วิวาห์รัก หัวใจทระนง

ตอนที่ 2 : การจากลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    9 ต.ค. 63

ต่างฝ่ายต่างนิ่งหยั่งเชิงซึ่งกันและกัน ปาลิดายังคงนั่งอยู่บนเตียงไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน เริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อมีคำสั่งห้ามออกจากห้องหอเด็ดขาดจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้า ส่วนเจ้าบ่าวของเธอเดินไปยืนหน้าตาบูดบึ้งอยู่ริมหน้าต่าง สายตาทั้งคู่ของเขาเพ่งมองออกไปด้านนอก แสดงออกชัดเจนว่าเขาไม่ได้สนใจที่จะผูกมิตรกับเธอสักนิดเดียว 

ถ้าเขาสามารถออกไปจากการกักบริเวณไว้ในห้องหอนี้ได้ เขาคงทำไปแล้ว

เอ่อ คุณเนสคะ ปริมขอคุยเพื่อทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นค่ะ

ปาลิดารวบรวมความกล้า เธอไม่ชอบเลยที่จะให้เขาตีความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างผิดๆ และกึ่งๆ รังเกียจเธอแบบที่แสดงออก

ยังมีอะไรที่ต้องทำความเข้าใจไปมากกว่าสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันนี้อีก

บรรณรงค์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสะบัด ชักสีหน้าไม่พึงพอใจ

ปริมอยากบอกให้คุณทราบไว้ ตัวปริมเองก็ไม่ได้สบายใจและไม่ได้ต้องการให้เรื่องมันเป็นอย่างนี้เลย ขอโทษคุณอย่างมากที่ต้องมาพลอยหงุดหงิดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

แม้จะหวาดกลัวเขาไม่น้อย แต่เธอก็แข็งใจกล่าวออกมาเพื่อต้องการเคลียร์ตัวเอง

คุณจะมาพูดทำไมตอนนี้ ดูเหมือนอะไรๆ มันจะสายเกินไป ทำไมคุณไม่ต่อต้านแต่แรก’

โปรดอย่าคิดว่าปริมไม่ได้ทำในสิ่งที่คุณกำลังกล่าวหาเลยค่ะ คุณก็น่าจะทราบดีว่าคำต่อต้านหรือคำทัดทานใดก็คงไม่สามารถล้มความตั้งใจของผู้ใหญ่ได้ เชื่อว่าคุณเองก็คงรู้จักผลของมันไม่ต่างกับที่ปริมรู้

คิดผิดซะเมื่อไหร่ สุดท้ายเขาก็หาว่าเธอยินดีปรีดากับเรื่องที่ผู้ใหญ่จัดการ เพื่อจะได้เป็นเจ้าสาวทายาทตระกูลอภิมหาเศรษฐี

แล้วทีนี้จะทำไง ชีวิตของผมทั้งชีวิตจะต้องมาจบแบบนี้น่ะเหรอ...ผมทนไม่ได้หรอกนะ ผมเกลียดวิธีการบ้าๆ นี่ที่สุด ทำไมผมจะต้องมารับผิดชอบชีวิตของคนอื่นซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมเลย...ขอโทษนะที่ผมต้องพูดตรงๆ ผมกับคุณ เราไม่ได้รู้จักสนิทสนมถึงขั้นจะต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน แม้ว่ารุ่นคุณแม่ของผมกับคุณย่าของคุณจะเคยมีเรื่องราวในอดีตที่ได้ช่วยเหลือกันมา แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยที่จะลากชีวิตของเราสองคนมากักขังอย่างน่ารังเกียจแบบนี้

สีหน้าจริงจังกับอารมณ์ที่ถูกเก็บกดไว้ปะทุออกมา

ปริมเองก็ไม่เห็นด้วยมาแต่ต้น ต้องขอโทษแทนคุณย่าถ้าสิ่งที่ท่านทำสร้างความอึดอัดไม่พอใจให้คุณ...แต่ได้โปรดอย่าเกลียดชังคุณย่าเลยค่ะ สิ่งที่ท่านตัดสินใจทำลงไป สาเหตุหลักๆ ก็คงเกิดจากตัวปริมเองที่ทำให้ท่านไม่มั่นใจว่าจะสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ในวันที่ไม่มีท่านแล้ว แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ปริมขอสัญญากับคุณตรงนี้เลย ว่าถ้าโอกาสอำนวยเมื่อไหร่คุณจะได้อิสระของคุณกลับคืนทันที

คุณกำลังบอกผมว่าคุณจะหย่าให้ผมอย่างนั้นใช่ไหม

เขาจ้องหน้าเธอด้วยสายตาที่คาดไม่ถึง แสดงออกชัดเจนถึงความตื่นเต้นดีใจ พูดน้ำเสียงลิงโลดอย่างคนที่เต็มไปด้วยความหวัง แต่สักครู่แววตานั้นก็เปลี่ยนเป็นความไม่ค่อยเชื่อมั่นในสิ่งที่ได้ยินนัก 

จะมีผู้หญิงคนไหนยอมหย่ากับทายาทมหาเศรษฐีอย่างเขาโดยไร้เงื่อนไข จริงหรือที่ปาลิดาไม่อยากได้สมบัติติดไม้ติดมือออกไปตั้งตัวเมื่ออยู่ในสถานะแม่ม่ายป้ายแดง แม้จะยังไม่ถูกแกะกล่องก็ตาม

คุณแน่ใจนะ ว่าคุณจะหย่าให้ผมได้จริงๆ’ เขาหรี่ตามองอย่างไม่มีความเชื่อมั่น

ปริมยินดีทำทันทีเมื่อโอกาสนั้นมาถึง คุณคงรู้ว่าสิ่งที่ทุกคนกำลังทำอยู่นี้ เรากำลังทำเพื่อใคร

หมายความว่า...ถ้าคุณย่า...สิ้น คุณก็จะหย่าให้ผมโดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อแม้ใดๆ ผมเข้าใจถูกต้องรึเปล่า

เขาเอ่ยทวนความเข้าใจ ใบหน้าแช่มชื่นขึ้นทันตา

ใช่ค่ะ เมื่อไม่มีคุณย่าแล้ว เราสองคนก็ไม่จำเป็นต้องทำเพื่อใครอีก แต่ระหว่างนี้ก็ขอความเมตตาอย่าเร่งรัดพวกเราขนาดนั้นเลยนะคะ คุณย่าท่านเป็นที่รักของปริม แม้จะพยายามทำความเข้าใจและรับทราบดีว่าท่านมีเวลาอีกไม่มากนัก แต่ปริมก็ไม่อยากให้เวลาเหล่านั้นมาถึง เพราะสำหรับปริมแล้วมันยากมากที่จะทำใจให้ยอมรับกับความจริงที่แสนเจ็บปวดนี้ได้ เราเหลือกันสองคนย่าหลานเท่านั้น ถ้ามีใครสักคนต้องลาจากไป คงจะเจ็บปวดกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่น้อยเลย

เสียงสั่นเครือของปาลิดาดึงสติเขาให้กลับมาได้ ถ้าอิสระภาพของเขาจะต้องแลกกับชีวิตผู้หญิงที่น่าเลื่อมใส และเขาก็เคารพรักท่านมาตลอด ถ้าไม่นับรวมการแต่งงานครั้งนี้ที่เขาแจ็กพอตถูกเลือกให้เป็นเจ้าบ่าวโดยมีท่านเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง เมื่อทุกอย่างเดินไกลมาถึงตรงนี้ เขาก็คงต้องเดินหน้าลุยต่อไป หนทางข้างหน้าก็ไม่ได้มืดมนซะทีเดียว

ไม่เลย ผมไม่ได้ต้องการจะให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นวันนี้หรือพรุ่งนี้อย่างที่คุณเข้าใจ ผมเห็นใจคุณนะ ขอบคุณที่คุณพูดกับผมตรงๆ ไม่อย่างนั้นผมก็คงมีอคติกับคุณมากขึ้นเรื่อยๆ’

น้ำเสียงเขาเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ดีใจที่ปัญหาของตัวเองยังพอมีทางออกที่ดี

ปริมอยากขอร้องให้คุณทำให้ความหวังเล็กๆ ของคุณย่าได้สมหวังด้วย’

เมื่อคุณแสดงความจริงใจออกมาชัดเจนขนาดนี้ ผมคงไม่ใจดำพอ แต่บอกตรงๆ ก่อนหน้านี้ผมโกรธมากที่อยู่ๆ คุณแม่กับคุณย่าของคุณมาบังคับผม ไม่เข้าท่าเลยที่ผมต้องมาโดนคลุมถุงชนด้วยประเพณีที่ไม่ควรสืบทอดและปฏิบัติสืบต่อรุ่นลูกรุ่นหลานเป็นอย่างยิ่ง’

ปริมต้องขอโทษคุณด้วย ที่เป็นต้นเหตุให้คุณกับคุณหญิงป้าต้องขัดใจกัน ปริมขอสัญญาด้วยเกียรติทั้งหมดที่ตัวเองมี ว่าเรื่องระหว่างเราจะจบลงด้วยดี ระหว่างนี้ก็คงขอรบกวนคุณเป็นอย่างมาก ปริมเหลือคุณย่าเพียงคนเดียว อยากให้เวลาที่เหลืออยู่ของท่านเป็นช่วงเวลาที่ท่านมีความสุขที่สุด ด้วยการทำในสิ่งที่ท่านปรารถนาและอยากจะเห็นว่าสิ่งที่ท่านตัดสินใจทำลงไปเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อให้ท่านสบายใจ

ได้ฟังคำยืนยันจากปากของคุณ ผมก็รู้สึกเบาใจ สำหรับเรื่องของคุณย่า ผมยินดีจะทำ เพราะจะว่าไปแล้วคุณย่าท่านก็มีพระคุณต่อครอบครัวผมมาก โดยเฉพาะกับคุณแม่ ถ้าสิ่งที่ผมจะต้องทำต่อจากนี้จะเป็นการตอบแทนท่านบ้างผมก็ยินดี

ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณที่คุณเข้าใจและปรานีเราสองคนย่าหลาน

เธอจำได้ว่า เธอไหว้ขอบคุณเขาอย่างอ่อนน้อมที่สุด ทำให้เขาถึงกับตกใจและรู้สึกกระดากอาย เนื่องจากความดีของเขาไม่ได้เกิดจากจิตสำนึกของตัวเองสักนิด ทุกอย่างเป็นเพราะตกกระไดพลอยโจนมากกว่า

เป็นช่วงเวลาที่คนแปลกหน้าสองคนได้สนิทสนมและทำความคุ้นเคยกันมากขึ้น บรรณรงค์ วานิชคีริน นักธุรกิจเนื้อหอมลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ทายาทคนเดียวของตระกูลวานิชคีริน สมบูรณ์แบบทั้งรูปร่างหน้าตา การศึกษา และความสามารถ คุณสมบัติครบถ้วนกับการเป็นชายในฝันของสาวๆ เมื่อมีข่าวเล็ดลอดออกไปจากคนวงในว่าเขาแต่งงานแบบสายฟ้าแลบ ผู้คนก็ช็อกกันทั้งวงสังคม

หนังสือหลายต่อหลายฉบับอยากได้ภาพงานแต่งงานมาลงเพื่อดับความกระหายใคร่รู้ของผู้คน ว่าไอ้ที่ได้ยินมา เป็นข่าวโคมลอยหรือความจริงกันแน่ และด้วยชื่อเจ้าสาวที่ปรากฏในข่าวลือ แม้จะมีนามสกุลดังที่รู้จักไปทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ก็ยังถือว่าโนเนมอยู่ดี เพราะในสังคมวงกว้าง ชื่อนี้ไม่เคยถูกพาดพิงหรือเอ่ยถึง ดังนั้นการขุดคุ้ยถึงการแต่งงานที่ไม่ได้ถูกเปิดเผยและไม่ชอบมาพากลนี้จึงยังถูกค้นหาต่อไป


แม้ว่าจะมีการปรับตัวอยู่มากพอสมควรกับขนบธรรมเนียมที่เข้มงวดของบ้านผู้ดีเก่า กับการหมอบคลานเมื่อต้องเข้าหาผู้ใหญ่ แต่เขาก็พยายามทำ เพราะอยู่ในสถานการณ์ที่ปฏิเสธไม่ได้ ปาลิดาจึงรู้สึกตลกทุกครั้งที่เห็นบรรณรงค์เดินชันเข่าเข้าหาคุณย่าในยามที่ถูกเรียกหา ซึ่งคุณย่าก็เอ็นดูเขาเสียจนบางครั้งเธออดอิจฉาไม่ได้ ไม่ชอบใจเลยเวลาที่เห็นคุณย่าปันใจไปรักคนอื่น

บรรณรงค์ไม่ชินกับการนอนห้องที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ช่วงแรกๆ จึงรู้สึกปรับตัวยากมาก แต่เนื่องจากบ้านหลังนี้มีหน้าต่างรอบทิศทางเปิดรับให้สายลมพัดผ่านเข้ามาในตัวบ้าน 

กลิ่นดอกไม้ในยามค่ำคืนหอมเยือกเย็นจนกลายเป็นวังเวงล่องลอยมาเป็นระยะพร้อมกับจังหวะพัดโชยของสายลม โชคดีที่ช่วงนั้นเป็นฤดูหนาวอากาศยังเย็นสบาย เขาจึงไม่รู้สึกทรมานกับความร้อน

ส่วนปาลิดา เท่าที่เขาสังเกตรู้ว่าเธอเป็นคนค่อนข้างขี้หนาว เขาจึงมองเห็นเธอนอนห่มผ้ามิดชิดตลอดเวลา ที่นอนประจำของเธอก็คือฟูกเล็กๆ ที่ปูไว้ที่พื้นถัดไปอีกมุมของห้องหอที่ใช้ส่งตัวบ่าวสาว เธอเสียสละด้วยเห็นว่าเขาเป็นแขกที่มาพักในถิ่นของเธอ เขาจึงยึดครองเตียงกว้างแต่เพียงผู้เดียว

บรรณรงค์ถูกผู้เป็นแม่บังคับให้หยุดงานเป็นเวลาสองสัปดาห์ โดยท่านให้เหตุผลว่า

มีเจ้าบ่าวที่ไหน แต่งงานแล้วรุ่งขึ้นอีกวันลุกมาทำงานทันที แกควรจะให้เกียรติฝ่ายหญิงเขาบ้างนะ

คุณแม่ก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าไอ้งานแต่งงานที่คุณแม่อุปโลกน์ขึ้นมามันไม่ได้ชวนหวานชื่นเลยสักนิด

เฮอะ แกก็ทำเป็นตำหนิติเตียนผู้ใหญ่ ฉันว่าแกเองไม่มีน้ำยาหาผู้หญิงได้ดีกว่าหนูปริมมากกว่า ไม่รู้ล่ะ ยังไงแกก็ต้องหยุดงานอยู่บ้านกับเขา อยากให้ฉันโดนถอนหงอกหรือไง ใครรู้เข้าคงได้ประณามฉันให้ได้อาย ว่าเลี้ยงลูกยังไงไม่รู้จักคิด

ที่จริงเขาก็ไม่ได้เชื่อฟังคำสั่งอะไรมากมาย แต่เมื่อเป็นผลพลอยได้ให้อู้งานวุ่นๆ ที่แสนจะยุ่งเหยิงได้ตั้งหลายวันเขาก็ยินดีที่จะยอมปฏิบัติตาม

ตลอดเวลาหลายวันเขาจึงต้องขลุกอยู่บ้านไกรสุวรรรณตั้งแต่ตื่นนอน จนเข้านอน ทุกเช้าเขาจะเห็นปาลิดาตื่นแต่เช้ามืด บางวันเธอลุกจากที่นอนไปตอนไหนเขายังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ 

ไม่ว่าเธอจะเดินย่างกรายไปไหนหรือจะหยิบจะจับอะไร การกระทำต่างๆ ก็ดูเหมือนจะไร้เสียง ไร้ร่องรอย ทุกอย่างเงียบกริบ ดูลึกลับเข้ากันได้ดีกับบ้านเก่าที่มีอายุเป็นร้อยปีหลังนี้


บรรณรงค์ใช้ชีวิตอยู่บ้านหลังนั้นเกือบสองสัปดาห์ คุณย่าของปาลิดาก็มีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ท่านคงจะฝืนร่างกายไว้ไม่ได้อีกต่อไป 

จนเช้ามืดของวันที่อากาศเย็นเยียบ สายลมในฤดูหนาวพัดใบไม้ให้โบกสะบัดมากกว่าทุกๆ วัน เขาถูกปาลิดาตามให้ไปพบที่ห้องคุณย่า เห็นสภาพของปาลิดาที่มีอาการตาบวมแดงช้ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักตั้งแต่ตอนเดินมาตามเขา ก็พอจะเดาเหตุการณ์ได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

พ่อเนส มานั่งใกล้ๆ กับยัยปริมนี่

เสียงที่แหบแห้งเบาแสนเบา เหมือนกระซิบมาจากที่ไกลแสนไกล แต่ก็สัมผัสได้ถึงความเอื้อเอ็นดูอย่างที่เคยเป็น

ครับคุณย่า เขารับคำ แล้วนั่งลงบนขอบเตียงของผู้ป่วย ที่มีปาลิดานั่งพับเพียบอยู่ก่อนแล้ว

ย่ามีอะไรจะให้พ่อเนสนะ...นี่คือกุญแจทั้งหมดที่ใช้ไขห้องทุกห้อง และตู้เก็บข้าวของทุกชิ้นของบ้านไกรสุวรรณ ย่ามอบให้พ่อเนส ผู้ที่ย่าจะฝากสมบัติทุกสิ่งอย่างของย่าไว้ให้ดูแล ซึ่งก็รวมถึงยัยปริมผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของย่าด้วย...จงรับ แล้วก็ดูแลต่อจากย่าให้หน่อย

มือเย็นเชียบวางของสำคัญในมือเขา

เอ่อ...คือว่า ผม เขาตั้งรับไม่ทัน ไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคเหล่านี้ จึงนึกหาคำพูดไม่ถูก

รับปากกับย่าสิ ว่าจะทำตามที่ย่าขอร้อง ที่นี่คือจุดกำเนิดของตระกูลไกรสุวรรณ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน ย่าขอฝากให้ดูแลกันต่อไปตราบชั่วลูกชั่วหลาน แม้ว่าเลือดเนื้อไกรสุวรรณจะต้องเปลี่ยนไปเป็นวานิชคีรินแล้วก็ตาม พ่อเนสจงดูแลสมบัติทุกชิ้นให้เหมือนดั่งเป็นตระกูลของตัวเอง...ย่าฝากนะ...รับปากย่า อย่าละทิ้งภาระนี้ไป

ดวงตาที่พยายามต่อสู้กับความเจ็บปวดแต่ไม่เคยไร้ความไว้วางใจเพ่งมองมาที่เขา

ผม...คือว่า...’ เขาอ้ำอึ้ง ไม่กล้าสบตาหญิงชรา เพราะรู้แก่ใจดีว่าตัวเองคงไม่สามารถทำได้

จงอย่าลังเลเลย โปรดรับฝากสิ่งอันเป็นที่รักเหล่านี้ของย่าด้วยเถอะพ่อเนส นึกว่าเห็นแก่คนที่จะลาจากโลกนี้ไป แต่ความรักทั้งหมดของย่าจะฝากไว้ที่นี่ ฝากให้พ่อเนสดูแลต่อ นะ...นึกซะว่าเป็นคำขอร้องจากย่า ได้ไหม

เสียงหญิงชรายังอ้อนวอนแม้จะแผ่วเบา บรรณรงค์มีท่าทีลังเล มองหน้าปาลิดาที่เอาแต่ร้องไห้สลับกับมองหน้าหญิงชราที่ได้แต่เฝ้ารอคำตอบจากเขาอย่างใจจดจ่อ

ครับคุณย่า ผมรับปากว่าจะดูแลสิ่งที่คุณย่าฝากไว้ให้ดีที่สุด

จนในที่สุดบรรณรงค์ไม่สามารถทนใจดำกับน้ำเสียงแหบแห้งที่อ้อนวอนร้องขอได้อีกต่อไป ณ นาทีนั้นเขามองเห็นแววตาที่แม้จะบอกให้รู้ว่าร่างกายกำลังเจ็บปวดมากเพียงใด แต่มุมปากนั้นก็ยิ้มอย่างคลายกังวล

ขอบใจ ย่าขอบใจมากพ่อเนส ท่านบีบมือเขาแน่น รอยยิ้มปรากฏบนเรียวปากที่ซีดเซียว

ปริม เมื่อย่าไม่อยู่แล้ว...ต่อไปภายหน้า หลานจงรักและซื่อสัตย์ต่อสามี เชื่อฟังและให้เกียรติพ่อเนสให้เหมือนกับเชื่อฟังย่า ตาเนสก็เมตตาน้องด้วย ย่าอยากให้หลานทั้งสองดูแลซึ่งกันและกันให้ดี ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ก็ขอให้ฟันฝ่าไปด้วยกัน เกิดปัญหาอะไรในวันข้างหน้าก็จงรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน ขอให้หลานทั้งสองครองรักกันให้ยั่งยืน...ย่าคงจะอยู่ชื่นชมหลานได้อีกไม่นาน...วันนี้ย่าสบายใจและมีความสุข แม้รู้ว่าเป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่เห็นอะไรต่อมิอะไรบนโลกใบนี้...แต่มนุษย์ทุกคนก็หนีความจริงข้อนี้ไม่ได้ ไม่มีใครหนีความตายได้พ้น

ท่านหอบหายใจถี่กระชั้นขึ้น ดวงตาเหม่อมองไปบนเพดาน ก่อนจะเหลือบหันมองหลานสาวอีกครั้ง

ปริม...ขอให้หลานรู้ไว้ ว่าสิ่งที่ย่าทำทั้งหมดเป็นเพราะรักหลานเหลือเกิน...ต่อไปจงดูแลตัวเองให้ดี...ปริม...หลานรักของย่า

สิ้นเสียงของการสั่งลา ดวงตาที่หรี่ปรือค่อยๆ หลับลงอย่างช้าๆ มือเหี่ยวย่นที่กอบกุมมือของหนุ่มสาวค่อยๆ คลายออก บอกให้รู้ว่าไม้ใหญ่แห่งตระกูลไกรสุวรรณได้โค่นลงแล้ว วาระของความเป็นมนุษย์บนโลกนี้ของหญิงชราคนหนึ่งได้จบสิ้นลง

คุณย่า!!! คุณย่าอย่าจากปริมไปอย่างนี้...ฮือๆ ๆ ๆ’ เสียงกรีดร้องที่ขาดสติของปาลิดาทำเอาเขาตื่นตระหนกและรับรู้การสูญเสียครั้งสำคัญร่วมกับเธอไปด้วย คุณย่าของเธอจากโลกนี้ไปในอ้อมกอดของเธอ

บรรณรงค์มองพวงกุญแจในมือ กุญแจหลายสิบดอกอัดแน่นอยู่ในห่วงทองเหลืองวาววับ เกิดคำถามภายในใจว่า ภาระบ้านหลังนี้จะต้องตกมาอยู่ในมือเขาจริงหรือ


ช่วงนี้มีจัดโปรลดราคาอีบุ้คนะคะ ใครสนใจเข้าไปโหลดกันได้ตามlink ด้านล่างค่ะ

Link E-book วิวาห์รักหัวใจทระนง (เมพ)

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNTExODU0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiNTI3NjMiO30




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,711 ความคิดเห็น