เกียรติยศหัวใจ (สนพ.บางรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 216,479 Views

  • 811 Comments

  • 2,342 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    210

    Overall
    216,479

ตอนที่ 8 : ลางร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    11 ก.ย. 60

มรว.ภานุเทพมองบุตรสาวหอบแฟ้มเอกสารและตำราปึกใหญ่เดินลงจากบ้านด้วยความรู้สึกที่ยากจะบอกความในใจให้ใครฟังได้ ปัทมนในวันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีใบหน้าละม้ายจนแทบจะเรียกว่าเหมือนหม่อมปรางค์ทิพย์แม่ของเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งนิสัยไม่ยอมคนช่างโขลกกันออกมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน 

จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมปัทมนถึงเป็นหลานสาวสุดโปรด แม้แต่สมบัติล้ำค่าที่สุดอย่างวังวรทัศน์ท่านก็ยังทำพินัยกรรมยกให้ปัทมน แต่กลับยกบ้านเก่าพร้อมที่ดินแถวจรัลสนิทวงศ์และที่ดินแปลงอื่นๆ ให้เขาแทน

เขาปล่อยให้ทุกอย่างล่วงเลยผ่านไปโดยไม่เคยบอกความลับนี้ให้ใครรู้ จะมีก็แต่นพดาราเท่านั้นเพราะตอนแอบเปิดพินัยกรรมก่อนล่วงหน้าเธอขอมีส่วนเข้าร่วมฟังด้วย 

ครั้งแรกที่นพดารารู้ว่าแม่ของเขายกวังให้กับปัทมนคนที่เธอเกลียดชังนักหนาก็อาละวาดซะบ้านแทบแตก ประกาศกร้าวว่ายังไงเธอก็รับความลำเอียงของหม่อมปรางค์ทิพย์ไม่ได้ หัวเด็ดตีนขาดเธอก็จะไม่ยอมย้ายออกไปอยู่บ้านย่านจรัลสนิทวงศ์ อ้างว่าเธอกับลูกทุกคนคุ้นมีสิทธิและความชอบธรรมที่จะอยู่ที่นี่

การย้ายออกไปอยู่ที่อื่นนอกจากจะเสื่อมเกียรติความเป็นสะใภ้เอก ยังหมายรวมถึงการยอมก้มหัวให้กับเมียก้นครัวอย่างปานพิม แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมานานสักเท่าไหร่ ปานพิมก็เปรียบได้ดั่งหอกข้างแคร่ที่ทิ่มตำจิตใจเธอไม่จบไม่สิ้น

‘คุณต้องไล่เมียกับลูกนอกคอกของคุณไปอยู่ที่อื่น สิ้นบุญแม่คุณแล้วฉันจะไม่ยอมทนเห็นหน้ามันอีก’ นพดาราพยายามบีบบังคับให้เขาผลักไสปานพิมกับปัทมนออกไปอยู่ที่อื่น

‘ผมทำแบบนั้นไม่ได้ หม่อมแม่ท่านสั่งเสียไว้ว่าบัวกับลูกต้องได้อยู่ที่นี่’ เขายังใจดำไม่พอที่จะปล่อยให้ผู้หญิงสองคนเดินระเหเร่ร่อนสุ่มเสี่ยงอันตรายด้วยการออกไปใช้ชีวิตตามลำพัง

‘คนตายไปแล้วกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ใครสำคัญกว่ากัน ถ้าคุณไม่กล้าฉันนี่แหละจะเป็นคนลบล้างคำสั่งเสียที่ไร้ความยุติธรรมของคนตาย’

‘นั่นคือแม่ผมนะคุณดารา’

‘ก็แม่คุณทำไม่ถูก ลูกชายยังอยู่ทั้งคนแต่ทำไมถึงยกสมบัติมีค่าให้กับหลานปลอมๆ อย่างแม่บัวก็ไม่รู้ คุณจะเชื่อใจได้ยังไงว่าต่อไปแม่นั่นเรียนจบจะไม่ทำตัวง่ายให้ท่าอ่อยผู้ชายเหมือนกับแม่ของมัน ถ้าคุณไม่อยากเห็นวังนี้ต้องตกไปอยู่ในมือพวกไร้สกุลรุนชาติ ก็ต้องหาทางจัดการเอกสารทั้งหมด อย่าให้มีชื่อยัยบัวเสนอหน้าอยู่ในพินัยกรรมเด็ดขาด’

ก่อนเปิดพินัยกรรมต่อหน้าทุกคนนพดารายุยงให้เขาทำในสิ่งผิดกฎหมาย ความหูเบาเชื่อภรรยาในตอนนั้นทำให้เขาสมรู้ร่วมคิดกับทนายปลอมแปลงพินัยกรรมฉบับใหม่ขึ้นมา เปลี่ยนชื่อผู้รับมรดกจากปัทมนให้เป็นชื่อเขากับนพดารา นับจากวันนั้นก็ทำให้เขามองหน้าลูกเมียที่ทิ้งไว้ข้างหลังได้ไม่เต็มตานัก

ชัยชนะที่ได้มาทำให้นพดารายอมอ่อนข้อให้ปานพิมกับลูกไม่ต้องระเห็จออกไปอยู่ข้างนอก บ้านเล็กท้ายกำแพงวังห่างไกลสายตาหลังนี้ จึงเป็นที่ๆ เขาเลือกแล้วว่าเหมาะสมที่จะใช้เป็นที่อยู่ของปานพิมกับลูก อีกทั้งไม่เป็นการรบกวนสายตาของนพดาราเพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง

หรือนี่จะเป็นเพราะเวรกรรมที่เขาผิดคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับแม่ การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเสียของผู้ตายอาจส่งผลให้ชีวิตเขาตกต่ำทำอะไรก็ไม่เจริญก้าวหน้า ทุกกิจการที่นพดาราทุ่มเทเม็ดเงินลงไปก็ไม่ต่างจากตำน้ำพริกละลายทิ้งลงแม่น้ำ ไม่ว่าจะเป็นผลกำไรหรือเงินลงทุนก็ล้วนจมหายไม่เคยได้กลับคืนมา

เขาสูญเสียที่ดินไปแล้วหลายแปลง เงินฝากในบัญชีที่บรรพบุรุษช่วยกันเก็บสะสมมาจากรุ่นสู่รุ่นหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ ซ้ำบ้านที่เปรียบได้ดั่งเกียรติยศเขาก็ยังเอาไปจำนองตามคำแนะนำของนพดารา จนกระทั่งเกิดปัญหาบานปลาย โดยที่เจ้าตัวผู้รับมรดกแท้จริงอย่างปัทมนไม่เคยล่วงรู้

“ผมดีใจที่บัวเป็นคนเข้มแข็ง วันข้างหน้าหากไม่มีผมแล้วแกคงดูแลพิมได้ดีเชียวล่ะ” 

น้ำเสียงของเขาแลดูเศร้าสร้อย สายตาเพ่งมองหน้าอดีตผู้หญิงที่เคยเป็นรักแรกของตัวเองราวกับจะจดจำไว้ เขาไม่เคยมองปานพิมอย่างเต็มตามานานหลายปี แม้กาลเวลาจะทำให้สภาพร่างกายของเธอเปลี่ยนแปลงไป แต่เขาเชื่อว่าในหัวใจผู้หญิงคนนี้ความรู้สึกที่มีต่อเขายังคงแน่นเหนียวดุจเดิม

“ยัยบัวอาจเป็นคนเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองมากสักหน่อย แต่ลึกๆ แกก็เป็นคนอ่อนไหว เพียงแต่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกแท้จริงให้ใครเห็น” เธอเป็นแม่ย่อมรู้นิสัยของลูกสาวดีกว่าใคร ปัทมนเรียกว่าเป็นคนออกนอกแข็งไหน ยากมากที่เธอจะเห็นลูกสาวร้องไห้ให้เห็น 

“พิมเลี้ยงลูกได้ดีมาก สมกับที่หม่อมแม่ไว้วางใจว่าจะเลี้ยงหลานของท่านให้ได้ดี”

เรือนหลังเล็กที่เขายืนอยู่ตอนนี้สภาพซอมซ่อลงกว่าเดิมมาก หนำซ้ำสารภีต้นใหญ่ยังแผ่กิ่งก้านปกคลุมจนแทบมองเข้ามาไม่เห็น แม้ภายนอกบ้านไม้หลังนี้สีจะหลุดร่อน ผนังผุกร่อนแลดูทรุดโทรมตามกาลเวลา แต่ความเป็นแม่บ้านแม่เรือนของปานพิม 

เพียงกวาดตามองเข้าไปก็จะเห็นว่าข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พื้นกระดานทุกแผ่นได้รับการขัดถูจนขึ้นเงามันวับ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายก็แทบจะเรียกว่าไม่มีอะไรเลย มีโทรทัศน์กลางเก่ากลางใหม่ พัดลมตั้งโต๊ะ และตู้โชว์ใบย่อมไว้ใส่ของที่ระลึกจุกจิกแบบที่ผู้หญิงชอบ แต่ถึงอย่างนั้นบ้านที่แทบไม่มีอะไรเลยก็ยังถือว่ามีขนาดคับแคบอยู่ดี

ปานพิมไม่ได้บกพร่องในหน้าที่ของตัวเองแต่อย่างใด เธอเป็นเมียที่อดทนและเสียสละพร้อมกับเป็นแม่ที่ยอดเยี่ยม ในขณะที่เขาเองเป็นสามีที่ยอดแย่ แถมยังเป็นพ่อที่ไม่เอาไหน ยิ่งกวาดตามองดูรอบบริเวณจนทั่วก็ยิ่งทำให้รู้สึกละอายแก่ใจ ถ้าเขาให้ปานพิมกับปัทมนได้อยู่เรือนที่ดีกว่านี้ แม่ลูกทั้งสองคงจะมีสภาพความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น... หลายปีเหลือเกินที่ปานพิมกับปัทมนอดทนกับความใจร้ายใจดำของเขา

“อะไรที่หม่อมแม่จัดการสั่งเสียไว้ วันนี้ผมเข้าใจแล้วล่ะว่าท่านคงมองเห็นความไม่เอาไหนในตัวผม หลายสิ่งหลายอย่างที่เคยทำไม่ดี... คงไม่สายเกินไป หากผมจะเอ่ยคำว่าขอโทษ”

ปานพิมไม่เคยคิดว่าจะได้ฟังคำขอโทษเศร้าสะเทือนใจ จากปากผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเขาเคยบอกว่ารักเธอมากเหลือเกิน ผ่านมานานยี่สิบกว่าปีเขาคงลืมคำรักที่เคยเอ่ยนั้นไปแล้ว แต่สำหรับเธอทุกถ้อยคำยังดังก้องอยู่ในใจเสมอ เวลาอาจทำให้ความทรงจำของใครบางคนจืดจางลางเลือน แต่ในขณะเดียวกันก็อาจพาความทรงจำหยั่งรากลึกลงสู้ก้นบึ้งหัวใจจนอยากจะถอดทอน  

“คุณชายอย่าโทษตัวเองเลยค่ะ พรหมลิขิตอาจกำหนดมาแล้วว่าชะตาชีวิตของเราสามคนต้องเป็นแบบนี้... ที่ผ่านมาดิฉันไม่เคยถือโทษโกรธคุณชายเลย ซ้ำยังคิดว่าตัวเองเป็นตัวปัญหาให้กับครอบครัวคุณชายด้วยซ้ำ” คำขอโทษของเขาทำให้ปานพิมรู้สึกโหวงในอก ฟังราวกับว่านั่นเป็นคำล่ำลายังไงก็ไม่รู้

“ถ้าผมปล่อยให้วังวรทัศน์ถูกรื้อพังพินาศ ต่อไปยังจะกล้ากราบไหว้กระดูกบรรพบุรุษได้อยู่อีกอย่างนั้นหรือ หากตายไปเจอหน้าปู่ย่าตายาย ผมจะสู้หน้าตอบคำถามพวกท่านว่าอย่างไร”

“ดิฉันเข้าใจความรู้สึกคุณชายดีค่ะ สัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอเพียงคุณชายใช้สติค่อยๆ คิดหาทางออก อีกไม่นานก็จะผ่านความยุ่งยากตรงนี้ไปได้แน่นอนค่ะ” 

เธอเองแม้จะไม่ใช่สายเลือดแท้จริง แต่ก็พยายามช่วยกู้วิกฤตและรักษาวังวรทัศน์อย่างเต็มที่ เพราะผืนดินแห่งนี้ได้อุปถัมภ์ค้ำจุนให้ที่อยู่ที่กินเด็กกำพร้ามาจากต่างจังหวัดอย่างเธอ ถึงแม้จะเป็นเพียงญาติปลายแถว แต่เจ้านายทุกคนก็ให้ความเมตตาชุบเลี้ยง

ความเมตตาทั้งหมดที่ได้รับยังฝังแน่นติดอยู่ในความทรงจำไม่เคยเลือนหาย เธอเติบโตเป็นผู้เป็นคน ได้รับการถ่ายทอดวิชาการบ้านการเรือนไว้ใช้ทำมาหากินได้ ก็ล้วนมาจากน้ำใจหม่อมปรางค์ทิพย์แทบทั้งสิ้น แม้ชีวิตจะสุขหรือทุกข์บ้างผันแปรไปตามช่วงจังหวะและเวลา แต่เธอก็ย้ำกับตัวเองเสมอว่าเมื่อไหร่ก็ตามหากมีโอกาสตอบแทนพระคุณเธอจะไม่รั้งรอ

“ผมดีใจที่วันนี้ได้มาเจอพิมกับลูก ได้มาทานอาหารเช้าพร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นครั้งแรก... ที่สำคัญผมได้ทานข้าวต้มของโปรดรสรสชาติคล้ายฝีมือหม่อมแม่มาก... ขอบใจที่ยังจำได้ว่าผมชอบอะไร”

ปานพิมไม่ได้รู้สึกไปเองว่ารอยยิ้มของคุณชายภานุเทพช่างอ้างว้างเหลือเกิน ภายใต้ใบหน้าฝืนยิ้มแย้ม เธอรู้ว่าภายในใจเต็มไปด้วยความกังวลอย่างใหญ่หลวง

“เมื่อไหร่ที่คุณชายอยากทานอีกก็สั่งได้นะคะ ดิฉันจะได้ทำแล้วฝากนิ่มนวลให้เอาไปขึ้นโต๊ะที่ตึกใหญ่” นิ่มนวลคือแม่ครัวใหญ่ประจำตึก หลายครั้งที่ปานพิมแอบทำของโปรดคุณชายแล้วสวมรวยว่าเป็นฝีมือของเธอเพราะไม่อยากผิดใจกับนพดารา

“คงไม่รบกวนขนาดนั้น สำหรับผม... แค่พิมกับลูกให้อภัยก็รู้สึกโล่งใจจนไม่เหลืออะไรให้เป็นกังวลอีก” ปัทมนมีการงานที่ดีและมั่นคงเขาก็อุ่นใจในระดับหนึ่ง ปานพิมเองก็ยึดอาชีพทำน้ำอบน้ำปรุงตามความถนัดทำให้เลี้ยงตัวอยู่ได้แบบสบายไม่ต้องแบมือขอเงินใครใช้ 

“ไม่ได้รบกวนอะไรเลยค่ะ ขอแค่คุณชายสั่ง ดิฉันเต็มใจทำให้คุณชายได้เสมอ เอ่อ... แต่ก็เกรงว่าจะทำให้ครอบครัวคุณชายเดือดร้อน” 

ปานพิมเองยังแทบไม่เชื่อหูตอนที่มรว.ภานุเทพโทรมาบอกว่าจะมาร่วมโต๊ะอาหารเช้า เพราะปกติแล้วนพดาราไม่ค่อยปล่อยให้คุณชายเฉียดใกล้เดินผ่านมาทางนี้

“ตอนนี้ผมไม่เหลืออะไร นพดาราเขาไม่สนหรอกว่าผมจะเป็นหรือตาย ก่อนมาที่นี่เธอยังท้าหย่ากับผมซะด้วยซ้ำ... ทุกอย่างผิดที่ผมคนเดียว ผมคงต้องกล่าวขอโทษลูกและภรรยาทุกคนที่ผมทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ”

“ไม่ต้องเอ่ยขอโทษหรอกนะคะ เพราะว่าคุณชายไม่ได้ทำอะไรผิด” เธออยากให้เขามีกำลังใจสู้กับปัญหา รู้ว่าความเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องดูแลคนเป็นจำนวนมาก บนบ่าคือภาระที่แบกหนักมานานนับแรมปี

“คุณเป็นคนมีน้ำใจประเสริฐเหลือเกินนะพิม คุณดีซะจนผมรู้สึกว่าตัวเองช่างแสนเลว ที่ฉุดชีวิตของคุณให้ตกต่ำ ถ้าตอนนั้นผมไม่เห็นแก่ตัว เส้นทางชีวิตของเราคงราบรื่นมากกว่านี้” หากย้อนเวลากลับได้เขาขอไม่เจอและเลือกแต่งงานกับนพดาราจะดีซะกว่า   

“ตายจริงจะแปดโมงแล้ว เช้านี้รบกวนเวลาคุณจนสาย ผมคงต้องขอตัวไปทำงานก่อน” พูดจบเขาก็กระวีกระวาดลุกขึ้นยืนด้วยความว่องไว      

“เอ่อ แล้วเรื่องคุณอิศรานนท์ละคะ คุณชายจะทำยังไงต่อ” เห็นคุณชายขยับตัวลุกขึ้นปานพิมก็พลอยใจหาย รู้สึกเสียใจที่ช่วยอะไรเขาไม่ได้อย่างที่เขาฝากความหวังเอาไว้

“ผมจะโทรแจ้งเขาว่ายัยบัวไม่ตกลง หลังจากนั้นก็คงแล้วแต่เวรแต่กรรม”     

ปานพิมยืนจ้องมองชายผู้หมดหวังเดินห่างจากตัวบ้านไกลออกไปจนลับสายตา รู้สึกสงสารจับใจแต่ก็ไม่รู้จะช่วยอะไรได้มากไปกว่านี้ ความเลื่อนลอยของมรว.ภานุเทพทำให้เธอกังวลว่าเขาจะพาลคิดสั้นหากหาทางออกไม่ได้ จึงตั้งใจว่าตอนสายจะโทรหาปัทมนอีกสักหน เผื่อว่าลูกจะเปลี่ยนใจหาทางช่วยแบ่งเบาทุกข์ของบิดาให้ลดน้อยลงได้บ้าง 

                 

“ว่าไงคะแม่” ปัทมนรับสายร้อนใจจากปานพิมผู้เป็นแม่หลังจากจบชั่วโมงการสอนคาบแรก เดาตั้งแต่กดรับสายว่าแม่จะพูดเรื่องอะไร

“บัว ลูกจะไม่ทบทวนการตัดสินใจใหม่อีกสักครั้งเหรอลูก คุณอิศรานนท์ส่งคนมากดดันจนตอนนี้หน้าบ้านเราเต็มไปด้วยคนงานพร้อมรถขนอุปกรณ์รื้อถอน”

หลังจากมรว.ภานุเทพเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จ หน้าบ้านก็ถูกปิดล้อมจนผู้คนรับใช้แตกตื่น พอเห็นเค้ารางไม่ดีนพดาราก็รีบเผ่นขับรถออกจากบ้าน หลังจากมีปากเสียงทะเลาะกันถึงขั้นแตกหักกับสามี

 “คุณอิศรานนท์เขาไม่ยอมรับสายคุณพ่อ ทุกอย่างจัดการผ่านทนายทั้งหมด ถ้าเราไม่ทำตามเงื่อนไข ที่นี่จะถูกรื้อจนเหลือแต่ที่ดินว่างเปล่าเพื่อเตรียมก่อสร้างคอนโดมิเนียม”

เสียงสั่นเครือของแม่ทำให้ปัทมนพลอยใจเต้นระส่ำ แปลกใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ใจร้ายใจดำนัก เมื่อได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการก็ขับไล่ผู้คนโดยไม่สนว่าคนอื่นจะเดือดร้อนยังไงบ้าง

“เขาน่าจะให้เวลาเรามากกว่านี้ อย่างน้อยก็น่าจะหนึ่งเดือนถึงค่อยเข้ามารื้อถอน ไม่ใช่ปุบปับอยากทำอะไรก็จะทำ เสียเวลาแค่ไม่กี่วันความรวยคงไม่หนีหายไปไหนหรอก”

“เขาบอกว่าเขาแจ้งตั้งแต่วันคุณปิ๋วแต่งงาน แต่เราไม่รีบจัดการกันเอง.... บัว แม่ร้อนใจเหลือเกิน แม่ว่าถ้าบัวเป็นคนเจรจาเขาอาจจะรับฟังบ้างก็ได้ ที่ข้อเสนอเขาเป็นแบบนั้นคงเป็นเพราะไม่พอใจคุณปิ๋วมากกว่า เท่าที่แม่เคยเห็นคุณอิศรานนท์ผ่านตา ท่าทางเขาก็ไม่น่าจะเป็นคนใจไม้ไส้ระกำอะไรนัก” แม้จะเคยเห็นอิศรานนท์อยู่ไม่กี่ครั้ง แต่กิริยาสุภาพอ่อนน้อมไม่มองคนด้วยสายตาดูถูกทำให้ปานพิมยังเคยแอบชื่นชมเขา

“บัวตัดสินใจแล้วค่ะแม่ ยังไงบัวก็ช่วยคุณพ่อแก้ปัญหานี้ไม่ได้” ปัทมนยังคงยืนกรานคำตอบอย่างเด็ดเดี่ยว แม้ภายในใจจะหวาดวิตกแต่เธอก็ต้องทำใจแข็งเข้าไว้

“ถ้าลูกยังไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง ความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้นมันใหญ่หลวงนักนะลูก แม่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ลูกหลานคนใดคนหนึ่งควรตอบบรรพบุรุษด้วยการยอมเสียสละ” ปานพิมคิดว่าจะไม่ยอมทนนิ่งเฉยรอฟังข่าวร้ายอยู่แต่ในบ้านโดยไม่ทำอะไรเลย

“บัวรักหม่อมย่านะคะ แต่การต้องไปอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักเพื่อลบล้างหนี้ บัวว่ามันยากเกินกว่าที่บัวจะทำใจยอมเสียสละได้” ลำบากอดมื้อกินมื้อเธอสู้และรับมือกับมันได้ แต่จะให้เอาตัวเข้าแลกเพื่อได้มาซึ่งบางสิ่งบางอย่างมันน่าสมเพชเหลือเกิน

“แต่ลูกคือความหวังและทางรอดทางเดียวของคุณพ่อในตอนนี้ บัวลองติดต่อกับคุณอิศรานนท์ก่อนดีไหม ก่อนที่เขาจะสั่งให้คนงานหน้าบ้านบุกเข้ามา”

ปานพิมยังคงใช้น้ำเสียงเว้าวอนจนปัทมนเกิดความลังเล แต่ยังไงเธอก็รับปากกับตัวเองแล้วว่าจะไม่อ่อนข้อให้เด็ดขาด เพราะมันหมายถึงอนาคตและชีวิตทั้งหมดของเธอในภายภาคหน้า

“คุณอิศรานนท์เขาก็คงแค่กดดันให้เรากลัว ยังไงคงไม่กล้าลงมือทำร้ายครอบครัวอดีตคนรักโหดเหี้ยมขนาดนั้นหรอกค่ะ โดยส่วนตัวครอบครัวเขาก็สนิทกับคุณพ่อ จะทำอะไรก็ควรจะมีไว้หน้ากันอยู่บ้าง” 

เธอยังคิดเสมอว่านั่นคือคำข่มขู่ สายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัววรทัศน์เธอกับผู้ชายคนนั้นมีความเกี่ยวโยงกันหลายส่วน แม้จะไม่ได้เป็นแฟนกับอาภาภัสร์แต่ระดับผู้ใหญ่ก็เคยช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาก่อน

“บัวนี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะลูก แม่ว่าสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจเอาซะเลย เห็นนิ่มนวลบอกว่าเมื่อสักครู่มีคนมาสั่งให้ลุงจอมเปิดประตูบ้านเพื่อพวกเขาจะได้นำเครื่องมือรื้อถอนเข้ามา”

“ใจเย็นๆ ก่อนนะคะแม่ บัวเชื่อว่ายังไงก็คงไม่เกิดเรื่องร้ายแรงถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ... อีกห้านาทีบัวต้องรีบเข้าสอนต่อ เสร็จแล้วจะลองโทรคุยกับเขาอย่างที่แม่อยากให้ก็ได้ค่ะ” 

เธอเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ดีว่าร้อนใจไปกับข้อมูลที่ป้อนเข้าหู แต่ส่วนลึกก็ยังมั่นใจว่าอิศรานนท์จะยังไว้หน้ากันอยู่บ้าง ที่ทำแบบนี้ก็แค่อยากตอบโต้ในสิ่งที่อาภาภัสร์ทำไว้กับเขาอย่างเจ็บแสบก็เท่านั้นเอง

แต่หลังจากเข้าสอนได้ไม่นาน ปัทมนก็ต้องรีบลนลานกลับมาเก็บข้าวของที่ห้องพักอาจารย์ เมื่อเสียงสั่นพร่าปนมากับการร่ำไห้ของแม่ดังเข้ามาในสาย

 “บัว...ลูกกลับบ้านตอนนี้เลยได้มั้ย คุณพ่อถูกยิง!” 

@@@@@@@@@@@@

บางครั้งโชคชะตาก็เหมือนจะโหดร้ายกับบัวเกินไปนะ ตอนหน้าใครที่รอเปิดตัวคุณอิศรานนท์ได้สมใจแน่ค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #375 Thittayaiem (@Chariyaiem) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 22:16
    เป็นพ่อที่ไม่มีความดีให้บัวอยากช่วยเลย โกงแม้กระทั่งลูก แล้วจะมาอ้างเรื่องจะไปพบหน้าบรรพบุรุษ ในเมื่อเลือกคนผิด แถมยังยอมให้เมียตบเมียแต่งจูงจมูกในทุกๆเรื่องมันก็สมควรแล้ว คืออะไรที่มันเสี่ยงก็ควรจะเตือนสตินี้อะไรไหลตามน้ำ เมียว่าอะไรให้ทำอะไรแม้จะผิดแค่ไหนก็ไม่เคยค้าน พอไปไม่รอดทำมาคิดถึงเมียบ่าวกับลูกที่ไม่เคยแยแสแม้สักครั้ง
    #375
    0
  2. #253 สุรันยา (@itgree171) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 12:48
    คล้ายกับ ว่า  บรรทัด ที่เกือบ 18 มั่ง  ที่เขียนว่า บัวกับลูก ต้องได้อยู่ที่นี้  
    แท้จริง ต้องเป็น พิมกับลูก หรือเปล่าคะ หรือ จะเขียนว่า บัวกับแม่   

    (เหมือนผู้เขียนจะเขียนผิดไป)

    เพราะ บัวเป็นลูกของพิม  
    ลูก=บัว 

    หรือหนูเข้าใจผิด
    #253
    1
    • #253-1 lilies (@calla-lilies) (จากตอนที่ 8)
      20 กันยายน 2560 / 13:10
      ไรท์ผิดเองค่ะ ต้องเป็น ปานพิม กับ ลูก
      ขอบคุณนะคะ ไรท์จะแก้ไขในต้นฉบับค่ะ
      #253-1
  3. #234 somluck (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 23:00
    นอกจากโกงสมบัติลูกเอาไปผลาญจนหมดแล้วยังมาหน้าด้านให้ลูกช่วยอีก ยังมีความเป็นพ่ออยู่อีกหรือ ส่วนแม่ก็นะ ไม่รู้อะไรนักหนา ไม่ไหว
    #234
    0
  4. #205 Go_kang (@Go_kang) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 13:36
    คือสงสัยค่ะ นางเอกเป็นลูกนอกสมรส  มีสิทธิ์ใช้ มล. ด้วยหรอ หรือว่าจดทะเบียนรับรองบุตร 
    #205
    1
    • #205-1 มามิยะ (จากตอนที่ 8)
      13 สิงหาคม 2560 / 09:03
      ไรท์ไม่ได้กล่าวถึง แต่เราคาดเดาว่าต้องรับรอง เพราะเขาสองคนชอบพอกันมาก่อน และมีหม่อมแม่ยอมรับในตัวสะใภ้และหลานนอกสมรสค่ะ
      #205-1
  5. #171 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 14:06
    รีบตามไปทำความรู้จักกับคุณนนท์อย่างไวเลยค่ะ อยากรู้ว่าคุณนนท์จะเป็นคนใจร้ายจริง ๆ หรือเปล่า
    #171
    0
  6. #46 Sudthanom (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 03:52
    ก็ยังเห็นว่าเรื่องราวในทุกส่วนยังสมเหตุสมผลอยํุ่และยังเห็นด้วยกับผู้เขียน กรณีความน่าจะเป็นของเรื่อง โอเคมันมีดราม่า มีดำขาวชัดเจน ยังไม่เห็นสีเทา แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็คือเหตุปัจจัยให้เรื่องราวดำเนินต่อไป ขอเป็นแฟนคลับอีกคนค่ะ คงไม่ได้อุดหนุนหนังสือใว้กลับบ้านเมื่อไหร่ถ้ามีวางจำหน่ายก็จะซื้อค่ะไม่ว่าเรื่องไหนก็ตาม ขอบคุณค่ะ
    #46
    0
  7. #45 มามิยะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 00:36
    คนธรรมดาแต่งงานกับหม่อมเจ้า ก็เรียกว่าหม่อม+ ชื่อ

    มีลูก ลูกก็เรียกแม่ว่าหม่อมแม่ หลานเรียกหม่อมย่า หม่อมยาย

    ยกตัวอย่างเช่น บ้านทรายทอง ชายกลางเรียกแม่ว่าหม่อมแม่ ไม่ใช่ท่านแม่

    ถ้าเรียกท่านแม่ แสดงว่าแม่ต้องเป็นชั้นหม่อมเจ้าค่ะ
    #45
    0
  8. #44 kaihunisreal (@kaihunisreal) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 17:15
    ต้องขอโทษไรท์เตอร์ล่วงหน้านะคะ แต่นี่อ่านแล้วมองแม่บัวในเรื่องคือคนที่โง่ต่อให้ทำเพื่อตอบแทนบุญคุณแต่เราว่ามันเกินไป พ่อคือคนเห็นแก่ตัวทำไมหน้าด้านกล้ามาขอความช่วยเหลือในเมื่อหลอกเอาแม้กระทั่งสมบัติของลูก ดูจากคำพูดของพ่อแล้วคือคนที่เลวและเห็นแก่ตัวในคราบผู้ดีแค่นั้น  มีแม่ที่ไหนกล้าขอให้ลูกไปเป็นเมียบำเรอคิดแล้วงงความคิดของแม่บัวแต่ก็ไม่แปลกใจหรอกในเมื่อคุณแม่ก็เป็นคนที่เรามองว่าลดศักดิ์ศรีตัวเองจนจมมิด เอาแต่พูดเรื่องบุญคุณอะไรหรอกเขาเอาบุญคุณตัวเองไปบำเรอความสุขสบายของตัวเองหมดแล้วได้แต่ทำตัวโง่ๆให้เขาหลอกใช้ พ่อนี่แหละเลวสุดแล้ว 
    #44
    0
  9. #43 Khan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 10:43
    อ่านไปน้ำตาจะไหล สงสารบัว คุณบัวของบ่าว สู้ๆ
    #43
    0
  10. #42 นางร้ายสายหื่น (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 10:39
    ส่วนตัวเลย ชอบสไตล์การเขียนนิยายของไรท์นะคะ แต่เรื่องนี้ปูเรื่องนานมาก ออกแนวยืดเยื้อนิดนึง รู้ค่ะว่าต้องมีการปูเรื่องก่อน อันนี้ยังไม่เท่าไหร่ นี่บอกตามตรงรำคาญแม่นางเอกมากกก ดูเหมือนอยากยัดเยียดให้ลูกไปเป็นนางบำเรอพระเอก ดูเหมือนรักผัวมากกว่าลูก คือเหมือนไม่เข้าใจนางเอกเลยว่าที่ผ่านมานางเอกรู้สึกยังไง แหมเป็นเรานะพ่อก็พ่อเถอะ ไม่เคยมาใส่ใจ ถึงจะมีเหตุผลอะไรก็ตาม เราไม่ช่วยบอกเลย คนไม่เคยมาดูดำดูดีเรากับแม่ พอเดือดร้อนทำมาขอความช่วยเหลือแถมนี่มาเปลี่ยนพินัยกรรรมอี้ก พูดแล้วขึ้น
    #42
    0
  11. #41 จุ๋ม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 09:09
    บัวเลยต้องยอมละทีนี้

    แต่การยอมของบัว ต้องให้นางๆๆทั้งหลายออกไปจากวังนะคะ ไม่งั้นอย่ายอม
    #41
    0
  12. #40 12082010lucas (@12082010lucas) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 01:38
    โธ่...บัวของบ่าว😭
    #40
    0
  13. #39 NooMayMay (@runtimai) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 00:02
    แม่นางเอก คือรักลูกหรือรักผัว จะให้ลูกไปเป็นอยู่กับผู้ชาย
    #39
    0
  14. #38 berry_auuka (@berry_auuka) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 23:59
    ตอนต่อไปนี่แระ คือสิ่งที่อิชั้นรอคอย อิอิ
    #38
    0
  15. #37 พี่น้อย0105 (@pimpilai2505) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 23:42
    เฮอะ!ใจร้ายใจดำกับบัวและเมียเก่าอย่างพิมพ์ได้ขนาดนี้ก็ไม่น่าจะช่วยเหลือหรอก  พ่อบัวถูกยิงหรือยิงตัวตายกันแน่
    #37
    0