คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 160 : 10 หนังสือที่ไม่ควรมีในโลก(แต่เปลี่ยนโลกอย่างไม่น่าเชื่อ)


     อัพเดท 1 มิ.ย. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,322 Overall : 2,763,904
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7220 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 160 : 10 หนังสือที่ไม่ควรมีในโลก(แต่เปลี่ยนโลกอย่างไม่น่าเชื่อ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 24663 , โพส : 28 , Rating : 27% / 22 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


                อ่านดูอาจรุนแรง เพราะว่าหนังสือเป็นสื่อที่เสรีภาพ(บางประเทศก็ถูกจำกัดด้วยกฎหมาย เช่น อย่าพาดพิงถึงกษัตริย์) และเพราะอย่างงั้นหนังสือจึงเป็นส่วนหนึ่งของทรัพยากรแสนยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่สามารถนำเสนอสิ่งดีและไม่ดี ความคิดของคนเขียนได้ และที่น่ากลัวกว่านั้นหนังสือบางเล่มก็มีเนื้อหาทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดจนไปสู่โศกนาฏกรรมในโลกแห่งความจริงใบนี้ได้

                เคยมีคนรวบรวมรายการ “หนังสือที่ไม่น่าจะมีในโลก” โดยเขาได้รวบรวมรายการหนังสือที่เขาคิดว่า “มันเป็นหนังสือเลวที่สุด” ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ มีอิทธิพลต่อโลกมากกว่าที่คิด แม้หลายคนบอกให้มองด้วยใจเป็นกลางและมองหนังสือพวกนี้ดู แต่กระนั้นมันก็อดไม่ได้ว่าหนังสื่อนั้นได้ทำให้หลายคนบนโลกเข้าใจผิด ก่อให้เกิดลัทธิ ก่อให้เกิดความคิดชาติพันธ์ที่ผิดเพี้ยน และก่อให้เกิดสิ่งไม่ดีไม่งาม จริงหรือ??

เอาและที่นี้ขึ้นอยู่กับคุณล่ะ ว่าคุณมองหนังสือพวกนี้ยังไง มองว่าขึ้นอยู่กับคนอ่านที่ตีความหรือโดนเนื้อหาหนังสือครอบงำ หรือขึ้นอยู่กับคนแต่ง มีแต่คุณเท่านั้นที่จะเป็นคนตัดสิน และหนังสือที่ไม่น่าจะมีในโลกก็มี ประมาณ 10 เล่ม ดังต่อไปนี้

 

อันดับ 10 Malleus Maleficarum

 

เป็นหนังสือแต่งโดย  ไฮน์ริช เครมเมอร์ (Heinrich Kramer) และ  จาคอบ สเปรนเกอร์ (Jacob Sprenger), 1486 หนังสือ มาเลอัส มาเลฟิคารัม (The Malleus Maleficarum) เป็นหนังสือที่มีอยู่จริงในยุคกลางและมีอิทธพลต่อยุโรปจริงๆ เพราะมันคือคู่มือล่าแม่มด

โดยไฮน์ริช เครมเมอร์และจาคอบ สเปรนเกอร์ นั้นเป็น ผู้พิพากษาที่สนองพระโองการสำนักพระสันตะปาปา (Papal Bull) ประกาศสำเร็จโทษพวกพ่อมด แม่มด หมอผีทั้งหลายอย่างรุนแรง ทั้งคู่เป็นเป็นชาวโดมินิกัน โดย บาทหลวงไฮน์ริช เครมเมอร์ เป็นอดีตเจ้าหน้าที่สอบสวนจากแคว้นไทรอล (อยู่ระหว่างออสเตรียตะวันตกและทางเหนือของอิตาลี) และจาคอบ สเปรนเกอร์(ทางเหนือของสวิสเซอร์แลนด์บนฝั่งแม่น้ำไรน์) ทั้งสองยังได้ร่วมกันแต่หนังสือชื่อ Malleus Maleficarum แปลเป็นภาษาอังกฤษก็คือ Hammer of Witches คู่มือสำหรับการล่าแม่มด จุตัวอักษรประมาณ 250,000 คำ เผยแพร่ระหว่างปี 1874-14669 และนานถึงสองศตวรรษที่พวกกระหายเลือดแม่มดในประเทศต่างๆ เจริญรอยตามวิธีการน่าขยะแขยงในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งบอกวิธีจับ พิสูจน์ไต่สวน และเข่นฆ่าแม่มดต่างๆนานา ทำให้เกิดวิธีการทรมานต่างๆ นาๆ เช่น ตอกเล็บ ตามด้วยบีบขมับ เข้าเครื่องยืดแขนขา ถ้าหากยังปากแข็งก็เอาไปบีบอัดขา เอาเหล็กแดงๆจิ้มตามตัว สุดท้ายก็คือวิธี "แสตปตาโด" เอาร่างเปลือยของผู้สงสัยขึ้นแขวนโยงกับรอก และถ่วงน้ำหนักที่เท้า ดึงห้อยแขวนไว้จนกว่าจะยอมสารภาพ

เนื้อหาในเล่มเป็นการพูดถึงบทลงโทษทั้งชาย และ หญิง ไม่จำกัดแค่สตรีเพศ หรือ แม่มด เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับคำพิพากษา ในบันทึกได้แสดงไว้ว่าพิพากษาผู้หญิงเพียงแค่แปดคน แต่คนกลับใช้มันอ้างอิงลงโทษคนบริสุทธิ์นับล้าน

 

9  Coming of Age in Samoa

 

น่าแปลกตรงที่ว่าหนังสือนี้จะติดอันดับกับเขาด้วย เพราะว่ามาร์กาเรท มีด (Margaret Mead 1901 - 1978) เป็นนักจิตวิทยาที่ทำคุณประโยชน์ต่อโลกคนหนึ่ง สนใจศึกษาองค์ประกอบด้านจิตวิทยา ในระบบวัฒนธรรม ที่มีผลต่อโดยผลงานชื่อ  Coming of Age in samoa พิมพ์เผยแพร่ในปี ค. ศ.1928  นั้นเธอได้ทำการวิจัยด้วยการไปอาศัยอยู่ร่วมกับชาวเกาะซามัวในช่วงเวลาหนึ่ง และเน้นศึกษาความสัมพันธ์ของสมาชิกของสังคมนั้นในเรื่องแบบแผนการอบรมเลี้ยงดูเด็ก  เช่น  ฝึกการขับถ่าย การให้อาหาร และการรักษาความสะอาด ตลอดจนการอบรมสั่งสอนทางวัฒนธรรม ทำให้เธอสรุปได้ว่าแต่ละชนเผ่ามีวัฒนธรรมต่างกัน และวัฒนธรรมนี้ส่งผลให้แต่ละเผ่ามีลักษณะ เนื่องจากการอบรมไม่เหมือนกัน

ส่วนสาเหตุที่หนังสือนี้ติดอันดับเขาบอกว่าทำให้เกิดกับสับสนและความปรารถนาเรื่องเพศ เนื่องจากเรื่องราวของมีดนั้นหลายฝ่ายบอกว่าเธอได้แต่งเติมเรื่องราวเกินความเป็นจริง และเนื้อหาขัดต่อวัฒนธรรมในสังคมโลกตะวันตก

 

8 The Prince

 

เนื้อหาเอามาจาก http://talk.mthai.com/topic/70860

นิคโคโล่ มาเคียเวลลี (Niccolo Machiavelli)เป็นบิดาแห่งรัฐศาสตร์สมัยใหม่ (ส่วนสมัยเก่าคืออาริสโตเติ้ล) และเป็นนักคิดคนสำคัญของทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เรียกว่าสัจนิยมในบรรดานักคิดทางรัฐศาสตร์ที่สำคัญๆ มีบุคคลหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อแนวความคิดและอุดมการณ์ของนักการเมืองในทุกยุคทุกสมัย ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นทั้ง "นักคิดที่ไร้ศีลธรรม" และบางทีก็ได้รับการยกย่องว่าเป็น "นักคิดที่กล้าหาญ" เพราะว่าเขาพูดความจริงที่ไม่เคยมีใครในโลกเคยพูด เพราะเขาพูดถึงธรรมชาติที่แท้จริงของมนุษย์ ในทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งบุคคลนั้นก็คือ Niccolo Machiavelli เขาได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ The Prince เผยแพร่ในปี 1532 ซึ่งได้เสนอแนวความคิดในทางการเมืองแบบใหม่ กำกึ่งระหว่างประโยชน์และโทษ เนื่องจากผู้นำทรราชหลายๆ คนบนโลกแห่งความจริงได้ยึดเนื้อหาหนังสือเรื่องนี้มาเป็นบรรทัดฐานในการปกครองประเทศ เช่น มุสโสลินี ฮิตเลอร์ สตาลินหรือเหมา เจ๋อ ตง เลนินล้วนแต่ดำเนินตามทฤษฎีของเขาทั้งนั้น โยเนื้อหาของหนังสือพอจะสรุปได้ดังนี้

1.แยกการเมืองออกจากศาสนา การเมืองและศาสนาเป็นคนละเรื่องกัน การเล่นการเมืองไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงศีลธรรมจรรยา ซึ่งไม่เคยมีใครเสนอแนวคิดแบบนี้มาก่อน ในขณะนักการเมืองสมัยเก่าบอกว่าผู้ปกครองควรมีคุณธรรม ศีลธรรมจรรยา และพระเจ้า

2.รัฐเป็นสิ่งสูงสุด ความต้องการของแต่ละคนที่เข้ามารวมตัวเป็นรัฐคือผลประโยชน์ รัฐจึงเป็นตัวแทนของบุคคลในการหาและรักษาผลประโยชน์ ดังนั้นการคงอยู่ของรัฐและเจตจำนงของรัฐจะต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด แม้กระทั่งปัจเจกบุคคล

3.ต้องแยกรัฐออกจากศีลธรรมจรรยา ดังนั้นจึงไม่อาจพูดได้ว่ารัฐทำผิดหรือถูก เช่นเดียวกับบุคคลที่เป็นตัวแทนของรัฐ จะไปวินิจฉัยว่าเขาทำผิดหรือถูกไม่ได้เช่นกัน เพราะผลประโยชน์ของรัฐย่อมเหนือความถูกผิดทั้งปวง

4.ผู้ครองนครหรือนักการเมืองเป็นนักฉวยโอกาส ทุกคน แรงจูงใจที่ทำให้เกิดการเมือง คือผลประโยชน์ ดังนั้นนักการเมืองหรือผู้ครองนครต้องกระทำการทุกอย่างเมื่อมีโอกาส เพื่อผลประโยชน์ของรัฐ

5.อย่ากลัวถ้าจะต้องทำผิดบ้าง ผู้ปกครองที่ประสบความสำเร็จต้องทำผิดบ้าง และควรใช้ประโยชน์จากการทำผิดนั้นด้วย เพราะบางสิ่งบางอย่างที่คนภายนอกมองเห็นว่าดี แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ได้ผลดีตามที่เห็น ในขณะที่ของที่ดูไม่ดีก็อาจจะใช้การได้ ดังนั้นผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องเลือกแต่สิ่งที่ดีๆ แต่ควรดูว่าสิ่งๆ นั้นเมื่อนำไปปฏิบัติแล้วได้ประโยชน์หรือไม่ เพราะเมื่อจุดหมายปลายทางหรือผลที่ได้มันได้ประโยชน์ จะถือว่าสิ่งๆ นั้นเป็นสิ่งที่ดี

6.ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี แต่ควรแสร้งแสดงให้คนอื่นคิดว่าเป็นคนดี ด้วยวิธีการต่างๆ เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการเป็นคนดีเสียเองซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร

7.ผู้ปกครองควรให้คนกลัวมากกว่าคนรัก เพราะความรักอาจกลายเป็นความเกลียดได้ แต่ความกลัวนั้นจะไม่รักและไม่เกลียด ผู้ปกครองจึงควรใช้อำนาจและความรุนแรงเพื่อให้ผู้อื่นกลัว

8.หลีกเลี่ยงการประจบสอพลอ เพราะการประจบสอพลอ คือความอ่อนแอ และทำให้ลุ่มหลง ไม่อาจมองเห็นความจริงได้ ผู้ปกครองจึงควรสนับสนุนการพูดความจริงและตั้งคนฉลาดเป็นที่ปรึกษา และรับประกันเสรีภาพของที่ปรึกษาที่จะพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมา

9.ผู้มีอำนาจย่อมเป็นผู้ถูกเสมอ เพราะคนมีอำนาจจะทำอะไรก็ได้โดยไม่มีใครกล้าว่าว่าผิด จุดมุ่งหมายย่อมสำคัญกว่าวิธีการ จะทำอะไรก็ได้เพื่อให้บรรลุจุดหมาย

10.ผู้มีอำนาจไม่ควรอยู่ที่ทางสายกลาง เมื่อจะทำอะไรให้เต็มที่และเปิดเผย มาเคียเวลลีกล่าวว่า เราไม่สามารถรับใช้พระเจ้า และซีซาร์ได้ในขณะเดียวกัน หรือเราไม่สามารถถือดาบกับไบเบิลได้พร้อมๆ กัน

 

 อันดับ 7 Mein Kampf

 

ไมน์คัมพฟ์ (Mein Kampf) หรือ My Strugle เป็นหนังสือที่มีความหนากว่า 560 หน้า  แปลไทยว่า “การต่อสู้ของข้าพเจ้า” เป็นหนังสือของบุคคลโลกไม่ลืมอย่างอดอล์ฟ ฮิตเลอร์(Adolf Hitler) ผู้นำสูงสุดของเยอรมนีในช่วงปี 1933-1945 และเป็นผู้รับผิดชอบต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวกว่า 6 ล้านคน เขา เขียนหนังสือขึ้นจำหน่ายในปี  1925 ในช่วงที่เขากำลังตกอับ(ก่อนที่ฮิตเลอร์จะนำพรรคนาซีก้าวขึ้นมามีอำนาจและบทบาททางการเมืองสูงสุดในปี 1933) โดนจำคุกลันดิสแบร์กอัมเลช เ ขาได้ถ่ายทอดประวัติชีวิตของตัวเอง อุดมการณ์ทางการเมือง แนวคิด นโยบายพรรคของนาซี แนวความคิดลัทธิฟาสซิสต์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อมนุษย์ชาติครั้งใหญ่ที่สุด นั้นคือ มหาสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเนื้อหานี้แสดงให้เห็นความจงเกลียดจงชังชาวยิว การโฆษณาชวนเชื่อของฮิตเลอร์ โดยแบ่งเป็น บรรพ 2 บรรพ บรรพแรกเล่าประวัติชีวิตตัวเอง บ้านของข้าพเจ้า, การศึกษาและการต่อสู้ในเวียนนา,แนวทัศนทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะที่ข้าพเจ้าอยู่ในเวียนนา, สงครามโลก, คณะพรรคกรรมกร(ก่อนเปลี่ยนมาเป็นนาซี) , ชาติและเชื้อชาติ และบรรพที่สองเน้นเรื่องการเมือง ลักษณะแนวคิดจองฮิตเลอร์ โดนเน้นผู้ที่แข็งแรงย่อมจะเป็นคนที่แข็งแรงที่สุดเมื่ออยู่แต่ลำพัง  

มีเรื่องน่าสนใจอยู่อย่างในหนังสือเล่มนี้ได้เล่าประวัติ และเมื่อชีวิตของฮิตเลอร์ช่วงหนึ่งว่า วันที่ 15 ตุลาคม ปี 1918  ฮิตเลอร์ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างกระทันหัน เนื่องจากเขามีอาการตาบอดชั่วคราวจากการได้รับแก้สพิษ ช่วงเวลาขณะที่เขาตาบอดนี้เอง  ฮิตเลอร์ได้เริ่มตัดสินใจแน่วแน่  และตั้งมั่นกับตนเองว่า  เขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาประเทศเยอรมันนีเอาไว้  และเหตุการณ์อุบัติเหตุจากแก้สครั้งนี้  ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฮิตเลอร์เลือกใช้แก๊ซพิษสังหารชาวยิว ดังประโยชน์หนึ่งที่เขียนไว้หน้าหนึ่งว่าฮิตเลอร์เกลียดยิวจริงๆ

"Hence today I believe that I am acting in accordance with the will of the Almighty Creator: by defending myself against the Jew, I am fighting for the work of the Lord." 

"วันนี้ข้าพเจ้าเชื่อว่ากำลังทำตามประสงค์ของพระผู้สร้าง การป้องกันตัวเองจากชาวยิวคือการทำงานรับใช้พระองค์"

Mein Kampf เป็นหนังสือที่ขายดีในบราซิล เนื่องจากฐานนาซีสมัยก่อนอยู่อเมริกาใต้ ส่วนในสหรัฐอเมริกา Barnesandnoble.com เว็บไซต์ขายหนังสือที่มียอดขายสูงสุดรายหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ออกมาแถลงว่าจะไม่มีการขายหนังสือ "Mein Kampf" เนื่องจากการเรียกร้องของกระทรวงยุติธรรมของประเทศเยอรมนี นอกจากนี้ ยังเป็นหนังสือต้องห้ามแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 20 (แต่ขอโทษ ประเทศไทยขายตามปกติครับ ไม่ได้ห้ามแต่อย่างใด) นอกจากนั้นยังมีหนังสือนี้กว่า 10 ล้านเล่ม ไหลเวียนอยู่ทั่วโลก และคนเยอรมันบางคนก็ยังมีหนังสือเล่มนี้อยู่

แต่ดูเหมือนว่าเกลียดตัวกินไข่เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง เพราะว่ามีการจัดประมูลหนังสือ เป็นหนังสือ Mein Kampf พร้อมลายเซ็นฮิตเลอร์ แถมคนที่ได้เป็นชาวรัสเซียอดีตคู่แค้นของเยอรมัน โดยประมูลไป 20000 ปอนด์  หนังสือซึ่งมีลายเซ็นของอดีตผู้นำนาซีและถูกมอบให้เป็นของขวัญคริสต์มาสเมื่อปี 1925 แก่ Rudolf Hess หนึ่งในสมาชิกพรรคนาซีซึ่งถูกคุมขังอยู่ในBarvaria โดยข้อความพร้อมลายเซ็นในหนังสือนั้นเขียนไว้ว่า "เพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาของเราทั้งสองคนที่เรือนจำใน Landsberg ด้วยมิตรไมตรีที่มีให้ โดย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์, คริสต์มาส 1925" กล่าวว่ากัน ฮิตเลอร์นั้นไม่ค่อยจะเซ็นชื่อลงในหนังสือสักเท่าไรดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงถือได้ว่าเป็นหนังสือที่หายากเป็นอย่างยิ่ง

 

 

อันดับ 6 The Pivot of Civilization  

 

มาร์กาเรต แซงเงอร์ เราไม่ค่อยรู้เรื่องราวของเธอมากนัก เพราะไม่มีเว็บภาษาไทยพูดถึงเธอสักเท่าไหร่ นอกจากจะมีรางวัลการวางแผนครอบครัวระดับโลกที่ใช้ชื่อของเธอเป็นชื่อของรางวัล จากการดูในเว็บวีพีมีเดียพบว่าเธอเป็นนักจิตวิทยาและเป็นผู้ออกแนวคิดการคุมกำเนิดสมัยใหม่ และก่อตั้งคลินิกการวางแผนครอบครัว แม้ว่า มาร์กาเรต แซงเงอร์ จะมีผลงานเรื่องการวางแผนครอบครัว จนถึงขั้นระดับโลก ต่อหนังสือชื่อ The Pivot of Civilization วางจำหน่ายในปี 1922 แสดงให้ถึงการปรับปรุงลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์ให้ดีขึ้นโดยใช้ทฤษฏีของเธอ(การควบคุมเชื้อชาติของมนุษย์โดยการเลือกผสมพันธุ์) และเชื้อชาติบริสุทธิ์(และทฤษฏีนี้ฮิตเลอร์ชอบใจมาก เลยเอาทฤษฏีของเธอไปใช้เพื่อให้ได้อารยันสายเลือดบริสุทธิ์ โดยมีหลักฐานปรากฏในหนังสือ Mein Kampf) เธอสนับสนุนการทำแท้งว่าสมควรให้ถูกกฎหมาย  นอกจากนั้นเธอกล่าวว่าคนที่ด้อยต่างๆ ทางสรีระและสติปัญญา สมควรถูกฆ่าเพื่อให้เชื้อชาติที่เหนือกว่า  ด้วยเหตุนี้ทำให้หนังสือเธอติดอันดับ “หนังสือที่ไม่ควรมีในโลก อันดับ 6 “ โดยไม่ยาก


 

อันดับ 5 Democracy and Education

 

หากใครจะถามการศึกษาไทยว่า “ใครว่ะเป็นคนต้นคิดการศึกษาแบบเรียนรู้เองว่ะ ไทยโง่ขึ้นทุกวันเพราะการศึกษานี้แหละ” คำตอบก็น่าจะมีชื่อ จอห์น ดิวอี้ รวมอยู่ด้วย

จอห์น ดิวอี้ (John Dewey) เป็นนักปรัชญาและนักการศึกษาซึ่งมีชื่อเสียง ที่พยายามชี้ให้เห็นว่าการศึกษาแบบเก่า (Traditional) หรือแบบอนุรักษ์ (Conservative) มีข้อดีและข้อเสียอย่างไรและการศึกษาแบบก้าวหน้า (Progressive) มีลักษณะเด่นอย่างไรบ้างในหนังสือเรื่อง Democracy and Education (1916)จอห์น ดิวอี้ ว่าโรงเรียนควรสร้างบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตย ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบสังคม สร้างสมประสบการณ์ และเรียนรู้ที่จะประยุกต์ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่จะพัฒนาสังคมมนุษย์

จอห์น ดิวอี้ ได้เสนอแนวความคิดเรื่องการศึกษาที่มีประสบการณ์เป็นพื้นฐานไว้อย่างเด่นชัด ดิวอี้มีความเห็นว่าการศึกษาที่ถูกต้อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแบบเก่าหรือแบบก้าวหน้าเพียงระบบใดระบบหนึ่ง ปรัชญาของดิวอี้เป็นปรัชญาที่สะท้อนออกมาเด่นชัดในเรื่องการศึกษาที่ยกย่องประสบการณ์ทั้งปวงที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน เน้นให้ผู้เรียนมีการเรียนรู้สถานการณ์ที่เป็นจริง ทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์และสังคม รวมทั้งความเชื่อที่เป็นระเบียบและโลกที่ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ 

แต่ทำไมหนังสือเล่มนี้จึงติดอันดับหนังสือที่ไม่มีในโลก ก็อย่างที่บอกดิวอี้เสนอให้การศึกษาต้องมีประชาธิปไตย ซึ่งมุมมองนี้ได้รับอิทธิพลอย่างมากในการศึกษาของสังคมอเมริกันโดยเฉพาะโรงเรียนรัฐ ผลคือเยาวชนมีการศึกษาตกต่ำลงจนถึงปัจจุบัน จนกระทั้งต้องเปลี่ยนระบบการศึกษาใหม่มาเป็นหลักสูตรของนิวซีแลนด์ในที่สุด

 

อันดับ 4 Baby and Childcare

 

หนังสือผลงานของ Benjamin Spock นี้เป็นทั้งเพื่อนและที่ปรึกษาในสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 และได้รับความนิยมติดอันดับหนังสือขายดีเรื่อยมา โดยหนังสือเล่มนี้กล่าวถึงการเลี้ยงเด็กแบบผสมผสาน แนะนำให้คุณแม่ใช้สัญชาตญาณและความรู้ทางการแพทย์ ที่เล่มนี้เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ การพัฒนาการแต่ละวัย อาหารและการเลี้ยงดู พร้อมคำตอบของสารพัดปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันที่คุณแม่ทั้งหลายต้องพบเจอไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กเรื่องใหญ่แค่ไหน หนังสือคำตอบนี้มีตั้งแต่ปัญหาตอนเป็นทารกจนไปถึงลูกโตถึงมหาลัยทีเดียว

แต่ทำไมหนังสือเล่มนี้จึงติดอันดับหนังสือที่ไม่มีในโลก ทั้งๆ ที่มันมันวางแผงในไทยในชื่อ “คัมภีร์เลี้ยงลูก” และขายดี ก็เนื่องจากมีการศึกษาสถิตครับว่าเด็กทารกส่วนใหญ่เกิดการเสียชีวิตเพราะคำแนะนำที่ดีของหนังสือเล่มนี้ โดยในปี 1990 มีการสนับสนุนเป็นเอกฉันท์พบว่าคำแนะนำของหนังสือนี้เกิดจริงส่งผลให้เด็กเสียชีวิตด้วยโรคหอบ เนื่องจากหนังสือสนับสนุนวิธีเลี้ยงลูกแบบ Raaing(กระตือรือร้นที่จะเริ่มทำบางสิ่ง)

ถ้าคนไม่เชื่อว่าวิธีการของคนเขียนจะทำให้เด็กตายละก็ ใครมีลูกก็ลองทำตามหนังสือเล่มนี้ก็แล้วกัน

 

อันดับ 3 The Protocols of the Elders of Zion

 

The Protocols of the Elders of Zion หรือ บันทึกข้อสนธิสัญญาของปราชญ์อาวุโสแห่งไซออน เป็นหนังสือ(เอกสาร)ปลุกระดมทำให้ผู้คนเกลียดชาวยิวครับ น่าแปลกมากคือหนังสือเล่มนี้ไม่ระบุคนเขียน เนื้อหาได้เขียนขึ้นมาโดยมีเจตนาในการตำหนิความเลวร้ายของยิว ในความพยายามครอบครองโลก และเรียกบรรดาผู้นำทางปัญญา เจ้าของความคิดชั้วร้ายว่า ปราชญ์อาวุโสแห่งไซออน โดยอ้างถึงชาวยิวมีความคิดจะครอบครองโลก โดยสมาคมลับของชาวยิว ว่าด้วยแผนการครองโลกขององค์กรเครือข่ายชาวยิวที่ "เซอร์เกย์ อเล็กซานโดรวิช ไนลัสส่งผลให้ชาวยุโรปเข้าใจชาวยิวแบบผิดๆ

หนังสือเล่มนี้ยังเป็นเครื่องมือของฮิตเลอร์ในการทำให้เกิดความเกลียดชังของชาวยิวในเยอรมนีและมีการเผยแพร่หนังสือหลังจากการปฏิวัติรัสเซียเพื่อก่อกรรมทำเข็นและความรุนแรงต่อชาวยิว(โดยอ้างว่าสมาคมลับชาวยิวอยู่เบื้องหลัง) ปัจจุบันหนังสือเล่มนี้ยังคงถูกตีพิมพ์และเผยแพร่ในหลายประเทศตะวันออกกลางเพื่อเป็นหาแนวร่วมเป็นศัตรูทางการเมืองของอิสราเอล

 

อันดับ 2 The Manifesto of the Communist Party

 

เนื้อหาจาก วีพีมีเดีย

แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์ (Manifesto of the communist party) เขียนโดย คาร์ล มาร์คซ์(Karl Marx) และ เฟรเดอริค เองเกิลส์(Friedrich Engels) ในปี 1848 ต้นกำเนิดของงานนี้เริ่มเมื่อ เองเกิลส์ เสนอว่าควรมีการเขียนหนังสือสั้นๆ เพื่อตอบคำถามว่า ชาวคอมมิวนิสต์คิดอย่างไรเกี่ยวกับสภาพสังคมปัจจุบัน?”

Manifesto of the communist party เป็นหนังสือการเมืองเล่มหนึ่งที่มีอิทธิพลสูงต่อประวัติศาสตร์โลก จัดพิมพ์ครั้งแรกในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1848 (พ.ศ. 2390) เนื้อหาสาระเป็นการวางเป้าหมายของสหพันธ์และแผนดำเนินการ กับทั้งยังได้แถลงนโยบายในการดำเนินกิจกรรมเพื่อการปฏิวัติของชนกรรมาชีพในอันที่จะโค่นล้มระบบทุนนิยมและสร้างสังคมที่ปราศจากชนชั้น

อารัมภบทของหนังสือมีเนื้อหาเป็นเชิงปลุกใจให้ลุกขึ้นมาชุมนุมกัน ดังนี้

ปีศาจตนหนึ่ง ปีศาจแห่งลัทธิคอมมิวนิสต์กำลังวนเวียนอยู่ในยุโรป อิทธิพลทั้งปวงของยุโรปเก่าทั้งสันตะปาปาและพระเจ้าซาร์ทั้งเมตเตอร์นิชและกุยซอท ทั้งชาวพรรคหัวรุนแรงของฝรั่งเศสและสายลับตำรวจของเยอรมัน ได้รวมกันเข้าเป็นพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อกำจัดปีศาจตนนี้

มีพรรคฝ่ายค้านพรรคไหนบ้างที่ไม่ถูกฝ่ายศัตรูของตนซึ่งเป็นผู้กุมอำนาจตราหน้าว่าเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ และมีพรรคฝ่ายค้านพรรคไหนบ้างที่ไม่เอาข้อหาลัทธิคอมมิวนิสต์โยนไปให้พวกพรรคฝ่ายค้านที่ก้าวหน้ายิ่งกว่าและพวกศัตรูที่เป็นปฏิกิริยากับตนเอง

เนื้อหาในหนังสือ แถลงการณ์ฯ กล่าวถึงข้อเสียของทุนนิยมที่ทำลายความอบอุ่นของชีวิต ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ส่วนใหญ่ได้ และเน้นจุดยืนที่ชาวสังคมนิยม (หรือชาวคอมมิวนิสต์) ควรนำมาใช้ในการต่อสู้ และความสำคัญของการสร้างพรรคของกรรมาชีพเพื่อบรรลุผลสำเร็จ

The Manifesto of the Communist Party ได้รับการเสนอชื่อ “หนังสืออันตรายที่สุดอันดับ 1 เท่าที่โลกเคยมีมา” เปัจจุบันหนังสือ แถลงการณ์ฯ เป็นหนังสือประกาศนโยบายของชาวมาร์คซิสต์ทั่วโลก และถึงแม้ว่าเวลาได้ผ่านไป 150 กว่าปีหลังจากที่หนังสือนี้แรกออกมา แต่หนังสือนี้ยังถูกตีพิมพ์ในภาษาต่างๆของมนุษย์อย่างทั่วถึงมากกว่าหนังสืออื่นใดในโลก


           อันดับ 1
Darwin’s Black Box

 

 http://www.sudipan.net/phpBB2/viewtopic.php?p=37923

คุณเคยเข้าบอร์ดที่พูดเกี่ยวกับศาสนาหรือเปล่าครับ ความจริงเรื่องศาสนานี้ไม่ควรนำมาลงพูดในกระทู้ในเว็บเลยนะครับ โดยเฉพาะ เรื่องศาสนากับวิทยาสตร์นี้มันเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายไม่ยอมให้เข้ากันเลย หากเราเอาเรื่องศาสนามาอธิบายเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์นี้นับลองมีแต่เรื่องทะเลาะกันไม่รู้จบ และประเด็นหนึ่งที่เป็นปัญหาที่ไม่สมควรโลกแตกเลย แต่มักหยิบยกให้ทะเลาะกัน คือทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ล ดาร์วินCharles Darwin

แม้ทฤษฎีวิวัฒนาการของ ดาร์วิน อยู่มาร้อยห้าสิบปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับในหลายประเทศ รวมทั้งที่อเมริกา ที่คนส่วนใหญ่ที่เคร่งศาสนาและไม่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ ไม่เชื่อทฤษฎีนี้ (ชาร์ล ดาร์วิน ได้กล่าวด้วยตัวเขาเองว่า ทฤษฎีของข้าพเจ้านั้นไม่ใช่ข้อมูลหรือข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ แต่มันเป็นเพียงความเชื่อหรือความคิดส่วนตัวของข้าพเจ้าเท่านั้น)

อีกทั้งในปี 1996 มีหนังสือชื่อ darwin black box เขียนโดยไมเคิล บีฮี(Michael Behe)นักวิทยาศาสตร์โบราณ เคร่งศาสนา และนักชีววิทยาชาวอเมริกาได้เขย่าวงการทฤษฎีวิวัฒนาการอย่างรุนแรง โดยเขาชี้ให้เห็นว่าการทำงานของระบบภายในของมนุษย์และสัตว์นั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หนังสือเรื่อง Darwin Blackbox ปัจจุบันได้ถูกหักล้างแล้วด้วยงานวิจัยที่สนับสนุนทฤษฎีวิวัฒนาการ ที่พิสูจน์ด้วยหลักฐานใหม่ๆอยู่เสมอ  แต่กระนั้นหนังสือเล่มนี้ได้กลายเป็นเชื้อเพลิงที่แสดงให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์และศาสนานั้นไม่สมควรจะคู่กันกันได้  นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดการถกเถียงจากองค์กรวิทยาศาสตร์ทั่วโลกจนกลายเป็นข้อพิพากษาในชุมนุมนักวิทยาศาสตร์

 


อันดับมาจาก http://listverse.com/2008/05/14/10-books-that-screwed-up-the-world/+ +

ส่วนเนื้อหาต่างๆ เอามาจากเว็บตรงหัวเรื่อง ขอบคุณที่ติดตามครับ



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 160 : 10 หนังสือที่ไม่ควรมีในโลก(แต่เปลี่ยนโลกอย่างไม่น่าเชื่อ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 24663 , โพส : 28 , Rating : 27% / 22 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 28 : ความคิดเห็นที่ 22078
ก่อนอ่านบทความนี้ คิดไว้ละว่าต้องมี mein kamps, คู่มือล่าแม่มด, The protocols of the Elders of Zion แล้วก็ communist manifesto เเล้วก็มีจริงๆด้วย = =!
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ

ปล. สะกดผิดเยอะมากๆเลยค่ะ ทั้งไทยและอังกฤษ ทุกตอนด้วย ถ้าตรวจทานให้ถูกต้องได้จะดีมากๆเลย เพราะบทความคุณดีมากๆ มีประโยชน์ สนุกด้วย ติดตามอ่านมาตั้งแต่ ม.ปลายจนตอนนี้จบมหาลัยละ
ติเพื่อก่อนะคะ อย่าโกรธกันนะ อยากให้เรื่องบทความดีๆมันสมบูรณ์ ไม่อ่านไปสะดุดไปเพราะคำผิด
Name : Jinjoo.K < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Jinjoo.K [ IP : 180.180.201.6 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มิถุนายน 2561 / 11:45
  • ความคิดเห็นที่ 22078-1 (จากตอนที่ 160)
    คีย์บอร์ดมันแย่มากครับ

    เดี๋ยวจะไๆปแก้ให้ เพราะบทความนานมาก
    PS.  สนับสนุนฮาเร็ม- รักหนูแจ๊ค ดูแต่หนูแจ๊ค ไม่ชายตามองตัวละครอื่น
    Name : Cammy-เต่านรก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก [ IP : 124.121.210.10 ]
    ส่งข้อความลับ
    วันที่:1 มิถุนายน 2561 / 12:46
# 27 : ความคิดเห็นที่ 22076
ว้าว...พูดไม่ออกเลย
Name : เชือกสีน้ำเงิน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เชือกสีน้ำเงิน [ IP : 1.47.34.69 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 พฤษภาคม 2561 / 18:38
# 26 : ความคิดเห็นที่ 17147
อ้าว ตูเองก้อพิมพ์ผิดนี่หว่า อ่านจนตาลายแล้วผม 55555
Name : Kiss [ IP : 27.55.171.141 ]

วันที่: 9 พฤศจิกายน 2555 / 15:19
# 25 : ความคิดเห็นที่ 17146
ค.ศ.14669?? เขียนผิดเยอะมาก สะกดคำผิดแทบทุกบทความ (ติเพื่ิอสร้าวารรค์นะ ไม่ได้อคติใดๆทั้งสิ้น)
Name : Kiss [ IP : 27.55.171.141 ]

วันที่: 9 พฤศจิกายน 2555 / 15:06
# 24 : ความคิดเห็นที่ 13816
อยากอ่านเรื่องที่ฮิตเลอร์เขียนอ่ะ *-*

เราว่ามันน่าสนใจมากๆเลยล่ะ เพราะเราเคยอ่านเรื่องที่เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สอง

เลยอยากรู้มากว่าคนเยอรมันถูกหนังสือเล่มนี้ชักจูงได้ยังไง อยากรู้ความรู้สึกของพวกเขา ณ ขณะนั้น

การที่ฮิตเลอร์สามารถทำให้คนเกลียดคนยิวได้ขนาดนั้น

ท้าทายด้วยในความรู้สึกของเรา ว่าเวลาอ่านไปจะหลงเคลี้มตามเฮียฮิตเลอร์แกรึเปล่า 555

ปล. อีกอย่างเราว่าคนเอเชียมีความเข้าใจเรื่องสงครามโลกน้อยเกีนไปด้วย ศึกษาเรื่องพวกนี้บางทีก็ได้อะไรมากกว่าที่คิด
Name : Play [ IP : 211.144.127.241 ]

วันที่: 20 พฤศจิกายน 2554 / 21:00
# 23 : ความคิดเห็นที่ 12542
ฺBook is has so many power and it can change the world by some one who read it
Name : bbsaver < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bbsaver [ IP : 113.53.77.117 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 สิงหาคม 2554 / 18:35
# 22 : ความคิดเห็นที่ 11657

ไม่น่าเชื่อว่าหนังสือคู่มือเลี้ยงเด็กจะขึ้นอันดับสี่
น่ากลัวจริงๆ
ดีนะที่แม่เราไม่ได้อ่านคู่มือนั้น=w=


PS.  แม้รุ่งอรุณจะมาถึง ม่านหมอกก็ยังคงไม่ละลายหายไป แม้อาทิตย์จะขึ้น ก็ยังคงมองไม่เห็นเธอ หากแต่โลกของฉันนั้นแม้ความมืดมิดจะเยี่ยมกรายเข้ามา ก็ยังจะหัวเราะให้กับมัน แล้วตามหาแสงสว่างต่อไป อย่างสนุกสนาน
Name : ~PrincessNaki~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~PrincessNaki~ [ IP : 180.180.221.18 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 พฤษภาคม 2554 / 20:15
# 21 : ความคิดเห็นที่ 8908
หนังสือขอมากาเร็ต มี้ด เล่มนี้เป็ฯความผิดพลาดค่ะ เพราะชีเล่นไปถามเรื่องอย่างว่าเอากับเพื่อนๆชาวพื้นเมืองของเธอ เค้าก็เลยตอบั่วๆส่งๆกันไปให้กลายเป็ฯเรื่องเมาท์ตื่นเต้น อย่างที่เค้าคิดว่าเจ๊มี้ดแกอยากฟัง

นี่เป็นกรณีตัวอย่างของนักมานุษยวิทยา ที่ถูกหลอก(?) เพราะเจ้าบ้านเค้าใจดี เห็นว่าคนถามอยากได้ยินอะไรก็คุยเรื่องนั้นด้วย โดยที่จริงๆแล้วมันไม่ใช่วัฒนธรรมพื้นเมืองแม้แต่น้อย
Name : royalฯ [ IP : 203.155.50.210 ]

วันที่: 29 ธันวาคม 2553 / 11:06
# 20 : ความคิดเห็นที่ 8756
 อยากอ่านอันดับ 6 น่าสนใจดี 
PS.  ไม่ชอบคำอธิบาย แต่ต้องการแค่ผลลัพธ์ [ I ♥ Ma Mom ]
Name : เจ้าหญิงเขียด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าหญิงเขียด [ IP : 70.149.86.177 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ธันวาคม 2553 / 08:34
# 19 : ความคิดเห็นที่ 6005
อยากลองหาcpmmunist menifestoกะmein kampfมาอ่านดูเหมือนกัน
Name : bleeding corpse [ IP : 58.9.96.149 ]

วันที่: 2 สิงหาคม 2553 / 19:45
# 18 : ความคิดเห็นที่ 5326
ไม่น่าอ่านสักเล่ม

อ่านแต่การ์ตูนอะ

555+


PS.  ความพยายามครั้งที่100 ดีกว่าคิดท้อถอยก่อนที่จะทำ
Name : [翔]MG_DAVE(Kakeru) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [翔]MG_DAVE(Kakeru) [ IP : 119.42.117.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มิถุนายน 2553 / 21:16
# 17 : ความคิดเห็นที่ 3460
ดิวอี้..
ใช่คนเดียวกะที่สร้างระบบทศนิยมดิวอี้รึเปล่าครับ?
ที่จัดหมวดหมู่หนังสือน่ะ
PS.   อันจะว่าไป...น้ำตาลในเลือดขึ้นอีกแล้ว
Name : quose < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ quose [ IP : 58.11.30.57 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มีนาคม 2553 / 20:39
# 16 : ความคิดเห็นที่ 3023
เราไม่ชอบหนังสือเล่มที่ 8 สุด ๆ เลย (จริง ๆ ก็ไม่ชอบสักเล่มนะ)
เฮ้อ คนเราจะเขียนอะไรออกมเอาที่ดี ๆ หน่อยก็ไม่ได้เขียนมาทำไมนะไอ่แบบนี้
วิธีเลี้ยงลูกก็เหมือนกันประสาทจัง
PS.  พระเจ้าช่วย...หนูเหงาจะตายอยู่ล้ว
Name : สมหญิงศรี&แองเจล่า ผง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สมหญิงศรี&แองเจล่า ผง [ IP : 90.237.129.232 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 มีนาคม 2553 / 10:34
# 15 : ความคิดเห็นที่ 2926
หนังสือนี่ .. มีอิทธิพลจริงๆแหละ  ไอเป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือนะ  แต่ไอก็ใช้วิจารณญาณในการอ่านเหมือนกันนะ 

อย่างถ้าเป็นแนวนิยายหรือวรรณกรรมก็จะแค่อ่านเอามันส์ แต่บางเรื่องมันก็ทำให้ได้ข้อคิดจริงๆแหละนะ 

แต่ถ้าเป็นจำพวกหนังสือเรียน หรือHow toต่างๆ บางอย่างก็เชื่อโดยไม่คิดอะไรเลยน่ะนะ 

แต่บางเรื่องก็ไม่ทำเหมือนกัน (ก็บอกแล้วไงว่าอ่านอย่างมีวิจารณญาณเหมือนกัน)

ยังไงก็ขอบอกได้เลยว่าหนังสือเหล่านี้มีอิทธิพลมากแน่ๆ โดยเฉพาะยิ่งคนดังๆในแวดวงวิชาการจะยิ่งทำให้น่าเชื่อถือเข้าไปอีก


ไม่อยากคิดเลยว่าอันดับต้นๆจะเป็นยังไง..........

PS.  What is love? What! Right now... it is Blue Ocean.
Name : (๐-*-๐)v เกริด้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ (๐-*-๐)v เกริด้า [ IP : 58.9.152.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2553 / 18:47
# 14 : ความคิดเห็นที่ 2921

อยากรู้จักเขียนกันออกมาได้ยังไง


PS.  โลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย สิ่งที่จะได้มาง่ายๆก็คือความตาย ก่อนที่จะได้ความตาย จงเสพสมความสุขและกิเลสตันหาให้พอ เมื่อเวลามาถึงไม่ว่าคุณจะใหญ่มาจากไหน คุณก็หนีความตายไม่พ้น
Name : Oๅsๅeoะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Oๅsๅeoะ [ IP : 118.173.94.105 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2553 / 23:29
# 13 : ความคิดเห็นที่ 2910
ไอ่หนังสือเลี้ยงลูกนั่นพยายามจะให้เด็กนอนดึกเรอะ =[]=! ประเทศไหนสอน
PS.  " Maru Kaite Chikyuu... " Ver. Chibitalia, Don't call me auntie! Call me Big Sis!!
Name : Lofe < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lofe [ IP : 110.164.65.203 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 / 10:38
# 12 : ความคิดเห็นที่ 2885

เอิ่มเคยอ่านใน แบรน์ออฟบราเธอร์ (เพื่อนตายสหายศึก) เป็นบันทึกของพลร่มที่101สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง พูดถึงตอนที่ยึดสมบัติของฮิตเลอร์ว่ามี เหล้าชั้นดี หนังสือ มายคัม รุ่นแรกๆ เอผมก็สงสัยอยู่ว่าหนังสือ เล่มนี้มันเป็นยังไง พึ่งกระจ่างนี่ล่ะ


PS.  คนอ่านคือชีวิต เม้นคือจิตใจ แอดเอาไว้คือจะกลายเป็นความพยายาม ฝากนิยายผมด้วยครับ เรื่อง ปฏิบัติเปลี่ยนนายให้กลายเป็นเธอ
Name : sillfai < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sillfai [ IP : 58.9.93.16 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 / 07:47
# 11 : ความคิดเห็นที่ 2881

อันดับ1 จะขนาดไหนเนี่ย

- -^


PS.  แค่ผ่านมา และจะผ่านไป อย่างไม่อาลัย หรือผูกพัน
Name : AmNllN < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AmNllN [ IP : 118.172.146.52 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:34
# 10 : ความคิดเห็นที่ 2876
การต่อสู้ของข้าพเจ้า
มีวางอยู่บนชั้นหนังสือ
ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่กล้าอ่าน
ไม่รู้เหมือนกันว่าไปซื้อมาทำแป๊ะอะไร เฮ้อ....
PS.  "เธอมันก็แค่ผู้หญิงบ้าๆที่ชอบทำเป็นเฉยชา.. แต่แอบไปร้องไห้ในเงามืด"
Name : Nariszar < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nariszar [ IP : 202.28.27.3 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:01
# 9 : ความคิดเห็นที่ 2864
รอติดตามตอนต่อไป ๆๆ
PS.  ~`*=> We were both young when I first saw you~~
Name : :+: Stafani Furton :+: < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ :+: Stafani Furton :+: [ IP : 125.24.62.245 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2553 / 01:00
# 8 : ความคิดเห็นที่ 2854

อะ...หนังสือที่ฮิตเลอร์เขียนเหรอเฮีย

มันจะออกมาแบบไหนเนี่ย


PS.  " Maru Kaite Chikyuu... " Ver. Chibitalia, Don't call me auntie! Call me Big Sis!!
Name : Lofe < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lofe [ IP : 110.164.30.64 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:15
# 7 : ความคิดเห็นที่ 2842

อันดับ 7 มันแปลยากครับ หาไทยไม่ได้เลย ส่วนอันดับ 6 ฮิตเลอร์เขียนครับ

Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.172.126.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:08
# 6 : ความคิดเห็นที่ 2841
เอ่อและเกือบลืม

ขอบคุณคุณนักเขียนมากเลยนะ^^

เจ๋งมากเลยละ
Name : เฮ้ออ [ IP : 125.24.68.113 ]

วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:26
# 5 : ความคิดเห็นที่ 2840
10 ข้อหลังนี่นะ คงต้องใช้วิจารณญาณมากๆในการอ่าน ถึงมันจะเป็นเรื่องจริง และถึงเค้าจะกล้าหาญมากๆ


ปล.สังเกตได้ว่าแต่ละคนที่ทำตาม10ข้อนั้น มีอำนาจมาก
แต่หาความสุขไม่ได้เลยสักคน แม้บั้นปลายของชีวิต
ชีวิตเค้าคงเครียดตลอดเวลาเลยสินะ - -
Name : เฮ้ออ [ IP : 125.24.68.113 ]

วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:24
# 4 : ความคิดเห็นที่ 2839
อืม.. ตรงได้ใจมากหนังสือของมาเคียเวลลี่
ถือดาบมือขวา ส่วนมือซ้ายถือไบเบิ้ลสิ!! ^____^
แต่ทำงั้นคงตายก่อน 555+
PS.  เอ๊ะ. . . อะไรรึเจ้าคะ. . ?
Name : ข้าวราดชา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ข้าวราดชา [ IP : 125.25.103.203 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:16
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android