เพียง หัวใจรัก

ตอนที่ 8 : แท้จริงคุณคือใคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,619
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    2 พ.ย. 60

นาถลดายังคงก้มมองมือตัวเองที่บิดไปมาอยู่ตรงหน้าตัก ความมั่นใจที่เคยมีโปรยบินหนีจนแทบไม่มีหลงเหลือ ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอรู้สึกประหม่าเวลาอยู่ต่อหน้าเขา ซึ่งโดยปกติแล้วเธอมั่นใจว่าเธอเป็นคนที่กล้าหาญ กล้าพูด กล้าคิด และกล้าทำมากกว่านี้

“ผมก็คิดว่าต้องเป็นแบบนั้น เพราะคุณดูห่างไกลจากคำว่านักดื่มมืออาชีพเอามากๆ ...ประการแรกเลยคือเมาแล้วดูแลตัวเองไม่ได้” เขามองว่าถ้าเป็นผู้หญิงแล้วคิดจะดื่ม จะต้องรู้ลิมิตตัวเองว่ามากที่สุดที่ตัวเองรับได้นั้นคือแค่ไหน และสามารถหยุดตัวเองได้ถ้าถึงเวลาที่คิดว่าควรจะต้องหยุด

“ฉันขอโทษกับความไม่เป็นมืออาชีพจนทำให้คุณต้องเดือดร้อน แต่ก็ต้องขอบคุณมากๆ นะคะสำหรับความช่วยเหลือ... ฉันคงต้องขอตัวกลับ เพราะไม่อยากรบกวนเวลาของคุณมากไปกว่านี้” 

เช้านี้เป็นเช้าวันศุกร์ คิดเอาเองว่าผู้ชายอย่างเขาคงมีหน้าที่การงานให้ต้องรับผิดชอบอย่างแน่นอน

“แล้วตอนนี้คุณรู้สึกเป็นยังไงบ้าง ยังปวดหัวอยู่รึเปล่า?” เมื่อเห็นคนที่อยู่บนเตียงนั่งก้มหน้า ทำเสียงเบาอ้อมแอ้มในลำคอทำให้เรอัลนึกสงสาร

“ฉันหายเป็นปกติดีแล้วค่ะ” เธอขยับตัวยุกยิกอยากลุกจากเตียงนี้เต็มที

“แล้วรอยถลอกที่หัวเข่าล่ะ เจ็บมากแค่ไหน” เขาพูดราวกับรู้จักร่างกายเธอดี ว่ามีตรงไหนที่ควรเจ็บ หรือตรงไหนมีอาการแพ้ ขนาดตัวเธอเองก็ยังแทบจะลืมการล้มคะมำจับกบจนเข่ากระแทกกับพื้นตอนโดนกระชากกระเป๋านั่นไปแล้ว

“ไม่น่าจะเป็นอะไรมากนะคะ ปล่อยทิ้งไว้ อีกไม่กี่วันก็คงหาย”

ที่ผ่านมาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของตัวเอง นาถลดามักจะเลือกใช้วิธีปล่อยให้เวลาช่วยรักษาทั้งนั้น และถ้าไม่จำเป็นเธอไม่เคยกินยาหรือว่าไปหาหมอ เธอเชื่อมั่นเสมอว่าตัวเองมีร่างกายที่แข็งแรงพอที่จะฟื้นฟูสภาพร่างกายกลับคืนมา

“ดูคุณไม่เป็นกังวลกับอาการบาดเจ็บตัวเองเท่าไรเลยนะ แต่ผมว่ายังไงคุณก็ควรต้องกินยา อย่างน้อยก็ควรจะได้ยาแก้ปวด ไม่งั้นมีหวังได้นอนแบ็บอยู่แบบนี้ทั้งวันแน่” เขาเอ่ยคัดค้านและไม่เห็นด้วย

“ขอบคุณค่ะ ถ้าคุณจะกรุณาฉันก็ยินดีรับไว้ค่ะ” ก็ดีเหมือนกัน ได้ยาแก้ปวดหัวสักเม็ด สมองคงโล่งกว่านี้ ดีกว่าปล่อยให้เป็นหนักแล้วต้องไปเสียเงินหาหมอ เพราะวันนี้เธอจะต้องทำงานอีกหลายชั่วโมง

พูดถึงเรื่องงาน สองตาคมเรียวยาวต้องเบิกกว้างเหมือนกับเพิ่งนึกขึ้นมาได้

“ขอโทษค่ะ ตอนนี้กี่โมงแล้วค่ะ คือฉันต้องรีบไปทำงานน่ะค่ะ” ถ้าเธอขาดงานที่ร้านต้องวุ่นแน่ โดยเฉพาะเคธี่ เมื่อวานเธอก็เอาเปรียบเพื่อนไปทีหนึ่งแล้ว

“เกือบเก้าโมง ว่าแต่เวลาเริ่มงานของคุณคือตอนไหน”

“ฉันเริ่มงานสิบโมงค่ะ” ความจริงเธออยากลุกไปจากเตียงนี้นานแล้ว แต่เจ้าของห้องไม่เปิดโอกาสให้เธอทำแบบนั้นได้เสียที... ขนาดร่างกายเธอก็แทบจะไม่กล้าขยับ หรือแม้แต่จะหายใจก็ยังทำได้ไม่เต็มปอด

“ก็ยังพอมีเวลาอีกราวหนึ่งชั่วโมง เดี๋ยวเชิญคุณใช้ห้องน้ำในส่วนของห้องนี้ตามสบาย”

โล่งอกทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เขาบอก ก็เธออยากอาบน้ำชำระร่างกาย และอยู่ให้ไกลจากเขาด้วยสภาพเน่าๆ นี้เต็มที

“เฮ้อ” เธอแอบถอนหายใจ โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่ากลั้นไว้นานแค่ไหนแล้ว

“สักครู่แม่บ้านจะเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้”

เสื้อผ้าชุดใหม่ หมายความว่าอย่างไร อย่าบอกนะว่าเขาเอาเสื้อผ้าเธอโยนทิ้งถังขยะไปแล้ว เสื้อผ้าที่เปื้อนอาเจียนเลอะเทอะที่เขาคงนึกรังเกียจ โธ่ นั่นมันกางเกงยีนส์ตัวโปรดของเธอเลยนะ

“ถ้าคุณกำลังมองหาเสื้อผ้าของตัวเองล่ะก็ ผมส่งให้แม่บ้านเอาไปซักแล้ว เพราะคุณอาเจียนรดมันจนเปรอะไปหมดอย่างที่ผมบอกในตอนแรก” เขาพูดทวนสิ่งที่น่าอับอายให้เธอได้ยินอีกรอบ และเธอก็หน้าแดงด้วยความสำนึกผิดทุกครั้งที่ได้ยิน

แม่บ้านกำลังออกไปจัดหาเสื้อผ้าใหม่มาให้คุณ อีกไม่นานเดี๋ยวเธอคงกลับเข้ามา”

นาถลดาคอตก รู้สึกไม่ดีที่หลายคนต้องเสียเวลาด้วยเรื่องของเธอเพียงคนเดียว ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ จะไม่ยอมปล่อยให้เกิดเรื่องจนวุ่นวายเดือดร้อนคนอื่นอย่างที่เป็นอยู่เด็ดขาด

“ที่จริงไม่น่าต้องลำบากเลยนะคะ”

“มันเป็นเรื่องจำเป็น คุณรีบไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยเถอะ ก่อนที่มันจะสายไปมากกว่านี้” คำสั่งของเขาค่อยๆ ทยอยหลุดออกมาแบบเป็นขั้นเป็นตอน

คุณก็ไปจากห้องนี้ซะทีสิ ฉันจะได้ลุกเธออยากกระซิบดังๆ บอกเขาไปด้วยประโยคนี้เสียเหลือเกิน

“ขอบคุณมากค่ะที่อนุญาตให้ฉันใช้ห้องน้ำของคุณ” กว่าจะก้าวขาออกจากห้องพักสุดหรูนี้ไป เขาคงได้ยินคำขอบคุณหลุดออกจากปากเธออีกไม่ต่ำกว่าสิบรอบ

“เอ่อ... แล้วกระเป๋าของฉันละคะ ฉันจะได้มันกลับคืนมาไหม” ก่อนที่เรอัลจะก้าวขาพ้นไปจากห้อง เธอก็นึกขึ้นมาได้จึงได้รีบตัดสินใจถาม

“ผมวางมันไว้ที่โต๊ะโคมไฟตรงหัวเตียง คุณลองเช็กข้าวของดูอีกทีว่าอยู่ครบทุกชิ้นหรือเปล่า” เธอหันหน้าไปตามทิศทางที่เขาบอก ให้ตายเถอะ ถ้าเป็นงูพิษมันคงฉกเธอตายไปแล้ว

“ขอบคุณค่ะ” 

เธอหันไปกล่าวประโยคเดิมๆ พร้อมกับรอยยิ้มสำนึกในบุญคุณ ก่อนร่างสูงจะเคลื่อนตัวออกจากห้องนอนอันกว้างขวางใหญ่โตออกไป

ที่จริงเธอไม่ได้กลัวว่าเขาจะขโมยหรือหยิบฉวยสมบัติของตัวเองหรอก บอกตามตรงว่าเธอแค่เสียดายของใช้ส่วนตัวพวกนั้น บางทีมันอาจแลดูเหมือนกับขยะก็ได้ ถ้าเอามาตรฐานความคิดของคนมีเงินอย่างเขาเป็นตัวตัดสิน... แต่สำหรับเธอข้าวของทุกชิ้นล้วนแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน และมันสำคัญกับเธอทุกอย่าง ถ้าเสียมันไปเธอก็ต้องเสียเงินซื้อใหม่

 นาถลดาค่อยๆ ก้าวขาลงจากเตียงด้วยความเงอะงะงุ่มง่าม ขาเปลือยเรียวยาวทั้งสองข้างแทบจะทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นพรม ปวดและตึงจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า จนแทบจะทำให้งอขาทั้งสองข้างไม่ได้

 เรอัลเดาถูกว่าเข่าเธออาจอยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน เขาถึงได้สนใจซักไซ้สอบถามเอาความจริงว่าเธอเจ็บปวดมากแค่ไหน

“โอ๊ย!” เธอกัดปากครางแผ่ว ขัดใจกับสภาพร่างกายที่ไม่เคยอ่อนแอถึงขั้นนี้มาก่อน

ตัดใจพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ค่อยๆ ขยับขาปรับสภาพให้คุ้นชิน ก่อนจะเดินกะโผลกกะเผลกเข้าไปในห้องน้ำโอ่โถงหรูหราที่เห็นเพียงครั้งแรกยังต้องตกตะลึง ห้องน้ำบ้านนี้ ใหญ่โตและดูดีกว่าห้องนอนเธอเสียอีก

เพียงแค่มองผ่านกระจกบานสูงจากที่เธอยืนอยู่ ก็สามารถมองเห็นต้นไม้ใบหญ้าของสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือนเป็นปอดของคนเมืองนี้ มันถูกเรียกขานจนติดปากว่า เซ็นทรัลพาร์ก หากปรับสายตาขึ้นไปอีกนิด ก็สามารถมองเห็นท้องฟ้าของมหานครนิวยอร์กในวันที่มีละอองหิมะค่อยๆ โปรยปราย... ไม่ต้องบอกก็พอรู้ ว่าอุณหภูมิข้างนอกนั้นหนาวเหน็บเพียงใด

นาถลดาไม่เหลือเวลาที่จะทำตัวอ้อยอิ่ง ดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่งดงามตื่นตาตื่นใจกับความหรูหราสะดวกสบายรอบกายได้นานนัก เธอต้องรีบเคลียร์ตัวเองเพื่อไปจัดการกับภารกิจอีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องราวคาราคาซังของเพื่อนรักอย่างพอลลี่ ที่กล้าเอาเธอไปประกาศขายบริการทางเพศผ่านหน้าเว็บไซต์ชื่อดัง

 

“อาหารเช้าพร้อมแล้ว เชิญคุณที่โต๊ะได้เลย”

เสียงขรึมเอ่ยสกัดเมื่อเห็นนาถลดาปรากฏตัวที่ห้องโถง ด้วยสภาพสมบูรณ์พร้อมที่จะก้าวขากล่าวคำอำลา ตัวเขาเองนั่งประจำที่อยู่บนโต๊ะอาหาร ในมือมีหนังสือพิมพ์ฉบับของเช้าวันนี้ถือค้างอยู่

“ขอบคุณมากค่ะ แต่ว่า เอ่อ ฉันไม่ขอรบกวนดีกว่า เพราะว่าต้องรีบไปให้ทันเวลาเริ่มงาน” หนึ่งคืนที่ผ่านมาเขาเสียเวลาให้กับเธอมามากพอแล้ว

“เหลือเวลาอีกเกือบครึ่งชั่วโมง ยังทันสำหรับการกินอาหารเช้าและกินยา ไม่งั้นร่างกายคุณจะตกอยู่ในอาการแฮงก์ หมดความสุขกับการทำงานไปตลอดทั้งวัน” 

น้ำเสียงเรอัลฟังดูจริงจัง รวมสายตาคมดุที่จ้องมองเธออยู่แบบนั้น เขาคงไม่ยอมเธอง่ายๆ ถ้าตราบใดเธอยังไม่ยอมปฏิบัติตามคำชี้แนะของเขา

“ผมสั่งเตรียมอาหารไว้สำหรับสองที่ ถ้าคุณไม่นั่งลงและกินมัน จุดจบของอาหารพวกนี้ก็คงต้องไปอยู่ในถังขยะ” เขาพูดให้เธอสำนึกผิดอีกแล้ว

ตัวเธอเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าอาหารบนโต๊ะน่ารับประทานมากแค่ไหน มันสมควรจะมีโอกาสทำประโยชน์ให้มนุษย์ตาดำๆ แถมยากจนอย่างเธอได้อิ่มท้องไปอีกมื้อ อาหารปรุงจากวัตถุดิบดีๆ แบบนี้ มีไม่กี่ครั้งที่จะมีโอกาสได้สัมผัส... แต่เธอก็รู้สึกเกรงใจ

“ค่ะ” สุดท้ายนาถลดาก็ไม่กล้าขยับขาเดินจากไป

“ผมไม่รู้ว่าคุณกินอะไรได้บ้าง เลยสั่งให้เขาจัดไว้หลายเมนู”

อาหารบนโต๊ะถูกจัดไว้มากเกินไปสำหรับคนสองคน เธอหยิบส้อมขึ้นมาถืออย่างประหม่า จดจ้องมองอาหารหลากหลายด้วยความลังเลเลือกไม่ถูก แต่ที่เธอเล็งๆ ไว้ก็คือออมเล็ตสารพัดผักใส่แฮมและเบคอน กับแพนเค้กกล้วยหอมราดน้ำเชื่อมเป็นของหวานที่เธอโปรดปราน

“เมื่อคืนคุณคงวุ่นวายมากที่ต้องดูแลฉัน ฉันเดาไม่ถูกเลยว่าถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้ ฉันจะต้องพบชะตากรรมยังไงบ้าง”

นาถลดากลับมาอยู่ในสภาพที่ดูดีเป็นปกติด้วยชุดที่เรอัลสั่งให้คนเป็นธุระจัดหาให้ หลังจากที่ได้ผ่อนคลายอยู่ใต้สายน้ำอุ่น กับเครื่องทำความสะอาดหอมๆ ตั้งแต่ครีมอาบน้ำไปจนยาสระผม เธอยังแอบนึกชื่นชมเรอัล กับรสนิยมในด้านละเมียดละไมและดูเป็นคนช่างเลือกสรรการใช้ข้าวของ

หรือว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นเกย์ สมัยนี้ผู้ชายหล่อๆ กลายเป็นบุคคลเพศอย่างว่ามากมายจนสังคมและผู้คนคุ้นชิน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่พิถีพิถันกับข้าวของเครื่องใช้ ผิดจากผู้ชายดิบๆ ห่ามๆ ทั่วไปอย่างนี้หรอก... และที่สำคัญเขาไม่ฉวยโอกาสกับเธอเลย ซึ่งต่างจากผู้ชายอย่างแพททริกและอีริคเป็นอย่างมาก

“ดีใจที่คุณปลอดภัย หวังว่าทุกอย่างคงจะเรียบร้อย คุณใส่เสื้อผ้าที่ผมหามาให้ได้พอดีใช่ไหม”

เธออยากจะบอกเขาเหลือเกินว่า ทุกอย่างมันเกินกว่าคำว่าเรียบร้อยเสียอีก เธอได้นอนหลับในที่ปลอดภัย ได้อาบน้ำชำระร่างกาย พร้อมกับได้ใส่เสื้อผ้าสะอาดดูดีจากร้านดังย่านนี้อีกด้วย ตอนเห็นป้ายราคายังนึกตกใจ เพราะถ้าเป็นเธอ คงไม่มีทางหยิบเสื้อผ้าราคาแพงลิบขนาดนี้ไปจ่ายเงินตรงเคาน์เตอร์แน่นอน

“ใส่ได้พอดีค่ะ... เอ่อ ถ้าเป็นไปได้ ฉันจะจ่ายค่าเสื้อผ้าคืนให้คุณวันหลังนะคะ คือวันนี้ ฉันมีเงินสดติดตัวมาไม่พอน่ะค่ะ” เดาว่าที่เขายอมช่วยเหลือเธอ คงเกิดจากความสมเพชและสงสารเสียมากกว่า

เรอัลต้องช้อนสายตาขึ้นจากแก้วกาแฟที่ถือค้างอยู่ในมือ สายตาคมค่อนไปทางไม่ค่อยพอใจและตำหนิแบบนั้น ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก

“เจตนาและความหมายในคำว่า ให้ของผมก็คือ ให้แล้วให้เลย ไม่ได้ต้องการอยากได้สิ่งไหนตอบแทนคืนกลับมาอีก” เขาไม่ได้ยินดีกับเจตนารีบตอบแทนเขาทันทีของเธอ

“แต่ว่า...” แม้อยากจะคัดค้าน แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรมากกว่านี้ ก็สีหน้าของเขามันบ่งบอกถึงอาการรำคาญ กับการเป็นคนจนที่ทำตัวเรื่องมากให้เขาหงุดหงิด

“เช้านี้เรามีเวลาจำกัด รีบกินซะ เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งคุณ” เขายกกาแฟขึ้นดื่ม พร้อมกับมองจ้องที่หน้าเธอ ก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่าเขาเป็นผู้ชายที่ชินกับการใช้คำสั่งจนดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ

ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนั่งรถไฟใต้ดินไปเองได้” เธอคิดไว้แล้วว่าจะหยุดสร้างความวุ่นวายให้กับเขาไว้เพียงแค่อาหารมื้อเช้า

“บังเอิญมันเป็นเส้นทางที่ผมต้องขับผ่านอยู่แล้ว คุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปสถานีรถไฟ ปวดเข่าอยู่ด้วยนี่ จะได้ไม่ต้องเดินให้ทรมาน ข้างนอกหิมะก็ตก... เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมไปส่ง”

เขาปิดบทสนทนาระหว่างอาหารมื้อเช้าด้วยเหตุและผลที่เธอไม่สมควรเสียเวลาคัดค้าน เพราะจากที่ได้ศึกษาอารมณ์ของเขาด้วยเวลาแม้จะจำกัด... เข้าใจได้ว่าผู้ชายคนนี้ ไม่ยอมที่จะละทิ้งความมุ่งมั่นตั้งใจของตัวเองเป็นอันขาด

Link E-book  เพียงหัวใจรัก (เมพ)

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNTExODU0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiNjU4NDgiO30



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

209 ความคิดเห็น