เพียง หัวใจรัก

ตอนที่ 18 : คนที่ผ่านเข้ามา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 พ.ย. 60

นาถลดาโล่งใจที่เรอัลไม่ได้อยู่นิวยอร์ก เธอได้รับข้อความของเขาตอนเช้าวันจันทร์ แจ้งว่าออกเดินทางไปกรีซแล้ว 

เรอัลยังคงติดต่อกับเธอตามปกติเหมือนกับไม่มีชนวนความบาดหมางใดๆ เกิดขึ้น เขามีเรื่องยุ่งเหยิงหลายอย่างของสาขาธนาคารที่นั่น และระดับปัญหาความร้ายแรงอาจถึงขั้นที่ต้องปิดตัวลงเพราะยอดหนี้เสียจากการปล่อยอนุมัติเงินกู้พุ่งทะลุเพดาน และเศรษฐกิจที่ถดถอยของกรีซเองทำให้ประชาชนตกงานและแห่ถอนเงินเมื่อเกิดความไม่มั่นใจกับสถาบันการเงิน

“ผมคงจะเดินทางกลับถึงนิวยอร์กตอนเช้าวันอาทิตย์” เขาโทรหาเธออีกครั้งตอนเย็นวันพุธ น้ำเสียงฟังดูเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าเต็มที

“เดินทางปลอดภัยนะคะ” แต่เธอก็ไม่รู้จะพูดปลอบโยนเขาอย่างไร ปัญหาของเขาหนักหนาเกินไปสำหรับคนอย่างเธอที่จะเป็นเพื่อนพูดคุยกับเขาในเรื่องเงินๆ ทองๆ หรือเศรษฐกิจระดับโลก

นาถลดาไม่ได้บอกเรอัลว่าวันหยุดสุดสัปดาห์นี้เธอจะไปแอลเอ เพราะมองว่ามันไม่ใช่เรื่องจำเป็นจะต้องรายงานชีวิตทั้งหมดให้เขารับรู้ และที่ผ่านมาก็มีแต่เขาฝ่ายเดียวที่มักจะส่งข้อความรายงานความเคลื่อนไหวของตัวเอง ในขณะที่เธอก็แค่มีหน้าที่เปิดอ่าน และไม่ได้ตอบโต้ข้อความใดๆ กลับ ก็รู้ว่าการทำแบบนั้นเป็นการเสียมารยาทมาก... 

แต่ก็อย่างที่บอก เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาในฐานะอื่น นอกจากคนที่เคยผ่านมาให้รู้จัก จึงพยายามที่จะรักษาระยะห่าง และคิดว่าเขาจะหมดความอดทน และเดินออกจากวงจรชีวิตเธอไปในที่สุด

แผนการเดินทางไปแอลเอของเธอกับเคธี่ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และยิ่งรู้สึกเป็นปลื้มอย่างมาก เมื่อแม่ของเพื่อนรักออกค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับให้ทั้งเธอและลูกสาว

“แม่เธอน่ารักมากเลยนะเคธี่ ฉันชักอยากกอดท่านไวๆ ซะแล้วสิ”

“ฉันถือว่าตัวเองโชคดีที่มีครอบครัวน่ารักและสนับสนุนในทุกความฝันของฉัน โดยเฉพาะพ่อกับแม่ แล้วเธอจะได้พบกับทุกคนนะลดา ฉันเชื่อว่าทุกคนจะรักเธอแบบที่ฉันรู้สึก และมองเธอเป็นเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน”

แม้เธอจะโชคร้ายที่เจอคนไม่จริงใจอย่างพอลลี่ แต่ก็ถือว่าตัวเองโชคดีที่เคธี่ไม่ได้ทำลายศรัทธาความเป็นเพื่อนให้สูญสิ้นไป อีกทั้งเธอยังเติมเต็มความรักที่ขาดหายให้กับเธอได้หายเหว่ว้าได้ในทุกโอกาสที่ต้องการและร้องขอ

“ขอบใจเธอนะเคธี่ ที่มอบทริปสุดพิเศษแบบนี้ให้กับฉัน ตั้งแต่มาอยู่บนแผ่นดินสหรัฐอเมริกา ฉันยังไม่เคยออกไปจากนิวยอร์กเลย อาจจะเรียกได้ว่านอกจากอพาร์ตเมนต์ มหาวิทยาลัย ที่ทำงาน และสวนสาธารณะที่มีตลาดนัดมือสองในวันหยุดแล้ว ฉันก็แทบไม่ได้ไปที่ไหนเลย”

“ฟังดูน่าหดหู่จัง เอาเถอะ เธอเหนื่อยกับการเรียนและการทำงานมาตั้งนานก็ไปพักผ่อนสมอง และเปิดหูเปิดตาซะบ้าง พวกเราครอบครัวสมิธยินดีต้อนรับ” เคธี่สนับสนุนการเดินทางครั้งนี้เต็มที่

 ทั้งคู่ช่วยกันเลือกและห่อของขวัญวันเกิดของแม่เคธี่อย่างสนุกสนาน อีกทั้งเคธี่ยังมุ่งมั่นกับการเตรียมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและร้านอาหาร เพื่อต้องการถล่มไบรอนพี่ชายให้กระเป๋าฉีก

“พี่ฉันน่ะรายได้ดีมาก และเขาแทบจะไม่มีเวลาได้ออกมาใช้เงินกับเมืองศิวิไลซ์นักหรอก ฉันจะให้เขาขับรถพาเราสองคนตะลอนเที่ยวตลอดทั้งหนึ่งสัปดาห์ที่ลางาน”

“เอาอย่างนั้นเลยเหรอเคธี่ นั่นเขาเป็นพี่ชายเธอนะ ฟังจากที่เธอเล่าๆ มาเขาดูน่าสงสารออก”

นาถลดาไม่เคยคิดหวังกับการเป็นสุภาพสตรีที่มีผู้ชายมาคอยเทคแคร์และรุมซื้อของที่อยากได้ให้ทุกอย่าง ที่ผ่านมาไม่ว่าเธออยากได้อะไร ก็จะเก็บเงินซื้อและหามันมาด้วยตัวเอง เธอจึงไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่เคธี่คิดจะใช้กับพี่ชายนัก

“อย่าคิดมากน่า รับรองว่าเขาเต็มใจจ่าย” เคธี่ทำแววตามีพิรุธ แน่นอนว่านาถลดารู้ว่าน้องสาวจอมวายร้ายของไบรอน จะใช้ชื่อเธอเป็นตัวล่อในการให้พี่ชายควักกระเป๋า

“ฉันรู้นะในหัวเธอคิดอะไรอยู่” เธอมองกลับอย่างรู้ทัน แต่ไม่ได้ซีเรียสจริงจังอะไร

“เอาน่า เรื่องทั้งหมดฉันรับผิดชอบเอง รับรองว่าจะให้เขาเหลือค่าเครื่องบินสำหรับกลับไปทำงานแน่นอน จะไม่ถลุงจนหมดเนื้อหมดตัวหรอก” 

สองสาวหัวเราะสนุกสนานกับการคิดแผนพักผ่อนท่องเที่ยวแบบกินฟรีอยู่ฟรีที่มหานครลอสแอนเจลิส

“หวังว่ากลับมา จะมีข่าวดีเรื่องสัมภาษณ์งานเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้วนะ”

นาถลดายังเป็นกังวลกับเรื่องนี้มากพอสมควร เธอคาดหวังกับตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทเครื่องสำอางชื่อดังที่นี่มาก การสัมภาษณ์ก็ค่อนข้างเป็นไปด้วยดี ผู้จัดการมีความสนใจเธอที่มีพร้อมทั้งทางด้านวุฒิการศึกษา รวมถึงรูปร่างหน้าตาที่จัดว่าสวยครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ซึ่งทางบริษัทเล็งเห็นการใช้ประโยชน์จากรูปลักษณ์ของเธอได้หลากหลายทาง

“ฉันว่าเธอคงไม่พลาดงานที่นี่แน่ ต่อไปคงไม่ได้เจอกันที่ร้านดอกไม้ทุกวันอีกแล้ว” เคธี่ทำเสียงเศร้า

“ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบไหน แต่ฉันคิดว่าทำดีที่สุดแล้ว ส่วนที่เหลือก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตา”


สาเหตุที่แผนการชีวิตที่ตั้งใจไว้มีอันต้องเปลี่ยนแปลงกะทันหันก็เพราะว่าเธอไม่คิดอยากกลับไปทำงานที่เมืองไทยอย่างที่เคยตั้งใจไว้ เพราะเมื่อวันก่อนแม่อีเมลมาแจ้งว่าอาจจะขายบ้านที่กรุงเทพฯ และย้ายครอบครัวไปอยู่ที่เชียงใหม่ เพราะพ่อเลี้ยงของเธอต้องย้ายไปรับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมแห่งหนึ่งที่นั่น

บ้านหลังนี้พ่อยกมันให้เธอ หลังจากที่หย่าขาดจากแม่ไปตั้งแต่เธออายุได้แค่สามขวบ นับจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลายี่สิบปีมาแล้ว แต่แม่ก็ยังไม่ได้จัดการโอนให้เป็นชื่อของเธอให้เรียบร้อย

อย่าลืมว่าบ้านหลังนี้ฉันยกให้ลดา เธอกับสามีใหม่ไม่มีสิทธิ์ 

เธอยังจำถ้อยคำของพ่อที่โทรมาเล่นงานแม่เมื่อหลายปีก่อนได้ แต่จนถึงวันนี้ทุกอย่างก็ไม่ได้มีการแก้ไขให้เป็นไปในแบบที่พ่อต้องการ นั่นเป็นเพราะพ่อเลี้ยงของเธอไม่ยอมที่จะสูญเสียบ้านทำเลทองย่านสุขุมวิทไป

พ่อแต่งงานใหม่ไปกับลูกสาวเศรษฐีมีเงิน หลังจากที่ทำให้แม่น้ำตาตกในเพราะความเจ้าชู้มากรักอยู่หลายปี พ่อของเธอเป็นลูกครึ่งที่รูปร่างหน้าตาจัดว่าสาวๆ พร้อมจะรักจะหลง สถานภาพความเป็นครอบครัวของเธอในวัยเยาว์จึงเป็นสิ่งที่ไม่น่าจดจำ ทุกคืนเธอจะได้ยินเสียงแม่นอนร้องไห้เพราะพ่อไม่ยอมกลับบ้าน จนถึงปัจจุบันเมื่อเลิกรากันไป พ่อก็ยังมีเมียน้อยซุกซ่อนเลี้ยงดูอยู่ไม่ได้ขาด

แม่คะ แต่บ้านหลังนั้นเป็นของพ่อนะคะ ทำไมแม่จะต้องขายเธอโทรกลับหาแม่ทันทีที่ทราบเรื่องนี้

คุณวรพจน์เขาบอกว่าตอนนี้ราคามันยังดีอยู่ ต่อไปเก็บไว้ก็มีแต่จะทรุดโทรม หนูเองก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาอยู่ที่เมืองไทยรึเปล่า แม่ว่าขายๆ ไปซะก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องพะวงเรื่องการดูแล

เธอนึกไว้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเกิดจากความคิดและความต้องการของแม่แน่ๆ

ก็ถ้าหนูกลับเมืองไทยแล้วจะอยู่ที่ไหนละคะ เราก็มีบ้านแค่หลังนั้นหลังเดียว

คุณวรพจน์เขาแนะนำว่า ขายบ้านหลังนี้ แล้วไปเลือกแถวบางใหญ่ทดแทนให้กับหนูดีกว่า หนูจะได้บ้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง และยังเหลือเงินบางส่วนไว้ใช้จ่ายยามจำเป็นด้วย

แล้วเงินที่เหลือจากการซื้อบ้านอีกก้อนใหญ่จะตกอยู่ในกำมือใครถ้าไม่ใช่นายวรพจน์คนดีของแม่ และเขาจะแบ่งให้เธอสักกี่บาทกัน

เขาให้ราคาเท่าไรคะ แม่ถึงคิดจะขายที่ดินแถวนั้นปัจจุบันมีราคาสูงลิบ แม้บ้านเธอจะมีพื้นที่ไม่มากและอยู่กลางซอย แต่สามีใหม่ของแม่คงตั้งตารอมานานแล้ว แม่ถึงไม่โอนให้เป็นชื่อของเธอเสียที คงได้คำแนะนำดีๆ มาจากคุณวรพจน์อีกเช่นเคย

เห็นคุณวรพจน์บอกว่าก็หลายล้านอยู่ แต่แม่ไม่รู้ข้อมูลชัดเจนหรอก ยกหน้าที่ตรงนี้ให้เขาดูแล แม่ไม่เก่งเรื่องต่อรอง เอาเวลาไปเย็บผ้าให้ลูกค้าดีกว่า ส่วนเขาเป็นผู้ชาย พูดจาอะไรก็จะฉลาดทันคนถูกอย่างแม่ว่า เขาเป็นผู้ชายฉลาดซึ่งแม่ไม่มีวันตามเกมเขาทันอยู่แล้ว

แม่มีฝืมือในการเย็บเสื้อผ้าสุภาพสตรี มีข้าราชการระดับผู้ใหญ่เป็นลูกค้าแม่อยู่หลายคนที่มาใช้บริการกันมายาวนาน หน้าบ้านของเธอ แม่จะทำเป็นหน้าร้านสำหรับรับออเดอร์ลูกค้าผู้ดีมีเงินย่านนั้น ปีหนึ่งๆ แม่มีรายได้จากงานตรงนี้ไม่ใช่น้อย แต่แม่ก็ไม่เคยเก็บเงินสักบาทไว้กับตัวเอง ขนาดว่าเธอเดือดร้อนแม่ยังอิดออดไม่กล้าไปขอเงินจากสามีใหม่มาช่วยเหลือเธอ ถึงแม้จะได้มาก็เป็นไปแบบกระเบียดกระเสียรเต็มที

แม่คิดดีแล้วเหรอคะที่จะขายบ้านหลังนี้ ต่อไปเราคงไม่มีปัญญาซื้อมันกลับมาได้อีกเธอถามย้ำอีกครั้ง รู้สึกใจหายเมื่อรู้ว่าบ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิดกำลังจะกลายเป็นเพียงแค่อดีตที่ผ่านมาและกำลังจะผ่านเลยไป ความทรงจำในวัยเยาว์ก็จะเป็นเพียงหมอกควันสีเทาให้เธอเพียงหลับตาระลึกนึกถึงภาพที่จับต้องไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

แม่ก็เห็นด้วยกับคุณวรพจน์นะ หนูเองก็ไม่ต้องคิดมากนะลูก เดี๋ยวแม่จะให้เขาหาบ้านใหม่ที่มันหลังใหญ่และอากาศดีกว่านี้ให้ กลับมาลูกจะได้มีบ้านสวยๆ อยู่

เธออยากบอกแม่ใจจะขาดว่าไม่เคยคิดอยากได้บ้านหลังใหม่ เธออยากซุกตัวอยู่กับความทรงจำในบ้านหลังเก่า ที่มีภาพพ่อกับแม่และเธอเคยมีความสุขร่วมกัน

คุณวรพจน์เขาใส่ใจ อีกทั้งแคร์ความรู้สึกของลูกมาก อยากจะทำทุกอย่างให้ลูกพึงพอใจมากที่สุด

ทุกลมหายใจเข้าออกของแม่มีแต่คำว่าคุณวรพจน์ ตั้งแต่แม่แต่งงานกับผู้ชายคนนี้ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินของคนในบ้าน ยิ่งวันที่แม่มีลูกใหม่กับเขา เธอแทบจะไม่อยู่ในสายตาและความสำคัญของใครอีกเลยนับจากนั้น สามีใหม่ของแม่มองเธอเป็นส่วนเกินของครอบครัวมาตลอด

หนูรับปริญญาไปแล้วนะคะแม่ ได้เกียรตินิยมมาให้แม่ชื่นใจด้วยค่ะ’ 

เธอเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากให้ปัญหาที่กัดกินหัวใจมาตั้งแต่เล็กจนโตบั่นทอนทำลายชีวิตของเธอถึงแดนไกลได้อีก อยากจะอวดผลการเรียนที่ดีเลิศของตัวเองที่มีมาแต่ไหนแต่ไรให้แม่ได้ชื่นชม

ยินดีด้วยนะลูก หนูเก่งเสมอ ไม่เคยทำให้แม่ผิดหวังกับทุกเรื่องเลย... แม่ขอโทษด้วยนะที่ช่วงนี้คุณวรพจน์เขาลางานไม่ได้ แม่ก็เลยไม่ได้บินไปร่วมแสดงความยินดีกับลูก

จะมีสักครั้งไหมนะที่แม่จะยอมห่างจากสามีใหม่ของแม่ได้ ไม่ว่าคุณวรพจน์คนนี้จะพูดหรือแนะนำสิ่งใด แม่ก็เหมือนจะมองว่าเป็นเรื่องถูกต้องจนเห็นดีเห็นงามอยู่เสมอ แม้แต่กับเรื่องของเธอเองก็ตาม

อีกไม่กี่เดือนฤดีก็จะบินไปเรียนที่เดียวกับลูกเหมือนกัน ฝากดูแลน้องด้วยนะลูกนะ น้องยังเด็กบางอย่างก็ยังช่วยเหลือตัวเองได้ไม่ดีเท่าที่ควร รบกวนลดาช่วยเหลือชี้แนะน้องทีก็แล้วกัน

ฤดีมาสคือลูกของแม่กับคุณวรพจน์ เธอเหมือนคุณหนูที่ได้รับการตามใจมาตั้งแต่วัยเด็ก ตลอดเวลาถูกสปอยล์จากพ่อจนมีนิสัยอยากได้อะไรก็ต้องได้ตามที่ต้องการ แม้กระทั่งเธอที่เป็นพี่สาว ฤดีมาสก็ไม่เคยทำตัวสนิทเหมือนพี่น้องทั่วไป จนเธอไม่เคยคิดว่าตัวเองมีความสัมพันธ์ในความเป็นพี่สาวกับน้องคนนี้เลย

แม่อาจจะบินไปส่งน้องตอนเปิดเทอม ช่วงนั้นคุณวรพจน์คงจะลางานได้แล้วล่ะ เราจะได้มีโอกาสได้อยู่กันพร้อมหน้าทั้งครอบครัวซะที แม่เองก็อยากจะเจอหนูเหมือนกัน ป่านนี้ลูกของแม่คงโตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว

เห็นได้ชัดๆ ว่าเรื่องของเธอเป็นเรื่องที่คนในบ้านไม่เคยใส่ใจ... แต่ในขณะที่เรื่องของฤดีมาส ทุกคนจะมองว่าเป็นเรื่องสำคัญไปหมด แม้กระทั่งแม่เองก็ยังลำเอียง เหมือนตาชั่งที่ไม่ได้มาตรฐาน

หนูว่าฤดีควรจะต้องทำงานพาร์ตไทม์ระหว่างเรียน จะได้ฝึกความรับผิดชอบ พร้อมทั้งได้ช่วยทางบ้านประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยนะคะเธอแนะนำด้วยความหวังดี

เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาหรอก คุณวรพจน์กับแม่อยากให้น้องตั้งใจเรียนอย่างเดียว ถ้าขืนมัวแต่เอาเวลาไปทำงาน เดี๋ยวก็จะเรียนไม่จบ


ทำไมเธอจะไม่รู้ ว่าแม่พยายามปิดเธอว่าฤดีมาสเรียนได้แค่ปีหนึ่งแล้วก็ต้องดร็อปไว้ เพราะผลการเรียนตกต่ำย่ำแย่มาก ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเธอคือการปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายกับการแต่งตัวและใช้ข้าวของราคาแพงกับสังคมลูกคนรวยที่มีฐานะดีกว่าครอบครัวเธอมาก

แต่ค่าใช้จ่ายที่นี่แพงมากนะคะ ใครๆ ที่มาเรียนต่างต้องทำงานกันทั้งนั้น ถ้าแม่ไม่ให้ฤดีทำงาน แม่เองก็จะต้องเป็นคนรับภาระหนักแม่ตัดเสื้อผ้ามานานมาก ใจจริงแล้วเธออยากให้แม่หยุดพักมากกว่า

เอาเถอะ เรื่องนั้นคุณวรพจน์เขาหาทางจัดการไว้หมดแล้ว ถ้าเราไม่มีเงินพร้อม ก็คงไม่คิดส่งน้องไปเรียนต่างประเทศหรอก อย่าลืมว่าน้องไม่ได้เก่งแบบลดานะลูก เพราะฉะนั้นน้องคงจะทำงานควบคู่กับเรียนหนังสือไม่ได้แน่นอน

นี่สินะคือสาเหตุของการต้องขายบ้านที่สุขุมวิทที่ควรเป็นสมบัติของเธอ ทั้งที่แม่ก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ยอมทำทุกสิ่งตามคุณวรพจน์เสนอ

ถ้างั้นก็ตามใจแม่ก็แล้วกันค่ะ หนูเองก็คงจะแนะนำได้แค่นี้

ลดาอย่าน้อยใจนะลูก ที่แม่ให้ความสำคัญกับน้องมากกว่าเพราะน้องยังเด็ก แม่ก็อยากให้ลดารักและดูแลน้องเพื่อเห็นแก่แม่ จะได้มั้ยลูก

แม่รู้ดีมาตลอดเวลา ว่าเธอเข้ากันไม่ได้กับครอบครัวใหม่ของแม่ ดังนั้นการที่เธอออกจากบ้านเพื่อไปอยู่หอพักของมหาวิทยาลัย จนกระทั่งดิ้นรนมาหาอนาคตใหม่ที่ต่างประเทศ แม่ก็ไม่เคยทัดทานหรือห้ามปราม

 เมื่อนึกถึงการต่อสู้อันแสนเหว่ว้าโดยลำพังของตัวเองแล้ว นาถลดาก็ได้แต่ปลุกปลอบใจให้ตัวเองยืนหยัดและลุกขึ้นสู้ต่อ ถ้าหากเธอมัวแต่อ่อนแอ ไม่ยืนด้วยลำแข้งของตัวเองเสียแล้ว มันก็เป็นเรื่องยากที่จะหวังพึ่งพิงใครได้ แม้แต่คนในครอบครัวที่เธอเองก็เริ่มจะไม่เชื่อมั่นว่ามันมีอยู่จริง

บ้านที่มีแต่โครงผุกร่อน ไม่ได้ลงเสาเข็มให้เป็นรากฐานที่แข็งแรงและมั่นคง ย่อมจะพังทลายลงภายในเวลาไม่นาน เฉกเช่นเดียวกันกับชีวิตความเป็นครอบครัวของเธอ ภาพพ่อแม่ลูกที่สมบูรณ์ มันได้พังครืนไปแล้ว

หลายปัญหาที่รุมเร้าทำให้เธอนอนร้องไห้แทบทุกคืน น้อยใจคนเป็นแม่ ผิดหวังจากคนเป็นพ่อ ไม่ถูกชะตากับพ่อเลี้ยง และรู้สึกอิจฉาน้องที่เกิดมาพร้อมกับความรัก ในขณะที่เธอไม่เคยได้สัมผัสกับความรู้สึกห่วงหาอาทรอย่างลึกซึ้งเช่นนั้นเลย เธอเป็นเหมือนเด็กที่ถูกปล่อยให้ผจญกับความรู้สึกเหว่ว้าตามลำพัง... 

แต่โชคดีที่เธอไม่ได้นำเอาความอาภัพตรงนั้นมากดตัวเองให้ต่ำต้อยด้อยค่า เธอพยายามเรียนหนังสือให้เก่ง กระเสือกกระสนจนมาคว้าปริญญาโทที่ต่างประเทศ แม้จะเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดก็ตามที

ดังนั้นการได้เข้าไปอยู่ท่ามกลางวงล้อมของครอบครัวที่อบอุ่น มันจึงช่วยเติมเต็มความรู้สึกส่วนที่ขาดวิ่นให้ชีวิตกลับมาโลดแล่นต่อสู้ได้อีกครั้ง ภาพพ่อแม่ลูกที่มีแต่ความห่วงใยและปรารถนาดีมอบให้แก่กัน ปลุกความเชื่อมั่นให้คำว่า ครอบครัวที่ย่อยยับแตกสลายสำหรับเธอ ให้ผลิบานสว่างไสวได้อีกครั้ง

ความรักแท้จริงยังมีอยู่ซึ่งความศรัทธาตรงนี้มันเคยจางหายไป พร้อมกับภาพที่เห็นแม่นอนร้องไห้ และการหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านของพ่อในวันหย่าร้าง หนักหนาที่สุดก็คือตอนที่แม่แต่งงานใหม่ มีใครคนอื่นเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้าน แต่นานวันไปกับทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง

“อยู่ที่นี่ให้มีความสุขนะจ๊ะลดา ขาดเหลืออะไรก็บอกเคธี่ได้เลยนะ” แม้ว่าแม่ของเคธี่จะไม่ได้เป็นแม่บ้านจ๋าเต็มตัว เพราะเธอมีงานเขียนบทภาพยนตร์อยู่ล้นมือ แต่เธอก็เจียดเวลาทำอาหารเช้าและอาหารเย็นให้กับสมาชิกในครอบครัวทุกคนรับประทาน

“แล้ววันนี้จะไปเที่ยวที่ไหนกัน เห็นเมื่อวานไบรอนบอกว่าตระเวนขับรถไปโน่นมานี่จนขาชา”

“แหมพี่ไบรอนก็พูดเกินจริงนะคะแม่ หนูไม่เห็นว่าจะน่าเหนื่อยอะไรขนาดนั้น... จริงไหมพี่ไบรอน” เคธี่ส่งค้อนให้พี่ชายที่เธอจับให้นั่งอยู่คู่กันกับนาถลดา

“อืม ก็เหนื่อยนิดหน่อย แต่วันนี้พี่ว่าจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปถ่ายรูปนะ ไม่รู้ว่าใครสนใจจะไปบ้าง” ไบรอนขยิบตาส่งสัญญานให้กับน้องสาว

“งานนี้เห็นจะขอบาย อยากนอนตากสายลมอุ่นๆ รับอากาศที่สนามหญ้าหน้าบ้านกับเจ้ากระต่ายน้อยมากกว่า... แต่โปรแกรมนี้น่าสนใจสำหรับลดานะ ฉันขอแนะนำ” เคธี่พร้อมรับลูกจีบสาวของพี่ชายทันที

“แต่ถ้าเธอไม่ไป ฉันว่า... ฉันก็ควรอยู่เล่นกับกระต่ายน้อยเหมือนกับเธอดีกว่า” นาถลดาไม่ได้นึกรังเกียจไบรอน ในทางกลับกันเขาเป็นสุภาพบุรุษแสนสุภาพ จนเธอคิดนับถือเขาเป็นพี่ชายเหมือนอย่างกับเคธี่

“ก็ดีเหมือนกันนะจ๊ะลดา นานๆ จะได้มาเที่ยวที่เมืองนี้สักที ลองออกไปผจญภัยกับไบรอนเขาดู แม่ยังเคยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเขาเลยนะ มันเป็นประสบการณ์ที่วิเศษมาก แล้วหนูจะประทับใจ”

แต่งานนี้ครอบครัวสมิธทำงานกันเป็นทีม เมื่อแม่ออกปากเชิญเชิญด้วยตัวเอง มีหรือที่เธอจะกล้าปฏิเสธ

“ผมรับรองนะครับลดา ว่าคุณจะกลับมาด้วยความปลอดภัย” 

ไบรอนหันไปสร้างเครดิต เรียกความเชื่อมั่นให้กับตัวเอง เขาคิดฝันมาได้สักพักหนึ่งแล้วว่าอยากได้สาวสวยหุ่นดีอย่างนาถลดากอดเอวนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ระหว่างขับขี่โฉบเฉี่ยวอวดผู้คนไปรอบเมือง

##########################################

ลดากล้าไปออกเดทกับไบรอน กลับมาเจอเรอัลเล่นงานแน่


โหลดอีบุ้คเพียงหัวใจรัก 


                 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

209 ความคิดเห็น

  1. #155 Cinderaela (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 11:49
    เป็นเรื่องจิงถ้าแม่มีสามีใหม่ ลูกเก่าๆๆแบบลดาเป็นตูบน้อยหัวเน่าแน่ๆๆ
    #155
    0
  2. #153 siree_kate (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 21:28
    น่าสงสารลดาจังที่ครอบครัวเป็นแบบนี้
    #153
    0
  3. #152 Beauty (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 19:59
    จุ๊บๆๆๆไรท์คร่า ที่อัพให้อ่าน ติดตามเสมอ
    #152
    0
  4. #54 มิ้ลค์ อธิชนัน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 12:54
    รอหง่ะ
    #54
    0