คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 219 : 10 งานสร้างสรรค์ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว


     อัพเดท 9 ก.ค. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,975 Overall : 2,763,557
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7218 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 219 : 10 งานสร้างสรรค์ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9852 , โพส : 17 , Rating : 86% / 10 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



                ทฤษฎี พระเจ้าจากอวกาศ เป็นทฤษฏีที่ว่าด้วยความเชื่อที่ว่า โลกของเรา ได้รับการมาเยี่ยมเยือ จากอาคันตุกะต่างพิภพอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มนุษย์เรา ได้เริ่มสั่งสมอารยธรรม และก่อร่างสร้างสังคมขึ้นมานั้น สิ่งทรงภูมิปัญญาจากนอกโลกจำนวนไม่น้อย ได้คอยหนุนอยู่เบื้องหลังวิวัฒนาการของมนุษย์ ระยะเวลาที่ว่า ก็ประมาณ 40,000 กว่าปี โดยมีหลักฐานตำนาน และจารึกในบรรดาชนชาติที่เจริญแล้วในอดีต ล้วนกล่าวถึงพระเจ้าที่ทรงพาหนะบินไปมาในอากาศ  จนไปจนถึงหลักฐานที่จับต้องได้อย่างมหาปิระมิดแห่งอียิปต์ ที่มีทฤษฏีว่า ชาวไอยคุปต์โบราณ ไม่มีทางสร้างปิระมิดได้หากปราศจากเทคโนโลยีจากต่างดาวเข้ามาช่วย นอกจากนี้ยังมีหลักฐานและปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เป็นสิ่งที่เราไม่เข้าใจว่ามันเป็นฝีมือคนหรือต่างดาว หรือว่าคนโบราณสร้างไว้เพื่อสื่อสารจากต่างดาว  และหลักฐานเหล่านี้จะทำให้หลายคนเชื่อไหมว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมาเยือนโลกอดีตของเราจริง....

 

10. Ancient Cave Paintings

 Wandjina3

มีการค้นพบศิลปะโบราณที่มีอายุหลายพันปีที่วาดรูปสิ่งที่ดูเหมือนไม่ใช่มนุษย์เอาไว้ ส่งผลทำให้เกิด “ทฤษฏีนักบินอวกาศในโลกโบราณ”ขึ้น โดยตำนานกล่าวว่ามีเทพหรือผู้มาจากฟ้าเบื้องบนมาติดต่อกับมนุษย์สมัยก่อนเพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและความรู้แก่พวกเขา โดยภาพศิลปะโบราณนั้นปรากฏอยู่ทั่วโลก เช่นภาพเขียนที่ทะเลทราย ซาฮาร่า อายุประมาณ 6000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช มีภาพวาดหนึ่งที่คล้ายจานบินและมนุษย์ต่างดาว,  ศิลปะสกัดหินแห่งหุบเขาคาโมนิคา ภาพวาดคล้ายมนุษย์อวกาศ มีความเก่าแก่ประมาณ 10,000 ก่อนคริสต์ศักราช ส่วนในภาพเป็นส่วนหนึ่งของภาพวาดตามผนังของชนเผ่าอบอริจินที่เมือง Kimberly อายุประมาณ 5,000 ปีก่อนคริสต์ศักราชที่เป็นภาพเหล่ามนุษย์แปลกๆ ที่ดูแล้วไม่ใช้มนุษย์ แต่เหมือนมนุษย์ต่างดาวมากกว่า ในขณะที่ฝ่ายค้านจานบินบอกว่าภาพเหล่านี้น่าจะเป็นภาพเทพเจ้าตามความเชื่อของคนโบราณมากกว่า

 

9. Egyptian Carvings

           Abydos01 07    

                มีหลักฐานชัดเจนว่ามีเทคโนโลยีสูงสุดในยุคโบราณที่ปรากฏในภาพเกาะสลักในจารึกในอียิปต์ บางภาพดูเหมือนเฮลิคอปเตอร์, จานบิน, เครื่องบินเจ็ท หรือแม้กระทั้งหลอดไฟฟ้าที่ค้นพบในวิหารเดนเดรา ซึ่งชาวอียิปต์โบราณได้สลักภาพที่ดูเหมือนหลอดไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจน โดยสิ่งเหล่านี้ไม่ได้กล่าวถึงวรรณกรรมในอียิปต์แต่อย่างใด ส่วนภาพที่เห็นนั้นคานติดเพดานอายุกว่า 3000 ปี ในวิหารอาบิดอส โบราณทางใต้ของไคโร ของอียิปต์ บริเวณที่ราบสูงกิซา มีภาพประติมากรรมยานลึกลับปรากฏอยู่

 

8. Nazca Lines

 Ica 02 เส้นนัซกา

ไกลออกไปในที่ราบสูงซึ่งเป็นที่ทะเลทรายนาซคา ในภาคใต้ของเปรู ได้มีลายเส้นเครื่องหมายหรืออาจเป็นสัญลักษณ์บางสิ่งบางอย่าง ปรากฏขึ้นอย่างดาษดื่นทั่วไปกินเนื้อที่หลายร้อยตารางไมล์ แต่ส่วนใหญ่พบอยู่ในระหว่างเมืองนาซคากับเมืองปัลปา ลักษณะมีการขีดเน้นอย่างจงใจและประณีต ขนาดใหญ่โตถึง 200 เมตร และรูปทั้งหมดครอบคลุมเนื้อที่กว่า 500 ตารางกิโลเมตร ท้าทายแดด ลม ฝน เป็นเวลากว่าสองพันปี ลายเส้นเหล่านี้นิยมเรียกกันว่า " นาซคาไลน์"

                นาซคาไลน์ มีหลายรูปแบบ ชนิดที่เป็นทรงเรขาคณิตก็มี ทรงสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม สี่เหลี่ยมคางหมู วงกลมเส้นหยัก เส้นแคบ ยาวกว่า 5 ไมล์ นอกจากนั้นยังมีรูปนก สัตว์เลื้อยคลาน ปลาวาฬ ลิง แมงมุม นกฮัมมิ่งเบิร์ด (ทั้งๆที่เปรูไม่มีนกชนิดนี้) บางภาพก็คล้าย เครื่องปั้นดินเผาโบราณของชาวเมืองนาซคาที่อาศัยอยู่ริมฝั่งทะเล นักโบราณคดีเชื่อว่าเป็นงานของชาวเมืองนี้อายุลานเส้นสันนิษฐานว่าตกอยู่ในยุค 100 ปีก่อนคริสตศักราชถึงคริสตศักราช 700 นาซคาไลน์ แม้จะดูทำขึ้นแบบง่ายๆ แต่คำนวณแล้วว่าต้องใช้เวลามาก ไม่ว่าจะเป็นการเกลี่ยหินหน้าทรายการจัดแนวหินให้เป็นเส้นตรง และค่อนข้างชัดเจนว่าภาพเหล่านี้จงใจสร้างขึ้นเพื่อใ ห้มองจากท้องฟ้า การออกแบบหาไอเดียเพื่อให้เหมาะกับภูมิประเทศ ซึ่งไม่มีฝนตกเลย อย่างน้อยก็พันปีมาแล้ว มีการเดาไปต่างๆ นานา บ้างว่าเป็นถนนก่อนประวัติศาสตร์ ฟาร์ม สนาม ยานอวกาศ เครื่องหมายหรือสัญญาณบอกเรื่องราวแก่สิ่งที่อยู่บนท้องฟ้า เช่น มนุษย์ต่างดาว หรือพระเจ้าในความเชื่อถือทางศาสนา แต่ในที่สุดก็ไม่มีใครรู้จริง นอกจากจะสันนิษฐานว่าเป็นผลงานทางศิลปะของอินเดียนแดงโบราณ

 

7.Antikythera Mechanism

           Antikythera - 1    

มีสิ่งประดิษฐ์อย่างน้อยหนึ่งชิ้นที่พิสูจน์ว่า อารยธรรมหนึ่งในโลกโบราณเป็นเจ้าของเทคนิคที่ไม่มีนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่คาดถึงมาก่อน มันถูกพบในทะเลนอก เกาะแอนติไกเธอร่า อันเป็นเกาะเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของครีท มันจึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่า  มันถูกค้นพบจากเรือที่อับปางลำหนึ่งที่ถูกค้นพบในปี 1900  การค้นพบในครั้งนี้ทำให้รัฐบาลกรีกยืนมาช่วยเหลือ(กรีกกับกริซเป็นคนละประเทศนะครับ ขอบอกไว้ก่อน)ได้ยื่นมือกู้สมบัติ กว่าจะกู้หมดใช้เวลา 9 เดือน พวกเขาก็นำเอารูปปั้นหินอ่อนและบรอนซ์ขึ้นมา และนำพวกมันไปยังพิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติในกรุงเอเธนส์ เพื่อทำความสะอาดและบูรณะ พนักงานของพิพิธภัณฑ์ตื่นตาตื่นใจในความงามและปริมาณที่มีอยู่มากมายของสิ่งของ ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจที่ต้องใช้เวลาหลายเดือน ก่อนที่จะมีใครมองดูซากบรอนซ์ที่ผุกร่อนสองสามชิ้นที่ถูกค้นพบมาพร้อมกันอย่างใกล้ชิด เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 1902 นักโบราณคดีชั้นนำผู้หนึ่ง คือ วาเลอริออส สตาอิส  ได้ตรวจพบมันในที่สุด เขาสังเกตเห็นสมบัติที่งมขึ้นมีชิ้นเดียวที่ถูกละเลยกองรวมรูปหล่อบรอนซ์และรูปสลักหินอ่อนไม่สมบูรณ์อื่นๆ แถวรูปร่างของมันคล้ายนาฬิกามีโครงร่างซี่ล้อผุพัง ใ แต่ชิ้นที่น่าสนใจที่สุดของทั้งหมดคือเครื่องจักรกลที่รวบรวมระบบฟันเฟืองที่แตกต่างกันโดยอย่างสิ้นเชิง นี่ เพราะตามประวัติศาสตร์ได้มีการคิดระบบฟันเฟืองที่ซับซ้อนถึงเช่นนี้ปรากฏเป็นครั้งแรก ในตัวเรือนนาฬิกาที่สร้างขึ้นในปี 1575 ผู้เชี่ยวชาญบางคนบอกว่ามันเป็นล้อฟันเฟืองของจานกลุ่มดาว ซึ่งนักดาราศาสตร์ใช้ในการวัดการขึ้นของดวงอาทิตย์

เลอริออสได้ประกาศสิ่งที่เขาพบว่านี้คือเครื่องกลไกทางดาราศาสตร์โบราณ แต่ก็มีการโต้เถียงในเวลาต่อมา เพราะหลายคนไม่เชื่อว่าคนสมัยก่อนไม่น่าจะมีหัวคิดในเรื่องกลไกลสลับซับซ้อนแบบนี้ได้ แม้จะเก่งเรื่องคณิตศาสตร์ก็ตาม

ไม่มีใครรู้ว่าเครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่าใช้อย่างไร หรือมันไปทำอะไรในเรือที่บรรทุกรูปปั้น แต่ตัวของไพรส์คิดว่ามันอาจเป็นตัวแทนของจักรวาลเป็นงานศิลปมากกว่าที่จะเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์  เขายังเชื่อว่ามันอาจเป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอดเทคนิคการติดตั้งเฟืองที่ตกทอดให้แก่คนรุ่นหลัง จากกรีก โบราณให้กับผู้รับช่วงชาวมุสลิม และท้ายที่สุดก็ออกดอกออกผลมาเป็นนาฬิกาทางดาราศาสตร์ของชาวยุโรปผู้ยิ่งใหญ่ในยุคกลาง และเครื่องจักรกลแอนดิคีเธอร่าต้องจัดให้เป็นอย่างที่ไพรส์กล่าวว่า "เป็นหนึ่งในประดิษฐกรรมพื้นฐานทางด้านเครื่องจักรกลทางเวลาทั้งหมด"

อย่างไรก็ตามการค้นพบ เครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่า (Antikythera Machine) นั้นเป็นการค้นพบทางโบราณคดีที่สำคัญชิ้นแรก ที่จุดประกายให้มีการลบล้างความเข้าใจดั้งเดิมที่เชื่อๆ กันว่าคนโบราณนั้นฉลาดเหลือเชื่อ(หรือเป็นผลงานของมนุษย์ต่างดาวกันแน่)

 

6. Saqqara Bird

          Photo Side 2 เครื่องบิน - View1     

ถูกค้นพบเมื่อปี 1898 ในสุสานใกล้กับเมืองกีซาซึ่งถูกประมาณการว่าสร้างเมื่อ 200 ปีก่อนคริสตกาล (บางเอกสารจะกล่าวว่า 2000 ปี(แต่บางคนบอกว่า 200 ปี) โดยเป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมนักบินอวกาศยุคโบราณ) โดยรูปร่างสิ่งนั้นเหมือนเครื่องบินยาวประมาณ 14 เซนติเมตร ปัจจุบันหลักฐานชิ้นนี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงไคโร โดยผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์การบินชี้ว่าทรวดทรงและองศาของปีกตรงตามหลักการทำปีกเครื่องบิน และยังมีผู้กล่าวด้วยว่าเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุด (ในเวลานั้น) ซึ่งดีไซน์โดยนาซ่ามีความคล้ายคลึงกับโมเดลดังกล่าวนี้มาก ส่วนคนค้านก็ว่าว่า “มันเป็นนกไม่ใช่เครื่องบิน” หากแต่สังเกตดีๆ สิ่งนั้นไม่มีขาและองศาของปีกนั้นไม่เหมือนกับนก อีกทั้งการออกแบบเหมือนเครื่องบินกำลังยกเครื่อง โดยปัจจุบันเชื่อว่าเป็นศิลปวัตถุทางศาสนา ไม่ก็ของเล่นของเด็กสมัยก่อน

 

5. Dogu

 Dogu3

โดกุเป็นรูปปั้นประหลาด เริ่มผลิตในสมัยโชมอน ตอนปลาย (ของญี่ปุ่น) รูปแกะสลักดังกล่าวเป็นงานหยาบๆ และง่ายๆ โดยการเกลาไม้ให้เป็นรูปร่างคร่าวๆ มีตา จมูก ปาก แขน และขา แต่ประหลาดนิดหน่อยคือมี ศีรษะใหญ่ผิดปกติ ลำตัวและแขนบิดเบี้ยวผิดไปจากธรรมชาติ และสวมเครื่องแต่งกายโบราณเท่านั้น (ไม่นิดหน่อยแล้ว)

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า บริเวณดวงตาโดกุก็มีดวงตากลมโตยื่นออกมาเป็นรูตรงกลาง(บางตัวมีรูปสี่ เหลี่ยมผืนผ้า) และชุดโบราณนั้นก็คล้ายกับชุดอวกาศ เหมือนมนุษย์ต่างดาวไม่มีผิด!? ส่วนคนค้านก็บอกว่าดวงตากลมนั้นอาจจะเป็นแว่นกันหิมะเหมือนชาว เอลกิโมก็ได้ ก็ไม่น่าแปลกอะไรเพราะสมัยก่อนญี่ปุ่นมีหิมะเยอะอยู่แล้ว

ในอเมริกาก็มีผู้เชียวชาญมาตรวจสอบเหมือนกัน และให้ความเห็นแบบง่ายๆ ว่า "ถ้าเสื้อโบราณนี้เป็นเสื้ออวกาศละก็จะเป็นชุดที่มีความสมบูรณ์แบบชุดหนึ่ง ส่วนมัสซึมูระ และซีซิกส์ นักโบราณคดี คิดว่าประชากรชาวญี่ปุ่นน่าจะเลียนแบบอะไรสักอย่าง โดยชุดนี้อาจใช้ในการสู้รบกับอะไรสักอย่างที่เกินมนุษย์อย่างเราเข้าใจกัน เพราะมีการสวมถุงมือและถุงเท้าเข้ากับชุดดังกล่าว "ถุงมือที่ตัดนั้นจะสวมพอดีกับแขนโดยมีห่วงกลมคอยรัดเอาไว้ ส่วนแว่นตานั้นก็สามารถเปิดหรือปิดก็ได้ ด้านข้างลำตัวจะมีคานติดอยู่ บางทีอาจะมีไว้สำหรับเคลื่อนทีในขณะที่มงกุฎที่อยู่บนหมวกเหล็กนั้นก็อาจจะ เป็นเสาอวกาศ และชุดที่ออกแบบแบบนี้อาจใช้ในสภาพเหมาะสมกับการควบคุมความดันโดยอัตโนมัติ ก็ได้"(ว่าไปนั้น)

ตุ๊กตาโดกุได้เชื่อมโยงกับ เทพเจ้าฮิโตโคโตนูชิ เป็นเทพที่มาเยือนมนุษยืเพื่อสอนให้มนุษย์รู้จักวิทยาการต่างๆ และสอนให้มนุษย์รู้จักสร้างอาวุธและใช้อาวุธด้วย  เทพฮิโตโคโตนูชิ เป็นเทพในชุดโชมอน อยู่ในชุดแต่งกายของชุดมนุษย์โบราณ และถืออาวุธที่ไม่มีอยู่บนโลกใบนี้ และมีหมวกเหล็กสวมบนศีรษะอีก เหมือนพระเจ้าจากอวกาศไม่มีผิด!? และตุ๊กตาโดกุนี้ไม่ได้มี จุดเดียวที่ถูกค้นพบ แต่ตุ๊กตาแกะสลักเหล่านี้ถูกค้นพบเกือบทั่วญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น อำเภอคาเมกาโอกะ อาโอโมริ และ มิยกิ แถบ โตโฮกุและคันโต และอีกหลายตำบลในบริเวณนั้น

 

4. Crop Circles

 Crop-Circle

ครอปเซอร์เคิล เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงรูปแบบพืช(ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ถั่วเหลือง) ที่ล้มลง จนกลายเป็นรูปทรงโดยรวมที่ออกมา เมื่อมองจากมุมสูงจะพบเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน สวยงาม นอกจากนี้มีปรากฏการณ์แปลกๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มากมาย เช่น มีลูกบอลเรืองแสงที่มีสีสันจากความร้อนได้เกิดขึ้นก่อนการเกิด ครอปเซอร์เคิล ในบางโอกาส มีลำแสงพุ่งลงมายังท้องทุ่ง และต้นพืชที่ล้มลง ก้านนั้นจะไม่หักเลยทีเดียวแต่จะงอไปทางขวา   ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1678 ที่เฮิร์ทฟอร์ดเชียร์ อังกฤษและในทศวรรษที่ 1980 ได้มีการค้นพบครอปเซอร์เคิลมากขึ้นไปทั่วโลก ไม่มีใครอธิบายได้ว่าใครหรืออะไรทำให้มันเกิดขึ้น จนมันนำไปสู่ทฤษฎีแรกคือร่องรอยการลงจอดของยานจากต่างดาว แต่ข้อสันนิษฐานนี้ก็ยังเป็นที่คลางแคลงใจเพราะไม่มีใครเห็นร่องรอยของรถ และ/หรือรอยเท้าคน แม้กระทั่งขี้บุหรี่และสิ่งของต่างๆตกอยู่เพื่อให้เก็บเป็นหลักฐานในบริเวณนั้นเลย หากนี่คือฝีมือมนุษย์จริงๆ คนทำงานกลุ่มนี้ต้องมีความรอบคอบมากที่จะไม่ทิ้งร่องรอยใดๆไว้ให้สืบค้นแม้แต่น้อย นอกจากนี้มีคนเสนอทฤษฎีว่า ครอปเซอร์เคิลเกิดจากความผิดปกติของอากาศที่เขาเรียกว่า Plasma Vortex ทำให้เกิดลมหมุนวนในระดับสูงแล้วเคลื่อนตัวลงสู่พื้นทำให้พืชแบนราบ

 

3. Norwegian Spiral

 Crazy-Norwegian-Spiral-Lights-Night-Sky-4370-1260394247-5

ในเดือนธันวาคม 2009 ทางภาคเหนือของนอร์เวย์ มีปรากฏการณ์หนึ่งที่ยากจะหาคำตอบได้นั่นก็คือบนท้องฟ้าปรากฏลำแสงลึกลับรูปเกลียววงใหญ่ชนิดใหญ่มาก มีสีฟ้าอ่อนส่งผลให้เกิดกลุ่มเมฆ กลุ่มควันเป็นรูปใยแมงมุมขนาดใหญ่บนท้องฟ้า ปรากฏการณ์ดังกล่าวอยู่นาน 2-3 นาทีก่อนที่จะหายไป โดยพวกยูเอฟโอเชื่อว่ามันเป็นสัญญาณจากมนุษย์ต่างดาว แถมมีการเสริมว่ามนุษย์ต่างดาววาร์ปมาขัดขวางการรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่กำลังจะมาถึงนี้ของนายบารัค โอบาม่าด้วย ในขณะที่ฝ่ายค้านเชื่อว่ามันเป็นการจรวดมิสไซย์ที่ถูกยิงมาจากเรือของรัสเซีย แต่ระเบิดเกิดผิดพลาด มันเสียสมดุลและหมุนวนในอากาศจนทำให้เกิดควันเป็นวงกลมรูปใยแมงมุมดังกล่าว บ้างก็ว่าเป็นการทดลองของ HAARP จาก Project Blue Beam

http://www.youtube.com/watch?v=1hrWjkn_DHs

 

2. Stonehenge

          Stonehenge

สโตนเฮนจ์ เป็นกลุ่มแท่งหินขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กลางทุ่งราบว้างใหญ่ในบริเวณ เมืองซัลลิสเบอรี่ มณฑลวิลไซร์ ประเทศอังกฤษ ในบริเวณตอนใต้ของอังกฤษ ประกอบไปด้วยแท่งหินขนาดยักษ์ 112 ก้อน ตั้งเรียงกันเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง แท่งหินบางอันตั้งขึ้น บางอันอยู่ในแนวนอน และบางอันก็ถูกวางซ้อนขึ้นไปข้างบน มีชื่อเสียงอย่างมากในฐานะที่เป็นกลุ่มหินประหลาดซึ่งไม่มีใครทราบวัตถุประสงค์ในการสร้างอย่างชัดเจน และเมื่อพิจารณาถึงอายุของมันแล้ว คาดว่ากลุ่มกองหินประหลาดนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อ 5,000 ปีที่แล้ว ทำให้นักวิทยาศาสตร์และนักประวัติศาสตร์ต่างสงสัยว่า คนในสมัยก่อนสามารถยกแท่งหินที่มีน้ำหนักกว่า 30 ตัน ขึ้นไปวางเรียงกันได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ปราศจากเครื่องทุ่นแรงอย่างที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน และที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือ ในบริเวณที่ราบดังกล่าว ไม่ใช่บริเวณที่จะมีก้อนหินขนาดมหึมานี้ ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่าผู้สร้างต้องทำการชักลากแท่งหินยักษ์ทั้งหมด มาจากที่อื่น ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากบริเวณที่เรียกว่า "ทุ่งมาล์โบโร" ที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 40 กิโลเมตรเลยทีเดียว

มีผู้สันนิษฐานถึงวัตถุประสงค์ในการสร้างสโตนเฮนจ์กันหลายประเด็น แต่ประเด็นที่ดูจะได้รับความเชื่อถือมากที่สุดคือ พิธีกรรมทางศาสนาของหรือดาราศาสตร์ ใช้ในการสังเกตปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า เช่น สุริยุปราคา เป็นต้น

 

1.             Pyramids of Giza

 Pyramids-Of-Giza

มีผู้เชื่อว่าเอเลี่ยนโบราณได้เคยทิ้งอนุสรณ์เอาไว้บนโลก และอนุสรณ์ที่โด่งดังที่สุดก็คือ...ใช่แล้ว พีระมิด สิ่งก่อสร้างใหญ่โตโอฬาร ซึ่งแม้พีระมิดที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดจะอยู่ที่อียิปต์ แต่จริงๆแล้วพีระมิดถูกสร้างขึ้นจำนวนมาก มาย กระจายไปทั่วโลก เช่น ในเม็กซิโก กรีซ จีน ฯลฯ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าคนโบราณบนโลกเรานี้ หลายๆพื้นที่จะคิดได้เหมือนกัน ทั้งๆที่สมัยก่อนโน้นเมื่อ 3-5 พันปีก่อน ยังไม่มีการเดินทางไปมาหาสู่กันสะดวกสบายเหมือนตอนนี้ การถ่ายทอดวัฒนธรรมจึงเป็นเรื่องยาก แต่พีระมิดก็เกิดขึ้นแทบจะทั่วโลก และน่าทึ่งด้วยเทคโนโลยีการตัด และเคลื่อนย้ายก้อนหินขนาดใหญ่ รูปทรงที่สมมาตร แถมพีระมิดบางแห่งยัง "ซ่อน" ความลับด้านวิทยาการเอาไว้อย่างน่าประหลาดใจ

พีระมิดเห่งเมืองกีซ่า (เมืองกีเซห์) ตั้งอยู่ ณ เมืองกีเซ่ห์ ประเทศอียิปต์ โดยมีกษัตริย์คีออปส์(CHEOPS) หรือคูฟู (Khufu), กษัตริย์คาเฟร (Khafre) และกษัตริย์คูเร (Menkaure) เป็นผู้สร้าง ประมาณ 4500 ปีมาแล้ว  เป็นที่บรรจุพระบรมศพของกษัตริย์คีออปส์(CHEOPS) หรือ คูฟู พีระมิดแห่งนี้เดิมสูง 481.4 ฟุต แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 450 ฟุต ฐานกว้าง 768 ฟุต ใช้หินทรายตัดเป็นแท่งรูปสามเหลี่ยมหนักประมาณก้อนละ 2 ตันครึ่ง บางก้อนหนักถึง 16 ตัน โดยการนำเอามาซ้อนกันขึ้นไปเป็นทรงกรวย เชื่อกันว่าพีระมิดองค์นี้จะทนแดดทนฝนอยู่ได้อีกนานกว่า 5,000 ปี และเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของยุคโบราณสิ่งเดียวเท่านั้นที่มีอายุยืนยาวมาจนถึง ปัจจุบัน

    คนที่เชื่อทฤษฏีนักบินอวกาศโบราณเชื่อว่าพีระมิดแห่งกีซาสร้างโดยมนุษย์ต่างดาว แต่อย่างไรก็ดีพวกเขาก็ยังหาหลักฐาน ที่เป็นที่มีเหตุผลเพียงพอไม่ได้ ข้อพิสูจน์ที่ว่าพีระมิดแห่งกีซาทั้งสามหันไปทางยังเข็มขัดโอไรออนซึ่ง เชื่อว่าเป็นที่อยู่ของมนุษย์ต่างดาวที่เคยมาเยือนโลกในสมัยโบราณนั้นยังคงเป็นได้เพียงสมมติฐานเท่านั้น โดยมีตำนานเล่าว่า นานมาแล้วนักบินอวกาศจากดวงดาวอันไกลโพ้นได้มาถึงโลกของเรา ปักหลักอยู่อาศัย ได้พบปะมนุษย์โลก และถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆให้ จนกลายเป็นพีระมิดในที่ต่างๆ ซึ่งเกิดการตีความกันไปในหลายทางว่า ความหมายที่แท้จริงของพีระมิดคืออะไรกันแน่ บางคนบอกว่า เป็นแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ ในขณะที่บางคนก็บอกว่าเป็นจุดสังเกตสำหรับยานอวกาศเวลาขึ้นลง


0.Religions

 1L1N5U

                มีหลายศาสนาทั่วโลกที่มีการกำเนิดที่ต้นกำเนิดที่ลึกลับ และมีตำนานเกี่ยวกับนักบินอวกาศมานานหลายพันปี พระเจ้าของพวกเขาดูแล้วเหมือนมนุษย์ต่างดาว อย่างลัทธิสมัยใหม่เช่น Raëlism หรือ ราแอลเลียนมูฟเมนต์" ที่อ้างว่าสามารถติดต่อกับ "เอโลฮิม" มนุษย์ต่างดาวที่โคลนนิ่งมนุษย์ได้ ซึ่งลัทธินี้มีมีสมาชิกทั่วโลกกว่า 5 หมื่นคน กระจายอยู่ในประเทศบราซิล อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ และฮ่องกง อีกลัทธิหนึ่งในโลกสมัยใหม่คือประตูสวรรค์ หรือ Heaven' s Gate เป็นจำนวนมากถึง 39 คน ที่หัวหน้าลัทธิประตูสวรรค์ เคยเป็นอาจารย์สอนดนตรีในมหาวิทยาลัยมาก่อน ต่อมาได้ลาออก และตั้งลัทธิ Heaven ' s ขึ้นมา และเชื่อว่า การมาของดาวหางเฮล - บอปป์ เป็นการมาของยานบินจากอวกาศนอกโลก ที่จะมารับวิญญาณของพวกเขาไปสู่โลกที่ดีกว่า โดยหัวหน้าลัทธิประตูสวรรค์ได้พยายามส่องกล้องโทรทรรศน์หายานอวกาศ หรือจานบินจากต่างดาว ที่มากับดาวหาง ตามข่าวของนักดาราศาสตร์คนหนึ่ง ที่ได้ออกข่าวก่อนที่ดาวหางเฮล - บอปป์ จะเดินทางเข้ามาใกล้โลกมากที่สุด ว่า ได้ส่องกล้องพบบางสิ่งบางอย่าง คล้ายๆ กับยานอวกาศตามหลังดาวหาง ถึงแม้ต่อมา นักดาราศาสตร์ผู้นั้น ได้ออกข่าวชี้แจงแล้วว่า สิ่งที่พบเห็นอยู่ตามหลังดาวหางนั้น มิใช่ยานอวกาศจากต่างดาวแต่อย่างใด แต่หัวหน้ากลุ่มลัทธิประตูสวรรค์ก็ไม่เชื่อ และยังมุ่งมั่นนำสมาชิกของลัทธิประตูสวรรค์ ฆ่าตัวตายทั้งหมด 39 คน(เวรพูดถึงศาสนา ดันพูดแต่ลัทธิชวนเชื่อเข้าไปได้)

 

อันดับจาก(เอามาแค่อันดับเฉยๆ ส่วนเนื้อหาผมเปลี่ยนใหม่หมด)+ +

http://listverse.com/2010/07/06/10-human-creations-attributed-to-aliens/



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 219 : 10 งานสร้างสรรค์ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9852 , โพส : 17 , Rating : 86% / 10 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 17 : ความคิดเห็นที่ 13218
โดกุนี่ หมือนเคยเห็นในโดราเอม่อนนะ - -^
Name : แมวลีกะแมวโช < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แมวลีกะแมวโช [ IP : 183.88.40.60 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 ตุลาคม 2554 / 18:29
# 16 : ความคิดเห็นที่ 9999
รูปที่สามสวยมากเลย แต่เซฟไม่ได้อ่ะ
PS.  โพสมาเล๊ย...ใช้คำยังไงก้อดั้ย แต่ขออย่างเดียว"อย่าด่า"
Name : พายุกิสนา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ พายุกิสนา [ IP : 115.67.76.199 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มีนาคม 2554 / 17:31
# 15 : ความคิดเห็นที่ 9888
=_= อันดับ 3 ภาพ..ดูแล้วนึกถึงหอย
PS.  มอบความรัก แก่ภูติประจำตัวของฉัน 'เจน' ยัยภูติจอมจุ้นที่ชอบขัดฉันในวงเล็บ
Name : เซียนแฮร์รี่ พอตเตอร์หมายเลข1 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซียนแฮร์รี่ พอตเตอร์หมายเลข1 [ IP : 49.229.136.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มีนาคม 2554 / 00:08
# 14 : ความคิดเห็นที่ 7750
อันดับ 3 นึกถึงก้นหอยมรณะ เลยแหะ  = =
Name : อิจินะ ยูเรกะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อิจินะ ยูเรกะ [ IP : 115.87.232.209 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2553 / 21:48
# 13 : ความคิดเห็นที่ 7743
อันดับ3 สวยอ่ะ
PS.  มีหลายคนอยู่กับฉันตั้งแต่เริ่มต้น แต่มีน้อยคนที่อยู่กับฉันไปถึงตอนจบ
Name : //...be_best...// < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ //...be_best...// [ IP : 182.232.178.224 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2553 / 19:32
# 12 : ความคิดเห็นที่ 6268
 ตุ๊กตาโดกุในโดเรม่อนดูแล้วรู้สึกเฉยๆ แต่ทำไมพอเห้นภาพถ่ายแล้วรู้สึกเสียววาบทุกทีเลย - -;
PS.  kuroi-saru : Raven-SARU & Chikko-KUMI คนไทยผู้รักวัฒนธรรมไทยแต่หัวใจก็เทให้โคนัน การ์ตูน และซี่รี่ส์ญี่ปุ่น~!!!!!
Name : SARU-kumi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SARU-kumi [ IP : 115.87.6.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 สิงหาคม 2553 / 22:05
# 11 : ความคิดเห็นที่ 5998
ผมละคนนึงที่ไม่เชื่อว่ามนุษย์สร้างพีระมิด

1.ทำไมมันถึงเกิดขึ้นได้ทั่วโลกในสมัยนั้น
2.เป็นไปได้ยังไงที่จะตัดก้อนหินให้เป็นสี่เหลี่ยมเป๊ะๆแบบนั้น เทคโนโลยีสมัยนั้น"ไม่มีทาง"ทำได้แน่นอน
Name : -ZIFFER- < My.iD > [ IP : 124.122.50.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 สิงหาคม 2553 / 00:05
# 10 : ความคิดเห็นที่ 5951
เราว่าก็คงมีจริงๆน่ะแหละ มนุษย์ต่างดาวน่ะ
สมัยก่อนพวกเขาอาจจะมาเยือนโลก แต่ตอนนี้ดาวของพวกเขาก็คงล่มสลายไปแล้ว เลยมาโลกไม่ได้แล้ว  พูดง่ายๆคือสูญพันธ์ยกดาวนั่นเอง =__=

PS.  เอ๊ะ. . . อะไรรึเจ้าคะ. . ?
Name : ข้าวราดชา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ข้าวราดชา [ IP : 125.25.121.0 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 กรกฎาคม 2553 / 23:41
# 9 : ความคิดเห็นที่ 5846
อันดับ 7 เหมือนออมิสทิส ในเรื่องเบ็นเท็นเลย
Name : -.- [ IP : 124.122.7.168 ]

วันที่: 27 กรกฎาคม 2553 / 11:30
# 8 : ความคิดเห็นที่ 5657
 แค่อยากบอกว่า
อันดับแรก(อันบนสุดอะ)หน้าตาเหมือนอะมีบามีตาเลย..
กร๊าก

PS.  ลัลล้า วันละนิดชีวิตแจ่มใส แต่ลัลล้ามากไประวังบ้านะจ้ะ
Name : l bloodybear < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ l bloodybear [ IP : 183.89.5.135 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กรกฎาคม 2553 / 17:46
# 7 : ความคิดเห็นที่ 5553

แต่ตัวเราก็ยังคงเชื่ออยู่ดีว่าคนที่สร้างพีระมิดคือคนอียิปอ่ะนะ
แต่อันอื่นก็เป็นได้.... 
แล้วเมื่อไหร่เราจะไปเยี่ยมหาชาวต่างดาวบางละเนี่ย


PS.  ~I want Nobody But you~I want Nobody But you~
Name : PringlePaam < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PringlePaam [ IP : 125.25.76.230 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 / 22:50
# 6 : ความคิดเห็นที่ 5539
ผมเคยดูนาซคาไลน์ ผ่าน Google Earth ด้วยนะครับ ลองเอาเรื่อง Google Earth มาลงในบทความสิคับ เค้าจับภาพแปลกๆจากดาวเทียมได้เยอะ
Name : restisbore [ IP : 183.89.188.126 ]

วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 / 12:44
# 5 : ความคิดเห็นที่ 5537
มนุษย์เรายังมีได้เลย แล้วทำไมดาวดวงอื่นจะมีสิ่งมีชีวิตไม่ได้กันเล่า
PS.  ว่างมั๊กกกกกก!!!
Name : KillerKungE < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KillerKungE [ IP : 125.24.188.174 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 / 11:19
# 4 : ความคิดเห็นที่ 5534
ลองเดาเล่น ๆ มนุษย์โลกอาจจะเคยรุ่งเรืองทางเทคโนโลยีในสมัยก่อนแต่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติทำให้ เอ่อ...ล่มสลายจนทำให้ต้องใช้ชีวิตเหมือนสัตว์ป่า แล้วค่อย ๆ ฟื้นฟูขึ้นมาจนถึงปัจจุบันอีกรอบ

ไม่ก็มีคนย้อนเวลาไป อาจจะพยายามสอนให้คนสมัยก่อนรู้จักเทคโนโลยีละมั้ง
Name : NPG [ IP : 113.53.176.250 ]

วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 / 18:49
# 3 : ความคิดเห็นที่ 5531
อันดับ 9 มันเป็นการสลักพระนามของฟาร์โรซ้ำสามพระองค์แล้วมีการเทียบกับพระนามแต่ละองค์ปรากฎว่าพอดีเลยกับรูปพวกนั้น
อันดับ 7 มีการทำตัวจำลองขึ้นมาปรากฎว่าเป็นกล่องคำนวณทางดาราศาสตร์ที่แม่นยำมาก
Name : dalek_supreme < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ dalek_supreme [ IP : 58.8.185.65 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 / 17:19
# 2 : ความคิดเห็นที่ 5530
โดกุเหมือนตุ๊กตาในโดเรม่อน[เดอะมู่วี่]เลยง่ะ=o=
PS.  แค่ก้าวไปด้วยกันก็เพียงพอแล้ว ^^
Name : xxvongolaxx < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ xxvongolaxx [ IP : 61.7.132.63 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 / 16:47
# 1 : ความคิดเห็นที่ 5527
ทำให้คิดว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง O O

PS.  ●FICKLE●
Name : ɴȯ.ʙeer < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ɴȯ.ʙeer [ IP : 202.137.149.183 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 / 12:47
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android