขา เจค และ แอนดรูวซึ่งอาศัยอยู่ตึกหลังถัดไป ยินเสียงร้องของพี่ชายจึงรีบวิ่งเข้ามาดูแต่ช่วยชีวิตไม่ทัน ส่วนภรรยาของเขา แคทเธอลีน แมกกิโอ ฆาตกรฆ่าเธอโหดกว่านั้นมันใช้ขวานจามขวานที่คออย่างรุนแรงจนขวานนั้นลึกจนคอเกือบขาดซึ่งเหลือเพียงผิวหนังอีกเสี้ยวเดียวที่ยึดคอเธอไว้ติดกับตัว

และนี้คือจุดเริ่มต้นของแอกซ์แมน ออฟ นิวออร์ลีนหลังจากนั้นก็มีรายงานการปรากฏตัวของฆาตกรรายนี้จนสร้างความหวาดกลัวต่อผู้คนในพื้นที่อยู่มากเพราะเหยื่อที่ถูกมันฆ่าส่วนใหญ่จะสุ่มฆ่า และถูกมันโจมตีอย่างฉับพลัน เช่นเปิดประตูบ้านก็ถูกขวานจามอย่างรุนแรงหรือบุกไปฆ่าตอนเจ้าของบ้านนอนหลับอย่างสบายบนเตียงมันฆ่าคนแม้กระทั้งผู้หญิงตั้งครรภ์ และแม้แต่ทารกที่ฆ่าในแขนของแม่นอกจากนี้มันยังเขียนจดหมายเหน็บแนมให้หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเมืองบอกใบ้เหยื่อรายต่อไปที่มันจะไปฆ่าด้วยแสดงถึงนิสัยบ้าบิ่นและความสนุกสนานในอาชญากรรมของฆาตกรรายนี้เป็นอย่างดีแต่แล้วจู่ๆ มันก็หยุดอาละวาดฆ่าคนเสียดื้อๆ หลังจากอาละวาดฆ่าคนไปแปดศพ หลายๆฝ่ายพยายามหาข้อสมมุติฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลายคนให้ข้อคิดเห็นว่าบางทีเจ้าฆาตกรคนนี้อาจเป็นมาเฟียจากอิตาลี หรืออาจเป็น โจเซฟ มัมเฟรผู้ซึ่งถูกเปปิโทเน่ภรรยาม่ายของเหยื่อรายสุดท้ายฆ่ามันด้วยปืนสั้น ซึ่งหลังจากการตายของมัมเฟรแอกซ์แมนก็ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นที่นิวออร์ลีนส์อีกเลยและปัจจุบันมันก็ไม่ถูกตำรวจจับกุม ไม่มีใครรู้ว่าเขาคือใครและคดีก็ยังเป็นปริศนาอยู่ในแฟ้มต่อไป

 

8. Thomas Neil Cream

               

                ดร.โทมัส นีล ครีม (1850-1892)เป็นแพทย์และศัลยแพทย์เกิดในสก็อตแลนด์ศึกษาในลอนดอนและไปทำงานในแคนาดาและในชิคาโกและอิลลินอยส์แต่พฤติกรรมของเขาไม่ดีนัก เพราะเป็นคนเลวและมีพฤติกรรมสกปรก และชอบทรมานคนอื่น นอกจากนี้เขายังประกอบอาชีพทำแท้ง  ในปี 1881-1892 เขาถูกต้องข้อหาฆาตกรรมโดยเป็นนักวางยาพิษด้วยยาเบื่อและคลอโรฟอร์มในผู้ป่วยของเขาหลายราย(พิสูจน์ได้แค่ 5 คน)  เขาถูกจับในอิลลินอยส์ และถูกประหารโดยการแขวนคอในปี 158 พฤศจิกายน 1892 และเมื่อถึงเวลาประหาร เขาตะโกนออกมาว่า"ฉันคือแจ๊คเดอะริปเปอร์" (ที่จริงตะโกนได้แค่ว่า I'm Jack..... ก็ตายเสียก่อน) ซึ่งจากการศึกษาก็พบว่าเขามีอาชีพเป็นหมอซึ่งชำนาญผ่าตัด เขาชอบโสเภณี และจากคดีที่เขาก่อเหยื่อส่วนมากเป็นโสเภณี แต่เนื่องจากขณะที่แจ๊คก่อคดีในลอนดอน เขายังอยู่ที่นิวยอร์ค และเขาถูกจำคุกที่ชิคาโก้ ทฤษฎีนี้จึงตกไปแต่กระนั้นก็ไม่สามารถตัดรายชื่อผู้ต้องสงสัยได้เพราะว่าเขาอาจใช้วิธีอ้างฐานที่อยู่ก็เป็นไปได้

 

7. Joseph Vacher

 

โจเซฟ วาเชอร์ฉายา “นักชำแหละแห่งประเทศฝรั่งเศส” ฉายานี้มาจากพฤติกรรมสังหารเหยื่อที่คล้ายกับ “แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์” ของประเทศอังกฤษ จุดเด่นของเขาคือใบหน้ามีแผลเป็นและหมวกขนกระต่ายสีขาว เขาเกิดเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 1869 ในครอบครัวเกษตรกรที่ไม่รู้หนังสือ ทำให้เขาถูกส่งไปเรียนโรงเรียนคาทอลิกที่เข้มงวดที่นั้นเขาถูกสอนสั่งให้เชื่อและหวาดกลัวในพระเจ้า ในปี 1893 ระหว่างถูกเกณฑ์ทหารเขาตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งแต่เนื่องด้วยเขาหน้าตาไม่หล่อทำให้ผู้หญิงคนนั้นปฏิเสธไม่เล่นด้วยทำให้เขาโกรธมากและทำร้ายผู้หญิงคนนั้น(เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่รอด) จากนั้นเขาก็กลายเป็นคนเกลียดผู้หญิง และทนทุกข์ทรมานเขาพยายามฆ่าตัวตายด้วนการยิงตนเองสองครั้งที่หัวแต่ไม่สำเร็จและได้แผนเป็นบนใบหน้า จากนั้นเป็นต้นมาเขาก็มีอาการทางจิตจนพัฒนามาเป็นฆาตกรต่อเนื่องในที่สุด สังหารเหยื่อมากกว่า 11 ราย ระหว่าง 1894-1897  เหยื่อที่ถูกฆ่าส่วนใหญ่จะถูกแทงซ้ำหลายครั้ง สังวาสผิดธรรมชาติ ข่มขืน ผ่าท้อง ส่วนใหญ่บริเวณที่เขาออกอาละวาดจะอยู่ทางทิศจะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส โดยเขาจะปลอมตัวเป็นขอทานหรือเป็นกรรมกรในฟาร์มเพื่อมองหาเหยื่อ เขาถูกจับในปี 1897 ในขณะทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่ง เขารับสารภาพว่าสังหารผู้หญิงเพราะเขาเป็นบ้าเพราะโดนสุนัขกัดตอนเป็นเด็ก สุดท้ายเขาถูกประหารชีวิตด้วยเครื่องกิโยตินเมื่อ 31 ธันวาคม 1898

 

 


                  6. Leonarda Cianciulli

    

ลีโอนาร์ด้า เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1893 ในมอนเตลล่า เป็นฆาตกรต่อเนื่องอิตาลี ที่ถูกขนามนามว่า “นักสร้างสบู่แห่งคอร์เรจจิโอ” เธอทำการฆาตกรรมหญิงสาวในคอร์เรจจิโอ  ระหว่าง 1939-1940 โดยทำร่างกายของหญิงสาวเหล่านั้นทำสบู่  ในช่วงวัยเด็กของเธอนั้น เธอเกิดมาจากความเกลียดชัง แม่ของเธอรังเกียจเธอเพราะเธอเป็นผลผลิตจากการข่มขืน เธอพยายามฆ่าตัวตายสองครั้ง ในปี 1914 เธอแต่งงานกับเสมียนและย้ายไปอยู่ริวันโนหากแต่อยู่ไม่นานเธอก็ต้องย้ายบ้านเพราะบ้านพังเพราะแผ่นดินไหวในปี ค.ศ.1930 เธอเชื่อว่าทั้งหมดเกิดจากคำสาปของแม่ที่เกลียดชังเธอ จนกระทั้งเธอย้ายมาอยู่คอร์เรจจิโอโดยเปิดร้านค้าขายขนาดเล็กและมีลูกที่นั้น ภายนอกเธอเป็นผู้หญิงอ่อนโยนและใจดีทำให้หลายคนชอบเธอ จนกระทั้งในปี 1939 เธอได้ยินข่าวลูกชายคนโตของเธอเซปเปได้เข้าร่วมกองทัพอิตาลีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเซปเปเป็นลูกที่เธอรักมากและอยากให้ปกป้องเขาให้รอดพ้นจากคำสาปของแม่ของเธอ เธอเลยต้องทำอะไรสักอย่างแม้จะเป็นเรื่องชั่วร้ายก็ตาม จนกระทั้งเธอได้ข้อสรุปว่าเธอน่าจะทำพิธีเสียสละมนุษย์สักคนเพื่อให้เขาปลอดภัย และนั่นเองจึงเป็นที่มาของสบู่มนุษย์ มีผู้ตกเป็นเหยื่อของเธอซึ่งเป็นสาววัยกลางคนสามคนซึ่งเป็นเพื่อนบ้านทั้งหมด และหลังจากเธอฆ่าเหยื่อครั้งแรกเธอได้บรรยายไว้ว่า

“ฉันทิ้งชิ้นเนื้อลงในหม้อ ใส่โซดาไฟเจ็ดกิโลที่ฉันซื้อมาเพื่ออ้างว่าเอาไปทำสบู่ แล้วกวนส่วนผสมทั้งหมดจนละลาย จนเหนียวหนาและดำ ฉันเทมันลงไปในถังหลายถังและก่อนจะเอาไปใส่ถังใหญ่ในพื้นที่ใกล้กัน ส่วนเลือดในอ่างนั้นฉันรอมันจนกว่าจะมันจะจับตัวเป็นก้อน อบแห้งในเตาอบ ผสมมันกับแป้ง น้ำตาล ช็อกโกแลต นม ไข่ ตามด้วยมาการีน นวดส่วนผสมทั้งหมดด้วยกัน ฉันทำเค้กชากรอบจำนวนมากและเอาให้ผู้หญิงที่มาเยี่ยมบ้าน แม้แต่ฉันและเซปเปก็ยังกินด้วยกันเลย”

เหยื่อทั้งสองรายของลีโอนาร์ด้าถูกฆ่าในลักษณะเดียวกัน เพียงแต่เหยื่อรายที่สามพิเศษหน่อยตรงที่เธอบรรยายไว้ว่า

“เธอได้จบชีวิตเธอเหมือนกับอีกสองคนที่แล้ว ฉันใส่ไขมันและเนื้อสีขาวของเธอลงไปในหม้อและเพิ่มโคโลญลงไปหนึ่งขวด และหลังจากที่ใช้เวลานานในการต้ม ฉันก็ได้ทำครีมสบู่ที่ตั้งใจไว้ ฉันได้ให้(ช๊อกโกแลตบาร์)ที่มันเข้ากันกับเค้กกับเพื่อนบ้าน ดูเหมือนพวกเธอจะชอบมันมาก”

ลีโอนาร์ด้าถูกจับกุมเนื่องจากมีผู้พบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเธอยอมรับผิดฐานการฆาตกรรมและเธอถูกพิพากษาสามสิบปีในคุกและเสียชีวิตจากภาวะเลือดออกในสมองเมื่อ 15 ตุลาคม 1970  แต่กระนั้นอุปกรณ์ทำสบู่และมีดหั่นศพของเธอยังคงพบเห็นในปัจจุบัน ท่านสามารถไปดูได้ที่พิพิธภัณฑ์อาชญาวิทยาในกรุงโรม

 

5. Henri Désiré Landru

HenriLandru.jpg 

เฮนรีเป็นฆาตกรต่อเนื่องในฝรั่งเศส ฉายา “Bluebeard  หรือเรียกกันในชื่อของ ผีร้ายหรือ เคราคราม ซึ่งเป็นนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสที่สามีมีพฤติกรรมฆ่าภรรยาต่อเนื่องหลายคน เขาเกิดในวันที่ 12 เมษายน 1869 ในกรุงปารีสออกจากโรงเรียนแล้วเข้าร่วมกองทัพฝรั่งเศส ต่อมาก็มีภรรยาและมีบุตรและเขาแต่งงานกับผู้หญิงหลายคนและทิ้งเธอหลายคนเช่นกัน เขามีนิสัยละโมบและขี้ฉ้อโกง โกงแม้แต่นายจ้าง จนทำกลายเป็นนักต้มตุ๋น เขาเริ่มกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องเมื่อเขาลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ปารีสคอล์มหนุ่มพ่อหม่ายหัวใจว้าเหว่โดยเนื้อหาบอกว่า “พ่อหม้ายกับลูกติดสองคนอายุ 46 มีฐานะทางการเงินดีและมีหน้าตาทางสังคม ต้องการแม่หม้ายเพื่อออกเรือน” ผู้หญิงที่เป็นหลงกลโฆษณานี้ก็ถูกฆ่าเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อพวกเธอมาถึงบ้านเขาจะฆ่าแล้วคว้านไส้พุงออกมาแล้วเผาชิ้นส่วนร่างกายของพวกเธอลงในเตาอบของเขา เชื่อว่าเขาสังหารผู้หญิงไป 11 ราย และเขาถูกประหารชีวิตด้วยกิโยตินวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 1922

 

3. Harpe Brothers

Micajah “บิ๊กฮาร์พ(1768? – สิงหาคม 1799) และ ไวลี่ย์ ลิตเติ้ลฮาร์พ (1770? – มกราคม1804 เป็นอาชญากรทำผิดกฎหมายใน รัฐเทนเนสซี รัฐเคนทักกี และรัฐอิลลินอยส์ ในศตวรรษที่ 18 การก่ออาชญากรรมของพวกเขาส่วนใหญ่เกิดจากความกระหายเลือดมากกว่าเงินที่ได้จากเหย่อ และทำให้นักประวัติศาสตร์หลายคนได้นิยามว่าพวกเขาคือฆาตกรต่อเนื่องคนแรกในอเมริกา

ชาติกำเนิดพี่น้องฮาร์พนั้นไม่สามารถระบุได้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไรกันแน่ แต่เชื่อว่าพวกเขาเกิดในทางเหนือของแคโรไลนา  พ่อของเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นทอรี่(นักอนุรักษ์นิยม)ที่เข้าร่วมกับสก็อตแลนด์ทำสงครามกับอังกฤษในสงครามปฏิวัติ และพี่น้องฮาร์พก็อาศัยอยู่กับชนเผ่าอเมริกันพื้นเมืองเร่ร่อนครีกและเชอโรกี ในปี 1797 พี่น้องฮาร์พอาศัยอยู่ในเทนเนสซีและถูกขับไล่ออกจากเมืองเนื่องจากขโมยม้า และถูกกล่าวหาว่าฆ่าคนชื่อจอห์นสันที่ร่างกายของเขาพบในแม่น้ำถ่วงด้วยก้อนหิน และเขาก็ได้ฆ่าตัดหัวทารกเนื่องจากรำคาญเสียงร้องไห้ จากนั้นเขาก็ดักฆ่าคนเพื่อขโมยม้าที่ผ่านป่าหลายราย ผลสุดท้ายบิ๊กก็ถูกฆ่าจากการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนลิตตเลถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ


                4. Servant Girl Annihilator

 

นักถล่มสาวใช้หรือ “มือขวานแห่งออสติน” เป็นฆาตกรปริศนาที่ก่อกรรมทำเข็นที่เมืองออสตินในรัฐเท็กซัส ระหว่างปี1884-1885 อเมริกา มีผู้ตกเป็นเหยื่อของมัน 7 รายส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่เป็นสาวใช้ผิวดำ ที่ตายด้วยน้ำมือของฆาตกรรายนี้อย่างอำมหิตบางรายมันถึงกลับบุกไปฆ่าถึงเตียงนอนที่บ้าน จากนั้นก็ลากมาฆ่าต่อที่ข้างนอกบางรายถูกข่มขืนยับและบางคนร้ายกว่านั้นเพราะฆาตกรได้ใช้ขวานสับใบหน้าเหยื่อจนหูและหน้าเละแหลกเหลวจนทำให้คนในละแวกนั้นเป็นโรคประสาทไปทั่ว

คดีนี้ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี1884 เมื่อมอลลี่ สมิธสาวใช้ผิวสีอายุ 25ปีคือเหยื่อรายแรกของฆาตกรรายนี้ ฆาตกรบุกไปยังบ้านของเธอและลากเธอทั้งๆที่ตอนนั้นเธอกำลังนอนอยู่บนเตียงนอน จากนั้นมันก็ฆ่าเธอหลังที่ทำงานของตัวเองใบหน้าของเธอถูกอาวุธหนักประเภทกระบองตีจนเละและหัวถูกขวานสับจามจนแผลฉีกเป็นทางยาวอย่างน่ากลัวส่วนรายที่ 2 ก็โหดไม่แพ้กัน เมื่อวันที่6พฤษภาคม1885เอลิซ่า เชลลีย์ สาวใช้ผิวดำถูกฆาตกรฆ่า และ เธอถูกพบในมุมพื้นถนนจอห์นสันที่เต็มไปด้วยต้นไม้ซอนไซ สภาพศพบ่บอกถึงความสนุกสนานของฆาตกรเหมือนรายก่อนหน้ามันคงทำร้ายเธอในตอนหลับโดยใช้ยานอนหลับแล้วลากเธอมาเล่นต่อบนพื้น ทั้งๆที่ใส่ชุดนอนอยู่แล้วจับเธอกดบนพื้นแน่นและใช้อาวุธประเภทของมีคมแทงไปในหัวจนสมองเละเช่นเดียวกับอีกแผลที่บ่บอกได้ว่าเธอถูกทำร้ายด้วยขวานจนหัวแทบแยกออกเป็นสองซีก

จากนั้นก็มีรายงานเหยื่อของมันเป็นระยะ 5-6 ราย ตายบ้างไม่ตายบ้างมีผู้ต้องสงสัยคดีนี้หลายร้อยคน แต่สุดท้ายตำรวจก็ไม่ได้อะไร จนกระทั้งมาถึงเหยื่อรายสุดท้ายคือหญิงผิวขาวยูล่า ฟิลลิปส์ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมวันใกล้ส่งท้ายปีใหม่ แล้วไม่รู้เพราะอะไรจู่ๆมันก็หยุดฆ่าไปเลย

แม้ฆาตกรจะจากไปแล้วและการสอบสวนก็ล้มเหลวไม่มีใครสามารถจับตัวการของคดีนี้ไดทำให้สันนิษฐานกันว่าบางทีฆาตกรอาจจะเป็นเกี่ยวข้องนักการเมืองในห้องถิ่นที่มีอำนาจวาสนาที่จะปิดปากตำรวจก็ว่าได้และมีข้อสันนิษฐานว่าฆาตกรรายนี้กับแจ๊คเดอะ ริปเปอร์คือคนเดียวกันว่ากันว่าหลังจากนักถล่มสาวใช้ฆ่าคนที่เมืองออสตินจนพอใจแล้วมันก็ได้เปลี่ยนที่ทำการใหม่ไปที่ลอนดอนประเทศอังกฤษ ทำการฆ่าโสเภณี 5-7 ราย และหลายคนเรียกมันว่า“แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์”ซึ่งสิ่งที่เชื่อมโยงคือลักษณะการฆ่าของมันที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์มนากับบาดแผลของเหยื่อแสดงให้เห็นว่า“นักถล่มสาวใช้”กับ“แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์”คือคนๆ คนเดียวกันแต่ก็นั้นมันก็เป็นข้อสันนิษฐานที่พูดปากตาปากในวงเหล้าเท่านั้น


                 2.Earle Nelson

 

เอิร์ล ลีโอนาร์ เนสสัน เป็นฆาตกรต่อเนื่องชาวอเมริกัน ฉายา “กอริล่านักฆ่า เขาเกิดในปี 12 พฤษภาคม 1897 ในซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย พ่อแม่ตายตั้งแต่เด็กด้วยโรคซิฟิลิส ก่อนที่จะถูกยายที่เคร่งพระคริสตธรรมเพ็นเทคอสเลี้ยงดู เมื่ออายุ 10 ขวบเขาก็ถูกรถชนในขณะขี่จักรยานและหมดสติไปหกวัน และเมื่อตื่นขึ้นเขาก็มีพฤติกรรมที่แปลกไป เขาปวดหัวบ่อยครั้งและสูญเสียความทรงจำ และเมื่อยายเสียชีวิตเขาก็ถูกเลี้ยงดูกับป้าและสามีของป้า เมื่อโตเป็นหนุ่มเขาก็เป็นคนหื่นกาม ชอบสำเร็จความใคร่ตนเอง เขาเริ่มก่ออาชญากรรมถูกพิพากษาจำคุกสองปีและถูกจับเข้าโรงพยาบาลบ้าเขาพยายามหนีออกจากที่นั้นสามครั้ง และเมื่ออายุ 21 เขาได้ก่อคดีข่มขืนมากมายและถูกจับเขาโรงพยาบาลบ้าอีกและเมื่อออกโรงพยาบาลเมื่อปี 1925 ปีถัดมาเขาก็ได้กลายเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งจำนวนเหยื่อไม่แน่ชัด แต่เชื่อว่าน่าจะมากกว่า 20 ราย โดยเหยื่อส่วนมากมักเป็นคนอาศัยในที่พักอาศัยอยู่คนเดียว เวลาหาเหยื่อแต่ละครั้งเขาจะใช้พระคัมภีร์ในการหาเหยื่อที่เหมาะสมกับเขา เขาจะบีบคอ ข่มขืนศพอย่างเมามัน ก่อนที่จะซ่อนศพไว้ใต้เตียงและเขาจะนอนบนเตียงนั้นหลายวันก่อนจากไป โดยเหยื่อคนหนึ่งชื่อ โลล่า อายุ 14 ปี ถูกล่อมาฆ่าแล้วซุกศพในเตียงของเขานานสามวันสามคืนก่อนจะจากไป เขาถูกจับกุมในแคนาดาปี 1927 หลังจากพบศพผู้หญิงใต้เตียงนอนที่ห้องพักของเขา จากการสอบสวมพบว่าเขาใช้ชื่อปลอมหนีไปหลายรัฐระหว่างประเทศแคนาดาและประเทศสหรัฐ เขาอ้างว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อเขามากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่ฟอร์ทแลนด์ ซันโฮเซ ซานฟรานซิสโก สุดท้ายเขาถูกพิพากษาด้วยการประหารโดยการแขวนคอ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 1928 เวลา 7:30 น.

 

1.Béla Kiss

 

เบล่า คิสเกิดในปี 1877 เป็นฆาตกรต่อเนื่องฮังการี เขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยสังหารผู้หญิงอย่างน้อย 24 รายอีกทั้งยังเอาศพของพวกเธอเอามาดองด้วยสูตรน้ำยาพิเศษในกลองโลหะยักษ์(ใช้ใส่น้ำมัน)เพื่อเก็บไว้เป็นของสะสมของเขา เขาอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่บ้านซินโกตา ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบใกล้ๆ เมืองหลวง บูดาเปสต์ เขาค่อนข้างหล่อเหลา ผมสีทอง หนวดงาม ดวงตาสีน้ำเงิน มีหน้ามีตาทางสังคม แม้เขาจะมีอาชีพเป็นช่างสังกะสี แต่เขาก็เป็นคนชอบอ่านเขียน ชำนาญในศิลปะด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวรรณคดี ประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังเป็นโหรสมัครเล่น เป็นนักสะสมแสตมป์ เขียนบทความเกี่ยวกับโหราศาสตร์เป็นบางครั้ง และชอบเรื่องลี้ลับ คาถาอาคม จนถึงขั้นพยายามเรียนรู้จริงจัง ทำให้เขาสามารถให้ข้อคิดเห็น คำปรึกษาแก้ปัญหาด้านใดๆ ก็ได้ให้แก่ผู้เดือดร้อนที่มาหาขอความช่วยเหลือแก่เขา

                ในปี 1912 คิสได้ซื้อบ้านหลังใหญ่และเริ่มจ้างแม่บ้านมาดูแลบ้านหลายคนทางหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งผู้หญิงหลายคนต่างดึงดูดใจเมื่อเห็นเงินค่าจ้างราคางามที่เขาตั้งเอาไว้  บางคนมาจากบ้านใหญ่เพื่อทำงานที่ซินโกตา โดยไม่รู้ว่าชะตากรรมของพวกเธอเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น

                เรื่องราวของคิสถูกเปิดเผยในเวลาต่อมาโดย ช่วงฤดูร้อน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1ในเดือนกรกฎาคม 1916  คิสถูกเกณฑ์เป็นทหาร และเขาได้ทิ้งบ้านให้นาง ทราเบอร์ แม่บ้านเคยดูแลบ้านให้ วันหนึ่งทหารได้เข้ามาซินโกตา และต้องหาน้ำมันเพื่อใช้ในสงคราม ซึ่งทราเบอร์จำได้ว่าเขามีน้ำมันที่คิสฝากไว้ในกลองโลหะขนาดยักษ์(ใช้สำหรับใส่น้ำมันเบนซิล) 7 ถัง  และเขาก็เปิดน้ำมันทั้ง 7 ออก แทนที่จะเป็นน้ำมันกลับกลายเป็นศพที่น่าขนลุกของหญิงสาวเปลือยเปล่าที่ดองในแฮลกฮอล์และพวกเธอเหล่านั้นเคยเป็นสาวใช้ของเบล่า คิส จากนั้นก็มีรายงานอีกว่าคิสได้ให้คนในหมู่บ้านหลายคนดูแลกลองโลหะหลายใบ ทำให้ตำรวจต้องตามเก็บ ถังต่างๆ จากคนในหมู่บ้านและบางส่วนพบในสวนถูกเปิดออก ก็พบศพผู้หญิงดองด้วยแอลกฮอล์ทั้งสิ้น ศพทั้งหมดถูกนำมาออกจากถังมีนับรวมกันแล้วได้ 24 ร่าง หนึ่งในนั้นมีมาเรียภรรยาคนแรกของคิสและปอล ไบฮารีชู้รักของเธอรวมอยู่ด้วยนอกจากนี้ตำรวจยังจบห้องลับของเขาที่เต็มไปด้วยหนังสือ โต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยจดหมายและรูป็หญิงถึง 74 คน และหนังสือเกี่ยวกับยาพิษและการรัดคอ

                หลังจากมีการพบศพ นากีรับแจ้งให้คนในกองทัพทำการจับกุมเบล่า คิส ทันที แต่หากก็สายไปแล้ว เพราะเขาหายตัวจากโรงพยาบาลในเซอร์เบีย โดยไม่รู้เขาหายไปไหน บางทีเขาอาจตายในสงคราม หรืออาจโดนจับเป็นเชลยในกองทัพของฝ่ายศัตรู สุดท้ายทั้งศาลและตำรวจทำอะไรไม่ได้ ทำให้คดีจบลงโดยไม่สามารถเอาผิดเขาได้ มีหลายคนอ้างว่าพบเห็นเขาไปทั่วโลกตามที่ต่างๆ โดยรายงานล่าสุดคือปี 1932 เมื่อเขาเห็นคนที่เหมือนเบล่า คิส(อายุ 60 ปีเศษ)เดินจากสถานนีรถไฟใต้ดิน เมื่อมีการสอบสวนพบว่าเขาทำงานเป็นภารโรงในอพาร์ตเมนต์ย่านถนนสายที่ 6 ในนิวยอร์ก แต่กระนั้นก็ไม่มีการพิสูจน์ว่าเขาเป็นฆาตกร 24 ศพแห่งฮังการีจริงหรือไม่ จนบัดนี้ก็ไม่ใครรู้ซะตากรรมเบล่า คิส ฆาตกร 24 ศพแห่งฮังการี ว่าเขามีชีวิตอย่างไรหลังจากนั้น และยังคงความลึกลับจนถึงปัจจุบัน


 

เนื้อหาบางส่วนแปลมาจาก

http://listverse.com/2011/02/09/10-evil-psychopaths-you-probably-dont-know/

ไม่รับอนุญาตให้นำบทความดังกล่าวไปตั้งกระทู้ในเว็บเด็กดี+ +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 310 : 10 ฆาตกรโรคจิตที่น่าสะพรึงกลัวที่คุณไม่รู้จักสักเท่าไหร่ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 12903 , โพส : 16 , Rating : 0% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 16 : ความคิดเห็นที่ 21562
สังคมเขาคงห่างไกลศาสนาและคำสอนไม่เชื่อต่อบาปประเพณีก็ไม่เหมือนเราเกิดมาก็รู้จักกันทั้งหมู่บ้านมีเรียกขวัญเด็กผูกข้อมืออวยพร

ของเรางดงามนะทำบุญความเชื่อเกรงกลัวต่อบาปเป็นกลอุบายให้เราทำดี อย่างน้อยก็จรรโลงสังคมไว้ให้คนดีมีมากกว่า ว่ามั้ย
Name : พิรัตติกาล [ IP : 64.233.173.56 ]

วันที่: 29 เมษายน 2559 / 01:48
# 15 : ความคิดเห็นที่ 21561
สังคมเขาคงห่างไกลศาสนาและคำสอนไม่เชื่อต่อบาปประเพณีก็ไม่เหมือนเราเกิดมาก็รู้จักกันทั้งหมู่บ้านมีเรียกขวัญเด็กผูกข้อมืออวยพร

ของเรางดงามนะทำบุญความเชื่อเกรงกลัวต่อบาปเป็นกลอุบายให้เราทำดี อย่างน้อยก็จรรโลงสังคมไว้ให้คนดีมีมากกว่า ว่ามั้ย
Name : พิรัตติกาล [ IP : 64.233.173.56 ]

วันที่: 29 เมษายน 2559 / 01:46
# 14 : ความคิดเห็นที่ 21560
สังคมเขาคงห่างไกลศาสนาและคำสอนไม่เชื่อต่อบาปประเพณีก็ไม่เหมือนเราเกิดมาก็รู้จักกันทั้งหมู่บ้านมีเรียกขวัญเด็กผูกข้อมืออวยพร

ของเรางดงามนะทำบุญความเชื่อเกรงกลัวต่อบาปเป็นกลอุบายให้เราทำดี อย่างน้อยก็จรรโลงสังคมไว้ให้คนดีมีมากกว่า ว่ามั้ย
Name : พิรัตติกาล [ IP : 64.233.173.56 ]

วันที่: 29 เมษายน 2559 / 01:45
# 13 : ความคิดเห็นที่ 21559
สังคมเขาคงห่างไกลศาสนาและคำสอนไม่เชื่อต่อบาปประเพณีก็ไม่เหมือนเราเกิดมาก็รู้จักกันทั้งหมู่บ้านมีเรียกขวัญเด็กผูกข้อมืออวยพร

ของเรางดงามนะทำบุญความเชื่อเกรงกลัวต่อบาปเป็นกลอุบายให้เราทำดี อย่างน้อยก็จรรโลงสังคมไว้ให้คนดีมีมากกว่า ว่ามั้ย
Name : พิรัตติกาล [ IP : 64.233.173.56 ]

วันที่: 29 เมษายน 2559 / 01:45
# 12 : ความคิดเห็นที่ 12917
ไม่รู้จักจริง ๆ แต่ละคนเนี่ย ก็สยองพอ ๆ กับคนทีรู้จักเลย
PS.  LoVe U, John Cena
Name : ~[N]-[E]-[W]~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~[N]-[E]-[W]~ [ IP : 202.28.27.6 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กันยายน 2554 / 23:29
# 11 : ความคิดเห็นที่ 10596
 เจ๋งว่ะ ที่เลือกๆมาเจ๋งๆทั้งนั้น บางเรื่องเป็นหนัง เป็นแรงบันดาลใจให้มุขฆาตกรรมในหนัง บางเรื่องก็เป็นนิทาน นี่มันเรื่องบ้าๆระดับเทพเลยนะเนี่ย ไหนจะเรื่องเอาชิ้นส่วนคนมาทำสบู่อีก เหมือนในหนังเรื่องเพอร์ฟูม ที่เอามาทำน้ำหอมหรือเปล่า สวดยอดไปเลย
PS.  อยากมีเพื่อนที่น่าสนใจ
Name : ดินสอหัก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดินสอหัก [ IP : 58.11.83.47 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 เมษายน 2554 / 11:26
# 10 : ความคิดเห็นที่ 10235
แต่ละคนนี่จิตๆทั้งนั้น=   =;;;;;   คนที่เป็นคนฝรั่งเศส นี่ถูกประหารด้วยกิโยตินทุกคนเลยแฮะ

PS.  บ้าเปนกิจวัตร55+
Name : ดั้งเเหมบ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดั้งเเหมบ [ IP : 124.121.18.184 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มีนาคม 2554 / 17:30
# 9 : ความคิดเห็นที่ 10078

พวกที่ทำเเปลว่าโรคจิจชัวร์ ไม่มีใครมีสติ 100%
Name : MCDB < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MCDB [ IP : 61.19.210.246 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มีนาคม 2554 / 13:41
# 8 : ความคิดเห็นที่ 9553
สบู่อ่ะโรคจิตสุด -_-
PS.  !!@'MBLAQ ! ♥ I falling in love with U ! :)
Name : ★ A-PLUS.MBLAQ! ★ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ★ A-PLUS.MBLAQ! ★ [ IP : 223.204.4.163 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:26
# 7 : ความคิดเห็นที่ 9449
พวกนี้ส่วนใหญ่น่าจะมีภูมิหลังในวัยเด็กไม่ดี หรือไม่ก็เกิดจากการเห็นความรุนแรง หรือสงครามจนเป็นโรคประสาท - -" เที่ยวฆ่าคน

ปล. อ่านๆ มานี่ รู้สึกฆาตกรโรคจิตจากประเทศเมกาจะเยอะสุดเลยแฮะ หึๆๆ
Name : janejz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ janejz [ IP : 124.120.43.163 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 / 23:38
# 6 : ความคิดเห็นที่ 9435
หยองๆ 

PS.  ··¤(`×[¤ โลกเป็นเพียงเศษหินไม่มีค่า ¤]×´)¤··
Name : Sky.'[Never] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Sky.'[Never] [ IP : 223.204.19.182 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:27
# 5 : ความคิดเห็นที่ 9412
แพทย์ไม่น่าฆ่าคนเลยอ่ะ
Name : นู๋ไอซ์ไม่รู้นี่คะ < My.iD > [ IP : 161.200.211.80 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:05
# 4 : ความคิดเห็นที่ 9338
โหดได้อีก
สยองแฮะ =[ ]=
PS.  สึนะก็ดูดี มุคุโร่ก็หล่อล่ำ ฮิบาริก็น่าหม่ำ เฮ้ออยากได้เป็ยสามีจังเลย
Name : LikeCartoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LikeCartoon [ IP : 182.232.36.45 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:56
# 3 : ความคิดเห็นที่ 9326

สุดยอดอ่ะ โคตรโหดเลย แต่เหตุผลนี่ช่าง

จะรออ่านจ้า


PS.  นิยายYaoi บันซายยยคือชีวิตจิตใจ หุหุหุ ใครมีนิยายสนุกๆๆ แนะนำหน่อยน้าาา
Name : Prince The Killer < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Prince The Killer [ IP : 124.121.254.212 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2554 / 08:16
# 2 : ความคิดเห็นที่ 9316
โหด จริงๆ =[]=lll
รออ่านอันดับอื่นๆอยู่นะค่ะ สู้ๆ

PS.  คนน่ามองแต่ไม่น่ารัก คนน่ารักแต่ไม่น่ามอง ฉันนี่แหละคือคนนั้นที่ไม่น่ารักและไม่น่ามอง
Name : HoLyNe MiKaTsUkI < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ HoLyNe MiKaTsUkI [ IP : 182.52.195.122 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:55
# 1 : ความคิดเห็นที่ 9315
การฆ่าอย่างโหดร้ายหรือสยดสยองเนี่ยเป็นการฆ่าที่ทำให้ผู้เสียชีวิตตายอย่างทรมาน หรือเป็นการฆ่าที่ทำให้คนที่เห็นศพดูแล้วสยองกันแน่ครับ ผมไม่เข้าใจ
Name : NPG [ IP : 203.144.144.165 ]

วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2554 / 15:38
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android