เพียง หัวใจรัก

ตอนที่ 28 : คนเอาแต่ใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 ธ.ค. 60

“อะไรนะ พรุ่งนี้เรอัลจะไม่มาร่วมงานเปิดสาขาใหม่ คุณลินดาฟังคำสั่งผิดรึเปล่าคะ?

ทันทีที่ทราบว่าจะไม่ได้พบเรอัลในวันพรุ่งนี้ เอมมิลี่ เจนเนอร์ ก็แทบจะเต้นพล่านด้วยความขัดใจ เธออุตส่าห์เตรียมความพร้อมตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะรู้ว่าจะมีภาพของตัวเองเคียงคู่กับเรอัลปรากฏสู่สายตากรอบข่าวสังคมของหนังสือพิมพ์ธุรกิจแทบทุกฉบับ

“ดิฉันกล้ายืนยันว่านี่คือคำสั่งของท่านประธานค่ะ” 

อย่าว่าแต่สาวๆ ของนายจะแปลกใจเลย แม้แต่ลินดาที่จัดตารางการทำงานให้กับเจ้านายมาตลอดยังอดแปลกใจไม่ได้

“เดี๋ยวฉันจะโทรหาเรอัลอีกที เขาต้องรู้สิว่างานวันพรุ่งนี้มันสำคัญต่อธุรกิจของเราขนาดไหน” 

เธอจะไม่ยอมให้งานวันพรุ่งนี้ไร้เงาเรอัลเป็นอันขาด เชื่อว่านักข่าวและช่างภาพหลายคนที่ยอมมางานก็เพื่อซอกแซกเรื่องระหว่างเธอกับเรอัลทั้งนั้น 

ลำพังการเปิดสาขาบริษัทประกัน เชื่อเถอะว่าไม่มีจุดสนใจมากพอที่จะดึงสื่อมวลชนเหล่านั้นให้มารวมตัวทำข่าวกันได้หรอก

“ดิฉันลองติดต่อแล้ว ท่านปิดโทรศัพท์มือถือนะคะ แต่ถ้าคุณเอมมิลี่จะลองเช็กอีกทีให้แน่ใจก็ได้”

“ฉันเช็กแน่ไม่ต้องห่วง ยังไงก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าเรอัลจะไม่เห็นความสำคัญของฉันกับพ่อ”

เพราะเรอัลกับมิสเตอร์เอสวิกซ์ สนิทสนมและให้ความนับถือกันมาก แม้ทั้งสองจะมีวัยที่แตกต่าง แต่ก็พูดคุยกันถูกคอ และลงทุนทำธุรกิจได้อย่างราบรื่นมาโดยตลอด

“อ้อ... บอกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อย่าหลุดปากบอกพวกสื่อมวลชนเด็ดขาดว่างานพรุ่งนี้เรอัลอาจจะไม่มา คือฉันพูดเผื่อไว้ เพราะยังไงเขาก็ต้องให้ความสำคัญกับฉันและพ่อแน่นอน ฉันมั่นใจว่าสุดท้ายแล้วเขาต้องมา” 

ตอนท้ายเหมือนเอมมิลี่บ่นกับตัวเองมากกว่า เพราะแต่ไหนแต่ไรมาเรอัลไม่เคยทำตัวแบบนี้

“ค่ะคุณเอมมิลี่”

 

“หอมจัง” 

ทันทีที่เขาเปิดฝาภาชนะบรรจุอาหารออก กลิ่นซุปก็ลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง จากที่นาถลดาคิดว่าตัวเองไม่หิวและกลืนอะไรไม่ลง แต่ท้องไส้กลับแสดงอาการลิงโลดตอบสนอง มันแอบส่งเสียงร้องโครกครากขึ้นมาเบาๆ โดยไม่สนใจว่าใครจะเสียหน้าบ้าง

“คุณดูสิ หน้าตาดูดีและน่ากินมาก” 

เรอัลถูมือไปมาอย่างคนที่อดใจรอคอยแทบไม่ไหว พยายามชี้ชวนสร้างบรรยากาศให้คนข้างตัวยิ้มแย้มมีความสุขไปกับสิ่งที่เขาใส่ใจนำเสนอ

“ผมสั่งขนมปังเพื่อสุขภาพกับซุปเห็ดมาให้คุณ อ้อ... มีปลาแซลม่อนย่างกับพาร์สลีย์สับราดน้ำมันมะกอกแล้วก็โรยเกลือนิดหน่อยอีกอย่างด้วย... ผมอยากให้คุณกินให้หมด เพราะหน้าคุณดูซีดมาก” เขากำชับด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย

ระหว่างที่เธอนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเขา เรอัลก็สาธยายเชิญชวนกินอาหารที่ตัวเองสั่งมาละเอียดยิบ ราวกับว่าเขาเป็นคนปรุงมันขึ้นมาเสียเอง... 

สองมือของเขาหยิบจับโน่นนี่เพื่อเอาใจเธอสุดฤทธิ์ ไม่สนใจแม้แต่จะตักอาหารเข้าปากตัวเอง รอจนกว่าจะเห็นเธอเคี้ยวอาหาร เขาถึงจะรู้สึกสบายใจ ทั้งที่ก็บ่นเข้าหูเธอมาตลอดว่าหิวมากมายอย่างโน้นอย่างนี้

“เดี๋ยวผมเหยาะพริกไทยใส่ลงในซุปให้คุณนะ” 

หลังจากเปิดถ้วยซุปหอมๆ เขาก็หยิบขวดพริกไทยเตรียมจะเหยาะให้ เพราะรู้ว่านาถลดาชอบกลิ่นเครื่องเทศ บางทีถ้าได้กินอาหารอร่อยๆ เธออาจจะอารมณ์ดีขึ้น และยอมที่จะเลิกทำตัวหมางเมินใส่เขา

“ฉันไม่ชอบกินพริกไทย มันฉุน” เธอตอบปัดความรำคาญ

เรอัลชะงักมือที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อต้องการเอาใจนั้นลงทันที นาถลดาต่อต้านเขาอีกแล้ว ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอไม่ได้เกลียดพริกไทยอย่างที่พูด จำได้ดีว่าวันที่กินผัดซีอิ๊วด้วยกันคราวที่แล้วเธอเหยาะมันลงไปในปริมาณที่ไม่ใช่น้อย

“เป็นข้อควรรู้ที่ผมจะต้องจดจำเอาไว้... ว่าคุณเกลียดพริกไทย” 

แต่ความจริงที่เขาจะจำคือ วันนี้นาถลดาจะทำตัวขบถใส่เขากี่ครั้งต่างหาก เขาจะเอาคืนทันทีเมื่อเวลาและโอกาสมาถึง

“ถ้างั้นกินขนมปังนี่หน่อย กำลังร้อนได้ที่เลย ได้ชิมแล้วจะติดใจเพราะมันกรอบนอกนุ่มในมาก ยิ่งถ้าได้กินกับซุปร้อนๆ จะอร่อยจนลืมไม่ลงเลยทีเดียว” 

เขาหยิบขนมปังขึ้นมาหนึ่งชิ้น ยื่นจ่อไปรอเธอที่ปากเพื่อต้องการเอาใจ แต่นาถลดาก็ปฏิเสธโดยไม่ยอมอ้าปากทำตามคำเรียกร้อง แต่เอื้อมมือหยิบมันมาถือไว้แทน

“ฉันขอกินเอง ไม่ชอบให้ใครมาทำตัววุ่นวายใกล้ๆ คุณรีบจัดการในส่วนของคุณให้เรียบร้อยเถอะ”

เมื่อสาวเจ้าไม่ยอมรับน้ำใจ เรอัลก็ต้องยอมรับสภาพแต่โดยดี แต่ในระหว่างที่นาถลดากำลังส่งขนมปังหอมกรุ่นเข้าปาก เรอัลก็ยื่นหน้าเขาไปใกล้ ใช้ริมฝีปากอันว่องไวตะครุบกัดกินอีกด้านอย่างหน้าตาเฉย

“อร่อยจัง... ไม่เคยกินขนมปังที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อนเลย เพิ่งรู้ว่าการกินขนมปังแผ่นเดียวกับคุณนี่ รสชาติมันหวานติดลิ้นกลมกล่อมเลิศรสมาก” 

ความหมายของสายตาเขา ความอร่อยเลอเลิศที่ว่า ไม่มีทางตีความเป็นอย่างอื่นได้เลย นอกจากเขาหมายรวมถึงตัวเธอ หลังจากที่เรอัลได้สัมผัสและครอบครองเธอตลอดทั้งเรือนร่างจนเป็นที่พอใจแล้ว

“กินเยอะๆ หน้าคุณซีดมาก ผมอยากเห็นคุณแข็งแรง ถ้าเพิ่มน้ำหนักมากกว่านี้อีกสักนิดคุณจะเพอร์เฟ็กต์ที่สุด”

นาถลดาคิดในใจว่าดีเท่าไรแล้วที่เธอไม่เป็นลมขาดใจตายตั้งแต่เขารังแกเธออยู่ในห้องน้ำ เรอัลทรมานร่างกายอันอ่อนด้อยประสบการณ์ของเธออย่างไร้ความเห็นอกเห็นใจ เขาชี้นำให้เธอลุ่มหลงและเผลอไผล ยอมสื่อสารทางร่างกายออกมา เพื่อแสดงให้เขารู้ว่าเธอเองก็ต้องการการปรนเปรอจากร่างกายเขาเช่นกัน

แค่นาถลดาไม่เถียงกลับ ยอมเคี้ยวขนมปังอย่างช้าๆ ด้วยความสงบ เขาก็โล่งใจ หันกลับไปจัดการชุดอาหารของตัวเองตรงหน้าบ้าง

“ซุปอร่อยมาก คุณลองกินรึยัง” เขาพยายามหาเรื่องชวนคุย แม้อีกฝ่ายจะไม่สนใจก็ตามที

นาถลดาเห็นเขาเคี้ยวแก้มตุ่ยพร้อมกับตักซุปเข้าปาก เธอก็ค่อนข้างเชื่อสนิทใจว่าเรอัลอร่อยและหิวมากจริงๆ รวมถึงเศษขนมปังที่ติดตรงมุมปากราวกับเด็กขาดความระมัดระวังนั่นก็ด้วย มันทำให้เธออยากยิ้มขันแต่ก็พยายามอดกลั้นไว้

เพราะตั้งใจแล้วว่าวันนี้และอีกหลายวันข้างหน้า เธอจะไม่ยอมยิ้มแบบมีมิตรไมตรีกับเรอัลเป็นอันขาด เพราะเธอโกรธมากกับพฤติกรรมเอาแต่ใจที่เขาสร้างความรู้สึกหดหู่เสียใจให้กับหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้น ถึงตอนนี้เธอก็ยังทำใจตั้งรับกับสิ่งที่สูญเสียให้กับเขาไม่ได้

เขาหยุดชะงักการตักอาหารทันที เมื่อเห็นนาถลดาหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดปาก อยู่ๆ เธอก็ยุติการรับประทานอาหารที่เหมือนกล้ำกลืนฝืนทนราวกับกินยาขม

“อิ่มแล้วเหรอ คุณกินไปนิดเดียวเอง ปลานั่นก็เหลืออีกตั้งครึ่ง กินแค่นั้นมันจะไปพออะไร... คุณเป็นคนนะลดา ไม่ใช่ลูกแมว ที่จะดมๆ แตะๆ แล้วก็อิ่ม” หลังจากนั้นเขาก็บ่นเธอไม่หยุด

“แต่ฉันกินขนมปังไปตั้งสองชิ้น ไหนจะซุปเห็ดอีกครึ่งถ้วย ฉันอิ่มจริงๆ ค่ะ คุณอย่าฝืนให้ฉันกินอีกเลย... เดี๋ยวฉันลุกไปเอาน้ำดื่มมาให้” 

คำแก้ตัวของเธอทำให้เขาคลายความไม่พอใจลงเล็กน้อย เริ่มปรับตัวคิดได้ว่าบางทีอาจจะบังคับขู่เข็ญเธอมากเกินไป และรู้สึกดีใจที่เธอยอมพูดดีกับเขาเป็นครั้งแรก

“ตกลง ผมจะเชื่อว่าคุณอิ่มและกินไม่ไหวแล้วจริงๆ ขอบคุณสำหรับน้ำดื่มที่คุณตั้งใจจะบริการผม”

เรอัลนั่งมองนาถลดาจัดเก็บโต๊ะอาหารจนสะอาดเรียบร้อยหลังจากที่เขากินเสร็จ เห็นเธอหมุนซ้ายหมุนขวาขยับไปมาที่ในครัวเล็กๆ อย่างคล่องแคล่วระหว่างทำความสะอาดภาชนะใส่อาหาร... 

เขาถึงกับต้องหักห้ามใจตัวเองอย่างหนักที่จะไม่เข้าไปทำรุ่มร่ามสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง เพราะเห็นว่าการเอาแต่ใจแบบนั้นจะกลายเป็นชนวนให้ทะเลาะกันอีก

“วันนี้เราออกไปเที่ยวกันนะลดา ผมอยากออกเดตกับคุณ”

เสียงนี้ทำให้มือที่กำลังจับแก้วน้ำคว่ำลงบนตะแกรงชะงัก แทบไม่เชื่อหูว่าผู้ชายอย่างเรอัลจะทำอะไรโรแมนติกแบบนั้นได้ด้วย เขาดิบ เขาห่าม เขาเอาแต่ใจ และมุทะลุไม่ยอมฟังใคร นั่นคือแบบฉบับของเขาที่เธอได้รู้จัก

เรอัลคงไม่รู้หรอกว่าชีวิตของเธอกำลังตกอยู่ในสภาวะความเครียดแค่ไหน ทุกอย่างมันรุมเร้าเข้ามาในเวลาเดียวกันทั้งเรื่องของตัวเองและปัญหาของครอบครัว ช่วงที่เขาปล่อยให้เธออยู่ที่ห้องตามลำพังตอนแต่งตัว นาถลดาได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากผู้เป็นแม่ น้ำเสียงของท่านเต็มไปด้วยความกังวลและกลัดกลุ้ม

ลดาหนูต้องช่วยแม่จัดการเรื่องน้องให้ไวที่สุด ตอนนี้ฤดีไม่ยอมฟังใครเลย ออกเที่ยวเตร่ทุกคืนและกลับถึงบ้านเอาตอนเที่ยงของอีกวัน แม่กับคุณวรพจน์เครียดจนหาทางออกไม่ได้แล้ว ยิ่งข่าวว่าตอนนี้ยัยฤดีคบกับพวกลูกนักการเมืองมีอิทธิพล แม่กลัวว่าสักวันชีวิตน้องจะถลำลึกจนกระทั่งตกอยู่ในอันตราย

ในที่สุดทุกคนก็โยนปัญหาของฤดีมาสมาใส่มือเธอ ขนาดพ่อกับแม่ของตัวเองน้องสาวเจ้าปัญหายังไม่ยอมเชื่อฟัง แล้วคิดเหรอว่าเธอจะสามารถจัดการกับฤดีมาสผู้เอาแต่ใจตัวเองได้

แม่คะ ที่นี่ก็ไม่ได้มีชีวิตที่สวยหรูนะคะ ค่าครองชีพที่นี่แพงมาก ขนาดหนูเองเรียนจบปริญญาโทก็ยังหางานทำไม่ได้ เศรษฐกิจที่นี่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าเมืองไทย คนตกงานกันมากมาย วีซ่านักเรียนหนูก็กำลังจะหมด ถ้าหางานทำไม่ได้หนูก็จำเป็นต้องกลับบ้านเหมือนกัน... เพราะร้านดอกไม้ที่ทำงานเขาไม่ยอมออกค่าใช้จ่ายทำใบอนุญาตทำงานให้หนูหรอกค่ะ

เธอสาธยายปัญหารอบด้านของที่นี่ ที่ที่เธอเผชิญอยู่ให้คนเป็นแม่ฟัง เผื่อท่านจะได้หยุดคิดและทบทวนการตัดสินใจใหม่ แต่เหมือนแม่ก็คิดหาทางออกอะไรที่ดีกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว นอกจากหวังจะเอาฤดีมาสออกจากสังคมที่ล่อแหลมต่อการเสียผู้เสียคน โดยที่แม่คงลืมไปว่าสังคมวัยรุ่นที่นี่ก็สุ่มเสี่ยงกับการทำให้เสียคนไม่น้อยไปกว่ากัน

เพราะฉะนั้นแม่ถึงอยากจะเร่งส่งน้องให้ไปเรียนต่อที่นั่น อย่างน้อยก็ได้อยู่กับหนูสักเดือนสองเดือนเพื่อสร้างความคุ้นเคยและปรับตัว มีอะไรหนูจะได้ชี้แนะให้น้องรู้... ในกรณีที่หนูจะต้องได้กลับเมืองไทยจริงๆ

แล้วแม่คิดจะส่งฤดีมาที่นี่เมื่อไรเมื่อไรคะเธอแค่อยากทำใจตั้งรับกับปัญหาอีกอย่างที่กำลังจะมาเยือน

ตอนนี้คุณวรพจน์จัดการเรื่องเอกสารเดินทางเรียบร้อยแล้ว คงใช้เวลาไม่นานนัก’ 

ทุกอย่างรวดเร็วฟังแล้วแทบไม่เชื่อหู อีกไม่นานเธอจะได้ภาระอย่างใหม่มาอยู่ในความดูแล เป็นภาระที่นาถลดาไม่อยากจะรับถ้าไม่เห็นแก่ผู้เป็นแม่ 

เพราะแต่ไหนแต่ไรมา เธอกับน้องสาวต่างบิดาก็ไม่เคยพูดกันด้วยความเข้าอกเข้าใจ และโดยเฉพาะคนวรพจน์ผู้เป็นพ่อเลี้ยง ตั้งแต่เล็กจนโตหรือตั้งแต่รู้จักกันมา เธอไม่เคยสัมผัสความจริงใจได้จากเขาเลย

เรื่องค่าใช้จ่ายของน้อง หนูไม่ต้องเป็นกังวลนะลูก ตอนนี้คุณวรพจน์ใกล้จะขายบ้านที่สุขุมวิทได้แล้ว เหลือแต่เรื่องวางเงินและโอนกรรมสิทธิ์ หลังจากนั้นก็จะขยับขยายย้ายไปอยู่เชียงใหม่ แต่ยังถือว่าโชคดีที่บ้านเก่าของคุณวรพจน์ที่กรุงเทพฯ ยังอยู่ ขาดเหลือยังไงก็ยังไปอยู่ที่นั่นได้ก่อน

ขายบ้านคนอื่น แต่เก็บบ้านของตัวเองไว้เนี่ยนะ คุณวรพจน์ผู้แสนดีของแม่ ช่างเป็นผู้ชายที่ฉลาดเอาแต่ได้จริงๆ

ใกล้จะขายบ้านได้แล้วเหรอคะ แล้วคุณวรพจน์บอกแม่รึเปล่าว่าขายไปด้วยราคาเท่าไร’ 

สมบัติที่เป็นกรรมสิทธิ์อันชอบธรรมของเธอถูกขายไปโดยไม่เคยสอบถามความเห็นจากเธอเลย ถ้าเธอโวยวายเชื่อว่าพ่อต้องกลับมาเล่นงานแม่อย่างแน่นอน ซึ่งเธอรู้สึกเพียงพอแล้วกับการทะเลาะกันของพ่อกับแม่ เธอจดจำมันได้ดีจนเป็นภาพติดตาติดใจตั้งแต่เยาว์วัย จนชีวิตนี้ไม่อยากจะมีครอบครัวแบบนั้น

เรื่องนั้นแม่ไม่มีเวลาได้ซักถามหรอก ตอนนี้แม่เป็นห่วงแต่เรื่องของฤดีเท่านั้น

เธอรู้ว่าแม่กำลังบ่ายเบี่ยงการตอบคำถาม เธอไม่ควรคาดหวังกับอะไรตรงนี้อยู่แล้ว

คุณวรพจน์กำลังมองหาบ้านที่ชานเมืองให้หนูนะลูก อาจจะหลังไม่ใหญ่นักแต่ก็อากาศดี เชื่อว่าอีกไม่นานรถไฟฟ้าและการคมนาคมจะสะดวกสบายขึ้น


                     


เธอถอนหายใจด้วยอาการของคนปลงตก เชื่อว่าบ้านหลังที่เขาจะซื้อให้เธอใหม่คงมีมูลค่าไม่เกินสามล้านบาท ในขณะที่บ้านพร้อมที่ดินย่านสุขุมวิทที่ขายไป เธอตีมูลค่าไม่น่าจะต่ำกว่ายี่สิบล้านบาท เนื่องจากเป็นที่ดินเก่าแก่ที่คุณย่ายกให้กับพ่อเพื่อสร้างเป็นเรือนหอเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว

ปัญหาครอบครัวทำให้ชีวิตเธอแลดูยุ่งเหยิง ยิ่งพยายามตีตัวออกห่างจนกระทั่งทนยืนหยัดด้วยลำแข้งตัวเอง แต่ก็เหมือนว่าปัญหาเดิมๆ ก็ยิ่งวิ่งเข้าใส่ เหมือนกับกรณีของเรอัลก็เช่นเดียวกัน เขาไม่รับฟังอะไรจากเธอเลย นอกจากทำให้เธอยอมแล้วก็ยอมเขาอยู่อย่างนั้น และมันกำลังทำให้เธอเครียดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้นเมื่อเขาชวนเธอออกเดต เธอจึงไม่รั้งรอที่จะเอ่ยปฏิเสธ เธอยังมีความจำเป็นต้องหาเงินค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายรายเดือนอีกสารพันร้อยแปดอย่างเพื่อดำรงชีพของตัวเองต่อไปให้ได้

ฉันไปกับคุณไม่ได้หรอกค่ะเรอัล เพราะว่าฉันต้องออกไปทำงาน... วันนี้วันจันทร์ เป็นวันทำงานตามปกติของฉัน” 

เขาน่าจะเข้าใจได้บ้างว่าเธอไม่ใช่เจ้าของบริษัทที่คิดจะหยุดงานก็หยุดได้ทันทีเหมือนอย่างที่เขาทำๆ อยู่ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะยอมขาดรายได้ เพื่อไปออกเดตให้เปลืองตัวกับผู้ชายมีอันจะกิน ที่หวังจะเคลมเธอตลอดเวลาเช่นเขา

“นับจากนี้คุณจะไม่ต้องหยุดงาน เพราะผมจะพาคุณไปลาออก”


@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@2

นายชักจะเอาแต่ใจเกินไปแล้วนะเรอัล แต่ละคนก็มีเรื่องเครียดเป็นของตัวเองทั้งนั้น อย่างลดามีมีแม่ที่ไม่มีความเข้มแข็งเด็ดขาด พ่อเลี้ยงก็กอบโกยเอาแต่ผลประโยชน์เข้าตัว ไม่สนใจใยดีลูกเลี้ยงแล้วยังจะเอาน้องสาวมาเป็นภาระให้เธอต้องดูแลที่ต่างประเทศอีก ดูท่าว่าฤดีมาสที่ถูกเลี้ยงดูมาด้วยการตามใจจะหัวรั้นไม่ฟังใครซะด้วยสิ 


 

สนใจโหลดอีบุ้ควิวาห์รักหัวใจทระนง   





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

209 ความคิดเห็น

  1. #179 p...... (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 17:45
    มันมาเดี๋ยวมันก็คงคิดแย่งสามีของพี่
    #179
    0
  2. #174 Beauty (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 22:28
    เด็ดอ่ะ นับจากนี้ไม่ต้องหยุดงานแล้ว เพราะจะพาไปลาออก ชอบๆๆประโยคนี้ มันตรงใจ
    #174
    0
  3. #88 ส้มโอ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 20:44
    ขอดราม่าแค่เบาๆนะคะ สงสารนางเอก เธอขาดความอบอุ่นมาตลอดเธอก็เลยต่อต้าน ถ้าเพียงแต่พระเอกจะบอกรักเธอ รับผิดชอบเธอ นางเอกก็ตามใจพระอกทุกอย่างแล้ว พระเอกก็เนาะจะมาฟันเขาเฉยๆได้งั้ย
    #88
    0
  4. #87 Sofa_111 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 13:16
    สงสารลดาจัง
    #87
    0