คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 212 : 10 สุดยอดมนุษย์กินคนสยองโลก


     อัพเดท 13 มี.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,509 Overall : 2,763,091
22,181 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7217 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 212 : 10 สุดยอดมนุษย์กินคนสยองโลก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14816 , โพส : 17 , Rating : 96% / 5 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



“คานิบาลิสม์(Cannibalism)” แปลว่ามนุษย์กินคน ซึ่งที่มาของคำนี้ปรากฏว่ามันมีมาตั้งแต่ประวัติศาสตร์ของมวลมนุษย์ชาติสมัยมนุษย์นีอันเดอร์ธาล ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวยุโรป หรือแม้แต่ทั่วทวีปก็มีคนกินเนื้อคนอยู่

                แม้เรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์กินคนในสมัยโบราณจะเลือนหายไปจากวัฒนธรรมชาวโลกเป็นเวลานานแล้วก็ตาม แต่ทว่าพฤติกรรมกินเนื้อคนกันเองยังคงแอปแฝงอยู่ในจิตใจของฆาตกรโรคจิตทั้งหลาย สาเหตุเกิดจากอะไรนั้นยากที่จะเข้าใจ เป็นเพราะวัฒนธรรมเหรอ? เป็นเพราะความสนุกสนานตื่นเต้น? หรือเป็นเพราะการเอาชีวิตรอด ดั่งตัวอย่าง 10 ฆาตกรที่ผมจะมาเล่าต่อไปนี้ว่าที่พวกเขากินคนเพราะอะไรกันแน่…..

                ปล. เอามาจาก http://listverse.com/2008/12/19/top-10-cases-of-human-cannibalism/ แค่อันดับเหมือนแต่เนื้อหาไม่เหมือน แถมเพิ่มอีก 2 อันดับอีก)

 

 

                อันดับ 12 คณะเดินทางของดอนเนอร์ (Donner Party timeline)

               

                http://en.wikipedia.org/wiki/Donner_Party_timeline

                14 เมษายน ปี 1846 จอร์จ ดอนเนอร์(Donner Party,)นำเพื่อนและครอบครัว(บุตร สตรี และเด็ก) จำนวนกว่า 89 เดินทางข้าเทือกเขาเนวาด้า(หรือ Illinois )เพื่อไปยังคาลิฟอร์เนีย(2,500 ไมล์ (4,023 กิโลเมตร) แต่การเดินทางมีอุปสรรค์อย่างมากเนื่องจากพื้นที่เหล่านั้นมีภาวะอากาศอันแปรปรวน และการเดินทางที่วกวนไปมาไม่เป็นตามที่กำหนดไว้ เสบียงอาหารและข้าวของจำเป็นในการดำรงชีวิตก็หมดลง ผู้คนในคณะก็ลดตายด้วยความหนาวเหน็บและอดอยาก

                ผู้รอดชีวิตครึ่งหนึ่งเริ่มตะหนักถึงอันตรายในสถานการณ์ในครั้งนี้ หากไม่หาทางเอาชีวิตรอดเฉพาะหน้านับลองได้หงษ์ยกแอ......ดังนั้นดอนนอร์หัวหน้าคณะจึงตัดสินใจกินเนื้อของผู้ตายเหล่านั้นเป็นอาหาร(กินดิบๆ นี้แหละ) ยังชีพระหว่างการเดินทางอย่างไร้จุดหมาย เป็นเวลาถึง 6 เดือนเต็ม(เริ่มกินเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 1846 – 1 มีนาคม 1847  ผลปรากฏว่าการเดินทางครั้งนี้มีผู้รอดชีวิต 46 และเมื่อได้รับการช่วยเหลือและได้สารภาพว่าได้กินเนื้อคนเพื่อประทังชีวิต ส่งผลให้พวกเขาถูกกักพื้นที่ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะออกสู่สังคมอีกครั้ง และเหตุการณ์ครั้งนี้ถูกบันทึกเป็นไดอารี่เพื่อระลึกถึงการเดินทางที่ไม่มีมีการวางแผนจนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น

                ปัจจุบันเราสามารถรำลึกเหตุการณ์นี้ได้ที่อนุสาวรีย์ ดอนเนอร์ที่ Springfield, Illinois.

 

                อันดับ 11 สังหารหมู่ที่มาร์ร่า  (Siege of Ma'arrat al-Numan)

               

                บางครั้งสงครามก่อให้เกิดมนุษย์กินคนได้เหมือนกัน……วันที่ 12 ธันวาคม 1098 ในสงครามครูเสด กองทัพของ Raymond de Saint Gilles มาถึงเมืองในมาร์ร่า  Marre (พวกครูเสดเรียกเมืองนี้) หรือเมือง Ma'arat al-Numan (ภาษาอาหรับ)  เป็นเมืองเล็กๆ รักสงบ ผู้คนใจดี แต่ดูเหมือนกองทัพ Raymond ไม่ใจดีด้วย เพราะพวกเขาแต่ละคนกำลังตกสภาพที่หิวโหย บางคนมีอาการขาดอาหารด้วยซ้ำ บวกกับทหารครูเสดบางคนได้มีจิตสำนึกว่าฆ่าคนนอกศาสนาไม่บาป ดังนั้นพวกเขาจึงบุกเข้าเมืองอย่างบ้าคลั่ง ส่งผลให้ ชาวเมืองไปราว 2 หมื่นคนถูกฆ่าอย่างโหด และเมื่อจัดการเสร็จปรากฏว่าในเมืองมีอาหารไม่เพียงพอ ดังนั้นทางแก้ปัญหาคือการกินเนื้อชาวเมืองมาร์ร่าหรือพวกนอกศานาอย่างที่พวกเขาว่านั้นแหละ โดยเรื่องนี้ยังปรากฏในบันทึกของ Radulph แห่ง Caen, ดังนี้

                "........constrained by the lack of food, they boiled pagan adults in cooking-pots, impaled children on spits and devoured them grilled."  แปลก็(แบบชุ่ยๆ) (..... เนื่องจากการขาดแคลนอาหาร กองทัพทหารของเราจึงจับพวกนอกรีต นอกศาสนาต้มทั้งเป็นในหม้อต้มอาหาร พวกเขาเสียบทะลุเด็กและนำพวกเขาไปย่าง)

                ส่วนนี้เป็นของ Fulcher แห่ง Chartres เขียนไว้ว่า"I shudder to tell that many of our people, harassed by the madness of excessive hunger, cut pieces from the buttocks of the Saracens already dead there, which they cooked, but when it was not yet roasted enough by the fire, they devoured it with savage mouth. "แปลก็(แบบชุ่ยๆ) (ฉันสั่นกลัวเพื่อบอกว่ากองทัพของเรา ที่ความบ้าคลั่งเพราะความหิว ต้องตัดแก้มก้นของคนที่ตายแล้ว เพื่อทำอาหาร แต่ไม่ทันที่ปิ้งสุกดี พวกเขาก็กลืนมันเข้าปากอย่างป่าเถื่อน)

 

                อันดับ 10 อัลเฟร็ด แพคเกอร์ (Alferd Packer)

               

                อัลเฟร็ด แพคเกอร์ เป็นนักขุดทองชาวสหรัฐอเมริกา เขาถูกตัดสินกระทำผิดฐานเป็นมนุษย์กินคน จากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 1874 ตอนนั้น อัลเฟร็ด แพคเกอร์  และคณะ 5 คน ได้เดินทางไปเทือกเขาโคโลราโดที่แสนหฤโหดและสภาพอากาศเลวร้าย แต่ว่ากันว่าที่นี้มีแร่ทองคำอยู่มากมายมหาศาล เหมาะอย่างยิ่งจะขุดทองเพื่อรวยทางลัด

                อัลเฟร็ด แพคเกอร์ และคณะเดินทางไปที่นั้น จากนั้นสองเดือนต่อมา เขากลับจากที่นั้นเพียงคนเดียว ทำให้คนอื่นๆ ตั้งคำถามว่า “อีก 5 คนหายไปไหน” อัลเฟรดบอกว่า “ฉันกินพวกเขาเองแหละ” พอดีตอนไปถึงสภาพอากาศเหลวร้ายมากๆ และอาหารเริ่มหมด เลยมีการต่อสู้เพื่อแย่งอาหาร เขาฆ่าคนอื่นเพื่อป้องกันตัวเอง และถูกบังคับให้กินเนื้อคนที่ตายเพื่อรอดชีวิต เรื่องราวของเขาดูไม่เหมือนน่าเชื่อ แต่การตรวจสอบศพแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ  ร่องรอยบนกระดูกเห็นได้ชัดว่าสี่คนถูกตีจนตายด้วยด้านขวานและมีร่อยรอยการใช้มีดแล่เนื้อออกอย่างระมัดระวัง เขาถูกจำคุกเป็นเวลาสั้นๆ และถูกปล่อยตัวออกมา และปัจจุบันมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์อัลเฟร็ด แพคเกอร์ เพื่อระลึกถึงโศกนาฏกรรมของเหตุการณ์ในครั้งนั้น

 

                อันดับ 9 อัลเบิร์ต ฟิช  (Albert Fish) 1870 – 1936

               

                ในปี 28 พฤษภาคม 1928 ที่อพาร์เมนต์ของครอบครัวบัดด์ในกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา มีชายชราแต่งตัวดีคนหนึ่งแนะนำตนว่าเป็นเจ้าของฟาร์ใหญ่ที่ลองไอส์แลนด์ และสนใจอยากจะหาลูกมือสักคนมาช่วยงานเขา ครอบครัวบัดด์เชื่อใจคนแก่คนนั้นจนกระทั้งวันหนึ่งพวกเขาได้ให้ลูกสาวเกรซ บัดด์อายุ 10 ขวบ ไปกับชายชราที่อ้างว่าจะเธอไปงานเลี้นงหลานสาวของเขาด้วย

                โดยหารู้ไม่ว่านี้คือครั้งสุดท้ายที่ครอบครัวบัดดด์เห็นลูกสาวตอนยังมีชีวิตอยู่  เพราะเด็กน้อยหายตัวไป และตอนนี้เธอก็ถูกฆ่าและถูกนำไปทำอาหารอยู่ในท้องของชายชราคนนั้นเรียบร้อยแล้ว.....

                ชายชราคนนั้นก็คือ อัลเบิร์ท ฟิช เป็นฆาตกรต่อเนื่อง เขาถูกจับในเวลาต่อมาเมื่อเขาส่งจดหมายให้ครอบครัวบัดด์โดยบอกว่า “เขากินลูกสาวของพวกเขาแล้ว มันอร่อยมากๆ” นอกจากนี้เขายังสารภาพอีกด้วยว่าเขาเคยย้ายบ้านมาแล้วกว่า 23 รัฐ และในแต่ละรัฐได้ก่อคดีฆาตกรรมไว้อย่างน้อยรัฐละ 1 ครั้ง เหยื่อของเขาเป็นเด็กชายหญิงซึ่งจากปี 1910 ถึง 1934 เขาได้สังหารไปกว่า 400 คนเลยทีเดียว แต่กระนั้นก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าอัลเบิร์ทพูดจริงแค่ไหน เขาถูกประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าเมื่อวันที่ 16 มกราคม 1936

                รายละเอียด http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=205702&chapter=269

 

                อันดับ 8  กลุ่มอาร์ยูเอฟ (Revolutionary United Front) 

               

                ใครเคยดูภาพยนต์เรื่อง Blood Daimond คงทราบถึงความโหดร้ายของ กลุ่ม Revolutionary United Front (RUF) เป็นอย่างดี กลุ่ม อาร์ยูเอฟ (RUF Revolutionary United Fronts) เป็นกลุ่มกองกำลังปฏิวัติในเซียร์ราลีโอนก่อตั้งโดยโฟเดย์ แซนโกห์ เป็นนักรบเก่าในกองทัพโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะแย่งชิงความมั่งคั่งคืนจากชาวยุโรปที่เข้ามากอบโกย(แต่อาวุธซื้อมาจากพวกยุโรป ต๊าย....เจริญพ่อคุณ.........) และคว่ำรัฐบาลคอรัปชั่นของประเทศตัวเอง นั้นเป็นจุดเริ่มต้นการเกิดสงครามการเมืองสุดมหาโหด เพราะส่วนใหญ่วีกรรมของกลุ่มนี้ก็ดีๆ ทั้งนั้น เพราะจะฆ่าชาวบ้านตาดำๆ ผู้บริสุทธิ์นับไม่ถ้วน วันดีคือดีพวกมันจะรบแบบกองโจร บุกเข้ามาในเมือง หรือไม่ก็หมู่บ้านคนธรรมดา แล้วให้เด็กใช้ปืนยิงชาวบ้าน แบบปูพรม.....เพื่อสังหารทหารรัฐบาลดะ ทำลาย ฆ่าชาวบ้าน ปล้น จี้ ข่มขืน ฆ่าผู้ใหญ่ต่อหน้าเด็ก รวมทั้งเอาเด็กอายุ 6 ขวบ (ขึ้นไป) เอาไปเป็นกองทัพสัตว์นรกหากใครไม่เข้าพวกยิงทิ้งทันที หรือไม่ก็ตัดแขนตัดมือ ส่วนผู้หญิงจะนำไปเป็นบำเรอกามเพื่อการข่มขื่นซ้ำซ้อนอย่างทารุณ(ผู้หญิง 75 เปอร์เซ็นต์ในประเทศ มีประวัติถูกข่มขื่น) นอกจากนี้ยังมีการกินเนื้อคนในหมู่บ้านอีก...เนื่องจากเป็นความเชื่อของกลุ่มว่ากินเนื้อศัตรูจะทำให้แข็งแกร่งขึ้นและเป็นเครื่องที่สร้างความหวาดกลัวต่อผู้คนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 

                อันดับ 7 อิสเซ ซากาวะ  (Issei Sagawa) 1949-??

               

                “ผมไม่ได้อยากจะฆ่า ผมเพียงแต่อยากจะกินเธอเท่านั้นเอง"

                ข้างต้นนี่คือประโยคที่อิสเซ ซากาวะ  พูดไว้หลังถูกจับกุมคดีฆาตกรรมเพื่อนหญิงสาวและนำเนื้อมาทำอาหาร

                ติดอันดับอีกแล้ว พ่อยุ่นคนนี้ ฆ่าคนแค่คนเดียวแต่พี่แกดังไปทั่วโลกเลยนะเนี้ย ได้อันดับ 1 ฆาตกรที่กฎหมายเอาผิดไม่ได้ แล้วยังติดสุดยอดคนกินคนอีก อย่างนี้ออกสายโชว์ตัวดีกว่ามั้งพ่อคนดัง

                อิสเซ ซากาวะ  ขณะที่ก่อเหตุนั้นเขาอายุ 16 ปี เขาเป็นเด็กทุนได้เรียนที่ปารีส ที่มีความฝันว่าเขาอยากจะกินคนสักครั้งในชีวิต และวันนั้นก็มาถึงเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 1981 (วันเกิดครบ 32 ปีของเขา)ซาคาว่าเชิญเรนี ฮาร์เทเวลท์นักศึกษาชาวดัชต์มาที่ห้องพักของเขาโดยอ้างว่าต้องการจ้างเธอมาอ่านบทกวีภาษาเยอรมันให้ฟัง และเมื่อเธอมาถึงและเมื่อเธอหันหลัง เขาก็ใช้ปืนยิงที่ศีรษะของเรนี จนเสียชีวิต จากนั้นก็ข่มขื่นและแล่เนื้อเธอออกเอามาทำอาหารและกิน ใช้เวลา 2 วันเพื่อทดลองว่าเนื้อของคนในส่วนไหนอร่อย เขาปรุงรสด้วยเกลือ พริกป่นและพริกไทย เขาถูกจับได้ในเวลาต่อมาหลังจากเอาศพเรนี ไปทิ้ง เขาตัดสินว่ามีความบกพร่องทางจิตจนไม่สามารถรับผิดชอบคดีได้ เขาถูกตัดสินให้ต้องเข้ารับการบำบัดทางจิตจนตลอดชีวิต จะอย่างไรก็ดี ซาคาว่าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอังรีโครันเป็นเวลา 14 เดือนก่อนจะถูกส่งตัวกลับญี่ปุ่น ที่โตเกียวนั้น พ่อของเขาก็วิ่งเต้นจนเขาออกมาสู่สังคมภายนอกในที่สุด

                ปัจจุบัน อิสเซ ซากาวะ  ใช้ชีวิตอยู่อย่างเป็นอิสระเท่าที่ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งจะสามารถมีได้ เขาออกหนังสือหลายเล่มและเคยได้รับเชิญไปออกรายการโทรทัศน์ในฐานะแขกกิตติมศักดิ์หลายครั้ง

                รายละเอียด http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=205702&chapter=75

 

                อันดับ 6 อันเดร ชิกาทิโล  ( Andrei Chikatilo) 1936 – 1994

               

                อันเดร ชิกาทิโล เป็นฆาตกรต่อเนื่องฆาตกรที่โหดร้ายที่สุดของรัสเซีย ที่สังหารเด็กและผู้หญิงกว่า 50 คน ใน รอสตอฟ (โซเวียตเก่า) เขาก่อนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องตั้งแต่ ปี 1978-1990  เขาเป็นชายไร้สมรรถภาพทางเพศ แต่เขาไปถึงจุดสุดยอดได้เมื่ออีกฝ่ายขัดขืน หรือหวาดกลัว ดังนั้นเวลาจะทำการฆาตกรรมทุกครั้งเขามักจะเล่นกับศพเหยื่อเพื่อให้ถึงจุดสุดยอดทุกครั้ง ไม่ว่าจะแทงศพเหยื่อด้วยมีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า  บ้างก็ถูกควักลูกตา หลายศพถูกเฉือนอวัยวะภายในและอวัยวะเพศไปเพื่อกิน บางครั้งก็นำกลับไปประกอบอาหารที่บ้าน และบางครั้งที่กินสดๆเลยก็มี อันเดร ชิกาทิโล ถูกปล่อยให้ลอยนวลอยู่ถึง 12 ปี  จนกระทั่ง 20 พฤศจิกายน 1990 จิกาทีโล่ก็จับกุมในที่สุด 14 เมษายน 1992 อันเดร ชิกาทิโล ก็ขึ้นศาล แต่เขาไม่สนเรื่องการพิจาณาคดีในศาลเลย เขาเอาหนังสือโป๊มาอ่านระหว่างการขึ้นศาล เดี๋ยวก็ร้องเพลงชาติรัสเซีย เดี๋ยวก็ร้องเรียนให้จัดหาล่ามภาษายูเครน แล้วอยู่ๆก็กระโดดขึ้นมาถอดกางเกงของตนพร้อมกับร้องท้าทายผู้เข้าฟังคดี ซึ่งการกระทำเหล่านี้สร้างความโกรธแค้นให้กับญาติของผู้เคราะห์ร้ายเป็นอย่างมาก ทำให้ศาลต้องเอาตัว อันเดร ชิกาทิโล โล่ไปขังกรุง เพื่อป้องกันการถูกรุมประชาทัณฑ์

                แล้วในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1994 อันเดร ชิกาทิโล ถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้ารวมอายุเมื่อเสียชีวิต 57 ปี

                รายละเอียด http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=205702&chapter=140

 

                อันดับ 5 Mauerova Family

               

                ครอบครัว Mauerova เป็นครอบครัวสมาชิกบูชาลัทธิกินเนื้อคนจากสาธารณรัฐเชค พวกเขาออกอาละวาดฆ่าคนเพื่อกินคน(เน้นเด็กและทารก)ในระยะเวลา 8 เดือน นอกจากนี้ยังมีการถ่ายวีดีโอศพเด็กที่เต็มไปด้วยเลือดอยู่ในตู้เย็นอย่างน่าสยดสยอง โดยมีแม่เป็นพวกหน้ากลุ่ม สมาชิกทั้งหมด 6 สมาชิกประกอบไปด้วยแม่ Klara Mauerova อายุ 34  ปี Skrlova Barbaracและพี่ชาย  และยังนมีเด็กสองคนคือ Ondrej Mauerova อายุ 8 ปี และ Jakub Mauer อายุ 10 ปี ทุกคนถูกจับเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2007 ทั้งหมดถูกตัดสินจริง(ในเว็บไซต์มีการโหวดว่าพวกเขาทุกคนโดนประหารแล้วตกนรกหรือเปล่าผลปรากฏว่า 97 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าสมควร)

 

                อันดับ 4 อาร์มิน เมเวส  (Armin Meiwes) 1961-??

               

                อาร์มิน เมเวส  ช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์ชาวเยอรมันวัย 42 ซึ่งได้รับฉายาว่ามนุษย์กินคนแห่งโรเธนบวร์ก เยอรมัน ถูกศาลตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต แต่รายนี้มาแปลกเพราะเหยื่อเป็นคนยินยอมให้ฆ่าและกินตัวเองได้

                เรื่องราวจากในคดีจริงนั้น อาร์มิน เมเวส  ได้ใช้มุมมืดของไซเบอร์สเปสเป็นที่หาเหยื่อประมาณว่าทิ้งข้อความว่า “ต้องการหาเหยื่อเหยื่อ" ที่เป็นชายมีอายุระหว่าง 18-25 ปี ให้มาพบแล้วจะกินเป็นอาหาร สนใจติดต่อมาที่ XXX) จนกระทั้งได้พบกับเหยื่อของเขาคือเบิร์นด์ เจอร์เกน แบรนเดส (Bernd-Juergen Brandes ) ชายวัย 43 ปีซึ่งมีอาชีพเป็นผู้จัดการฝ่าย IT ในบริษัทแห่งหนึ่ง หลังจากที่ได้ตอบรับคำโฆษณาของเขาที่ฝากทิ้งไว้ในอินเทอร์เน็ต โดยผ่านทางการพบปะบนอินเตอร์เน็ตเมื่อปี 2001 แบรนเดส พูดว่าเขากำลังมองหาคนที่สามารถช่วยทำลายร่างกายของเขาให้สิ้นซากโดยที่ไม่ ทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้ ซึ่ง อาร์มิน เมเวส  ตอบสนองโดยการใช้มีดแทงลำคอของเขา แขวนเขาเอาไว้บนตะขอแขวนเนื้อ หั่นศพของเขาออกเป็นชิ้นๆ และนำเนื้อบางส่วนมากิน ภายหลังศาลตัดสินให้เขาต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ถึงแม้ว่าเขาจะอ้างว่า แบรนเดส เป็นคนที่ขอให้เขากินเนื้อของตัวเองก็ตาม คดีของอาร์มิน เมเวส  ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และกระแสความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยถูกนำมาเขียนเอาไว้ในหนังสือหลายเล่ม นอกจากนี้ยังนำมาทำเป็นภาพยนตร์และแต่งเพลงอีกด้วย  

                รายละเอียด http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=205702&chapter=263



                อันดับ 3 เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ (Jeffrey Dahmer)   1960-1994

               

                22 กรกฎาคม 1991 เวลา 23.30น.รัฐวิสคอนซิน เมืองมิลวอกี้ อเมริกา ขณะที่นายตำรวจสายตรวจ  2 คนกำลังลาดตระเวณอยู่บริเวณดาวน์ทาวน์ มีชายผิวดำซึ่งใส่กุญแจมือไว้ยังมือข้างซ้ายวิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือ เมื่อตำรวจตามชายดังกล่าวไปยังออกซ์ฟอร์ดอพาร์ทเมนท์ ห้อง 213 ก็พบกับชายหนุ่มผิวขาวผมบรอนด์เปิดประตูออกมารับด้วยท่าทีสงบเงียบใจเย็น

                เขาแนะนำตัวว่าชื่อ เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์

                จากนั้นตำรวจก็รู้สึกว่ามีกลิ่นเหม็นแปลก ๆ และพวกเขาก็พบที่มาของกลิ่นเหม็น.....หัวคนในตู้เย็น มีหัวคน 4 หัวกับชิ้นเนื้อและเครื่องในมนุษย์ที่ถูกแพ๊คไว้ในถุงพลาสติก ชั้นบนของที่วางของมีกระโหลกมนุษย์ 3 หัวเก็บอยู่ ส่วนชั้นล่างวางกระดูกชิ้นส่วนอื่นๆ ในกล่องกระดาษมีกระโหลกอีก 2 หัวและอัลบั้มภาพถ่ายอันสุดจะบรรยาย หม้อบนเตากำลังต้มส่วนศีรษะมนุษย์ 2 หัวซึ่งกำลังเปื่อยได้ที่ บนพื้นมีเศษผิวหนังกับนิ้วมือตกอยู่และในถังสีฟ้าซึ่งวางไว้ที่โถงประตู ภายในคือส่วนร่างกายมนุษย์ 3 คนซึ่งถูกทำให้ละลายด้วยกรดเกลือ

                จากการตรวจสอบรูปถ่าย ตำรวจพบภาพสยองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพที่ถ่ายเป็นร่างของเหยื่อจะถูกตัดออกเป็นชิ้นเป็นท่อนเล็กท่อนน้อย ใส่ลงในอ่างน้ำ ผสม ทา ราดด้วยน้ำกรดและน้ำยาเคมี เนื้อถูกย่อยสลายส่งกลิ่นร้ายกาจเช่นเดียวกับกระดูกที่ถูกกัดจนเป็นสีดำกลิ่นน่าคลื่นไส้ และยังมีของสะสมต่างๆ เป็นกะโหลกที่ถูกทาสีเทาและองคชาติที่ตัดออกมาจากศพที่ดองเก็บไว้ในขวดแก้วบรรจุยาฟอร์มัลดีไฮด์ ส่วนหัวที่ตัดออกเขาเอาไปต้มหม้อจนเปื่อยยุ่ย จากนั้นลอกเนื้อหนังให้เหลือแต่กะโหลกแล้วทำความสะอาดให้สวยงามเหมือนของเล่นพลาสติก

                เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ถูกจับกุม และถูกตัดสินในข้อหาสังหารคนไป 17 ราย แต่เนื่องจากรัฐวิสคอนซินได้ยกเลิกโทษประหารไปแล้ว เจฟฟรีย์จึงถูกตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิต และในวันที่ 28 พฤศจิกายน 1994 ก็ถูกนักโทษคนอื่นทุบด้วยท่อนเหล็กจนตายขณะรับเวรทำความสะอาด

                รายละเอียด http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=205702&chapter=77

 

                อันดับ 2 เผ่าคาริบ(Carib West Indian Tribes)

                
                เผ่ากินคนนี้แหละครับที่เป็นต้นกำเนิดของคำว่า คานิบาลิสม์(Cannibalism) เป็นชนเผ่าที่คณะนักสำรวจคริสโตเฟอร์ โคลัมปัสและคณะไปพบเขาที่หมู่เกาะเวสท์ อินดิส ที่นั้นเขาได้พบชาวพื้นเมืองคาริบ ซึ่งเป็นเผ่ากินคนกินเป็นอาหาร

                ทว่าคริสโตเฟอร์แกเป็นสเปนนะครับเขาสะกดชื่อชาวพื้นเมืองนี้ผิดจากคำว่า “คาริบ” กลับเขียนเป็น “คานิบส์” จากนั้นก็เพี้ยนมาเป็นคำว่า “คานิบาเลส” อันมีความหมายว่าดุร้ายกระหายเลือด และชาวอังกฤษก็เปลี่ยนคำนี้มาเป็น “คานิบาลิสม์” ในที่สุด ซึ่งความหมายจริงๆ ของมันนคือมนุษย์ที่ทำร้ายมนุษย์ด้วยกันเองอย่างโหดเหี้ยมทารุณวิปริตผิดแผกไปจากมนุษย์โดยทั่วไป

                กลับมาที่เผ่าคาริบ เป็นเผ่าชาวอินเดียน เผ่านี้อยู่ในเกรนาดาเป็นเกาะภูเขาไฟเล็ก ๆ ในทะเลแคริบเบียน ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของตรินิแดดและโตเบโก และเวเนซุเอลา และอยู่ทางทิศใต้ของเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ชาวอินเดียน เผ่าคาริบมีประเพณีกินเนื้อคน เวลาจับเชลยได้ ชาวอินเดียนเผ่านี้ก็จะใช้ไฟจี้ตามตัวจนเป็นแผลพุพองแล้วเอาพริกทา และเมื่อเชลยเสียชีวิตลงเนื้อของเชลยก็จะถูกแล่เอาไปปรุงด้วยพริกเป็นอาหาร

                แม้จะยังไม่มีหลักฐานปรากฏเป็นที่แน่ชัดว่า การกระทำเช่นนี้มีจริงหรือเปล่า นักวิชาการบางคนกล่าวว่า เรื่องราวการกินเนื้อมนุษย์โดยชาวเผ่าคาริบ อาจเป็นเรื่องที่ถูกกุขึ้นโดยนักล่าอาณานิคม เพื่อใช้เป็นข้ออ้างถึงความจำเป็นที่ต้องทำให้คนป่าทั้งหลาย ได้พัฒนาตนเองให้มีอารยธรรมเหมือนซีกโลกที่เจริญแล้ว

 

                อันดับ 1 นักรักบี้ผู้หิวโหย (Stekka Maris College Rugby Team)

               

                วันที่ 12 ตุลาคม 1972 นักเล่นลักบี้ทีม"โอลด์คริสเตียนส์"ของมหาวิทยาลัยสเตลล่ามาริสกับเพื่อนสนิทและครอบครัว(อีกหลายคนเป็นผู้โดยสารทั่วไปที่กำลังเดินทางไปเยี่ยมญาติ ลูกเรือ 3 คนและนักบินอีกสองนาย) พากับบินจากอูรุกวัยไปยังชิลีโดยเครื่องบินสายอุรุกวัย แฟร์ไชด์ FH-227D(Uruguayan Air Force Flight 571)  ขณะที่แฟร์ไชด์กำลังบินอยู่เหนือเทือกเขาแอนเดส พวกเขาประสบกับสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนักจน เครื่องบินโดยสารประสบอุบัติเหตุตกลงไปเทือกเขาแอนดิสที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ

                มีผู้ถึงแก่ความตายทันที 13 ศพจากผู้โดยสารทั้งหมด 45 คน อีกหลายสัปดาห์ต่อมามีผู้บาดเจ็บจากเครื่องบินตกตายไปอีกหลายศพ ส่วนคนที่รอดหมดหนทางที่จะติดต่อจากโลกภายนอกได้ หิมะในบริเวณที่เครื่องตกนั้นมีความหนาถึง 15 เมตร ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร และไม่มีเครื่องมือรักษาพยาบาลหรือยาที่เพียงพอ ผู้ใหญ่ ประทังชีวิตด้วยช็อคโกแล็ตที่มีจำนวนจำกัดและน้ำที่ได้จากการละลายหิมะ เมื่อมีคนตาย พวกเขาก็ได้แต่ขนศพออกไปข้างนอกและฝังไว้ใต้กองหิมะ

                วันที่ 9 นับจากเครื่องตก ความหิวโหยทำให้พวกเขาอ่อนแอลงจนอยู่ในขั้นอันตราย นักลักบี้คนหนึ่งได้เสนอให้กินศพเพื่อให้อยู่รอด มีหลายคนทำตาม หลายคนนำเนื้อมาย่างบนแผ่นฟอยล์  หลายคนกินดิบเพื่อให้ได้สารอาหาร และผู้ที่ไม่ยอมกินก็อดตายทีละคนสองคน สุดท้าย 72 วันนับจากเครื่องบินตกมี ผู้รอดชีวิตจำนวน 16 รายก็ได้รับการช่วยเหลือและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในซานดิเอโก้ในทันที และพวกเขาก็สารภาพสิ่งที่ได้กระทำลงไป (พวกเขาสารภาพกับคณะแพทย์และบาทหลวงไปเรียบร้อยแล้ว)

                18 มกราคม 1973 กองทัพอากาศอุรุกวัยได้ส่งคนไปยังจุดที่เครื่องบินตกและรวบรวมศพผู้เสียชีวิตมาทำการฝังในที่นั้น พวกเขาตั้งกางเขนไว้เหนือหลุมศพแล้วจุดไฟเผาซากเครื่องบินที่เหลืออยู่

+ +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 212 : 10 สุดยอดมนุษย์กินคนสยองโลก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14816 , โพส : 17 , Rating : 96% / 5 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 17 : ความคิดเห็นที่ 19459
เอ่อ...อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ในความคิดตัวนะคะ ถ้าถามว่าเนื้อบนโลกอะไรอร่อยสุด มีประโยชน์มากที่สุด คิดว่าน่าจะเป็นมนุษย์นี่แหละ เหอะๆ เพราะว่ามนุษย์กินทั้งเนื้อสัตว์ กินทั้งพืช ในร่างกายย่อมมีสารอาหารครบถ้วน ใช่มั้ยคะ ส่วนเรื่องความอร่อย ก็คงเป็นเพราะในร่างกายเรามีน้ำตาลด้วย (รึเปล่าหว่า????)
ขอย้ำ ความคิดเห็นส่วนตัวค่ะ ฮี่ๆ 
Name : ruready < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ruready [ IP : 180.183.27.188 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2557 / 19:33
# 16 : ความคิดเห็นที่ 14640
อันดับ3 ตายเพราะโดนเพื่อนนักโทษเอาท่อนเหล็กทุบหัว สงสัยพวกนักโทษกลัวโดนมันแ ดกด้วยมั้ง 55
อยากจะเอารองเท้าเฟี้ยงใส่หน้าอันดับ6 แม งกวนสังตี น
Name : ทู่ๆจัง [ IP : 123.136.106.46 ]

วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:50
# 15 : ความคิดเห็นที่ 13410
 - -อยากกินดีนะ กินตัวเองเลยดีกว่า= =
PS.  - -
Name : Angel Evil < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Angel Evil [ IP : 183.89.70.252 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ตุลาคม 2554 / 10:32
# 14 : ความคิดเห็นที่ 12442
อันดับ2 เนี่ย จริงๆแล้วเผ่าิกินคนมีอยู่จริงครับและก็พวกเขาก็ชอบและพอใจในสิ่งที่เขาเป็น แต่ได้ยินมาว่าพวกตะวันตก น่ากลัวกว่าเล่นใช้เชื้อโรคกับเผ่าของเขาเล่นซ่ะจนตายไปแทบหมด
เช่นเอาผ้าหนาๆ (เห็นว่ามันเป็นเชื้อโรคที่พวกออกทะเลเขาเป็นกัน)มาให้ใส่ แกล้วทำเป็นว่ามาดีกับเขาโดยเอาเหล้าไปให้ และแอบใส่วางยาลงอาหาร
เอาืปืนใล่ยิง เอามีดหั่นหัวชาวเผ่าจนหัวขาด ไปหลายครั้ง และทำเป็นว่ามาร่วมมือกับเผ่าอื่น (ที่เขามาทำดีด้วย แต่ก็จบลงที่ถูกจับขายไปเป็นทาส)แน่นอนว่าแรกๆเผ่าอื่นเขาก็ต้องการกำจัดกันเองอยู่แล้ว พวกตะวันตกมั้งเอาเปลียน (ตลอดล่ะเอ้ง)ในตอนที่ไม่มีใครอยู่ในเผ่า แน่นอนครับอาวุธอะไรจะสู้ปืนได้ โดยเฉพาะถ้ามันตั้งท่าเตรียมยิงเป็นแถวแล้ว จะโคตระสัตว์ประหลาดก็ไม่เหลือครับ

Name : กระปุก [ IP : 183.88.95.239 ]

วันที่: 6 สิงหาคม 2554 / 22:15
# 13 : ความคิดเห็นที่ 10324
 ไม่มีซีอุยหรอ???
PS.  อยากรู้จักคนเยอะๆ แวะมาอ่านนิยายเรากันบ้างน้า
Name : Pozaidon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pozaidon [ IP : 101.108.19.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มีนาคม 2554 / 19:55
# 12 : ความคิดเห็นที่ 9863
ไม่ไหวจริงๆ ดีนะไม่มีประเทศไทย
Name : Oo๐เด็กกริฟฟินดอร์๐oO < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Oo๐เด็กกริฟฟินดอร์๐oO [ IP : 110.49.73.62 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มีนาคม 2554 / 17:25
# 11 : ความคิดเห็นที่ 6969
เนื้อคนนะย่ะ - -
มีขี้ไคล เหงื่อ ความเค็ม
กินเค้าไปได้ไง นึกว่าเนื้อเสต็กหรือไง
PS.  ทุกสิ่งlริ่มที่ตัวlรา.. llม้llต่ความรัก... ก้olช่นกัน everything begins that ourselves , even the love , as a result , also .
Name : YAMSANG!! < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ YAMSANG!! [ IP : 183.89.9.192 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 กันยายน 2553 / 19:39
# 10 : ความคิดเห็นที่ 6236

ไปกินคนอื่นทำไม ไม่กินตัวเองล่ะ


PS.  รักเนจิมากขึ้นทุกวัน คนอะไรยิ่งโตยิ่งหล่อ+เท่+น่ารัก Perfect เลย
Name : [PN]ohanmina_Neji[PN] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [PN]ohanmina_Neji[PN] [ IP : 118.173.69.226 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 สิงหาคม 2553 / 10:00
# 9 : ความคิดเห็นที่ 5899
 อันดับ 1 นี่เหมือนเคยเห็นหนังนะครับ ไม่รู้เหตุการณ์เดียวกันเปล่า =____=
Name : ~::X<Anti-Nibiru>X::~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~::X<Anti-Nibiru>X::~ [ IP : 124.120.83.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 กรกฎาคม 2553 / 14:45
# 8 : ความคิดเห็นที่ 5694
แสดงว่าก่อนที่มันจะกินคนมันจะต้องลองเลียเลือดตัวเอง
พอเลียเเล้วมันอร่อยมันก็ไปกินคนอื่น
PS.  โลกต้องสูญสิ้นถ้ายังมีการทำลาย
Name : 車県 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 車県 [ IP : 114.128.6.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 / 22:26
# 7 : ความคิดเห็นที่ 5573
เอ๊ะ ไม่มีซีอุยเเหะ
PS.  Don't wanna change myself for other people who comes :) 
Name : Alice.SunnyHiraNon* < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Alice.SunnyHiraNon* [ IP : 183.89.155.19 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 / 11:27
# 6 : ความคิดเห็นที่ 5443
เอ่อ... จะอ้วก T_T โหดร้ายอ่ะ

แต่สำหรับบางคนก็เพื่อความอยู่รอด

กินคนที่ตายแล้วก็ไม่น่าผิดนะ ถือว่าร่างกายได้ทำประโยชน์สูงสุด

คนตายอาจภูมิใจก็ได้ (สำหรับคนที่ตายเองอ่ะนะ)

แต่ฆ่าเพื่อกินนี่ ... ไม่ไหวจริง ๆ
Name : คุณหนูขี้สงสัย [ IP : 203.144.164.1 ]

วันที่: 28 มิถุนายน 2553 / 18:46
# 5 : ความคิดเห็นที่ 5441

บางอย่างก็จัด กินเพราะอร่อย แต่อย่างอันดับหนึ่งนี่ ไม่มำก็ตายเน้อ
 


PS.  ไม่หล่อ แต่จี้เส้น
Name : แดจือฮวอน < My.iD > [ IP : 180.183.250.116 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มิถุนายน 2553 / 20:22
# 4 : ความคิดเห็นที่ 5432
แค่ตายก่อนหน้าโดยตัวไม่ได้ฆ่าแล้วxxยังพอรับได้(นิดๆ)= = แต่จงใจฆ่าแล้วxxนี่สิ ทำไปได้ยังไงTT_____TT
PS.  If I Sleep Just To Dream Of You.
Name : Rena < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Rena [ IP : 125.27.49.24 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2553 / 23:02
# 3 : ความคิดเห็นที่ 5409
แค่อ่านก้อ เลี่ยนแล้ว T T
PS.  ว่างมั๊กกกกกก!!!
Name : KillerKungE < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KillerKungE [ IP : 125.24.236.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มิถุนายน 2553 / 02:21
# 2 : ความคิดเห็นที่ 5393
โอย ให้กินคนอย่างนี้แย่แน่ ถ้าเป็นเราคงไม่กล้าทีเดียวเชียวล่ะ
PS.  Good Luck Every Body
Name : Kiss of Ghost < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kiss of Ghost [ IP : 110.169.33.244 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มิถุนายน 2553 / 20:42
# 1 : ความคิดเห็นที่ 5387

TOT~ ทำไมทำโหดร้ายขนาดนี้!!!
ปล.ตอนแรกนึกว่าซีอุยติดด้วย แต่ไม่มีก็งงเหมือนกันเพราะเคยอ่านเจอว่าซีอุยไม่ใช่คนทำ


PS.  ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ใช่คนดี และคนที่ใช่สำหรับฉันไม่ต้องการคนที่ดีพอ แต่ขอแค่เป็นคนที่พอดีแค่นั้นก็พอ
Name : The thief < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ The thief [ IP : 125.24.133.18 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มิถุนายน 2553 / 18:48
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android