คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 298 : 10 กฎหมายรายการสิ่งของต้องห้ามจากรอบโลก


     อัพเดท 18 ม.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,746 Overall : 2,764,328
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7221 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 298 : 10 กฎหมายรายการสิ่งของต้องห้ามจากรอบโลก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 10584 , โพส : 5 , Rating : 80% / 5 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



 

นี้คือรายการต้องห้ามสำหรับบางประเทศ รายการต้องห้ามบางรายการก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับสังคมเราเท่าไหร่นัก หากแต่เมื่อพิจารณาดีๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของคนกลุ่มน้อย(นักการเมือง) และสิ่งที่ห้ามนี้ส่วนใหญ่ห้ามด้วยความจริงใจ มันน่ารังเกียจ และนี้คือสิ่งต้องห้ามเมื่อเร็วๆ ในหลายประเทศ ที่นำไปสู่ที่ถกเถียงกัน

 

10. Trans Fat

 

ไขมันทรานส์ หรือที่เรียกชื่อเต็มๆว่า Trans fatty acid เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวมีคุณสมบัติเหมือนไขมันอิ่มตัว มีคุณสมบัติเด่นคือ สามารถเก็บได้นาน แข็งโดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น คงรูป ไม่เยิ้ม ไม่เหม็นหืนง่าย ทำขนมกรอบอร่อย และสามารถลดต้นทุนได้มากกว่าเนยสด จึงเป็นที่นิยมของโรงงานผลิตขนม และผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป ดังนั้นจึงพบ Trans fat ในอาหารหลากหลายชนิด เช่น ขนมอบทั้งหลาย คุ๊กกี้ แครกเกอร์ หน้าครีมของเค้กพาย มาการีน เนยขาว ครีมเทียม แป้งพิซซ่า โดนัท  เฟรนฟรายด์  ไก่ทอด นักเก็ต มันฝรั่งอบกรอบ ป๊อปคอร์น ขนมปัง

แม้ว่าไขมันนี้กินแล้วไม่อ้วน หากแต่ไขมันนี้ก็มีอันตรายที่สุดคือมันไม่ให้ประโยชน์ร่ายกายใดทั้งสิ้น ยังไปทำลายไขมันดีที่ร่างกายสะสมไว้ใช้งานเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย งานวิจัยหลายฉบับ สรุปว่า มันเป็นไขมันชนิดร้ายแรงที่สุด 

อย่างไรก็ตามอาหารไขมันทรานส์นั้นก็ยังอยู่ในชั้นวางแผงต่อไปเพราะมันช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของตนคงความสดใหม่ในชั้น อีกทั้งยังลดต้นทุนน้ำมันแพงให้ถูกลง แต่ระยะหลังมานี้หลายๆประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับอันตรายของไขมันชนิดนี้มากขึ้นเพราะมันจะทำให้เกิดโรคหัวใจ ในปี 2003 เดนมาร์กเป็นประเทศแรกที่ห้ามอาหารจำนวนมากที่มีไขมันทรานส์ หรือการไม่ให้มีไขมันทรานส์ในอาหารเกินกำหนด และในปี 2008 สวิสเซอร์แลนด์ก็มีกฎหมายคล้ายกัน นอกจากนี้ยังมีหลายประเทศที่ออกกฎหมายทรานส์ไม่ว่าจะเป็น แคนาดา สหรัฐอเมริกา และเดนมาร์ก ได้ออกกฎหมายบังคับให้แสดงฉลากอาหารที่ระบุปริมาณไขมันทรานส์ ในฉลากโภชนาการบนบรรจุภัณฑ์อาหารทุกชนิด นอกจากนี้ยังมีในร้านอาหารแฟรนไซต์ เช่นเคเอฟซีซึ่งเคยถูกฟ้องร้องในการใช้ไขมันทรานส์มาทอดไก่ จนกระทั้งทางเคเอฟซีออกมาประกาศว่าจะใช้น้ำมันถั่วเหลืองแทน

 

9. Baby Walkers

 

ในปี 2007 รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขแคนาดาประกาศห้ามเด็ดขาดในการจำหน่ายอุปกรณ์หัดให้เด็กเดิน ระหว่าง 1990 และ 2002 ซึ่งออกกฎหมายว่าห้ามร้าน้าขายอุปกรณ์ช่วยเด็กเดิน ห้ามโฆษณาหรือนำเข้าเครื่องช่วยเด็กเดิน โดยอ้างถึงรายงานว่ามีเด็กทารกกว่า 1935 คนได้รับอุบัติเหตุบาดเจ็บจากเครื่องช่วยเดิน อุบัติเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือเด็กทารกล้มลงบันได และแคนาดาเป็นประเทศเดียวที่ประกาศห้ามอุปกรณ์ช่วยเด็กเดิน

สิ่งที่น่าสนใจคือผู้ปกครองหลายคนมีความเชื่อว่าการสอนให้เด็กทารกเดินเร็วขึ้นนั้นจะช่วยพัฒนาการของเด็กดีขึ้น หากแต่จากผลวิจัยกลับพบว่ามันไม่เป็นความจริงและกลับกันเด็กยังพัฒนาการเดินช้ากว่าปกติสองถึงสามสัปดาห์

 

8. Chewing Gum

               

สิงคโปร์เป็นประเทศเดียวในโลกที่ออกกฎหมายห้ามการนำเข้า จำหน่าย และบริโภคหมากฝรั่ง (รวมถึงยาสูบชนิดเคี้ยว) เมื่อ ปี ค.ศ.1992 ด้วยเหตุผล คือ ต้องการรักษาความสะอาด ไม่อยากให้เศษหมากฝรั่งติดตามพื้น ลิฟต์ เก้าอี้โต๊ะ หมากฝรั่งเป็นต้นเหตุให้ระบบบริการรถไฟฟ้าใต้ดินของสิงคโปร์ต้องหยุดชะงัก เนื่องจากหมากฝรั่งเหนียวติดประตู และเป็นสาเหตุให้รถไฟล่า โดยกฎหมายระบุว่าใครเคี้ยวหมากฝรั่งในสิงคโปร์จะถูกจับกุมเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

กฎหมายห้ามหมากฝรั่งของสิงคโปร์ยืดยาวนาน จนกระทั้งถึงปี 2004 เมื่อรัฐบาลมีการผ่อนผัน เพราะได้รับการยอมรับว่าหมากฝรั่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเหงือก เนื่องจากมีการพิสูจน์แล้วว่าหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลที่มีแคลเซียมแลคสามารถเสริมสร้างฟัน อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้มีการโต้แย้งจากพวกสิงห์ขี้ยาที่อยากจะเลิกว่า เขาไม่สามารถหาหมากฝรั่งไว้เคี้ยวทดแทนได้ (เวลาเปรี้ยวปาก) พร้อมกันนั้นสิงคโปร์ก็ได้รับการกดดันจากอเมริกาที่จะทำข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement) ในการให้มีการจำหน่ายหมากฝรั่งขึ้นในสิงคโปร์ด้วยเหตุผลนี้ ในปี 2004 เป็นต้นไป กฎหมายดังกล่าวมีข้อผ่อนผัน หากแต่จะขายหมากฝรั่งได้ตามใบสั่งยาของแพทย์ เภสัชกร ทันตแพทย์ ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น

 

7. Smoking on Movie & TV Screens

 

จากสถิตพบว่าชาวอินเดีย 1 ในทุก 10 คนจะตายเพราะโรคที่มาจากการสูบบุหรี่ ทำให้ในปี 2004 อินเดียเป็นประเทศแรกที่ห้ามสูบบุหรี่และยาสูบบนหน้าจอภาพยนตร์และโทรทัศน์ และห้ามให้มีฉากใดแสดงถึงการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่เป็นยาสูบในภาพยนตร์และโทรทัศน์ เมื่อใดก็ตามที่นักแสดงกำลังสูบยาสูบหน้าจอจะต้องทำฉากเบลอ เพื่อหวังว่าจะเป็นการเตือนถึงอันตรายต่อบุหรี่ แต่เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีการถกเถียงเกี่ยวกับฉากสูบบุหรี่ดังกล่าวว่าไม่ควรทำห้ามหรือทำภาพเบลอ โดยให้เหตุผลว่าการสูบบุหรี่ในภาพยนตร์นั้นมันแสดงถึงความจริงของชีวิต การเซ็นเซอร์มันจะเป็นการละเมิดพื้นฐานของอารมณ์ของศิลปินและสิทธิเสรีภาพการพูดและการแสดงออก

 นอกจากนี้อินเดียยังออกกฎเหล็กห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ โดยเป็นคำสั่งใหม่ที่เพิ่มสถานที่ห้ามสูบบุหรี่ หลังประชาชนส่วนมากเพิกเฉยต่อกฎหมาย การสูบบุหรี่ในร้านอาหาร คลับและบาร์

 

6. Incandescent Light Bulbs

 

ปัจจุบันมีหลายประเทศที่ต้องการให้หลายครัวเรือนใช้หลอดไฟเรืองแสงแบบประหยัดขนาดเล็กอย่างหลอดไฟ (CFL) ที่ใช้พลังงานน้อยประมาณร้อยละ 75 ส่งผลทำให้หลายประเทศออกกฎหมายห้ามใช้หลอดไฟแบบเก่า โดยประเทศออสเตรเลียออกกฎหมายในปี 2007 ซึ่งเป็นประเทศแรกๆ ที่ห้ามหลอดไฟเรืองแสงแบบตรงไปตรงมา ในปี 2010 คิวบาได้ออกกฎไม่ให้หลอดไฟเรืองแสงห้ามขายและนำเข้ามาในประทศพวกเขา ในปี 2005 สหภาพยุโรปก็เอาด้วย และรัฐแคลิฟอร์เนียก็มีการเก็บภาษีการใช้หลอดไฟดังกล่าว

 

5. Plastic Bags

 

ทุกวันนี้มีการบริโภคถุงพลาสติกทั่วโลกในแต่ละปีอยู่ระหว่าง 500 พันล้าน ในปี 2002 บังคลาเทศเป็นประเทศแรกที่ออกคำสั่งห้ามใช้ถุงพอลิทีน (polythene) โดยเด็ดขาดคำสั่งนี้เป็นผลมาจาก การที่ถุงพลาสติกเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงในบังคลาเทศ เมื่อ 1988 และ ปี 1998 เพราะขยะพลาสติก โดยเฉพาะถุงพลาสติก อุดตันทางระบายน้ำ นอกจากนี้ก็ยังมีอิสราเอล แคนนาดา อินเดียตะวันตก บอสตาวานา เคนย่า แทนซาเนีย แอฟริกาใต้ ไต้หวันและสิงคโปร์  ก็ห้ามถุงพลาสติก  ในอเมริกาก็ห้ามเป็นบางรัฐ เช่นซานฟรานซิสโกและโอกแลนด์โดยห้ามใช้ถุงพลาสติก

ปี 2002 ไอร์แลนด์เป็นผู้นำประเทศยุโรป จัดเก็บภาษีถุงพลาสติก และมีหลายประเทศที่ใช้กฎหมายคล้ายๆกับไอร์แลนด์อย่าง อังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ อินเดีย ไต้หวัน ออสเตรเลีย ฯลฯ

และคุณรู้หรือไม่ว่า ไม่ใช่แต่เฉพาะถุงพลาสติกเท่านั้น ถุงกระดาษที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มันทำลายธรรมชาติยิ่งกว่าถุงพลาสติกซะอีก เพราะว่ากระดาษนั้นทำมาจากต้นไม้ และกระบวนการผลิตนั้นก็ทำให้เกิดมลพิษอย่างมาก กระบวรการผลิตมลพิษทางน้ำเลวร้ายกว่าการผลิตถุงพลาสติกถึง 50 เท่าตัว

 

4.Super Skinny Models

 

http://news.sanook.com/world/world_95845.php

วงการแฟชั่นเริ่มที่จะสะเทือนเมื่อมีการเสียชีวิตของนางแบบชาวอุรุกวัย Luisel Ramos อายุ 22 ปี เสียชีวิตจากหัวใจวายฉับพลันในช่วงที่ก้าวออกจากแคทวอล์ระหว่าง เดินแบบใน แฟชั่น วีค ของประเทศอุรุกวัย ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนปี 2006 ส่งผลทำให้ผู้จัดงานแฟชั่น วีค ทั่วโลก สเปนได้เป็นประเทศแรกที่ประกาศห้ามนางแบบผอมแห้งขึ้นเดินแบบ ตามมาด้วยอิตาลีและนิวยอร์กที่พร้อมใจกันแบนนางแบบที่ผอมผิดปกติ โดยห้ามไม่ให้นางแบบที่ผอมเหมือนคนเป็นโรคขาดอาหารเดินแบบโดยเด็ดขาด หลังจากการตายระหว่างเดินแบบ ของนางแบบชาวอุรุกวัย ที่ไม่ยอมกินอะไรเลยก่อนเดินแบบ เพราะคิดว่าถ้าผอมจะทำให้ตัวเองดูดีและมีชื่อเสียงมากขึ้น ที่มิลาน แฟชั่น วีค ไม่ให้ภาพนางแบบผอมเหล่านี้ปรากฏออกทางสื่อ ซึ่งอาจทำให้เด็กสาวคลั่งผอมเลียนแบบ แล้วพากันอดอาหาร ซึ่งอาจทำให้เด็กสาวป่วยเป็นโรคขาดสารอาหารและนำไปสู่ความตายในที่สุด ซึ่งวัฒนธรรมนางแบบหุ่นผอมแห้งเป็นที่นิยมกันในช่วงทศวรรษ 1990 ก่อนที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากนางแบบหลายคนเป็นโรคอนาเร็กเซีย ซึ่งเป็นโรคของคนที่กลัวความอ้วนจนไม่ยอมกินอาหารและเสียชีวิตในที่สุด

 
                 3.Circus Animals

 

เมื่อเร็วๆ นี้ในเดือนกรกฎาคม ปี 2009 ที่ประเทศโบลิเวียได้ออกกฎหมายห้ามใช้สัตว์ทุกชนิด ในการแสดงละครสัตว์ เพราะถือเป็นการทารุณ กฎหมายฉบับนี้ถูกร่างขึ้นหลังจากผลสอบสวนของกลุ่มไม่แสวงกำไรของอังกฤษชื่อ" แอนนิมอล ดีเฟนเดอร์ อินเตอร์ เนชั่นแนล" หรือ เอดีไอ (ADI) พบ การล่วงละเมิดอย่างกว้างขวางและเป็นประจำต่อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นกรงขังสัตว์ที่แคบ การทรมานสัตว์ซึ่งปัจจุบันมีสัตว์ประมาณ 50 ตัว ที่หมุนเวียนแสดงในละครสัตว์ ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่กำลังเจรจาต่อรอง เพื่อไม่ให้คณะละครสัตว์ ฆ่าสัตว์ที่ไม่อาจนำไปใช้แสดงได้อีก ทำให้บรรดานักปกป้องสิทธิสัตว์ ต้องการให้มีการออกกฎหมายฉบับแรกของโลก โดยที่ผ่านมา มีไม่กี่ประเทศในโลก ที่มีกฎหมายห้ามใช้สัตว์ป่าในการแสดงละครสัตว์ เช่นในออสเตรีย, คอสตาริก้า, ฟินแลนด์และเดนมาร์กแต่ใช้สัตว์ป่าบางชนิด แต่โบลิเวียเป็นประเทศแรกที่ห้ามสัตว์ทุกชนิด

 

2. Smoking and Tobacco Sales

 

http://www.prajan.com/webboard/view.php?id=2771

หลายคนทั่วโลกคงคุ้นเคยเรื่องกฎระเบียบการสูบบุหรี่อยู่แล้ว แต่คุณรู้หรือไม่ว่าครั้งแรกที่มีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่นั้นถูกกำหนดโดยพรรคนาซี ซึ่งออกกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในมหาวิทยาลัยเนอรมัน ที่ทำการไปรษณีย์ โรงพยาบาลทหาร และสำนักงานพรรคนาซี

เมื่อเร็วๆ ในปี 2004 ไอร์แลนด์เป็นประเทศแรกที่ห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่ทำงานทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นในที่ร่ม ร้านอาหารและบาร์ ในปี 2008 ประเทศเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างอินเดียและจีนที่เรียกว่าภูฏานก็ห้ามสูบบุหรี่ทั้งประเทศ โดยภูฏานเป็นประเทศแรก ที่มีการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะขึ้น ซึ่งนอกจากจะ ห้ามสูบแล้ว ยังมีการห้ามซื้อและขายบุหรี่ในที่สาธารณะไม่ว่าจะเป็นร้านรวงต่างๆ ภัตตาคาร และบาร์ทุกแห่งให้ เลิกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิดอีกด้วย โดยใครที่ทำผิดจะถูกปรับ ประมาณ 225 เหรียญ หรือ ประมาณ 9,000 บาท ดังนั้นหากนักท่องเที่ยว หรือว่าใครที่พกบุหรี่เข้าภูฏานก็จะต้องเสียภาษี หสกชาวต่างชาติฝ่าฝืนจำหน่ายให้กับคนภูฏาน ก็จะถูกลงโทษอย่างหนัก ฐานลักลอบนำสินค้าเข้าประเทศ และถือว่าของเหล่านั้นเป็นของต้องห้ามด้วย ส่วนสาเหตุที่ออกกฎหมายนี้รัฐบาลให้เหตุผลว่าต้องการให้ภูฏานเป็นชาติปลอดบุหรี่ "เราไม่ต้องการให้เกิดมลพิษ และเพื่อให้ประชากรของเรามีสุขภาพดีโดยถ้วนหน้า" แต่สำหรับชาวภูฏานเอง กฏหมายดังกล่าวจะไม่ทำให้พวกเขาเดือดร้อนเท่าไรนัก เพราะมีชาวภูฏานเพียงร้อยละ 1 เท่านั้นที่สูบบุหรี่

 

1. Parental Spanking

 

สวีเดนในปี 1979 เป็นประเทศแรกที่ไม่ให้ผู้ปกครองตีเด็กในบ้าน ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม ก่อนที่ประเทศอื่นๆ จะทำตาม โดยตอนนี้มีถึง 24 ประเทศที่ได้ผ่านกฎหมายที่คล้ายกันนี้ ไม่ว่าเป็นประเทศเวเนซุเอลา, อุรุกวัย, โปรตุเกส, สเปนและนิวซีแลนด์ในปี 2007 และยังมีคอสตาริก้าและสาธารณรัฐมอลโดวา ในปี 2008  ส่วนในตูนีเซียเป็นประเทศมุสลิมประเทศแรกที่ออกกฎหมายห้ามผู้ปกครองดีเด็ก ในแคนาดาห้ามมีการลงโทษเด็กอายุต่ำกว่าสิบสองปีโดยห้ามใช้วัตถุใดๆ ในการลงโทษ เช่น ไม้พายเรือ และในสหรัฐอเมริกามีกว่า 23 รัฐห้ามมีการลงโทษเด็กโดยการตีในโรงเรียนรัฐบาล เนื่องจากมีการสำรวจเกี่ยวกับการห้ามกฎหมายตบตีเด็กในสวีเดนแล้วพบว่ามันสามารถลดปัญหาการละเมิดสิทธิเด็กในประเทศจนเกือบเป็นศูนย์


 

เนื้อหาบางส่วนเอามาจาก

http://listverse.com/2009/08/05/10-recent-and-controversial-bans-around-the-world/

ไม่รับอนุญาตให้ตั้งในเว็บเด็กดี

 + +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 298 : 10 กฎหมายรายการสิ่งของต้องห้ามจากรอบโลก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 10584 , โพส : 5 , Rating : 80% / 5 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 5 : ความคิดเห็นที่ 9070
 กฏดีๆทั้งนั้น เมืองไทยน่าจะเอาตาม แต่ อันดับหนึ่ง ไม่น่าเอาตามเพราะเด็กไทย ไม่ใช้ไม้ ฟังไม่รู้เรื่อง จริงๆ
PS.  ไม่ชอบคำอธิบาย แต่ต้องการแค่ผลลัพธ์ [ I ♥ Ma Mom ]
Name : เจ้าหญิงเขียด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าหญิงเขียด [ IP : 65.11.113.89 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มกราคม 2554 / 08:44
# 4 : ความคิดเห็นที่ 9051

อิจฉา สวีเดน อ่ะ


PS.  'จงอยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด'
Name : เมย์น้อย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมย์น้อย [ IP : 58.10.13.83 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มกราคม 2554 / 18:35
# 3 : ความคิดเห็นที่ 9040
เป็นงั้นไป
Name : NPG [ IP : 203.144.144.165 ]

วันที่: 13 มกราคม 2554 / 22:32
# 2 : ความคิดเห็นที่ 9033
 อันสุดท้ายน่าจะมีทั้งโลกเลย
ให้มีเฉพาะในสวนสัตว์ก็พอแล้ว

เพราะมีอันนึงที่เคยเห็นมา ในเว็บนี้แหละ
โชว์หมีดื่มโคล่าแร้วตายอ่ะ T T
แล้วมีตัวอื่นๆต่อ
น่าสงสารมากๆๆ T T

PS.  "ชีวิตคือความว่างเปล่า"
Name : ~Dawn~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~Dawn~ [ IP : 125.25.205.19 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มกราคม 2554 / 21:39
# 1 : ความคิดเห็นที่ 9020
ถ้ามีพี่ไทย ผมขอโหวตให้ การห้ามโฆษณาแอลกอฮอล์ ในทีวี (คล้ายๆ ห้ามสูบบุหรี่ของอินเดีย) และกำหนดเวลาขาย เป็นข้อบังคับที่แปลกมากอ่ะ (ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ซะมากกว่า)
ถ้าคนที่เคยอ่านเรื่อง อัล คาโปน จะรู้นะครับว่า มาเฟียหายไปจากสังคมอเมริกาก็เพราะการให้เรื่องที่ผิดกฏหมายกลายเป็นถูกกฏหมายซะ (เรื่องห้ามค้าเหล้า)
โหวตจริงจังอ่ะครับ (เขียนซะยาวเลยยยย)
Name : ๋JuTo [ IP : 202.6.90.17 ]

วันที่: 11 มกราคม 2554 / 18:43
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android