วิวาห์รัก หัวใจทระนง

ตอนที่ 4 : คนช่างฟ้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    9 ต.ค. 63

ปาลิดานำเรื่องที่เพื่อนสาวแนะนำอย่างมีเหตุผลมานั่งไตร่ตรอง ซึ่งเธอเองก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ศศิภาบอก ดังนั้นวันรุ่งขึ้นเธอจึงบุกไปที่คฤหาสน์วานิชคีรินเพื่อขอเข้าพบคุณหญิงพร้อมของฝากซึ่งเป็นขนมไทย ที่เธอรู้ว่าท่านโปรดปราน เผื่อว่าได้รับประทานของหวานที่เธอมอบให้แล้วจะใจดีเข้าใจเหตุผลเธอได้ง่ายขึ้น

สวัสดีค่ะคุณหญิงป้า เธอเข้าไปไหว้อย่างนอบน้อม

หนูปริม เป็นยังไงบ้างลูก ตั้งแต่งานศพคุณท่านก็ไม่ได้เจอหน้ากันอีกเลยทันทีที่รู้ว่าลูกสะใภ้จะมา คุณหญิงก็ไปดักรอต้อนรับด้วยตัวเอง พร้อมโอบกอดอย่างรักใคร่เอ็นดู

ปริมสบายดีค่ะ

แล้วนี่ทำขนมอะไรมาเยอะแยะเชียว หน้าตาดูดีเหลือเกินคุณหญิงรับถาดใบย่อมที่ทำด้วยทองเหลืองมีหูจับคล้ายกระเช้า บนถาดรองเจียนด้วยใบตองจับจีบอย่างงดงามมาพิจารณาอย่างตั้งใจ

ต๊ายตาย ขนมกลีบลำดวนของโปรดซะด้วย ฝีมือคนบ้านคุณท่านรสมือไม่มีใครเทียบ

ปริมช่วยกันทำกับคนที่บ้านค่ะ รู้ว่าคุณหญิงป้าชอบ แล้วก็แบ่งส่วนหนึ่งไปทำบุญที่วัดด้วย

ขอบใจนะจ๊ะที่ยังนึกถึงกัน เห็นขนมก็ทำให้นึกถึงคุณท่าน เรื่องประณีตบรรจงล่ะสมกับเป็นผู้ดีเก่าจากในรั้วในวังจริงๆ ผู้หญิงสมัยนี้คงจะทำแบบนั้นกันไม่เป็นแล้ว เรื่องเย็บปักถักร้อย อาหารคาวหวานครบเครื่อง นึกแล้วก็ใจหาย คงไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับท่านเหมือนวันวานอีก

ปริมก็คิดถึงท่านค่ะ คุณย่าเป็นผู้หญิงที่มีความอ่อนหวาน ละเมียดละไมในทุกรายละเอียดของการใช้ชีวิต แต่ก็มีความเด็ดเดี่ยวและอดทนไม่แพ้ผู้ชาย ถ้าปริมทำได้สักครึ่งของคุณย่าก็คงดี

หนูปริมก็เก่งนี่จ๊ะ เรื่องงานบ้านงานเรือนคุณท่านก็ถ่ายทอดไว้มากมาย ฝีมือของหนูก็พัฒนามาตลอด คุณท่านเอ่ยให้ชมลับหลังหนูอยู่บ่อยๆแล้วนี่มายังไง...อย่าบอกว่าขับรถมาเอง ทำไมไม่ให้ตาเนสเขาขับให้

ท่านจ้องตา จนเธอต้องเป็นฝ่ายหลบ ไม่อยากให้ท่านเอ่ยถึงบุคคลดังกล่าว เพราะเธอจะตอบอะไรไม่ได้เลย นอกจากคำโกหก

ปริมขับรถมาเองค่ะ พอดีว่ามีเรื่องอยากจะเรียนปรึกษาคุณหญิงป้า

ต้องเปลี่ยนคำพูดซะใหม่นะ หนูต้องเรียกคุณแม่ถึงจะถูก เป็นลูกสะใภ้ยังจะมาเรียกเหมือนครั้งเก่าก่อนไม่ได้หรอกจ้ะ ไหน...ลองเรียกใหม่ซิคุณหญิงหันมาบังคับ พร้อมกับจ้องตาดุๆ

ค่ะ คุณแม่ ปาลิดากล่าวอย่างเอียงอายด้วยความไม่คุ้นชิน

ฟังแล้วค่อยรื่นหูหน่อย แล้วมีเรื่องอะไรจะปรึกษาแม่ หรือว่าตาเนสทำอะไรที่ไม่เข้าท่า บอกแม่ได้เลยนะ แม่จะจัดการให้คุณหญิงยังพยายามเพียรวกกลับไปหาลูกชายอีกจนได้

เปล่าค่ะ คุณเนสไม่ได้รังแกอะไรปริม เธอตอบเสียงอ้อมแอ้ม หลบสายตาบุคคลตรงหน้า

แล้วเขาดูแลเราดีหรือเปล่า แม่เพิ่งกลับจากจีนได้สองวัน ยังไม่เจอหน้าเขาเลย ว่าจะแวะไปเยี่ยมที่บ้านอยู่เหมือนกันว่าใช้ชีวิตอยู่กันยังไง จะเอาของฝากไปให้หนูปริมด้วย แต่ก็ยุ่งซะเหลือเกินเรื่องเปิดโรงงานใหม่ที่ประเทศจีน

ปาลิดาถึงกับตาโตด้วยความตกใจ ถ้าท่านไปจริงๆ เรื่องคงวุ่นวาย ดีที่ชิงตัดหน้ามาพบก่อน

ก็ดีค่ะ เราเข้าใจกันดีคนตอบหลบตา พยายามตอบเลี่ยงๆ ก็เธอจะมีหน้าโกหกได้อย่างไร ทั้งที่ความเป็นจริงทั้งเขาและเธอไม่เห็นหน้ากันมาร่วมเดือนแล้ว

ดีแล้วล่ะจ้ะ มีอะไรก็ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากัน ชีวิตคู่ถึงจะตลอดรอดฝั่ง

ค่ะ เมื่อเห็นว่าลูกสะใภ้ก้มหน้าก้มตาตอบไม่เต็มปากเต็มคำ จึงไม่อยากซักเรื่องสามีภรรยา

ว่าธุระของหนูปริมมาเถอะจ้ะ มีอะไรที่แม่ช่วยได้แม่ก็ยินดี เราเป็นครอบครัวเดียวกัน

คือ ปริมอยากทำงานค่ะ รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไร้ค่าที่จะใช้ชีวิตไปวันๆ”

นึกว่าเรื่องอะไร ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย บริษัทของเรามีตำแหน่งงานมากมาย ดีเหมือนกันจะได้อยู่ใกล้ๆ คุมพฤติกรรมตาเนสไปด้วย เอาตำแหน่งอะไรดี สูงกว่าตาเนสแม่ก็หาให้ได้นะ แม่จะให้เขาเพิ่มตำแหน่งขึ้นมาคุณหญิงกล่าวอย่างอารมณ์ดี

ไม่ค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้น ปริมชอบทำงานทางด้านโรงแรม ปริมจบทางด้านภาษามาค่ะ

บริษัทเราก็ต้องติดต่อกับต่างชาติตลอดเวลา ลูกค้าของเราเป็นชาวต่างชาติทั้งนั้น รับรองหนูปริมได้ใช้ภาษา เอาชนิดวันๆ ไม่ต้องพูดภาษาไทยสักคำยังได้เหตุผลที่คุณหญิงโสภางค์นำมาหักล้างก็ทำเอาเธอเถียงแทบไม่ออกเหมือนกัน

ปริมคงมีความสุขมากกว่าถ้าปริมได้ทำงานทางด้านโรงแรม ปริมใฝ่ฝันมาตลอดชีวิตค่ะ เธอต้องยอมกล่าวโกหกอีกครั้ง เพราะจริงๆ แล้ว เธอไม่ได้ใฝ่ฝันว่าจะต้องทำงานโรงแรมเท่านั้น แต่ตอนนี้เป็นงานอะไรก็ได้ที่จะทำให้เธอมีรายได้ ไม่ต้องเดือดร้อนใคร

อย่างนั้นเหรอ แล้วคิดจะไปทำที่ไหนล่ะ แม่มีโรงแรมของญาติๆ และคนรู้จักอยู่หลายแห่งนะ

ปริมขอไม่รบกวนคุณแม่ค่ะ พอดีเพื่อนปริมเขาทำอยู่ก่อนแล้ว ปริมอยากเข้าไปทำงานที่เดียวกับเพื่อนค่ะ หวังว่าคุณแม่คงจะอนุญาต คุณหญิงมีท่าทีที่นิ่งเงียบไป ไม่อยากฝืนความรู้สึกของลูกสะใภ้

แล้วตาเนสเขาว่าไง สำหรับแม่คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก

คุณเนสคงไม่ติดปัญหาอะไรหรอกค่ะ เขาค่อนข้างตามใจปริม

เมื่อสามีเราเขาไม่ติดปัญหาอะไร แม่ก็คงไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปก้าวก่ายเรื่องของครอบครัวเราสองคนหรอก

ปาลิดายินดีจนแววตาเป็นประกายเมื่อคำตอบเป็นไปอย่างที่คาดหวังไว้ เธอไหว้งามๆ ขอบคุณแม่สามี จนคนอาวุโสกว่าอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมปาลิดาจะต้องดีอกดีใจขนาดนั้น

ปาลิดาอยู่พูดคุยกับคุณหญิงสักพัก ท่านไปหยิบของฝากจำนวนหนึ่งมาให้ลูกสะใภ้ และฝากไปถึงลูกชายด้วย เมื่ออยู่ร่วมรับประทานอาหารค่ำเรียบร้อยจึงได้ลากลับ

ทันทีที่รถของปาลิดาเลี้ยวออกจากคฤหาสน์วานิชคีริน คุณหญิงก็ต่อสายตรงถึงลูกชายทันที

ตาเนส แม่ต้องการรู้ความจริง แกยังอยู่ที่บ้านไกรสุวรรณกับหนูปริมเขาอย่างเดิมหรือเปล่าน้ำเสียงที่ใช้บ่งบอกถึงอารมณ์ไม่พอใจชนิดที่ไม่เก็บอาการ

ทำไมเหรอครับ ผมก็ยังใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม...ทุกอย่าง

ชีวิตปกติของแกที่ว่า คือชีวิตก่อนแต่ง หรือหลังแต่ง คนเป็นแม่ซัก ลูกชายเป็นตัวของตัวเองแค่ไหน ทำไมคนเป็นแม่อย่างเธอถึงจะไม่รู้ การบังคับให้เข้าพิธีแต่งงานในวันนั้นได้ก็ใช่เพียงเธอคนเดียวที่จัดการ ถ้าไม่ได้คนเป็นพ่อช่วยพูดกับจอมหัวรั้นอย่างบรรณรงค์ล่ะก็ รับรองงานแต่งวันนั้นไม่มีวันเกิดขึ้นได้

คุณแม่จะมาซักฟอกเหมือนผมเป็นจำเลยในชั้นศาลไม่ได้นะครับ ผมโตแล้ว อะไรที่คุณแม่อยากให้ทำ ผมก็ยอมตามใจไปแล้ว

แกไม่ต้องพูดมาก บอกแม่มาคำเดียว ว่าทุกวันนี้แกนอนที่ไหน เสียงคนเป็นแม่ยื่นคำขาด

เรื่องแค่นี้ถึงกับวิ่งแจ้นมาฟ้องคุณแม่เลยทีเดียวบรรณรงค์รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก เขาคิดว่าปาลิดาเอาเรื่องที่เขาไม่อยู่ในบ้านไกรสุวรรณไปเล่าให้แม่เขาฟัง ทั้งๆ ที่ตกลงและทำความเข้าใจกันเรียบร้อยไปแล้ว หรืออย่างน้อยก็น่าจะโกหกให้มันจบๆ ไป เขาจะได้ไม่ต้องมาโดนซัก

หนูปริมเขาไม่ได้ฟ้อง แต่แม่ได้กลิ่นไม่ดี และสิ่งที่แม่สงสัยก็เป็นความจริงด้วย ถูกไหมตาเนส

หลังจากที่ซักฟอกกันยกใหญ่บรรณรงค์ถึงเผยความจริงออกมาว่าเขาออกจากบ้านหลังนั้นมาเป็นเดือน และไม่ได้ติดต่อกับปาลิดาลูกสะใภ้สุดที่รักของคุณแม่อีกเลยนับจากวันนั้น ทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับเต้นผาง

ลูกหนอลูก ทำอะไรไม่เห็นแก่หัวหงอกหัวดำของพ่อกับแม่บ้าง การที่แกมีโอกาสได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ดีๆ คนนึงแล้วทิ้งเขาไปอย่างไม่แยแส แกทำเหมือนเขาเป็นผู้หญิงไร้เกียรติ เป็นลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ อย่างนี้ยังจะเหลือคำว่าลูกผู้ชายได้อีกงั้นเรอะคุณหญิงโสภางค์โมโหลูกชาย

คุณแม่ก็ทราบดีว่าทำไมผมถึงทำแบบนี้ ผมกับปริมเราไม่ได้รักกัน แล้วที่ผ่านมาคุณแม่ก็เป็นคนบีบบังคับผมทุกอย่าง อ้างเหตุผลต่างๆ นานา ผมก็ยอมทำตามคุณแม่ไปแล้ว แล้วนี่...เหตุการณ์ก็คลี่คลาย คุณย่าของปริมท่านก็เสียไปแล้วผมกับปริมเราตกลงและพูดจากันรู้เรื่องทุกอย่าง ว่าจะจบสถานภาพคู่แต่งงานเฉพาะกิจ และที่ผมทอดเวลาเรื่องหย่าออกไป ก็ถือว่าผมทำเพื่อครอบครัวและทุกๆ ฝ่ายมากพอแล้ว” 

บรรณรงค์ก็ทนไม่ไหวเหมือนกันที่ถูกคนเป็นแม่ตำหนิ เพราะเขาคิดว่าตัวเองก็โตพอจะมีเหตุผลที่พ่อแม่จะต้องรับฟังบ้าง

Link E-book วิวาห์รักหัวใจทระนง (เมพ)

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNTExODU0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiNTI3NjMiO30


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,711 ความคิดเห็น