เพียง หัวใจรัก

ตอนที่ 23 : มาตรการพิชิตใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,477
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    12 พ.ย. 60


ขอข้ามบทเลิฟซีนประมาณสี่หน้าต่อจากตอนที่แล้วนะคะ 


“ลูกสาวคุณจัดการเรื่องที่เรียนภาษาของฤดีเรียบร้อยรึยัง” 

เสียงวรพจน์เอ่ยถามภรรยาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจระหว่างรับประทานอาหารมื้อเช้า

“ดูคุณนิ่งนอนใจ ไม่เป็นเดือดเป็นร้อนกับชีวิตของยัยฤดีเอาซะเลยนะ”

เนื่องจากฤดีมาสดร็อปเรียนจากมหาวิทยาลัยเอกชนมาได้พักใหญ่แล้ว แต่เธอก็ออกจากบ้านไปสังสรรค์กับเพื่อนแทบทุกวันไม่ได้ขาด จนคนเป็นพ่อร้อนใจหากจะปล่อยอนาคตของลูกสาวสุดที่รักให้ล่องลอยไปวันๆ

หัวอกคนเป็นพ่อ เลยเกิดความคิดที่จะส่งฤดีมาสไปเรียนต่อต่างประเทศ แม้กลับมาจะไม่ได้ใบปริญญาเลยสักใบ แต่อย่างน้อยก็ได้ภาษามาประดับภาพลักษณ์และบารมีให้ดูดีมีหน้ามีตา ใช้ทำมาหากินได้ต่อ

 เพราะนอกจากเรื่องแต่งตัวให้ดูดีมีรสนิยมแล้ว ก็ไม่มีสิ่งไหนที่ฤดีมาสจะทำมันได้ดีอีกเลยโดยเฉพาะเรื่องการเรียน... เธอจัดเป็นสาวน้อยที่คลั่งไคล้กับวัตถุนิยม โดยเฉพาะข้าวของเครื่องใช้ที่ดูดีมีราคา เธอจะไม่อ่อนข้อยอมน้อยหน้าเพื่อนฝูง รีบจัดหามาครอบครองเป็นของตัวเองทันทีที่มีคอลเล็กชั่นใหม่ๆ ออกมา... อ้อ เธอยังมีความสามารถหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายลุ่มหลงได้ทีละหลายๆ คนโดยไม่คิดจะจริงจังได้อีกด้วย

“ช่วงนี้ฉันติดต่อลดาไม่ได้เลย แกคงไปเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนๆ หลังจากที่เรียนจบน่ะค่ะ เลยยังไม่ได้เปิดอีเมลที่ฉันถามๆ ไป” ผกามาศตอบกลับสามีด้วยความเกรงใจ

“แล้วจะอีเมลให้เสียเวลาทำไม ยกหูหากันมันก็สิ้นเรื่อง คุณนี่ก็นะ ใช้อะไรไม่ค่อยจะได้เรื่องเลย บ้านนี้ถ้าไม่มีผมคอยจัดการคงเละเทะไปหมดแล้ว” วรพจน์ที่มีอำนาจสูงสุดในบ้านทำน้ำเสียงหงุดหงิด

“แกปิดโทรศัพท์มือถือน่ะค่ะ คงไม่สะดวกที่จะรับสายจริงๆ ปกติยัยลดาไม่เคยเป็นแบบนี้” ผกามาศออกตัวแทนลูกสาว

“แหม... ลูกสาวผู้แสนวิเศษเลิศเลอของคุณ ไหนบอกว่าขยันขันแข็ง ไม่มีเที่ยวเตร่เหลวไหล แล้วทำไมถึงได้เที่ยวจนลืมวันลืมคืน หรือว่าหอบเสื้อผ้าวิ่งตามไปอยู่กับฝรั่งยิปซีที่ไหนแล้ว ผมว่าที่ไม่รับโทรศัพท์นี่ก็อาจจะเข้าข่ายกกอยู่กับผู้ชายคนไหนซะมากกว่า”

วรพจน์ไม่ถูกชะตากับลูกเลี้ยงมาตั้งแต่แรก เขามองว่านาถลดาไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของเขา อีกทั้งยังเป็นรอยตำหนิของชีวิตผกามาศ ทำให้เขาเองได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายที่ได้เมียเป็นแม่ม่ายลูกติด เมื่อเธอเติบโตขึ้นเขาจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อหาทางขจัดนาถลดาออกไปให้พ้นจากบ้าน และมุ่งมั่นส่งเสริมฤดีมาสซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆ ให้ได้ดิบได้ดีกว่าลูกจากสามีเก่า 

แต่ความไม่เอาถ่านของลูกสาวตัวเองที่ทำอะไรไม่ประสบความสำเร็จเลยสักอย่างทำให้เขารู้สึกเสียหน้าต่อลูกเลี้ยง เกิดแรงทิฐิอยากเอาชนะ และยอมรับความด้อยกว่าที่เกิดขึ้นไม่ได้

“ฉันรู้จักลดามาตั้งแต่เกิด เขาไม่มีทางจะทำอะไรเสื่อมเสียแบบนั้น”

เพราะเข้าใจดีว่าลูกสาวคนโตรับผิดชอบตัวเองมาตั้งแต่เรียนปริญญาตรีที่เมืองไทยด้วยซ้ำ นาถลดาไปเรียนต่างประเทศด้วยความสามารถของตัวเอง โดยที่คนเป็นแม่อย่างเธอไม่ได้หยิบยื่นสิ่งใดช่วยเหลือเลย นอกจากเงินค่าตั๋วเครื่องบินขาเดียวเพื่อให้นาถลดาได้ไปถึงนิวยอร์ก

“เข้าข้างกันดีจัง วันไหนท้องป่องไม่มีพ่อกับฝรั่งหัวแดงขึ้นมาฉันจะสมน้ำหน้าเธอ”

“แหมคุณก็ ลดาเขาโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว เรื่องผู้ชายฉันก็ไม่เคยนึกเป็นห่วง เรียนจบมีการมีงานทำ ถ้าเขาจะมีแฟนฉันก็ไม่ว่าเขาหรอกค่ะ”

“ลูกกับสามีเก่าทำอะไรก็ดูดีไปหมด แสดงว่าคุณรักผู้ชายคนนั้นมากกว่าผม หรือว่าที่จริงแล้วยังอาลัยอาวรณ์อยากกลับไปหาพ่อของลูก” วรพจน์เริ่มพาล

“นี่มันก็ผ่านมานานเป็นยี่สิบปี ฉันจะกลับไปทำอย่างนั้นได้ยังไง” หลังจากแต่งงานครั้งที่สอง ผกามาศก็พยายามปรับตัว สิ่งไหนที่ยอมปิดหูปิดตาได้เพื่อให้ครอบครัวไปได้ตลอดรอดฝั่งเธอก็ยอมที่จะทำ

“แต่คุณทำเหมือนไม่ค่อยใส่ใจยัยฤดี คุณลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน” วรพจน์คงไม่ได้ย้อนกลับไปมอง ว่าที่ผ่านมาตัวเขาเองก็ไม่เคยให้ความใส่ใจกับลูกเลี้ยงเหมือนกัน

“ถึงยังไงสองคนนี้ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกของฉัน แต่ฤดีเขามีคุณคอยประคบประหงมตามใจ ฉันก็ไม่ได้ห่วงว่าแกจะบกพร่องหรือตกหล่นสิ่งไหน”

“แต่ตอนนี้ฤดีเรียนไม่จบ และชีวิตยังดูเลื่อนลอยไม่มีแก่นสาร โดยที่คนเป็นแม่อย่างคุณไม่ได้ให้ความเหลียวแลใส่ใจ” เขาไม่ได้โทษสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดจากการเลี้ยงดูของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

“คุณใจเย็นๆ หน่อยนะคะ เดี๋ยววันนี้ฉันจะลองติดต่อกับลดาอีกที” ผกามาศปิดท้ายบทสนทนาที่จะไปสู่การมีปากเสียง เพราะเธอรู้ว่าจุดประสงค์หลักของสามี ก็แค่อยากให้นาถลดาช่วยเหลือเรื่องการเรียนต่อต่างประเทศให้กับฤดีมาส แต่ก็มีทิฐิและกลัวจะเสียหน้า หากจะพูดจากันแบบตรงไปตรงมา

 “คุณต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้ไวที่สุด ตอนนี้ยัยฤดีเที่ยวกลางคืนหนักข้อขึ้นทุกวัน แล้วยังหันไปคบกับลูกนักการเมืองที่เป็นนักเลงอันธพาลอีกด้วย”

“ฉันก็ไม่ได้นิ่งนอนใจหรอกค่ะ เป็นห่วงยัยฤดีไม่ได้ต่างไปจากคุณ”

วรพจน์เป็นสามีที่มีอายุน้อยกว่าเธอถึงเจ็ดปี เขาเป็นคนรูปร่างหน้าตาและคารมดี ช่วงที่เขามาจีบเธอตอนนั้นเธอบอบช้ำและผิดหวังจากการเลิกกับสามีเก่าคือพ่อของนาถลดา เมื่อเจอคำพูดหวานหูและเอาใจใส่จึงตัดสินใจแต่งงานอีกครั้ง

แรกๆ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่ครั้งใหม่ที่ดีมาก วรพจน์ดูแลเอาใจใส่เธอที่เป็นภรรยาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทุกอย่างในบ้านเขาขอรับไว้เป็นธุระจัดการทั้งหมด แม้กระทั่งเรื่องเงินทองหรือทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งเธอก็ยอมไว้เนื้อเชื่อใจให้เขาดูแลทั้งหมด ทุกสิ่งล้วนเกิดจากความรักและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ผกามาศตัดสินใจที่จะมีลูกใหม่กับเขา ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะมีนาถลดาเพียงแค่คนเดียว

เมื่อมีลูกด้วยกันวรพจน์ก็เปลี่ยนไป เขาไม่ปฏิบัติกับนาถลดาเหมือนตอนที่เคยจีบเธอใหม่ๆ หันไปทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้กับลูกสาวแท้ๆ ของตัวเอง ฤดีมาสจึงได้รับการตามใจจากวรพจน์มากเกินความจำเป็น ไม่ว่าอยากได้ของสิ่งไหน พ่ออย่างเขาไม่เคยขัด 

ในขณะที่นาถลดาอยากจะได้อะไรแต่ละอย่างช่างเป็นเรื่องยากเย็นและเต็มไปด้วยเหตุผล แต่ความรักและพร้อมจะเข้าอกเข้าใจในตัวสามีทำให้เธอทำอะไรได้ไม่มากนัก อีกทั้งนาถลดาและฤดีมาสต่างก็เป็นลูกของเธอเหมือนๆ กัน

“ว่าแต่เรื่องขายบ้านหลังนี้ไปถึงไหนแล้วคะ ลดาเขาเคยฝากถามว่าขายได้ราคาเท่าไร” เธอหาข้อมูลในสิ่งที่คิดว่าลูกสาวต้องติดตามถามเอากับเธอแน่

“แล้วลูกคุณจะอยากรู้ไปทำไม ผู้ใหญ่จัดการอะไรให้ เป็นเด็กก็อยู่เฉยๆ เถอะ”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ทีไร วรพจน์ก็จะทำเป็นฉุนเฉียวใส่เธอทุกที

“แกก็มองว่าบ้านหลังนี้ควรจะเป็นของแก พอฉันบอกว่าเราจะขาย ยัยลดาแกก็คงอยากรู้รายละเอียด”

“อ้อ นี่คุณก็คิดจะเห็นดีเห็นงามกับลูกสาวคุณเหรอ ทั้งที่บ้านหลังนี้ยังเป็นชื่อคุณอยู่ หรือถ้าคุณคิดจะเซ็นโอนชื่อให้เป็นสมบัติของลูกสาวคุณก็ได้นะผกามาศ แล้วยัยฤดีจะได้ไม่ต้องมีอนาคตอะไรกับใครเขาอีก”

เรื่องการขายบ้านจึงเป็นเรื่องต้องห้ามที่เธอควรจะปิดปาก ถ้าไม่อยากจุดชนวนให้มีปากเสียงทะเลาะทุ่มเถียงกันกับคนเป็นสามี

 

เรอัลแทบไม่รู้ตัวว่าเผลอวูบหลับไปนานเท่าไร เมื่อคืนเขาหมดแรงกับการโรมรันเข้าใส่นาถลดาจนจดจำแทบไม่ได้ว่าตัวเองหาความสุขจากร่างด้อยประสบการณ์ไปกี่ครั้ง ครึ่งหนึ่งเขาโทษฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทำให้เขาไม่มีสติ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเขาขอโทษตัวเองที่หยุดความยับยั้งชั่งใจในความต้องการของตัวเองไม่อยู่

แสงสลัวอึมครึมลอดผ่านช่องหน้าต่างที่มีผ้าม่านเปิดค้างอยู่ สรรพสิ่งรอบกายเตือนให้รู้ว่าอรุณรุ่งวันใหม่กำลังจะมาเยือน ละอองหิมะสีขาวบางเบายังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย และสามารถมองเห็นได้แม้จากบนเตียงที่เขานอนบดเบียดแทรกร่างอยู่กับนาถลดา

 “จะไปไหนครับลดา” น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยถาม ตอนที่ร่างบางที่นอนอยู่ข้างๆ ขยับไปมายุกยิกหาทางพลิกตัวหนีออกจากการถูกกอดรัด

 เขาประทับริมฝีปากจูบเธอที่ขมับอย่างอิ่มเอมใจ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านาถลดาทำให้เขาสุขจนเต็มล้น และร่ำๆ อยากจะเริ่มต้นบทรักครั้งใหม่กับเธออีกสักครั้ง ถ้าไม่เป็นกังวลว่าจะทำให้เธอเจ็บช้ำจากอาการระบมกับครั้งแรกจนเกินไป

              “ปล่อย ฉันอึดอัด” น้ำเสียงเบาแหบพร่าแฝงความโกรธขึ้งบอกกับเขาเพียงสั้นๆ

              “ขอโทษ ผมคงกอดคุณแน่นเกินไป”

เขายอมคลายอ้อมแขนที่กอดรัด ขยับพลิกร่างถอยห่างจากเธอเพียงน้อยนิด อวัยวะแทบทุกส่วนบนร่างกาย ยังคงอิงแอบแนบสนิทกับเธออยู่เช่นเดิมแทบไม่เห็นความแตกต่าง

“ขยับห่างไปอีกนิดได้ไหม” เสียงเย็นชายังคงไม่พอใจ เธออยากเป็นอิสระจากการถูกพันธนาการอันเหนียวแน่นตลอดคืนอันยาวนาน

“ไม่ได้หรอกลดา ก็เตียงนอนคุณมันเล็กมาก ขยับอีกทีผมก็คงกลิ้งหล่นลงไปที่พื้น” จะให้ทำอย่างไรได้ ก็เขาไม่อยากหนีห่างร่างนุ่มนวลแสนหวานที่เจ้าของหวงนักหนาเอาเสียเลย

แม้จะขึ้นชื่อว่าถูกเขาประทับตีตราจองเป็นเจ้าของไว้จนทั่วตัวแล้ว นาถลดาก็ยังไม่คิดจะปล่อยให้เขาทำอะไรตามความพึงพอใจที่อยากจะทำ... 

ซึ่งเขาก็พยายามจะเข้าใจในความเป็นสาวใจแคบขี้หวงของเธอ ถ้าไม่อย่างนั้นนาถลดาคงไม่เก็บรักษาความสาวมาได้ยาวนานจนกระทั่งอายุย่างเข้าปีที่ยี่สิบสี่ ต้องถือว่าถ้าเธอใจไม่แข็งจริง คงหนีไม่พ้นพวกผู้ชายที่หมายจ้องจะครอบครองเธอมาจนถึงเขาแน่

“โอ๊ะ!” 

คนพยายามดิ้นหนีเผลอร้องอุทานด้วยความเจ็บ เมื่อขยับในส่วนที่ร่างกายช้ำระบมจากการถูกรุกรานมากที่สุด

“เจ็บมากมั้ย... อยากได้ยาอะไรรึเปล่า เดี๋ยวผมจะให้คนจัดการหาให้” 

เรอัลมองตามด้วยความเป็นห่วง กลัวสภาพร่างกายของเธอจะทนกับความร้าวระบมที่เกิดจากการกระทำของเขาไม่ไหว เขาจะโทรสั่งเบรทท์ บอดี้การ์ดคนสนิทให้เป็นธุระเรื่องนี้ให้ทันที เพียงแค่เธอเอ่ยปากอยากได้มัน

              “...”

เงียบหายไร้เสียงตอบกลับ แม้แต่หางตานาถลดายังไม่คิดจะแลมองเขา

ชายหนุ่มตัดสินใจเอียงใบหน้าคมสากระคายเข้าหาใบหน้าสวยที่ตอนนี้สุดแสนจะเศร้า เห็นดวงตาเธอทั้งสองข้างแดงบวมช้ำ ก็พอรู้ว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักเมื่อคืนนี้

“โกรธผมมากเลยเหรอลดา ผมขอโทษ” 

ส่งเสียงงอนง้อขอโทษอย่างเต็มที่ จูบซับเปลือกตาหวังบรรเทาลดทอนความหม่นเศร้า เอื้อมมืออบอุ่นสัมผัสเข้าที่แก้มใสนุ่มเนียนอย่างปลอบประโลม

“คุณทำร้ายฉัน”

อารมณ์ของนาถลดายังคงคุกรุ่น ขนตางามงอนจับตัวเป็นกระจุกจากคราบน้ำตาขยับเปิดขึ้น ดวงตาโกรธขึ้งเพ่งมองจ้องหน้าราวกับโกรธอะไรเขาหนักหนา แต่ยิ่งได้มองสบตากับเธอใกล้ๆ เขาก็ยิ่งรู้ว่าใบหน้าของนาถลดานั้นอ่อนเยาว์แต่แสนงอนและสุดจะเย่อหยิ่ง

“อย่าเข้าใจผมผิดสิที่รัก เพราะผมไม่ได้ทำร้ายคุณ และไม่เคยแม้แต่จะคิดทำในสิ่งที่คุณปรักปรำ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันเป็นไปตามความต้องการของผมจริงๆ”

 เรอัลไม่ยอมรับ กระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นมากกว่าเก่า ซุกใบหน้าเข้าหาเส้นผมนุ่มนิ่มดำขลับราวกับอยากจะให้เธอหยุดการโต้เถียง

“ทำถึงขนาดนี้ยังไม่เรียกว่าทำร้ายกันอีกรึไง” ถ้อยคำเจ็บปวดที่เธอเลือกใช้ เขารู้ดีว่าเกิดจากความหดหู่และเสียใจ

@@@@@@@@@@@@@@@2

สมใจแล้วสินะเรอัล






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

209 ความคิดเห็น

  1. #163 Beauty7693 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 20:55
    เรอัลนี่ จัดการลดาจนสมใจเลยอ่ะ
    #163
    0
  2. #162 Cinderaela (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 08:37
    ข้ามเลิฟซีนไปเลยคร้า ไม่ต้องห่วงรีดส์ เราจะมีหนังสือเร็วๆๆนี้ ชอบบบบบบบบบบ
    #162
    0
  3. #161 siree_kate (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 07:35
    เกลียดพ่อเลี้ยงเอาเปรียบลดา แม่ก็ลดาเป็นลูกแท้ๆนะจะลำเลียงไปไหน ( ฤดีต้องมาแย่งเรอัลจากลดาแน่เลย)
    #161
    0
  4. #74 Jam (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 09:21
    ดูแวว ฤดีมาสต้องมาป่วนชีวิตลดาหนักแน่ๆ ดราม่าหนักไหมนี่
    #74
    0
  5. #73 แม่หม้ายดำ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 05:55
    แอสตันนายตายแน่
    #73
    0
  6. #72 แป๋ว (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 00:42
    ยินดีด้วย คู่บ่าว สาว ช่วยลดาด้วยนะ นางมีปมชีวิตครอบครัว
    #72
    0