คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 11 : เมื่อสัตว์เป็นนักบิน


     อัพเดท 12 ก.พ. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 4,943 Overall : 2,762,525
22,181 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7216 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 11 : เมื่อสัตว์เป็นนักบิน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 15188 , โพส : 19 , Rating : 51% / 7 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



*  
เมื่อสัตว์เป็นนักบิน

*    

    การเดินทางในอวกาศนอกโลกบางครั้งก็ไม่ใช้เรื่องง่ายๆ

         รู้ไหมครับว่าจากอดีตถึงปัจจุบันมีสัตว์หลายตัวต่างซวยกันทั่วหน้าเพราะถูกจับส่งไปในอวกาศมาแล้ว ตั้งแต่หนูไปจนถึงชิมแปนซี และแม้กระทั่งประเทศฝรั่งเศส ก็เคยเตรียมแมวบ้านสำหรับโครงการอวกาศเช่นเดียวกัน

         แต่จะว่าซวยก็ไม่ได้ เพราะสัตว์ทดลองเหล่านั้น เป็นสัตว์ที่เข้ามาช่วยทดสอบ สภาวะต่างๆ ในอวกาศซึ่งนักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถจำลองให้เกิดขึ้นบนโลกได้ คนทั่วไปไม่รู้จัก เช่นสภาพไร้น้ำหนัก และความเครียดที่จะมีต่อสิ่งมีชีวิตในยามที่ต้องเดินทางไปสู่อวกาศ ฯลฯ ถือได้ว่ามีบุญคุณใหญ่หลวงแก่มนุษย์เลยที่เดียว

หลายท่านน่าจะจำได้ว่า สัตว์ตัวแรกที่ท่องอวกาศตัวแรกของโลกคือหมาถูกส่งไปกับดาวเทียมสปุ-ตนิก 2 ของรัสเซีย มันชื่อ ไลก้า หน้าตาก็เป็นหมาน้อยแสนจะธรรมดานี่เอง แต่ถึงอย่างไรมีความเป็นไปได้มากว่า ที่รัสเซียได้ส่งหมาติดไปกับจรวดอีกหลายครั้ง แต่จรวดอาจจะระเบิดบ้าง หมาอาจจะตายบ้าง ซึ่งเรื่องอะไรจะป่าวประกาศให้ขายขี้หน้าตัวเอง เลยอุปเงียบเอาไว้

ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกแบ่งคั่วอำนาจเป็น 2 ข้าง คือระหว่าง โซเวียตรัสเซีย กับสหรัฐอเมริกา เค้าวัดความเป็นมหาอำนาจกันง่าย ๆ ชาติไหนมีระเบิดนิวเคลียร์ ชาตินั้นก็กลายเป็นมหาอำนาจ แต่มีแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ระเบิดกันง่าย ๆ นะครับ ไม่ใช่ว่าพอเกลียดขี้หน้ากันก็เอาระเบิดใส่เครื่องบินทิ้งใส่กันเหมือนคราว ฮิโรชิมา นางาซากิ ทำอย่างนี้ไม่ได้แล้ว เพราะต่างเริ่มมีเรดาร์ใช้กันแล้ว ใครหน้าไหนแปลกปลอมบินส่งเดชล้ำเส้นเขตแดนเข้ามา สามารถรู้ล่วงหน้าก่อนเป็นชั่วโมง

คงจำกันได้ว่า ประเทศที่ทำจรวดเล่นยิงใส่ชาวบ้านมากที่สุดคือ เยอรมัน พอสิ้นสงครามเยอรมันแพ้ นักวิทยาศาสตร์ และวิศวกรจรวดก็ถูกต้อนไปโดยรัสเซียบ้าง สหรัฐอเมริกาบ้าง จับเอาไปช่วยพัฒนาจรวดไว้ฆ่าคน ด้านข้อมูลต่างๆ ของทางรัสเซียค่อนข้างเก็บเป็นความลับ แต่ของทางสหรัฐอเมริกาน่าจะเปิดเผยกว่า ในเมื่อสหรัฐอเมริกาได้ตัววิศวกรชาวเยอรมัน และได้จรวด V-2 มา ก็เริ่มบรรเลงบทเพลงอวกาศกันเลย พอสงครามเลิก ปี ค.ศ.1945 - ปีค.ศ.1946 สหรัฐอเมริกาเริ่มมองไปข้างหน้าว่า จะใช้จรวดส่งมนุษย์ไปอวกาศให้ได้ จึงเริ่มโครงการนี้ทันทีด้วยการจับสิ่งมีชีวิตยิงไปกับจรวดแล้วดูว่าจะรอดหรือไม่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

              สิ่งมีชีวิตโชคร้ายชนิดแรกที่ส่งไปท่องอวกาศ รู้ไหมครับว่ามันคืออะไร มันก็ได้แก่ แมลงวันผลไม้ครับ จรวดพาแมลงวันขึ้นไปสูง 180 กม. แล้วก็หล่นลงมาด้วยร่มชูชีพ รายงานไม่แจ้งว่า แมลงวันรอดหรือไม่

              ต่อมาในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1948 มีนักบินอวกาศ (ผู้โชคร้าย) ตัวแรกเป็นลิงวอก ชื่ออัลเบิร์ต หมายเลข 1 ถูกวางยาสลบแล้วจับใส่ ไปกับจรวด ในยุคแรกๆ ที่ยังไม่มีโปรแกรมสำหรับการฝึกสัตว์ให้เป็นนักบิน ต้องอาศัยนักพฤติกรรมศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ และวิศวกรผู้ออกแบบยานมาทำงานร่วมกัน ต้องใช้เวลาและทรัพยากรมากมาย ลำพังการออกแบบแคปซูลสำหรับบรรจุสิ่งมีชีวิตไปในอวกาศนี้ก็ยุ่งชะมัด  ตัวแคปซูลต้องปรับความดันอากาศและอุณหภูมิให้ใกล้เคียงกับผิวโลก ( ก็ในอวกาศไม่มีอากาศให้หายใจแถมอุณหภูมิ ก็ติดลบเป็นร้อยองศา ) แคปซูลต้องมีประตูที่ผนึกแน่นหนา ต้องมีถังออกซิเจน ต้องมีที่ดูดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ต้องมีเครื่องปรับอากาศ ต้องมีที่เก็บฉี่เก็บอึ มีอุปกรณ์วัดสัญญาณชีพต่างๆ เช่น อัตราเต้นหัวใจ คลื่นหัวใจ อัตราการหายใจ ความดันเลือด

ตอนนั้นอุปกรณ์อิเล็กโทนิกที่ใช้ขยายสัญญาณมีแต่ หลอดสูญญากาศ ทรานซิสเตอร์ก็ยังไม่เกิด คอมพิวเตอร์ยังเครื่องใหญ่เท่าบ้าน เจ้าหลอดสูญญากาศนี่ก็เกเรบ่อยกระทบกระเทือนแรงๆ หลอดก็ขาด คลื่นไฟฟ้าที่ออกจากร่างกายมีค่าแค่ 5-6ไมโคโวลท์ (1ไมโคโวลท์ =1 ในล้านของโวลท์ ) จึงต้องมีอุปกรณ์ขยายสัญญาณไฟฟ้าเล็กๆ นี้ แล้วส่งเป็นคลื่นวิทยุกลับมายังสถานีบนโลก การออกแบบและบรรจุของสารพัดให้ใส่ในแคปซูลได้ก็ต้องนับว่าสุดยอดแล้ว

                 ผลปรากฏว่า เจ้าลิงอัลเบิร์ต หมายเลข 1 ซี้แหงแก๋ เพราะสำลักควันจรวด หลังจากทำการทดลองล้มเหลวในครั้งแรก จึงต้อง ออกแบบแคปซูลใหม่ทำให้เสียเวลาไปอีกหนึ่งปี

ต่อลิงที่ขึ้นสู่อวกาศก็มี อัลเบิร์ต II, III และ IV โดยแยกกันคนละเที่ยวบิน ลิงแต่ละตัวจะนั่งไป ในส่วนปลายแหลมของจรวด ข้อสังเกตในกรณีนี้ประการหนึ่งคือ ลิงตัวแรกมีชื่อว่าอัลเบิร์ตซึ่งมี ความเป็นมนุษย์อยู่ แต่ลิงตัวต่อๆ มากับมีชื่อที่ลงท้ายด้วยหมายเลข ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นมนุษย์ ที่น้อยลงสำหรับการทดลอง แต่ลิงทุกตัวในโครงการนี้ล้วนประสบชะตากรรมเดียวกัน นั่นก็คือ สามารถเอาตัวรอดได้ในขาขึ้น ไม่แสดงอาการเจ็บป่วยขณะอยู่บนนั้น แต่พวกมันไม่อาจรักษาชีวิตในขาลงเอาไว้ได้ด้วยเหตุที่ร่มชูชีพไม่ทำงาน พวกมันเสียชีวิตจาก การตกกระแทกกับพื้นโลก บางตัวกลายเป็นลิงย่างไปเลย

           สัตว์ต่อมาเป็นหนูขาวครับ คราวนี้ติดกล้องถ่ายหนังไปด้วย ได้บันทึกภาพในขณะที่หนูอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนัก แต่หนูตายหมดตอนแคปซูลกระแทกพื้น ………..

           ถัดจากนั้นไม่กี่ปี กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ส่งจรวดแอโรบีขึ้นจากฐานทัพอากาศ ฮัลโลแมนในนิวเม็กซิโกเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2494 เที่ยว-บินนี้ได้นำลิงที่ชื่อ โยริก กับหนูอีก 11 ตัวขึ้นไป จรวดได้ขึ้นไปสูงถึง 72 กิโลเมตร หลังจากกระพื้นหนูยังอยู่ดีแต่ลิงตายจากแรงกระแทกขณะลงพื้นหนูชุดนี้นับว่าเป็นนักบินอวกาศตัวเป็นๆชุดแรกที่รอดมาได้หลังยานแตะพื้น รวมทั้งยังกลับมาสู่โลกโดยไม่เสียชีวิตอีกด้วย (อันที่จริงชื่อโยริกนี้เป็นชื่อเดียวกับตัวละคร ในเรื่องแฮมเล็ตของเช็คสเปียร์ ในองค์ที่ 5 ฉากที่ 1)

                การทดลองส่งสิ่งมีชีวิตไปยังขอบอวกาศในช่วงแรกนี้ต้องสะดุดไปเป็นเวลาถึง 6 ปี เพราะกองทัพอากาศสหรัฐฯหันไปทำการศึกษาเกี่ยวกับขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยต่างๆ

                
                โครงการแอโรบีสิ้นสุดลงในเที่ยวบินสุดท้ายที่ส่งขึ้นในวันที่
22 พฤษภาคม พ.ศ. 2495 โดยมีผู้โดยสารเป็นหนู 2 ตัวคือ มิลเดร็ด กับ อัลเบิร์ต และลิงฟิลิปปินส์อีก 2 ตัว คือ แพทริเชีย กับ ไมค์ พวกมันขึ้นไปที่ระดับ 58 กิโลเมตร และได้รับการเฝ้าดูด้วยกล้องวิดีโอ ที่ติดตั้งอยู่กับจรวด นักวิทยาศาสตร์ของกองทัพได้สังเกตผลของความเร่ง, สภาวะไร้น้ำหนัก และผลของการลดความเร่งผ่านกล้องนี้ และเพื่อศึกษาผลที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของจรวด ด้วยความเร็ว 3,220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แพทริเชีย กับไมค์ ก็ต้องถูกรัดตัวติดกับที่นั่งที่เตรียมไว้ (ในขณะที่มิลเดร็ดกับอัลเบิร์ตลอยเท้งเต้งในที่ของมันเมื่ออยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก) หลังจากจบภารกิจแล้ว ลิงทั้งสองตัวก็ได้รับการเกษียณอายุไปอยู่ที่สวนสัตว์แห่งชาติในกรุงวอชิงตัน และก็อยู่กันอย่างมีความสุขนับแต่นั้นมา(โชคดีไป)

                ในขณะเดียวกัน สหภาพโซเวียตก็ทำการศึกษาการส่งสุนัขขึ้นสู่วงโคจรรอบโลก การทดลองของ รัสเซียใช้สุนัขถึง 9 ตัวในฐานะเป็น สุนัขอวกาศรวมไปถึงการใช้ชุดอัดอากาศในห้องไร้ความดันด้วย สุนัขของโซเวียตสองตัวที่อยู่ในการทดลองนี้คือ อับบินา และ ทซีแกงกา ซึ่งมันได้ขึ้นไปยัง ขอบบรรยากาศของโลก และสามารถดีดตัวออกมาได้อย่างปลอดภัยในขากลับสู่โลก และโซเวียตได้ทำสถิติส่งสัตว์ขึ้นไปได้ที่ระดับความสูงถึง 483 กิโลเมตร ทั้งหมดนี้ก็เพื่อ เตรียมการสำหรับการเขย่าโลกในปี พ.ศ. 2500 ที่จะตามมา นั่นก็คือการส่งดาวเทียมสปุตนิก 1 และ สปุตนิก 2 ขึ้นสู่วงโคจรรอบโลก นับเป็นประวัติศาสตร์อวกาศครั้งแรกของการบุกเบิกอวกาศ

                เมื่อถึงปี พ.ศ. 2500 โซเวียตเองก็มีความมั่นใจในเที่ยวบินสู่อวกาศของพวกเขา และก็พร้อมที่จะส่งยานอวกาศที่มีสิ่งมีชีวิตไปยังวงโคจรด้วย หลังจากการส่งดาวเทียมดวงแรก ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2500 แล้ว โซเวียตก็เริ่มส่งสุนัขขึ้นไปกับดาวเทียมสปุตนิก 2 ในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 สุนัขที่ส่งขึ้นไปนั้นเป็นสุนัขไซบีเรียน ฮัสกีมีชื่อว่า ไลก้า

                เชื่อหรือไม่ว่า ฮัสกีตัวนี้เป็นสุนัข ที่ถูกจับมาจากข้างถนนในกรุงมอสโก นั่นเอง!

                สหภาพโซเวียตได้เปิดตัวไลก้าสู่สาธารณะในวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2500 ซึ่งไลก้าได้ส่งเสียงเห่าใส่ไมโครโฟนสำหรับการถ่ายทอดวิทยุ นั่นเป็นที่มาของชื่อของมัน เนื่องจากคำว่าไลก้าแปลว่า เห่า ส่วนชื่อของไลก้าที่สื่อมวลชนฝั่งอเมริกาตั้งให้เล่นๆ ก็คือ มุตนิก

                ในภารกิจนี้ ไลก้าต้องนั่งไปในยานหนัก 509 กิโลกรัมที่มีเครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์หลายอย่าง มีระบบเกื้อชีวิต ไลก้าเองถูกยึดให้อยู่ในที่ที่ มันขยับได้เพียงแค่ไปให้ถึงอาหารและน้ำเท่านั้น นอกจากนั้นที่ตัวมันก็ยังต้องติดขั้วไฟฟ้าสำหรับวัดความดันเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ และอัตราการหายใจด้วย

                โซเวียตใช้จรวด SS-6 ในการส่งสปุตนิก 2 ขึ้นสู่อวกาศจากฐานอวกาศในไบคานัว (ปัจจุบันเป็นเขตของประ-เทศคาซัคสถานและยังใช้ในการส่งยานอวกาศอยู่) คราวนี้สปุตนิก 2 ขึ้นไปสูงกว่าสปุตนิก 1 เกือบ 2 เท่านั่นคือขึ้นไปที่ระดับความสูง 1,671 กิโลเมตร ซึ่งไลก้าเองก็ไม่ได้รับอันตรายใดๆ และแม้ว่าจะมีการยึดตัวไลก้าให้อยู่กับที่ไว้ มันก็สามารถกิน ดื่ม เห่า ขยับไปรอบๆ ได้ ในตอนที่มันอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนัก 

                อย่างไรก็ตาม ยานสปุตนิก 2 ไม่ได้ออกแบบ ให้กลับสู่โลกอย่างสมบูรณ์ เรื่องของไลก้า จึงจบลงด้วยโศกนาฏกรรมที่เราไม่รู้แน่ชัดนัก ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ประเมินว่า ไลก้ามีชีวิตอยู่ได้ ระหว่าง 4-10 วันในวงโคจร(บางข้อมูล 7 วัน) บางคนก็บอกว่า อาหารมื้อท้ายๆ ของเธอ(ไลก้า)มีภาวะเป็นพิษ บางส่วนก็อ้างว่าไลก้าขาดออกซิเจนเมื่อแบตเตอรี่ ของระบบเกื้อชีวิตหมด แต่ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ไหนก็ตาม สปุตนิก 2 อยู่ในวงโคจรนาน 163 วัน โคจรรอบโลกครบรอบในเวลา 1 ชั่วโมง 42 นาที รวม 2,370 รอบ แล้วในท้ายสุด โลงศพของไลก้าก็ตกลงสู่โลกและไหม้สลายหมดไปในอากาศเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2501 

                
               40 ปีให้หลัง อนุสาวรีย์ของสุวานอวกาศก็ได้มีการสร้างขึ้นนอกกรุงมอสโก โดยมีรูปของมันเห่าขณะสวมชุดนักบินอวกาศอยู่

                เดือนธันวาคม ค. ศ. 1958 อเมริกาส่งลิงกระรอก ชื่อ กอรโด ไปกับจรวดจูปิเตอร์ ไปโคจรแบบไม่เต็มรอบแล้วตกลงมา คราวนี้จรวดออกแบบให้ตกในทะเล โชคร้ายที่ระบบลอยตัวของยานเสีย กอรโดเลยจมบุ๋งๆๆ หายไปกับยานใต้ท้องทะเล

                เดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1959 สหรัฐส่งลิงไปกับจรวดจูปีเตอร์อีก คราวนี้ 2 ตัว เป็นลิงวอก ชื่อเอเบิล กับลิงกระรอกชื่อ เบเคอร์โคจรไม่ครบรอบลงมา โชคดีไม่ตาย แต่โชคร้ายที่เจ้าเอเบิลตายตอนวางยาสลบจะเอาเครื่องมือวัดออกจากร่างกายตอนนี้…………..ซวยไป                    

                ถัดมาก็เป็นคราวของ นาย และ นางแซม ลิงรีซัสอีกคู่หนึ่ง ในโครงการลิตเติล โจ โดยลิงตัวผู้ขึ้นไปก่อนเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2502 โดยแซมเดินทางเป็นระยะทาง 88 กิโลเมตรในอวกาศ ภารกิจนี้เป็นการทดสอบที่นั่งและชุดอุปกรณ์สำหรับความเร่งสูงซึ่งจะนำมาใช้ ในโครงการเมอร์คิวรีในเวลาต่อมา หลังจากจบเที่ยวบิน เรือรบยูเอสเอส บอรีก็ได้นำตัวแซมขึ้นจาก มหาสมุทรแอตแลนติกบริเวณนอกแหลมแฮตเทอราส นอร์ท แคโรไลนา

ครูฝึกของแซมรายงานด้วยว่า แซมดีใจมากในตอนที่มันพบกับคุณนายแซมเมื่อมันไปถึงห้องทดลอง

หลังจากนั้น 6 เดือน พวกเขาก็ลองอีกครั้ง คราวนี้เป็นการส่งลิงรีซัสเพศเมียชื่อ เอเบิล และลิงสเควอเรล ชื่อ เบเคอร์ ไปกับจูปิเตอร์ เอเอ็ม-18 ในภารกิจแบบเดิม ความสูงของการทดลองนี้อยู่ที่ 483 กิโลเมตร โดยเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมากกว่า 16,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลิงทั้งคู่เผชิญกับสภาพไร้น้ำหนักเป็นเวลา 9 นาทีก่อนจะกลับสู่โลกได้อย่างปลอดภัย แต่นักวิทยาศาสตร์ต้องผ่าตัดนำเครื่องวัดสัญญาณชีพ ออกจากลิงทั้งสองตัว โชคร้ายที่เอเบิลต้องเสียชีวิตในการผ่าตัดครั้งนี้

 31 มกราคม พ.ศ. 2504 สหรัฐ-อเมริกาได้ส่งชิมแปนซีไปบินกึ่งโคจรอีกครั้ง ลิงที่ได้รับเกียรตินี้(หรือเปล่า?) ชื่อว่าแฮม โดยมันขึ้นไปกับยานเมอร์คิวรีด้วยจรวดนำส่งเรดสโตนจากฐาน ณ แหลมคานาเวอรอล ฟลอริดา                  

แฮมเป็นชิมแปนซีอายุ 4 ปี มันกับพวกๆ อีกจำนวนหนึ่งผ่านการฝึกฝนให้ดึงชุดคันบังคับให้ถูกลำดับ สำหรับการทดสอบในภารกิจนี้คือ การพิสูจน์ว่าสิ่งมีชีวิตสามาถทำงานได้ในช่วงการทะยานขึ้นฟ้า ในช่วงภาวะไร้ น้ำหนัก และในช่วงกลับสู่โลก

ยานอวกาศในเที่ยวบินนี้พบกับปัญหาอีกจนได้ ทำให้มันเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็ว 9,429 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าที่วางแผนไว้ถึง 2,345 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วที่เพิ่มขึ้น ทำให้แฮมต้องพบกับภาวะไร้น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 6.6 นาที นานกว่าแผน 1.7 นาที และยานอวกาศออกนอกเส้นทางเดิมถึง 196 กิโลเมตร แม้จะมีความยุ่งยากมากมาย แฮมก็ยังคงทำงานของมันได้เกือบจะสมบูรณ์แบบ ห้องนักบินของแฮมตกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ไกลจากเป้าหมายมาก ดังนั้นจึงไม่มีพาหนะใดไปช่วยแฮมได้ในทันที ยานของแฮมถูกคลื่นซัด จนพลิกตะแคง และอยู่ในสภาพกึ่งลอยกึ่งจมเป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมงก่อนที่เฮลิคอปเตอร์ จะไปถึงแล้วเปิดประตูยานออกมาได้

มหัศจรรย์อย่างยิ่งที่แฮมยังคงรอดชีวิตและไม่ได้รับอันตรายเลย จากเหตุการณ์นี้ทำให้ สหรัฐอเมริกามั่นใจในโครงการอวกาศของพวกเขา และทำการส่งอลัน เชปพาร์ด ขึ้นสู่อวกาศในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 แต่ก็เป็นการบินแบบกึ่งโคจรเท่านั้น

ส่วนแฮมก็ได้รับการเกษียณอายุในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2506 และย้ายไปอยู่ที่ สวนสัตว์แห่งชาติในกรุงวอชิงตัน

ขณะที่อเมริกาทำการทดลองอยู่นี้ ทางซีกโซเวียตก็ยังคงเดินหน้าต่อไปด้วย โซเวียตส่งสุนัขขึ้นสู่อวกาศอีกหลายครั้งเพื่อแผ้วทางให้กับเที่ยวบินมนุษย์ หนึ่งในการเตรียมการนี้คือ การส่งสุนัขสีดำชื่อ เชอร์นุชกา(แปลว่า เจ้าดำ) ไปพร้อมกับหนู และหนูตะเภา ในเที่ยวบินของสปุตนิก 9 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2504 ต่อมาอีกหนึ่งสัปดาห์ก็ ส่ง ซีเวสดอชกา (แปลว่า ดาวน้อย) ไปพร้อมกับหุ่นไม้รูปมนุษย์ อันเป็นการถากถางโดยสมบูรณ์ให้กับยูริ กาการิน มนุษย์คนแรก ในวงโคจรโดยกาการินขึ้นสู่อวกาศในวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2504 ใช้เวลา 108 นาที โคจรในอวกาศด้วยยานวอสตอก 1

เมื่อมนุษย์สามารถท่องอวกาศได้ การใช้สัตว์ก็หมดความจำเป็นลงไป สัตว์ส่วนหนึ่งถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ ในช่วงทศวรรษที่ 1960 เพื่อเป็นการปูทางสำหรับภารกิจสู่ดวงจันทร์ รวมทั้งการใช้ชีวิตในอวกาศ เป็นเวลานานในโครงการสกายแล็บ

ปลายปี พ.ศ. 2504 สหรัฐ-อเมริกาก็สามารถส่งลิงไปโคจรในอวกาศได้ในวันที่ 29 พฤศจิกายนปีนั้น ลิงชิมแปนซีชื่อ อีนอส ได้กลายเป็นลิงชิมแปนซีตัวแรกในอวกาศ มันโคจรรอบโลก 2 รอบก่อนจะลงมา ซึ่งเป็นการลงก่อนกำหนดอันเนื่องมาจากยานอวกาศทำงานได้ไม่สมบูรณ์ นอกจากนั้นอีนอสยังทำงาน ของมันในเที่ยวบินนี้ได้สมบูรณ์ด้วย ถัดมาในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2505 จอห์น เกล็น ก็กลายเป็น ชาวอเมริกันคนแรกที่ได้ไปโคจรอยู่ในอวกาศรอบโลก

เป็นอันสิ้นสุดนักบินอวกาศจำเป็น

จบแล้ครับสำหรับเรื่องราวของเพื่อนร่วมโลกของเราเหล่านั้นได้ทำหน้าที่เป็นตัวแสดงแทนของมนุษย์ และได้ช่วยพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า การท่องอวกาศทำได้จริง หากปราศจากไลก้า คุณนายแซมแล้ว ยูริ และอลัน เราอาจไม่รู้จักอวกาศ เราอาจจะได้ได้ยินประโยคอำมตะที่ว่า นี้คือก้าวแรกของมนุษย์ชาติก็ได้ใครจะไปรู้

 


http://update.se-ed.com/167/reluctant_astronaut.htm+ +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 11 : เมื่อสัตว์เป็นนักบิน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 15188 , โพส : 19 , Rating : 51% / 7 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 19 : ความคิดเห็นที่ 21286
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยคร้าบ................<< gclub >>
Name : นิชา [ IP : 176.67.86.44 ]

วันที่: 5 กันยายน 2558 / 21:44
# 18 : ความคิดเห็นที่ 18581
คนเลวเลวเอาไปบ้าง ไม่ใช่เอาแต่สัตว์ดีดีไป แต่ก็ขอบคุณที่ทำให้โลกพัฒนา
Name : kibayaoi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kibayaoi [ IP : 171.101.122.155 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มิถุนายน 2556 / 13:23
# 17 : ความคิดเห็นที่ 18091
เห็นด้วยกะคห.15513
Name : คนที่สงสารสัตว์ [ IP : 101.51.78.172 ]

วันที่: 1 เมษายน 2556 / 14:11
# 16 : ความคิดเห็นที่ 15489
พูดดีมีเหตุผล(ถ้ามันทำตามคำสั่งนะ)ความเห็น>155131
Name : War not the end < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ War not the end [ IP : 125.25.32.159 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 เมษายน 2555 / 23:52
# 15 : ความคิดเห็นที่ 15483
เราคิดว่า...

ทำไมไม่ให้นักโทษไปมั่งล่ะ
พวกนี้อยู่ไปก็หนักแผ่นดิน
ตายก็เรื่องของมัน ไม่ตายก็เอามาขังต่อ.

PS.  มาเล่น zhezafighter กันเถอะ -- Mink Inzen™ Wén Dãn™
Name : Mink Inzen < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mink Inzen [ IP : 223.204.247.105 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 เมษายน 2555 / 23:16
# 14 : ความคิดเห็นที่ 14718
 น่าสงสารนะ...
มันอยู่ของมันดีๆ
PS.  อย่าเกลียดน้ำตาเพราะมันคือเพื่อนแท้ อย่าเกลียดความอ่อนแอเพียงเพราะมันไม่ใช่ความเข้มแข็ง
Name : PoMPoM>>Girl < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PoMPoM>>Girl [ IP : 125.26.150.248 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มีนาคม 2555 / 09:36
# 13 : ความคิดเห็นที่ 14335
 น่าสงสาร
PS.  YIN-DEE-TEE-DAI-RHOO-JUK-KA
Name : mild rose < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mild rose [ IP : 27.130.51.135 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2555 / 16:01
# 12 : ความคิดเห็นที่ 13076
 สงสาร สัตว์ TT
PS.  ♥•SUJU▬Fahrenheit DreaMo||E.L.F ↑○ §J||FC.RITz ↓○P'RITz..ForeVer•♥
Name : |DreaMOJRitZY < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ |DreaMOJRitZY [ IP : 49.48.63.165 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 ตุลาคม 2554 / 18:45
# 11 : ความคิดเห็นที่ 11933
ความยิ่งใหญ่ต้องแลกด้วยชิวิต
Name : แฟนชี [ IP : 124.122.163.23 ]

วันที่: 20 มิถุนายน 2554 / 14:49
# 10 : ความคิดเห็นที่ 11820
สงสารอ่า~ TT
Name : snowman [ IP : 101.109.7.65 ]

วันที่: 11 มิถุนายน 2554 / 20:27
# 9 : ความคิดเห็นที่ 11736
ทำไมอะไรๆก็ให้สัตว์ไป
Name : Sky Iceburn < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Sky Iceburn [ IP : 223.206.102.156 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มิถุนายน 2554 / 12:23
# 8 : ความคิดเห็นที่ 11342
 สงสารลิง T^T
PS.  ความรักเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับฉัน ฉันจะไม่ค้นหามัน ฉันจะให้มันมาค้นหาตัวของฉันเอง
Name : PANGTHITIKARN < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PANGTHITIKARN [ IP : 180.180.129.115 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2554 / 15:41
# 7 : ความคิดเห็นที่ 9198
ง่า ไม่น่าเลย

น่าสงสาร
Name : FoHsIL < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ FoHsIL [ IP : 118.172.46.75 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มกราคม 2554 / 22:48
# 6 : ความคิดเห็นที่ 6060
 สัตว์น่าสงสาร
TT
PS.  การร้องไห้ ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ ... แต่แปลว่า มีหัวใจ
Name : ริมประตู:) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ริมประตู:) [ IP : 118.173.42.101 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 สิงหาคม 2553 / 17:33
# 5 : ความคิดเห็นที่ 4675
น่าสงสารเหมือนกัน
มันจะรู้มั๊ยว่าเกียรติยศของมันสูงขนาดไหน??
ถ้าไม่ใช้สัตว์พวกนี้กรุยทาง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากว่าจะเป็นทุกวันนี้ได้จะต้องเสียกันไปกีศพ - -
Name : มัจฉานุน้อย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มัจฉานุน้อย [ IP : 125.25.78.207 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 พฤษภาคม 2553 / 21:27
# 4 : ความคิดเห็นที่ 4260
กอรโด จมลงไปก็คงขาดอากาศหายใจตาย คงจะทรมาน T^T สงสารอ่ะ
PS.  เม้นท์วันละนิด ชีวิตแจ่มใส
Name : DevilBoyClub < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ DevilBoyClub [ IP : 125.26.163.242 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 เมษายน 2553 / 21:40
# 3 : ความคิดเห็นที่ 748

ช่างทำด้ายยยยยยยยยยยยยย TTOTT


PS.  ความรัก... มีไว้เพื่ออะไรนะ
Name : The thief < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ The thief [ IP : 125.24.106.105 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มิถุนายน 2552 / 20:01
# 2 : ความคิดเห็นที่ 206
ยังไงสัตว์ก้มีหัวใจ + +
Name : fanta [ IP : 222.123.67.147 ]

วันที่: 20 เมษายน 2552 / 18:18
# 1 : ความคิดเห็นที่ 205
แต่ยังไงก็น่าสงสารสัตว์เนอะ
PS.  รักจะอยู่ข้างกายทุกคนถ้าทุกคนเปิดใจรับ
Name : apooney < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ apooney [ IP : 114.128.97.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มีนาคม 2552 / 20:55
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android