เพียง หัวใจรัก

ตอนที่ 6 : เหมือนชายในฝันที่ฉันรอคอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    1 พ.ย. 60

“ปึ้ก”

แต่แล้วอยู่ๆ ร่างบางก็ถูกกระแทกอย่างแรงเข้าที่กลางลำตัว... แม้มันจะพุ่งแรงระดับที่ทำให้เธอกระเด็นล้มลงไปคุกเข่ากับพื้นได้ทันที แต่เธอแน่ใจว่าสิ่งที่ชนนั้นเป็นมนุษย์ ไม่ใช่รถยนต์หรือสิ่งของ

“ว้าย!!!

เธอตกใจกรีดร้องเสียงหลง แต่เสียงเล็กๆ ไม่มีทางหยุดสถานการณ์อันเลวร้ายลงได้ สุดท้ายเธอจึงทำได้เพียงมองตามหลังเด็กวัยรุ่นชายผิวสีคนหนึ่ง หอบกระเป๋าวิ่งหลบหนีไปในความมืดของซอกตึก

เรอัลจับตาและมองตามนาถลดามาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาตัดสินใจช้าเกินไปที่ไม่ได้เข้าไปพูดจาให้ความช่วยเหลือเธอตั้งแต่แรก จนกระทั่งเกิดเรื่องให้เธอตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพต่อหน้าต่อตา

“เทรย์ ฉันมีเรื่องต้องการให้นายช่วยนะ...” เขาโทรศัพท์หานายตำรวจที่คุ้นเคยกัน เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีอย่างฉับไว พร้อมกับก้าวขาออกจากรถ เพื่อเข้าไปช่วยคนที่นั่งแน่นิ่งฟุบหน้าไปกับพื้นโดยไม่ยอมขยับ

“เป็นยังไงบ้างครับคุณ... ผมมาช่วย” เขารีบแสดงเจตจำนงของตัวเองให้คนขวัญเสียเข้าใจ

“เจ็บ” เสียงอ่อยครวญคราง ผมยาวสลวยปิดใบหน้าจากอาการก้มฟุบลงไปที่พื้น

“เดี๋ยวผมจะไปส่งคุณที่บ้าน จำทางไปบ้านตัวเองได้ใช่ไหม” เขาไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ นอกจากอาการพยักหน้ารับรู้

“ลุกไหวมั้ย ถ้าไม่ไหวผมจะได้ช่วยอุ้มคุณไปขึ้นรถ... รถผมจอดอยู่ที่ใกล้กับริมฟุตปาธด้านโน้น เพราะตรงนี้เขาติดป้ายห้ามจอด” เรอัลพยายามอธิบายให้เธอเข้าใจ

“ไหวค่ะ” เธอใช้มือทัดผมทั้งสองข้างให้แนบไปกับใบหู เมื่อความยุ่งเหยิงถูกปัดออกจากใบหน้า สองสายตาจึงได้มีโอกาสสบผสานกันโดยบังเอิญ ยิ่งเห็นใบหน้าเธอใกล้ๆ เรอัลก็ยิ่งมั่นใจว่าจำคนไม่ผิด... ผู้หญิงคนนี้คือคนคนเดียวกับผู้หญิงที่ชื่อลดา

“ค่อยๆ ลุก”

นาถลดาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนให้ได้ กางเกงส์ยีนส์ทรงสกินนีที่เธอสวมอยู่ มันพอดีกับรูปร่างและมีขาเล็กเรียวทำให้เธอทำอะไรไม่สะดวกนัก

“เกาะแขนผมไว้”

เมื่อเห็นท่าทางการช่วยตัวเองของเธอท่าทางจะไปไม่รอด เขาจึงได้ยื่นมือเข้าไปช่วย

อุ้งมือนุ่มนิ่มจับแน่นลงบนลำแขนแข็งแรงกำยำตามที่เขาบอก ตอนนี้เธอไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นใคร รู้แต่ว่าเขาเป็นผู้ชายที่เข้ามาช่วยเธอให้พ้นจากสภาวะวิกฤตของชีวิตในเวลาคับขัน

“ผมว่าคุณลุกเองไม่ได้แล้วล่ะ เดี๋ยวผมคงต้องอุ้มคุณ” เมื่อความพยายามของร่างที่อ่อนล้าหมดแรงไม่ประสบความสำเร็จ เห็นได้ชัดว่าเธอเจ็บตรงหัวเข่าที่กระแทกลงไปกับพื้นตอนโดนผลัก

“ได้ค่ะ” นาทีนี้นาถลดายอมรับได้ทุกอย่าง ถ้ามันจะเป็นหนึ่งวิธีการที่อยู่บนขอบเขตความช่วยเหลือ

“ขอตำแหน่งถนนของที่พักคุณด้วย” หลังจากจัดการให้เธอนั่งอยู่ในท่าที่สบายที่สุด เขาก็รีบขยับมาทำหน้าที่คนขับ

“มิดทาวน์ค่ะ” เธอพอเหลือสติจำถนนบ้านของตัวเองได้

ระหว่างที่ทิ้งศีรษะลงไปกับเบาะของรถยนต์คันหรูที่ถูกชายนิรนามอุ้มเข้ามา อาการวิงเวียนของเธอดูเหมือนจะหนักขึ้นกว่าเก่าอีกหลายเท่า หลังจากได้เผลอสูดกลิ่นน้ำยาปรับอากาศรถยนต์เข้าไปผสมปนเปกับอาการเดิมที่เป็นอยู่

“ก็ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไร คุณหลับไปก่อนก็ได้นะ และไม่ต้องเป็นกังวล เดี๋ยวใกล้ถึงแล้วผมจะปลุก”

ถ้าให้เดาจากสภาพร่างกายและลมหายใจที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ พอจะประเมินได้ดีว่าเธอมีอาการหนักหนาแค่ไหน

“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณด้วยสติที่พอจะมีหลงเหลือ พร้อมนึกละอายแก่ใจที่ปล่อยให้เกิดเรื่องย่ำแย่ขึ้นในชีวิต อีกทั้งยังทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนในยามวิกาลจากการประพฤติตัวไม่เหมาะสมของตัวเอง

ถึงยังไงเธอก็ตั้งใจว่าจะไม่ยอมหลับแน่นอน ถึงผู้ชายคนนี้จะเป็นพลเมืองดี แต่เธอก็ไม่อาจไว้ใจเขาได้ทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์” นาถลดาจึงพยายามฝืนร่างกาย ไม่ปล่อยให้สติอันน้อยนิดดำดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราที่กำลังจู่โจมอย่างเด็ดขาด

 ระหว่างนั้นหูเธอก็แว่วได้ยินเสียงบทสนทนาของคนขับ เหมือนเขากำลังพูดพาดพิงถึงกระเป๋าของเธอที่ถูกกระชากไป และก็ได้แต่นึกภาวนาให้มันกลับมาอยู่กับเธอ ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของอีกครั้ง เพราะในนั้นมีของสำคัญหลายอย่างที่เธออยากได้กลับคืน... รวมถึงเงินไม่ถึงพันเหรียญในกระเป๋า แม้จะไม่ใช่จำนวนมากมายแต่ก็มีความหมายกับการดำรงชีวิต ตราบใดที่เธอยังอยู่ในเมืองที่ค่าครองชีพแพงติดอันดับของโลกอย่างแมนแฮตตัน

“ขอบใจนายมาก เดี๋ยวฉันให้คนไปเอาของ... ใช่ ตอนนี้ล่ะ ไม่เกินสิบห้านาทีเขาจะไปถึง”

นั่นคือประโยคทุ้มนุ่มหูที่นาถลดาได้ยินเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนที่ร่างกายจะปิดสวิตช์การรับรู้ทุกสิ่งอย่าง... เพียงแค่ได้รู้ว่าตัวเองได้รับของคืน จิตใจมันก็เหมือนคลี่คลายความวิตกกังวล ยอมที่จะฝากฝังความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับสุภาพบุรุษที่ยอมอุทิศเวลาขจัดปัญหาช่วยเธอ

 


เสียงกุกกักที่ดังมาจากที่ไหนสักแห่งปลุกให้นาถลดารู้สึกตัว เธอพยายามฝืนลืมตาเปิดรับอรุณรุ่งของวันใหม่ พร้อมกับศีรษะที่หนักอึ้งและร่างกายที่เมื่อยขบไปทั้งเนื้อทั้งตัว

“ที่นี่คือที่ไหน?

จะเรียกว่าภาพที่ปรากฏต่อหน้าคือโลกใบใหม่ของเธอเลยก็ว่าได้ เพียงแวบแรกก็สะดุดตากับสีของเพดานที่ไม่คุ้นชิน แม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์และเครื่องนอนทุกชิ้นที่กวาดสายตามองสำรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วน ล้วนหรูหราและไม่ใช่สภาพแวดล้อมเดิมๆ ที่เธอเคยคุ้น

เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” ในหัวล้วนเต็มไปด้วยคำถาม

ร่างบางสปริงตัวลุกขึ้นนั่งด้วยสัญชาตญาน ผ้าห่มผืนหนาหนักที่ใช้คลุมร่างร่วงมากองรวมกันอยู่ตรงช่วงเอว ก้มมองสำรวจตลอดร่างด้วยความระแวดระวัง เสื้อยืดตัวโคร่งที่ใส่อยู่เธอแน่ใจว่ามันไม่ใช่ของเธอแน่ๆ ...

แต่ใครล่ะที่เป็นเจ้าของ ยกผ้าห่มขึ้นสูงเพื่อสำรวจร่างกายท่อนล่างอีกครั้ง จากสภาพที่เห็นทำให้เธอถึงกับอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ

เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะใส่แค่กางเกงชั้นในโดยที่ไม่ได้สวมกางเกงที่มิดชิดกว่านี้เข้านอน

ตอนนี้เธออยากได้คำอธิบายว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงของใคร?  เกิดอะไรขึ้นบ้างช่วงที่สติดับวูบ... พยายามตั้งสติค่อยๆ ลำดับเหตุการณ์ และดึงความทรงจำเก่าที่ไม่ค่อยปะติดปะต่อออกมาให้ได้มากที่สุดหลังจากที่หนีผู้ชายน่ารำคาญอย่างอีริคและแพททริกออกมาได้ และมีผู้ชายอีกคนเข้ามาช่วยเหลือ

 หรือนี่จะเป็นเตียงนอนของผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่เธอจำหน้าได้แค่เพียงเลือนราง แต่เขาสัญญาว่าจะส่งเธอกลับให้ถึงที่พัก แต่แล้วทำไมเรื่องมันถึงได้กลับกลายเป็นแบบที่เป็นอยู่ แล้วเธอกับเขาได้มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งรึเปล่า ...แค่คิดก็รู้สึกอับอาย เรื่องมันไม่น่าจะต้องมาจบลงแบบนี้เลย

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

209 ความคิดเห็น