เกียรติยศหัวใจ (สนพ.บางรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 215,498 Views

  • 810 Comments

  • 2,354 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    231

    Overall
    215,498

ตอนที่ 12 : สายสัมพันธ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    11 ก.ย. 60

ล่วงเข้าสัปดาห์ที่สองตั้งแต่เสร็จงานศพบิดา แม่ก็ได้รับอนุญาตให้กลับมาพักที่บ้านได้ ปัทมนพยายามทุกทางเพื่อให้แม่คลายความเศร้าโศก 

เลิกงานรีบกลับบ้านเพื่อเข้าครัวทำอาหาร สร้างบรรยากาศภายในบ้านไม่ให้เงียบเหงาด้วยการเปิดเพลงที่แม่ชอบฟัง ก่อนเข้านอนทุกคืนเธอจะนอนหนุนตักแม่ชวนพูดคุยเรื่องราวต่างๆ  ที่ระเบียงหน้าบ้าน เป็นกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำหลังจากจบอาหารมื้อค่ำ  

“แบบนี้รึเปล่าที่เค้าเรียกว่าพระจันทร์ร้องไห้ เห็นแล้วรู้สึกเศร้าใจเหลือเกิน” เสียงแม่รำพึงรำพันจนปัทมนต้องแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าตามไปด้วย แม้จะเป็นเวลาไม่ดึกมาก แต่คืนนี้พระจันทร์โผล่พ้นขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือผิวน้ำเจ้าพระยาถูกบดบังด้วยเมฑสีหม่น

“แค่เมฆลอยมาบังเท่านั้นเองค่ะแม่ เดี๋ยวอีกสักพักลมก็จะพัดเมฆไป” แม่ยังอยู่ในสภาวะเป็นโรคซึมเศร้า บางทีกลางดึกก็จะตื่นขึ้นมานั่งอยู่มืดๆ คนเดียวเพราะนอนไม่หลับ

“ป่านนี้คุณพ่อจะอยู่ที่ไหนนะ ยามได้กลิ่นหอมของดอกบุนนาคทีไร ทำให้แม่อดคิดถึงคุณพ่อไม่สักที”

หลังออกจากโรงพยาบาลแม่ก็เอาแต่พร่ำเพ้อถึงเรื่องราวคราวหลัง บางทีนั่งน้ำตาซึมร้องไห้อยู่เพียงลำพัง เหมือนการทำเช่นนั้นจะช่วยทำให้เธอลืมความเป็นจริงที่โหดร้ายให้คลายลงได้บ้าง

“คุณพ่อชอบดอกบุนนาคมากเหรอคะ” บางคำถามทำให้ปัทมนได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยมีใครพูดให้ได้ยินมาก่อน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาชีวิตรักของพ่อกับแม่แทบจะกลายเป็นเรื่องต้องห้ามที่ใครก็ไม่ควรพูดถึง ไม่มีใครกล้าขุดคุ้ยเพราะเกรงว่าจะไปเข้าหูนพดาราเข้า การสูญเสียบิดาไปทำให้แม่ค่อยๆ ระบายความรู้สึกที่กลบฝังไว้ในใจยี่สิบกว่าปีให้พรั่งพรูออกมา

“ใช่จ้ะคุณพ่อชอบดอกบุนนาคมาก ดอกไม้ดอกแรกที่แม่ได้รับก็คือดอกบุนนาคนี่แหละ” เล่าพร้อมกับใบหน้าระบายไปด้วยรอยยิ้ม

“คุณพ่อไม่ค่อยลงทุนเลยนะคะ จะจีบสาวทั้งทีก็ยังแอบเก็บเอาดอกไม้ที่ริมรั้วมาให้” เด็กทุกคนปรารถนาอยากให้พ่อกับแม่รักกัน ปัทมนเองก็เป็นเช่นนั้น เธอเก็บซ่อนปมไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่และเธอถึงไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังเดียวกันเหมือนครอบครัวคนอื่น อยากได้ยินคำยืนยันจากปากพ่อหรือแม่ก็ได้สักครั้ง ว่าตัวเองเกิดจากความรัก ไม่ใช่ความพลาดพลั้งหรือแค่ความบังเอิญ  

“เพราะคุณพ่อแอบสู้มาจนรู้ต่างหาก ว่าแม่ชอบและหลงใหลเจ้าดอกไม้ต้นนี้มาก เวลาว่างจากงานอยู่รับใช้หม่อมย่าบนตึก แม่ก็มักหลบไปเก็บเจ้าดอกไม้นี่มาทำบุหงาอบแห้ง หรือไม่หม่อมย่าก็จะให้นำเปลือกมาบดใช้แต่งกลิ่นธูปเวลาจุดไหว้พระจะได้หอม” 

รอยยิ้มพรายปรากฏอยู่บนใบหน้านวลแม้แก้มจะแห้งตอบ มือบางแต่กรำงานหนักมาตลาดหลายปีลูบไล้เส้นผมอ่อนนุ่มของคนที่นอนหนุนอยู่บนตัก หากวันนี้ไม่มีปัทมนเธอคงไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ต่อ  

“อ๋อ เพราะแม่ชอบนี่เอง คุณพ่อก็เลยลงทุนปีนต้นบุนนาค เปลี่ยนรสนิยมมาชอบตามบ้าง” ปัทมนหยอกเย้า การพูดถึงความทรงจำดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นทำให้แม่ผ่อนคลาย และหลับได้ดีตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า

“ความจริงแล้วคุณพ่อเป็นคนโรแมนติกมาก เวลามาหาหม่อมย่าบนตึกทีไร ก็มักจะมีจดหมายเล็กๆ เขียนข้อความสอดไว้ตามโต๊ะเก้าอี้ให้แม่ต้องตามหาอยู่เสมอ”

“ทำไมล่ะคะ คุณพ่อกลัวหม่อมย่าจะห้ามเหรอคะ” หม่อมปรางค์ทิพย์แม้จะแลดูดุแต่ความจริงเป็นคนจิตใจดี ถ้าใครจับจุดได้จะไม่รู้สึกเกร็งเวลาถูกตำหนิ

“แม่กับคุณพ่อ หากมองตามความเป็นจริงก็คงไม่ต่างจากพระจันทร์กับหิ่งห้อย ต่อให้แม่พยายามจะกระพริบแสงในตัวที่มีอยู่น้อยนิดให้สว่างสักแค่ไหน หรือพยายามให้ตัวเองบินขึ้นสูงเพียงใด ก็ไม่มีวันขึ้นไปเทียบได้กับพระจันทร์ที่สาดแสงสว่างอยู่บนท้องฟ้า” 

ความแตกต่างด้านฐานะและชนชั้น ทำให้ชีวิตรักหลายคู่ไปไม่ถึงฝั่งฝันมานับไม่ถ้วน กฎเหล็กข้อนี้ปานพิมรู้ดีและเจียมตัวมาตลอด แต่หัวใจที่สุกงอมและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก บางครั้งก็สุดที่ใครจะหักห้ามได้

“ไม่ว่าใครจะมองยังไง แต่สำหรับบัวแม่ยอดเยี่ยมเสมอ บัวรักแม่นะคะ ไม่อยากให้แม่จมอยู่กับความเศร้า อยากให้แม่กลับมาเป็นแม่คนเดิมที่ใช้ชีวิตด้วยกันตามปกติ... แม่ทำเพื่อบัวได้มั้ยคะ” แม่ที่แม้ดวงตามีแต่การรอคอย แต่ในนั้นก็ยังคงเปี่ยมล้นไปด้วยความหวัง ไม่ใช่คนที่อยู่ไปวันๆ ใช้ชีวิตซังกะตายแบบนี้  

“แม่ก็รักบัวจ้ะ บัวคือดวงใจของแม่ ตั้งแต่วันที่รู้ตัวเองว่าตั้งท้องแม่ก็รู้ว่าจุดหมายของแม่คืออะไร แม่คงยืนหยัดฝ่าฟันมาจนถึงวันนี้ไม่ได้... ถ้าไม่มีบัว” 

ไม่มีใครรู้ว่าภายในจิตใจมนุษย์คนหนึ่งสามารถเก็บเรื่องราวสะเทือนใจและทนรับแรงเก็บกดได้มากแค่ไหน แต่สำหรับปานพิมเธอรู้ตัวดีว่าได้ใช้ความอดทนจนหมดแล้ว น้ำตาที่กักเก็บไว้พร่างพรายออกมาเป็นสาย พร้อมกับกอดร่างลูกสาวไว้แนบอก

 “ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์เราจะมีกันและกันเสมอนะคะ มีแม่ที่ไหนก็ต้องมีบัวที่นั่น” 

ปัทมนโอบกอดเพื่อลดแรงสะอื้น ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเห็นแม่ร้องไห้เสียน้ำตามากเท่ากับครั้งนี้มาก่อน การปลอบประโลมจิตใจซึ่งกันและกันในยามชีวิตเจอมรสุมถือเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด     

       

       (ดอกบุนนาค) Credit google

“น่าเสียดาย อีกไม่นานเราคงต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่น บ้านหลังนี้ก็คงจะเหลือเพียงความทรงจำให้เราระลึกถึง แม้แต่ต้นบุนนาคริมรั้วนั่นก็เหมือนกัน เจ้าของคนใหม่คงจะโค่นมันทิ้งเหมือนกับต้นไม้ต้นอื่น”

ปัทมนเข้าใจหัวอกคนที่ผูกพันกับบางสิ่งบางอย่าง ฟังจากที่แม่เคยเล่า ตั้งแต่จากบ้านต่างจังหวัดมาอยู่กรุงเทพฯ แม่ยังไม่เคยออกไปใช้ชีวิตอยู่ที่ไหนเลย โลกทั้งใบของแม่ก็แคบแค่ผืนดินวังวรทัศน์เท่านั้น

“ไม่ค่ะแม่ เราไม่ต้องย้ายออกไปไหนแล้ว ต้นไม้ทุกต้นที่แม่รักจะยังคงอยู่เหมือนเดิม จะไม่มีใครเข้ามารื้อหรือทำลายข้าวของทั้งหมด”

“จริงเหรอลูก!” สีหน้าและน้ำเสียงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งของปานพิม ทำให้ปัทมนต้องย้ำชัดๆ อีกรอบ

“จริงค่ะ เราจะยังอยู่ที่บ้านหลังนี้ บัวจะต้องได้นอนตากลมรอชมพระจันทร์และนั่งทำน้ำปรุงกับแม่ที่ระเบียงเช่นเดิมจะไม่ยอมหนีไปไหน... แม่คงไม่เคยรู้ว่าบัวก็รักดอกบุนนาคมากเท่ากับแม่และคุณพ่อเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต่อไปบัวจะปกป้องทุกอย่างที่บัวรัก”

ปัทมนยังไม่ได้เล่าให้แม่ฟังว่าเกิดการทาบทามอะไรขึ้นบ้างหลังจากที่บิดาเสียชีวิต เพราะก่อนหน้านั้นเธอยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะยอมรับเงื่อนไขของครอบครัวกาญจนกุลดีหรือไม่ แต่พอเห็นสภาพแม่เป็นแบบนี้ทำให้ความลังเลถูกขจัดออกไปได้ง่ายขึ้น... เธอเคยพลาดพลั้งเพราะไม่ช่วยบิดามาแล้วครั้งหนึ่ง จึงไม่อยากให้เกิดความเสี่ยงที่จะต้องรสูญเสียบุคคลที่รักซ้ำรอยอีกรอบ

“ทำไมล่ะลูก!”

เป็นใครก็คงต้องสงสัย ข้อขัดแย้งที่ขับเคี่ยวกันมาอย่างเอาเป็นเอาตาย บทจะจบก็ง่ายดายเหลือเกิน“ครอบครัวคุณอิศรานนท์จะโอนที่แปลงนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของบัวค่ะ” ตัดสินใจพูดความจริง ทั้งที่ยังไม่ได้ตกปากรับคำกับทางนั้นอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ

“บัวพูดจริงเหรอลูก ทำไมพวกเขาถึงใจดีกับเราขนาดนั้น” ตอนคุณชายยังมีชีวิตอยู่อิศรานนท์ส่งทนายความมากดดันแทบจะตลอดเวลา แต่ทำไมวันนี้ถึงได้มีท่าทีเปลี่ยนไป 

“จริงค่ะ ทีแรกบัวจะไม่รับ แต่พ่อกับแม่ของคุณอิศรานนท์ไม่ยอม เขาบอกว่าอยากทำอะไรเพื่อเป็นการไถ่โทษให้กับพวกเราบ้าง เขาเลยให้โอกาสบัวกลับมาคิดทบทวนอีกรอบ” เธอควรเชื่อมั่นกับคำตอบที่จะให้เขา

“ลูกควรไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ หลังจากเสียคุณพ่อทำให้แม่คิดอะไรได้หลายอย่าง คนเราถ้าเอาแต่ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทอง ยามตายก็เอาติดตัวไปไม่ได้ เราควรทำทุกวันให้มีความสุขจะดีกว่า”  

“บัวก็ไม่ได้อยากร่ำรวย แต่ก็ไม่อยากให้การจากไปของคุณพ่อสูญเปล่า เราสูญเสียคุณพ่ออย่างไม่ยุติธรรม ก็ควรจะเรียกร้องบางอย่างคืนให้กับท่านบ้าง”

ช่วงจัดงานปัทมนหูอื้อตาลายไม่พอใจบรรดาลูกรักทั้งสามของบิดา รวมถึงภรรยาที่ไม่มาสนใจดูดำดูดี นพดารานั้นเธอรู้ว่าไม่กล้าสู้หน้าแขกและต้องการหลบหลีกรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่าย อาภาภัสร์อ้างว่าตั้งครรภ์ ส่วนภัคสิรีกับติญญาถ้านพดาราไม่ไปก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นหน้าพวกเธอ ทั้งสองคนเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศได้จะครบปีแต่ก็ยังทำตัวเป็นเด็กขาดความรับผิดชอบ ทั้งสองยังไม่ได้ทำงานประจำที่ไหนเป็นเรื่องเป็นราว สัมภาษณ์อยู่หลายแห่งแต่ก็ไม่ถูกใจบริษัทไหนพอที่จะทำงานด้วย

“บัวเชื่อว่าหากดวงวิญญาณของคุณพ่อกับหม่อมย่ารับรู้ได้จริง ท่านทั้งสองคงเห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนี้ของบัว”

“แม่ไม่อยากให้บัวผูกใจเจ็บ อะไรที่แล้วไปแล้วถือไว้ก็หนักเปล่า” แม่เป็นคนให้อภัยคนได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าใครจะทำให้เจ็บให้โกรธสักแค่ไหน ปัทมนก็ไม่เห็นว่าแม่จะเกลียดชังจนกระทั่งไม่พูดจากันอีก

“บัวก็ไม่ได้อาฆาตแค้นใครนี่คะ มีผู้ใหญ่ท่านใจดีมีเมตตา บัวก็เลยไม่อยากขัดศรัทธาท่าน” 

ปัทมนมองเห็นสีหน้าแม่มองเธอแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “จริงๆ ค่ะแม่ คนอย่างบัวเคยคิดจะจ้องจะเอาเปรียบใครซะที่ไหน...  บัวว่าเราหยุดพูดเรื่องเครียดๆ กันดีกว่า มาช่วยกันคิดว่าพรุ่งนี้เราจะทำอะไรใส่บาตรทำบุญไปให้คุณพ่อกับหม่อมย่ากันดีกว่า”

“คุณพ่อชอบปลากะพงผัดใส่ใบขึ้นฉ่าย ส่วนหม่อมย่าท่านโปรดน้ำพริกลงเรือเป็นชีวิตจิตใจ” แม่ใส่ใจทุกรายละเอียดของคนใกล้ชิดอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง ราวกับชีวิตของแม่เกิดมาเพื่อเอาอกเอาใจคนอื่น

“หม่อมย่าโปรดน้ำพริกแทบทุกชนิดโดยเฉพาะน้ำพริกลงเรือ พูดถึงบัวก็น้ำลายไหลเลยนะคะเนี่ย พรุ่งนี้เราเข้าครัวช่วยกันทำนะคะ เดี๋ยวบัวจะฝากน้านิ่มไปจ่ายตลาด” 

คนรับใช้หลายคนในวังวรทัศน์เปลี่ยนอาชีพหาเลี้ยงปากท้องด้วยการเป็นแม่ค้า ฝีมือทำกับข้าวและวิชาชีพที่ได้รับถ่ายทอดไว้สามารถนำไปประกอบอาชีพแทนเงินเดือนที่เคยได้รับ เพราะทุกวันนี้ไม่มีเจ้านายคนไหนอยู่จ่าย  

“พรุ่งนี้แม่ว่าจะออกไปเดินเปิดหูเปิดตาซื้อหาอาหารสด ตลาดเทเวศร์ก็อยู่ไม่ไกล เดินไปเดินกลับก็คงไม่เหนื่อยสักเท่าไหร่” การอุดอู้อยู่แต่ในบ้านไม่เจอหน้าผู้คนทำให้จิตใจหดหู่ ออกไปมองดูชีวิตผู้คนที่ต้องดิ้นรนมากกว่าตัวเองซะบ้าง จะช่วยสร้างกำลังใจและภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองได้ดีขึ้น

“บัวไปด้วยค่ะ จะขอแวะไปทักทายคุณป้าขายปั้นขลิบสักหน่อย ตั้งแต่เรียนจบบัวไม่เคยไปอุดหนุนร้านแกอีกเลย” ขนมหวานกับปัทมนเป็นของคู่กันมาตั้งแต่เด็ก อดข้าวเธออยู่ได้ แต่ถ้าขาดของหวานล่ะก็ได้มีงอแงหงุดหงิดใส่คนรอบข้างแน่นอน   

คืนนั้นปัทมนอยู่พูดคุยเพื่อรอให้แม่ผ่อนคลายถึงได้เข้านอนพร้อมกัน ในใจก็แอบกังวลเพราะเย็นวันศุกร์ที่จะถึงมีแขกคนสำคัญจะมาหาที่บ้าน เธอคาดเดาไม่ได้ว่าการเจรจาจะจบลงอย่างไร แต่ก็หวังว่าผู้ใหญ่ใจดีทั้งสองจะมอบความเป็นธรรมให้กับเธอ   

@@@@@@@@@@@@@@@

บัวเดินหน้า แล้วคุณนนท์ละคะคิดอะไรอยู่

ระหว่างรอลุ้นหนูบัว ใครสนใจผลงานของไรท์เรื่องอื่นๆ สามารถเข้าไปโหลดอีบุ้คได้นะคะ 


บันทึกบทความนี้เป็นเรื่องโปรด  


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #325 tungkn4841 (@tungkn4841) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 19:02
    มารอลุ้น  
    #325
    0
  2. #175 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 14:38
    ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณนนท์มีแผนอะไรในใจนะคะ
    #175
    0
  3. #70 berry_auuka (@berry_auuka) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 11:51
    ความรักของหนูบัวกะคุณนนท์จะเป็นแบบไหนนะ ลุ้นจัง
    #70
    0
  4. #69 ปลาย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 09:53
    รอเรื่องนี้อยู่. เมื่อไรออกไวๆๆ ก็ดีค่ะ
    #69
    0
  5. #68 พี่น้อย0105 (@pimpilai2505) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 09:20
    ความรักความผูกพันผู้หญิงจะตัดใจได้ยากกว่าผู้ชาย สงสารแม่บัวเป็นเมียที่ถูกลืมมาตั้งยี่สิบกว่าปี ก็ยังตัดใจจากพ่อบัวไม่ได้
    #68
    0
  6. #67 Kann4455 (@Kann4455) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 08:52
    เป็นเรื่องที่โปรดปรานมีว๊ากเป็นไรท์ที่รีดคนนี้ชื่นชอบ และมีหนังสือของไรท์ทุกเรื่องที่ใช้นามปากกานี่ อเรื่องนี้เข้าชั้นวางนะคะ
    #67
    0