เกียรติยศหัวใจ (สนพ.บางรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 216,507 Views

  • 811 Comments

  • 2,342 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    238

    Overall
    216,507

ตอนที่ 7 : ถ้อยคำปฏิเสธ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9994
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    11 ก.ย. 60

ปกติโต๊ะอาหารริมระเบียงหน้าบ้านจะเป็นสถานที่ใช้เวลาร่วมกันของเธอกับแม่ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ปัทมนจะได้มีโอกาสทานอาหารเช้ากับบิดา ถ้าไม่มีธุระหรือความจำเป็นโอกาสที่จะได้พบปะพูดคุยตามประสาพ่อลูกดูจะเป็นเรื่องไกลตัวซะเหลือเกิน ครั้งล่าสุดที่เธอได้เจอกับท่านก็คือวันแต่งงานของอาภาภัสร์กับคุณธาดา ซึ่งนั่นก็นานนับเดือนแล้ว

“เชิญคุณชายที่โต๊ะอาหารค่ะ”

ปัทมนเห็นแม่ต้อนรับด้วยความกระวีกระวาดก็ยิ่งเกิดความสงสาร การวางตัวของแม่ดูยังไงก็ไม่ต่างจากบ่าวรับใช้ที่คอยวิ่งต้อนรับเจ้านายด้วยความภักดี 

“สวัสดีค่ะคุณพ่อ” รีบยกมือไหว้ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ลุกขึ้นยืนต้อนรับบุรุษดูดีสมวัยแต่วันนี้สีหน้าแลดูหม่นหมอง

“สวัสดีลูก นั่งลงเถอะ ไม่ต้องทำตัวเป็นทางการกับพ่อนักหรอก” เป็นครั้งแรกที่มรว.ภานุเทพเห็นลูกสาวแต่งกายอยู่ในชุดทำงาน หน้าเรียวเล็กรูปไข่เกลี้ยงเกลาสวยหมดจดแลดูเคร่งขรึมเกินกว่าวัยที่ควรจะเป็น

เขารู้ดีว่าการสอบบรรจุเพื่อเป็นอาจารย์สอนนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย จึงอดภาคภูมิใจไม่ได้ที่ลูกสาวเจริญรอยตามด้วยการยึดอาชีพรับราชการรับใช้ชาติตามแบบอย่างบรรพบุรุษ แต่การเอาจริงเอาจังกับชีวิตทำให้ปัทมนกลายเป็นคนจริงจังกับชีวิต ความคลุมเครือหลายสร้างความไม่เข้าใจให้กับความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก การนิ่งเฉยไม่แสดงออก ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รักและภาคภูมิใจ ทุกพัฒนาการของปัทมนเขาได้รับรายงานจากปานพิมอยู่เป็นระยะ รวมถึงเป็นผู้สนับสนุนอยู่ห่างๆ เพราะไม่อยากให้นพดาราหาทางกลั่นแกล้งให้ปานพิมกับลูกเดือดร้อน

 “ทานอาหารเช้ารองท้องก่อนไปทำงานนะคะ วันนี้มีข้าวต้มทะเลทรงเครื่องของโปรดคุณชาย”

อาหารทะเลสดชิ้นโตๆ ไม่ได้เป็นเมนูขึ้นโต๊ะบ้านนี้บ่อยนัก เนื่องจากว่าเจ้าของบ้านค่อนข้างเป็นคนประหยัดมัธยัสถ์ค่อนไปทางตระหนี่ แต่ที่แม่เข้าครัวเป็นพิเศษเช้านี้ก็เพื่อเอาใจแขกคนสำคัญ

“นั่งทานด้วยกันสิ นานๆ จะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา”

เสียงบิดาเอ่ยเชื้อเชิญให้แม่นั่งร่วมโต๊ะ ท่าทางยืนเก้กังของแม่ทำให้ปัทมนลอบสังเกตปฏิกิริยาความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ เห็นแม่เกิดอาการลังเลไม่ยอมทำตาม ยังคงถ่อมเนื้อถ่อมตนมองว่าตัวเองเป็นเพียงคนรับใช้ในบ้าน จึงไม่ควรจะตีตนเสมอเจ้านาย จึงเลือกที่จะคอยยืนหยิบจับข้าวของบริการดูแลเธอกับบิดาอยู่ใกล้ๆ

“คุณชายทานกับยัยบัวเถอะค่ะ เช้าๆ อย่างนี้ดิฉันยังไม่หิว” เธอยอมพูดปด

 “หิวไม่หิวก็นั่งก่อนเถอะ เช้านี้เรามีเรื่องต้องคุยปรึกษาหารือกัน” 

“ค่ะ” สุดท้ายแม่ก็ยอมตามใจบิดา ย่อลงนั่งตัวลีบบนเก้าอี้ข้างๆ ด้วยอาการสงบเสงี่ยม

“เห็นแม่บอกว่าคุณพ่อมีเรื่องจะคุยกับบัวเหรอคะ” ปัทมนไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลาเพราะไม่อยากไปทำงานสาย หลังจากนอนครุ่นคิดมาทั้งคืน เช้านี้เธอมีคำตอบในใจไว้แล้วว่าจะพูดกับบิดาว่ายังไง

“ใช่ลูก... เอ่อ แม่คงเล่าปัญหาให้ลูกฟังบ้างแล้ว พ่อก็แค่อยากจะรู้ว่าลูกคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไงบ้าง” น้ำเสียงประนีประนอมค่อนข้างเกรงใจ ยิ่งได้เห็นสีหน้าแววตาเอาจริงเอาจังของลูกสาว มรว.ภานุเทพก็ยิ่งเกรงว่าคำตอบที่ได้รับจะไม่สนับสนุนความต้องการของตัวเองสักเท่าไหร่

“บัวไม่เห็นด้วยค่ะ! ไม่ยินดีตกลงทำตามข้อเสนอ”

คำตอบเสียงดังฟังชัดไม่มีความลังเลของลูกสาว ทำให้มือที่ถือช้อนค้างไว้แทบอ่อนแรง ปัทมนไม่ได้นิสัยของปานพิมติดตัวมาเลยแม้แต่น้อย ความนิ่มนวลอ่อนหวานเข้าอกเข้าใจอะไรได้ง่าย ไม่ได้หล่อหลอมอยู่ในตัวลูกสาวคนนี้ของเขาเลย                 

“คนรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ควรต้องเป็นบัวนะคะ ในเมื่อใครเป็นตัวต้นเหตุทำให้เกิดความวุ่นวายคุณพ่อก็น่าจะทราบดี... ถ้ามีใครสักคนต้องชดใช้หนี้ให้กับคุณอิศรานนท์ล่ะก็ ลูกสาวคุณพ่อก็มีอีกตั้งสองคน แล้วทำไมการรับเคราะห์ถึงได้เจาะจงว่าต้องเป็นบัวด้วย”

คำพูดตรงไปตรงมาของปัทมนไม่หลงเหลือความหวังลมๆ แล้งๆ ไว้ให้กับเขา หนำซ้ำยังแอบถูกตำหนิว่าเป็นพ่อที่ขาดความยุติธรรมไม่มีความเสมอภาค    

“บัว!! พูดกับคุณพ่อดีๆ หน่อยสิลูก” ปานพิมไม่รู้มาก่อนว่าปัทมนตัดสินใจอย่างไร ความใจเด็ดของลูกสาวที่ปฏิเสธแบบไม่ถนอมน้ำใจทำให้มรว.ภานุเทพหน้าสลด

“ไม่เป็นไร พูดกันตรงไปตรงมาแบบนี้ก็ดีแล้ว พ่อจะได้รู้ว่าจะต้องหาทางแก้ปัญหาตัวเองยังไงต่อ” ความจริงเขาจุกจนพูดไม่ออกมากกว่า ปัทมนเป็นคนหัวแข็ง มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเองจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะขอร้องให้ลูกช่วย เพราะก็ตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่าถ้าปัทมนไม่ให้ความยินยอมก็จะไม่มีการบังคับ  

“บัวไม่ได้พูดด้วยอารมณ์นะคะ กว่าจะหาคำตอบให้คุณพ่อได้ บัวคิดทบทวนทั้งคืนจนนอนไม่หลับ...คุณพ่อคงไม่โกรธที่บัวตัดสินใจแบบนี้”

“พ่อจะโกรธลูกได้ยังไง ในเมื่อสิ่งที่บัวพูดมาก็ถูกต้องทุกอย่าง ก็แค่เสียดายสิ่งที่บรรพบุรุษสร้างสมไว้เป็นมรดกของลูกหลาน หากวังวรทัศน์ถูกทุบทิ้งไปวิญญาณของพวกท่านคงไม่มีความสุข”

“อย่าหาว่าบัวก้าวก่ายเกินหน้าที่ความเป็นลูกเลยนะคะ... บัวแค่สงสัยว่าเงินที่คุณพ่อกู้มาจากธนาคารพวกนั้นบัวกับแม่ก็ไม่เคยได้แตะต้อง แต่เวลาเกิดปัญหาคุณพ่อทำไมถึงโยนภาระมาทางนี้”

“บัว!” แม่ปรามพร้อมทำหน้าดุให้เธอหยุดพูดทำร้ายจิตใจบิดา แต่นาทีนี้อารมณ์ของปัทมนได้จุดติดขึ้นแล้ว เธอจึงยังคงเดินหน้าพูดทุกอย่างให้กระจ่างชัด

“ปล่อยเถอะพิม ให้ลูกได้พูดในสิ่งที่แกอยากจะพูดเถอะ” มรว.ภาณุเทพยกขึ้นมือห้าม เขาผิดเขาต้องกล้าที่จะยอมรับ แม้ว่าความจริงจะเสียดแทงหัวใจให้เจ็บปวดก็ตามที

“ถ้าคุณพ่อหลงเหลือความยุติธรรมอยู่บ้าง คงเข้าใจนะคะว่าบัวไม่ได้จะอกตัญญูหรือไม่สำนึกบุญคุณที่คุณพ่ออุตส่าห์มีต่อบัวกับแม่... ที่ผ่านมาเราแทบจะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับภรรยาและลูกคนอื่นๆ ของคุณพ่อบนตึกเลย หลังหม่อมย่าสิ้นเราก็ช่วยกันทำงานเก็บหอมรอมริบส่งเสียเลี้ยงดูตัวเอง เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หาได้ไม่เคยนำไปใช้จ่ายซื้อความสะดวกจะสบายเหมือนคุณๆ ทั้งหลายบนตึก... แต่พอบ้านถูกจำนอง จนกระทั่งตกไปอยู่ในมือคุณอิศรานนท์ คนที่ควรรับผิดชอบไถ่ถอนไม่ควรจะต้องเป็นบัวนะคะ” ปมค้างคาใจถูกระบายออกมาอย่างอัดอั้น

“บัว ลูกกำลังพูดทำร้ายจิตใจคุณพ่ออยู่นะ” คนเป็นแม่พยายามห้าม ไม่อยากให้พ่อกับลูกพูดจาด้วยอารมณ์จนเกิดความขุ่นข้องหมองใจกัน

              “พ่อเข้าใจสิ่งที่ลูกพูดมาทั้งหมด เอาเป็นว่าที่ผ่านมาพ่อผิดเอง ผิดที่ปล่อยให้ปัญหาหลายอย่างคาราคาซังจนกลายเป็นปมที่แก้ไม่หลุด การที่ลูกไม่ยอมรับเงื่อนไขของคุณนนท์ ก็ไม่ได้แปลว่าลูกอกตัญญู พ่อต่างหากที่กำลังเห็นแก่ตัว ทำอะไรไม่เห็นแก่อนาคตลูกตัวเอง” มรว.ภานุเทพรู้สึกละอายแก่ใจ ความจริงเขาก็ทำไม่ถูกจริงๆ ที่ไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องลูกเมียทางนั้น

“ใจเย็นๆ นะคะคุณชาย ยังไงเราทุกคนต้องช่วยกันคิดหาทางออก” ปานพิมทนนิ่งดูดายไม่ได้ เธอรู้ว่าโรคความดันและหัวใจที่เขาเป็นอยู่ไม่ถูกกับสภาวะตึงเครียด

“พ่อลืมไปว่าลูกเป็นถึงอาจารย์ ถ้าต้องทำอะไรแบบนั้น ใครรู้เข้าก็คงหมดความศรัทธาที่ทำตัวไร้ค่าไร้ศักดิ์ศรี การเป็นแม่พิมพ์ของชาติควรประพฤติตนเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีให้กับลูกศิษย์” เขาไม่ได้พูดเพื่อจะเอาชนะใจลูกสาว แต่เข้าใจเหตุผลตามที่ปัทมนพูดขึ้นมาอย่างถ่องแท้จริงๆ

 “บัว... เรื่องนี้มีผลกระทบกับหลายชีวิตที่อาศัยอยู่ที่นี่นะลูก อย่ากล่าวหาคุณพ่อด้วยถ้อยคำตัดพ้อรุนแรงแบบนั้น ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เราควรช่วยกันระดมความคิด ว่าทำอย่างไรจะรักษาทรัพย์สมบัติและความเป็นวรทัศน์ของหม่อมย่าที่รักและเลี้ยงดูบัวมาตั้งแต่แบเบาะ”

คราวยังมีชีวิตอยู่ หม่อมปรางค์ทิพย์หัวเราะชอบใจทุกครั้งที่ได้ยินคนแอบตำหนิติเตียนหลับหลังว่าท่านนั้นลำเอียงรักหลานไม่เท่ากัน ก็ในบรรดาหลานทั้งหมดปัทมนได้รับความรักความเอ็นดูมากกว่าใคร ความคลุกคลีใกล้ชิดทำให้ท่านแทรกซึมถ่ายทอดวิชาความรู้เรื่องงานบ้านการเรือน รวมถึงเคล็ดลับการทำอาหารหวานคาวให้หลานสาวอย่างเต็มกำลังความสามารถ แม้กระทั่งก่อนจะสิ้นใจ ยังสั่งเสียมอบข้าวของเครื่องประดับส่วนตัวหลายชิ้นแทนความรักความห่วงใย อาจเป็นเพราะความสงสารที่เห็นหลานตัวเองไร้การเหลียวแลจากคนเป็นพ่อท่านจึงชดเชยสิ่งที่ขาดให้ปัทมนได้ทัดหน้าเทียมตาคนอื่น

              พอสิ้นบุญท่านไปเมื่อหลายปีก่อน ความเป็นอยู่ของสองแม่ลูกต้องผกผันครั้งใหญ่ มรว.ภานุเทพมีคำสั่งให้ย้ายปานพิมและปัทมนออกจากเรือนหม่อมปรางค์ทิพย์มาอยู่เรือนหลังเล็กปะปนกับคนรับใช้ เงินเดือนที่เคยได้จากกองกลางเป็นประจำก็ถูกลดทอนจนสุดท้ายทำเมินเฉยไม่จ่าย แน่นอนว่าทุกคำสั่งมีนพดาราชักใยอยู่ข้างหลังแทบทั้งสิ้น     

“บัวแค่อยากพูดความจริงค่ะ ไม่ได้ตั้งใจใช้วาจาจาบจ้วงด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม” ปกติเธอกับบิดาแทบไม่มีโอกาสได้พูดจากันเลย การเป็นคนเงียบและสงบปากสงบคำมาตลอด พอพูดโต้แย้งอาจทำให้แลดูเป็นคนก้าวร้าวในสายตาของผู้ใหญ่ แม่พร่ำสอนเสมอว่าการต่อปากต่อคำเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ พฤติกรรมกระด้างกระเดื่องของเธอครั้งนี้จึงแลดูไม่น่ารัก ขัดอกขัดใจแม่ไปซะทุกอย่าง

“พ่อขอโทษถ้าหากทำให้บัวรู้สึกไม่ดี ความกังวลที่รู้ว่ากำลังจะสูญเสียจุดเริ่มต้นของบรรพบุรุษ ทำให้พ่อไร้สติคิดเห็นแก่ตัว” 

“บัวเข้าใจคุณพ่อค่ะ แต่บัวก็ฝืนทำในสิ่งไม่ถูกต้องไม่ได้เหมือนกัน”

“เราหยุดพูดเรื่องนี้ แล้วมาเริ่มทานข้าวต้มกันดีกว่า เผื่ออิ่มท้องสมองแล่นอาจพอนึกหาทางออกได้บ้าง” เขาแก้เก้อด้วยการชวนทุกคนเบนความสนใจไปที่อาหาร ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งถูกปัทมนต้อนให้จนมุมนึกคำพูดแก้ต่างให้กับตัวเองไม่ได้  

“ฝีมือทำข้าวต้มของพิมยังอร่อยไม่เปลี่ยน ถอดรสมือจากหม่อมแม่มาครบถ้วนทีเดียว”

“ขอบคุณค่ะ ดีใจที่คุณชายชอบ” เพียงคำชมสั้นๆ ก็ทำเอาคนตั้งใจทำยิ้มแก้มปริ เธอกุลีกุจอตื่นแต่เช้าเข้าครัวปรุงอย่างพิถีพิถัน เพราะอยากให้ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันน้อยนิดเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ

“อิ่มแล้วเหรอลูก ทำไมทานน้อยจัง” บรรยากาศอึมครึมชวนทำให้หัวใจพองฟูได้ไม่เต็มที่ เมื่อเห็นปัทมนยกแก้วน้ำขึ้นดื่มพร้อมหยิบผ้าซับที่มุมปาก แม่อย่างเธอก็อดเป็นกังวลกับการทานอาหารน้อยเกินไปของลูกไม่ได้

“อิ่มแล้วค่ะ วันนี้บัวไม่ค่อยหิวน่ะค่ะแม่ อาจเป็นเพราะเมื่อคืนนอนน้อยก็เลยเพลียนิดหน่อย” ปกติปัทมนจะเป็นคนเห็นคุณค่าของอาหาร เธอถูกสั่งสอนไม่ให้กินทิ้งกินขว้างเหลือข้าวครึ่งชามอย่างนี้เลย

“ยิ่งนอนน้อยก็ยิ่งกินให้มาก เดี๋ยวขับรถแล้วเป็นลมล้มฟุบไปใครจะดูแล” เธอทักท้วงตามประสาคนเป็นแม่ที่เห็นว่าการกินอาหารให้อิ่มท้องของลูกเป็นเรื่องสำคัญ   

“อย่าฝืนใจบังคับลูกนักเลย ลูกอิ่มแล้วก็ปล่อยให้ลูกไปทำงานเถอะพิม สายมากรถจะติดหนัก... บัวรีบไปทำงานเถอะลูก อยู่คุยธุระกับแม่อีกเล็กน้อย เดี๋ยวพ่อก็จะไปทำงานเหมือนกัน” มรว.ภานุเทพไม่คัดค้าน หมดหวังว่าลูกจะร่วมมือให้ความช่วยเหลือ  

“ถ้าอย่างนั้นบัวขอตัวก่อนนะคะ” ปัทมนขยับตัวลุกจากเก้าอี้ บอกตามตรงว่าเช้านี้เธอกลืนอะไรไม่ลง แม้กระทั่งน้ำเปล่าดื่มแล้วยังรู้สึกว่าลำคอขมปร่า เห็นสีหน้าหมองเพราะความกังวลของผู้บิดาก็ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกรู้สา หลังจากแอบต่อว่าและปฏิเสธชนิดไม่รักษาน้ำใจแล้ว ส่วนลึกก็แอบรู้สึกเสียใจอยู่ไม่น้อย

“พ่อดีใจนะที่เช้านี้เราได้คุยกันอย่างเปิดอก ทำให้รู้ว่าตัวเองมีจุดบกพร่องหลายอย่างที่ควรนำไปปรับปรุงแก้ไข”

สีหน้าราวสำนึกผิดของบิดาทำให้ปัทมนต้องย้อนถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เธอหวังว่าหากหม่อมย่ามองลงมาจากบนฟ้า คงไม่ตำหนิว่าเธอใจร้ายใจดำไม่เห็นแก่ความทุกขย์ยากของครอบครัว 

“อย่าลืมแจ้งข่าวบัวบ้างนะคะว่าเจรจากับคุณอิศรานนท์แล้วเขาว่ายังไงบ้าง” วันนี้เธอคงสอนหนังสือด้วยความพะวง จนกว่าจะรู้ชะตาว่าจะได้อยู่ต่อหรือถูกขับไล่ออกจากบ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิด   

“ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้ เดี๋ยวพ่อจะลองเจรจากับคุณนนท์อีกที ไม่แน่เขาอาจใจดีผ่อนปรนให้เราอยู่ต่ออีกสักปี พอให้มีเวลาเตรียมตัวขยับขยาย... พ่อเชื่อว่ามันต้องมีสักวิธีที่จะทำให้เราผ่านจุดยากลำบากนี้ไปได้ บัวไม่ต้องเก็บเอาไปคิดมาก พ่อเป็นหัวหน้าครอบครัว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อดีกว่า” บุรุษสูงวัยทำใจดีสู้เสื้อยิ้มให้กับลูกสาว

“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่คุณพ่อเข้าใจบัว”  

มรว.ภานุเทพมองบุตรสาวหอบแฟ้มเอกสารและตำราปึกใหญ่เดินลงจากบ้านด้วยความรู้สึกที่ยากจะบอกความในใจให้ใครฟังได้ ปัทมนในวันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีใบหน้าละม้ายจนแทบจะเรียกว่าเหมือนหม่อมปรางค์ทิพย์แม่ของเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งนิสัยไม่ยอมคนช่างโขลกกันออกมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน 

@@@@@@@@@@@@@@@@@

หนูบัวไม่ช่วยแล้ว ทีนี้จะทำยังไงดีละคะคุณพ่อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #754 เมียพี่บุ๊ค (@PEACHBABY) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 17:02
    ตอนนี้ขอแอนตี้คุณแม่เลยค่ะ 
    #754
    0
  2. #710 Nida.m (@pittanan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:02
    ทำไมแม่น่ารำคาญ ทำไมไม่นึกถึงลูกก่อน โอ๊ยยยย ขัดใจ
    #710
    0
  3. #548 neither (@ppanida) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 00:11
    อ่านแล้วรู้สึกว่านี่ความคิดของคนเป็นแม่จริงๆ เหรอ คิดให้ลูกมารับภาระโดยไม่คำนึงถึงอนาคตของลูกสักนิด รักผัวมากกว่าลูก แม่อะไร
    ป.ล. ไรท์เขียนดีจนเราอินอ่ะ อย่าว่าเรานะที่เม้นท์ดุเดือดแบบนี้ ฮรืออออ ขอบคุณนิยายดีๆ ที่แต่งให้อ่านนะคะ ^^
    #548
    0
  4. #322 tungkn4841 (@tungkn4841) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 18:31
    คุณบัวใจแข็งมาก  
    #322
    0
  5. #170 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 14:00
    ไม่อยากเชื่อเลยค่ะว่าจะเดาผิดบัวใจแข็งมากค่ะ
    #170
    0
  6. #36 berry_auuka (@berry_auuka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 23:35
    มะไหร่จะได้เจอก้นนะ ลุ้นๆ
    #36
    0
  7. #35 6546004 (@6546004) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 13:43
    อย่าหายไปนานนะคะรีบมาจ้า
    #35
    0
  8. #34 จุ๋ม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 11:49
    ชอบบัวคะ เข็มแข็ง
    #34
    1
    • #34-1 somluck (จากตอนที่ 7)
      3 กันยายน 2560 / 22:54
      เห็นด้วยค่ะ
      #34-1
  9. #33 kaihunisreal (@kaihunisreal) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 02:38
    ชอบแบบนี้อะ ดูสิ่งที่ออกมาคือความสัมพันธ์พ่อกับแม่มันไม่มีความสัมพันธ์แบบคนรักฉันท์สามีภรรยากันแล้ว พ่อก็ลืมไปแล้วว่าเคยรักเพิ่งมารู้สึกเพราะตัวเองกำลังแย่ต้องการความช่วยเหลือ เหมือนไม่กดดันแต่การพูดหลายๆอย่างมันสร้างสิ่งที่เป็นตัวเลือกให้บัวน้อยลง อย่างเช่นเอาบรรพบุรุษมาเป็นข้อกดดันบัวกรายๆ แม่นี่ก็อะไรหรอกคิดถึงจิตใจลูกในจุดนี่ไม่ต่างจากเอาลูกไปขายกินเลย แบบรำคาญแม่บัวอะ 
    #33
    0
  10. #32 ya567 (@ya567) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 02:37
    ชอบหนูบัวมาก ตอบได้สะใจจริงๆๆๆ
    #32
    0
  11. #31 khuniceee (@icedbl) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 22:55
    ชอบนางเอกมากเลยค่ะ
    #31
    0
  12. #30 พี่น้อย0105 (@pimpilai2505) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 22:25
    ชอบที่บัวเข็มแข็งรู้จักปฎิเสธสิ่งที่ไม่ชอบธรรมนี้ ถึงช่วยไปแม่กับบัวก็ใช่ว่าจะได้ไปใช้ชีวิตในวังนั้นสักหน่อย
    #30
    0