คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 168 : 10 บุคคลลึกลับของโลก


     อัพเดท 5 ต.ค. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,661 Overall : 2,763,243
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7218 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 168 : 10 บุคคลลึกลับของโลก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 18229 , โพส : 27 , Rating : 56% / 14 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



        

กว่าศตวรรษที่ผ่านมา ประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยนิทานเรื่องลึกลับที่โลดเล่นด้วยบุคคลลึกลับ ที่ไม่เคยระบุชาติกำเนิดว่าเขาเป็นใครกันแน่ เขามาแล้วก็จากไป โดยทิ้งปริศนาลึกลับ ซับซ้อนไว้มากมาย จนเป็นเสน่ห์เล่าขานจนไม่รู้จัก และต่อไปนี้คือ 10 อันดับ 10 บุคคลลึกลับปริศนาที่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีคำตอบว่าเขาคิอใครกันแน่??

(ปล. อันดับ 3 คือชายสวมหน้ากากเหล็ก แต่ผมได้เขียนไปแล้วเมื่อตอนที่แล้ว ดังนั้นจึงเปลี่ยนเป็นคนอื่นแทน ส่วนจะเป็นใครนั้นก็ติดตามต่อไป แต่คาดว่าจะเป็นผู้อ้างตัวเป็นเจ้าหญิงอเล็กซานเดรีย(อ้าวไปบอกคนอื่นทำไมว่ะ อดลุ้นเลย))

 

อันดับ 10 Monsieur Chouchani

 

                นาย Chouchani (??-ตาย 1968)เป็นชื่อเล่นของอาจารย์ชาวยิว ที่ไม่มีใครรู้ชื่อจริงและชาติกำเนิดลึกลับ เป็นอาจารย์สอนนักเรียนระดับสูงของยุโรปหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และลูกศิษย์ที่ได้รับคำสอนจากอาจารย์ท่านนี้ล้วนมีชีวิตและการงานที่ใหญ่โตในอนาคต ที่ดังๆ ก็เช่น Emmanual Levinas(นักปรัชญา และนักการศึกษา ชาวฝรั่งเศสที่เกิดในประเทศรัสเซีย นับถือศาสนายิว) และ Elis Wiesel (เอลี วีเซล ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 1986) หากแต่ชีวิตของอาจารย์ท่านนี้ลึกลับอย่างยิ่ง ทางการได้เก็บประวัติอาจารย์ท่านนี้ชนิดเรียกว่าลับสุดยอด ทำให้หลายคนเรียกชื่ออาจารย์คนนี้หลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ “shushani” ซึ่งหมายความว่าคนจาก Shushan(เมืองหนึ่งแถวๆ ทางใต้ของจีน) หรือชื่อจริงจะเป็น Hillel Perlmann

                สิ่งที่รู้เกี่ยวกับตัวนาย Chouchani คือเขาปรากฏตัวครั้งแรกที่ปารีสในสงครามโลกครั้งที่ 2  เขาเป็นอาจารย์ในช่วง 1947 และปี 1952 มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาหายตัวไปอย่างลึกลับ หลังจากนั้นก็มีข่าวของเขาไปตามที่ต่างๆ ปั่นปลายสุดท้ายของเขาเลือกอาศัยอยู่ที่อุรุวัยก่อนเสียชีวิตลงที่ 1968

                แม้ไม่มีใครรู้ชาติกำเนิดของเขาและทำไมทางการถึงได้ปกปิดอย่างลับสุดยอด แต่นาย Chouchani ได้ทิ้งหลักการมรดกทางปัญญาหลายๆ อย่างแก่ลูกศิษย์เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และปรัชญา ซึ่งส่งผลต่อสาขาวิชาอื่นๆ ในเวลาต่อมา

 

อันดับ 9 The Poe Toaster

               

เอ็ดการ์ อัลเลน โป(วันที่ 19 ม.ค. 1809 -เสียชีวิต ต.ค. ปี 1849) เป็นนักเขียนสหรัฐฯ ที่ถูกขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งวรรณกรรมรหัสคดี (Mystery) จากเรื่องสั้น "คดีฆาตกรรมที่ถนนมอร์ก" (The Murders in the Rue Morgue) กลายเป็นต้นแบบของนวนิยายนักสืบในเวลาต่อมา ชีวิตปั่นปลายของโปนั้นค่อนข้างลึกลับ แม้กระทั้งตอนเสียชีวิต โป มีอาการเพ้อแปลกๆ ไม่สามารถควบคุมตนเอง  เสื้อที่เขาใส่ก็ไม่ใช่ของตัวเขาเอง และคืนก่อนเสียชีวิตเขายังเพ้อถึงชื่อ "เรย์โนลด์" ซ้ำ ๆ หลายคนจนเสียชีวิต ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่า “เรย์โนลด์” ที่เขาเอ่ยถึงคือใครกันแน่ 

แต่เรื่องราวความลึกลับของโปยังไม่จบ เพราะหลังจากการเสียชีวิตของโป ที่หลุมฝังศพของเขาในบัลติมอร์(สุสานเวสต์มินสเตอร์ที่มุมถนนฟาเย็ตต์ตัดกับถนนกรีนนี่ ในบัลติเมอร์ตะวันตก)  ก็เริ่มมีคนลึกลับสวมชุดดำ ปกปิดใบหน้าด้วยผ้าคลุมมีผ้าพันคอปิดปากปิดจมูก สวมหมวกสักหลาด ถือไม้เท้า เดินเข้าไปที่ป้ายหลุมศพของ โป ในทุก ๆ วันครบรอบวันเกิดของเขา และจะดื่มคอนยัคบรั่นดีหนึ่งขวดเพื่อคารวะก่อนจะวางขวดคอนยัคที่เหลือเครื่องดื่มไว้ครึ่งขวด พร้อมดอกกุหลาบแดง 3 ดอก ไว้หน้าป้ายหลุมศพโดยบางครั้งก็มีการทิ้งโน้ตเอาไว้ด้วย

บุคคลปริศนาผู้นี้ถูกเรียกว่า 'ผู้ดื่มคารวะแก่โป' (Poe Toaster) เขาไปที่หลุมศพของโปเพื่อทำแบบเดียวกันทุก ๆ ปี ตั้งแต่ปี 1949 จนกระทั่งถึงถึงปี 1993 ไม่มีขาด การมาของเขาจะอยู่ในช่วงช่วงเที่ยงคืนถึงตี 5

ในวันที่ 14 มกราคม 1983 มีการจัดงานชุมนุมแฟนของโปกว่า 70 คน เพื่อฉลองวันเกิดครบรอบที่ 174 ของโป และพอถึงเวลาตีหนึ่งครึ่งบรรดาคนในงานเหล่านั้นต่างตระหนกตกใจไปตามๆ กัน เมื่อแลเห็นร่างของชายคนหนึ่งพุ่งเลาะไปตามริมรั้วสุสานด้านทิศตะวันออก ชายเสื้อคลุมยาวของเขาปลิวไสว เขามีผมสีทอง ถือไม้เท้าหัวเลี่ยมทองเหมือนโปชอบใช้ และเมื่อเขาจากไปก็พบขวดบรั่นดีและดอกกุหลาบวางอยู่

 

ต่อมาผู้ดื่มคารวะแก่โป ก็ทิ้งโน้ตเอาไว้ว่า "คบเพลิงจะถูกส่งต่อ" ทำให้เชื่อว่าผู้ดื่มคารวะแก่โปกำลังจะเสียชีวิต จนในปี 1999 ก็มีโน้ตวางไว้ยืนยันว่าผู้ดื่มคารวะโปคนเก่าเสียชีวิตแล้ว และมีผู้ดื่มคารวะโปคนต่อไปมาสืบทอด

ไม่ว่าชายคนนั้นจะเป็นใคร แต่ที่แน่ๆ เขาจะต้องเป็นแฟนหนังสือตัวยงของโปแน่นอน มีผู้ที่สนใจเรื่องนี้พยายามเข้ามาสืบว่าตัวจริงของผู้ดื่มคารวะโปคือใคร หลายคนพยายามจะจับตาดูและพยายามดักจับ หากแต่พวกแฟนของโปและผู้เกี่ยวข้องไม่ต้องการให้ผู้ชายคนนั้นถูกเปิดเผยและพยายามใช้มาตรการป้องกันคนไปรบกวนผู้มาเคาระศพยามวิกาลและปฏิเสธคำให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับชายคนนั้นทั้งหมด ทั้งให้จนบัดนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าชายคนนั้นคือใครกันแน่ บ้างก็ว่าเป็นวิญญาณเพราะเคยเห็นเขาลอยละล่องกลางอากาศมาแล้ว หรืออาจเป็นผีของโปเอง หรือจะเป็นฝีมือของคนขี้แกล้ง หรือจะเป็นคนที่ชื่อ "เรย์โนลด์" ที่โปเพ้อก่อนตายกันแน่??

 

อันดับ 8 Babushka Lady

 

ระหว่างที่มีการวิเคราะห์วีดีโอเหตุการณ์ลอบสังหารจอห์น เอฟ เคนนาดี ในปี 1963 ก็เกิดเรื่องน่าสนใจและเรื่องลึกลับขึ้น เมื่อมีภาพหนึ่งจับภาพฝูงคนที่อยู่ใกล้ๆ รถที่เคนนาดี้โดนยิง มีผู้หญิงคนหนึ่งใส่เสื้อกันหนาวและผ้าพันคอสีน้ำตาลชมพูอยู่บนหัวของเธอ(ผ้าพันคอกลายเป็นสาเหตุเรียกชื่อเธอ ซึ่งการการใช้ผ้าคลุมคลุมที่หัวจะเหมือนการแต่งกายของหญิงรัสเซีย grandmothers เรียก ว่า babushkas) ซึ่งลักษณะท่าทางของเธอเห็นได้ชัดว่าเธอกำลังจับกล้อง(หรือวีดีโอ)บันทึกภาพเหตุการณ์ที่จอห์น เอฟ เคนนาดี้โดนยิงที่หัวแบบจะๆ และคาดว่าภาพที่เธอจับนั้นจะเป็นภาพวินาทีสังหารเคนนาที่ชัดมากกว่าของใครทั้งหมด แต่แล้วเธอก็หายตัวไปอย่างลึกลับท่ามกลางฝูงชนที่หนีออกจากสถานที่เกิดเหตุ มีพยายบอกว่าเธอหนีไปทางตะวันออก พวกผู้เกี่ยวข้องและ FBI พยายามสืบและตามหาตัวเธอเพื่อขอหลักฐานนี้มาประกอบคดี หากจนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครพบตัวเธอเลย และหลักฐานที่เธอได้นั้นไม่รู้ว่าจะสำคัญพอที่จะพลิกคดีจนเขย่าโลกได้หรือไม่?

 

ทำไมหญิงคนนี้ถึงไม่ปรากฏตัว? ทำไมเธอถึงไม่มอบหลักฐานนี้ให้ทางการ? มีข้อสันนิษฐานว่าเธออาจถูกเก็บโดยผู้สมคบคิดเพราะเธอมีหลักฐานพลิกโลก ในปี 1970 มีคนอ้างว่าเป็นเลดี้ Babushka ที่ชื่อ Lolita Davidovich หากแต่ต่อมาเธอก็รับสารภาพว่าโกหก จนบัดนี้ปริศนานี้ก็ไม่ได้ไขแต่อย่างใด


          อันดับ 7
Kaspar Hauser

 

คาสปาร์ เฮาเซ็นต์(เกิด 30 เมษายน 1812 (?) - ตาย 17 ธันวาคม  (อายุ 21 ?)) เด็กหนุ่มผู้มีชาติกำเนิดเป็นปริศนาและตายลงอย่างลึกลับ เรื่องของเขาเป็นปริศนาพิศวงที่เป็นตำนานเล่าขานของเยอรมันมานาน

                เรื่องของเรื่องเช้าวันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม 1828 ได้มีเด็กหนุ่มอายุ 16 ปีปรากฏตัวกลางเมืองเข้า เด็กหนุ่มผู้นี้มีท่าทางงุนงง ตื่นตระหนกและแต่งตัวบอนๆ เดินเข้าไปในนูเร็มเบิร์ก ประเทศเยอรมัน ใครถามอะไรก็ไม่รู้เรื่อง แต่ในมือเขามีจดหมายที่จ่าหน้าถึงผู้บังคับบัญชากองร้อยที่ 4 แห่งกองพันทหารม้าที่ 6 จดหมายมี 2 ฉบับ โดยฉบับที่ 1 เขียนไว้ว่า

                "กระผมส่งเด็กผู้ปรารถนาจะรับใช้ชาติการเป็นทหารมาให้ท่าน เขาถูกทิ้งที่บ้านผมตั้งแต่ยังเป็นทารก กระผมมีลูกของตัวเองที่ต้องเลียงดูถึง 10 คน และไม่อาจดูแลเขาได้อีกต่อไป หากท่านไม่ต้องการเขาก็ฆ่าหรือแขวนคอเขาก็แล้วกัน"

                จดหมายอีกฉบับลงในปี 1812 คนเขียนอาจเป็นมารดาแท้ๆ ของเด็กหนุ่มผู้นั้น เขียนไว้ว่า

                "ดูแลลูกดิฉันด้วย พ่อของเขาอยู่กองพันทหารม้าที่ 6"

แต่ถึงอย่างไรผู้บังคับการกองร้อยที่ 4 ที่เป็นผู้รับจดหมายกับไม่เชื่อถืออะไรกับจดหมายนั้น จึงส่งเด็กหนุ่มไปให้ตำรวจและถูกจับส่งเข้าคุกในฐานะคนจรจัด ในระหว่างเขาถูกคุมขัง ผู้คุมสังเกตว่าเขาสามารถอยู่นิ่งๆ เป็นเวลานานๆ ชอบอยู่ในที่มืดๆ และเคลื่อนไหวในความมืดได้ดี เขารักในการเล่นม้าไม้ ไม่กินเนื้อสัตว์ กินแต่ขนมปังและน้ำ เมื่อส่งกระดาษให้เขาจะเขียนคำว่า "ทหารม้า" กับ "คาสปาร์ เฮาเซอร์" ซึ่งสันนิษฐานว่านี้คงเป็นชื่อและนามสกุลเขา กิริยาคล้ายเด็กหัดเดิน และมองสิ่งรอบตัวก็เหมือนเป็นของแปลกใหม่ทุกอย่าง ผู้คุมชอบจึงสอนให้เขาฝึกพูด และเขียน

                ภายใน 6 สัปดาห์ออกมาเขาก็สามารถเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาก่อนหน้านี้ได้ เขาเล่าว่าตั้งแต่จำความได้ก็ถูกขังในที่ห้องมืดๆ ทั้งวัน มีแต่ม้าไม้และหุ่นไม้เป็นของเล่น และไม่เคยเห็นใครหรือได้ยินใครกับใครมาก่อนเลย เมื่อเขาตื่นมาก็มีขนมปังกับน้ำมาวางไว้ให้ บางครั้งน้ำก็มีรสเฝื่อนๆ และบางครั้งเมื่อเขาหลับและตื่นขึ้นมาก็พบว่าผมเผ้าและเล็บก็ถูกเล็มเรียบร้อย มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ได้ติดต่อคนอื่น เมื่อมีมือยื่นออกมาห้องขังพร้อมกระดาษและปากกาและสอนให้เขาเขียนสองคำคือ ทหารม้าและ คาสปาร์ เฮาเซอร์ และต่อมาก็พบว่าตัวเองกะโผลกกระเผลกอยู่ในเมืองนูเร็มเบิร์ก

                และแล้วเรื่องเล่าของคาร์ปาร์ก็ก่อให้เกิดความฮือฮาขนานใหญ่ในหมู่ชาวเมืองนูเร็มเบิร์ก มีการประกาศหาเบาะแสของเขาอย่างกว้างขวาง แต่ไม่มีใครสามารถหาข้อมูลอะไรได้เลย มีแต่ข่าวลือบางก็ว่าคาสปาร์เป็นลูกของซาตานบ้าง มาจากต่างดาวบ้าง บ้างก็เชื่อว่าเขาอาจมีเชื้อพระวงค์

                และแล้วก็เกิดเหตุลึกลับขึ้นเมื่อเคาสปาร์ถูกปล่อยตัวจากที่คุมขัง เขาได้ไปอยู่กับกับศาสตราจารย์ จอร์จ ดอร์เมอร์ เขาพยายามสอนให้เขามีความรู้กว้างขวาง

                แต่แล้ววันวันหนึ่งเรื่องลึกลับก็เกิดเมื่อดอร์เมอร์กลับมาบ้านมา พบว่าคาสปาร์นอนจมกองเลือดอยู่ที่ห้องใต้ทุนบ้าน โดยมีบาดแผลที่หน้าและลำคอ แต่ไม่ถึงตาย เมื่อคาร์ปาร์ได้สติเขาเล่าว่าถูกชายสวมหน้ากากคนหนึ่งเข้ามาในบ้านและทำร้ายเขา จนข่าวลือนี้แพร่สะพัดจนชาวบ้านลือว่าพระญาติที่ขึ้นครองบัลลังก์บาเดนอาจจ้างนักฆ่ามาเพื่อกำจัดรัชทายาทที่แท้จริง

                แต่กระนั้นยังมีหลายคนคิดว่าคาสปาร์เป็นจอมโกหก เขาอาจสร้างเรื่องที่ถูกทำร้ายเพื่อเรียกร้องความสนใจ

                ต่อมา ลอร์คสแตนโฮปเกิดรู้สึกสนใจเรื่องราวของเด็กหนุ่มนี้ขึ้นมา และขอรับเป็นผู้ดูแลคาสปาร์ เขาพาคาสปาร์เดินทางตามราชสำนักเล็กๆ ในยุโรป ทั้งยังพยายามพิสูจน์ว่าคาสปาร์เป็นลูกของผู้ดี แต่ความพยายามของเขากลับล้มเหลว และเขาก็เริ่มหมดความสนใจต่อตัวคาสปาร์แล้ว จึงทิ้งเด็กนี้ไว้ให้กับ โจฮันน์ เมเยอร์ ครูสอนศาสนาใจแคบ ที่เมืองอังสบาคใกล้ๆ นูเร็มเบิร์กเป็นผู้ดูแล โดยในขณะนั้นคาลปาร์อายุ 21 ปีแล้ว และเริ่มทำงานเป็นเด็กฝึกหัดเข้าปกหนังสือ

เย็นวันที่ 14 ธันวาคม 1833 คาสปาร์วิ่งพรวดพราดกลับบ้านของเมเยอร์โดยมีบาดแผลถูกแทงที่หน้าอกด้านซ้าย เขาบอกว่าถูกชายคนหนึ่งแทงขณะที่เขากำลังเดินผ่านสวนสาธารณะ แต่ไม่มีใครเชื่อเขา หาว่าเขากุเรื่องขึ้นและทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจเหมือนครั้งที่แล้ว ซึ่งกว่าเมเยอร์จะเชื่อและเรียกหมอก็สายเกินไปแล้ว เพราะ อีกสามวันต่อมาคาสปาร์ก็ได้ชีวิตลงเพราะถูกแทงที่ท้อง เขานอนตายที่สวนสาธารณะ

                ในที่เกิดเหตุนั้น ตำรวจพบกระเป๋าเงินใบหนึ่ง ภายในมีกระดาษเขียนข้อความด้วยตัวอักษรกลับด้านที่ต้องใช้กระจกส่องอ่าน มันเขียนไว้ว่า

                "คาสปาร์จะบอกให้ว่าผมคือใคร ผมอยู่ที่หมู่บ้าน....................... ชายแดนบาวาเรีย ผมชื่อ MLO"

                และผลสุดท้ายตำรวจไม่ทราบคนที่เข้ามาแทงคาสปาร์ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน คดีนี้จึงไขปริศนาไม่ได้จนถึงทุกวันนี้

                ส่วนศพของตาร์ปาสเขาถูกฝังที่สุสานเล็กๆ แห่งหนึ่งที่อังสปาคพร้อมปริศนาอีกมากมายในตัวเขาที่ไขไม่ออกจนถึงทุกวันนี้

                เรื่องราวของคาสปาร์ยังคงเป็นปริศนาที่ถกถียงกันอย่างไม่สิ้นสุดเป็นเวลานาน จนถึงปัจจุบันได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่และหลักฐานในประวัติศาสตร์มาแก้ไขในปริศนา แต่หลายฝ่ายไม่ยอมรับ เพราะมันส่งผลทำให้ปริศนาที่จุดประกายของจินตนาการถูกทำลาย และส่งผลต่อแหล่งท่องเที่ยวของคาสปาร์ได้ ซึ่งหลังจากนั้นมาก็ไม่มีการพิสูจน์ใดๆ เกี่ยวกับชาติกำเนิดของคาสปาร์อีก ทำให้จนบัดนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่ มงกุราชกุมารแห่งบาเดนหรือเด็กช่างโกหกเพ้อเจ้อธรรมดาๆ....................

 

                อันดับ 6 Fulcanelli

               

Fulcanelli (1839-1953??) เป็นนามแฝงของนักเล่นแร่แปรธาตุชาวฝรั่งเศสผู้ลึกลับ ในศวรรษที่ 19 ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของเขา แต่ผลงานของเขานั้นล้วนแต่สร้างความน่าอัศจรรย์ใจต่อผู้พบเห็น โดยเฉพาะผลงานที่เขาอ้างว่าเขาสามารถแปรธาตุ(ตะกั่ว 100 กรัม )กลายเป็นทองคำได้โดยใช้ “ผงสูตรวิเศษลับ” ของเขาโปรยให้เป็นทองต่อหน้า  Julien Champagne และ Gaston Sauvage

อีกหนึ่งผลงานที่น่าพิศวงไม่แพ้กันคือ คือเขาได้อธิบายหลักการเทคโนโลยีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งตอนนั้น  Fulcanelli ได้พบนักฟิสิกส์ปรมาณูชาวฝรั่งเศส เขาได้ให้รายละเอียดที่ถูกต้องเกี่ยวกับนิวเคลียร์ อีกทั้งเขายังอธิบายเสริมว่าอีกไม่นานมนุษย์จะสามารถใช้อาวุธนิวเคลียร์เช่นนี้ได้

สิ่งที่รู้เกี่ยวกับนักแปรธาตุคนนี้มีน้อยยิ่งกว่าน้อย สิ่งที่พอรู้ประวัติเขาคือจากคำบอกเล่าของลูกศิษย์เท่านั้น และในปี 1953 เขาเกิดหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหนกันแน่ บ้างบอกว่าเขาไปสเปนไปยังปราสาทสูงๆ เพื่อนัดพบนายเก่าของเขา หรือเขาอาจยังมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 114 ปี หรืออาจเป็นอมตะเลยก็เป็นได้

 

อันดับ 5 D. B. Cooper

         

ดี บี คูเปอร์ ไม่ใช้ชื่อยี่ห้อเหล้าที่ไหน แต่เป็นนามแฝงสลัดอากาศเครื่องบินผู้โด่งดัง(FBI เรียกเขาว่า Norjak)เรื่องเกิดขึ้นในสมัยสายการบินที่ไม่มีการจับเอ็กซ์เรย์ตรวจจับตรวจสัมภาระผู้โดยสาร และไม่มีการทำประวัติผู้โดยสาร

เมื่อ 24 พฤศจิกายน 1971 ที่เครื่องบินโบอิ้ง 727 ประเทศสหรัฐอเมริกา มีสลัดอากาศคนหนึ่งเลยตนเองว่า ดี บี คูเปอร์ ได้ยึดเครื่องบินพร้อมกับผู้โดยสารไว้เป็นตัวประกันบนลานบิน เขาเรียกร้องเงิน 200,000 ดอลลาร์พร้อมกับร่มชูชีพ เขาได้ไปทั้งสองอย่างที่ต้องการ และเขาได้สั่งนักบินนำเครื่องบินขึ้นกว่าที่นักบินจะนำเครื่องบินลงจอด ชายคนนั้นก็หายกลีบเมฆไปเสียแล้ว โดยเขาโดดร่มสู่ท้องฟ้าครึ้มพายุที่ความสูง 10,000 ฟุต หายไปตรงที่ใดที่หนึ่งแถบภาคกลางด้านตะวันตกของสหรัฐอย่างลอยนวล

แม้การปฏิบัติการที่บ้าบิ่นจะทำให้โจรรายนี้หายสาบสูญไป แต่ผู้คนก็ยังคงติตตาม ดี บี คูเปอร์ ที่คาดว่าเขาและเงินค่าไถ่ยังคงอยู่ หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นมา 9 ปี เด็กอายุแปดปีพบ เงิน 5,800 เหรียญ ในสภาพฝังอยู่ในสันทรายกลางแม่น้ำโคลัมเบียซึ่งจากหมายเลขธนบัตรและระบุตรงกับเงินค่าไถ่ของสลัดอากาศไม่มีผิดและล่าสุดในปี 2008 มีการพบร่มชูชีพที่ดี บี คูเปอร์ใช้ในเมืองเอ็บเบอร์ แต่ตัวสลัดอากาศดี บี คูเปอร์นั้นจนบัดนี้ยังไม่พบตัว มีข้อสันนิษฐานต่างๆ นาๆ ว่าบางทีเขาอาจจะตายจากเหตุการณ์กระโดดร่มไปแล้วก็ได้ หรือบางทีเขาอาจเคยเป็นทหารที่มีประสบการณ์โดดร่ม แต่จนบัดนี้ไม่มีใครรู้ชื่อจริงของเขา หน้าที่แท้จริง  ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกันแน่ หรือบางทีเขาอาจมีชีวิตที่สุขสบายไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ก็เป็นไปได้

เรื่องราวของดี บี คูเปอร์ส่งผลให้สายการบินจัดระเบียบใหม่ และเริ่มมีการใช้เอ็กซ์เรย์ตรวจจับตรวจสัมภาระผู้โดยสารในที่สุด

 

อันดับ 4 Comte St Germain

 

เคาท์ เซนต์ เกอร์แมน เป็นที่ปรึกษาข้อราชการของกษัตริย์หลายพระองค์ในฝรั่งเศส เป็นชายหนุ่มที่เจนจัดสังคม และมีชื่อเสียงมาก นอกจากนี้ยังเป็นคนฉลาดที่หาตัวจับยากอีกด้วย เนื่องจากเขามีความรู้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น นักประดิษฐ์, นักวิทยาศาสตร์, นักเล่นไวโอลิน, นักแต่งเพลง. นักการเมือง จนถึงขนามนามว่า “Wonderman แต่ทว่าเรื่องราวประวัติของเคาท์ เซนต์ เกอร์แมนนั้นยังคงเป็นปริศนาดำมืด และน่าประหลาดใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า เขาเกิดที่ไหน เมื่อไร หรือตายเมื่อใด บางคนบอกว่าเขาคือทายาทที่แท้จริงในการสืบทอดราชบัลลังก์ของอังกฤษ, บุตรของกษัตริย์โปตุเกส, หรือลูกนอกสมรสของคนในราชวงค์พระองค์หนึ่ง

 เคาท์ เซนต์ เกอร์แมนเริ่มปรากฏตัวในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 23 โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ของฝรั่งเศส และยังเป้นที่ไม่ไว้วางใจของบรรดาราชบริพารในสมัยนั้น เนื่องจากเขาเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าหลุยส์อย่างมาก ในเวลาต่อมาเขาโดนจับขังคุกด้วยเรื่องการเมือง และหนีไปอังกฤษ และเสียชีวิตลงเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ ปี 1784

 

อันดับ 3 Feodor Kuzmich

 

ความจริงอันดับนี้เป็นของชายสวมหน้ากากเหล็กครับ แต่ว่าผมเขียนไปแล้ว ดังนั้นจึงเอาของใหม่มาแทน เป็นเรื่องลึกลับที่แปลกๆ เกิดขึ้นในรัสเซียครับ

                ฟีเดอร์ คุซมิช(??- ตาย 1 กุมภาพันธ์ 1864 ในเมืองทอมสค์)  เป็นชื่อของฤาษีลึกลับ ไร้ที่มาที่ไปอาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกของรัสเซีย

                เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อพระเจ้าซาร์ อเล็กซาร์เดอร์ที่ 1 แห่งรัสเซียสิ้นพระชนม์ลง ขณะนั้นพระองค์มีพระชนม์มายุเพียง 47 ปี(พระศพได้ประกอบพิธีเพลิงพระศพ วันที่ 13 มีนาคม 1826 ในวิหาร ปีเตอร์-พอล (Peter and Pual Cathedral) ในนครเซ็นปีเตอร์เบิร์ก) และต่อมาก็เกิดข่าวลือประหลาดๆ ว่า แท้ที่จริงแล้วพระองค์ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ซ้ำยังมีข่าวลือว่าพระองค์ทรงสละราชสมบัติเพื่อช่วยชีวิตฤาษีตนหนึ่ง ในเมืองทอมสค์ ซึ่งประชาชนที่นั้นเรียกฤาษีตนนั้นว่าฟีเดอร์ คุซมิช

                ไม่รู้ว่าทำไมพระเจ้าซาร์อเล็กซาร์เดอร์ที่ 1 ถึงให้ความสนใจฤาษีฟีเดอร์ คุซมิช เขาเป็นบุคคลพิเศษของพระองค์มากกระนั้นหรือ?? ที่จริงหลายคนแทบไม่เคยเห็นเขามากนัก และเขาปรากฏตัวตอนที่พระเจ้าซาร์อเล็กซาร์เดอร์ที่ 1 เสียชีวิต ทำให้หลายคนมีความเชื่อว่าฤาษีตนนี้คืออดีตพระเจ้าซาร์นั้นเองสาเหตุเนื่องจากอยากหนีเรื่องวุ่นวายจากราชบัลลังก์ที่มีแต่การแก่งแย่งและลอบสังหาร และในเวลาต่อมาหลังจากที่ฤาษีฟีเดอร์ คุซมิชเสียชีวิตในปี 1864 เขาได้ทิ้งท้ายประโยคว่า “พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่า ข้ามีชื่ออันแท้จริงว่าอย่างไร”

                ต่อมาพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ก็ขึ้นครองราชย์ต่อจาก พระเจ้าซาร์อเล็กซาร์เดอร์ที่ 1 พระองค์พยายามยุติข่าวลือเรื่องนี้ แต่ในปี 1865 พระองค์สั่งให้เจ้าหน้าที่ขุดพระศพเสด็จพ่อของพระองค์ขึ้นมา แต่ปรากฏว่าในโลงกับว่างเปล่า และเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบโลงก็พบว่ามันวางเปล่าตั้งแต่แรกแล้ว สรุปว่าศพของพระเจ้าซาร์อเล็กซาร์เดอร์ที่ 1อยู่ที่ไหนจนบัดนี้ก็ยังไม่มีคำตอบของปริศนานี้แต่อย่างใด

                หรือว่าฤาษีฟีเดอร์ คุซมิชก็คือพระเจ้าซาร์อเล็กซาร์เดอร์ที่ 1กันแน่น่ะ??

 

อันดับ 2 Gil Perez

         

                Gil Perez เป็นชื่อของทหารสเปนลึกลับที่จู่ๆ เขาก็ไปปรากฏตัวที่เมืองเม็กซิโก เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 1593 เขาแต่งเครื่องแบบแปลกๆ เขาได้อ้างว่าเขาถูกพลังลึกลับอย่างหนึ่งพัดพาเขามายังประเทศนี้

                เรื่องนี้เป็นเล่าเก่าแก่ ที่มีมานานกว่าสี่ศตวรรษ เล่าว่า ในเดือนตุลาคม ค.ศ.1593 ทหารหนุ่มรายหนึ่งพลัดจากประเทศฟิลิปปินส์แล้วไปหลงอยู่ในเม็กซิโกซิตี้ (ระยะทางกว่า 15,000 กม.) ชุดเครื่องแบบที่เขาสวมใส่นั้นดูประหลาดสำหรับชาวเมืองมาก เขาถูกสอบสวนเขาบอกว่าก่อนที่จะโผล่มาที่นี้เขายืนรักษาการณ์อยู่ที่ทำ ทำการราชการจังหวัดในกรุงมนิลา เมืองหลวงฟิลิปปินส์  ส่วนเขาก็หลงมาที่เม็กซิโกได้ยังไงก็ไม่ทราบ โดยเขาอ้างหลักฐานตนเองว่าที่ฟิลิปปินส์ผู้ว่าที่เขาประจำที่นั้นถูกลอบสังหาร หลายเดือนต่อมามีเรือจากฟิลิปปินส์ ได้ยินยันว่าข่าวลอบสังหารผู้ว่าเป็นเรื่องจริง และตรงกับรายละเอียดของทหารคนนั้นเล่าทุกประการ อีกทั้งผู้โดยสารเรือบางคนก็อ้างว่ารู้จักกับ Gil Perez และสาบานได้ว่าเห็นเขาอยู่ในฟิลปปินส์เมื่อวันที่ 23

                สุดท้าย Gil Perez ก็ได้กลับฟิลิปปินส์และชีวิตหลังจากนั้นของเขาก็หายไป ไม่มีใครรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเขาอีกเลยจัดกระทั้งบัดนี้ ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานต่างๆ นาๆ ถึงเหตุการณ์ลึกลับนี้ซึ่งสมมุติฐานที่น่าเชื่อถือที่สุดคือเทเลพอเทชั่น (Teleportation)พลังลึกลับชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายสสาร วัตถุ หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตไปมาระหว่างสองจุดโดยไม่ต้องผ่านระยะทางตรงหว่างกลางทั้งยังบังคับได้จากระยะไกล

เรื่องนี้ต่อมาได้รับอิทธิพลให้นักเขียนแนวลึกลับนาม เอ็ม. เค. เจสอัพ เอาไปเขียนในเวลาต่อมา

 

อันดับ 1 Green Children of Woolpit


          เด็กเขียวแห่งหมู่บ้าน
บานโฮเซ(Woolpit) เป็นเหตุการณ์ประหลาดเกี่ยวกับมิติลึกลับ ที่เห็นกันอย่างจะๆ แต่ก็ไม่สามารถอธิบายสิ่งที่เห็นตรงหน้าได้ ว่ามันคืออะไรกันแน่??

 บ่ายวันหนึ่งแห่งเดือนสิงหาคม ค.ศ.1887 เด็กสองคนจูงมือกันเดินออกมาจากถ้ำแห่งหนึ่งที่เชิงผาใกล้หมู่บ้านบานโฮเซ ในประเทศสเปน เข้าไปในนาซึ่งคนงานกำลังเก็บเกี่ยวกันอยู่ เด็กสองคนนั้นเดินออกมาจากปากถ้ำอย่างปราศจากอาการหวาดกลัว ทั้งสองคนพูดภาษาที่แปลก และกระท่อนกระแท่น ไม่ใช้ภาษาสเปน และภาษาใดในโลก กับทั้งเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มก็ประกอบด้วยวัสดุที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

และที่ประหลาดที่สุดก็คือผิวกายของเด็กทั้งคู่ไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป กล่าวคือเป็นสีเขียวขจี เมื่อพิจารณาดูลักษณะของตาเหมือนคนเอเชียมาก นัยน์ตากลมเหมือนผลมะนาว และลึก

พวกชาวนาที่เกี่ยวข้าวกำลังพักผ่อนรับประทานอาหารกลางวันกันอยู่ เมื่อเด็กประหลาดคู่นั้นปรากฏตัวขึ้นที่ปากถ้ำบนเชิงเขา ทั้งสองมีอาการเงอะงะร้องไห้โฮออกมาอย่างเปิดเผย และที่ประหลาดมากก็คือทั้งสองคนมีผิวกายสีเขียวเข้ม

ด้วยความไม่เชื่อ คนทำงานพากันวิ่งกรูเข้าไปหาเด็กสองคนนั้น ฝ่ายเด็กก็ตื่นตกใจและออกวิ่ง ผู้คนเลยแตกตื่นวิ่งไล่ตาม ในที่สุดก็ตามทันและจับตัวไว้ได้นำไปที่หมู่บ้าน

ทั้งสองคนถูกนำตัวไปที่บ้านของริคาร์โด ดา คาลโน ผู้ซึ่งเป็นทั้งนคราภิบาล และเจ้าของที่ดินคนสำคัญของหมู่บ้าน

ดา คาลโนพยายามพูดจากับเด็กคู่นั้น ส่วนตนอื่นๆ โผล่หน้าต่างดู เขาจับมือขวาของเด็กผู้หญิงยกขึ้นดู ปรากฏว่าสีเขียวติดแน่น จึงต้องเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อของผิวกายอย่างไม่ต้องสงสัย

เด็กคนนั้นดึงมือกลับ แล้วร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว เจ้าของบ้านจัดอาหารมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าเด็กทั้งสอง แต่เด็กก็ไม่รับประทาน หยิบขนมปังขึ้นมาถือไว้แล้วหยิบผลไม้ แต่ก็เพียงมองดูด้วยความแปลกใจ ไม่ยอมเอามันเข้าไปใกล้ปาก

เด็กทั้งสองพักอยู่ในบ้านนั้น 5 วัน ไม่กินอะไรเลยจนสังเกตเห็นได้ว่าอ่อนเพลีย ไม่ทราบว่าอาหารอะไรจึงจะเป็นที่พึงใจเขาทั้งสอง จนในที่สุดเด็กชายก็เสียชีวิตจากไปเพราะร่างกายอ่อนแอ หลังจากมาที่ปรากฏตัวได้ที่นั่นหนึ่งเดือน ศพของเขาก็ได้ถูกฝังไว้ในสุสานของหมู่บ้าน

อย่างไรก็ตามส่วนเด็กหญิงกลับแข็งแรงดี และทำหน้าที่เป็นคนรับใช้อยู่ในบ้านของ ดา คาลโน ผิวกายที่เป็นสีเขียวค่อยๆจางลง และเป็นคนแปลกประหลาดของหมู่บ้านน้อยลง หลังจากนั้น 2-3 เดือนเธอก็พูดภาษาสเปนได้บ้าง จึงสามารถให้ถ้อยคำชี้แจงแก่ดา คาลโนได้ถึงเรื่องราวในการมาของเธอ แต่แม้กระนั้นก็ยังทำให้ความลึกลับที่มีอยู่แล้วกลับมีมากยิ่งขึ้น

เธอบอกว่าเธอมาจากดินแดนแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีพระอาทิตย์ขึ้น และมีแสงสนธยาอยู่เสมอเป็นนิจ "มีดินแดนที่มีแสงสว่างแลเห็นอยู่ห่างไกลจากเรา แต่ถูกสกัดกั้นโดยธารน้ำที่กว้างมาก" เธอบอก

ต่อคำถามที่ว่าทั้งสองคนมาสู่พิภพของเราได้อย่างไร เธอตอบได้แต่เพียงว่า "มีเสียงหนึ่งดังมากขึ้น และเสียงนั้นเองที่ตรึงจิตใจของเรา เราจึงมาตามเสียงนั้นและได้พบตัวเองมาอยู่ในทุ่งนาที่กำลังมีการเก็บเกี่ยว"

นั่นคือเรื่องราวทั้งหมดที่เธอเล่าให้ฟัง เด็กผู้หญิงมีชีวิตอยู่อีกห้าปี แล้วเธอเองก็ตายตามไปอีกคนนึ่ง ศพของเธอถูกฝังไว้เคียงข้างกับศพพี่(หรือน้อง) ชายของเธอ

นี้เป็นเรื่องจริงปรัมปราที่เล่ากันมาในอดีต หรือเป็นเรื่องโกหกหลอกลวงกันแน่??

 

 

เนื้อหาจาก http://listverse.com/2008/05/03/top-10-mysterious-people/

เพิ่มข้อมูลจากวีพีมีเดีย(อังกฤษ)+ +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 168 : 10 บุคคลลึกลับของโลก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 18229 , โพส : 27 , Rating : 56% / 14 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 27 : ความคิดเห็นที่ 20428
ไม่มี Matt Smith หรอ 555 (ใครงงไปดูDocter who ปะ)
Name : @thistime < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ @thistime [ IP : 49.230.168.172 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 สิงหาคม 2557 / 06:57
  • ความคิดเห็นที่ 20428-1 (จากตอนที่ 168)
    เชดดดดดดดดดดดดดด Whovian เหมือนกัน
    Name : Whovian0543 [ IP : 27.55.96.115 ]

    วันที่:17 ตุลาคม 2558 / 19:22
# 26 : ความคิดเห็นที่ 16818
รู้จักแต่ เด็กเขียว กับ คาสปาร์ นอกนั้น ไม่รู้สักคน =w="
Name : oIceJunGo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ oIceJunGo [ IP : 101.109.134.178 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ตุลาคม 2555 / 10:45
# 25 : ความคิดเห็นที่ 10779
ดีบีคูเปอร์ ใช่ที่อยู่ในเรื่องprison breck ป่ะ?? คูเปอร์เดียวกันป่าวหว่า
Name : sss [ IP : 125.27.188.143 ]

วันที่: 21 เมษายน 2554 / 03:25
# 24 : ความคิดเห็นที่ 9641
เด็กกินโออิชิหรือไม่ก็สแน็กแจ็คมากไปก็เท่านั้น
โฮะๆๆๆๆๆๆ
Name : Oo๐เด็กกริฟฟินดอร์๐oO < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Oo๐เด็กกริฟฟินดอร์๐oO [ IP : 49.228.59.63 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มีนาคม 2554 / 17:42
# 23 : ความคิดเห็นที่ 8763
 น่าสนใจมากๆ 
PS.  ไม่ชอบคำอธิบาย แต่ต้องการแค่ผลลัพธ์ [ I ♥ Ma Mom ]
Name : เจ้าหญิงเขียด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าหญิงเขียด [ IP : 70.149.86.177 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ธันวาคม 2553 / 04:33
# 22 : ความคิดเห็นที่ 7690
อันดับ1 น่าสนอ่ะ
PS.  มีหลายคนอยู่กับฉันตั้งแต่เริ่มต้น แต่มีน้อยคนที่อยู่กับฉันไปถึงตอนจบ
Name : //...be_best...// < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ //...be_best...// [ IP : 182.232.223.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2553 / 17:58
# 21 : ความคิดเห็นที่ 6424
ไม่รู้จักซักคนเลย
^^
PS.   I LOVE GIRLS'GENERATION
Name : 2B-Yulsic < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 2B-Yulsic [ IP : 114.128.13.22 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 สิงหาคม 2553 / 12:54
# 20 : ความคิดเห็นที่ 5321
อยากรู้อันดับที่แปด
Name : Wonder_uny < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Wonder_uny [ IP : 61.7.236.52 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มิถุนายน 2553 / 12:35
# 19 : ความคิดเห็นที่ 4912

ชอบเรื่องที่3ที่สุดและ

ยิ่งอ่านยิ่งอยากรู้ความจริง

-.-


PS.  ความพยายามครั้งที่100 ดีกว่าคิดท้อถอยก่อนที่จะทำ
Name : [翔]MG_DAVE(Kakeru) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [翔]MG_DAVE(Kakeru) [ IP : 61.7.182.97 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 พฤษภาคม 2553 / 14:57
# 18 : ความคิดเห็นที่ 4276

มันมีจริงๆเรอะ!!0_0

Name : อาริอา ★♥ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อาริอา ★♥ [ IP : 110.164.241.177 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 เมษายน 2553 / 21:43
# 17 : ความคิดเห็นที่ 3841
สมัยนี้จะทำแบบนั้นได้ไหมหนอ

ถ้าไม่มีใครรู้เรื่องของเราก็คงจะดีสิเนอะ

จะได้ไม่ต้องมีใครเสียใจ ดีใจ หรือทุกข์ใจเพราะเรา

แต่ตอนนี้คงไม่ได้แล้วล่ะ

เดี๋ยวไม่มีที่อยู่เพราะไม่มีบัตรประชาชน
Name : kurocros < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kurocros [ IP : 118.172.89.120 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 เมษายน 2553 / 13:11
# 16 : ความคิดเห็นที่ 3665
มะนาวต่างนุด หรือ ไม่ก็ โรคประหลาด ที่ผิวจะมีสีน้ำเงิน โรคผิวสีน้ำเงินอ่ะ เคยมีคนเป็นด้วยแหละ
Name : คนที่รู้มาก [ IP : 125.25.191.116 ]

วันที่: 2 เมษายน 2553 / 17:35
# 15 : ความคิดเห็นที่ 3652

เราว่า ชายหน้ากากเหล็กเท่ดีอ่ะ


PS.  เสื่อมอย่างมีสมองสยองอย่างสร้างสรรค์^^
Name : LoVe OvEr < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LoVe  OvEr [ IP : 125.26.207.132 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 เมษายน 2553 / 15:05
# 14 : ความคิดเห็นที่ 3475
เคยอ่านนิยายที่เขียนอ้างอิงถึงเรื่องเด็กสีเขียวเหมือนกัน...
= =;;
แต่ถ้า รูปร่างเหมือนคนแบบนี้...
ไม่น่าจะเป็นมนุษย์ต่างดาวนา...
หรือว่าจะเป็น!?
PS.   อันจะว่าไป...น้ำตาลในเลือดขึ้นอีกแล้ว
Name : quose < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ quose [ IP : 58.9.185.86 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มีนาคม 2553 / 19:17
# 13 : ความคิดเห็นที่ 3474
บาบุชก้า เลดี้ ...?
PS.   มีไรซิบเข้ากล่องข้อความลับได้ครับ
Name : tee2539 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ tee2539 [ IP : 222.123.2.79 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มีนาคม 2553 / 18:00
# 12 : ความคิดเห็นที่ 3275
1ก็คือมนุดต่างดาวสินะ
PS.  โลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย สิ่งที่จะได้มาง่ายๆก็คือความตาย ก่อนที่จะได้ความตาย จงเสพสมความสุขและกิเลสตันหาให้พอ เมื่อเวลามาถึงไม่ว่าคุณจะใหญ่มาจากไหน คุณก็หนีความตายไม่พ้น
Name : Oๅsๅeoะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Oๅsๅeoะ [ IP : 110.164.117.223 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มีนาคม 2553 / 21:10
# 11 : ความคิดเห็นที่ 3248
1 คิดว่ามนุษย์ต่างดาวอ่า^^
PS.  ตัวฉันคือ...สาวกในลัทธิบูชาเคะราชินี....เจ้าค่ะ^^
Name : Iจ้าxญิJ In Crazy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Iจ้าxญิJ In Crazy [ IP : 222.123.198.15 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2553 / 21:55
# 10 : ความคิดเห็นที่ 3219
สรุปว่าอันดับ1 คือมนุย์ต่างดาว?
PS.  If I Sleep Just To Dream Of You.
Name : Rena < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Rena [ IP : 124.122.236.243 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มีนาคม 2553 / 17:21
# 9 : ความคิดเห็นที่ 3182
หายตัวอกาธา คริสตี้เขียนไปแล้ว ไม่เห็นมีคนดูเท่าไหร่เลย

หอคอยลอนดอนเร็สวๆ นี้แหละ หากเจอหนังสือ ต่วนตูนดันเป็นตอนที่ 2 ตอนที่ 1 หาย
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 113.53.140.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มีนาคม 2553 / 10:09
# 8 : ความคิดเห็นที่ 3180
 เคยอ่านของเด็กสีเขียวแล้ว 
แปลกดีนะ+.+
PS.  +เพราะรู้ความสำคัญของความผูกพัน จึงรู้ด้วยว่าจะทรมานขนาดไหนถ้าเสียมันไป+By:คาโกเมะ-อินุยาฉะเล่ม55
Name : NuT4869-แมวเซ่อซ่า>w</ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NuT4869-แมวเซ่อซ่า>w</ [ IP : 183.89.39.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มีนาคม 2553 / 00:54
# 7 : ความคิดเห็นที่ 3179
อืมมม หมายถึงในช่วงเวลาที่หายไปของ คริสตี้อ่ะฮะ

อยากรู้ว่าไปทำอะไร หุหุ ^^

แต่พอมาไล่อ่านดูก็ = = โลกเรามีความลับเยอะจังแหะ
Name : ne Ne' [ IP : 61.90.99.176 ]

วันที่: 11 มีนาคม 2553 / 00:28
# 6 : ความคิดเห็นที่ 3168
เด็กสีเขียวO o
เเปลกดีเเท้!
PS.  แค่ก้าวไปด้วยกันก็เพียงพอแล้ว ^^
Name : xxvongolaxx < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ xxvongolaxx [ IP : 222.123.167.86 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มีนาคม 2553 / 16:16
# 5 : ความคิดเห็นที่ 3160
เด็กตัวเขียว! ประหลาดแท้ๆเลยนะนี้

โลกของเรามีสิ่งที่แปลกประหลาดเยอะจังเลยอะ

PS.  รักแท้มีจริงไหม?/ใครก็ได้ตอบที่/
Name : Hitomi Rin < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hitomi Rin [ IP : 58.8.102.35 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มีนาคม 2553 / 11:57
# 4 : ความคิดเห็นที่ 3159
อาร์กาธา คริสตี้ มีประวัติละเอียดยิบเลยหนู
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.126.107 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มีนาคม 2553 / 09:20
# 3 : ความคิดเห็นที่ 3158
เราว่าเรื่องนี้น่ากลัวอะ
 แบบบทความผีเรายังกลัวน้อยกว่าบทความคนลึกลับนี่ซะอีก 
PS.  เอ๊ะ. . . อะไรรึเจ้าคะ. . ?
Name : ข้าวราดชา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ข้าวราดชา [ IP : 125.25.92.125 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มีนาคม 2553 / 07:52
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android