คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 271 : 10 เรื่องจริงของสัตว์ทำร้ายคนที่ยิ่งกว่านิยายระทึกขวัญ


     อัพเดท 6 เม.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,303 Overall : 2,762,885
22,181 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7217 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 271 : 10 เรื่องจริงของสัตว์ทำร้ายคนที่ยิ่งกว่านิยายระทึกขวัญ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 16991 , โพส : 41 , Rating : 98% / 11 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

                คุณเคยดูภาพยนตร์จำพวกสัตว์โลกผู้ไม่น่ารักไหมครับ ที่เป็นหนังจำพวกปลาฉลาม จระเข้ที่มีขนาดยักษ์แล้วหันมาทำร้ายมนุษย์โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย หากแต่โดยปกติสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่จะไม่ทำร้ายคนเพราะมันรู้ว่าหากมันล่าคนแล้วปัญหายุ่งยากจะตามมาหามันแน่ แต่กระนั้นมันก็มีหลายกรณีเหมือนกันที่สัตว์กินเนื้อเหล่านี้จะฆ่าคน กินคนหากอยู่ภายใต้เงือนไขที่เหมาะสม เช่น หิวจัด ถูกรุกรานที่อยู่ หรือนึกว่ามนุษย์เป็นแมวน้ำ(??) และหลักการที่ว่าเมื่อมันทำร้ายมนุษย์แล้วมันจะล่ามนุษย์ต่อไปเรื่อยตราบใดที่มันไม่ตาย เพราะมันรู้ว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่มันล่าง่ายที่สุด นี้คือ 10 เหตุการณ์สัตว์ทำร้ายมนุษย์ที่ร้ายกาจยิ่งกว่าประวัติศาสตร์ที่จนกลายเป็นตำนาน

 

The lions of Njombe

  

เราเริ่มรายการด้วยเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของสิงโตกินคนเป็นอันดับแรก และผมก็เคยอ่านเรื่องนี้ในนิตยสารแปลก(แต่จำไม่ค่อยได้แล้วล่ะ) มันเริ่มเกิดขึ้นปี 1932 ในแทนซาเนียใกล้เมืองจ็อมเบ เกิดเหตุการณ์ฝูงสิงโตยักษ์ออกมาฆ่าคนอย่างบ้าคลั่ง ตำนานมีอยู่ว่าสิงโตได้รับการควบคุมโดยแม่มดหมอผีในชนเผ่าท้องถิ่นชื่อมาตามูลา แมนเกรา(Matamula Mangera)  ที่เธอมักส่งฝูงสิงโตออกมาทำร้ายคนหากใครก็ตามที่ลบหลู่เธอหรือต่อต้านเธอ ฝูงสิงโตของเธอนั้นได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปถึง 1,500 ศพ(บางคนบอกว่า 2,000 คน)และนี้คือเหตุการณ์สิงโตทำร้ายมนุษย์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์และหนึ่งในกรณีของสัตว์ทำร้ายมนุษย์เลวร้ายที่สุดที่เคยบันทึกไว้ แม่มดมาตามูลามีอำนาจบาตรใหญ่มากขนาดหัวหน้าเผ่าอื่นๆ ไม่กล้ายุ่งกับเธอ จนกระทั้งจอร์จ(George Rushby 1900–1968) นายพรานที่มีชื่อเสียงได้ตัดสินใจปราบฝูงสิงโตนั้น เขาฆ่าสิงโตไป 15 ตัวและทำให้เหตุการณ์สิงโตทำร้ายคนยุติลงในที่สุด และเรื่องราวของจอร์จได้ถูกนำมาสร้างละครกึ่งสารคดี BBC ในชื่อ “The Man-eating Lions of Njombe.” ออกอากาศในเดือนกรกฎาคม 2005

 

Two Toed Tom

  

“ทอมสองขา” เป็นจระเข้กินคนที่ค่อนข้างคลุมเครือ และยากจะทราบได้ว่าเรื่องของจระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่ตำนาน โดยจระเข้ตัวนี้เป็นตำนานของอเมริกาทางตอนใต้อาศัยอยู่ในบึ่ง terrorized ในรัฐอลาบามา ชายแดนฟอริด้า ชื่อของมันมีที่มาขาของมันมีสองเท้าเนื่องจากขาของมันหายไป(ขาด้านซ้ายทั้งสองข้าง หรือแล้วแต่ตำนานจะอ้าง)เพราะโดนกับดักเหล็กจนขาขาด และนั้นเป็นสาเหตุทำให้มันเจ็บแค้นมนุษย์ และเริ่มออกอาละวาดทำร้ายมนุษย์ในช่วงยุค 20 หลายคนอ้างว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าสี่เมตรครึ่ง บางคนอ้างว่ามันน่ากลัวมากเหมือนมันเป็นปีศาจส่งมาจากนรกเพื่อล่าพวกเขา มันชอบกินวัวและมนุษย์ผู้หญิง(มันชอบคว้าเอากระชากเสื้อผ้าของพวกเขาแล้วกินในน้ำ) แม้นายพรานท้องถิ่นจะมีการใช้ปืนหรือระเบิดแต่ก็ไม่สามารถฆ่ามันได้ จนกระทั้งมีนายพรานหนึ่งโยนถังที่เต็มระเบิดสิบห้าถังลงไปสระน้ำและจุดให้มันระเบิด ทอมก็หายไป แต่หลายคนเชื่อว่าทอมน่าจะยังมีชีวิตอยู่และรอคอยโอกาสที่จะแค้นตามแบบฉบับของมัน และก็เป็นจริงๆ ทอมก็ปรากฏตัวมาอีกครั้งและได้กินลูกสาวของคนโยนถึงระเบิดและบรรดาเด็กๆของเกษตรกรที่อยู่ตามชายฝั่ง ก่อนที่มันจะหายไปไม่กลับมาอีกเลย มีหลายคนบอกว่าเรื่องเหล่านี้น่าจะเป็นเพียงนิทานพื้นบ้าน หากแต่ชาวบ้านในละแวกนั้นบอกว่าเป็นเรื่องจริงและเชื่อว่ามันยังคงเดินเตร่อยู่ในหนองน้ำฟอริด้าหลายปี มีรายงานพบเห็นมันต่อเนื่องถึงจระเข้ขนาดใหญ่สองขาอยู่เป็นระยะ และที่สำคัญคือทอมไม่เคยถูกจับ

 

Kesagake

  

เหตุการณ์”หมีสีน้ำตาลบุกหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึ(The Sankebetsu brown bear incident)” เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเกี่ยวกับการโจมตีหมีสีน้ำตาลที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่โจมตีหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึ เมืองโทมาม่า ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์เกิดขึ้นในเดือน 9 ธันวาคม ถึง 14 ธันวาคม 1915 โดยสมัยก่อนนั้นหมู่บ้านแห่งนี้พึ่งมีคนอยู่อาศัย กำลังบุกเบิก จำนวนคนในหมู่บ้านน้อยมากและส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนป่าเขา และพื้นที่แห่งนี้ได้เป็นที่อยู่อาศัยของหมีเพศผู้ขนาดยักษ์ที่หลายคนเรียกมันว่า “เคะซากาเกะ” ซึ่งมันชอบขโมยข้าวโพด จนสร้างความรำคาญในแก่ชาวบ้าน มันเลยถูกยิงจนบาดเจ็บแล้วหนีขึ้นบนเขา เมื่อมันหนีชาวบ้านก็รู้สึกโล่งใจเพราะหมีคงจะรู้สึกกลัวคนและอยู่ห่างจากพืชผลของเขา หากแต่พวกเขาคิดผิด!!

9 ธันวาคม 1915 เวลา 10.30 น.  เจ้าหมียักษ์กลับมาอีกครั้ง มันเริ่มออกปฏิบัติการแก้แค้นฉบับเลือดต้องล้างด้วยเลือด มันเลือกเหยื่อรายแรกของมันคือครอบครัวโอตะ(ota Family) ในขณะนั้นอาเบะ เมยูและฮายูมิ มิกิโอะ (Abe Mayu and Hasumi Mikio) ภรรยาของครอบครัวและทารกที่เธอดูแลอยู่ก็ถูกเจ้าหมีตัวบุกเข้ามาในบ้านเพื่อหมายฆ่าคนทั้งสอง ทารกถูกกัดศีรษะจนเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิงพยายามต่อสู้โดยสาดฟืนเข้าใส่ แต่ท้ายสุดเธอก็ถูกหมีลากเข้าป่า และเมื่อชาวบ้านมาถึงที่เกิดเหตุถึงกับต้องตะลึงโดยพวกเขาบรรยายว่าเหมือนโรงฆ่าสัตว์ไม่มีผิดเพราะเลือดสาดกระจายทั้งบนพื้นและผนัง ชาวบ้านรู้สึกโกรธแค้นหมีพวกเขาเลยจับกลุ่มสามสิบคนบุกเข้าป่าและพยายามยิงมันแต่มันก็หนีไปได้ หลังจากพวกเขาสำรวจบริเวณรอบๆ ก็พบชิ้นส่วนศพที่มีเพียงหัวและชิ้นส่วนของเขาที่เหลือของฝ่ายหญิงฝังอยู่ใต้หิมะ คาดว่าหมีคงเก็บอาหารของมันไว้กินภายหลัง และหลังจากนั้นคืนถัดมา(8.00 น.)หมีก็กลับมาที่ฟาร์มโอตะอีกครั้ง ซึ่งชาวบ้านบางส่วนได้จับกลุ่มรอเตรียมรับมืออยู่แล้ว ชาวบ้านพยายามยิงหมีแต่ว่ามันก็รอดไปอีก โชคดีเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครบาดเจ็บ

ในเวลาไม่นานนัก เจ้าหมีได้เลือกครอบครัว มิโซเค(Miyoke family) ซึ่งอยู่หมู่บ้านอื่นที่ไร้ทางป้องกัน(เพราะไม่นึกว่าหมีจะมา) ซึ่งเจ้าหมีตัวนี้ฆ่าคนในครอบครัวนี้อย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเวลานั้นภรรยาที่ตั้งครรภ์ของครอบครัวยาโย(Yayo) กำลังเตรียมอาหารและได้ยินเสียงข้างนอกดังก้อง และไม่ทันที่ตรวจสอบหมีก็บุกเข้าทางหน้าต่างแล้วเข้ามาในบ้าน หม้อปรุงอาหารพลิกกลับเปลวไฟและความหวาดกลัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอพยายามหนีออกจากบ้าน แต่เด็ก 4 คนในบ้านหนีไม่ทันจึงถูกฆ่าตาย และหญิงที่ตั้งครรภ์หนีไม่ไหวร้องขอชีวิตลูกในครรภ์ของเธอ แน่นอนมันไร้สาระ เจ้าหมีก็ฆ่าเธอเช่นเดียวกันเหยื่อก่อนหน้าของมัน เมื่อพวกชาวบ้านมาถึงพวกเขาก็พบร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของเด็ก 4 คนและหญิงและตัวอ่อนในครรภ์ทั่วพื้นดิน เจ้าหมีตัวนี้ใช้เวลาเพียงสองวันฆ่าคนทั้งหกคนจนทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นหวาดกลัวเป็นอันมาก

หลังจากนั้นเจ้าหมีก็ถูกไล่ล่าอย่างหนัก(ระหว่างนั้นมันก็อาละวาดฆ่าคนไปด้วย) จนในที่สุดเรื่องก็จบลงเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมนายพรานคนหนึ่งได้ยิงหมีที่เชื่อว่าเป็นตัวต้นเหตุได้ มันมีขนาดยาวกว่าสามเมตร หนักกว่า 380 กิโล เมื่อผ่าท้องมาก็พบชิ้นส่วนมนุษย์อยู่ในกระเพาะอาหารของมัน และแล้วเหตุการณ์สัตว์โจมตีที่เลวร้ายที่สุดในญี่ปุ่นก็จบลง หากแต่ชื่อของเจ้าหมีตัวนี้ก็ปรากฏอยู่ในนิยายและละครมากมายปัจจุบันหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึกลายเป็นที่ร้างคนแต่มียังมีการจำลองแสดงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีรูปจำลองของหมีและบ้านโอตะที่หมีเคยมาอาละวาดตั้งอยู่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และการ์ตูนมังงะโบราณอย่าง “ไอ้เขี้ยวเงิน” หนึ่งในหมีที่เป็นศัตรูกับไอ้เขี้ยวเงินนั้น มีหมีตัวหนึ่งนำมาจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

ดูคลิปได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=u3NuxLb9udQ

 

The New Jersey Shark

   

คุณเคยดูหนังสัตว์ทำร้ายคนคลาสสิกเรื่อง “Jaws (1975)” ที่กำกับโดยสตีเว่น สปิลเบิร์ดไหมครับ ที่เกี่ยวกับฉลามขนาดยักษ์ทำร้ายคน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นโดยมีเค้าโครงเรื่องจากนวนิยายเรื่อง “Jaws (1974)” ของปีเตอร์ เบนช์ลีย์ ซึ่งก็มีข้อมูลมาจากเรื่องจริง ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์หนึ่งที่เรียกขานว่า “Jersey Shore shark attacks of 1916 ” หรือ “เดอะ นิวเจอร์ซีย์ ชอร์”เป็นเหตุการณ์ฉลามขาวยักษ์(ไม่รู้ว่ามาตัวเดียวหรือมีมากกว่าหนึ่งตัว)ทำร้ายคนอย่างต่อเนื่องหลายครั้งนอกชายฝั่งของมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ในสหรัฐอเมริกา ระหว่างช่วงฤดูร้อนของ วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 12 กรกฎาคม ปี 1916  เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตไป 4 รายและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง(พูดง่ายๆ คือไม่ทราบจำนวนที่แท้จริง) เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลทำให้ชุมชนริมทะเลและรีสอร์ทรายล้อมชายหาดที่เกิดเหตุจ้องเพิ่มการป้องกันอย่างเข้มงวด ไม่ว่าการเอาตาข่ายมากันไม่ให้คนเข้าใกล้ชายหาดเลยทีเดียว

สมัยก่อนนั้นนักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อว่าฉลามนั้นเป็นสัตว์ทำร้ายคน แต่เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาต้องคิดเสียใหม่(แม้จะเป็นกรณีที่หายากมาก) โดยทุกอย่างเริ่มขึ้นที่แนวชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์เหยื่อรายแรกคือหนุ่มชาร์ลส์ แวนแซงท์(Charles Vansant)ถูกฉลามทำร้ายในน้ำตื้นมากในขณะว่ายน้ำกับสุนัข คนหลายคนเห็นฉลามทำร้ายต่างพยายามช่วยเหลือชายหนุ่มคนนั้น แต่ว่าฉลามกัดแน่นมากมันกัดจนขาของเขาฉีกขาดจนเขาขาดใจตายก่อนส่งถึงโรงพยาบาล ห้าวันต่อมาก็มีเหยื่ออีกคนคือชาร์ลส์(Charles Bruder)ถูกฉ,มทำร้ายในขณะว่ายน้ำห่างจากชายฝั่ง ตอนแรกหลายคนคิดว่าเขากำลังพายเรือแคนูสีแดง หากแต่ความจริงคือหลามยักษ์ที่เต็มไปด้วยเลือดที่มาจากขาฉีกขาดของเขาต่างหาก ซึ่งกว่าจะช่วยเขาก็ไม่ทันการเสียแล้วเพราะว่าเขาขาดใจตายก่อนที่จะขึ้นชายหาดเสียอีก

แม้ว่าจะมีพยานหลายคนบอกว่าฉลามโขมตีมนุษย์ แต่ว่านักวิทยาศาสตร์ก็แจ้งเตือนประชาชนว่าตัวการร้ายในเหตุการณ์ครั้งนี้วาฬเพชฌฆาตหรือเต่าทะเล!! จากนั้นก็มีรายงานเห็นฉลามในพื้นที่ชายหาดใกล้นิวเจอร์ซีย์มากมาย ในวันที่ 12 กรกฎาคมเด็กอายุ 11 ปีถูกทำร้ายโดยฉลามและลากเขาไปใต้น้ำ คนที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าไปช่วย ชายคนหนึ่งสแตนเลย์ ฟิชเชอร์(Stanley Fishe)พยายามช่วยเหลือเด็กหากแต่เขาถูกทำร้ายโดยฉลามและเสียชีวิตจากบาดแผลและเหยื่อที่ห้ารายสุดท้ายคือเด็กหนุ่มอายุ 14 ชื่อ โจเซฟ ดันน์(Joseph Dunn)ที่ถูกฉลามโจมตีทั้งๆ ที่เวลาพึ่งผ่านไป 30 นาทีหลังจากฉลามทำร้ายสแตนเลย์ ฟิชเชอร์ แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เขาเป็นเหยื่อเพียงหนึ่งเดียวที่รอด จนกระทั้ง 14 กรกฎาคม ชายคนหนึ่งชื่อไมเคิล (Michael Schleisser) ได้จับฉลามขาวที่ยาวกว่า 2.3 เมตร หนัก 147 กิโล ได้ในอ่าวราริแทน ซึ่งฉลามตัวนี้พยายามทำร้ายเขาโดยการทำให้เรือจม แต่เขาก็ได้ฆ่ามันด้วยไม้พายที่หัก เมื่อเขาเปิดกระเพาะของมันออกก็มีชิ้นส่วนศพของหญิงสาวติดมาด้วย และหลังการจับฉลามนี้ได้ ก็ไม่มีเหตุการณ์ฉลามโจมตีในชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์อีกเลย

 

The Bear of Mysore

  

หมีแห่งมัยซอร์ เป็นชื่อของหมีสลอท ในที่ดุร้ายก้าวร้าวจนผิดปกติและออกอาละวาดฆ่าคนตามเมืองต่างๆ ในมัยซอร์ ประเทศอินเดีย และมันฆ่าคนอย่างน้อย 12 คน ซึ่งโดยปกติแล้วหมีชนิดนี้เป็นสัตว์กลัวคน และไม่ทำอันตรายต่อใคร อีกทั้งมันไม่กินเนื้อคนซึ่งชอบกินแมลงปลวก ผลไม้ และน้ำผึ้งเป็นพิเศษ แต่หมีแห่งมัยซอร์กลับทำร้ายคน ทำให้หลายคนสันนิษฐานว่าอะไรที่ทำให้มันดุร้ายถึงขนาดนี้ บางคนเชื่อว่าหมีตัวนี้โกรธแค้นที่มนุษย์ขโมยลูกของเธอ บางคนเชื่อว่าแฟนสาวของเขาถูกลักพาตัวไป(สรุปแล้วมันเพศไหนกันแน่เนี้ย) และบางคนเชื่อว่าสาเหตุเนื่องจากมันเคยมีประสบการณ์ที่ตกเป็นของเล่นของมนุษย์ที่ป่าเถื่อนจะด้วยเหตุผลใดก็ตามมันก็ได้เป็นเครื่องจักรนักฆ่าโดยสมบูรณ์แบบ โดยมันจัดการฆ่ามนุษย์กว่าโหลโดยฉีกใบหน้าเหยื่อด้วยกามและฟันของตน(และกินชิ้นส่วนศพบางส่วน) ซึ่งเหยื่อบางคนมีชีวิตรอดหากแต่ก็พิการโดยสมบูรณ์ มันออกอาวะลาดฆ่าคนทั้งกลางวันและกลางคืน สุดท้ายมันก็ถูกฆ่าโดย เคนเน็ธ แอนเดอร์สัน(Kenneth Anderson 1910-1970 นักล่าและนักเขียนชาวอินเดีย ที่เขียนหนังสือหลายเล่มที่เกี่ยวกับการผจญภัยของเขาในป่าทางใต้ของอินเดีย) ซึ่งเขาได้บันทึกความทรงจำนี้ในหนังสือ Man-Eaters and Jungle Killers

 

The Beast of Gevauden

           

“สัตว์ร้ายแห่งเชโวดอง” เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายคนที่ลึกลับกว่าอันดับทั้งหมดในรายการของเรา โดยเหตุการณ์นี้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1764 -1767 ที่เมืองเชโวดอง แคว้นโอแวร์ญ ซึ่งเป็นย่านภูเขาอยู่ในทางภาคกลางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส จู่ๆ มีสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ ออกอาละวาดไล่ฆ่าผู้คนตายไปหลายรายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรีที่อ่อนแอ(เหยื่อรายแรกเป็นเด็กสาว เมื่อมิถุนายน 1764)  ส่วนจำนวนของสัตว์ร้าย ตัวนี้มีจำนวนไม่แน่ชัดแต่คาดว่ามันน่าจะมีตัวเดียว และรูปร่างมันมีลักษณะตามคำบอกเล่าของผู้พบเห็น ไม่ตรงกันสักราย แต่ก็พอสรุปว่า มันเหมือนหมาป่าตัวโตๆ เกือบเท่ากับวัว หัวโตมาก จมูกยาวแหลมและยื่น ขนสีเทา หูสั้นและฟันใหญ่ กรงเล็บขนาดใหญ่แหลมคม(ใหญ่กว่าหมาป่าปกติ)และหางยาว ดูเผินๆ แล้วมันก็ดูเหมือนป่าหมาตัวโตๆ ที่โตมาก แต่พิเศษที่ต่างจากหมาป่าทั่วไปคือ เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้เดินได้ด้วย 2 ขาหลัง !! เหมือนมนุษย์ ไม่มีผิด(หลายฝ่ายเชื่อว่ามันน่าจะเป็นไฮยีน่าโบราณ)  

โดยสถานที่มันปรากฏตัวมากที่สุดคือปศุสัตว์และทุ่งเลี้ยงสัตว์ (และป่าเขาทางเดินสัญจร) จากรายงานมี 210 คนถูกทำร้าย 113 ตกเป็นเหยื่อเสียชีวิต และ 98 ถูกกิน ทำให้หลายคนเชิญว่าเป็นเป็นปีศาจที่มาจากนรก มีนายพรานหลายรายที่พยายามที่จะล่ามันแต่สุดท้ายก็ล้มเหลวต้องกลับบ้านด้วยมือเปล่า จนกระทั้ง ปี 1767 นายพรานท้องถิ่นคนหนึ่งชื่อจีน ชาลเตล(Jean Chastel)ได้จัดการเป่ามันด้วยปืนคาบศิลา(บางตำนานบอกว่าใช้กระสุนเงินยิงมันและเมื่อจัดการผ่าท้องมันก็พบศพเหยื่อรายสุดท้ายที่มันกินด้วย) ก่อนที่นำซาก สัตว์ร้าย ไปสตั๊ฟและไปถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ก่อนที่จะนำซากนั้นไปฝัง  และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เจ้าสัตว์ร้าย ก็ไม่มาอาละวาดให้ผู้คนในเชโวดองอีกเลย ตลอดกาล..........

 

The Ghost and the Darkness

  

ผีร้ายและความมืด เป็นชื่อของสิงโตคู่กินคนที่ออกอาละวาดฆ่าคนงานก่อสร้างแรงงานทางรถไฟจากเคนย่าไปยูกันดา ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงธันวาคม 1898 โดยหลายคนขนานนามเหตุการณ์นี้ว่า “Tsavo maneaters

                มันเริ่มขึ้นเมื่อจักรวรรดิอังกฤษกำลังแผ่ขยายอำนาจไปทั่วทวีปแอฟริกา ในเดือนมีนาคม 1898 ทางการอังกฤษได้เริ่มต้นสร้างทางรถไฟข้ามแม่น้ำซาโว ในเคนย่า โครงการนี้ควบคุมโดย พ.ตท.จอห์น เฮนรี่ แพ็ตเตอร์สัน(John Henry Patterson) ในช่วงแรกพวกคนงานต้องผจญกับสัตว์ป่าที่ทำร้ายพวกเขา เนื่องจากพวกเขาสร้างทางรถไฟในเขตป่า แต่กระนั้นในเหตุการณ์เหล่านี้ก็สามารถควบคุมได้อยู่หมัด จนกระทั้งเก้าเดือนต่อมามัจจุราชที่แท้จริงก็ปรากฏ เมื่อจอห์นได้รับรายงานจากคนงานว่าพวกเขากำลังผจญหน้ากับสิงโตคู่เพษชาย พันธุ์ซาโว(เป็นสิงโตพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่และมักร่วมมือสิงโตเพศเดียวกันตัวอื่นเพื่อล่าอาหาร จุดเด่นคือมันไม่มีแผงขนที่คอ) ที่มันมักลากพวกคนงาน(ส่วนมากเป็นชาวอินเดีย)จากเต้นท์ของพวกเขาในเวลากลางคืนและกลืนพวกเขาเป็นอาหารมาหลายราย คนงานพยายามป้องกันสิงโตคู่นี้โดยการทำรั้วหนามรอบๆ ค่าย แต่ก็ไม่สามารถป้องกันมัจจุราชคู่นี้ได้เลย เพราะว่ามันฉลาดพอในการแก้ปัญหานี้ โดยการคลานผ่านรั้วลวดหนาม หลายครั้งก็ทวีความรุนแรงและน่ากลัวขึ้นเพราะมันเริ่มล่าทั้งกลางคืน กลางวัน จนทำให้คนงานหวาดกลัวพวกมันอย่างมากและเรียกขานพวกมันว่าผีร้ายและความมืด พวกมันมีเขี้ยวที่ยาวเป็นพิเศษทำให้พวกเขาไม่เชื่อว่าพวกมันไม่ใช้สิงโตแต่เป็นปีศาจร้ายที่หลุดมาจากนรก ในขณะที่บางคนเชื่อว่าสิงโตนี้เป็นร่างเกิดใหม่ของกษัตริย์โบราณของท้องถิ่นที่พยายามขับไล่ผู้รุกรานอังกฤษ(เป็นความเชื่อของแอฟริกาตะวันออกที่เชื่อว่าสิงโตเป็นร่างกลับชาติมาเกิดของกษัตริย์) คนงานหลายคนลังเลที่จะสร้างสะพานต่อและบางคนหนีออกจากค่ายดีกว่าจะรอเป็นเหยื่อของสิงโตปีศาจ

เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลทำให้จอห์นต้องหยุดงานทำสะพาน และเริ่มออกล่าสิงโตคู่นี้ชนิดเอาเป็นเอาตาย เขาวางกับดักและพยายามเกาะรอย ดักฆ่ามันในตอนกลางคืนจากต้นไม้ แต่กระนั้นจอห์นก็ไม่สามารถฆ่าสิงโตคู่นี้ได้เสียที จนกระทั้งเขายิงสิงโตตัวแรกได้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1898(เขาใช้เวลานานถึง 9 เดือน) และสามสัปดาห์ต่อมาเขาก็ฆ่าสิงโตตัวที่สองได้ โดยสิงโตทั้งสองตัวมีขนาดใหญ่ถึง 3 เมตร(วัดจากจมูกถึงปลายหาง)นอกจากนี้จอห์นและคณะยังพบถ้ำที่เป็นที่อยู่ของมันซึ่งได้พบซากของผู้ตกเป็นเหยื่อของสิงโตจำนวนมาก มีทั้งกระดูก เสื้อผ้าและเครื่องประดับ

หลังจากที่จอห์นจัดการสิงโตทั้งคู่ได้สำเร็จ เขาก็กลับมาทำสะพานต่อจนสำเร็จลุล่วงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1899 และจอห์นได้เขียนหนังสือที่เล่าเหตุการณ์นี้ในชื่อ The Man-Eaters of Tsavo(1907)”โดยจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อสิงโตคู่นั้นไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่หลายคนเชื่อว่าเหยื่อน่าจะสูงถึง 135-140 คนหรือมากกว่านั้น ในปี 1924 ขนสตั๊มฟ์ของสิงโตคู่นี้ถูกขายให้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่ชิคาโกในราคา 5,000 เหรียญสหรัฐ ในสภาพดีมาก

 

The Panar Leopard

  

จริงอยู่ที่เสือดาวนั้นเป็นชนิดที่มีขนาดเล็กในจำนวนสัตว์ตระกูล “แมวใหญ่” และมักไม่ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่กว่ามัน หากแต่ที่จริงแล้วเสือดาวนั้นเป็นนักล่าเก่าแก่ที่สุดที่เรารู้จักจากการพบฟอสซิลกระดูกญาติๆ ของมันก็บ่บอกได้ว่าเจ้าแมวลายตัวนี้เคยรับประทานบรรพบุรุษของมันมากกว่าสามล้านปีที่ผ่านมา ดังนั้นขอเพียงแค่อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมล่ะก็แมวดำจะทำร้ายมนุษย์ทันที และเมื่อมันพบว่ามันพอใจเนื้อมนุษย์มากกว่าอาหารอื่นๆ มันจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง เหมือนในกรณีเสือดาวแห่งพานาร์ซึ่งเป็นเสือดาวกินคนที่ออกล่ากินคนในช่วงศตวรรษที่ 20 ในอำเภอคามาออน(Kamaon) ทางภาคเหนือของอินเดีย ที่ว่ากันว่ามันฆ่าและกินคนถึง 400 คน แต่สุดท้ายวลีที่ว่า “สุดท้ายมนุษย์ก็ยังเป็นสัตว์ที่น่ากลัว” นั้นคงจะจริง เพราะเจ้าเสือดาวนั้นได้พลาดท่า ถูกกระสุนนายพรานจนได้รับบาดเจ็บ มันหนีเข้าป่าและไม่ล่ามนุษย์อีกเลย และในปั่นปลายชีวิตสุดท้ายของมันทำได้แต่เพียงหนีนักล่าที่ไล่ล่ามันเท่านั้น และผลสุดท้ายมันก็จบชีวิตในปี 1910 โดยนักล่าในตำนานจิม คอร์เบ็ตต์(Jim Corbett 1875-1955 นายพรานชาวอังกฤษ นักล่า นักอนุรักษ์ และนักธรรมชาติวิทยา ที่มีชื่อเสียงในการฆ่าเสือและเสือดาวกินคนในประเทศอินเดีย เขาได้เขียนหนังสือ Man-Eaters of Kumaon ที่เล่าประสบการณ์ของเขาในการล่าเสือดาวแห่งพานาร์ จนโด่งดัง และอินเดียได้ตั้งชื่อเขตอุทยานแห่งชาติในคามาออนเป็นชื่อของเขาเพื่อเกียรติต่อเขาในปี 1957)

 

The Champawat Tigress

  

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชายแดนประเทศเนปาลและเมืองคาเมออน ประเทศอินเดียและ ได้เกิดอสูรกายซึ่งเป็นเสือเบงเกอลตัวหนึ่งไล่ล่าคนจำนวนมาก  มันชอบซุ่มทำร้ายคนกลางป่าเขา มีชายหญิงและเด็กตกเป็นเหยื่อมากมาย หลายคนเริ่มออกมากล่าวขนานมันว่ามันเป็นปีศาจหรือสิ่งที่ลงมาจากเบื้องบนเพื่อลงโทษพวกเขา มันชื่อ “เสือร้ายแห่งซัมพาวัต” และที่น่าสนใจคือ “มันเป็นเสือตัวเมีย”

เสือร้ายแห่งซัมพาวัตได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเสือที่ฆ่าคนกว่า 436 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นการอ้างในเอกสารการเสียชีวิตของราชการเนปาลและอินเดีย แต่กระนั้นมันก็ได้ถูกจารึกชื่อว่าเป็นสัตว์ตัวเดียวที่ฆ่ามนุษย์มากที่สุดในโลก  หลังจากที่มันฆ่าคนกว่า 200 คนในเนปาล ส่งผลทำให้ทางรายการไม่อยู่เฉย พวกเขาจัดการส่งกองทัพแห่งชาติเนปาลข้ามพรมแดนอินเดียเพื่อไปฆ่ามันและนี้คงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้ทหารจำนวนมากในการฆ่าสัตว์เพียงตัวเดียว แต่ปรากฏว่าล้มเหลวและกลายเป็นว่ามันกลับเพิ่มชื่อเสียงให้แก่เสือตัวนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น มันเพิ่มความกล้าหาญถึงขั้นข้ามพรมแดนเข้าสู่หมู่บ้านชัมพาวัต ประเทศอินเดียโจมตีกลางวันแสกๆ และหากินรอบๆ หมู่บ้านจนทำให้ชาวบ้านไม่กล้าออกจากกระท่อม และพวกเขามักหวาดกลัวทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคำรามของมัน  จนทางการอินเดียถึงขั้นเขียนป้ายเตือนว่าจุดนี้เป็นสถานที่ของเสือแห่งซัมพาวัตออกมาโปรดเลี่ยงใช้เส้นทางอื่น และรัฐบาลอินเดียติดประกาศหานายพรานมือฉมังไปจัดการอย่างเร่งด่วน สุดท้ายเจ้าเสือตัวนี้ก็ถูกยิง โดยจิม คอร์เบ็ตต์ (คนเดียวกับอันดับ 3) ในปี 1911 ซึ่งการกระทำครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านยกย่องเขาจนเปรียบเสมือนพราหมณ์ที่เบื้องบนส่งมาโปรด(นอกจากนั้นเขายังไม่เอาเงินรางวัล) และเรื่องราวประสบการณ์เหล่านี้ได้ถูกเขียนในหนังสือ Maneaters of Kumaon (1944)

 

Gustave

  

จากอันดับทั้งหมดส่วนใหญ่สัตว์ที่ฆ่ามนุษย์นั้นมักพบจุดจบด้วยฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้น หากแต่ยกเว้นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง มันคือ “กุสตาฟ” จระเข้แม่น้ำไนล์ ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและของโลก(จระเข้เลี้ยงและใหญ่ที่สุดอยู่ในประเทศไทย ยาว 6 เมตรเช่นกัน) มันอาศัยและอาละวาดคนในบริเวณแม่น้ำลูซิซิและชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาปแทนแกนยิกา ประเทศบุรุนดี ทวีปแอฟริกา ด้วยความยาวกว่าหกเมตร(ในปี 2004 มีการประมาณว่า มันมีอายุ 60 ปี ยาวกว่า 6.1 เมตร หนักกว่า 1 ตัน) หนักกว่าหนึ่งตัน จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่หลายคนขนานนามว่ามอนสเตอร์แห่งแอฟริกา รวมไปถึงมันเป็นสัตว์นักล่ากินคนด้วยมันได้ฆ่าคนกว่า 300 คนและอาจมากขึ้นในอนาคต เพราะจนบัดนี้มันยังคงมีชีวิต ไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้ถูกฆ่าแต่อย่างใด และมันเป็นสัตว์ฆ่ามนุษย์เพียงตัวเดียวที่ยังเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจชีวิตอยู่( เหยื่อ 300 รายนั้นไม่ได้ถูกบันทึกเป็นทางการ ซึ่งอาจเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริงของคนพื้นเมือง)

กุสตาฟถูกตั้งชื่อโดยแพทริช เฟย์(Patrice Faye) ชาวฝรั่งเศสที่ตั้งถิ่นฐานในบุรุนดีและพยายามที่จะจับมันตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งเขาพยายามนำกรงเหล็กใหญ่ล่อมัน แต่จระเข้นั้นฉลาดมาก ไม่เคยหลงกลติดกับแม้แต่หนเดียว แถมมันเยาะเย้ยทีมงานของแพทริชอีก แต่กระนั้นภาพของมันก็ถูกบันทึกออกอากาศทาง PBS พฤษภาคม 2004

ชาวบ้านในท้องถิ่นต่างออกบอกว่าสาเหตุที่ผมล่ามนุษย์นั้นเพื่อความสนุกสนานของมันเท่านั้น หลักฐานคือเอกลักษณ์ประจำตัวมันคือเมื่อมันฆ่าเหยื่อที่เป็นมนุษย์แล้วมันจะเหลือซากทิ้งไว้ไม่ได้กินหมดแต่อย่างใด อีกทั้งมันฉลาดมากเพราะเมื่อมันฆ่าคนแล้วมันจะหายไปอาจนานเป็นเดือนหรือเป็นปีมันจะออกมาอีกครั้งในสถานที่แตกต่างกันเพื่อฆ่าอีกครั้ง จนไม่มีคาดการได้ว่ามันจะปรากฏที่ใด นอกจากเจ้าจระเข้นี้ยังมีความต้องการอาหารมากกว่าปกติถึงขั้นฆ่าช้างน้ำฮิปโปโปเตมัสตัวเต็มวัยได้(เป็นสัตว์อันตรายมากและเป็นสัตว์ที่จระเข้ไม่กล้ากินพวกมันและพยายามหลีกเลี่ยง) เกราะร่างกายของเจ้ากุสตาฟนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น มีด หอก หรือแม้กระทั้งอาวุธปืน มันสามารถเอาชีวิตได้แม้ว่าจะมีนายพรานหรือทหารติดอาวุธมาล่ามันก็ตาม และตำนานของมันได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง  Primeval(ชื่อไทย โคตรเคี่ยมสะพรึงโลก)

                และคลิปที่อยู่ท้ายอันดับนี้ผมแนะนำให้ทุกท่านได้ดู ถึงความยิ่งใหญ่และความน่ากลัวที่หลายคนขนานนามว่า “โครตไอ้เข้”

http://www.youtube.com/watch?v=s6u0qYUfUwc&feature=player_embedded

 

0. Bang Nam Jued

  

http://www.paknamlangsuan.com/forum/index.php?topic=209.0

ย้อนกลับมาในประเทศไทยที่ คลองบางมุด บ้านหนองไก่ปิ้ง ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร  ในปี 1964 ในสมัยนั้นชาวบ้านในพื้นที่แห่งนั้นยังคงอาศัยเส้นทางน้ำเป็นสายตามประสาชาวชนบท แต่แล้ว เมื่อจู่ๆ มีจระเข้พันธุ์ทองหลาง(จระเข้น้ำเค็มชนิดหนึ่ง)ยักษ์ขนาด 4 เมตร ออกอาละวาดทำร้ายคนริมตลิ่ง และไล่กัดเรือที่สัญจรไปมา จนชาวบ้านไม่กล้าพายเรือในแม่น้ำดังกล่าวหากไม่จำเป็น

ในเย็นของเดือนกันยายนชาวบ้านคนหนึ่งชื่อนายอุดม ลงอาบน้ำในคลองและเขาก็ถูกจระเข้ยักษ์คาบไปกินต่อหน้าต่อตาต่อหน้าชาวบ้านนับสิบ รุ่งเช้าพบศพนายอุดมลอยอืดขึ้นมาเขาถูกกินเฉพาะส่วนท้อง  ต่อมานายอินชาวเขมรได้นำเรือเล็กเพื่อไปตัดจากเพื่อนำมามุงหลังคาบ้าน ก็ถูกจระเข้ยักษ์โจมตีเรือและคาบขาลงไปในในน้ำ ต่อหน้าต่อตาภรรยาของเขา รุ่งขึ้นศพนายอินลอยขึ้นมา ก็พบว่าถูกกินเฉพาะส่วนท้องเช่นเดียว ข่าวจระเข้ฆ่าคน 2 ศพได้แพร่กระจายไปทั่วจังหวัดและถูกขึ้นหัวข้อข่าวหนังสือพิมพ์และขนานนามว่า “ไอ้ด่างบางมุด” เนื่องจากจระเข้ยักษ์ตัวนี้มีสีดำทั้งส่วนลำตัวและส่วนหัว ยกเว้นที่คอเท่านั้นที่มีสีขาวคาดอยู่รอบลำคอจึงเป็นที่มาของชื่อของชื่อดังกล่าว และหลายคนเชื่อว่ามันคือ “ไอ้ด่างเกยชัย” จระเข้ในตำนาน ที่เคยอาละวาดกินคนที่แม่น้ำน่าน บ้านเกยชัย จ.นครสวรรค์(ปัจจุบันคือ ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์) เมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 และมันกลับมาอีกครั้งเพื่อแก้แค้นมนุษย์

ผลจากข่าวดังกล่าวทำให้หลายคนเดือดดานและพยายามฆ่ามันโดยใช้ระเบิดน้ำเพื่อบังคับมันออกมา แต่กลับเป็นว่าไปเพิ่มความโกรธของมันยิ่งขึ้นไปอีก จนมันอาละวาดไล่กัดกินคนไปทั่ว ในขณะที่ทางประชาชนเร่งรัดทางราชการให้หาทางกำจัดมันให้ได้ ซึ่งมีนักล่าจากทั่วทุกสารทิศต่างมา ณ ที่แห่งนี้เพื่อจัดการมันแต่สุดท้ายก็ล้มเหลวต้องกลับบ้านด้วยมือเปล่า จนเมื่อเวลาผ่านไปชื่อเสียงของ"ไอ้ด่าง"ก็เลื่องลือไปทั่วทั้งประเทศ ความโด่งดังของมันถึงขนาดมีคณะถ่ายทำภาพยนตร์ไล่ตามพรานจระเข้เพื่อถ่ายทำเป็นภาพยนตร์สารคดีไปทุกระยะเตรียมส่งฉายทั่วโลก สุดท้ายทางการถึงขั้นกวาดล้างครั้งใหญ่โดยฆ่าแหล่งที่อยู่และฆ่าจระเข้ทุกตัวในบางมดจนสิ้น จนเจ้าด่างต้องหนีไปอาละวาดที่คลองเขาปีบ(เป็นคลองแยกไปจากคลองบางมุดจนมันถูกปราบโดยซึ่งถูกปราบได้ด้วยลูกระเบิดของนายตำรวจ ส.อ.ห้วง พิมาน เมื่อผ่าท้องจระเข้ยักษ์ก็พบหัวกระโหลกมนุษย์ถึง 2 หัว แสดงให้เห็นว่านอกจากมันฆ่าคนสองคนแล้วมันยังกินคนนอกเหนือจากนั้นด้วย จนถึงทุกวันนี้เรื่องราวเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวบ้านคลองบางมุดตลอดมา และในปี 2005 ก็ถูกนำมาดัดแปลงสร้างภาพยนตร์เรื่อง โคตรเพชฌฆาต(The Brutal River) กำกับโดย อนัต ยวงเงิน

 

Cammy แปลและเรียบเรียง

http://listverse.com/2010/10/16/top-10-worst-man-eaters-in-history/

ไม่อนุญาตให้ตั้งกระทู้ใน เว็บไซต์ Dek- D 

(ใครที่คิดจะลอกไปเว็บอื่น กรุณาบอกพวกที่มาดูด้วยว่าอย่าลอกไปตั้งในเว็บเด็กดี มันทำให้ผมบาดตา+ +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 271 : 10 เรื่องจริงของสัตว์ทำร้ายคนที่ยิ่งกว่านิยายระทึกขวัญ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 16991 , โพส : 41 , Rating : 98% / 11 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 41 : ความคิดเห็นที่ 18961
น่าแปลกนะ... ตัวเองทำร้ายมนุษย์ก่อน พอถูกมนุษย์ทำร้ายคืนก็กลับมาฆ่าพวกมนุษย์ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไปยึดติดสามัญสำนึกที่ว่าเดี๋ยวพวกมันก็กลับตัวเด็ดขาด เข้าป่าสาดกระสุนแม่ม!!!
Name : อะไรหว่า [ IP : 202.28.62.104 ]

วันที่: 6 กันยายน 2556 / 12:56
# 40 : ความคิดเห็นที่ 16423
บทความนี้มีคนเพิ่งก๊อปไปลงบอร์ดความรู้เองนะเฮีย
Name : ซวยเลยเฮีย [ IP : 223.207.158.155 ]

วันที่: 13 สิงหาคม 2555 / 14:23
# 39 : ความคิดเห็นที่ 15940
สยองอ่ะ... T^T
Name : LullabyM < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LullabyM [ IP : 171.7.218.148 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 มิถุนายน 2555 / 19:41
# 38 : ความคิดเห็นที่ 13245
ไทยนี้ติดอันดับตลอด 555555555
Name : SodaMemE < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SodaMemE [ IP : 49.48.29.78 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ตุลาคม 2554 / 02:06
# 37 : ความคิดเห็นที่ 13127
อันดับหนึ่งเหมือนเคยเจอนักล่าที่ล่าจระเข้ยักษ์ในเรื่องสกูบี้ดูเดอะมูวี่อยู่นะ น่าจะใช้ ใครหาไห้ทีจร้า
Name : จาจ้า [ IP : 101.108.175.5 ]

วันที่: 9 ตุลาคม 2554 / 14:19
# 36 : ความคิดเห็นที่ 12664
 หมีน้ำตาลนากลัวสุด T^T
PS.  เคยมีรักหลายครั้ง แต่มีพี่คนเดียวที่ตัดใจไม่ได้ จริงๆนะพี่เนียร์
Name : CoMpU~Chco < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CoMpU~Chco [ IP : 110.169.214.90 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 สิงหาคม 2554 / 11:30
# 35 : ความคิดเห็นที่ 12639
เคยอ่านเรื่องที่หมอบุญส่งเเต่ง เรื่องสองสิงห์นั่นอ่ะ คือหมอบุญส่งแปลมาจากอีกทอดนึง เเต่สนุึกมาก อ่านเเล้วเหมือนดูหนังอยู่เลย ด่างเกยชัยก็เหมือนกัน ถ้าได้ไปอ่านให้ละเอียดกว่านี้อ่ะ สวดยอดมากเรยยนะเธอว์ แต่ติงคนเขียนนิดนึง ว่า พิมผิดหลายเรื่องมาก ตรวจหน่อยก็ดีนะครับ
Name : Night [ IP : 110.77.249.104 ]

วันที่: 23 สิงหาคม 2554 / 13:26
# 34 : ความคิดเห็นที่ 12629
อันดับ 1 มันตำนานชาละวันอะป่าว 555+

PS.  ... ทำไม ทำไม ทำไม ....
Name : Green Devalis < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Green Devalis [ IP : 124.121.209.112 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 สิงหาคม 2554 / 22:31
# 33 : ความคิดเห็นที่ 11483
น่ากลัวจัง
PS.  เปิดคลังรูปการ์ตูนแล้วนะคะ เข้ามาสูปได้น๊า
Name : Daisy [[ i ]] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Daisy  [[ i ]] [ IP : 124.122.36.158 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 พฤษภาคม 2554 / 21:23
# 32 : ความคิดเห็นที่ 10663
อันดับหนึ่ง เหมือนคุ้นว่าเคยดูเป็นสารคดีเลยแฮะ
PS.  The happy time in my life is doing everything for me.
Name : Aerins < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aerins [ IP : 125.24.221.113 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 เมษายน 2554 / 07:43
# 31 : ความคิดเห็นที่ 9644
the ghost and the darkness มีสร้างเป็นหนังด้วยนะครับแต่เก่ามากแล้วหนังดีครับ
Name : Mr.Ryo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr.Ryo [ IP : 202.176.81.246 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 มีนาคม 2554 / 02:37
# 30 : ความคิดเห็นที่ 9624
 อันดับ10คนตายไปเป้น พัน ทำไมได้อันดับ 10 อะ
PS.  อยากมีเพื่อนที่น่าสนใจ
Name : ดินสอหัก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดินสอหัก [ IP : 58.8.175.46 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มีนาคม 2554 / 23:42
# 29 : ความคิดเห็นที่ 8918
ชอบอันดับรองสุดท้ายมากๆ >w<

เท่มากเลยอ่า~
PS.  ไม่ใช่ว่าชั้นไม่เชื่อในฝันหรอกนะ แต่ฝันที่ชั้นหวังไว้มันจะเป็นจริงตามที่วาดไว้อย่างนั้นหรอ?
Name : Saya~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Saya~ [ IP : 125.26.175.89 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2553 / 13:20
# 28 : ความคิดเห็นที่ 8531
สุดท้ายแล้ว ก้อสุ้มนุษย์มะได้ ถูกฆ่าตายหมดเลย
Name : ข้าพเจ้า!!! < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ข้าพเจ้า!!! [ IP : 125.26.240.69 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤศจิกายน 2553 / 11:34
# 27 : ความคิดเห็นที่ 8185
สุดท้ายแล้ว... มนุษย์ก็โหดสุดใช่มั้ยเนี่ย?!
เห็นฆ่าได้เกือบทุกตัวเลย
PS.  ~I want Nobody But you~I want Nobody But you~
Name : PringlePaam < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PringlePaam [ IP : 110.168.22.18 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 / 00:31
# 26 : ความคิดเห็นที่ 8087
The Ghost and The darkness เราก็เคยดู

สยองมากเลยเรื่องนี้ T_T
PS.  ความวายนั้นคือชีวิต ยาโอยคอยลิขิตให้ชีวิตก้าวไป สีม่วงที่สวยสดใส นั้นคือจิตใจที่ม่วงได้ม่วงดี โดจินฟิคคือลมหายใจ ให้เลือดม่วงไปอย่างไม่ถอยหนี การ์ตูนวายเป็นร้อยที่มี คือเกียรติและศักดิ์ศรี ของสาวบ้
Name : homejung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ homejung [ IP : 58.8.92.125 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2553 / 17:18
# 25 : ความคิดเห็นที่ 8006

น่ากลัวมากกกก T^T

Name : ning [ IP : 113.53.53.231 ]

วันที่: 23 ตุลาคม 2553 / 10:37
# 24 : ความคิดเห็นที่ 8002
the Ghost & the Darkness ก็ทำเป็นหนังนะ
จำได้ว่าตอนเป็นเด็กกลัวเรื่องนี้มาก T^T
Name : torn [ IP : 180.180.162.84 ]

วันที่: 23 ตุลาคม 2553 / 01:54
# 23 : ความคิดเห็นที่ 7998
น่ากลัวอ่ะ
PS.  เมฆา...เมฆที่ล่องลอยไปตามใจตน ไม่ผูกมัดอยู่กับใคร สายหมอก...ภาพลวงตาซึ่งไม่สามารถจับต้องตัวจริงได้
Name : LikeCartoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LikeCartoon [ IP : 182.232.24.191 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2553 / 20:04
# 22 : ความคิดเห็นที่ 7992
หลอนเจงๆ
PS.  เธอหลอกฉัน ฉันหลอกเธอ BIGBANG IS MY EVERYTHING
Name : มาโกะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มาโกะ [ IP : 124.122.188.132 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2553 / 17:05
# 21 : ความคิดเห็นที่ 7987
น่ากลัวมาก =[]= !
มันสัตว์หรือปีศาจเนี่ยย

แต่ส่วนมากจะทำร้ายมนุษย์แหะ ไม่ทำร้ืายสัตว์ด้วยกัน
เราไปแย่งที่อยู่มันด้วยหรือเปล่า ??
- -

ขอบคุณที่นำเรื่องน่าสนใจมาให้อ่านนะคะ : D


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 ตุลาคม 2553 / 14:58
Name : 'KIM'''Derella ♪ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 'KIM'''Derella  ♪ [ IP : 115.87.20.211 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2553 / 14:58
# 20 : ความคิดเห็นที่ 7986
จระเข้น่ากลัวมากๆๆๆๆ
PS.  จะทำอะไรก็รีบทำ อย่าให้เสียเวลาแม้แต่เสี้ยววินาที
Name : Big_Love < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Big_Love [ IP : 58.8.153.117 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2553 / 14:28
# 19 : ความคิดเห็นที่ 7969
เคะซากาเกะ นะครับ ไม่ใช่ คาซากาเกะ -3-
PS.  ต่อให้ไร้มลทิน ฟ้าก็ยังอาจผ่าเจ้าได้
Name : Chaon (เชออน) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chaon (เชออน) [ IP : 113.53.93.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2553 / 07:04
# 18 : ความคิดเห็นที่ 7965
 แหมๆ ตำนานจระเข้คล้ายๆกับไกรทองบ้านเราหนอ คึคึ
PS.  อู๊ด อู๊ด อู๊ด....หลีกทางหน่อย เจ้าหญิงหมูตอนมาแว้วววววววว
Name : Manamijung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Manamijung [ IP : 58.8.234.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 ตุลาคม 2553 / 22:51
# 17 : ความคิดเห็นที่ 7964
กลัวจระเข้อ่า T^T

ฝากนิยายหน่อยนะคับ 

Swindler Girl(สาวน้อยนักต้มตุ๋น)  ภาค เมืองแห่งมายา
PS.  ร่าเริงคือทุกสิ่ง
Name : นุกนิกตัวนิ่ม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นุกนิกตัวนิ่ม [ IP : 125.27.52.176 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 ตุลาคม 2553 / 20:28
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android