คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 180 : 8 การฆาตกรรมในชื่อของศาสนา


     อัพเดท 17 ธ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,182 Overall : 2,762,764
22,181 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7217 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 180 : 8 การฆาตกรรมในชื่อของศาสนา , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13526 , โพส : 30 , Rating : 100% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ศาสนากลายเป็นเครื่องมือข้ออ้างในการขับเคลื่อน เพื่อเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่นประท้วง, ลัทธิ บางครั้งเหตุการณ์การลุกลามจนกลายเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ บางคนใช้ศาสนาเป็นข้ออ้างในการฆ่าอื่นๆ และนี้คือแปดรายการ

 

อันดับ 8 Buddhist Burma

 

ประเทศพม่า เป็นประเทศที่รวมคนหลากหลายเชื้อชาติ จำนวน 67เชื้อชาติ มีภาษาหลักและภาษาท้องถิ่นมากถึง 242ภาษา แต่กระนั้นศาสนาที่นิยมนับถือที่สุดคือ ศาสนาพุทธ วิถีชีวิตชาวพุทธในประเทศพม่า ผูกพันอย่างแน่นแฟ้น มีวัฒนธรรมชาวพุทธที่เข้มแข็ง จนทำให้ประเทศพม่าได้ชื่อว่า เป็นประเทศที่มีพุทธศาสนิกชนเคร่งครัด ในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากที่สุดของโลก

หากพูดถึงพม่าเรื่องราวที่โหดร้ายที่สุดในอดีตคงจะไม่เกินไปกว่า การบูชายัญเสียสละมนุษย์ในการสร้างเสาหลักเมือง ซึ่งเกิดขึ้นในพม่า การบูชายัญที่มีรายงานให้ทั่วโลกได้รู้คือ ในปี 1850 ที่สร้างมัณฑะเลย์ (Mandalay) นำชาย หญิง และเด็กจำนวน 52 ชีวิต  แต่ละคนจะถูกนำไปมัดในก้นหลุมที่เตรียมไว้ พอได้ฤกษ์ก็ทุ่มด้วยหินให้ตาย เอาดินกลบ หลังจากนั้นก็เอาโอ่งที่เตรียมไว้มาวางลงไปอย่างดี พร้อมกับทำพิธีเอาเสาเอกลงหลุมให้เหมือนกับว่าไม่มีการเอาคนลงฝังไว้ล่วงหน้านิดนึง พอตายวิญญาณผีตายโหงเหล่านี้จะถูกสะกดไม่ให้ไปผุดไปเกิด กลายเป็นผียามเฝ้าสถานที่วนที่สุด

อันดับ 7 Thuggee Murders

 

Thuggee มาจากภาษาสันสกฤตแปลว่า ขี้โกง, หลอกลวง, ทุจริต, ตัวโกง ในประเทศอินเดียต้นศตวรรษที่ 13 มีกลุ่มผู้นับถือศาสนาฮินดูแยกตัวออกไปมาปฎิบัติพิธีกรรมสรรหาคิดค้นกันขึ้นมาเอง แล้วตั้งชื่อกลุ่มว่า "ธัค"( Thuggee) หรือเป็นที่รู้จักกันดีในภาษาฮินดูว่า "ฟานซิการ์"(หมายถึงบ่วงรัดคอ เพราะพวกนี้ชื่อชอบที่จะรัดคอเหยื่อด้วยผ้าผืนยาวที่สมาชิกแต่ละคนจะถูกไว้รอบเอว โดยพวกที่มันฆ่าส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยว, นักเดินทาง โดยเฉพาะกองคาราวานจะชอบเป็นพิเศษ

พวกลัทธินี้นับถือบุชาเจ้าแม่กาลี (เทพเจ้าแห่งการทำลายล้างของชาวฮินดู เป็นปางหนึ่งของพระอุมาเทวี มีกายสีดำสนิท มีลักษณะดุร้าย มี 10พระกร ถืออาวุธร้ายอยู่ในพระกรทั้งสิบนั้น แลบลิ้นยาวถึงทรวงอก ที่ริมฝีปากมีเลือดไหลหยดเป็นทางยาว เครื่องประดับเป็นหัวกระโหลก มีงูใหญ่ร้อยคาดองค์ดั่งสังวาล การบูชาพระแม่กาลี ต้องใช้เลือดบริสุทธิ์ ในอดีตมีการใช้หญิงพรหมจารีย์ไปบูชายัญด้วยเลือดจากลำคอ แต่เมื่ออังกฤษเข้าปกครองอินเดีย ได้สั่งห้ามการฆ่าคนเพื่อบูชายัญ ปัจจุบันนี้การบูชาพระแม่กาลีใช้เลือดแพะแทน)

นอกจากจะฆ่าคนแล้วพวกลัทธินี้ก็ยังมีพิธีกรรมทรมานตัวเอง ซึ่งผู้ศรัทธาจะถูกโบยตีและทำทารุณอย่างโหดร้ายโดยเหล่านักบวชในลัทธิ หรือไม่ก็ถูกเกี่ยวด้วยตะขอขนาดใหญ่เขาไปในเนื้อสดๆ ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มจะแสดงความปลื้มปิติยินดีเป็นล้นพ้นและเปล่งเสียงออกมาพร้อมๆ กันว่า

                "ชัยชนะแก่พระแม่กาลี"

พวกธัคออกอาละวาดสังหารเหยื่อตามวิธีการของลัทธิอำมหิตมายาวนานถึง 600 ปี ก่อนที่จะถูกปราบปรามโดยกองกำลังทหารอังกฤษ ซึ่งระบุว่ามีสมาชิกธัค 4,500 คนถูกตัดสินว่ากระทำความผิดในคดีอาชญากรรมระหว่างปี 1830 ถึง 1848 ในจำนวนนี้ 110 คนถูกตัดสินให้ประหารชีวิต ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ธัคกี บูห์ราม (Thug Behram ) ซึ่งฆ่าคนไปถึง 931 คน ก่อนถูกจับได้ในปี 1812  รวมแล้วเหยื่อที่ถูกลัทธิสังหารมีมากกว่าล้านคน

 

อันดับ 6 Mountain Meadows Massacre

 

ลัทธิมอร์มอน หรือสิทธิชนยุคสุดท้าย (Mormonism) ผมไม่รู้เรื่องลัทธินี้เท่าไหร่นัก กระทู้ศาสนาเกรียมเขียนอะไรก็ไม่รู้เรื่อง บางคนอ้างเป็นคนลัทธินี้บ้าง อ่านแล้วเครียดอย่างบอกไม่ถูก จนไม่สามารถหาข้อมูลได้ว่าลัทธินี้มันสอนอะไรบ้าง เท่าที่รู้ศาสนานี้ก่อตั้งโดยโจเซฟ สมิธ(1805-)เขาได้ก่อตั้งลัทธินี้โดยการอ้างว่าเขาเห็นนิมิต โดยคำสอนส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องคลั่งลัทธิชนชาติสุดขีด สาวกในลัทธินี้มีคนใหญ่คนโตมากมาย เช่น ผู้ว่า ทำให้คณะมอร์มอน เติบโตอย่างเร็วเพราะผลประโยชน์มากมาย เช่นความมั่นคงทางสังคม ความช่วยเหลือแก่สมาชิกจากคริสตจักร การยกเว้นการเกณฑ์ทหาร

ลัทธิมอร์มอนค่องข้างให้ความสำคัญต่อพวกพ้องดังนั้นพวกเขาจะเกลียดมากหากพวกนอกลัทธิเข้ามาเปรี้ยวในถิ่นของพวกเขา โดยเฉพาะในเมืองยูท่าห์ที่ก่อตั้งโดยสมาชิกของมอร์มอนได้พัฒนาดินแดนส่วนนี้สร้างเป็นเมืองของมอร์มอน มีคริสตจักรที่ใหญ่โตสวยงาม ผู้ว่าราชการรัฐยูท่าห์ก็เป็นมอร์มอน จึงไม่แปลกเท่าไหร่หากพวกเขาจะเกลียดพวกนอกลัทธิมากๆ จนกระทั้งเกิดเหตุการณ์ที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ของอเมริกาขึ้นคือ สังหารหมู่ที่ภูเขามีโดว์ (Mountain Meadow massacre) ภายใต้การนำของทหารบกไอแซก(Isaac C. Haight) เขาได้สั่งให้ บิชช๊อบ จอห์น ดี. ลี(John D. Lee) ฆ่าหมู่ผู้อพยพที่ไม่ได้เป็นมอร์มอนโดยใช้มีดและปืน ที่หุบเขามีโดว์ ในเมืองยูท่าห์ ในวันที่ 11 กันยายน ปี 1857 ซึ่งผู้อพยพส่วนใหญ่เป็น Fancher-Baker(ชาวอเมริกันตะวันตกอพยพจากสี่มณฑลทางตะวันตกเฉียงเหนือ) และขบวนคาราวานของ อาร์คันซอ(Arkansan)ที่อพยพไปแคลิฟอร์เนีย พวกเขาทำการปิดล้อมและสังหารผู้คนเหล่านั้นโดยปราศจากอาวุธ ผลคือทำให้มีชายหญิงและเด็กเสียชีวิตจากการถูกฆ่าถึง 100- 140 คน บาดเจ็บ 17 ราย เหตุการณ์เหล่านี้ได้บรรยายในหนังสือพิมพ์ Harper's Weekly เมื่อ 13 สิงหาคม 1859 ไว้ว่า “มันน่ากลัวและน่าขยะแขยงเพื่อการอธิบายเหตุการณ์นี้ โครงกระดูกมนุษย์, ชิ้นส่วนกระดูก, กะโหลกศีรษะที่น่ากลัว และผมของผู้หญิงเกลื่อนจำนวนมากกระจายอย่างน่ากลัวในระยะทางสองไมล์” “ส่วนศพที่เหลือที่ไม่ถูกฝังเมื่อถูกทิ้งไว้ระยะหนึ่งชิ้นส่วนพวกนั้นถูกบดเป็นชิ้นๆ โดยพวกหมาป่า เหลือแต่เพียงเนื้อกระดูกบางส่วนและเลือดที่ติดผ้าเท่านี้ที่ยังคงกระจัดกระจายไปทั่วถนนทางเดิน”

ส่วนผู้ก่อกรรมทำเข็นในเหตุการณ์เหล่านั้นบางส่วนได้ถูกตัดสินประหารด้วยการแขวนคอ บางส่วนก็รอดพ้นกฎหมายและมีชีวิตสุขสบายจนหมดสิ้นอายุไข

 


          อันดับ  5 The Crusades

 

เราขอเสียใจที่สงครามครูเสดนี้ไม่ได้ติดอันดับต้นๆ เนื่องจากอันดับต้นๆ นั้นมันบ้ากว่ากันเยอะ สงครามครูเสด หรือเรียกว่า สงครามไม้กางเขน เป็นสงครามสงครามระหว่างศาสนา ของชาวมุสลิมและชาวคริสต์จากยุโรป ในช่วงศตวรรษที่ 11 ถึง 13 โดยชาวคริสต์ต้องการดินแดนศักดิ์สิทธิ์เยรูซาเร็มที่เชื่อกันว่าศูนย์กลางของโลกใบนี้ และเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งอดีตเคยเป็นของอาณาจักรโรมอยู่ก่อนแต่อิสลามได้เข้ามายึดที่นี้

สงครามครูเสดเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ครั้งที่สำคัญที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 11 ถึง 13 ซึ่งมีสงครามใหญ่ๆเกิดขึ้นถึง 9 ครั้งในมหาสงครามครั้งนี้และยังมีสงครามย่อยๆเกิดอีกหลายครั้งในระหว่างนั้น สงครามบางครั้งก็เกิดขึ้นภายในยุโรปเอง เช่น ที่สเปน

เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวของกับสงครามครูเสดนั้นมีหลายเหตุการณ์ทีค่แสดงถึงสันดานดิบของมนุษย์และความโหดร้ายเป็นอย่างดี หนึ่งในเหตุการณ์นี้คือการสังหารหมู่ที่มาร์ร่า  (Siege of Ma'arrat al-Numan) วันที่ 12 ธันวาคม 1098 ในสงครามครูเสด กองทัพของ Raymond de Saint Gilles มาถึงเมืองในมาร์ร่า (พวกครูเสดเรียกเมืองนี้) หรือเมือง Ma'arat al-Numan (ภาษาอาหรับ)  เป็นเมืองเล็กๆ รักสงบ ผู้คนใจดี แต่ดูเหมือนกองทัพ Raymond ไม่ใจดีด้วย เพราะพวกเขาแต่ละคนกำลังตกสภาพที่หิวโหย บางคนมีอาการขาดอาหารด้วยซ้ำ บวกกับทหารครูเสดบางคนได้มีจิตสำนึกว่าฆ่าคนนอกศาสนาไม่บาป ดังนั้นพวกเขาจึงบุกเข้าเมืองอย่างบ้าคลั่ง ส่งผลให้ ชาวเมืองไปราว 2 หมื่นคนถูกฆ่าอย่างโหด และเมื่อจัดการเสร็จปรากฏว่าในเมืองมีอาหารไม่เพียงพอ ดังนั้นทางแก้ปัญหาคือการกินเนื้อชาวเมืองมาร์ร่าหรือพวกนอกศานาอย่างที่พวกเขาว่านั้นแหละ โดยเรื่องนี้ยังปรากฏในบันทึกของ Radulph แห่ง Caen, ดังนี้

                "..เนื่องจากการขาดแคลนอาหาร กองทัพทหารของเราจึงจับพวกนอกรีต นอกศาสนาต้มทั้งเป็นในหม้อต้มอาหาร พวกเขาเสียบทะลุเด็กและนำพวกเขาไปย่าง)

                ส่วนนี้เป็นของ Fulcher แห่ง Chartres เขียนไว้ว่า" ฉันสั่นกลัวเพื่อบอกว่ากองทัพของเรา ที่ความบ้าคลั่งเพราะความหิว ต้องตัดแก้มก้นของคนที่ตายแล้ว เพื่อทำอาหาร แต่ไม่ทันที่ปิ้งสุกดี พวกเขาก็กลืนมันเข้าปากอย่างป่าเถื่อน”

สรุปของสงครามครูเสดจากเริ่มต้นและสิ้นสุดคือการสูญเสียชีวิตมนุษย์นับไม่ถ้วน ผู้คนนับล้านไร้ที่อยู่ บ้านเมืองถูกทำลาย แต่กระนั้นผลของสงครามทำให้กองทัพมุสลิมสามารถยึดดินแดนศักดิ์สิทธิ์คืนจากชาวคริสต์ได้ และขับไล่ผู้รุกรานต่างชาติต่างศาสนาในดินแดนออกไป ทำให้ยังคงดำรงชาติมุสลิมสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้

 

อันดับ 4 The Witch Hunts

 

ล่าแม่มด เป็นเสมือนรอยแปดเปื้อนในประวัติศาสตร์แห่งมวลมนุษยชาติ ที่ไม่สามารลบเลือนได้ ของยุโรป ในสมัยยุคกลาง ที่ยุคนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของคริสจักรที่ความพยายามกำจัดสิ่งที่นอกเหนือจากคำสอนของศาสนาออกไป พวกนอกศาสนาหรือพวกแม่มดถูกประณามว่าเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย ลูกสมุนซาตาน หากเกิดภัยธรรมชาติขึ้นจะโทษแม่มดลูกเดียว จนเป็นเหตุทำให้พวกบาทหลวงและผู้ที่อ้างตนว่าเป็นผู้รับใช้พระเจ้า ระดมหาผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแม่มด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บริสุทธิ์ เนื่องจากเกณฑ์การพิจารณาผู้เป็นแม่มดนั้นมันช่วงห่วยแตกสิ้นดี เช่น อาศัยอยู่คนเดียว, มีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร, มีสัญลักษณ์ แตกต่างจากคนอื่น, มีความรู้เรื่องมายากล ฯลฯ โดนหมด และจะมีการทรมานที่โหดร้ายเกินกว่ามนุษย์จะทนได้ เช่น เอาเหล็กนาบตัว เฆี่ยนตี การใช้ตะปูควง ตอกเล็บเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาคายซัดทอดชื่อคนที่เป็นแม่มดเพิ่มขึ้นอีก ส่งผลให้มีผู้บริสุทธิ์ถูกจับขึ้นมากเรื่อยๆ และทั้งหมดถูกตัดสินประหารเผาประจานทั้งเป็น ภายใต้ข้ออ้างจากไบเบิลที่อ้างว่า " สูเจ้าจะต้องไม่ทรมานแม่มดด้วยการปล่อยให้มีชีวิต Thou shlt not suffer a witch to live "

การเข่นฆ่าตอนนั้นจึงได้รับรองว่าเป็นสิ่งชอบธรรม การล่าแม่มดนี้เกิดขึ้นราวศตวรรษที่ 15 ต่อเนื่องไปจนถึง ศตวรรษที่ 17 นานถึงหลายร้อยปีทีเดียวทำให้จำนวนผู้บริสุทธิ์ที่ถูกสังหารด้วยข้อหาแม่มดมีจำนวนมหาศาล เฉพาะในเยอรมนีมีไม่น้อยกว่า 100,000 คน ฝรั่งเศสกับสกอตแลนด์รวมแล้วราว 10,000 คน อังกฤษประมาณกว่า 1,000 คน เมื่อประเมินทุกประเทศ เชื่อกันว่าไม่น้อยกว่า 200,000 คน

 

อันดับ 3 Roman Persecution of Christians

 

ในสมัยโรมันเมื่อศาสนาคริสต์มีผู้นับถือมากขึ้น ส่งผลให้ชาวโรมันที่นับถือเทพโอลิมเปียนเกิดอาการเปรี้ยวชาวคริสต์อย่างบอกไม่ถูก เนื่องจากชาวคริสต์ไม่เคารพเหล่าเทวดาของกรีกโรมัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของพลเมืองโรมันตามกฎหมาย

ส่วนใหญ่แล้วคนนับถือเทพโอลิมเปียนล้วนเป็นคนชั้นสูงแทบทั้งสิ้น ส่วนคนนับถือคริสต์นั้นเป็นแค่พลเรือน ทำให้ฝ่ายคณะโอลิมเปียฆ่าแกงคนนับถือคริสต์อย่างโหดร้าย โดยเป้าหมายคือชาวยิว ทำให้มีเหตุการณ์สังหารหมู่เกิดขึ้น เด็ก ชาย หญิง สาวก นักบุญ ล้วนถูกฆ่าแทบทั้งสิ้น และการประหารแต่ละครั้งนั้นช่างสรรหาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีตรึงกางเขน, Bestiarii

การสังหารหมู่ชาวคริสต์ครั้งใหญ่ที่สุดเกิดในจักรพรรดิโรมนามนีโร(Nero) (15 ธ.ค. ค.ศ. 37 – 9 มิ.ย. ค.ศ. 68) ตามที่ แทคซิตุส (Tacitus ค.ศ. 55 - 117) นักประวัติศาสตร์ชาวโรมันเขียนไว้ว่า ในปี ค.ศ. 68  เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้กรุงโรมครั้งใหญ่ ในคืนวันที่ 18 ก.ค. วันที่ 19 ก.ค. ในย่างของคนยากไร้ ส่งผลให้มีคนตายเป็นจำนวนมากและบ้านเรือนเสียหายไปมากมาย มีข่าวลือออกมาว่า  จักรพรรดินีโรเป็นผู้บงการให้เผากรุงโรมเพราะจะเอาที่ไปสร้างวัง แต่พระองค์จงใจจะปิดเรื่องนี้ไว้ โดยโยนความผิดไปให้พวกชาวคริสต์ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงลัทธิเล็กๆในกลุ่มศาสนายูดายในสายตาของทางการโรมัน จนเกิดเหตุการณ์ฆ่าชาวคริสต์ครั้งใหญ่เป็นครั้งแรก นักบุญปีเตอร์ อัครสาวกและนักบุญปอล อัครสาวกถูกสังหารก็ในคราวนี้ด้วย (นักบุญปีเตอร์ท่านได้ถูกจับตรึงกางเขน และท่านได้ขอร้องให้เอาศีรษะทิ่มลงหิน โดยกล่าวว่า ท่านไม่สมควรที่จะตายในลักษณะเดียวกับพระเยซูเจ้าพระอาจารย์)

จากนั้นเป็นต้นมาเมื่อมีความผิดปกติในจักรวรรดิ เกิดฝนแล้ง ทุพภิกขภัย ความอดอยาก โรคระบาด ก็จะมีการโทษพวกชาวคริสต์อยู่ร่ำไปและนั่นทำให้การฆ่าชาวคริสต์เกิดขึ้นอยู่เนืองๆตลอดประวัติศาสตร์ช่วงต้นของศาสนาคริสต์ จริงไม่น่าแปลกแต่อย่างใดที่เมื่อคริสต์เป็นใหญ่แล้วจะทำตามอย่างโรมันบ้างโดยการสังหารคนลัทธินอกศาสนาตรงข้ามกับตน(แต่คนที่โดนก็ยังเป็นชาวยิวอยู่ดี)

 

อันดับ 2 Aztec Human Sacrifice

 

แอซเทค (Aztecs) เป็นชื่อของชนเผ่าอินเดียน ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในทวีปอเมริกากลาง พวกเขามีพิธีกรรมที่แปลกประหลาดยากแต่ความเข้าใจนั้นคือการบูชายัญมนุษย์ ประมาณ 20,000 ตนถูกสังหารภายใน 4 วัน! เพียงเพื่อเอาใจพระเจ้าเทพแห่งพระอาทิตย์เท่านั้น

พิธีการบูชายัญนี้ส่วนมากมักเกิดขึ้นเมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ พวกนักบวชและพวกขุนนางคนใหญ่คนโตจะประชุมกัน และตระเตรียมพิธีบวงสรวงที่พีระมิดพระจันทร์ มนุษย์ที่ถูกบูชายัญนั้นเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ที่ถูกเลือกโดยพิธีกรรมพิเศษมิใช่เชลยสงครามอย่างที่เข้าใจกันมาตลอด ครั้งเมื่อถึงพิธีพวกเขาจะนำเหยื่ออาบน้ำแล้วใส่เสื้อคลุมของเทพดวงอาทิตย์ แล้วไปยังฐานพีระมิดพาขึ้นไปบนหอคอยสูง 30 เมตร โดยมือทั้งสองมัดไพล่หลังและมีเชือกผูกร้อยคอของเหยื่อแต่ละคนด้วยกัน จากนั้นเหยื่อจะถูกทาสี จับนั่งล้อมก้อนหินธรรมชาติที่อยู่ตรงกลางลาน และเมื่อถึงฤกษ์ยาม ให้นักบวชชาวแอซเทคจับแขนขาไว้คนละข้างแล้วยึดไว้ ลิ่มโลหะขนาดใหญ่ก็จะถูกตอกลงที่เล็บและหลังของเหยื่อจนเลือดไหล่ออกทันที เสียงร้องโหยหวนทรมานดังก้องไปทั่วลาน ซึ่งสำหรับชาวแอซเทคแล้วถือว่าเสียงนี้เป็นเครื่องบูชาเทพเจ้าชั้นเยี่ยม ขณะที่อีกคนหยิบมีดหินใช้มันผ่าเปิดหน้าอกอย่างช้าๆ (ศัตรูคงดิ้นทรมานสุดฤทธิ์เลยนะนั้น)ดึงหัวใจที่กำลังเต้นของศัตรูออกมาชู หัวใจที่ยังเต้นขึ้นไปยังดวงอาทิตย์ จากนั้นก็กลิ้งศพลงมาตามขั้นบันได เอาไปให้คนชำแหละควักไส้,ถอดเล็บ ถลกหนังศีรษะและพวกเขาก็กินมันอย่างเอร็ดอร่อย(หรือเปล่า) บางครั้งพวกนักบวชอาจจะถลกหนังเหยื่อและนำมาคลุมร่างไว้ถึง 20 วัน โดยไม่อาบน้ำหรือเปลี่ยนเสื้อเลย(คงเหม็นนะนั้น) ส่วนซากศพที่เหลือนั้นพวกเขาจะปล่อยทิ้งไว้ให้หนอนแมลงวันกัดกินจนเหลือกระดูกตามวัฏจักรธรรมชาติ

จากสถิตกล่าวว่าครั้งที่สังหารเหยื่อเพื่อบูชาเทพเจ้ามากที่สุดอยู่ในสมัยกษัตริย์ Ahuitzotl มีเหยื่อบูชายัญโดยวิธีนี้ถึง 80,000 คน แต่จากหลักฐานทางธรณีวิทยาพบว่าการบูชายัณนี้ไม่ได้ทำให้ภัยพิบัติหยุดใดๆ มั้งสิ้น พายุคงคงกระหน่ำอาณาจักรของพวกเขา ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อารธรรมแอซแทคสาปสูญไปเลนก็ได้

 

อันดับ 1 Islamic Jihads

ความจริงแล้วความหมายญิฮาหรือจิฮัดแท้ๆ ในภาษาอาหรับหมายความว่าความพยายาม ทางศาสนา ความพยายามที่จะเพิ่มศรัทธาในพระเจ้ารวมทั้งการทำความดี นอกจากนี้ญิฮาดตามคำอธิบายของนักวิชาการมุสลิมแล้วฮาดเป็น 4 ประเภทคือ ญิฮาดโดยหัวใจ คือการต่อสู้กับกิเลสตัณหาในตัวเอง, ญิฮาดโดยลิ้น คือการเผยแพร่ศาสนาโดยใช้วาจา, ญิฮาดโดยมือ คือการสนับสนุนความถูกต้องโดยใช้กำลังร่างกาย, ญิฮาดโดยอาวุธ คือการตอบโต้การกดขี่ข่มเหงด้วยกำลังอาวุธเมื่อไม่มีทางแก้ไขอย่างอื่น

หลังจากที่สงครามครูเสดจบลงไปนานหลายร้อยปี สงครามศักดิ์สิทธิ์ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาใหม่ เมื่อสหรัฐและประเทศที่เจริญกว่ามารุกรานในโลกตะวันออกกลางและโลกอาหรับ กอบโกยผลประโยชน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรและน้ำมัน ส่งผลให้ เกิดความขัดแย้งระหว่างศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์ขึ้น คนที่ไม่พอใจก็ได้ตั้งตนเป็นขบวนการก่อการร้ายโดยใช้แนวความคิดและความไม่พอใจสหรัฐฯ และชาวยิวและต่อมาได้ใช้คำว่า “ญิฮา-สงครามศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งพวกเขาได้ให้ความหมายว่า “การต่อสู้สุดขีดหมายรวมทั้งต่อสู้ภายนอก และต่อสู้ภายใน แม้กระทั่งการต่อสู้กับตัวเองเพื่อที่จะพ้นจากตัวร้ายต่าง ๆ  ความจริงแล้วตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาจิฮัคอยู่คู่กับประวัติศาสตร์โลกมาอย่างยาวนานกว่า 12 ศตวรรษ เห็นได้จากตัวอย่างต่อไปนี้

-การประกาศจิฮัคในอัฟกานิสถานเพื่อต่อต้านอังกฤษ เกิดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ 1839 ครั้งที่ 2 เมื่อ 1919 ผลสุดท้ายทำให้อัฟกานิสถานพ้นสภาพรัฐในอารักขาของอังกฤษ และได้รับเอกราช

-การประกาศจิฮัคในอัฟกานิสถานเพื่อต่อต้านสหภาพโซเวียต เริ่มเมื่อ 1982 โดยมุญาฮีดีนกลุ่มต่างๆ และได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา ซาอุดิอาระเบียและปากีสถาน ผลสุดท้ายโซเวียตยอมถอยทัพ

-การประกาศจิฮัคในสงครามกลางเมืองของอัฟกานิสถาน (1989 - 2000) เป็นการประกาศจิฮัคระหว่างกลุ่มมูจาฮีดีนที่เคยร่วมรบกับโซเวียตมาเพื่อแย่งชิงอำนาจ ผลสุดท้าย กลุ่มตาลีบันสามารถยึดครองกรุงคาบูลได้

-การประกาศจิฮัคในสงครามอ่าวเปอร์เซีย 1990 โดยประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซนของอิรัก แต่ไม่ได้รับการยอมรับเท่าใดเพราะก่อนหน้านี้ อิรักรุกรานคูเวตที่เป็นมุสลิมเหมือนกัน

-การประกาศญิฮาดในอัฟกานิสถานเพื่อต่อต้านสหรัฐ เมื่อ 2001 ผลสุดท้าย รัฐบาลตาลีบันถูกล้มล้าง แต่ยังเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลใหม่ของอัฟกานิสถานอยู่

-การประกาศจิฮัคของกลุ่มอัลเควดา จนเกิดสงครามทั่วโลก เกิดเหตุการณ์ 9/11, การลอบสังหารผู้นำประเทศต่างๆ

 


 

เนื้อหาจากวีกีพีเดียไทยและอังกฤษ เว็บประมูล(เกรียมเยอะๆจริง)+ +

 

 

 

 

 


 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 180 : 8 การฆาตกรรมในชื่อของศาสนา , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13526 , โพส : 30 , Rating : 100% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 30 : ความคิดเห็นที่ 20896
ศาสนาท่องจำล้างสมองมาไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่นไม่ได้ใช้ปัญญาแยกแยะผิดถูกเชื่อเขาอย่างเดียวเขาบอกเขาสอนอะไรเชื่อเขาหมด โง่แท้ๆๆๆๆ ศาสนาที่สอนให้ชาวโลกแตกแยกเอาแต่พวกพ้องตน คนฉลาดเขามีเสรีในการเลือกศาสนาโว๊ย อย่างเอาศาสนาตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก หัดมองหรือศึกษาศาสนาอื่นบ้างจะได้รู้อะไรอีกเยอะ ไม่ใช่จะเคร่งศาสนาจนลืมความถูกต้อง.......เข้าใจไหม
Name : น้องน้ำ [ IP : 210.246.156.129 ]

วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:43
# 29 : ความคิดเห็นที่ 18265
ผมว่าข้อมูลนี้เขาก็เอามาจากประวัติศาสตร์ รวมทั้งสถิติข้อมูลต่างๆ ถ้าศาสนาอิสลามจะอยู่ที่หนึ่งก็สมควรแล้วครับ ผมไม่ได้ว่ามุสลิมทุกคนไม่ดีนะ แต่ข่าวและเหตุการณ์มันเป็นแบบนี้เกือบทุกวัน ไทยยังมีเหตุการณ์สามจังหวัดภาคใต้ ล่าสุดก็ระเบิดที่บอสตัน

คนจัดอันดับ เขาก็เอาข้อมูลมาจากเหตุการณ์ทั่วโลกแหละครับ ใช่ว่าจะยกเมฆซะเมื่อไหร่
Name : เทพแมว < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เทพแมว [ IP : 27.55.156.202 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 เมษายน 2556 / 07:33
# 28 : ความคิดเห็นที่ 17703
คุณ Cammy ค่ะ เดียวเราเอาข้อเท็จจริงมาลง รอเเป๊บๆ สักไม่กี่ชั่วโมงเนื่องจากเราต้องไปเรียนก่อน  


PS.  เป็นสมาชิคของ The church of Jesus Christ of Latter-day Saints หรืออีกชือ คือ มอรมอน http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=passenger&month=01-2013&date=26&group=4&gblog=1
Name : Mormon_apologist < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mormon_apologist [ IP : 142.179.120.133 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:16
# 27 : ความคิดเห็นที่ 17699
ผมถึงได้บอกไงว่าข้อมูลมาจากกระทู้ศาสนา ไม่รู้ว่าไหนถูกไหนผิด ดังนั้นหากมีข้อมูลเท็จจริงอะไรก็ช่วยบอกด้วยครับ แต่ประวัติศาสตร์มันเขียนแบบนี้จริง
PS.  สนับสนุนฮาเร็ม ต่อต้านการเข้าวิน และบูชานิมพ์ดั่งเทพ
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.248.249 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:58
# 26 : ความคิดเห็นที่ 17697
อยากจะบอก ผู้เขียนว่า ข้อมูลที่เอามาลง บางอันมั่วได้อีกคะ เราเป็นสมาชิคของศาสนจักรมอรมอนที่คุณกล่าวถึงในตอน 180 อยากบอกว่าข้อมูลเพี้ยนคะ เเล้วเเหล่งอ้างอิงจากวิกิพีเดียเนี้ย เขาเอามาเป็นเเหล่งอ้างอิงไม่ได้คะ
PS.  เป็นสมาชิคของ The church of Jesus Christ of Latter-day Saints หรืออีกชือ คือ มอรมอน http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=passenger&month=01-2013&date=26&group=4&gblog=1
Name : Mormon_apologist < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mormon_apologist [ IP : 50.98.193.30 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:22
# 25 : ความคิดเห็นที่ 16500
สิ่งที่รู้คือทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดี (นอกจากบางลัทธิ) ไม่ได้สอนให้เกรียนหรือสอนให้ฆ่าคนแต่อย่างใด บางครั้งบางศาสนาอาจมีความเชื่อที่ขัดใจเราบ้าง แต่ก็ขอให้เราพยายามมองเอาใจเขามาใส่ใจเราเพราะเป็นความเชื่อของเขา
PS.  สนับสนุนฮาเร็ม ต่อต้านการเข้าวิน และบูชานิมพ์ดั่งเทพ
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.241.58 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 สิงหาคม 2555 / 12:52
# 24 : ความคิดเห็นที่ 16499
เรื่องศาสนามันแล้วแต่คนศรัทธาค่ะ คห.16516 อาจจะคิดและพิมโดยใช้ความรู้สึกไปนิด แต่ว่า ในศาสนาอิสลามนั้น ถูกสอนมาว่าองค์อังลอฮฺเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวและเป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง

แต่ทว่า ในการศึกษาของแต่ละบุคคลที่ต่างที่มา ต่างวัฒนธรรม ต่างศาสนา (แต่คนไทยเหมือนกัน) ก็ต่างเข้าใจคนอื่นในลักษณะที่แตกต่างกันไป ตามความคิดของแต่ละคน (ซึ่งเราก็ไปห้ามความคิดใครไม่ได้)

ตอนเด็กๆเราชอบถามอาจารย์วิชาสังคมบ่อยๆ ว่า เหตุใด ในการเรียงลำดับการเกิดของศาสนา อิสลามจึงมาทีหลัง (อันนี้ก็พอเข้าใจครูว่า เขาก็เรียนมาแบบนั้น)

ศาสนาอิสลามนั้นจะมีความคล้ายคลึงกับศาสนาคริสต์ ทั้งในเรื่องบทสวดที่กล่าวถึงการปฏิบัติตนเป็นคนดี ตามหลักศาสนา ทั้งต้นกำเนิด ที่ทางคริสต์มี อดัมกับอีฟ ของทางอิสลามก็มี อาดัมกับฮาวาหรือเฮาวาอ์(ตามวิกิ) และทั้งศาสดาองค์สุดท้าย นั่นคือ พระเยซู และ นบีมูฮัมหมัด หากลองศึกษา(หรืออ่านเล่นๆ)ในวิกิพีเดีย จะเห็นว่า ศาสนาคริสต์กับอิสลามนั้น มีความคาบเกี่ยวกันอยู่

คห.16516 จะคิดอย่างนั้นก็ไม่แปลกหรอกค่ะ ก็ในศาสนาอิสลามน่ะได้สอนมาว่าอัลลอฮฺสร้างทุกสรรพสิ่ง ที่เขาคิดอย่างนั้นก็คงเพราะว่า ศาสนาพุทธนั้นเกิดจากการที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ด้วยพระองค์เอง ซึ่งตอนเด็กๆเราก็เรียนสามัญที่โรงเรียนก็เน้นสอนศาสนาพุทธ เราก็เห็นแล้วว่า ศาสนาพุทธเน้นเหตุและผลซึ่งมีความเป็นไปได้และสามารถนำมาใช้ร่วมกับทุกยุคทุกสมัย หรือที่เรียกกันว่า อริยสัจสี่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ศรัทธาศาสนาพุทธนั้น มีแนนวทางปฏิบัติที่แน่นอน ตามหลักเหตุและผล
(แต่ว่าเรายังเคยคิดเลยว่า ในศาสนาคริสต์และอิสลามบอกว่ามีพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลก แต่ในศาสนาพุทธนั้น พระพุทธเจ้าเกิดมาก็มีโลกขึ้นอยู่แล้ว)

หัวข้อนี้จึงกลายมาเป็นการถกเถียงกันอยู่จนถึงปัจจุบัน และคาดว่าจะมีไปเรื่อยๆ ตราบใดที่คนเหล่านั้นไม่ได้ศึกษาถึงความเป็นจริงของอิสลาม

ส่วนเรื่องสงครามศาสนานั้น ขอบอกเลยว่ามุสลิม(ที่เป็นมุสลิมจริงๆ) นั้นรักสงบยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดค่ะ หากไม่ถูกรบกวนหรือต่อต้าน หรือรุกราน ก็ไม่ก่อสงครามอย่างแน่นอน(ศาสนาใคร ใครก็รักก็ศรัทธานี่คะ) ซึ่งหากใครสงสัยส่วนนี้ลองไปถามวิกิพีเดียหรือ ลองหาในกูเกิลดูถึงความเป็นจริงของชาวมุสลิมและหลักความเชื่อ

ปล.ในส่วนความคิดเห็นส่วนตัวของเรานะคะ....มุสลิมที่ก่อเหตุฆ่าผู้บริสุทธิ์และมุสลิมบางกลุ่มในภาคใต้ของไทย เขาไม่ใช่มุสลิมที่แท้จริงหรอกค่ะ เพียงเอาเอกองค์อัลลอฮฺมาเป็นข้ออ้างเท่านั้น เพราะอัลกุรอานได้บอกไว้ชัดเจนดีอยู่แล้ว มุสลิมทุกคนก็คงจะรู้

ปล.สุดท้าย อยากให้ทุกคนเข้าใจนะคะว่า อิสลามไม่ได้เลวร้าย ( อย่างสุภาษิตไทยที่ว่า ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้อง ) เพราะฉะนั้นขอให้ตัดสินว่าบุคคลใดผิด อย่าตัดสินว่าศาสนาใดผิดเลย ศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก และ มีเพียงความเชื่อและความศรัทธาเท่านั้นที่จะทำให้ศาสนาทุกศาสนาดำรงอยู่ได้ อย่ากล่าวเลย ว่าผู้ใดผิด ศาสนาใดผิด ทุกศาสนาสอนมาดีแล้ว คือสอนให้เป็นคนดี เพียงแต่จะมีผู้ที่เข้าใจและปฏิบัติตามได้มากน้อยเพียงไรเท่านั้นเอง

(ถ้าผิดตรงไหนประการใดก็ขออภัยด้วยนะคะ^^ แค่อยากให้เข้าใจก็เท่านั้นเอง)
Name : เด็กไทยที่มองหลายมุม [ IP : 115.67.0.188 ]

วันที่: 27 สิงหาคม 2555 / 00:10
# 23 : ความคิดเห็นที่ 16495
เกิดมาเพิ่งจะเคยได้ยินนี่แหละครับ

ตกลงท่านอัลลอฮ์สร้างศาสนาพุทธหรอกเรอะ?? ไม่ใช่เจ้าชายสิทธัตถะเหรอเนี่ย ? อเมซซิ่ง!!

ที่คุณพูดมาว่า คห.15 ดูหมิ่นนั่นก็ใช่ แต่ เท่าที่ผมอ่านของคุณก็เสี้ยมเขาหาเรื่องไม่น้อยนะครับ ตัดประโยคออกซักนิดจะ " เหมาะสม " กว่า เรื่องของศาสนามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนกรุณาระวังก่อนจะสื่ออะไรออกมาครับ

ความเชื่อบุคคลมีหลากหลาย แต่อย่าให้ความเชื่อทั้งหลายที่เรามีไปสร้างความแตกแยกในสังคม

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 สิงหาคม 2555 / 13:17
Name : @-Fayrido-@ < My.iD > [ IP : 49.49.20.165 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 สิงหาคม 2555 / 13:04
# 22 : ความคิดเห็นที่ 16494
คห.15ค่ะ
คุณจะดูหมิ่นอิสลามมากเกินไปแล้วน่ะค่ะ
อัลลอฮ์สร้างทุกอย่างบนโลกนี้รวมศาสนาพุทธด้วยแต่แล้วแต่ใครจะเข้าศาสนาไหน
คุณอย่ามาว่าอิสลาม
อิสลามเคยฆ่าครอบครัวคุณหรอ?????
Name : Hibary < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hibary [ IP : 113.53.110.11 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 สิงหาคม 2555 / 10:03
# 21 : ความคิดเห็นที่ 15267
ขอบคุณมากๆค่ะ
Name : Mass [ IP : 110.77.230.18 ]

วันที่: 10 เมษายน 2555 / 17:02
# 20 : ความคิดเห็นที่ 15261
คงต้องแก้หลายประโยคหน่อย ขอบคุณครับ ผมขอใช้ในวิกิพีเดียตรงตามนักวิชาการละกันน่ะครับ
ญิฮาดในคำอธิบายของนักวิชาการมุสลิม

นักวิชาการมุสลิมแบ่งญิฮาดเป็น 4 ประเภทคือ

  • ญิฮาดโดยหัวใจ คือการต่อสู้กับกิเลสตัณหาในตัวเอง
  • ญิฮาดโดยลิ้น คือการเผยแพร่ศาสนาโดยใช้วาจา
  • ญิฮาดโดยมือ คือการสนับสนุนความถูกต้องโดยใช้กำลังร่างกาย
  • ญิฮาดโดยอาวุธ คือการตอบโต้การกดขี่ข่มเหงด้วยกำลังอาวุธเมื่อไม่มีทางแก้ไขอย่างอื่น
ข้อมูลที่เขียนทั้งหมดจากวิพีมีเดียน่ะครับ ไม่ขอเอาที่ไหนมาออก เพราะว่าประโยค 1400 นี้ก็อีกบทความเหมือนกัน (โดยเฉพาะเว็ยบประมูล)


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 เมษายน 2555 / 21:25
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 9 เมษายน 2555 / 21:33

PS.  ไม่ฮาเร็มอย่ามาคุยกับกรู
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.122.95 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2555 / 21:12
# 19 : ความคิดเห็นที่ 15260
เริ่มจาก คำว่า จิฮาด นะคะมีความหมายว่า การต่อสู้ในหนทางของพระเจ้า การต่อสุ้เพื่อศาสนา ยกตัวอย่างเช่นในสมัยก่อนศาสนาอิสลามไม่ได้รับการยอมรับ และมี พวกที่ต่อต้านอิสลามพยายามที่จะรุกราน ทำร้ายผู้ที่เป็นมุสลิม จนถึงขนาดว่าบางครั้งประกาศสงครามกับมุสลิมเพื่อให้ออกจากศาสนา จึงทำให้ต้องมีการต่อสู้ เพื่อให้ศาสนานั้นอยู่รอด เทียบกับที่ ไทยเรา ต่อสู้กับพม่า อะไรอย่างนี้

แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางประโยค ก็โอเคนะ ไม่เป็นการดูหมิ่น โดยเฉพาะบรรทัดที่ 3 4 5 อันนี้ต้องขอบคุณนะคะ ที่เข้าใจกัน ^_^

แต่มีอยู่อันนึง ขออณุญาตนะ "1400 ปีที่ได้ก่อตั้งอิสลาม มีคนถูกฆ่าจากการ จิฮาด 270 ล้านคน" มันเหมือนกับว่าอิสลามฆ่าคน อิสลามผิด แล้วคนที่ถูกฆ่าเขาบริสุทธิ์หรือ เขาอาจจะมารุกรานก็ได้ แล้วพม่าที่ตายไป ล่ะ ไม่ต่างกันหรอก พม่ามารุกราน ไทยก็ต้องป้องกันประเทศเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

เหมือนกันค่ะ
Name : Mass [ IP : 110.77.230.18 ]

วันที่: 9 เมษายน 2555 / 19:27
# 18 : ความคิดเห็นที่ 15249
เออ ความคิดเห็น 15268 ครับ ผมเขียนเรื่องจิฮัคนะครับ ไม่ได้เขียนเรื่องอิสลาม อ่านดูดีๆ ก่อนนะครับ  ถ้าอ่านขัดใจตรงไหนลองเขียนละเอียดมาอีกที แล้วผมจะแก้ไข อย่าได้เข้าใจผิดกัน

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 เมษายน 2555 / 13:56

PS.  ไม่ฮาเร็มอย่ามาคุยกับกรู
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.121.103 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2555 / 13:36
# 17 : ความคิดเห็นที่ 15243
เข้าใจผิดแล้วนะคะ อิสลาม การฆ่าคน ไม่ว่าเขาจะเป็น ศาสนาใดก็ตาม ถือว่ามีความผิดร้ายแรง

คุณไปเอามาจากไหนว่าไม่ความผิด ไม่บาป ก่อนจะเขียนอะไร ช่วยสืบค้นข้อมูลให้ละเอียดก่อนนะคะ

พวกก่อการร้าย ถึงเขาจะบอกว่า เขาเป็นมุสลิม แต่เขาเป็นมุสลิมที่เลว ทุกสาสนามีทั้งคนดีคนชั่ว แต่คนพวกนี้ เข้าใจแบบผิดๆ แถมบางคนไม่ใช่มุสลิม แต่แอบอ้างก้มีเยอะแยะ เสียหาย !!

"และจงอย่าฆ่าชีวิตที่อัลลอฮฺทรงห้ามไว้ นอกจากด้วยสิทธิอันชอบธรรมเท่านั้นที่พระองค์ได้ทรงบัญชาแก่พวกเจ้านั้น ก็เพื่อพวกเจ้าจะได้ใช้สติปัญญา" (กุรอาน6:151)

"และการฆ่าผู้หนึ่งผู้ใดโดยปราศจากความผิดถือเป็นบาปใหญ่ เหมือนกับการฆ่ามนุษยชาติทั้งหมด และการไว้ชีวิตใครคนหนึ่งถือเป็นความดีเหมือนกับการไว้ชีวิตมนุษย์ทั้งหมด" (กุรอาน 5:32)

ปล. ช่วยศึกษาให้มัน ดีดี ก่อน
Name : Mass [ IP : 182.53.190.215 ]

วันที่: 9 เมษายน 2555 / 10:35
# 16 : ความคิดเห็นที่ 11476
คนแต่ละคน มีมุมมองที่ต่างกัน
ไม่มีใครเหมือนกันหรอก แม้แต่คนใกล้ตัว
------
สลด อันดับ หนึ่ง (_ _)ll
PS.  แน่ใจหรอ...ว่า...เจ้าจะได้ตายอย่าง..."สงบ"...น่ะ คึหึหึๆๆๆๆ
Name : 'Zaa Za _Hunter. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 'Zaa Za _Hunter. [ IP : 118.175.106.230 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 พฤษภาคม 2554 / 17:09
# 15 : ความคิดเห็นที่ 10840
กูเกลียดอิสลาม กูอยากให้อิสลามมันสูญหายไปจากโลก
Name : HATE ISLAM [ IP : 118.172.205.18 ]

วันที่: 24 เมษายน 2554 / 15:50
# 14 : ความคิดเห็นที่ 3983

อ่านหัวข้อก็พอเดาได้ว่าจีฮัดต้องอันดับ 1 แน่นอน - -+

คห.3824 ก็ตามนั้นเลย เค้าถือว่าฆ่าคนนอกศาสนา (เค้า) ไม่มีความผิด ไม่บาป และสมควรจะฆ่า เหอๆๆ


PS.  ข้ า พ เ จ้ า จ ะ รุ น ชี วิ ต ไ ป ใ ห้ ถึ ง ที่ ฝั น
Name : La HaChe < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ La HaChe [ IP : 118.172.138.58 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 เมษายน 2553 / 21:21
# 13 : ความคิดเห็นที่ 3893
สงสัยจะคันไม้คันมือมั้ง พวกเนี้ย
Name : Bank [ IP : 58.9.98.64 ]

วันที่: 13 เมษายน 2553 / 00:32
# 12 : ความคิดเห็นที่ 3816
เอ่อ

งั้นที่พี่สาวเค้าเคยบอกว่า...

ฆ่าคนนอกศาสนา(ศาสนาอื่น ไม่ว่าจะเป็นพุทธ รึ คริสนะ ที่ไม่ใช่ศาสนาเดียวกะมานอ่า)

ไม่มีความผิด ถือว่าช่วยคนให้พ้นทุกข์ง่า...-*-

แบบนี้มานหมายความว่าไง-*-?
Name : reijina [ IP : 61.90.114.19 ]

วันที่: 9 เมษายน 2553 / 22:34
# 11 : ความคิดเห็นที่ 3795
อันดับ 1 น่ากลัวสุดจริงๆ
ทำไมต้องแบ่งแยกกันทางศาสนาด้วยนะ
คนเหมือนกันแท้ๆ เกิดมาบนโลกใบเดียวกัน น่าจะรักกัน
PS.  ถ้าฉันเป็นติ่งหู พวกคุณก็ไส้ติ่งน่ะแหละ พวกไร้ประโยชน์แถมจะสร้างโทษให้ร่างกายซะอีก หึๆ
Name : me,dae < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ me,dae [ IP : 118.172.180.180 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 เมษายน 2553 / 23:41
# 10 : ความคิดเห็นที่ 3737
จริงๆแล้วผมเองก็เคยเห็นผลงานของคุณลงในที่อื่นและก็ fwd mail มาบ้างเหมือนกันแหละครับ เห็นใจๆ แต่ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะครับ guard your mind ก็อย่างเช่นตอนคุณแคมเขียนเรื่อง gloomy sunday แล้วก็ไปฟังเพลงรึหาข้อมูลเรื่องสถิติการฆ่าตัวตาย คุณแคมอาจจะรุสึกไม่ดีและก็หดหู่ไปด้วย เพราะงั้นก็ต้องพยายามอย่าไปอินน์กะข้อมูลมากๆอะไรแบบนี้น่ะครับ เวลาคุณแคมแปลนี่อาจไม่ตรงทุกตัวอักษร แต่จะออกมาเป็นเหมือนเหมือนภาษาพูด ผมว่าเป็นเหมือน paraphrase ที่อ่านๆและก็จับใจความสำคัญมาเขียนซะมากกว่า ผมว่าทำให้อ่านและได้อารมณ์กว่าแปลตรงๆทื่อๆนะครับ อ้อ เกาะผีสิงกุนคังจิมะที่คุณแคมเคยเขียนถึงผมไปมาละ มีโบรชัวร์ด้วยแต่ยังไม่มีแบบภาษาอังฤษ ก็ได้ประสบการณ์ดีครับ
Name : anonymous [ IP : 221.91.114.219 ]

วันที่: 7 เมษายน 2553 / 23:19
# 9 : ความคิดเห็นที่ 3723
ทุกตอนผมอ้างอิงหมดแหละครับ แต่ไม่รู้ทำไมคนอื่นชอบว่าผมๆไม่เครดิตกัน....เศร้า ลอกผมไปก็ไม่ลงเครดิตด้วย -_- ผมนี้เครดิตดีที่สุดในบทความความรู้รอบตัวในเว็บเด็กดีเลยนะครับ ผมเชื่อแบบนั้น
protect/guard your mind- แปลว่าอะไรหรือครับ
แปลนี้ผมอาจจะผิดๆ ถูกๆ ก็พยายามปรับปรุงตัวนะครับ เอาใจช่วยผมด้วย
ส่วนเรื่องความรุนแรง ผมคิดเสมอว่ามนุษย์เราทุกคนควรเรียนรู้ด้านดีและไม่ดี ผมเชื่อแบบนี้ จะได้รู้ว่าโลกของเรานั้นมีแต่ความรุนแรง ความโหดร้าย ซึ่งผมชอบเรื่องพวกนี้นะ ยังมีหลายเรื่องที่จะเขียนเยอะ
บางตอนก็อยากขอรบกวนผู้รู้ช่วยด้วยนะครับ อย่าง 10 คำทำนายของนอตตาดามุส ใครมีหนังสือช่วยหน่อย เพราะผมไม่มี(ตอน 182)



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 เมษายน 2553 / 08:24
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.125.66 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 เมษายน 2553 / 08:17
# 8 : ความคิดเห็นที่ 3721
ผมเป็นแฟนผลงานที่คุณเขียนนะครับ ชอบมากๆเลย ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นการแปลและคัดลอก แต่การเรียบเรียงและการใช้ศัพท์นั้นดีมากๆ และก็มีการปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลา การคัดเลือกเนื้อหาก็น่าสนใจ และการเรียบเรียงนั้นก็แทบเรียกได้ว่าเป็นมืออาชีพเลยทีเดียว ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆนะครับ อ้อ สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือเรื่องเนื้อหาที่ส่วนใหญ่มีความรุนแรงอยู่มาก คือบางครั้งอาจไม่เหมาะสมกับเด็ก และบางคนที่ยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ และก็เป็นห่วงตัวคุณแคมเรื่องเวลาหาข้อมูล อย่าลืม protect/guard your mind ของตัวคุณเองด้วยนะครับ เพราะต้องยอมรับว่าเนื้อหาหลายๆตอนรุนแรงจริงๆ และผมก็คิดว่าคนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือตัวคุณเอง อย่าลืมระวังตัวไว้ตลอดเวลานะครับ ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆและก็เป็นกำลังใจให้นะครับ
ปล อยากขอชมคุณอีกเรื่องนึงคือเรื่อง references ที่คนไทยส่วนใหญ่ละเลยไปมาก แต่ผมชอบที่คุณให้ความสำคัญมาตลอด
Name : anonymous [ IP : 221.91.114.219 ]

วันที่: 7 เมษายน 2553 / 02:21
# 7 : ความคิดเห็นที่ 3718
น่ากลัวเกิน

จะติดตามนะคะสู้ๆ
PS.  Fic Reborn!!http://writer.dek-d.com/tkdclub/writer/view.php?id=565626 อ่านแล้วเม้นด้วยนะ><!!!
Name : FCฮิบาริ~อี้ผิง1811จงเจริญเย้ๆๆ~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ FCฮิบาริ~อี้ผิง1811จงเจริญเย้ๆๆ~ [ IP : 112.142.241.104 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 เมษายน 2553 / 00:08
# 6 : ความคิดเห็นที่ 3708
ทำเอาเรา เฟล เลยยยย

ครูเสดไปแล้ว ล่าแม่มด ไปแล้ว = =

แต่ก็จะติดตามต่อนะครับ เป็นกำลังใจให้เขียนผลงานไปเรื่อยๆ ครับ

(ปล. ขอเสนอแนะ เกมสำหรับคนบ้าครูเสด จริงๆก็เกี่ยวไม่เยอะหรอก แต่เป็นเกมที่สนุกดี Dantes Inferno ลองเล่นดูครับ ผมว่ามันดี)
Name : Juto [ IP : 58.11.62.72 ]

วันที่: 5 เมษายน 2553 / 23:02
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android