วิวาห์รัก หัวใจทระนง

ตอนที่ 6 : คำสั่งประกาศิต 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    21 เม.ย. 64

คุณ นั่นหนูปริมนี่นา

คุณหญิงโสภางค์เอ่ยชวนสามีให้ดูข่าวสังคมธุรกิจในโทรทัศน์ เมื่อปรากฏภาพปาลิดากำลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับการจัดงาน

อ้าวแล้วหนูปริมไปทำงานที่โรงแรมนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณบรรพตดูจะงงๆ อยู่เหมือนกัน เพราะพักหลังๆ ท่านก็ยุ่ง จนไม่มีเวลาได้ถามไถ่ถึงชีวิตครอบครัวลูกชาย เจอกันที่ทำงานก็มีแต่คุยกันเรื่องงานเท่านั้น

คุณคงไม่ทราบ ว่าลูกชายตัวดีของคุณ แต่งงานกับเขาแล้วมันสนใจดูดำดูดีลูกสาวเขาซะที่ไหน หนูปริมออกไปทำงานงกๆ เป็นลูกจ้างโรงแรมอยู่กับเพื่อนเขา ไอ้ลูกชายคุณก็กลับไปลอยชาย ทำตัวเป็นโสด ควงยัยเคทไม่แคร์สังคมอยู่นั่นไงคุณหญิงโสภางค์ได้ทีก็ฟ้องแบบหมดเปลือก

อ้าวจริงเหรอ ผมไม่รู้เรื่องเลย นึกเอะใจเหมือนกันว่าทำไมตาเนสถึงยอมคุณง่ายจัง ตั้งหลายเดือนหลังแต่งงาน ไม่เห็นคุณจะรายงานความไม่ดีไม่งามของลูกชายสุดที่รักผู้เป็นสามียังมีน้ำเสียงไม่รู้ร้อนรู้หนาวไปกับคำบอกเล่าภรรยา

คุณจะไปรู้อะไร วันๆ สนใจแต่บริษัท ฉันคุมตาเนสไม่อยู่แล้วตอนนี้ ฉันพูดอะไรเขาไม่เคยฟัง

ก็เราเลี้ยงลูกให้คิดและตัดสินใจเองมาตั้งแต่เด็ก อยู่ๆ คุณก็มาบังคับให้ลูกแต่งงาน ที่ตาเนสยอมแต่งให้ก็นับว่าเกินความคาดหมายแล้ว

ไม่รู้ล่ะ คุณต้องตักเตือนลูกบ้าง สงสารหนูปริม ถ้าคุณท่านรู้เข้าคงนอนตายตาไม่หลับ หลานสาวท่าน ท่านรักดั่งแก้วตาดวงใจ อุตส่าห์ฝากผีฝากไข้ไว้ แต่เราก็ไม่ได้ช่วยอะไรท่านเลย

ทุกอย่างมาลงที่ผมอีกจนได้ ลูกเรามันผู้ชายนะ มันคงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีวอกแวกบ้าง กับยัยเคทเขาก็คบกันมาตั้งหลายปี ก่อนที่จะแต่งงานกับหนูปริมด้วยซ้ำ คงจะจับให้แยกกันยาก

คุณก็ดีแต่ถือหางลูก ใช่สิ ผู้ชายด้วยกันนี่ ไม่รู้ล่ะเรื่องนี้คุณต้องรีบจัดการให้ฉันด้วย คุณเป็นพ่อ พูดอะไรตาเนสก็ยังเกรงอยู่บ้าง คุณหญิงพูดทิ้งท้ายพร้อมกับเดินสะบัดหน้างอนๆ จากไป ผู้เป็นสามีได้แต่ส่ายหน้าถึงความเอาแต่ใจของภรรยาตั้งแต่แรกจีบกันใหม่ๆ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เคยลดน้อยถอยลง

แล้วแผนการของคุณหญิงโสภางค์ก็เริ่มขึ้น เย็นนี้ซึ่งเป็นวันเสาร์ ทั้งบรรณรงค์และปาลิดาโดนเรียกตัวเข้ามาพบที่บ้าน ข้ออ้างพื้นๆ คือให้มาทานข้าวพร้อมกัน และเนื่องจากเป็นวันหยุด บรรณรงค์ก็อิดออดไม่อยากมา เพราะเขาอยากจะอยู่กับคนรักมากกว่า ครั้นจะเอาคนรักเข้าบ้านก็โดนสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดจากผู้เป็นแม่ เพราะท่านไม่ต้องการต้อนรับลูกสะใภ้เถื่อน...ส่วนตัวเองจะขัดคำสั่งไม่มาก็ไม่ได้

ตาเนสมาแล้วเหรอ ทุกคนเขารอแกคนเดียว เสียงผู้เป็นแม่ประชดทันทีที่บรรณรงค์ก้าวขาเข้าบ้าน

ผมติดธุระเลยมาช้าไปนิดครับ เขาเอ่ยแก้ตัว ทั้งๆ ที่ความจริงก็คือต้องอธิบายกันยาวกับแฟนสาว ที่ตอนหลังๆ ชักจะเริ่มทนไม่ได้กับการแต่งงานที่ดูจะยืดเยื้อ โดยไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่เขาเคยให้กับเธอไว้ว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยและใช้เวลาไม่นาน แต่ตอนนี้เขายังเคลียร์ตัวเองตามนั้นไม่ได้

กว่าจะมาหาแม่ได้ ต้องตอบคำถามแม่คุณวุ่นวายเลยล่ะสิ ผู้เป็นแม่ดักคออย่างรู้ทัน

โธ่ คุณแม่ครับ เคทเขาไม่เกี่ยวหรอกครับ ผมติดธุระของผมจริงๆ แล้วนี่คุณพ่อไปไหนล่ะครับท้ายประโยคจึงเฉไฉไปเรื่องอื่น

พ่อแกจะไปไหน ถ้าไม่ตีกอล์ฟ ก็ดูข่าว หรือไม่ก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องทำงาน

แล้ว...” บรรณรงค์สอดส่ายสายตาหาคนโปรดของผู้เป็นแม่ เพราะรู้มาก่อนว่าเธอก็ถูกสั่งให้เข้ามาทานอาหารมื้อนี้ด้วยเช่นกัน

ใคร...ถ้าเป็นหนูปริมเมียที่ถูกต้องอย่างแท้จริงของแกก็โน่น...อยู่ในครัว คนเป็นแม่รู้ทัน แกล้งพูดคำว่าเมียเสียงดังอย่างจงใจเพื่อเตือนสติลูกชาย

คุณแม่ครับ ถึงตอนนี้คุณแม่อย่าฝืนความจริงอีกเลยนะครับ เราสองคนไม่สามารถเป็นอย่างที่คุณแม่ต้องการให้เป็นได้ ปริมเขาก็รู้ดี ก่อนหน้านี้เราเคลียร์กันทุกอย่าง ทำความเข้าใจและก็พร้อมจะจบกันด้วยดี แต่หลังจากวันนั้นผมก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่คนเป็นแม่ไม่คิดจะสนใจเหตุผลของเขา

แม่ไม่คิดเลยนะ ว่าลูกจะปัดความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้ตัดสินใจกระทำลงไปแล้ว ลูกผู้ชายความรับผิดชอบเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต

นั่นเป็นเพราะผมตัดสินใจทำบนพื้นฐานการโดนบังคับบรรณรงค์สวนกลับทันควัน

แต่ลูกก็ได้เลือกที่จะทำ จะบอกให้รู้นะ ลูกผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้าได้ชื่อว่าผ่านการแต่งงานและจดทะเบียนแล้ว เธอก็จะกลายเป็นผู้หญิงที่มีตำหนิทันที

แล้วคุณแม่จะให้ผมทำยังไง ผมจะต้องทนทุกข์อยู่กับปาลิดาตลอดชีวิตหรือไง คุณแม่ถึงจะพอใจ

อย่าใช้อคติมาปิดกั้นโอกาสที่จะศึกษาดูใจกันสิลูก หนูปริมเป็นผู้หญิงที่น่ารัก แม่เชื่อว่าลูกจะรักเมียตัวเองได้ไม่ยากหรอกคนเป็นแม่พยายามหว่านล้อม

คนเราถ้าสมองสั่งหัวใจให้ชอบหรือไม่ชอบอะไรได้ก็ดีน่ะสิครับ...คุณแม่เชื่อผมสิครับ ว่ายังไงชีวิตนี้ผมก็ไม่มีทางรักเขาได้ ผมไม่เหลือหัวใจรักผู้หญิงคนไหนได้อีกแล้วล่ะครับ นอกจากเคท

แกจะรักหรือไม่รักแม่ไม่รู้ แต่สิ่งที่แกจะต้องทำคือต้องดูแลรับผิดชอบเขาโดยการกลับไปใช้ชีวิตร่วมกัน และทำหน้าที่สามีที่ดี ส่วนเรื่องหย่า ถ้าแกยังดึงดันว่าจะทำ อีกสองปีเราค่อยมาพูดเรื่องนี้กัน ถ้าถึงวันนั้นแกเดินมาบอกแม่ว่าทนไม่ไหวจริงๆ และต้องการสิ้นสุดการแต่งงานครั้งนี้ แม่จะไม่ปริปากทัดทานเลยแม้สักนิดเดียว แต่วันนี้แม่ขอให้ลูกได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างที่ควรจะทำซะก่อน

คุณแม่ไม่กลัวว่าถ้าส่งผมไปอยู่ใกล้ๆ ปาลิดา วันนึงผมเกิดหน้ามืดตกมันทนไม่ไหวขึ้นมาเจาะกินไข่แดงลูกสะใภ้คุณแม่ฟรี ถึงตอนนั้นจะมาหาว่าผมเป็นคนเลวไม่ได้นะครับ ตอนนี้ผมอุตส่าห์ละกิเลสไม่ทำบาปทั้งๆ ที่ผมมีสิทธิ์ที่จะทำ แลกกับการต้องไปนั่งหลังขดหลังแข็งเข้าพิธีบ้าบอนั่น อย่างนี้ก็เรียกว่าผมปรานีต่อเธอมากแล้ว พอหย่ากับผมเมื่อไหร่เธอจะได้หาคนใหม่ได้อย่างสนิทใจ

แกอย่ามาเรียกพิธีที่ผู้ใหญ่ตั้งใจทำให้แกว่าเป็นพิธีบ้าบอนะ เดี๋ยวจะโดนแพ่นด้วยพัดคุณหญิงง้างพัดที่อยู่ในมือค้างไว้

ก็มันจริงนี่ แม้จะเถียง แต่ก็เอียงตัวหลบจากมือที่ยกสูงขึ้นของคุณหญิง ก็แม่ของเขาแม้จะรักและตามใจแค่ไหน เขาก็มักจะโดนตีและโดนบิดเป็นสีเขียวจ้ำตั้งแต่เล็กจนโต

ถ้าขืนแกแตะต้องหนูปริมเมื่อไหร่ นั่นก็หมายความว่าแกต้องดูแลรับผิดชอบเขาตลอดชีวิต อย่าได้คิดจะลองอะไรเล่นๆ แล้วปล่อยทิ้งขว้าง ฉันไม่ยอมเด็ดขาด

เอ๊ะ จะเอายังไงกันครับคุณแม่ ครั้นผมจะอยู่ห่างๆ ไม่ข้องเกี่ยวกันก็ไม่ยอม ต้องการให้อยู่กันอย่างสามีภรรยา ถ้าให้อยู่กันแบบอย่างหลังก็ต้องมีเรื่องอย่างว่าอยู่แล้ว คุณแม่ก็ไม่ยอมให้มีอะไรกันอีก ผมทำตามคุณแม่ไม่ถูกจริงๆ” เขาแกล้งแหย่คนเป็นแม่ไปอย่างนั้น เพราะในหัวไม่เคยมีสักวินาทีที่คิดจะอยากแตะต้องเนื้อตัวลูกสะใภ้แสนรักของคุณแม่

ไม่เห็นจะมีอะไรที่ต้องเข้าใจยากสักนิด เพียงแค่แกกับหนูปริมอยู่กันอย่างสามีภรรยาทั่วไป แต่แกก็ต้องการันตีกับแม่ว่าแกจะไม่เลิกกับเขา และจะดูแลเขาไปตลอดชีวิตคนเป็นแม่ทำเสียงเน้นย้ำจนเขาสยอง

ผมทำไม่ได้ ผมไม่ได้รักยัยหนูปริมของคุณแม่...ไม่ว่าคุณแม่จะพยายามยัดเยียดมากแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกที่ผมมีต่อเธอได้ รสนิยมในการใช้ชีวิตของเราต่างกันเกินไป

แกน่ะมันโง่ เสียดายเงินมากมายที่ส่งไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา แล้วไอ้มหาวิทยาลัยที่ว่าดีและเจ๋งระดับโลกมันไม่ได้สอนบ้างหรือไง ว่าดูยังไงให้รู้ว่าอันไหนเพชรแท้ อันไหนก้อนกรวด...อย่างหนูปริมเขาเป็นเพชรแท้น้ำงาม แกก็ยังดูไม่ออก ไปเอาเศษหินที่ไหนมานอนกอดก็ไม่รู้ยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิด เบื่อลูกชายที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ

ผมไปเรียนวิศวะนะครับ ไม่ได้ไปเรียนจิวเวลรี่” เขายียวน

ลูกหนอลูก กินอะไรเข้าไปถึงได้ไร้สติและจมปลักอยู่ในโคลนตมได้ขนาดนี้ ผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกด้านอย่างหนูปริม ชาตินี้ทั้งชาติถ้าให้แกหาเองคงไม่มีวันได้พบหรอก ยิ่งแม่ของเขาคุยโวในคุณสมบัติลูกสะใภ้สุดที่รักเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหมั่นไส้ มีอคติ และเพิ่มการต่อต้านมากขึ้นไปอีก

คุณสมบัติอะไรต่อมิอะไรอย่างที่คุณแม่ว่าผมไม่สนใจหรอก สเปกผมต้องหุ่นเซ็กซี่ๆ เอวเล็ก หน้าอกโต ปราดเปรียว ฉลาดหลักแหลม กล้าคิดและกล้าทำ ไม่จำเป็นต้องรักนวลสงวนตัวเหมือนผู้หญิงยุคร้อยปีที่แล้ว แต่ต้องเป็นผู้หญิงยุคใหม่ ควงไปไหนไม่มีคำว่าอายใคร และข้อที่สำคัญมากคือ...ถ้าเก่งเรื่องอย่างว่าจะพิจารณาเป็นพิเศษตอนท้ายเขาแกล้งกระเซ้ายั่วอารมณ์โมโหคนเป็นแม่

นี่แน่ะ ต้องเก่งเรื่องอย่างว่า คุณหญิงทุบแรงๆ ที่ไหล่ของลูกชายด้วยความเหลืออด

โอ๊ย!!! คุณแม่ ผมเจ็บนะครับ เขาลูบไหล่ตัวเองพร้อมกับหลบกำปั้นจากผู้เป็นแม่ที่โถมเข้าใส่แบบไม่ออมแรงสักนิด

นี่ไม่ใช่คุณสมบัติของคนที่ใครจะเอามาเป็นเมียออกหน้าออกตา แต่น่าจะเป็นพวกเมียเช่า มีเงินอย่างเดียวจะหาซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะผู้หญิงพวกนี้พร้อมจะเป็นของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวของผู้ชายซะมากกว่า ฉันล่ะสะอิดสะเอียนพวกแกจริงๆ รวมทั้งยัยผู้หญิงคู่ขาแกด้วย คงจะออดอ้อนแกทั้งวันทั้งคืน มิน่าล่ะแกถึงเหมือนโดนมนตร์ดำ ไปไหนจากเขาไม่รอดสักที

ก็ผมรักของผมแบบนี้นี่ แล้วลูกสะใภ้ของคุณแม่เป็นไง ผมไม่อยากแม้แต่คิดจะเปรียบเทียบ จืดชืดไร้ซึ่งชีวิตชีวา หน้าตาเย็นชายังกับชีที่โกนผมเข้าวัดมานานปี ปลงทุกอย่างออกจากทางโลกจนแทบจะถึงนิพพานแล้ว ถ้าขืนต้องไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยจริงๆ ผมคงห่อเหี่ยวหมดไฟในการจะหาแรงบันดาลใจให้กับชีวิต

ตาเนส นี่แกไม่มีสิทธิ์ไปวิจารณ์เขาแบบนั้นนะ ผู้หญิงที่ดีอยู่ในจารีตประเพณีที่งดงาม ไม่จำเป็นต้องมาแต่งตัวโป๊เปลือย ชนิดเปิดไม่หมดปิดไม่มิด งัดเอาของที่แม่ให้มา แย่งกันอวดแย่งกันโชว์ หนำซ้ำนิยมประเพณีอยู่ก่อนแต่ง ถ้าเป็นสินค้าก็เรียกว่าทดลองใช้ฟรีก่อน พอใจเมื่อไหร่ค่อยซื้อ บางทีผู้ชายเขาลองใช้จนเบื่อสินค้าพังหมดคุณภาพ เขาทิ้งไปดื้อๆ แถมยังไม่จ่ายตังค์ชดใช้ค่าเสียหายแม้แต่สักแดงให้เจ็บใจเล่นๆ ถ้าขืนทำตัวแจ๋นไม่แคร์สังคมอย่างยัยเคทของแก ฉันไม่มีวันรับเป็นลูกสะใภ้เด็ดขาด...คนเขารู้กันทั้งประเทศว่าแม่นี่กว่าจะมาจับแกจนดิ้นไม่หลุด ยอมไปเป็นเมียน้อยพวกเศรษฐีเมียเผลอมากี่คนแล้ว หล่อนทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน ลองคิดให้ดีๆ ทำไมเขาถึงยอมให้แกไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น...เชื่อแม่เถอะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนได้หรอก แต่ที่เขาทนอยู่กับแกก็เพราะเงินตัวเดียวเท่านั้นแหละ

สิ่งที่คุณหญิงโสภางค์พูดใช่ว่าเขาจะไม่คิดตาม แต่ความเห็นอกเห็นใจในผู้หญิงที่ตัวเองผูกพันมีมากกว่า จึงอดไม่ได้ที่จะแก้ต่างให้กับเธอ

เรื่องนี้เราเคยคุยกันแล้ว ผมเชื่อว่าเคทเขาถูกใส่ร้าย จะเอาอะไรกับปากคนล่ะครับ เห็นใครได้ดีมีความสุขเกินหน้าเกินตาก็นินทาสาดโคลนใส่คนอื่นเขาไปทั่ว

มีแต่แกคนเดียวเท่านั้นแหละที่ไม่รู้เช่นเห็นชาติแม่นี่...แม่จะถือว่าแกคงมีกรรมเยอะ ตอนนี้ยังใช้กรรมไม่หมดก็ต้องทนอยู่กับของเน่าๆ เหม็นๆ อย่างยัยเคทต่อไป คนเป็นแม่ส่ายหน้า นี่ขนาดพูดจาจนหมดเปลือกขนาดนี้ ลูกชายของเธอก็ไม่มีแววที่จะคล้อยตามเลยสักนิด

คุณแม่ครับ โลกทุกวันนี้หมุนเร็วไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว ผู้หญิงกับผู้ชายทัดเทียมกันทุกด้าน อะไรที่ผู้ชายทำได้ผู้หญิงก็ทำได้ ผมไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อยพวกนั้นหรอก ความคิด คำพูด และการกระทำต่างหากที่ผมสนใจ ผมชอบผู้หญิงที่กึ๋น เก่งทัดเทียมกับผู้ชาย ไอ้ที่เงียบๆ นิ่งๆ เหมือนสมองไม่ค่อยสั่งการ อย่างนี้ต่อให้ดีงามแค่ไหนก็คงจะไปด้วยกันไม่ได้

คนที่นิ่งเงียบ ไม่ได้หมายความว่าเขาโง่นะ นั่นแสดงว่าเขามีสติไตร่ตรองก่อนที่จะพูดหรือทำอะไร

สรุปแล้วคุณหนูปริมของคุณแม่ยอดเยี่ยมทุกอย่าง แต่ผมว่าอย่างเขาท่าจะเกิดผิดยุคไปหน่อย ลักษณะอย่างที่เห็น ถ้าให้เดาน่าจะเกิดยุคต้นๆ รัตนโกสินทร์ ใส่ผ้าจูงกระเบน หิ้วตะกร้าสาน เคี้ยวหมากพลูอยู่กับบ้านท่าจะเหมาะกว่า แม้หน้าตาจะพอไปวัดไปวาได้ แต่ก็หัวโบราณไปหน่อย วัยอย่างคุณแม่คงจะชอบ แต่สำหรับผมบอกโดยไม่ต้องคิดเลยว่าไม่ถูกรสนิยม ถ้าเป็นอาหารก็ถือว่าไม่ถูกปากอย่างแรงล่ะครับ ถ้าเผลอไปชิมเข้าอาจจะต้องรีบคายทิ้งบรรณรงค์ยักไหล่ ทำท่าทางไม่สนอกสนใจ ต่อให้แม่เขาจะพูดโน้มน้าวแค่ไหนก็ตาม

ตาเนส!!! หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ เป็นผู้ชายนินทาผู้หญิงอย่างนี้เขาเรียกว่าปากเสียรู้ไว้ด้วย เขาได้ยินเข้าจะเสียใจแค่ไหน ระวังคำพูดบ้างนะเราน่ะผู้เป็นแม่เอ็ด มองไปก็โล่งใจที่คนถูกพาดพิงถึงไม่ผ่านมาได้ยินเข้า

ช่วยไม่ได้ ก็ผมพูดเรื่องจริง คนถูกตักเตือนยักไหล่ไม่ได้รู้สึกแคร์กับสิ่งที่ผู้เป็นแม่กลัว

เอาเป็นว่า ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง ตอนนี้เขาก็อยู่ในฐานะเมียของแก และแกก็ต้องย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้น นี่เป็นคำสั่ง ถ้าแกยังรักและเห็นหัวพ่อกับแม่อยู่จงปฏิบัติตามด้วย

ทำไมคุณแม่ต้องบังคับให้ผมทำเรื่องที่ฝืนความรู้สึกตัวเอง ผมโตแล้วนะครับ มีสิทธิ์ที่จะทำหรือไม่ทำอะไรก็ได้เขาค้านหัวชนฝา เอานิสัยความเป็นเด็กในอดีตออกมาใช้ ซึ่งก็มักจะได้ผลดี แต่ก็เฉพาะกับผู้เป็นแม่เท่านั้น เพราะถ้าเป็นพ่อแล้ว คำสั่งถือเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ผ่านมาก็น้อยครั้งมากที่เขาจะโดนคำสั่งจากผู้เป็นพ่อ เพราะปกติท่านจะไม่มาใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในการใช้ชีวิตของเขาเท่าไหร่ ในชีวิตก็เคยครั้งเดียวคือเรื่องเกเรเมื่อครั้งเป็นนักเรียน

ก็เพราะแกโตแล้วน่ะสิ แกถึงต้องรับผิดชอบกับการตัดสินใจของตัวเอง จำไว้ให้ขึ้นใจ อีกสองปีค่อยมาพูดกันใหม่เรื่องหย่าเธอจะยอมอ่อนข้อให้ลูกชายที่เอาแต่ใจไม่ได้แล้ว บอกตามตรงว่าไม่อยากได้ผู้หญิงประวัติเน่าเฟะคนนั้นมาร่วมนามสกุลและครอบครองกิจการสืบสานวงศ์ตระกูลต่อจากเธอและสามี

โธ่ คุณแม่ เสียงเขาอ้อน พร้อมโอบเอวคนเป็นแม่เพื่อขอความเห็นใจ

งานนี้ไม่มีอุทธรณ์ รอศาลฎีกาพิพากษาทีเดียวเมื่อคดีครบสองปีบริบูรณ์ สายตาเอาจริงจนคนเป็นลูกรู้ว่าถ้าไม่ปฏิบัติตามจะต้องโดนก่อกวนไม่หยุด

แต่ผมก็ขอยืนยันคำเดิมว่าผมไม่สามารถทำตามคำสั่งของคุณแม่ได้ ผมไม่ยอมย้ายไปอยู่บ้านที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และประเพณีคร่ำครึกับผู้หญิงจืดชืดคนนั้นเด็ดขาด

ลูกชายยืนยันกระต่ายขาเดียว จนคนเป็นแม่ก็จนหนทาง เพราะไม่รู้จะงัดไม้ไหนมาข่มขู่ให้เขาปฏิบัติตามอย่างที่ร้องขอได้อีก เหลืออีกหนทางเดียวและน่าจะเป็นทางสุดท้ายที่เธอพอจะพึ่งพิงได้ แต่คราวนี้ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า แต่เธอก็ต้องลองเสี่ยงดู

เสียงโต้เถียงกันไปมาระหว่างสองแม่ลูก ทำให้บุคคลที่ถูกพาดพิงถึงกับชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ห้องรับแขก เธอหยุดฟังอยู่ตรงนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะหลังจากจัดเตรียมอาหารร่วมกับแม่บ้านเสร็จเรียบร้อย จึงคิดจะมาตามทุกคน

แน่นอนว่าประโยคทั้งหมดที่สนทนาเธอได้ยินอย่างแจ่มชัด ทำให้รู้และเข้าอกเข้าใจว่าบรรณรงค์คิดเช่นไรกับเธอ แม้จะรู้สึกโกรธ แต่จะทำอะไรได้ดีไปกว่าเก็บอารมณ์นั้นไว้ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือ...ตั้งสติ และพยายามระงับความไม่พึงพอใจในสิ่งที่ได้ยิน...รอจนคนทั้งคู่สนทนาเรื่องของเธอจบจึงอาศัยจังหวะเดินเข้าไป

Link E-book วิวาห์รักหัวใจทระนง (เมพ)

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNTExODU0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiNTI3NjMiO30


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,711 ความคิดเห็น

  1. #1699 Superpoom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 12:15
    เฮอะคุณเนสคะถึงเวลานั้นอย่ามาร้องขอความเห็นใจนะ😡😡😡
    #1,699
    0
  2. #1615 a_sasilada (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 22:58
    ลูกคุณแม่ไม่ได้ปากมากเลยค่ะ แต่-555
    #1,615
    0
  3. #638 linn-nalin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:58
    ปาหนังสือสุภาพบุรุษใส่หน้าดีมะ จะได้ซึมซับซะบ้าง
    (พูดแล้วคันไม้คันมือ)
    #638
    0
  4. #9 reader#10 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 13:40
    ขอบคุณมากค่ะ ที่เอามาลงอีกรอบ ไรท์เตอร์จะลงจนจบเลยหรือเปล่าคะ
    #9
    0