เพียง หัวใจรัก

ตอนที่ 1 : เพื่อนรัก เพื่อนร้าย (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    17 ต.ค. 58

นาถลดาเพ่งสำรวจความเรียบร้อยของช่อกุหลาบสายพันธุ์ฮอลแลนด์สีขาวช่อใหญ่ที่ถูกจัดเป็นชิ้นสุดท้ายของการทำงานวันนี้ กวาดตามองซ้ำไปซ้ำมาจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาดและสวยถูกรสนิยมของลูกค้าที่โทรมาออร์เดอร์

“ฝากส่งงานให้ลูกค้าด้วยนะเคธี่ บังเอิญวันนี้ฉันมีนัดปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ที่มหาวิทยาลัย”

“ได้เลยไม่มีปัญหา วันนี้ฉันคงอยู่อีกสักพัก เพราะเหลืองานตกค้างอีกหนึ่งชิ้น... ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ขอให้ปาร์ตี้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยนะ” สาวสวยสละเวลาเงยหน้าจากงานของตัวเองส่งยิ้มหวานให้

ต้องขอโทษเธอจริงๆ ที่ไม่ได้อยู่ช่วยปิดร้าน” ใจหนึ่งนาถลดาก็รู้สึกไม่ดีที่หนีเพื่อนออกไปมีความสุข

 “อย่ากังวลเลยน่า นี่มันเลยเวลานัดแล้วไม่ใช่เหรอลดา”

นาถลดาใส่ใจและพิถีพิถันกับงานจนแทบจะลืมเวลา โดยเฉพาะลูกค้ามหาเศรษฐีอย่างมาดามเซียน่า เธอจะไม่ยอมปล่อยให้งานเกิดความผิดพลาด หรือขาดความพิเศษเลยแม้แต่น้อยนิด... เนื่องจากมาดามปลื้มอกปลื้มใจกับการจัดดอกไม้ของเธอจนถึงขั้นออกปากชม และเจาะจงเลือกเธอเป็นคนจัดดอกไม้ให้กับโอกาสและวาระสำคัญในชีวิตทุกครั้งตั้งแต่นาถลดามาทำงานที่นี่ใหม่ๆ  

  เธอจัดดอกไม้ได้สวยมาก พระเจ้าต้องประทานพรพิเศษด้านนี้ให้กับเธอมาแน่ๆ

ใครหลายคนมักจะพูดแบบนี้ให้ได้ยินอยู่เสมอ เพราะนอกจากนาถลดาจะไม่ได้เรียนวิชาจัดดอกไม้จากที่ไหนมาโดยตรง แต่เธอก็พยายามค้นคว้าและศึกษาเทคนิคด้วยตัวเอง เริ่มเตาะแตะจากการเป็นลูกมือ จนได้เลื่อนเป็นคนจัดเข้าช่อในเวลาไม่นาน เธอสามารถรังสรรค์งานให้ออกมาสวยแปลกตา เป็นที่ติดอกติดใจ และถูกกับรสนิยมของลูกค้ามหานครใหญ่ของโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันแห่งนี้ไว้ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

“ขอบคุณนะเคธี่” เธอทิ้งท้ายคำขอบคุณ ก่อนจะรีบร้อนเดินไปคว้ากระเป๋าในล็อคเกอร์เก็บของ

 “โชคดีนะลดา ขอให้มีความสุขกับปาร์ตี้คืนนี้ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน” เพื่อนร่วมงานโบกมืออำลา

นาถลดากระชับเสื้อสเวตเตอร์เข้ากับตัว ผลักประตูออกสู่อากาศภายนอกที่เย็นจัดในเวลาพลบค่ำของแมนฮัตตัน เมืองที่มีผู้คนมากมายและไม่เคยหลับใหล

หนาวจัง ไม่รู้คืนนี้หิมะจะตกหรือเปล่า?’

อดนึกย้อนไปถึงภาพวันแรกที่เธอก้าวเข้ามาสมัครทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านดอกไม้แห่งนี้ไม่ได้ จากวันนั้นจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่าสามปีแล้ว จำได้ว่าสาวน้อยจากเมืองไทยอย่างเธอต้องอดทนและล้มลุกคลุกคลานแค่ไหน กว่าจะมีประสบการณ์สั่งสมจนทำให้เธอชำนาญงาน จนกระทั่งกลายเป็นนักจัดดอกไม้ที่มีสไตส์เฉพาะตัว เป็นที่ชื่นชอบของคนดังหลากหลายวงการ ทั้งดารานักแสดงที่มีชื่อเสียงก้องโลก รวมถึงบุคคลระดับมหาเศรษฐีและแวดวงสังคมชั้นสูง

และสิ่งที่ทำให้เธอภาคภูมิใจที่สุดคือ เธอได้นำเงินจากการทำงานที่ร้านแห่งนี้ ส่งเสียตัวเองจนกระทั่งเรียนจบระดับปริญญาโท สาขาการตลาดของมหาวิทยาลัยชื่อดัง และยังมีเหลือแบ่งปันส่งให้ที่บ้านอีกด้วย

“ลดาเธออยู่ที่ไหน งานเลี้ยงเริ่มแล้วนะ เพื่อนๆ ทุกคนรอเธออยู่” ระหว่างที่ร่างโปร่งบางกำลังเร่งเดินขาขวิดผ่าความหนาวเย็นเพื่อไปใช้บริการรถไฟใต้ดินที่ห่างออกไปประมาณสองช่วงตึก เสียงของเพื่อนสนิทร่วมคณะก็ดังกระตุ้นเตือนมาทางโทรศัพท์มือถือปนอาการหงุดหงิดเล็กน้อย

“ฉันขอโทษที่ผิดเวลา แต่ฉันมีความจำเป็น และกำลังจะไปถึงที่นัดหมายภายในไม่เกินยี่สิบนาที”

งานนี้พอลลี่เป็นตัวตั้งตัวตีและเป็นแม่งานใหญ่ มันคือปาร์ตี้หลังวันสำเร็จการศึกษา ก่อนจะโบกมืออำลากับเหล่าบรรดาเพื่อนๆ ทุกคนหลังฝ่าฟันจนข้ามพ้นรั้วมหาวิทยาลัย ต่างเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว พร้อมออกไปทำงานและสร้างครอบครัวในอีกหลากหลายมุมโลกตามที่พวกเขาจากบ้านเกิดมา

“ลดา... ดีใจจังที่เธอมาร่วมงานคืนนี้” แพททริกที่เป็นคู่รักของพอลลี่เดินเข้ามาต้อนรับ พร้อมคว้ามือเธอไปจับจูงอย่างสนิทสนม ทันทีที่เห็นนาถลดาปรากฏตัวอย่างเก้ๆ กังๆ ที่หน้าคลับชื่อดัง

“โอกาสพิเศษของพวกเรายังไงฉันก็ต้องมา”

เพราะเข้าใจว่าเพื่อนสาวไหว้วานให้แฟนหนุ่มมารอรับ นาถลดาจึงยอมปล่อยให้เขาจูงมือ และปัญหาอีกอย่างคือเธอไม่คุ้นเคยกับสถานที่ เพราะถ้าจะบอกว่านี่คือการเข้าร่วมปาร์ตี้แบบวัยรุ่นอเมริกันครั้งแรก นาถลดาก็ยอมรับแบบไม่ได้รู้สึกเสียหน้าเลยสักนิด... ว่าใช่

เธอไม่เคยนึกชอบการดื่มสังสรรค์ หรือแม้กระทั่งสถานที่ที่ดังกระหึ่มไปด้วยเสียงเพลงและเต็มไปด้วยวัยรุ่นหนุ่มสาวที่เมามายจากการดื่มแอลกอฮอล์จนแทบไร้สติ

“แล้วพอลลี่กับเพื่อนคนอื่นๆ ล่ะ?

เพราะนาถลดายังไม่รู้ว่าระหว่างแพททริกกับพอลลี่ เพิ่งมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างรุนแรงไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว และใครจะไปคาดคิดว่าต้นเหตุนั้นมาจากตัวเธอ... เรื่องมันเริ่มจากแพททริกเกิดสนใจในตัวนาถลดา แสดงออกว่าต้องการคบหาอย่างจริงจัง จนกระทั่งตัดสินใจบอกเลิกกับพอลลี่ที่เป็นแฟนสาวของตัวเอง

“เพื่อนๆ รวมตัวอยู่มุมสุดด้านโน้น...แต่ฉันมีธุระอยากคุยกับเธอตามลำพังนะลดา ขอเวลาห้านาทีได้รึเปล่า? มันเป็นธุระสำคัญสำหรับฉันมาก และจำเป็นอย่างยิ่งว่าต้องบอกเธอให้ได้ภายในคืนนี้” เขาหยุดเท้าที่กำลังก้าวเดิน หันจ้องมองเธออย่างสื่อความหมาย

“ทำไมต้องคุยตอนนี้ด้วย... ฉันมาสาย อยากจะไปทักทายกับเพื่อนทุกคนก่อน

เพราะจบคืนนี้ไปเราอาจไม่มีโอกาสจะได้เจอกันอีก ถ้าหากว่าเธอกลับไปทำงานที่เมืองไทยอย่างที่เคยพูดไว้จริง” เหมือนแพททริกจะรู้เรื่องเธอไปซะทุกอย่าง ก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่าเขารู้มาจากไหนถ้าไม่ใช่พอลลี่เล่าให้ฟัง

“นั่นมันโครงการในอนาคต... แต่เอาเป็นว่า ฉันจะยอมฟังธุระที่อ้างว่าสำคัญของนายนะแพททริก”

เขาฉีกยิ้มกว้างตอบรับคำของเธอตามบุคลิกชายหนุ่มทรงเสน่ห์ที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง พร้อมกับจูงมือพาเธอเดินไปยังที่ลับตาคนบริเวณทางเดินไปห้องน้ำ

“เธอคงไม่รู้สินะว่าระหว่างฉันกับพอลลี่ ตอนนี้เราลดสถานะไว้แค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้น” แพททริกเปิดฉากบทสนทนา โดยเอ่ยถึงชีวิตรักที่จบลงด้วยสีหน้ายิ้มแย้มปราศจากความเสียอกเสียใจ

“อ้าวทำไมล่ะ!” แต่คนที่ตกใจกลับกลายเป็นเธอเสียเอง เพราะนี่ถือเป็นข่าวใหม่ในกลุ่มเพื่อนที่เธออัพเดทไม่ทันคนอื่น และแทบไม่เชื่อหูว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้จริง

“พอลลี่รักนายมากนะแพททริก และฉันก็เห็นว่าเธอทำทุกอย่างเพื่อนายมาตลอด”

ที่ผ่านมาสองคนนี้เป็นคู่รักที่สวีทหวานกันมากที่สุด ใครๆ ก็รู้ว่าพอลลี่รักและคลั่งไคล้ในตัวแพททริกมากมายแค่ไหน เธอสุดแสนจะภาคภูมิใจที่คว้าหนุ่มหล่อบ้านรวยแสนเพอเฟ็กที่สุดคนหนึ่งประจำมหาวิทยาลัยมาควงเป็นแฟนได้สำเร็จ และจินตนาการวาดหวังไปไกลถึงพิธีแต่งงานหลังจากเรียนจบ

“มันมีหลายเหตุผลที่ทำให้เราไปด้วยกันไม่ได้ แต่เหตุผลหลักๆ ก็คือ... ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้รักพอลลี่ เราแค่เข้าใจตรงกันและไปกันได้ดีในบางเรื่องของช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น”

นาถลดาถึงกับอ้าปากค้างกับเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่ของผู้ชายเจ้าชู้ ถ้าให้สรุปถึงสาเหตุหลักง่ายๆ ก็คือ แพททริกเบื่อพอลลี่แล้วนั่นเอง

“ที่ผ่านมานายก็รู้ว่าเพื่อนฉันทุ่มเทกับความรักครั้งนี้มาก” พยายามพูดเตือนสติ เพราะสงสารเพื่อนที่ต้องมาโศกเศร้าผิดหวังจากความรักในวันที่ตัวเองสำเร็จการศึกษา

 แต่สิ่งที่ผู้ชายตรงหน้าแสดงตอบกลับ คืออาการยักไหล่ บอกใบ้ว่า ก็มันช่วยไม่ได้นี่นะ ก็อยากมารักและทุ่มเทกับเขามากขนาดนั้นเองทำไม และเขาไม่อาจจะฝืนตัวเองทนคบกับเธอได้อีกแล้ว

เอาเป็นว่าฉันไม่ได้รักพอลลี่” เขาสรุปเรื่องทั้งหมดสั้นๆ ง่ายๆ พร้อมกับส่งสายตาสื่อความหมายให้เธอตีความเข้าใจได้ไม่ยากว่าความสนใจของเขาตอนนี้อยู่ที่ใคร

“ลดา... แล้วไม่อยากรู้เหรอว่าฉันรักใคร ผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นเธอก็ได้นะ” เขาคงดื่มไปหลายแก้วก่อนที่เธอจะมาถึง จึงพูดประโยคสุ่มเสี่ยงทั้งที่รู้ว่าเธอกับพอลลี่สนิทกันมากแค่ไหน

“ฉันไม่อยากรู้หรอกแพททริกว่านายรักใคร แต่บอกได้คำเดียวว่าฉันไม่ปลื้มใจเท่าไหร่ที่นายทำอย่างนี้ ทั้งกับเพื่อนรักของฉัน และกำลังทำตัวไม่มีมารยาทกับฉันด้วย”

เธอจ้องมองมือหนาที่กอบกุมมือเล็กของตัวเองไว้ไม่ยอมปล่อย แขนอีกข้างกักกันเธอจนร่างชิดติดกำแพง พร้อมกับไร้มารยาทโน้มตัวเข้าหาอย่างจู่โจมเต็มที่ โดยไม่คิดจะแคร์สายตาใคร

“บางทีเธออาจจะคิดไปข้างเดียวก็ได้นะลดา ว่าตัวเธอเองเป็นเพื่อนรักของพอลลี่ เพราะเท่าที่รู้ ผู้หญิงคนนั้นเขาก็ไม่ได้ทำดีอะไรกับเธอเลยนี่ นอกจากเวลาที่ต้องการให้เธอช่วยเหลือเรื่องการเรียน... ที่ฉันรู้มามันเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ”

 แม้หลายครั้งที่นาถลดาเองก็อดที่จะรู้สึกแบบนั้นไม่ได้ แต่เธอไม่อยากเก็บเอาเรื่องหยุมหยิมมาบั่นทอนสัมพันธ์ความเป็นเพื่อน ที่รู้จักและสนิทสนมกันมาให้จบสิ้นลงเพราะความเคลือบแคลงสงสัย  

“ฉันขอร้องว่าอย่ามายุยงให้เราต้องโกรธกันเลยนะ ระหว่างฉันกับพอลลี่เราเข้าใจกันดี และฉันเองก็ไม่ใช่คนหูเบาที่จะยอมฟังคนอื่นมากกว่าเพื่อนตัวเอง... ปล่อยมือฉันเถอะ ถ้าเรายังอยากจะเป็นเพื่อนกันต่อ”

 นาถลดาขึ้นชื่อว่าเป็นยัยจอมหยิ่งไว้ตัวมาแต่ไหนแต่ไร... เธอพยายามต่อต้านปฏิกิริยาของแพททริกโดยการบิดข้อมือให้พ้นจากการเกาะกุม มองจ้องหน้าเขานิ่ง ส่งสายตาดุแสดงความไม่พอใจอย่างเอาเรื่อง

“ทำไมเธอต้องปิดกั้นตัวเองด้วยล่ะลดา... ที่ฉันบอกว่าฉันรักเธอ หัวใจฉันมันก็เป็นอย่างที่พูดจริงๆ  ขอแค่เธอเปิดใจ ให้โอกาสฉันได้พิสูจน์ตัวเอง อย่าคิดแค่ว่าพอเธอเป็นเพื่อนของพอลลี่แล้วเราจะไม่มีสิทธิ์คบกัน”

“ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้แพททริก แล้วก็หยุดพูดจาเพ้อเจ้อเหลวไหลไม่ให้เกียรติฉันได้แล้ว”

แพททริกจำใจปล่อยมือนุ่มบอบบางออกอย่างแสนเสียดาย เมื่อรู้ว่าแรงต่อต้านจากนาถลดาจริงจังกว่าครั้งแรก แต่เขาจะไม่ยอมปล่อยให้โอกาสที่ได้อยู่กันสองต่อสองเช่นนี้หลุดลอยไปง่ายๆ

“ฉันยังอยากขอร้องให้เธอช่วยเก็บเอาเรื่องนี้กลับไปคิดทบทวนดูใหม่... ฉันรักเธอนะลดา แอบรักมานานเป็นปี นี่คือความจริงที่ฉันอยากบอกให้เธอรู้มานานแล้ว” 

เพราะคิดว่าอยู่ในที่ลับตาคน ทำให้เขากล้าทำในสิ่งที่นาถลดาต้องตกตะลึงและตั้งรับไม่ทัน เมื่อริมฝีปากร้อนกระด้างของเขาฉกเข้าหาริมฝีปากอิ่มสวยได้รูปอย่างว่องไว 

“ไม่... แพททริก! ฉันไม่ได้รักนาย! และเราก็เป็นแค่เพื่อนกัน!” เธอตอบโต้โดยการผลักอกเขาอย่างแรง ร่างหนาเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว และเหมือนเขาก็เริ่มรู้ว่ากำลังทำตัวคุกคามเกินเลย จึงยืนนิ่งทิ้งระยะห่างจากร่างบางที่แสดงอาการว่าโกรธจัด

มีเรื่องใหม่มานำเสนอค่ะ ฝากเป็นกำลังใจด้วยนะคะ
PS.ขอcomment ด้วยค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

209 ความคิดเห็น

  1. #2 ปุ๊ก (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 16:47
    เพื่อนคุณเนสคือใบเฟิร์นไม่ใช่เหรอค่ะ หรือเราจำผิด
    #2
    0
  2. #1 iwen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กันยายน 2558 / 18:11
    เป็นกำลังใจให้ และตั้งใจรอค่ะ ใช่นาถเพื่อนคุณเนสหรือเปล่าค่ะ รอเชียร์และให้กำลังใจค่าาา ภาษาการเล่าเรื่องสนุกเหมือนเดิมเลยค่ะ แต่มีพิมพ์ผิดนิดหน่อยจ้า
    #1
    0