คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 267 : 10 การรักษาทางการแพทย์สุดสยองในสมัยยุคกลาง


     อัพเดท 26 ต.ค. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 4,386 Overall : 2,737,271
22,170 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7167 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 267 : 10 การรักษาทางการแพทย์สุดสยองในสมัยยุคกลาง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 17634 , โพส : 45 , Rating : 62% / 11 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 การแพทย์สมัยก่อนนั้นไม่ได้สะดวกสบายเหมือนสมัยนี้ เพราะเมื่อคนโบราณเป็นโรคหรือเจ็บไข้ได้ป่วยอะไรแล้วละก็พวกเขาจะได้รับการรักษาด้วยวิธีสุดโหด สุดสยอง เรียกได้ว่ามันเหมือนกับเครื่องทรมานของยุโรปเสียมากกว่า...ต้องขอบคุณวิทยาการแพทย์ปัจจุบันเสียจริงที่เราไม่ต้องผจญกับการรักษาดังกล่าว

 

                อันดับ 10 ริดสีดวงทวาร:ความทรมานของทวารหนักรักษาโดยเหล็กร้อน

                

ริดสีดวงทวาร นั้นเป็นอาการที่ทำให้ผู้ป่วยทุกข์ทรมานมากโดยเฉพาะเวลาขับถ่าย การรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันนั้นก็แล้วแต่อาการ เช่น ให้ยา ฉีดยา  ผ่าตัด  ส่วนแพทย์ในสมัยกลางนั้นไม่ได้เจริญเหมือนแต่ก่อนโรคภัยหลายชนิดถูกทำให้เชื่อว่าเป็นฝีมือของภูตผีปีศาจไม่ก็คาถาอาคม ดังนั้นส่วนใหญ่วิธีการรักษาของพวกเขาก็คือการสวดอธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิช่วยเหลือ ในศตวรรษที่ 7 เซนต์ฟียาเกรอ พระชาวไอริชเป็นอีกผู้หนึ่งที่ประสบกับอาการริดสีดวงทวารหนัก แต่แล้วเขาก็ค้นพบวิธีรักษาริดสีดวงแบบฉบับของเขาเมื่อวันหนึ่งในขณะที่เขาทำสวนแล้วนั่งบนหินร้อนๆ เขาก็พบว่ามันช่วยบรรเทาอาการปวดอย่างน่าอัศจรรย์ และแล้วข่าวก็ได้กระจายออกไปจนผู้คนรู้กันทั่ว จนเป็นเหตุทำให้ริดสีดวงสมัยนั้นถูกเรียกว่าโรค “St. Fiacre’s curse”

                ส่วนการรักษาแพทย์ยุคกลางนั้น หากกรณีที่ริดสีดวงรุนแรงมีอาการบวมเลือดคั่ง พวกเขาจะใช้เหล็กนาบไฟร้อนๆ มานาบหัวริดสีดวงนั้น เพราะพวกเขาเชื่อกันว่าการใช้วิธีนี้จะช่วยระบายเลือดคั่งออกมา จะทำให้อาการดีขึ้น ซึ่งวิธีนี้การันตีจากฮิปโปเครตีสแพทย์ที่มีชื่อเสียงชาวกรีซ  จนกระทั้งศตวรรษที่ 12 แพทย์ชาวยิวนามโมเสส ไมโมนิดิส(แต่ทำไมผมไปหาวีกีพีเดียถึงบอกว่าเป็นนักปราชญ์หว่า??)ได้เขียนหนังสือวิธีการรักษาริดสีดวงโดยเขาไม่เห็นด้วยกับวิธีดังกล่าว และแล้ววิธีของเขาก็ได้การเป็นหลักในการรักษาริดสีดวงจนถึงทุกวันนี้

 

อันดับ 9. สวนทวารหนัก:วิธีการรักษาด้วยการฉีดยาใส่ในทวารหนักในสมัยกลาง

           

การรักษาด้วยท่อสวนทวาร ในยุคกลางวิธีรักษาที่นิยมมากก็คือการใช้ท่อมาสวมทวารเพื่อฉีดของเหลวเข้าสู่ร่างกายผ่านทางทวารหนัก ท่อสวนทวาร(Clysters)สมัยก่อนนั้นมีลักษณะเป็นโลหะยาวที่ปลายมีถ้วยที่บรรจุน้ำสมุนไพรไว้สำหรับเท น้ำลงไป แล้วจะมีลูกสูบที่จะช่วยปั๊มฉีดของเหลวจนถึงลำไส้ใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมันทำให้ผู้ป่วยขับถ่ายของเสียออกมาเป็นจำนวนมาก โดยเชื่อว่าเป็นการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย น้ำที่ใช้กันมากที่สุดคือน้ำอุ่น แต่บางครั้งบางคราวส่วนผสมอาจเปลี่ยนไปแล้วแต่อาการของโรค เช่น น้ำดีหมูป่า หรือน้ำส้มสายชู(มันรักษาโรคอะไรว่ะเนี้ย) การรักษานี้ได้ลดความนิยมลดลงเมื่อในศตวรรษที่ 19-17 เมื่อท่อสวนทวารยุคกลางถูกแทนทีด้วยหลอดเข็มฉีดยามากขึ้น

 

อันดับ 8 การทำคลอด:ผู้หญิงต้องเตรียมพร้อมเตรียมใจในการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นกับพวกเขา

  

การทำคลอดในสมัยกลางนั้นผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงที่จะตายหลังจากคลอดลูกได้ ทำให้โบสถ์คริสตจักรสมัยนั้นได้พิจารณาพวกเธอให้ครึ่งเป็นครึ่งตาย(ห้าสิบต่อห้าสิบ)  พวกเขาจะบอกให้พวกผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เตรียมผ้าห่อศพของพวกเธอ และต้องสารภาพบาปในกรณีที่เตรียมใจในการเสียชีวิต

หมอตำแย(ผดุงครรภ์)มีความสำคัญต่อคริสตจักร(ในการจับตาดู) เนื่องจากพวกเขามีบทบาทในการล้างบาปฉุกเฉิน(การสวดบุคคลใกล้ตายซึ่งทำโดยคนปกติที่ไม่ได้รับอนุญาตในการจัดการศีล) ทำให้หมอตำแยและผู้หญิงท้องเหล่านั้นจะถูกควบคุมโดยกฎหมายโรมันคาทอลิค  ในสมัยกลางนั้นนิยมนิยามว่า “หมอตำแยนั้นไม่แตกต่างอะไรกับแม่มด” เพื่อป้องกันคาถา คริสตจักรจะต้องให้หมอแยต้องได้รับอนุญาตจากพระสังฆราชและสาบานว่าจะไม่ใช้เวทมนต์ในการช่วยผู้หญิงทำคลอด

แต่นั้นเทียบไม่ได้กับวิธีการทำคลอดแบบสยดสยอง เมื่อเกิดในกรณีที่ตำแหน่งทารกผิดปกติที่ส่งผลทำให้ทารกตายในครรภ์ ผู้ดูแลจะทำการหมุนทารก หรือเขย่าเตียงเพื่อพยายามให้ลูกอ่อนในครรภ์ปรับตำแหน่งจากภายนอก จากนั้นเด็กซึ่งตายแล้วจะถูกตัดเป็นส่วนๆ ในมดลูกด้วยเครื่องมือที่มีคม และเอาออกด้วยเครื่องคั้น(squeezer) ส่วนรกที่เหลืออยู่จะถูกนำออกมาโดยดึง(กระชาก)มันออกมาด้วยพละกำลังที่รุนแรง

 

                อันดับ 7 การเอาเลือดออก:ทั้งหมดเพื่อรักษาโรคเกือบทุกชนิด

                   

                แพทย์สมัยกลางเชื่อว่าการเจ็บป่วยของมนุษย์ส่วนใหญ่นั้นเป็นผลจากของเหลวที่เป็นส่วนเกินในร่างกาย การรักษาคือควรเอาของเหลวส่วนเกินนั้นออกโดยขับมาพร้อมกับเลือด

แพทย์ในสมัยโบราณมีความเชื่อว่า การเจ็บป่วยของร่างกายมาจากเลือดเสียที่คั่งในร่างกายที่เรียกว่า "humour" จึงเป็นเหตุผลที่สตรีมีประจำเดือนเพื่อขับเลือดเสีย โดยวิธีการขับของเหลวนั้นมีสองวิธีคือการเจาะเส้นเลือดดำ(venesection) โดยการเจาะเส้นเลือดดำเพื่อให้เลือดออกในปริมาณมาก โดยวิธีคือการใช้เครื่องมือ ที่เรียกว่า Fleam ที่รูปร่างส่วนใหญ่เป็นใบมีดยาวครึ่งนิ้วเจาะเส้นเลือดดำที่บริเวณแขนให้เป็นแผนขนาดเล็ก แล้วเมื่อเลือดไหลก็เอาถ้วยมาลองให้ไหลมาลงภาชนะดังกล่าว เพื่อใช้ตรวจวัดปริมาณเลือดที่ออก

การระบายเลือดออกจากร่างกาย ทำโดยการเจาะเส้นเลือดดำ นิยมทำบริเวณแขน โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า สึ่งเป็นเหมือนใบมีดเล็กๆ มีด้ามจับ และรองเลือดใส่ชามไว้ เพื่อดูปริมาณเลือดที่ออก และวิธีที่สองคือการใช้ปลิง(leeching) โดยแพทย์จะแนบปลิง หนอนดูดเลือด ให้แก่ผู้ป่วย  

ในสมัยกลางนักบวชในที่ต่างๆ จะมีการรักษาด้วยการเอาเลือดออกเป็นกิจวัฒน์ ไม่ว่าพวกเขาจะป่วยหรือไม่ก็ตาม เพราะพวกเขาเชื่อว่าวิธีนี้ทำให้สุขภาพของพวกเขาดี

 

อันดับ  6 : ศัลยแพทย์ในสนามรบ:ดึงลูกศรเป็นกิจกรรมที่น่ารังเกียจ

  

พูดถึงยุคกลางสิ่งที่เรานึกถึงคือสงคราม และอาวุธที่ใช้บ่อยที่สุดในสงครามก็คือธนูนั่นเอง ธนูอาวุธที่ทรงพลังที่สามารถโจมตีจากระยะไกล สามารถสร้างความเสียหายของศัตรูได้หากไปโดนจุดสำคัญเข้า และมันก็เป็นปัญหาที่น่าปวดหัวสำหรับศัลยแพทย์ในสนามรบเหมือนกัน ในการหาวิธีการเอาลูกศรที่ปักคาออกจากร่างกายของทหารที่มีชีวิตอยู่ โดยแพทย์มีหลายวิธีที่จะเอาหัวลูกศรเหมือนกัน เช่น ดึงหัวลูกศรออกจากร่างกายธรรมดา แต่วิธีแนวๆ ที่สุดคือวิธีของแพทย์ชาวอาหรับที่ชื่อ อัลบูคาซิส(ค.ศ.936-1013 เป็นหมอชื่อดังที่เขียนตำราหลายเล่มที่มีอิทธิพลต่อวงการแพทย์ยุคกลาง) ที่เครื่องมือรูปร่างเหมือนธนู(ภาพทางขวา) เรียกว่า “ที่ช้อนธนู” โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือปลายแหลมนี้สอดเข้าไปบาดแผลแล้วช้อนเอาลูกศรออกมา (ฆ่าฉันให้ตายเถอะ)แต่นั้นยังไม่จบเพราะแพทย์จะต้องใช้ที่นาบไฟร้อนๆ สีแดงมานาบเพื่อให้เนื้อเยื่อและหลอดเลือดดำปิดสนิทป้องกันการสูญเสียเลือดและการตัดเชื้อโหยเจ็บนะนั้น (ส่วนภาพประกอบทางซ้ายเป็นภาพมีชื่อเสียงสำหรับศัลยแพทย์สนามรบเรียกว่า “The Wound Man”  ซึ่งเป็นชนิดของแผลในสนามรบทั่วไปที่ควรผ่าตัด)

 

                อันดับ 5 นิ่ว:การสวนท่อสายโลหะเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ

                 

http://www.hsl.virginia.edu/historical/artifacts/antiqua/casestudies.cfm

                การอุดตันของท่อกระเพาะปัสสาวะอาหารโดยนิ่ว แน่นอนว่ายาปฏิชีวนะไม่สามารถรักษาอาการนี้ได้แน่นอน ดังนั้นพวกเขาจึงมีหลายวิธีที่จะรักษามัน จะถูกรักษาโดยการสวนสายท่อโลหะปัสสาวะเข้าไปในท่อปัสสาวะ(เหมือนที่เห็นในรูป) วิธีนี้ถูกใช้ครั้งแรกในช่วงปี 1300 มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาการอุดตันและปัสสาวะง่ายขึ้นแม้ว่ามันจะมีความเสี่ยงเจ็บปวดและอันตรายเพิ่มขึ้นก็ตาม

               

                และต่อไปนี้คือรายละเอียดการรักษานิ่วในไต “ถ้ามีหิน(นิ่ว)ในกระเพาะปัสสาวะ ต้องทำการรักษาเหมือนภาพที่สองเรียกว่า “Celsan” โดยวิธีการคือผู้ช่วยที่แข็งแรงมากๆจะจับยกผู้ป่วยขึ้นแล้วอ้าฉีกขาผู้ป่วยให้กว้างๆ คนละข้าง โดยระดับสูงผู้ป่วยให้ไหล่ของเขาเท่ากับไหล่ผู้ช่วย ที่คอของผู้ป่วยจะมีผ้า(พันแผล)ผูกคอส่วนอีกด้านปลายผ้ามัดที่ข้อมือของผู้ช่วยเพื่อจะได้จับคอผู้ป่วยได้โดยมั่น จากนั้นแพทย์จะย่อตัวและสอดสองนิ้ว(อาจใช้เครื่องมือก็ได้)ของมือด้านขวาของเขาเข้าไปในทวารหนักเพื่อล้วงหาหิน(นิ่ว)ในกระเพาะปัสสาวะอาหารเพื่อนำมันออกมา แน่นอนจุดสำคัญอยู่ที่ผู้ช่วยที่จะต้องแข็งแรงสามารถจับผู้ป่วยที่ทรมานสุดๆ ให้มั่นอย่าให้หลุดออก และวิธีรักษาการดั่งกล่าวมีโอกาสสูงว่าจะใช้เวลานานในการหาหิน(นิ่ว)ในแต่ละครั้ง โดยระหว่างนั้นผู้ป่วยต้องอดอาหารก่อน  (ภาพที่สอง มาจากต้นฉบับจากทางตอนเหนือของอิตาลี1300, กรุงโรม)

 

อันดับ 4 การผ่าตัดตาต้อกระจก: ขั้นตอนความเจ็บปวดที่ไม่ปรากฏในบันทึกการรักษา

  

ตาต้อกระจกนั้นเป็นโรคที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ ที่ส่งผลทำให้ตาขุ่นมัวมองอะไรไม่ค่อยชัด ซึ่งแพทย์สมัยกลางก็มีวิธีรักษาอาการตาต้อกระจกหลากหลาย ขั้นแรกในการกำจัดต้อกระจกที่ตาคือการสอดของมีคมเข้าไปในดวงตา เช่น มีดหรือเข็มขนาดใหญ่ผ่านกระจกตาและบังคับให้เลนส์ตาหลุดออกไปด้านล่างของดวงตา

          จนกระทั่งการแพทย์ของอิสลามได้เข้ามาตามยุคกลางของยุโรป การรักษาตาต้อกระจกจึงได้พัฒนาขึ้น โดยใช้หลอดฉีดยาดูดต้อกระจกออกมาโดยการสอดผ่านส่วนของตาขาวและประสบความสำเร็จในการดูดต้อกระจกออกจากดวงตา จนกระทั้งถึงปัจจุบันตาต้อกระจก สามารถรักษาได้ผลดีโดยการผ่าตัด มีความปลอดภัยสูง ไม่มีโรคแทรกซ้อนใดๆ และประสาทตาดี ผู้ป่วยต้อกระจกจะสามารถมองเห็นได้ชัดโดยใช้แว่นต้อกระจก หรือเลนส์แก้วตาเทียม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของจักษุแพทย์ (อันดับนี้ได้มีคนแปลให้น่ะครับ)


          อันดับ 3 สะกด
:พิธีนอกรีตและพิธีกรรมทางศาสนาในมาผสมผสานจนเป็นรูปแบบของการรักษา

  

การรักษาในยุคกลางสมัยก่อนมักจะมีส่วนผสมของพวกนอกรีต พวกเคร่งศาสนา และวิทยาศาสตร์เสมอ และศาสนาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การแพทย์ปัจจุบันพัฒนาได้ช้าด้วย เนื่องจากศาสนาห้ามไม่ให้มีการชำแหละศพ ส่งผลทำให้ผู้ศึกษากายวิภาคมนุษย์ไม่สามารหาความรู้เพื่อพัฒนาการรักษาโดยการผ่าตัดได้  นอกจากนี้คริสต์จักรก็มี “พิธีกรรม” หลากหลายในการรักษาคนป่ายมากมาย  โดยแต่ละเมืองจะต้องมี คนที่ทำหน้าที่ The healer ซึ่งหมายผู้รักษาโรคภัยไข้เจ็บ(ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นนักบวชหรือพระภิกษุ) ให้แก่ชาวเมือง ไม่ว่าเกิดโรคร้ายใดๆ ชาวเมืองจะมี The healer คอยช่วยเหลืออยู่เสมอ เช่น สมัยก่อนนั้นมีความเชื่อว่าโรคเกิดจากการลงโทษพระเจ้าหรืออาจเป็นเพราะปีศาจควบคุมผู้ป่วยดังนั้นวิธีการรักษาส่วนใหญ่มักจะเน้นสวดมนต์ซะส่วนใหญ่

ถ้าผู้ป่วยเป็นโรคฝีดาษ(สมัยก่อนโรคนี้ระบาดและรุนแรงมาก หากพวกเขาเจอบ้านไหนที่เป็นฝีดาษระบาดซึ่งส่วนมากเขาจะปิดบ้านแล้วปล่อยไฟเผาคนในบ้านนั้นให้ตายทั้งเป็นเลย แต่กระนั้นอย่างไรก็ตามคนป่วยเหล่านั้นอาจมีสิทธิรอดจากการถูกเผาทั้งเป็น หากเขาสารภาพบาปของตนแล้วแสดงความจงรักภักดีต่อศาสนาตามที่กำหนด พวกเขาอาจจะไว้ชีวิตหากถูกท่องได้ถูกใจ......

 

อันดับ 2 ยาพิษยาชา(Dwale):ยาสลบหยาบกระด้างสามารถทำให้คนดื่มตายฉับพลัน

  

การผ่าตัดในสมัยกลางส่วนใหญ่มักใช้ในเหตุที่คนป่วยใกล้จะตายหรือสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น สาเหตุเนื่องมาจากไม่มียาสลบที่แพทย์ไว้วางใจที่ทำให้คนที่ผ่าตัดลดอาการเจ็บปวดระทมทุกข์สุดแสนสาหัสได้  อีกทั้งยาชาบางชนิดที่ใช้นั้นมันเหมือนยาพิษเสียมากกว่าแม้มันจะบรรเทาอาการปวดได้ก็จริงแต่กระนั้นมันก็อาจทำให้ผู้ป่วยหลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น โดยตัวอย่างของตัวยาเหล่านี้ประกอบด้วย น้ำผักกาดหอม, น้ำดีจากหมูป่าตัวผู้, ไบรโอนี่, ฝิ่น, เฮนเบน(พืชจำพวก Hyoscyamus niger ใบมีหนามขนและมีกลิ่นเหม็น เป็นพืชที่ใช้ทำยาพิษ), น้ำผลไม้เฮมล็อค(พืชจำพวก Conium maculatum เป็นพืชมีพิษชนิดหนึ่งใช้เป็นยากดประสาท) และน้ำส้มชายชู ส่วนผสมเหล่านี้จะถูกนำมาผสมกับไวน์ก่อนจะนำไปให้คนไข้ โดยภาษาอังกฤษคำกลางที่ใช้อธิบายยาพิษยาชานี้คือ “Dwale ซึ่งยาชาตำรับนี้แค่พืชเพียงชนิดเดียวก็เป็นสาเหตุทำให้ตายอย่างง่ายดาย หากผสมผิดสูตรนิดเดียว

จนกระทั้งในศตวรรษก็เริ่มมีการใช้ยาชาโดยใช้มอร์ฟีนเพื่อระงับความเจ็บปวด โดยบุคคลต้นคิดก็คือพาราเซลซัสแพทย์ชาวสวิสเซอร์แลนด์ เขาเป็นผู้ริเริ่มวิชาเคมีและการแพทย์สมัยใหม่ เป็นคนแรกที่ค้นพบการรักษาโรคลมบ้าหมู (เดิมทีเชื่อกันว่าเป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของจิต) ค้นพบอาการของโรคซิฟิลิส การใช้สารเคมีและธาตุมาเป็นยา ฯลฯ แต่ดูเหมือนว่าแพทย์คนอื่น ๆ จะไม่ชอบหน้าเขาเอาเสียเลย เนื่องจากทัศนคติที่ไม่เหมือนชาวบ้าน และริษยาในความสำเร็จที่เขาได้รับ ทำให้ช่วงชีวิตของเขาไม่สดใสเท่าไหร่ในช่วงปั้นปลาย  หลังจากที่เขาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1541 ชื่อเสียงของเขาจึงกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง วงการแพทย์สมัยใหม่ต้องเป็นหนี้บุญคุณของพาราเซลซัสอย่างใหญ่หลวง

 

อันดับ 1 ศัลยกรรม: เจ็บปวดอย่างน่ากลัว

 

http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=486572&chapter=105

การผ่าตัดในสมัยกลางนั้นหยาบกระด้าน ทื่อและเจ็บปวด เนื่องจากข้อจำกัดอะไรหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นความรู้ในด้านกายวิภาคมนุษย์ ยาชา เทคนิคการฆ่าเชื่อเพื่อรักษาบาดแผล การป้องกันการตัดเชื้อ อีกทั้งศาสนายังเป็นตัวจำกัดในการพัฒนาวิทยาการแพทย์สมัยใหม่อีก ทำให้คนป่วยไม่มีทางเลือกมากนัก หากคุณจำเป็นต้องผ่าตัดล่ะก็ สิ่งที่คุณต้องทำใจก็คือคุณต้องตายแน่นอนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่หากคุณอยากมีชีวิตรอดสักสองสามวันและไม่อยากทรมานก็ควรปฏิเสธการรักษาโดยการผ่าตัดจะดีกว่า

ศัลยแพทย์ในสมัยส่วนใหญ่นั้นเป็นพระสงฆ์เนื่องจากพวกเขาเป็นบุคคลไม่กี่กลุ่มที่สามารถได้ศึกษาอ่านตำราที่เขียนโดยแพทย์ชาวอาหรับได้ แต่ในปี 1215 สมเด็จพระสันตะปาปาได้บอกให้พระสงฆ์เหล่านั้นหยุดการผ่าตัดและสั่งให้พวกชาวนามาเป็นแพทย์ผ่าตัดแทน(เจริญ) ซึ่งพวกชาวนาที่ผ่าตัดส่วนใหญ่มักเป็นพวกนายพรานล่าสัตว์ที่มีแต่ประสบการณ์ชำแหละสัตว์มากกว่ารักษาคน ส่วนวิธีการของพวกเขาน่ะเหรอไปดูผ่าตัดตาต้อกระจกเถอะก็รู้เองว่ามันอารมณ์ประมาณนี้แหละ

แต่กระนั้นมีการผ่าตัดที่ได้รับความสำเร็จด้วยดี คือการผ่าตัดช่วยชีวิตที่เรียกว่า เทรพเพนเนชั่น (Trepanation)เป็นวิธีการรักษาโดยการเจาะกะโหลกเป็นรูกลมโดยใช้เครื่องมือเจาะที่มีความแม่นยำสูงทึ่เรียกว่าค็อตแมน เครเนี่ยล เพอร์ฟอร์เรเตอร์(Codman Cranial Perfator) ซึ่งเครื่องมือไฮเทคนี้จะปิดรูกะโหลกโดยอัตโนมัติหลังจากที่ทำการเจาะเข้าไปเพื่อทำการรักษาแล้ว โดยวัตถุประสงค์การรักษานี้ต่างกันออกไป เช่นรักษาโรคปวดหัว ลมชัก หรือเสียสติและความผิดปกติประเภทต่างๆ นอกจากนั้นการเจาะกะโหลกบางครั้งอาจกระทำด้วยเหตุผลทางความเชื่อและศาสนา เนื่องจากเชื่อว่ารูที่กะโหลกนี้จะเป็นช่องทางปลดปล่อยวิญญาณร้ายออกจากร่างกายผู้ป่วยด้วย

 

Cammy แปลและเรียบเรียง

http://www.oddee.com/item_96620.aspx

ไม่อนุญาตให้ตั้งกระทู้ใน เว็บไซต์ Dek- D 

(ใครที่คิดจะลอกไปเว็บอื่น กรุณาบอกพวกที่มาดูด้วยว่าอย่าลอกไปตั้งในเว็บเด็กดี มันทำให้ผมบาดตา)

(ปล. ตอนนี้แปลยากครับ บางประโยคผมแปลไม่ออกเลย โดยเฉพาะอันดับ 3 ประโยคตรงกลาง เพราะมันเป็นศัพท์เฉพาะ หาที่ไหนก็ไม่เจอ เลยเว้นบ้าง ไม่เว้นบาง ผิดพลาดตรงไหนขออภัยมาน่ะที่นี้ด้วยครับ ผมผิดเองแหละที่เลือกมาแปล)

+ +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 267 : 10 การรักษาทางการแพทย์สุดสยองในสมัยยุคกลาง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 17634 , โพส : 45 , Rating : 62% / 11 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 45 : ความคิดเห็นที่ 20740
อ่านไปกุมขมับไป แต่ละอย่าง

Name : gilberlez < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ gilberlez [ IP : 110.164.52.253 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ธันวาคม 2557 / 20:39
# 44 : ความคิดเห็นที่ 19877
ขอบคุณมากค่ะ  พอดีจะเอาข้อมูลไปเขียนนิยาย  ได้ความรู้เยอะมากเลย  ขอบคุณนะคะ
PS.  แด่คนที่รักที่จะไล่ล่าความฝันทุกคน...
Name : ราชินีดอกไม้ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ราชินีดอกไม้ [ IP : 171.97.46.62 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 เมษายน 2557 / 14:19
# 43 : ความคิดเห็นที่ 14430
 โชคดีที่เราเกิดในยุคนี้ = =;
PS.  .....................
Name : Demon_Drief < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Demon_Drief [ IP : 58.64.62.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มกราคม 2555 / 20:23
# 42 : ความคิดเห็นที่ 12452
 เฮ้ยย!!-OO- อึ้งกิมกี่ น่ากลัวอย่างแรงงง!!
PS.  เคยมีรักหลายครั้ง แต่มีพี่คนเดียวที่ตัดใจไม่ได้ จริงๆนะพี่เนียร์
Name : CoMpU~Chco < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CoMpU~Chco [ IP : 124.122.185.58 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 สิงหาคม 2554 / 12:23
# 41 : ความคิดเห็นที่ 11566
รับไม่ได้อย่างแรง


PS.  ถ้าความรักคือความสุข แล้วทำไมมีคน..."เจ็บ"
Name : Benz GaGa < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Benz GaGa [ IP : 223.206.242.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 พฤษภาคม 2554 / 16:56
# 40 : ความคิดเห็นที่ 10432

เอิ่มมมม. กะลังกินกล้วยบวชชีอย่างเอร็ดอร่อยเลยทีเดียว
(อู แหวะ) พอเลื่อนมาเห็นภาพจังๆนี่รับไม่ได้ T3T


PS.  มอบความรัก แก่ภูติประจำตัวของฉัน 'เจน' ยัยภูติจอมจุ้นที่ชอบขัดฉันในวงเล็บ
Name : เซียนแฮร์รี่ พอตเตอร์หมายเลข1 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซียนแฮร์รี่ พอตเตอร์หมายเลข1 [ IP : 49.228.255.134 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 เมษายน 2554 / 16:47
# 39 : ความคิดเห็นที่ 10178
โห อ่านแล้วรู้สึกโชคดีสุดๆๆๆ ที่เกิดยุคนี้ (แต่หลายๆ ที่ก็ยังมีการรักษาแบบแปลกๆ หลงเหลืออยู่ดีอะนะ)
Name : วอเตอร์ [ IP : 202.12.97.115 ]

วันที่: 23 มีนาคม 2554 / 23:59
# 38 : ความคิดเห็นที่ 9965
ตายดีกว่า! ถ้าต้องเจออย่างนั้น!
PS.  I'm E.L.F & WDF :: LeeYe!! จงเจริญ!! จิ้นๆๆๆ ใครไม่จิ้นฉันจิ้น(อยู่คนเดียว)! ลีดเดอร์ผู้น่ารัก!
Name : B-Blue < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B-Blue [ IP : 124.122.203.182 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มีนาคม 2554 / 22:45
# 37 : ความคิดเห็นที่ 9917

นิ่วหินกับผ่าตัดต่อกระจกนี่น่ากลัวมาก ทำเสร็จอาจจะตาบอดก็ได้ เหอะๆ

Name : janejz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ janejz [ IP : 124.120.43.103 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2554 / 16:37
# 36 : ความคิดเห็นที่ 8845
น่ากลัว + เสียว
สมัยนั้นต้องทนๆเอา

PS.  Pirate Of The Caribbean 4 : On Stranger Tides (20' MAY 2011)xx
Name : I'm dangerous,,vipz. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ I'm dangerous,,vipz. [ IP : 58.9.18.233 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 ธันวาคม 2553 / 07:52
# 35 : ความคิดเห็นที่ 8155

ยาสลบที่ดื่มแล้วตายฉับพลัน?
นั่นเขาเรียกยาพิษแล้วไม่ใช่เรอะ!!!


PS.  รักเนจิมากขึ้นทุกวัน คนอะไรยิ่งโตยิ่งหล่อ+เท่+น่ารัก Perfect เลย
Name : [PN]ohanmina_Neji[PN] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [PN]ohanmina_Neji[PN] [ IP : 125.24.94.38 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ตุลาคม 2553 / 15:50
# 34 : ความคิดเห็นที่ 8040
สยองอ่ะ
PS.  ฉันจะทำทุกอย่าง ให้พวกนายมีตัวตน...
Name : darknesseye < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ darknesseye [ IP : 125.26.86.178 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ตุลาคม 2553 / 12:07
# 33 : ความคิดเห็นที่ 8010

หวา~~น่ากลัวอ่ะ

Name : Be_Able_to_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Be_Able_to_ [ IP : 58.9.206.171 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 ตุลาคม 2553 / 15:53
# 32 : ความคิดเห็นที่ 7903
อ่านแล้วเกลียดโรง'บาล (จากที่ไม่ชอบอยู่แล้ว)
PS.  ~I want Nobody But you~I want Nobody But you~
Name : PringlePaam < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PringlePaam [ IP : 115.87.54.37 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ตุลาคม 2553 / 00:32
# 31 : ความคิดเห็นที่ 7856
อันดับ 7 คล้ายๆ กับว่า
เราบริจาคเลือดแล้วทำให้สดใส สุขภาพดี
อะไรทำนองนั้นป่ะ
PS.  ถ้าฉันเป็นติ่งหู พวกคุณก็ไส้ติ่งน่ะแหละ พวกไร้ประโยชน์แถมจะสร้างโทษให้ร่างกายซะอีก หึๆ
Name : me,dae < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ me,dae [ IP : 118.172.179.53 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 ตุลาคม 2553 / 20:32
# 30 : ความคิดเห็นที่ 7821
หยึยยยย !
อ่านะ ก็ยังไม่มีเทคโนโลยี =[]=
PS.  I'M E.L.F ... ONLY 13 SUPER JUNIOR FOREVER !
Name : KAMGENG < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KAMGENG [ IP : 118.172.95.213 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ตุลาคม 2553 / 15:35
# 29 : ความคิดเห็นที่ 7793
 อึ๋ยยย ขนลุกเรยยอ่า
PS.  ไม่เหมือนใครเหละดีแล้ว เนอะ ว่าปะ (^wO)y
Name : Chocolate brownies. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chocolate brownies. [ IP : 118.173.84.120 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 ตุลาคม 2553 / 18:39
# 28 : ความคิดเห็นที่ 7776
สยองตอนผ่าตัดศัลยกรรม! งั้นคนถูกผ่าเขาไม่เจ็บจนตายก่อนจะผ่าเสร็จเหรอค่ะ
PS.  I LOVE CARTOON !!! =w= รีบอร์น , แบล็คบัทเลอร์ , แพนโดร่าฮาร์ท , xxxHolic , สึบาสะ , โซลอีทเทอร์ , นูระ หลานจอมภูต ฯลฯ
Name : เฟริน่า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เฟริน่า [ IP : 27.130.71.237 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 ตุลาคม 2553 / 15:30
# 27 : ความคิดเห็นที่ 7713
อ่า... คลอดลุกปกติเอาหัวออกก่อนเท้านะครับ พอดีผมลืมไป
PS.  ต่อให้ไร้มลทิน ฟ้าก็ยังอาจผ่าเจ้าได้
Name : Chaon (เชออน) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chaon (เชออน) [ IP : 113.53.201.252 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2553 / 22:23
# 26 : ความคิดเห็นที่ 7701
 อันดับที่1นี่เคยดูเป็นสารคดีแบบผ่าท้องสดๆ(ประมาณยุคที่กำลังพัฒนาการแพทย์ ไม่มียาชาอะค่ะ ไม่รู้เรียกยุคอะไร)
 รู้สึกโชคดีที่การแพทย์สมัยนี้ก้าวหน้าไปไกล...
PS.  SARU-Kumi : http://saru-kumi.exteen.com/ <<ใครเล่นเหมือนกัน เชิญค่ะ =W=//
Name : SARU-kumi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SARU-kumi [ IP : 124.122.234.46 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2553 / 19:00
# 25 : ความคิดเห็นที่ 7697

สยดสยองทุกอันดับจริงๆ =_=


PS.  现在,我是大学的学生了。♥
Name : vanilla sunday < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ vanilla sunday [ IP : 58.8.119.99 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2553 / 18:36
# 24 : ความคิดเห็นที่ 7659
คลอดลูกตามปกติไม่ใช่เอาหัวออกก่อนเท้าเหรอ
Name : senorita-p < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ senorita-p [ IP : 118.173.16.46 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2553 / 11:27
# 23 : ความคิดเห็นที่ 7657
โหดดีแท้...
PS.  คนน่ามองแต่ไม่น่ารัก คนน่ารักแต่ไม่น่ามอง ฉันนี่แหละคือคนนั้นที่ไม่น่ารักและไม่น่ามอง
Name : HoLyNe MiKaTsUkI < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ HoLyNe MiKaTsUkI [ IP : 118.172.94.232 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2553 / 10:05
# 22 : ความคิดเห็นที่ 7652
การทำคลอดเป็นอะไรที่... ไร้คำบรรยาย
อย่างถ้าเกิดเด็กกลับหัวขึ้นมานี่ก็ตายสถานเดียวสินะ...
(ก็คือเอาหัวออกมาก่อนเท้า.. โดยปกติเด็กทารกแรกเกิดจะเอาเท้าออกมาทางช่องคลอดก่อน)


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 ตุลาคม 2553 / 01:44

PS.  [/ ไม่ดุ เพราะเป็นนักดองมากกว่าันักเขียน] ใครไม่เข้าแคลนจะจับยิงทิ้งให้หมดเลยนี่
Name : Oar_Hanloz_Chaon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Oar_Hanloz_Chaon [ IP : 113.53.92.233 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2553 / 01:39
# 21 : ความคิดเห็นที่ 7646
จับผิดไม่เป้นไรครับ ช่วยดูก็ได้ครับ ผมก็แบบนี้แหละ

พาราเซลซัส ลองดูในกูเกิลเขียนแบบนี้จริงๆ น่า ลองไปดูสิครับ
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 182.52.39.197 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ตุลาคม 2553 / 20:42
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android