คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 285 : 10 เรื่องหลอกลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์


     อัพเดท 15 ก.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,526 Overall : 2,763,108
22,181 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7217 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 285 : 10 เรื่องหลอกลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 16207 , โพส : 16 , Rating : 80% / 3 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



 

ในแต่ละปีหลายคนทั่วโลกมักถูกหลอกลวง มีหลายเรื่องที่เผยแพร่ไปในอินเตอร์เน็ตหรือหนังสือพิมพ์ที่ทำให้เราหลงเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง และต่อไปนี้ก็คือ 10 อันดับเรื่องหลอกลวงในประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด แม้ว่าจะมีการยืนยันว่าเป็นเรื่องหลอกลวงแล้วก็ตามแต่บางคนก็ยังเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงอยู่ดี(ถึงเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก)

 

10. The Cardiff Giant 1869

  

ยักษ์แห่งคาร์ดิฟฟ์เป็นหนึ่งในเรื่องหลอกลวงที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน โดยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 1869 ที่คาร์ดิฟฟ์ นิวยอร์ก คนงาน 2 คน กำลังขุดดินที่ฟาร์มของนายวิลเลียม นิวเวลได้พบร่างยักษ์ที่กลายเป็นหิน ข่าวยักษ์แห่งคาร์ดิฟฟ์จึงแพร่กระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ซึ่งความจริงแล้วยักษ์แห่งคาร์ดิฟฟ์เป็นของปลอมที่สร้างขึ้นโดยจอร์จ ฮัลเป็นนักค้ายาสูบชาวนิวยอร์ก(ญาติของวิลเลียม นิวเวล) ที่เขาทะเลาะกับบาทหลวงชื่อเติร์กถึงบทหนึ่งในไบเบิลที่ระบุว่า ยักษ์เคยอาศัยอยู่บนโลก เขาเลยตัดสินใจที่จะสร้างยักษ์โดยจ้างคนไปแกะสลักหินยิปซั่มให้เป็นยักษ์ โดยเขาบอกคนแกะสลักว่าจะทำเป็นอนุสาวรีย์ของอับราฮัมลินคอล์นในนิวยอร์ก จากนั้นเขาก็เอาคราบและกรดต่างๆ มาราดลงในรูปปั้นให้เหมือนของเก่า แถมด้วยการปักฝังเข็มลงไปให้ดูเหมือนรูขุมขน ก่อนที่จะเตรียมบทจ้างคนงานสองนทำเป็นขุดพบเจอยักษ์แล้วประกาศว่า “พบยักษ์แห่งคาร์ดิฟฟ์ที่นี่” และมันก็ได้ผล มีผู้สนใจดูยักษ์จำนวนมากมาย จนเงินเข้ากระเป๋านิวเวลและฮัลมากมาย ขนาดพิที. บาร์นัม ผู้ยิ่งใหญ่แห่งโชว์แสดงของแปลก ยอมจ่ายเงินเพื่อชมสิ่งหลอกลวงมาขอเช่ายักษ์ถึงหกหมื่นดอลลาร์ แต่ก็ได้รับปฏิเสธกลับมา บาร์นัม จึงสร้างของเลียนแบบยักษ์คาร์ดิฟฟ์ ฮันนัมจึงฟ้องร้องบาร์นัมต่อศาล และวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 1870 เรื่องของยักษ์คาร์ดิฟฟ์ก็มาความมาแตกในการพิจารณาคดีนี่เองเอวัง

คลิป http://www.youtube.com/watch?v=3ylFQyC14tY

 

 

9. The Protocols of the Elders of Zion 1890

 

บันทึกข้อสนธิสัญญาของปราชญ์อาวุโสแห่งไซออน เป็นนิยายที่เขียนขึ้นมาโดยมีเจตนาในการตำหนิความเลวร้ายของยิว ในความพยายามครอบครองโลกโดยใช้อำนาจการเมืองและเศรษฐกิจ ใช้เล่ห์กลเข้าครอบงำสื่อ และให้ทุนเพื่อป่วนให้เกิดความขัดแย้งระหว่างศาสนา และเรียกบรรดาผู้นำทางปัญญา เจ้าของความคิดชั่วร้ายว่าปราชญ์อาวุโสแห่งไซออนและนี้เป็นเป็นตัวอย่างที่รู้จักกันดีว่าเป็นเรื่องหลอกลวง ที่เริ่มต้นจากหนังสือพิมพ์รัสเซียเอ็มไพร์ตีความครั้งแรกในปี 1903 ข้อความได้ถูกแปลหลายภาษาและเผยแพร่ไปอย่างกว้างขวางตอนต้นศตวรรษที่ยี่สิบ และมันก็แพร่หลายไปในประเทศอเมริกาในปี 1921 นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือของฮิตเลอร์ในการทำให้เกิดความเกลียดชังของชาวยิวในเยอรมนีและใช้ในการปฏิวัติรัสเซียเพื่อก่อกรรมทำเข็นและความรุนแรงต่อชาวยิว(โดยอ้างว่าสมาคมลับชาวยิวอยู่เบื้องหลัง) ก่อนจะถูกพบว่าเป็นเรื่องหลอกลวงที่เกิดขึ้นจากงานเสียดสีทางการเมือง  แต่กระนั้นเรื่องราวเหล่านี้ได้กลายทฤษฏีสมคบคิดและแรงบันดาลใจกับสื่อต่างๆ เป็นที่เรียบร้อย

 

 8. Loch Ness – the Surgeon's Photo 1934

 

เนสซี หรือ สัตว์ประหลาดล็อกเนสส์ คือสิ่งมีชีวิตลึกลับชนิดหนึ่งที่เชื่อว่าอาศัยอยู่ในทะเลสาบล็อกเนสส์ แคว้นสกอตแลนด์ ที่มีพยานหลายคนเห็น และมีภาพถ่ายจำนวนมากมาย(เกือบทั้งหมดเป็นของปลอม) ฃจนถึงวันนี้ก็งคงเป็นปริศนาไม่มีใครรู้แน่ว่า เจ้าสัตว์ที่ถูกขนานนามว่า เนสซีนี้มีตัวตนจริงsหรือไม่

หนึ่งในภาพลักษณ์ของเนสซีที่มีชื่อเสียงคือภาพที่ชื่อภาพถ่ายที่มีชื่อเสียงที่สุดของเนสซี ภาพของศัลยแพทย์ (The Surgeon's Photo) ถ่ายโดย น.พ.เคนเนท วิลสัน ศัลยแพทย์ชาวอังกฤษ ถ่ายไว้เมื่อเดือนเมษายน ในปี ค.ศ. 1934 โดยภาพนี้มีชื่อว่า ซึ่งมีผู้ เป็นรูปสัตว์คอยาวโผล่เหนือน้ำ   โดยวิลสันได้อ้างว่าตอนนั้นเขาและเพื่อนคนหนึ่งกำลังขับรถเลียบไปตามถนนริมทะเลสาบล็อคเนสส์ เป็นการเริ่มต้นวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่พวกเขาหวังว่าคงได้ถ่ายภาพสัตว์ป่าไว้ได้บ้าง และในขณะที่หยุดพักแรมใกล้กับอินเวอร์มอร์ริสัน ขณะที่วิลสันนั่งเหยียดขาอยู่ริมทะเลสาบนั่นเอง เขาได้เห็นอะไรบางอย่างพ้นน้ำ จึงคว้ากล้องถ่ายรูปเอามาไว้บันทึกภาพได้ชุดหนึ่ง ซึ่งภาพเหล่านั้นแสดงให้เห็นถึงส่วนหัวและคอ ที่สะโอดสะองและลำตัวของมันเห็นเลือนรางอยู่ใต้ผิวน้ำ ภายนี้ถูกเฉยไปให้สาธารณะชน และถึงมือบรรดาผู้เชี่ยวชาญได้ลงความเห็นว่า ยังคงเป็นภาพถ่ายที่ดีที่สุดของเนสสีเท่าที่เคยมีมา และในไม่ช้าทะเลสาบก็คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว นักวิทยาศาสตร์ นักล่า นักเรียน ชาวบ้านร้านตลาด พากันไปทำธุรกิจอาหารและที่พักอย่างเป็นล่ำเป็นสันและอึกทึกครึกโครม

ต่อมาในปี 1990 ภาพก็ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นของหลอกลวง โดยสารคดี Discovery Communications' documentary Loch Ness จากการวิเคราะห์อย่างละเอียดก็พบว่าวัตถุที่อยู่ในภาพไม่ได้มีขนาดใหญ่อะไรมากมาย(แค่ 2-3 ฟุต เท่านั้น) เห็นได้จากระลอกในน้ำเหมือนวัตถุถูกลากจูงโดยบางสิ่งบางอย่าง มันเป็นที่ภาพเรือดำน้ำของเล่นที่ดัดแปลงให้เหมือนหัวไดโนเสาร์คอยาวมากกว่า แต่กระนั้นน.พ.เคนเนท วิลสันก็อ้างว่า บางสิ่งบางอย่างในน้ำ ไม่ได้บอกว่าเป็นเนสซีอะไรสักหน่อย(ก่อนที่เขาเสียชีวิตก็ได้สารภาพว่านี้เป็นของปลอมโดยแรงจูงใจเป็นการแก้แค้นที่ครั้งหนึ่งเขาเคยพบรองเท้ามอนสเตอร์แต่หลายคนบอกว่ามันคือรอยเท้าฮิปโป) แต่กระนั้นภาพนี้ได้ส่งผลทำให้มีคนถ่ายรูปที่อ้างว่าเป็นเนสซีมากมายในเวลาต่อมา

ดูคลิปที่ http://www.youtube.com/watch?v=XXlVyjUmZVo

 

7. The Turk 1717

  

                ใครเคยอ่านการ์ตูน C.M.B. (เล่ม 7) ก็จะร้องเอ๋อ  โดยชาวตรุกีเป็นกลหรือหุ่นยนต์ที่เล่นหมากรุก ที่เปิดตัวในปี 1770 โดยเคนเปเลน(Wolfgang von Kempelen) วิศวกรชาวฮังการี 1734-1804 ที่ต้องการสร้างความประทับใจแก่จักรรพดินี มาเรีย เธเรเซียแห่งออสเตรีย โดยเขาอ้างว่าตุ๊กตากลนี้มีความคิดเป็นของตนเองและมันสามารถเดินหมากรุกเองได้และผลปรากฏว่ามันเล่นหมากรุกได้เก่งกว่าฝ่ายตรงข้าม จนข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วยุโรป ส่งผลทำให้ชาวตรุกีได้แข่งหมากรุกกับผู้มีชื่อเสียมากมายไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดินโปเลียน จักรพรรดินีเอกาเตนีนาที่ 2 แห่งรัสเซีย ไปจนถึงเบนจามิน แฟรงคลินที่อเมริกา โดยชาวตรุกีได้รับความนิยมไปแสดงเล่นหมากรุกไปทั่วโลกนานถึง 84 ปีโดยมีการปกปิดกลไกอย่างเข้มงวด จนทำให้มีบรรดาเศรษฐีต่างยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อชาวตรุกีนี้เพื่อไขความลับ แต่ที่น่าพิศวงคือคนที่ซื้อชาวตรุกีซึ่งมีหลายคนที่เป็นเจ้าของต่างไม่ยอมเปิดเผยความลับกลไกนี้ จนกระทั้งในปี 1820 ก็เกิดเพลิงไหม้ที่พิพิธภัณฑ์ในอเมริกาซึ่งต้นแบบชาวตรุกีก็ถูกทำลายไปด้วย อีกทั้งความลับก็ถูกเปิดเผยซึ่งความจริงแล้วชาวตรุกีไม่ใช่ตุ๊กตากลที่คิดเองได้ แต่เป็นเพียงตุ๊กตาที่มีคน(ที่เก่งมหากรุก)เข้าไปควบคุมข้างใน(คนเข้าไปอยู่ใต้โต๊ะ) จนกลายเป็นมายากลแทนที่จะเป็นกลไก ส่วนสาเหตุที่พวกเศรษฐีที่ซื้อไปไม่ยอมเปิดเผยความลับกลไกนี้ก็เพื่อจะได้หลอกขายต่อในราคาแพงๆ อีกต่อหนึ่งนั่นเอง

ดูคลิปที่ http://www.youtube.com/watch?v=RdT4yG8wczQ

 

6. The Priory of Sion 1956

 

ไพรเออรี ออฟไซออน หรือ สำนักศาสนาแห่งไซออนกล่าวกันว่าเป็นชื่อขององค์กรลับ(??)ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุโรปตะวันตก  ที่ก่อตั้งขึ้นในกรุงเยรูซาเล็มเมื่อปี ค.ศ. 1099 ซึ่งได้ปกป้องสายเลือดของราชวงศ์เมโรแว็งเชียง และปกปิดความลับสำคัญทางประวัติศาสตร์ และยังอ้างสมาชิกคนสำคัญในองค์กรนี้อย่าง เลโอนาร์โด ดาวินชี, ซานโดร บอตตีเชลลี, โรเบิร์ต บอยล์, เซอร์ไอแซก นิวตัน, วีกเตอร์ อูโก ฯลฯ(ภายหลังมีคนบอกว่ามันเป็นของปลอม)

แต่ในที่สุดไพรเออรี ออฟไซออนก็ได้รับการเปิดเผยว่ามันเป็นเรื่องหลอกลองที่สร้างขึ้นใน 1956 โดยปิแอร์ ปลองตาร์ด (Pierre Plantard)สร้างขึ้นเพื่ออ้างสิทธิในราชบัลลังก์ของฝรั่งเศส หลักฐานที่สนับสนุนการมีอยู่ในประวัติศาสตร์และกิจกรรมของกลุ่มก่อนปี ค.ศ. 1956 ถูกค้นพบว่าถูกหลอมและนำไปไว้ในที่ต่างๆ ทั่วฝรั่งเศสโดยปลองตาร์ดและผู้สมรู้ร่วมคิด แต่กระนั้นตำนานของไพรเออรี ออฟไซออนได้กลายรับแรงบันดาลใจจากสิ่งนี้ได้ทำให้ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด ประวัติศาสตร์เทียม และเรื่องโกหกนี้ถูกขยายขึ้นและโด่งดังในหนังสือชื่อ The Holy Blood and the Holy Grail ค.ศ. 1982

 

5. Feejee Mermaid 1842

 

ซากเงือกฟิจิ เป็นหนึ่งในเรื่องที่คนไทยเรายังเชื่ออยู่ โดยเป็นคำเรียกซากของสิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งปลาที่นิยมออกมาโชว์ให้ประชาชนของโลกตะวันตกได้ดูนามหลายศตวรรษ โดยซากเงือกฟิจิมักเป็นตัวชูโรงของ ห้องสารภัณฑ์(สิ่งที่อาจจะเกี่ยวกับธรรมชาติวิทยา (ซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นของปลอมก็ได้ ส่วนมากเป็นของสะสมส่วนตัว)ของพินีอัส เทย์เลอร์ บาร์นัม(ย่อว่าพีที (5 กรกฎาคม 1810 -- 7 เมษายน 1891) โดยตอนแรกที่ซากเงือกฟิจิไม่ได้รับการเปิดเผยว่าเป็นของปลอมที่ทำมาจากหางปลาที่สตั๊ฟไว้มาต่อเข้ากับท่อนบนของมัมมีลิงตัวเมียนั้น พิทีได้ซื้อพิพิธภัณฑ์ที่นิวยอร์ก แต่พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวคนเข้าน้อย  เขาเลยคิดเอาของแปลกๆ ที่ไม่ใครคิดมาตั้งโชว์ และเขาก็นึกถึงเรื่องเงือกปลอมมาได้ เขาเลยเอาเงือกปลอมดังกล่าวมาตั้งโชว์ โดยบอกว่ามันเป็นของหายากจากตะวันออกไกล ผลคือมีหลายคนเชื่อ ถึงขั้นมีนักข่าวสำนักพิมพ์รุมสัมภาษณ์ นอกจากนี้ฟิทียังสร้างเรื่องให้น่าเชื่อถือโดยการจ้างนักชีววิทยาตัวปลอมในชื่อดร.กริฟฟิน แห่งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาไลเซียมเป็นคนจับเงือกนี้ได้ในปี 1842 พิทีสามารถหลอกคนดูได้อย่างแยบยลและร่ำรวย จนเขาตั้งสมญานามให้ตัวเองว่า "เจ้าแห่งการหลอก" (Prince of Humbug)และชื่อของเขาก็โด่งดังว่าเป็นคนที่สร้างความสุขให้แก่คนดูด้วยการหลอก ซึ่งกว่ามีคนรู้ว่าเป็นของปลอมหลายศตวรรษเลยทีเดียว ส่วนซากเงือกฟิจินั้นถูกนำไปแสดงทั่วประเทศจนกระทั้งมันหายสาบสูญไปในปี 186 และปัจจุบันเงือกฟิจิยังคงมีการหลอกลวงขายในเว็บอีเบย์และเอามาล้อเลียนในสื่อต่างๆ มากมาย

 
         
4. Piltdown Man 1912

 

พิลต์ดาวน์แมน เป็นเล่ห์เลี่ยมที่มีชื่อเสียงทางโบราณคดี ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1912 เมื่อชาร์ลส์ ดอว์สัน ชาวอังกฤษได้ค้นพบชิ้นส่วนของกะโหลกศีรษะและขากรรไกรจากหลุมกรวดที่หมู่บ้านพิลต์ดาวน์ แคว้นอีสต์ซัสเส็กซ์ โดยชิ้นส่วนเหล่านี้วิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากแล้วพบว่าเป็นฟอสซิลที่ไม่รู้จักมาก่อน และน่าจะเป็นฟอสซิลของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์  พร้อมกับตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ให้กับมนุษย์สายพันธุ์ใหม่เป็นภาษาลาตินว่า Eoanthropus dawsoni(รุ่นอรุณมนุษย์ของดอว์สัน) และเรื่องของพิลต์ดาวน์แมนก็กลายเป็นเรื่องชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุผลคือการมันเกี่ยวข้องกับการไขวิวัฒนาการมนุษย์ และมันสามารถโกหกได้ยาวนาน 40 ปีขั้นมีผู้สร้างอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกบริเวณที่พบฟอสซิลลวงโลกเมื่อค.ศ. 1938 กว่าจะพิสูจน์ได้ว่าดอว์สันสร้างเรื่องขึ้นมาเอง ก็ปาเข้าไป ค.ศ. 1953 โดยพบว่า ดอว์สันทำการมิกซ์แอนด์แมตช์ ด้วยการเอากะโหลกมนุษย์ ประกอบกับขากรรไกรล่างของลิงอุรังอุตังและฟันชิมแปนซีมาติดเข้าด้วยกัน ส่วนสาเหตุที่จับได้ก็เพราะฟอสซิลของพิลต์ดาวน์แมนไม่สอดคล้องกับเส้นทางการวิวัฒนาการของฟอสซิลที่พบจากที่อื่นๆ

 

3. Alien Autopsy 1995

  

เรื่องราว เริ่มขึ้นในปี 1992 เมื่อ ผู้สร้างภาพยนตร์เรย์ ซานติลีได้ จัดนำ ฟิล์มภาพยนตร์การผ่าตัดมนุษย์ต่างดาวมาเปิดเผยให้สาธารณะชนได้รับทราบ โดยเขาอ้างว่าได้ซื้อฟิล์มภาพยนตร์ขาวดำขนาด 16 มิลลิเมตร มีความยาวกว่า 17 นาที(ไม่เปิดเผยถึงราคาที่ซื้อมา)จากช่างภาพของกองทัพ(ไม่เปิดเผยชื่อซึ่งเนื้อหาภาพยนตร์เป็นภาพผ่าตัดซากมนุษย์ต่างดาว โดยซานติลีได้อ้างว่ามนุษย์ต่างดาวนี้คือตนเดียวกับที่มากับจานบินในเหตุการณ์การจานบินตกที่รอสเวลส์เมื่อปี 1947 โดยช่างภาพที่ขายให้กับเรย์ได้ถูกทางกองทัพเรียกตัวให้มาที่ฐานทัพในเท็กซัส เพื่อทำการถ่าย ก่อนที่ช่างภาพจะลักลอบนำฟิล์มไปขายให้กับเรย์ในที่สุด

ภาพยนตร์ชุดนี้ได้ถูกนำมาออกแสดง นี้ออกอากาศ ในปี 1995 ในรายการ One-hour special ผลปรากฏว่ามีคนสนใจดูมากจนต้องมีการนำมาออกอากาศซ้ำอีกถึงสี่ครั้งหลังจากนั้นทำให้มีการถ่ายถอดออกไปใน อังกฤษ , เยอรมัน , ฮอลล์แลนด์ , บราซิล และอิตาลี(และอีก 32 ประเทศทั่วโลก) แน่ละความสงสัยได้ก่อตัวขึ้นมาในทันทีว่าเทปดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ เพราะว่าภาพยนตร์ดังกล่าวมีสภาพสมบูรณ์เกินไป และศพมนุษย์ต่างดาวเป็นของจริงหรือเปล่าเพราะไม่เห็นอวัยวะภายในของมนุษย์ต่างดาวเลยมันน่าจะเป็นหุ่นมากกว่า อีกทั้งมีอะไรหลายอย่างที่ไม่สมจริง เช่นห้องที่ใช้ทำการผ่าตัด หมอที่ผ่าตัด อีกทั้งนาฬิกา โทรศัพท์และเครื่องมือที่ใช้ในการผ่าตัดเหมือนเป็นเทคโนโลยีที่มีขึ้นหลังปี 1940

ในปี 2006 เรย์ก็ออกมารับสารภาพว่าฟิล์มภาพยนตร์นี้เป็นของปลอม แต่กระนั้นเขาก็บอกว่าภาพยนตร์ของเขานั้นมีความจริงบางส่วนเท่านั้น( ไม่กี่เฟรม ในคำพูดของเขา) ในขณะส่วนที่เหลือได้รับบรณะตัดต่อใหม่ โดยเขาบอกว่าห้องผ่าตัดดังกล่าวสร้างจากห้องนั่งเล่นในโรเชสเตอร์สแควร์ในลอนดอน เครื่องในก็ใช้เครื่องในไก่ แม้ว่าเรย์จะยอมรับว่าภาพยนตร์นี้เป็นของปลอมแล้วก็ตามแต่กระนั้นภาพยนตร์ผ่าตัดมนุษย์ต่างดาวก็กลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักทฤษฏีสมคบคิด นวนิยาย และสื่อต่างๆ อีกมากมาย

ดูคลิปที่ http://www.youtube.com/watch?v=QzmmlaZ9b9I&feature=related

 

 

2. The Cottingley Fairies 1917

   

แฟรี่แห่งคอททิงเลย์ เป็นชุดภาพถ่ายที่เป็นรูปเด็กผู้หญิงเล่นกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่านางไม้ มีทั้งหมดห้าใบ ที่ถ่ายในเดือนกรกฎาคมปี 1917 โดยเอลซี่ ไรท์ (16 ปี)และฟรานซิส กรีฟิส (11 ปี) ซึ่งเป็นญาติของเธอ ทั้งสองสาวอาศัยอยู่ใน หุบเขาคอททิงเลย์ใกล้ แบรดฟอร์ด ประเทศอังกฤษ วันนั้นพวกเธอได้เอากล้องที่ยืนจากพ่อและถ่ายรูปนางไม้โนมมาได้ ซึ่งครอบครัวของพวกเธอเชื่อว่าภาพเหล่านี้เป็นของจริง

ในฤดูร้อนปี 1919 รูปถ่ายนี้ก็ถูกแพร่หลายและเซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์(ผู้เขียนเซอร์ล็อคโฮล์ม)ได้ทำการตรวจสอบภาพดังกล่าว เขาได้เขียนบทความลงในนิตยสารชั้นนำไว้ว่าภาพของพวกเธอนั้นเป็นของจริง จากหลักฐานที่ได้ผมมีความลังเลที่จะบอกได้ว่าภาพเหล่านี้เป็นของปลอม และ"เด็กๆของคนชั้นกรรมกรจะมีความรู้เรื่องการตัดต่อภาพได้ยังไง"ซึ่งท่านเซอร์เชื่อว่ารูปถ่ายนี้เป็นของจริงวจนวาระสุดท้ายของชีวิตเลยทีเดียว

เดือนธันวาคมปี 1920 ดอยล์ได้ทำการประกาศรูปเหล่านี้ลงนิตยสารพร้อมกับยืนยันว่าแฟรี่ในรูปเป็นของจริง ซึ่งเรื่องนี้ได้รับเสียงตอบรับมากมาย ทำให้นักข่าวและผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลไปยังคอททิงเลย์ ดอยล์นั้นถึงกับออกหนังสือเกี่ยวกับแฟรี่แห่งคอททิงเลย์และกล่าวว่าเขาเชื่อเด็กหญิงทั้งสองคนว่าพวกเธอพูดจริง

จนกระทั้งในวันที่ 24 พฤษภาคม 1965 เอลซี่ก็ได้ให้สัมภาษณ์แก่นิตยสารเดลี่เอกซ์เพรสว่ารูปของแฟรี่เหล่านั้นเป็นภาพที่เธอกับฟรานซิสทำปลอมขึ้นมาโดยไม่ได้ใช้เทคนิคการตัดต่อภาพใดๆทั้งสิ้น พวกเขาแค่วาดรูปของแฟรี่ลงบนกระดาษแข็ง ระบายสีและตัดออกมาติดไว้กับต้นไม้หรือพื้นเพื่อถ่ายรูปง่ายๆ แค่นั้น ที่พวกเขาทำแบบนี้ก็เพราะต้องการล้อเล่น แต่ท่านเซอร์โคนันกลับทำให้เรื่องใหญ่โต ทำให้พวกเธอไม่รู้จะบอกความจริงยังไงดี  

แม้ว่าเด็กสองคนจะบอกว่าภาพเป็นของปลอมแล้วก็ตามแต่กระนั้นทั้งสองก็บอกว่าพวกเธอเห็นแฟรี่จริงๆแต่ไม่สามารถถ่ายรูปของพวกเขาเอาไว้ได้


1. The Book of Mormon 1830

 

นายโจเชพ สมิธ (1830-1844) ผู้ก่อตั้งลัทธิมอร์มอธ เขาได้อ้างว่าในวันที่ 21 กันยายน 1823 สมิธอ้างว่าทูตสวรรค์มาพบเขาที่เนินเขาใกล้บ้านของเขา และเขาได้พบแผ่นโลหะทองคำเนื้อหาจารึกประวัติกลุ่มชาวยิว ที่เดินทางมาจากกรุงเยรูซาเล็ม มายังประเทศอเมริกาในปี นอกจากนั้นเขายังพบสองวัตถุหนึ่งที่เป็นรูปร่างเหมือนแว่นตาที่เรียกว่า อูริมและทูมมิม ซึ่งอ้างว่าเขาใช้มันในการแปลภาษาอียิปต์ปรับปรุงใหม่ ให้เป็นภาษาอังกฤษ จากปี 1827-1829 และพิมพ์ออกมาในปี 1830 ซึ่งคือพระคัมภีร์มอร์มอน (The Book of Mormon) และเขาได้เรียกมอร์มอนของตัวเองว่า คริสตจักรของพระเยซูคริสต์

เนื้อหาของหนังสือนั้นค่อนข้างผิดหลักศาสนาคริสต์เป็นอย่างมาก แต่กระนั้นมันก็ได้รับความนิยมไปทั่ว และลัทธินอร์มอธก็โด่งดังในอเมริกา แต่กระนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาได้กล่าวว่าหนังสือทั้งเล่มนั้นเขียนโดยคนเดียวกัน นอกจากนั้นหนังสือยังอ้างสัตว์และพืชที่ไม่มีอยู่ในอเมริกาหลายชนิด(จนกระทั้งคึลัมบัสมาถึงอเมริกา) สมิธอ้างว่าหนังสือคัดจากคำจารึกที่ถูกฝังไว้ในปี ค.ศ. 428 แต่จากการศึกษา พบว่า ประมาณ 25,000 คำ ในคัมภีร์มอร์มอน คัดมาจากพระคัมภีร์ฉบับ King James Version ซึ่งเขียนในช่วง ค.ศ. 1611  ทำให้เชื่อว่าเรื่องของโจเซฟ สมิธนั้นเป็นเรื่องโกหก

 

เนื้อหาเรียงเรียงจาก

http://listverse.com/2007/08/30/top-10-famous-hoaxes/

 

+ +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 285 : 10 เรื่องหลอกลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 16207 , โพส : 16 , Rating : 80% / 3 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 16 : ความคิดเห็นที่ 17145
ท่านโคนันนั้นน่ามาเป้นอันดับหนึ่งนะ. เพราะคนระดับเขียนนิยายเชอล๊อคโฮมดันโดนเด้กหลอก แถมโดนหลอกแบบง่ายๆด้วย

หึๆ เอากระดาษแข้งมาระบายสีเปนรุปนางไม้หลอกคนได้ทั้งโลก. ผมวาไอคนทำน่าไปเปนศิลปินนะข้อหาวาดได้เหมือนเกิน
Name : Sixking [ IP : 113.53.177.229 ]

วันที่: 9 พฤศจิกายน 2555 / 11:57
# 15 : ความคิดเห็นที่ 16246
ดดนต้ม! 
PS.  รัก...แฟน >< ฉันสลัดคนเก่าออกได้แล้ว >////<
Name : Chompu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chompu [ IP : 124.120.171.248 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กรกฎาคม 2555 / 18:52
# 14 : ความคิดเห็นที่ 14727
 โดนต้มอยู่นาน
PS.  อย่าเกลียดน้ำตาเพราะมันคือเพื่อนแท้ อย่าเกลียดความอ่อนแอเพียงเพราะมันไม่ใช่ความเข้มแข็ง
Name : PoMPoM>>Girl < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PoMPoM>>Girl [ IP : 125.26.150.248 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มีนาคม 2555 / 10:13
# 13 : ความคิดเห็นที่ 13384
 ท่านเซอร์โคนัน= =
PS.  - -
Name : Angel Evil < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Angel Evil [ IP : 183.89.70.252 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ตุลาคม 2554 / 04:30
# 12 : ความคิดเห็นที่ 11440
 เหอะๆ  ต้มได้เนียนมากอ่ะ
Name : โปเกมอนการิน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ โปเกมอนการิน [ IP : 124.120.160.212 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 พฤษภาคม 2554 / 18:21
# 11 : ความคิดเห็นที่ 8867
 โถ่ ไอเราก้นึกว่าคลิปผ่าตัดเอเลี่ยนเปนของจริง
PS.  ไม่ชอบคำอธิบาย แต่ต้องการแค่ผลลัพธ์ [ I ♥ Ma Mom ]
Name : เจ้าหญิงเขียด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าหญิงเขียด [ IP : 70.149.86.177 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 ธันวาคม 2553 / 22:39
# 10 : ความคิดเห็นที่ 8561

โอ้ว!!~ คนเขียนท่านเซอร์โดนเด็กหลอก
น่าสงสารอ่ะ

Name : suju only13 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ suju only13 [ IP : 125.27.188.207 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 พฤศจิกายน 2553 / 17:27
# 9 : ความคิดเห็นที่ 8534
คลิปอันดับ3มนุษย์ต่างดาวเราเคยดูเมื่อนานมาแล้ว
ตอนนั้นจะเชื่อหรือไม่เชื่อยังสงสัย.........ดูแล้วมันขี้โม้แปลกๆ อย่างเครื่องในมนุษย์ต่างดาวยังกะของเล่น
ตัวมนุษย์ต่างดาวเองก็เหมือนหุ่นยาง เลือดก็ไม่เห็นจะมี แถมมีการผ่าตัดเอาแก้วตามันออกมาด้วย
จาผ่าตัดเอาแก้วตาออกมาทามมายงะในเมื่อตามันทั้งดวงมีสีดำสนิทจามีเรตินาได้ไง(เราลองคิดดูเองนะ)
ตอนนี้กระจ่างแล้ว.....จากสงสัยอยู่นาน...อิอิ  
Name : CuroShiro-คุง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CuroShiro-คุง [ IP : 110.49.193.3 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤศจิกายน 2553 / 13:46
# 8 : ความคิดเห็นที่ 8509
คนเล่นก็เก่งจริงๆนะ

PS.  เธอหลอกฉัน ฉันหลอกเธอ BIGBANG IS MY EVERYTHING
Name : มาโกะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มาโกะ [ IP : 124.120.13.87 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 พฤศจิกายน 2553 / 19:34
# 7 : ความคิดเห็นที่ 8506
มาเรีย เทเรเซีย เป็นจักรพรรดินีของออสเตรียค่ะ เป็นประเทศที่น่าสงสารมากเพราะถ้าไม่ระวังจะกลายเป็นออสเตเรียทันที(และเกิดขึ้นบ่อยด้วย)

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 พฤศจิกายน 2553 / 22:56
Name : soda_zz < My.iD > [ IP : 114.84.1.31 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤศจิกายน 2553 / 22:55
# 6 : ความคิดเห็นที่ 8500

ไพเออรี่ ออฟไซออนอ่ะ มีในหนังสือรหัสลับดาวินชีหรือในเทวากับซาตานเนี่ยแหละ

ไม่แน่ใจ แต่เป็นเรื่องที่สนุกมากๆ

Name : ดอกไม้ทะเล < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดอกไม้ทะเล [ IP : 124.120.92.236 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤศจิกายน 2553 / 18:28
# 5 : ความคิดเห็นที่ 8499
*-* โคนัน ดอยล์ โดนเด็กต้ม.... ( O O")
Name : แมว [ IP : 118.173.60.29 ]

วันที่: 23 พฤศจิกายน 2553 / 18:07
# 4 : ความคิดเห็นที่ 8498
เรารู้แค่เนสซีอันเดียว
PS.  มีหลายคนอยู่กับฉันตั้งแต่เริ่มต้น แต่มีน้อยคนที่อยู่กับฉันไปถึงตอนจบ
Name : //...be_best...// < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ //...be_best...// [ IP : 182.232.34.123 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤศจิกายน 2553 / 06:05
# 3 : ความคิดเห็นที่ 8488
โดน...ต้ม....
มนุษย์ต่างดาว...กับเนสซี รู้จักแต่อีกอันไม่รู้จักจริงๆ

PS.  คนน่ามองแต่ไม่น่ารัก คนน่ารักแต่ไม่น่ามอง ฉันนี่แหละคือคนนั้นที่ไม่น่ารักและไม่น่ามอง
Name : HoLyNe MiKaTsUkI < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ HoLyNe MiKaTsUkI [ IP : 118.172.4.161 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 / 20:41
# 2 : ความคิดเห็นที่ 8486
เหอๆๆๆ -__-^
PS.  เมฆา...เมฆที่ล่องลอยไปตามใจตน ไม่ผูกมัดอยู่กับใคร สายหมอก...ภาพลวงตาซึ่งไม่สามารถจับต้องตัวจริงได้
Name : LikeCartoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LikeCartoon [ IP : 110.49.98.175 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 / 19:39
# 1 : ความคิดเห็นที่ 8483
ตุ๊กตาตุรกีใช้หลักการง่ายๆแค่นี้เองเหรอเนี่ย =[]=!!
PS.  SARU-Kumi : http://saru-kumi.exteen.com/ [มหาตมะ คานธี กล่าวไว้ว่า มนุษย์ชาติดำรงได้ก็เพราะความลามก]
Name : SARU-kumi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SARU-kumi [ IP : 124.121.54.237 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 / 14:06
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android