คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 289 : 10 ทฤษฏีสมคบคิดที่น่าเหลือเชื่อว่ามันจะคิดไปได้ถึงเพียงนี้!!


     อัพเดท 31 ธ.ค. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 4,207 Overall : 2,737,092
22,170 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7165 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 289 : 10 ทฤษฏีสมคบคิดที่น่าเหลือเชื่อว่ามันจะคิดไปได้ถึงเพียงนี้!! , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13292 , โพส : 17 , Rating : 100% / 5 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

ทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) คือ เรื่องเล่า บทความที่สร้างขึ้นมาจากความคิดของคน หรือกลุ่มคน โดยนำเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน ซึ่งอาจมีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้นอื่นๆเพื่อให้ประโยชน์/ให้โทษต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลหนึ่งใด หรืออธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลักษณะของทฤษฎีสมคบคิดโดยทั่วไปมีข้อเท็จจริงประกอบอยู่เพียงเล็กน้อย หรือส่วนหนึ่ง เพียงเพื่อเสริมให้เกิดความน่าเชื่อถือว่ามีหลักฐานสนับสนุนที่ดูเหมือนเกี่ยวข้องกันเท่านั้น

                นี้คือ 10 อันดับทฤษฏีความเชื่อที่แปลกประหลาดที่ดูไม่น่าจะเป็นจริงสักนิด แต่กระนั้นก็มีกลายคนที่เชื่อ ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใดๆ หรือวิทยาศาสตร์ก้าวไกลเพียงใด พวกเขาก็ยังเชื่อไม่เสื่อมคลาย

 

           10. Reptoids

            

        เป็นทฤษฏีสมรู้ร่วมคิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมีที่มาจาก เดวิด(David Icke) นักเขียนชาวอังกฤษที่เขาได้เขียนบทความว่า ใครและอะไรกันแน่ที่ควบคุมโลกที่แท้จริง("who and what is really controlling the world")โดยเขาเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์นานแล้ว โดยพวกมนุษย์ต่างดาว(หรืออาจเป็นมนุษย์ใต้พิภพ)ได้ปลอมตัวเป็นชั้นสูงผู้มีอำนาจของประเทศนั่นๆ เช่น ราชวงศ์ของสหราชอาณาจักร ประธานาธิบดีอเมริกา เช่น อดีตประธานาธิบดียอร์จ ดับเบิลยู บุช, คริส คริสทอฟเฟอร์สัน, สมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2  (มีสารคดีบ้าๆ ที่มีการจับจุดสังเกตคนดังเหล่านี้ว่าเป็นมนุษย์ใต้พิภพปลอมตัวมาด้วยนะครับ) หรือมันได้ปลอมตัวเป็นมนุษย์ อาศัยปะปนอยู่กับผู้คน โดยเขาได้บอกว่าโลกนั้นถูกกลุ่มลับที่ชื่อ Reptilian Humanoids ที่รูปร่างคล้ายครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์เลื้อยคลาน(โดยเขาบอกว่าทุกวันนี้เรามักพบสัตว์ประหลาดจำพวกครึ่งมนุษย์ครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์เลี้อยคลานบ่อยๆ เป็นไปได้ไหมว่ามันอาจเป็นประชากรที่อยู่ใกล้ตัวเรามาช้านานแล้ว โดยมันมีฐานลับใต้ดินในบริเวณโลกกลวง (Hollow Earth)  อาหารของมันคือความกลัวของมนุษย์ชาติ พวกมันชอบสร้างสถานการณ์โลกให้เกิดความวุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็น ความขัดแย้ง สงคราม

         http://www.youtube.com/watch?v=dwKcjRD1DNE

 

9. Nazi UFOs

  

ทฤษฏีเกี่ยวกับพวกนาซีที่ได้รับความนิยมในช่วงต้น 1950 ในบทความจากหนังสือพิมพ์อิตาลีที่เขียนโดยเซปเป นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลีและอดีตรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจแห่งชาติ ที่ว่ากันว่า กองทัพนาซีเคยมีโครงการสร้างอาวุธลับเป็นรูปจานบินเพื่อใช้ในสงคราม หากแต่ทำไม่สำเร็จ เพราะในช่วงปี 1942 ซึ่งเป็นช่วงที่นาซีกำลังพ่ายแพ้สงคราม(นาซีแพ้สงครามเมื่อปี 1945) กองทัพนาซีที่พ่ายแพ้สงครามจึงมีแผนการโดยหลบหนีไปตั้งฐานทัพเพื่อซ่องสุมกำลังและเทคโนโลยีอยู่บนดวงจันทร์ โดยพวกนาซีได้พัฒนาเทคโนโลยีและอารยธรรมจนสามารถสร้างยานอวกาศขั้นสูงที่รูปร่างคล้ายจานบินยูเอฟโอเหมือนมนุษย์ต่างดาว โดยยูเอฟโอที่เราพบเห็นทุกวันนี้คือพวกนาซีที่มาสอดแนมดูโลกว่าเปลี่ยนแปลงไปแล้วแค่ไหนบ้าง(มีรายงานอ้างคำบอกเล่าของพยานซึ่งเชื่อว่าตนเคยเห็น จานบินที่มีสัญลักษณ์กางเขนเหล็กของกางทัพนาซี บินในระดับต่ำเหนือแม่น้ำเทมส์เมื่อปี 1944)  นอกจากนี้ยังมีการกล่าวอ้างถึงฐานทัพลับนาซีว่าอยู่ที่ชั้นใต้ดินในแอนตาร์กติกา อเมริกาใต้หรืออเมริกา ว่ากันว่าเมื่อเวลามาถึง พวกเขาได้หวนกลับมายังโลกอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อยึดครองทุกสรรพสิ่งบนโลกทั้งหมด!

สารคดี http://www.youtube.com/watch?v=rHl4iQBdcrU

 

8. Hollow Earth

  

                โลกกลวง เป็นทฤษฏีที่ได้รับความนิยมตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 โดยอธิบายง่ายๆ คือว่ากันว่าใต้โลกของเราความจริงแล้วไม่ได้เต็มไปด้วยแมกมา หากแต่ใจกลางของโลกมีแต่โพรงกลวง ความจริงทฤษฏีนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณที่มีอยู่ในตำนานต่างๆ แต่บุคคลดังที่เสนอแนวคิดนี้จนโด่งดังคือ เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์(คนค้นพบดาวหางฮัลเลย์) ในปี 1692 ตอนนั้นฮัลเลย์รู้สึกฉงนกับสนามแม่เหล็กของโลก เขาสังเกตพบว่า สนามแม่เหล็กโลกมีทิศทางเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในเวลาที่ต่างกัน ทำให้เขาคิดว่า โลกมีสนามแม่เหล็กหลายสนาม โลกของเรานั้นกลวง ข้างในยังมีโลกอีกชั้น หนึ่งที่มีสนามแม่เหล็กอีกสนามหนึ่ง เพื่ออธิบายถึงความผันแปรทั้งหมดในสนามแม่เหล็กโลก ท้ายที่สุดเขาได้เสนอว่า โลกประกอบด้วยสัณฐานกลม 4 ชั้น แต่ละชั้นซ้อน กันอยู่ข้างใน ฮัลเลย์เสนอด้วยว่า ภายในโลกมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ โดยอาศัยแสงสว่างจากบรรยากาศที่เรืองแสง เขาคิดว่า ปรากฏการณ์แสงเหนือก็คือก๊าซที่เล็ดลอดออกมาจากใต้เปลือกโลกบางๆ ที่ขั้วโลกเหนือ  และเมื่อทฤษฏีนี้ออกมาก็มีหลายคนนำเสนอทฤษฏีโลกกลวงและเพิ่มสีสันมากมาย เชน มีดวงอาทิตย์อยู่ในโพลงของโลก มีมนุษย์ใต้พิภพและสัตว์ประหลาดอยู่ในโพรงนั้น และมีวัฒธรรมอารยธรรมบ้านเมืองเป็นของตนเอง และยังเชื่อด้วยว่าบริเวณขั้วโลกเหนือ-ใต้ก็มีทางลับที่สามารถเข้าไปใจกลางโลกได้

http://www.youtube.com/watch?v=L9VoLStjf0A

 

7. Aliens Under Vatican City

  

                ดูเหมือนว่ายูเอฟโอนั่นจะอยู่เบื้องหลังในหลายเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย และมีทฤษฏีหลายทฤษฏีที่บอกว่าสหรัฐกำลังปกปิดอะไรอยู่ แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์ต่างดาวเอเลี่ยนตอนนี้มันได้ฝังตัวในวาติกันแล้ว

เรื่องของเรื่องคือ มีคนสังเกตว่ามีจานบินปรากฏตัวโฉบแถววาติกันบ่อยๆ ทำให้มีหลายคนเชื่อว่ามนุษย์อาจมีธุระอะไรกับวาติกันนี้แน่ๆ บางทีมนุษย์ต่างดาวอาจจะแฝงเกี่ยวข้องคาทอลิคเพื่อควบคุมหรือเตือนมนุษย์อะไรบางอย่าง นอกจากนี้เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวยังสร้างปรากฏการณ์ปาฏิหาริย์มากมาย ไม่ว่าปรากฏการณ์พระแม่ฟาติมา โปรตุเกสในปี 1917 ที่เกิดความมหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ต่อหน้าพยาน 70,000 คน  

ในเดือนมิถุนายน 1999 ทางวาติกันได้ออกมาประกาศว่าพวกเขาได้ติดต่อจากต่างดาวจริง แหล่งข่าวมาจากพระคุณเจ้า คอร์ราโด(Corrado Balducci)ที่ปรึกษาของวาติกัน และเพื่อนสนิทของสมเด็จพระสันตะปาปาคนหนึ่งที่ได้ไปสัมภาษณ์โทรทัศน์อิตาลีเกี่ยวกับการติดต่อมนุษย์ต่างดาวว่าเป็นจริง โดยส่วนใหญ่เน้นออกมาข้างนอก ไม่รู้เรื่องนี้จะจริงหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ล่าสุดนั้นหอดูดาวของวาติกันก็ออกมาประกาศแล้วว่า “พวกเราเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง” โดยบอกว่าการเชื่อมนุษย์ต่างดาวไม่ขัดหลักคำสอนคาทอลิกแต่อย่างใด และยังบอกว่าวาติกันยินดีต้อนรับพวกเขาเป็นเพื่อน

 

6. Stephen King shot John Lennon

  

จอห์น เลนนอน(9 ตุลาคม ค.ศ. 1940 -8 ธันวาคม1980)  เป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง นักดนตรีชาวอังกฤษแห่งวงเดอะบีทเทิลส์ที่โด่งดังในสมัยนั้น ก่อนที่สมาชิกวงเดอะบีทเทิลส์จะแยกตัวออกมาก แต่จอห์นเลนนอนยังคงอยู่วงการแพลงอยู่ จนกระทั้งเขาถูกยิง

ในวันที่ 8 ธันวาคม 1980 ช่วงบ่ายขณะที่จอห์น เลนนอน อยู่ในสตูดิโอฆาตกรรมในนครนิวยอร์ก,สหรัฐอเมริกา เพื่อกำลังเตรียมตัวอัดเพลงใหม่ ก็มีชายคนนึ่งชื่อว่า มาร์ค แชปแมน (Mark Chapman) ถือกระดาษกับปากกายืนให้จอห์น เลนนอน แล้วพูดว่า"ฉันจะมีลายเซ็นของคุณเป็นที่ระลึกได้ไหม?"จอห์นจึงเซ็นลายเซ็นของเขาให้แล้วก็ไป ทำงานต่อต่อมาเมื่อถึงตอนกลางคืนระหว่างที่จอห์นกับภรรยาชื่อโยโกะเดินมาหน้าอพาร์ตเมนต์ของเขานั่น เขาก็พบมาร์ค แชปแมนอีกครั้งแต่คราวนี้ในมือเขาไม่ใช่ปากกากับกระดาษแต่เป็นปืน มาร์คพูดว่า "คุณเลนนอน!!" แล้วเขาก็ยิงจอห์นไปห้านัด จอห์นเสียชีวิตทันทีด้วยวัย 40 ปี 3 นาทีต่อมา ตำรวจมาถึงอพาร์ตเมนต์ มาร์คยังอยู่ตรงนั้นเขาพูดกับตำรวจว่า"ฉันนี้แหละที่ยิงจอห์น เลนนอน"

         ใช่เรื่องมันคงจะจบเพียงแค่นี้ หากแต่ปรากฏว่ามันดันมีทฤษฏีสมรู้ร่วมคิดด้วยสิครับ เพราะมีบางคนเชื่อว่ามาร์ค แชปแมนไม่ได้เป็นคนยิงเลนนอนตาย หากแต่เป็นสตีเฟ่น คิง นักเขียนนิยายเขย่าขวัญชื่อดังชาวอเมริกัน โดยคนมาบอกทฤษฏีนี้คือสตีฟ ไลทฟุต(Steve Lighifoot)ที่เขาบอกว่าเขามีหลักฐานว่าจอห์นเลนอนอาจไม่ได้ถูกฆ่าโดยชายวิกลจริต หากแต่เขาถูกฆ่าเพราะการเมือง โดยสตีเฟ่น คิงได้รับคำสั่งจากประธานิปดีเรแกน(เอาเข้าไป)เขาได้ยิงเลนนอลแล้วจัดฉากให้แชปแมนเป็นคนยิง โดยสาเหตุที่คิดแบบนี้ก็คือก่อนเกิดนั่น ทั้งมาร์ค แชปแมนและสตีเฟ่น คิงทั้งคู่ต่างมีหน้าละม้ายคล้ายกันไม่มีผิดเพราะพวกเขาอ้วนพอๆ กัน(ในเวลานั้น) และสวมแว่นหนา 80 เหมือนกัน อีกทั้งนามปากกาสตีเฟ่นคิงยังเคยใช้ชื่อคล้ายๆ มาร์ค แชปแมนด้วย ( เคยใช้นามปากกาว่า ริชาร์ด บาร์คแมน Richard Bachman) ปัจจุบันหัวข้อดังกล่าวถึงได้รับนิยมในกระทู้(โลกแตก)ในต่างประเทศ)


          5. Queen Elizabeth Was Actually A Man

  

http://www.elizabethfiles.com/the-bisley-boy/3255/

สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ ( 7 กันยายน 1533 -- 24 มีนาคม 1603) เป็นพระราชินีที่ปกครองอังกฤษในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และสามารถอังกฤษผ่านพ้นยุคดังกล่าวมาได้ จนทำให้พระองค์ได้ชื่อว่าเป็นพระมหากษัตริย์ของยุคทองของอังกฤษ และพระองค์ก็ทรงได้รับพระฉายานามว่า “ราชินีผู้ทรงพรหมจรรย์” (เนื่องจากการไม่อภิเษกสมรสเลยตลอดพระชนม์ชีพ)และนั้นจึงกลายเป็นที่มาว่า “เธอเป็นผู้ชาย......”

ทฤษฏีที่เอาคนอื่นปลอมเป็นคนดังเรียกว่า “Political decoy” ซึ่งการทำแบบนี้ก็เพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง การปกครอง จารกรรม โดยบุคคลดังที่ทำแบบนี้ ก็เช่น ซัดดัม, สตาลิน, นโปเลียน, ฮิตเลอร์

โดยทฤษฏีสมคบคิดนี้มีรากฐานมาจากงานเขียนของ บราม สโตกเกอร์ นักเขียนชื่อดังนวนิยายกอธิคนามแดร็กคูล่า(จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่ทำให้หลายคนเชื่อทฤษฏีนี้ในเมื่อทำให้เขาทำให้คนอื่นเชื่อว่าแดร็กคูล่ามีจริงอยู่แล้วเป็นที่เรียบร้อย) สันนิษฐานทฤษฏีนี้ว่าความจริงแล้วราชินีอลิซาเบธได้ล้มป่วยและเสียชีวิตมาตั้งแต่สิบสองในปราสาทเบริกเลย์, กลอสเตอร์ (เชื่อว่าเธอฆ่าตัวตายเพราะกลัวเสด็จพ่อลงโทษ) แต่เสด็จพ่อคือพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8  ได้ทรงรับสั่งให้เด็กชายผมแดงจากหมู่บ้านใกล้เคียงของ Bisley มาปลอมตัวโดยสวมวิกผมของเธอและแต่งกายให้เหมือน แล้วก็ให้ชายหนุ่มคนนั่นเติบโตขึ้นเป็นควีนอลิซาเบธโดยเก็บความลับเหล่านี้แบบสุดยอด และนี้คือสาเหตุที่อธิบายได้ว่าทำไมอลิซาเบธที่ 1ไม่เคยแต่งงานกับใคร และทำไมเธอถึงชอบแต่งหน้าหนักและสวมวิกผม

โดยสาเหตุบรามคิดแบบนี้ก็คือเขาได้ไปเห็นหมู่บ้านหนึ่งใน Bisley หมู่บ้านนี้มีตำนานเกี่ยวกับ “The Bisley Boy” โดยเป็นงานเฉลิมฉลองในเดือนพฤษภาคม โดยวันนั่นเด็กชายจะแต่งกายเหมือนควีนอลิซาเบธ เมื่อบรามเห็นพี่แกเลยโยงเรื่องตำนานดังกล่าวมาใส่เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ซะเลย และเขียนหนังสือในชื่อ “The Bisley Boy” ซึ่งความจริงแล้วตำนานดังกล่าวเป็นเรื่องตลกโดยหมอสอนศาสนาในท้องถิ่นในศตวรรษที่ 19

 

4. Wingdings font has a secret message of approval to kill Jews

  

Wingdings เป็นแบบอักษรอักษะภาพที่มีอยู่ในทุกรุ่นของ Microsoft Windows ที่ใช้เปลี่ยนแบบอักษรให้เป็นรูปภาพได้ โดยมันมีประวัติที่ทำให้เกิดความขัดแย้งมากมาย ในปี 1992 หลังจากที่เปิดตัว Windows 3.1 ก็พบว่ามันมีรหัสลับเมื่อเราพิมพ์ “NYC” ลงไป Microsoft Windows แล้วเปลี่ยนตัวอักษรโดยเลือก Wingdings และแล้ว NYC จะกลายเป็น รูปหัวกระโหลก-ดาวหกแฉกสัญลักษณ์ของดาวิด-นิ้วหัวแม่โป้งยกนิ้วให้ ตีความได้ว่ามีความเห็นชอบในการฆ่าชาวยิวจากประชาชนในนิวยอร์คซิตี้(มันก็คิดไปได้) หากแต่ทาง Microsoftได้ออกปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาให้เป็นแบบนี้ มันเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคต่างหาก

แล้วแล้วต่อมาวันที่ 11 กันยายน 2001 หลังจากเกิดเหตุการณ์ 9/11 เป็นเหตุการณ์วินาศกรรมของการปล้นเครื่องบินในสหรัฐอเมริกา โดยเครื่องบินพาณิชย์ ได้ชนเข้ากับเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และ อาคารเพนตากอน หลังจากเหตุการณ์นี้ก็มีผู้นำรหัสใหม่มานั่นคือ “Q33NY” อันเป็นรหัสเที่ยวบินของเครื่องบินลำแรกที่ชนตึกแฝด และเมื่อนำรหัสนี้พิมพ์ใน Microsoft Windows และเปลี่ยนตัวอักษรเป็น Wingdings และแล้ว “Q33NY จะกลายเป็น รูปเครื่องบินกำลังชน-แถบสองแถบ(คล้ายตึกสูงสองตึก)-รูปหัวกระโหลก-ลูกดาวเดวิดตีความได้ว่าเครื่องบินชนตึกคู่ ความตายจงมีแด่ชาวยิว(ดาวดาวิด)ส่วน NY ย่อมาจากนิวยอร์ก ทำให้หลายคนเชื่อมโยงกับความบังเอิญนี้กับทฤษฏีสมคบคิดมากมาย


          3. AIDS is a biological weapon manufactured

  

ทฤษฏีสมคบคิดต้นกำเนิดของโรคเอดส์ เป็นทฤษฏีที่กล่าวหาเรื่องโรคเอดส์ หรือ เอชไอวีว่าเป็นโรคที่เกิดโดยฝีมือของมนุษย์และไม่ได้มาจากธรรมชาติ โดยเชื่อกันว่าโรคเอดส์เป็นผลจากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานกับรัฐบาลสหรัฐ โดยเรื่องนี้บูมขึ้นจากการสัมภาษณ์ วังการี มาไท”(Wangari Maathai) นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและหัวแรงในการต่อต้านโรคเอดส์ อายุ 65 ปีชาวเคนยา เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ 2004 ต่อหน้านิตยสารไทม์ โดยเธอได้กล่าวว่า “เอดส์เป็นอาวุธชีวภาพที่ผลิตโดยประเทศพัฒนาเพื่อควบคุมประชากรคนผิวดำ” หากแต่ต่อมามาไทก็ออกมาปฏิเสธ แต่กระนั้นเธอก็ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรอีก ในเดือนธันวาคม 2004 ว่า “คุณอาจไม่เชื่อว่าเชื่อไวรัสเอดส์ถูกสร้างโดยคนขาวเพื่อหวังที่จะทำลายแอฟริกา” (แต่หลักฐานล่าสุดแสดงให้เห็นว่าโรคเอดส์มีต้นกำเนิดจากแอฟริกาในช่วงกลางทศตวรรษที่ 1930 ที่เกิดจากไวรัสในภูมิคุ้นกันบกพร่องของลิง(ดูได้จากประวัติกำเนิดโรคเอดส์)

แต่คนที่ส่งเสริมให้ทฤษฏีนี้เป็นจริงนั้นคือนาย ซีกาล เจค็อบ(1911-1995) นักชีววิทยา ที่เขาเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทฤษฏีสมคบคิดโดยสหรัฐอเมริกาของรัฐบาลในศูนย์วิจัยอาวุธชีวภาพที่ Fort Detrick เป็นศูนย์วิจัยอาวุธชีวภาพของสหรัฐที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในโลกในรัฐแมรี่แลนด์ โดยเชื่อว่าเชื้อนี้น่าจะถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 1977 และ 1978 และได้ทดลองกับนักโทษอาสาสมัครก่อนที่เชื้อจะแพร่กระจายไปสู่ฝูงชนในสังคม นอกจากนี้ยังมีคนกล่าวหาทฤษฏีที่คล้ายกันมากมายหลายคน และมีการเสริมแต่งมากมาย เช่นเชื่อว่าสาเหตุที่เอดส์แพร่ระบาดไปทั่วโลกเพื่อที่บริษัทยายักษ์ใหญ่จะได้ขายยารักษาโรคเอดส์จนร่ำรวยมหาศาล หรือไม่ก็ความจริงแล้วพวกเขามียารักษาโรคเอดส์นานแล้วแต่ไม่เปิดเผยเพื่อที่จะทำให้ราคาของยาสูงขึ้นในอนาคต แต่ที่น่ากลัวอีกก็คือ ในห้องทดลองลับยังมีเชื้อมหันตภัยอื่นๆอีกที่เตรียมพร้อมรอปล่อยออกมาเป็นรุ่นๆ เช่น เชื้อไวรัสไข้ทรพิษ, ไข้กาฬโรค และอื่นๆ ที่เป็นโรคระบาดดึกดำบรรพ์อาจถูกขุดขึ้นมาและผสมเป็นโรคประหลาดใหม่ๆที่ดุร้ายด้วยเทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมแล้วปล่อยแพร่ออกไป แม้แต่เชื้อหวัดนรก 2009 ยังจะมีเวอร์ชั่นใหม่ๆที่จะผลิตออกมาแพร่ได้อีก

 

2. Global warming

  

ทฤษฏีสมคบคิดภาวะโลกร้อน เป็นทฤษฏีที่เชื่อว่าภาวะโรคร้อนนั้นเป็นเรื่องแหกตาเพื่อให้คนทั่วโรคเกิดอุปทานหมู่ ทำให้สามารถควบคุมทางการเงิน จัดระเบียบสังคมได้ง่ายขึ้น โดยทฤษฏีเริ่มพูดถึงกันในปี 1990 ในสารคดี Conspiracy Greenhouse เผยแพร่โดยช่องสี่ของสหราชอาณาจักร ในวันที่ 12 สิงหาคม 1990 โดยอ้างว่ารัฐบาลโลกได้ร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการเงินทุนวิจัยและสื่อต่างๆ สร้างทฤษฏีเรือนกระจกขึ้นว่าโลกกำลังเปลี่ยนไปเพื่อกำกับดูแลโลกครั้งใหญ่ ซึ่งตอนนั้นประชาชนได้เกิดฮิสทีเรีย(อุปทานหมู่)เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเรื่องนี้มีหลักฐานยืนยันว่านักการเมืองและนักวิทยาศาสตร์ บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ ได้รับประโยชน์จากการปลูกฝังความกลัวของมนุษย์พันล้านคน ซึ่งในปี 1975 ที่งานประชุมวิทยาศสตร์ของโลกก็มีการเรียกร้องให้มีการประกาศว่า “ภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องหลอกลวง)”

นอกจากนี้ทฤษฏีสมคบคิดโลกร้อนยังแพร่ไปยังอินเตอร์เน็ตอีก โดยมีข่าวอีเมลนับพันฉบับที่รั่วโดยแฮ็กเกอร์เจาะเข้าไปในหน่วยงานวิจัยด้านสภาพอากาศของ มหาวิทยาลัยอีสต์ แอเลีย ที่อังกฤษ ซึ่งเป็นสถาบันด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเชื่อถือเป็นอย่างมาก โดยเนื้อความในอีเมลแสดงให้เห็นว่า นักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงอิทธิพลของอังกฤษ และสหรัฐกลุ่มหนึ่งได้แอบคุยกันเป็นการลับๆ ว่าจะใช้ภาวะโลกร้อนควบคุมมนุษย์ทั้งที่จริงๆ แล้ว อุณหภูมิของโลกลดลง ไม่ได้สูงขึ้นเพราะโลกร้อนอย่างที่โหมประโคมกัน

 

1.Population reduction theory

  

แผนการลดประชากรโลกโดยใช้วิธีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ คิดว่าหลายคนคงรู้จักทฤษฏีสมรู้ร่วมคิดนี้มากมายจากหลายแห่ง เกี่ยวกับตัวโกงที่มีอุดมการณ์คิดจะลดประชากรโลก เพื่อไม่ให้โลกแออัดมากเกินไป

โลกของเราทุกวันนี้มีแต่เหตุการณ์ร้ายๆ หรือเหตุไม่ชอบไม่มาพากลหลายอย่าง เป็นไปได้ไหมว่าตอนนี้รัฐบาลโลก(และสหประชาชาติ)กำลังดำเนินนโยบายการจัดระเบียบโลกใหม่(New World Order)

โดยหลายฝ่ายเชื่อว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมาจากบุคคลระดับสูงวางแผนขึ้นเพื่อลดประชากรมนุษย์ โดยหมายเลขกำหนดประชากรอุดมคติไว้คือ 500 ล้าน(ลดลง 93 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนประชากรปัจจุบัน) และ 2 พันล้าน(ลดลง 70 เปอร์เซ็นต์จากประชากรปัจจุบัน) โดยหวังให้ สมดุล กับ ทรัพยากรโลก ในปัจจุบัน และ อนาคต เรียกว่า เป็นการทำสมดุลธรรมชาติ โดยน้ำมือมนุษย์

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีทฤษฏีมากมายที่กล่าวอ้างในหลายเหตุการณ์ว่านี้คือผลของโครงการลดจำนวนมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นโรคเอดส์ที่มาจากการทดลองของสหรัฐ, การระบาดโรคไข้หวัดหมู 2009(มีการออกมาสืบสวนว่าเป็นฝีมือของคนในเวลาต่อมา) และทฤษฏีโรคร้อนเพื่อใช้ในการจัดระเบียบมนุษย์ หรือจงใจก่อให้เกิดความสงครามเพื่อล้างเผ่าพันธุ์ การดัดแปลงอาหารเพื่อให้เกิดภาวะร่างกายมีลูกยาก นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ถล่มตึกเวิลเทรด เพนตากอน การก่อวินาศกรรมหลายๆที่พร้อมๆ กัน การฝังชิพ โรคระบาด กักกันโรค ภูเขาไฟระเบิด ซึนามิ การโจมตีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สงครามโลกครั้งที่ 3 ทั้งหมดนี้คือแผนลดประชากรมนุษย์ทั้งสิ้นแผนการลดประชากรโลก


เนื้อหาบางส่วนแปลจากการสุ่ม(วิกีพีเดียอังกฤษ)

+ +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 289 : 10 ทฤษฏีสมคบคิดที่น่าเหลือเชื่อว่ามันจะคิดไปได้ถึงเพียงนี้!! , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13292 , โพส : 17 , Rating : 100% / 5 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 17 : ความคิดเห็นที่ 17558
ควีน อลิซาเบท เป็นผู้ชายนี่ เอาอะไรมาคิดน้อ =^=" (แต่ก็น่าคิดหมือนกันนะ เออ..)
PS.  "คำขวัญบ้านเรเวนคลอ" พวกฉลาดมาอยู่เรเวนคลอ บ้านนี้รับคนเก่งพูดขำขัน อีกทั้งเรียนรู้วิชาการเป็นประจำ ที่สำคัญคือต้องมีความรู้ดี
Name : oIceJunGo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ oIceJunGo [ IP : 101.109.135.162 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2556 / 22:02
# 16 : ความคิดเห็นที่ 10079

บ้างอย่างมันก้ดูงี่เง่ายังไงไม่รู้ เเต่พูดถึงบางอันมันก็น่าสนใจนะค่า
Name : MCDB < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MCDB [ IP : 61.19.210.245 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มีนาคม 2554 / 13:53
# 15 : ความคิดเห็นที่ 8936
น่าคิดนะครับ เป็นไปได้ว่าเชื้อเอดจ์ ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายคนไม่ให้ล้นโลก เพราะทำลายมันง่ายกว่าสร้างอยู่แล้ว
Name : 123 [ IP : 113.53.72.214 ]

วันที่: 31 ธันวาคม 2553 / 22:30
# 14 : ความคิดเห็นที่ 8670
ช่างคิดเนอะ
PS.  The evening breeze caressed the trees ... tenderly
Name : Nekoki < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nekoki [ IP : 118.172.72.126 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ธันวาคม 2553 / 20:47
# 13 : ความคิดเห็นที่ 8643
นาซีนี่ยังมีอีกเรอะ? = ='
Name : Junie★cassiopeia < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Junie★cassiopeia [ IP : 118.173.152.133 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 ธันวาคม 2553 / 20:52
# 12 : ความคิดเห็นที่ 8628
รออันดับ1  *[]*

PS.  ~I want Nobody But you~I want Nobody But you~
Name : PringlePaam < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PringlePaam [ IP : 124.121.106.41 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 ธันวาคม 2553 / 14:27
# 11 : ความคิดเห็นที่ 8627
อันดับ3 บันทัดสุดท้าย เชื้อชื่อโหดจัง เชื้อหวัดนรก 2009 = =
Name : กหกกก [ IP : 182.52.52.29 ]

วันที่: 6 ธันวาคม 2553 / 12:38
# 10 : ความคิดเห็นที่ 8623
ฮิตเลอร์ขี่จานบิน
เห็นแล้วฮาอ่ะ 55
แล้วจะรออ่านต่อค่า
PS.  จะทำอะไรก็รีบทำ อย่าให้เสียเวลาแม้แต่เสี้ยววินาที
Name : Big_Love < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Big_Love [ IP : 58.8.119.196 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 ธันวาคม 2553 / 11:32
# 9 : ความคิดเห็นที่ 8621
Q33NY นี่มันมากกว่าคำว่าบังเอิญแล้วมั้ง
Name : SaRer [ IP : 124.121.139.246 ]

วันที่: 5 ธันวาคม 2553 / 22:32
# 8 : ความคิดเห็นที่ 8616
Nazi UFOs เหอๆ มีแบบนี้อีก
PS.  เมฆา...เมฆที่ล่องลอยไปตามใจตน ไม่ผูกมัดอยู่กับใคร สายหมอก...ภาพลวงตาซึ่งไม่สามารถจับต้องตัวจริงได้
Name : LikeCartoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LikeCartoon [ IP : 182.232.48.5 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 ธันวาคม 2553 / 21:49
# 7 : ความคิดเห็นที่ 8614

อันดับ 6 เราสงสารฌอน เลนนอน ที่สุดอ่ะ T_T

Name : GN'R_Karn < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ GN'R_Karn [ IP : 124.121.217.184 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 ธันวาคม 2553 / 14:36
# 6 : ความคิดเห็นที่ 8609
น่าเอาไปแต่งเป็นนิยาย..
PS.  ชีราลฮาชีเน.. กรุณาอย่าเอาตัวเองมาเป็นมาตรฐาน!!..sarangheyo.. Amo-te.. Szeretlek. Ich liebe dich . seni seviyorum. Ik hou van jou..ผมรักคุณจริงๆนะ..เชื่อคำจิ้งจอกตัวนี้มั๊ย
Name : haru_tatsu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ haru_tatsu [ IP : 125.26.226.84 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 ธันวาคม 2553 / 21:41
# 5 : ความคิดเห็นที่ 8606
อันที่9 เห็นเขาจะทำเป็หนังเรื่อง Iron Sky นี่ครับ
PS.  จงเรียกข้าว่า"กำด้น"
Name : แดจือฮวอน < My.iD > [ IP : 182.52.195.40 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 ธันวาคม 2553 / 20:04
# 4 : ความคิดเห็นที่ 8605
Nazi UFOs 

อืม...มันไปไกลถึงเพียงนี้เชียวรึ?


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 ธันวาคม 2553 / 20:00

PS.  ไม่สำคัญว่าฉันคือใคร แต่สำคัญกว่า คือเราจะรู้จักกันไปทำไม ในเมื่อ 'พวกเขา/เธอทั้งหมด' ไม่เต็มใจที่จะรู้จักฉันเลย
Name : Kun-N (Noname Stranger) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kun-N (Noname Stranger) [ IP : 124.122.153.125 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 ธันวาคม 2553 / 19:59
# 3 : ความคิดเห็นที่ 8603
น่าเหลือเชื่อจิงๆ ด้วย อย่างที่ความคิดเห็นที่ 1 ว่า แต่มันมีอีกตอนนะค่ะ ที่โดเรม่อนไปเจอมนุษย์ใต้พิภพ

ที่วางแผนยึดครองโลก และก็ไดโนเสาร์
PS.  สวรรค์กำลังเล่นกับเรา ด้วยการเขียน Destiny ขึ้นมา
Name : เฟรย่า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เฟรย่า [ IP : 182.52.195.125 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 ธันวาคม 2553 / 18:17
# 2 : ความคิดเห็นที่ 8601
เออ....เนอะที่โดเรมอนมันสร้างตุ๊กตาใต้พิภพ ที่โนบิดะปั้นดินน้ำมันเป็นอีฟและอีวา เออ........

Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.124.210 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 ธันวาคม 2553 / 16:14
# 1 : ความคิดเห็นที่ 8598
เห็นทฤษฎี Hollow Earth แล้วนึกถึงโดเรมอน
เคยมีเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย

ส่วนทฤษฎีที่มนุษย์ต่างดาวคุมโลก
ส่วนมากก็มีเกมส์เอาไปทำ น่าสนใจจริงๆ

ขอบคุณพี่แคมมี่ที่เรียบเรียงให้อ่านคะ
Name : Sam [ IP : 58.8.175.110 ]

วันที่: 3 ธันวาคม 2553 / 14:06
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android