SOTUS : พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง [Yaoi]

ตอนที่ 29 : กฎของปีหนึ่งข้อที่ 25 : รักษาระยะห่างระหว่างพี่ว้าก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 171,621
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 425 ครั้ง
    7 ต.ค. 56

 

SOTUS  :  พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง






กฎของปีหนึ่งข้อที่ 25  :  รักษาระยะห่างระหว่างพี่ว้าก





 

           

            TRRRRRRR!!

 

 

            “ก้อง...”



 

            TRRRRRRR!!



 

            “ไอ้ก้อง...”



 

            TRRRRRRR!!



 

            “ไอ้ก้องโทรศัพท์!




 

            ...ไม่ใช่แค่คนเรียก แต่ทุกสายตากำลังพุ่งตรงมองมาทางก้องภพ เพราะตอนนี้พวกเขากำลังนั่งอยู่ในห้องสมุด ท่ามกลางบรรยากาศเงียบเชียบ ทว่าดันถูกทำลายลงด้วยเสียงเรียกเข้าจากไอโฟนที่แผดร้องไม่หยุด ซ้ำเจ้าของยังไม่นั่งเหม่อไม่รู้สึกตัว จนเอ็มต้องสะกิดแขนเตือน

 
 

ก้องภพเลยรีบควานหาโทรศัพท์ของตัวเองในกระเป๋าเป้อย่างรีบร้อน หากพอคว้าไอโฟนได้ มันกลับดับลง เหมือนปลายทางวางสายไปแล้ว เขาถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นยืน พลางบอกเพื่อนสั้น ๆ



 

“เดี๋ยวกูไปโทรศัพท์แป๊บนะ”


 

“เออ ไปเหอะ แต่มึงไหวแน่นะ”



 

เอ็มไม่วายถามด้วยความเป็นห่วง ด้วยดูจากสภาพโทรมหมดมาดเดือนมหาลัยของก้องภพ เหมือนคนไปอดหลับอดนอนมาจากไหน ส่วนหนึ่งคงอาจมาจากการที่ผีขยันเข้าสิงร่างมัน เพราะดันเล่นขออาสาเหมางานกลุ่มที่อาจารย์ให้มาไปทำเองจนหมด ไม่ว่าจะเป็นทั้งเปเปอร์ ทั้งเพาว์เวอร์พอยด์ ...ไอ้สบายก็สบายอยู่หรอก แต่งานกลุ่มเจ็ดคนมันก็ไม่ใช่น้อย ๆ ที่จะเอาเปรียบเพื่อนคนเดียว เลยต้องลากกลุ่มเพื่อนมาช่วยกันหาข้อมูล แต่ก็คล้ายคนรับจะโหมงานหนักจนมีท่าทีมึน ๆ ขนาดโทรศัพท์ดังยังไม่รู้ตัว

 

 

“จริง ๆ มึงลงไปพัก ไปซื้อกาแฟอะไรมาแดกก็ได้ พวกกูไม่ว่าหรอก”


 

“เฮ้ย! กูไปด้วย”


 

“มึงไม่ต้องเนียนเลยไอ้ทิว หัวข้อมึงอ่ะเสร็จยัง”



 

            ก้องภพได้ยินเสียงเอ็มหันไปบ่นเพื่อนที่โอดครวญ  ก่อนตัวเองจะลุกขึ้นจากโต๊ะซึ่งมีกองหนังสือตั้งเรียงรายหลังจากจมอยู่กับมันมาเกือบสองชั่วโมง ตั้งแต่บ่ายสามยันห้าโมงเย็น




 

            ...ยอมรับว่าช่วงนี้เขางานยุ่ง หรือพูดให้ถูกอีกอย่างคือเขา พยายามทำตัวให้ยุ่ง


 

            เพื่อจะได้เลิกฟุ้งซ่านกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสามวันก่อน แต่ยาวนานเหมือนสามเดือนในความรู้สึก นับจากที่พี่อาทิตย์ตัดสายเขาทิ้งโดยไม่ทันได้พูดความในใจออกไป ต่อให้โง่แค่ไหน การกระทำนั้นก็แปลความหมายได้อย่างเดียวว่า...



 

            ...พี่อาทิตย์คงรังเกียจเขา



 

            ...มันไม่แปลกเลยสักนิด ในเมื่อพี่อาทิตย์เป็นผู้ชายคนหนึ่ง และเขาเองก็เป็นผู้ชายที่ไม่เคยคิดจะเบี่ยงเบน แต่พอมาเจอพี่อาทิตย์ ความรู้สึกพิเศษบางอย่างมันเริ่มก่อตัวขึ้นจนทำให้เขาสับสน ยกเว้นสิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจ คือ ความผูกพันของเขาที่มีต่อพี่อาทิตย์ ไม่ใช่แค่เฉพาะแค่รุ่นพี่รุ่นน้อง

 

 

...สายตาของเขาที่มอง มันมากกว่านั้น และมากกว่าทุกคนที่เคยเป็น



 

            เขาอยากจะอยู่ใกล้ อยากคอยดูแล เขาชอบยิ้มขำในความเป็นธรรมชาติของพี่อาทิตย์ และปวดร้าวลึกหนักเพียงแค่ถูกอีกฝ่ายหลบหน้ากัน เหมือนอย่างตอนนี้ที่แม้จะบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร แต่เขายอมรับว่านอนไม่หลับมาหลายคืน ร่างกายโทรมจนเพื่อนยังสังเกตเห็นได้  


 

และถึงพยายามห้ามตัวเองไม่ให้คิด แต่ตาก็คอยจะมองไปยังระเบียงหอตรงข้าม จนทำให้เขาไม่ค่อยอยากจะกลับไปนอนหอ เวลาเห็นโทรศัพท์ทีไรก็ให้สะท้อนใจ กระทั่งต้องโยนมันไว้ในกระเป๋าเป้ เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เขารับสายไม่ทัน



 

ก้องภพหยิบไอโฟนขึ้นมาสไลด์ดูรายชื่อ เขาไม่ได้เดินออกไปข้างนอกห้องสมุด แค่มาหยุดอยู่ตรงบันไดทางขึ้น  แล้วเลื่อนกดหาคนที่เพิ่งโทรรายสุด ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพี่เปิ้ล พี่รหัสปีสอง ซึ่งเขารอสัญญาณไม่นานเจ้าตัวก็กดรับ


 

 

            “ฮัลโหล พี่เปิ้ลครับ ขอโทษนะครับเมื่อกี๊ผมไม่ได้รับ”


 

            “ไม่เป็นไรจ้า พี่แค่โทรมาถามอะไรนิดหน่อย คือ..วันอาทิตย์นี้ที่จะไปงานแต่งพี่ฝนกับพี่ตั้มอ่ะ น้องก้องจะไปกับพี่มั้ย เดี๋ยวพี่จะขับรถไปจากมหาลัยเลย มีพี่นุ่มนุ่น พี่ภาคย์ พี่ทัช แล้วก็น้องหลิน ไปด้วยนะ”



 

            ฟังจากจำนวนคนแล้วก็ให้นึกงงว่าจะนั่งกันพอมั้ย แต่ไหน ๆ งานวันแต่งพวกพี่ตั้มเขาก็ตั้งใจไป แล้วก็ไม่รู้รายละเอียดสถานที่ด้วย เขาเลยตกปากรับคำง่าย ๆ



 

            “ถ้าพี่สะดวกผม ผมก็ขอติดรถไปด้วยครับ”

 
 

            “งั้นเดี๋ยวพี่มารับเราตอนห้าโมงเย็นนะ เราอยู่หอไหน”

 
 

            “ชัยพฤกษ์ครับ”

 
 

            “โอเคเลยจ้า แล้ววันอาทิตย์เจอกันนะ”

 

 

            เขาวางสายจากพี่เปิ้ล จะว่าไปเขายังไม่เตรียมตัวอะไรกับงานแต่งเลย เพราะมัวแต่วุ่นวายกับกองรายงานที่จะต้องส่ง  ดีเหมือนกันเขาจะได้มีเรื่องยุ่งสมใจอยาก แต่มันก็เผาผลาญพลังงานลงไปไม่ใช่น้อย ๆ

 

 

ก้องภพลูบหน้าตาของตัวเองให้หายง่วง หรือเขาควรจะลงไปหากาแฟกินที่คอฟฟี่ช็อฟชั้นล่างเหมือนที่ไอ้เอ็มบอกดี  ทว่ายังไม่ได้ทำตามตั้งใจ เขากลับเหลือบเห็นใครบางคนเดินลงบันไดมาจากชั้นสี่ จนต้องรีบยกมือไหว้

 
 

            “พี่น็อต สวัสดีครับ”

 
 

            “เออ ไหว้พระเถอะ”

 

 

            น็อตยกมือไหว้รับเหมือนติดเป็นนิสัยเวลาเผลอไม่ทันตั้งตัว เพราะมัวแต่ก้มมองชื่อหนังสือที่ถือมา แต่เมื่อเห็นเป็นรุ่นน้องที่คุ้นเคยเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเพิ่ม ทำท่าจะเดินลงไปต่อ แต่กลับถูกรั้งไว้

 

 

            “เดี๋ยวครับพี่ ผมมีเรื่องจะรบกวนพี่หน่อยครับ พี่รออยู่ตรงนี้แป๊บหนึ่งได้มั้ยครับ”

 

 

            ยังไม่ทันที่เขาจะบอกตกลง เด็กปีหนึ่งก็วิ่งขึ้นบันไดผลุบหายเข้าไปในห้องสมุดชั้นสาม สักพักถึงจะเดินออกมาพร้อมกับชีทในมือปึกหนึ่ง ยื่นส่งให้พลางฝากคำไหว้วาน

 

 

            “พี่น็อตครับ ผมรบกวนฝากไปคืนให้พี่อาทิตย์ด้วยครับ”

 

 

            น็อตก้มมองดูปึกกระดาษที่ส่งมาตรงหน้า ดูจะคล้าย ๆ ชีทวิชากลศาสตร์ของแข็งซึ่งพวกปีสามกำลังเรียนอยู่ และลายมือไก่เขี่ยมีรอยวาดรูปเล่นบนกระดาษนั้น ถ้าจำไม่ผิดคงจะเป็นลายมือของเพื่อนเขาจริง ๆ แต่ที่ไม่รู้คือทำไมชีทปึกนี้ถึงได้ไปอยู่กับเด็กปีหนึ่ง แต่แม้จะไม่เข้าใจเหตุผล คนถูกไหว้วานก็ยังรับปาก

 

 

            “ได้เดี๋ยวพี่เอาไปคืนให้”

 
 

            “ขอบคุณครับ”

 

 

            ก้องภพมองพี่น็อตรับชีทที่เขาส่งให้ แล้วเดินหันหลังเดินลงบันไดไป ก่อนเขาจะหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องสมุดนั่งร่วมกับเพื่อนที่โต๊ะเหมือนเดิม

 

 

            ...ในเมื่อพี่อาทิตย์รังเกียจเขา เขาก็จะพยายามไม่เจอหน้า ไม่พูดคุย อย่างน้อยมันอาจทำให้พี่อาทิตย์สบายใจมากขึ้น และเหนืออื่นใดความเจ็บในใจเขามันคงเบาบางลงบ้าง

 


 

            ...บางที

 

 

            ...

 

 

            ...         .

 

 

 

            “งานแต่งเฮียตั้ม มึงใส่ซองไปเท่าไรวะ หุ้น ๆ กันได้ป่ะ แม่งสิ้นเดือนกูยิ่งไม่ค่อยมีตังค์อยู่ด้วย มึงอ่ะอาทิตย์ ใส่ไปเท่าไรวะ”

 
 

            “กูมีของให้เฮียเขาแล้วว่ะ”

 
 

            “อัยย๊ะ! มีหาของขวัญให้ด้วย สมกับตำแหน่งเป็นน้องรักเฮียเลยนะมึง”

 

 

            อาทิตย์นั่งฟังเสียงเพื่อนคุยกันขโมง โดยไม่แยแสเลยว่าที่นี่คือห้องสมุด แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ถึงกับเรียกห้องสมุดได้เต็มปาก ด้วยตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ในโซนกาแฟเล็ก ๆ ตรงชั้นหนึ่ง ซึ่งจัดไว้สำหรับขายให้นักศึกษาที่อ่านหนังสือหนักให้ได้ซื้ออะไรเย็น ๆ ไปพัก 

 
 

พวกเขาแก๊งค์ปีสามวิศวะที่หอบมาหนังสือมาติวควิซ เลยได้อาศัยใบบุญยึดโต๊ะตัวใหญ่สุดของร้าน แต่อย่านึกว่าพวกเขาจะมาท่องตำรา  ลงท้ายก็เหมือนมาเปลี่ยนสถานที่คุยอยู่ดี

 
 

ไม่เว้นแม้กระทั่งอาทิตย์ซึ่งเปิดหนังสือกางไว้งั้น ๆ แต่ก้มหน้าฟุบลงให้หนังสืออ่านตัวเองแทนเพราะความง่วง ไหนจะเรียนก็หนักอยู่แล้ว  พรุ่งนี้ยังจะมีควิซอีก แถมงานแต่งเฮียตั้มก็ใกล้จะถึง ซ้ำตอนกลางคืนก็นอนหลับไม่ค่อยสนิท เลยต้องมาอาศัยนอนตอนกลางวันแทน

 
 

ส่วนสาเหตุไม่ต้องไปค้นไกล ก็เพราะมันติดอยู่ในใจเขา ต่อให้พยายามแกล้งทำเป็นไม่สนมันก็คอยจะวนเวียนมาให้คิดซ้ำ ๆ

 

 

...วันนั้น ...เขาเองก็รู้สึกผิดที่อยู่ ๆ ก็ตัดสายก้องภพทิ้งไป  มันอาจจะไปทำร้ายจิตใจของคนพูด แต่ในสถานการณ์แบบนั้นจะให้เขาทำยังไง เพราะจนถึงเดี๋ยวนี้เขาก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่า...เขาคิดอะไรรึเปล่ากับก้องภพ




          ...คนที่เพิ่งเจอกันแค่สามเดือน 


 

 

            อันที่จริง...พอมานั่งนึกทบทวนแล้ว เขากลับเพิ่งพบว่า เขายังไม่รู้จักก้องภพดีมากเท่าไร ก็แค่เป็นรุ่นน้องที่คณะ ชอบปีนเกลียว กวนตีน ชอบแหย่ให้เขาโมโห แล้วก็ชอบสร้างปัญหาให้เขาประจำ ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนนี้ที่สร้างปัญหาครั้งใหญ่สุด ๆ จนทำให้เขาปวดหัวหนักจนอยากจะบ้า!

 


 

อาทิตย์กุมขมับ ยิ่งคิดยิ่งเครียดมากกว่าเดิม เขาเลยก้มหน้าฟุบลงไปกับโต๊ะหวังจะนอนต่ออีกรอบให้สมองได้พัก ทว่าก็ต้องลืมตา เมื่อถูกใครบางคนสะกิด

 

 

            “ไอ้อาทิตย์ เอาไป ของมึง”

 

 

            สายตาเหลือบเห็นชีทปึกใหญ่จากไอ้น็อตที่ยื่นส่งมาให้  ตัวอักษรมองจากการตะแคงคุ้นตาว่าเป็นชีทวิชากลศาสตร์ของแข็งที่เคยเปียกน้ำ แล้วเอาไปฝากแช่ในตู้เย็นของใครบางคน แต่เขาเผลอลืมไว้ หากตอนนี้มันกลับมาจ่ออยู่ตรงหน้า จนเขาต้องกระเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งตัวตรง

 

 

            “ไปเอามาจากไหน”

 
 

ถามออกไปแม้จะรู้ว่าเป็นคำถามโง่ ๆ แต่ก็ยื่นมือรับชีทสภาพเป็นปกติไม่มีรอยบวมชื้นใด ๆ พลางฟังคำตอบที่เดาได้อยู่แล้ว

 

 

            “น้องก้องมันเอามาคืน เออ แล้วชีทมึงไปอยู่กับน้องได้ไงวะ”

 
 

            “นิดหน่อยว่ะ แต่ไม่สำคัญหรอก”

 

 

อาทิตยพึมพำตอบเสียงแผ่ว เหม่อมองชีทตัวเองในมือ



            ...ใช่...เรื่องที่เขาลืมชีทมันไม่สำคัญ เพราะสิ่งที่สำคัญคือการกระทำของคนบางคนที่เขายังสัมผัสได้

 

 

ถึงก้องภพจะชอบสร้างเรื่องให้เขาปวดหัว แต่บางเรื่องมันกลับทำให้เขารู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด โดยเฉพาะกับความอ่อนโยน และความห่วงใยที่มันมีเขา ทั้งที่เขาไม่เคยร้องขอ อย่างเมื่อวานเขาไปเสียค่าปรับการ์ตูนกับทางร้าน แต่เจ้าของร้านก็บอกว่ามีคนเอามาคืน แล้วยังอธิบายว่าหนังสือเปียกน้ำ เลยขอซื้อเล่มที่เสียหายแทนเขาไปแล้ว  ส่วนหนังสือจากห้องสมุด เขาก็พบว่ามันคืนอยู่ในชั้นเรียบร้อยตั้งแต่วันอังคาร

 

 

แม้เขาจะพยายามรักษาระยะห่าง หลบหน้า หลีกเลี่ยงการเผชิญกันหลายต่อหลายครั้ง หากอะไรบางอย่างของก้องภพกลับวนเวียนอยู่รอบตัว และที่น่าเจ็บใจที่สุด  คือมันมาจากตัวเขาเอง...

 

 

เพราะยิ่งห้ามไม่ให้ตัวเองคิดมากเท่าไร แต่ความรู้สึกในใจของเขามันชัดเจนแล้วว่า...

 

 

 

...เขายังคงคิดถึง

 

 

            ...

 

 

            ...

 


 

            ทุ่มตรงแล้ว

 

 

เมื่อก้องภพแยกย้ายกับเพื่อนที่ห้องสมุด หลังจากเสร็จภารกิจหาข้อมูลหัวข้อรายงานจนครบ ที่เหลือก็แค่เตรียมไปท่องสคริปต์ในหัวข้อของตัวเอง แล้วนัดซ้อมพรีเซนต์ใหม่วันพรุ่งนี้ โดยมีเขาอาสาเป็นคนทำพาวเวอร์พอยด์ให้  ฉะนั้น ภายในคืนนี้เขาเลยต้องเตรียมปรับแก้ข้อมูลทุกอย่างให้เสร็จ และมองจากปริมาณก็อาจจะอยู่ยาวจนถึงโต่รุ้ง

           

            ก่อนถึงหอ เขาเลยเลี้ยวมอเตอร์ไซต์ไปหยุดจอดตรงบริเวณร้านขายอาหารใกล้ ๆ  หวังจะหาอะไรมาเติมพลัง เตรียมรับมือกับศึกหนัก โดยเฉพาะกับของที่ทำให้เขามีแรง ไม่ง่วงหลับไปซะก่อน

 
 

            ก้องภพจึงเดินตรงไปยังร้านขายน้ำปั่นที่ใช้ชอบซื้อบ่อย ๆ แต่ยิ่งเข้าไปใกล้ก็ยิ่งเห็นจำนวนคนซึ่งยืนรอกันเยอะมากกว่าทุกครั้ง และสาเหตุอาจเป็นเพราะวันนี้พี่คนขายน้ำอยู่คนเดียว ไม่เห็นลูกมือซึ่งช่วยพี่เขาขายเป็นประจำ กระนั้นพี่ผู้หญิงคนขายก็ยังพูดเชื้อเชิญ

 

 

            “คนมาใหม่อยากสั่งอะไรจดไว้ได้เลยนะคะ เดี๋ยวพี่ทำให้ตามคิว ช้าหน่อยแต่รับรองได้ครบทุกคนจ้า”

 

 

            กระดาษกับปากกาถูกวางไว้ตรงด้านหน้าแผงขายน้ำ ก้องภพเลยหยิบมันออกมา ตั้งใจจะสั่งกาแฟเย็นที่ไม่ได้กินเมื่อตอนกลางวัน เปลี่ยนมากินตอนนี้อาจพอช่วยเรียกพลังกลับมาได้บ้าง เขากำลังเขียนจนจบคำอยู่แล้ว หากบางสิ่งที่แล่นผ่านเข้ามาในความคิดกลับทำให้ต้องชะงัก  เขาลังเลใจเล็กน้อย สุดท้ายก็ขีดฆ่ากาแฟทิ้ง แล้วเขียนอย่างอื่นเปลี่ยนลงไปแทน

 

 

...มันอาจเป็นการกระทำไร้สาระ  แต่สำหรับเขามันอาจเป็นเหตุผลเดียวที่เป็นแรงใจให้เขาทำงานต่อไปได้ในค่ำคืนที่ยาวนานนี้

 

 

ก้องภพยื่นกระดาษรายการส่งให้พี่คนขายรับไปเรียงตามคิว ก่อนเขาจะเดินผละออกมาจากร้านขายน้ำปั่น เพื่อหาซื้อของอย่างอื่นติดไม้ตืดมือขึ้นไปกินแก้หิวด้วย

           


            ทว่า คล้อยหลังห่างกันเพียงไม่กี่นาที ร้านขายน้ำปั่นนั้นกลับมีใครบางคนเดินตรงลิ่วเข้ามา พร้อมด้วยอารมณ์เซ็ง ๆ เมื่อเห็นว่าร้านเจ้าประจำมีคนเจ็ดแปดคนรุมต่อคิวกันวุ่นวายเหมือนแจกฟรี หากแค่นี้มันไม่เป็นอุปสรรคต่อ ผู้ชายที่ชื่อว่าอาทิตย์ ซึ่งแทรกผ่านกลุ่มคนไปหาพี่เจ้าของร้านพลางพูดด้วยท่าทางสนิมสนมคุ้นเคย

 

 

            “พี่นิดครับ ผมสั่งนมเย็นเหมือนเดิมนะ เดี๋ยวมาเอาครับ”

 

 

            ไม่ต้องใช้กระดาษจดอะไรให้วุ่นวาย เพราะอาทิตย์ได้ตำแหน่งลูกค้าระดับวีไอพี ที่พอแม่ค้าเห็นหน้าปุ๊บก็จำได้ปั๊บ ก็เล่นสั่งแต่เมนูเดิม ๆ แทบทุกวัน  ไป ๆ มา ๆ เลยพูดคุยรู้จักชื่อแซ่ไปโดยปริยาย และก็ได้รู้ด้วยว่าที่มันยุ่งวุ่นวายขนาดนี้ ก็เพราะมือช่วยขายขอลากลับบ้านต่างจังหวัดวันหนึ่ง

 
 

            แต่ถึงยังไงแม้จะเป็นลูกค้าวีไอพีแค่ไหน พี่นิดก็ยังคงยึดหลักการมาก่อนได้ก่อนมาหลังได้หลัง เขาเลยแน่ใจว่า กว่านมเย็นชมพูของเขาจะได้คงใช้เวลาอีกนาน เลยตั้งใจจะไปเดินหาซื้อของกินกลับหอ เป็นเสบียงสำหรับการตะลุยอ่านหนังสือสอบควิซวันพรุ่งนี้ เพราะถึงจะขลุกอยู่ในห้องสมุดมาตลอดช่วงบ่าย แต่ปริมาณที่สมองซึมซับความรู้ได้มันก็ช่างมีน้อยนิด

 

 

            อาทิตย์แวะแผงขายผัดไทย แผงข้าวเหนียวหมูปิ้ง แผงผลไม้ซื้อฝรั่งใส่ถุง หอบหิ้วมาเต็มสองมือ ก่อนจะวนกลับมาที่ร้านขายน้ำปั่น กะเวลาว่าเมนูของเขาจะใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

 


 

            ลูกค้าดูบางตาลงไปกว่าเดิม เหลือเพียงแค่สองสามคนยืนหันหลังต่อคิวรออยู่ เขาเลยสามารถเดินตรงเข้าไปถามหาออเดอร์ที่สั่งเอาไว้

 

 

            “พี่ครับ นมเย็นของผมได้...”

 

 

            เสียงขาดหายไปไม่ทันจบประโยค ทันทีที่สายตาสบเข้ากับใครบางคนซึ่งยืนรออยู่ข้าง ๆ ...ใครบางคนที่เขาพยายามหลีกหนี แต่กลับมาเจอกันง่าย ๆ โดยไม่ทันตั้งตัวและไม่เคยคาดคิด

 

 

            ก้องภพเองก็คล้ายจะชะงักไปเช่นกัน แววตานั้นวูบไหวไปเล็กน้อย แต่แล้วมันก็เปลี่ยนเป็นนิ่งเฉย หันหน้ากลับไปมองรอพี่คนขายน้ำ โดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม

 
 

ฝ่ายอาทิตย์เองก็นิ่งเงียบอึกอัก ทำตัวไม่ถูก เพราะครั้งล่าสุดที่เขากับก้องภพเจอกันมันค่อนข้างย่ำแย่ อยากจะเดินเลี่ยงหนีไปทางอื่น แต่เสียงของพี่คนขายน้ำกลับแทรกขึ้นมา

 

 

            “นมเย็นได้แล้วค่ะ”

 

 

            อาทิตย์เลยยื่นมือจะไปรับออเดอร์ของตัวเอง เพื่อรีบหนีให้ออกจากสถานการณ์นี้โดยเร็วมากที่สุด ทว่ายังไม่ทันได้แตะ คนยื่นแก้วนมเย็นกลับรีบบอกปฏิเสธ

 

 

            “อ่ะ ไม่ใช่ของน้องอาทิตย์นะ ของน้องคนนี้เขามาสั่งก่อน เมื่อกี๊พี่จะบอกน้องอาทิตย์แล้วแต่หาไม่เจอ พอดีนมเย็นชมพูน้ำแดงมันหมด ได้แก้วนี้แก้วสุดท้าย เปลี่ยนเป็นนมเย็นธรรมดาแทนได้มั้ย”

 

 

            คำอธิบายทำให้คนฟังนิ่งอึ้ง ต้องเผลอหันมองคนที่สั่งเมนูเดียวกับของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ หากก้องภพกลับยังคงรักษาท่าทีเป็นปกติ ซ้ำยังเอ่ยบอกกับพี่คนขาย

 

 

            “ไม่เป็นไรครับ ให้เขาไปเถอะครับ  ไว้วันหลังผมค่อยมาสั่งใหม่ ขอโทษนะครับ”

 

 

            เป็นการเสียสละและพูดแบบรักษาน้ำใจ ก่อนเจ้าตัวจะหันหลังเดินผ่านไป โดยไม่คิดจะรอสั่งเมนูใหม่ และไม่แม้แต่จะหันมามองคนข้าง ๆ  

 

 

ทั้งที่มันเป็นนิสัยปกติที่ก้องภพชอบเทคแคร์คนอื่นอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ทำไม ครั้งนี้อาทิตย์ถึงรู้สึกว่ามันแตกต่าง

 


 

            มันเฉยชา ...ห่างไกล จนน่ากลัว

 



 

            “งั้นแก้วนี้ของน้องอาทิตย์นะคะ 15 บาทค่ะ”

 

 

            เสียงทักทำให้คนเหม่อสะดุ้ง รีบยื่นมือไปรับแก้วนมเย็นพลางส่งเงินจ่ายเรียบร้อย แล้วจึงค่อยเดินออกมาจากร้านเพื่อกลับหอตัวเอง หากแต่ละย่างก้าวนั้น ไม่รู้ทำไมมันช่างแสนหนักอึ้ง เช่นเดียวกับความสับสนมากมายในใจ

 


 

...ก็นี่ไง แบบนี้ไม่ใช่เหรอที่เขาอยากให้เป็น  

 

 

...แบบนี้ไม่ใช่เหรอที่เขาเคยคิดไว้ว่า อยากจะรักษาระยะห่างระหว่างเขากับก้องภพ ไม่มีการปีนเกลียว ไม่มีการกวนประสาท ไม่มีคนมาทำให้เขาโมโห ไม่มีคำพูดชวนคิดมาก

 

 

...มันคือความสัมพันธ์เหมือนรุ่นพี่รุ่นน้องในคณะธรรมดา ๆ คนหนึ่ง

 



 

            ...ทุกอย่างควรเป็น   ...ในสิ่งที่ควรจะเป็นแล้ว

 




 

อาทิตย์ยกแก้วนมเย็นขึ้นมาดูด รสชาติของมันแทรกผ่านลิ้น ทว่าน่าแปลกที่มันกลับทำให้เขาขื่นลำคอ ไม่ได้รู้สึกอร่อยเหมือนเช่นที่เคยเป็น

 


 

...ก็มันจะไปอร่อยได้ยังไง ในเมื่อสายตาของเขากำลังมองทุกอย่างด้วยความพร่ามัว

 



 

...นมเย็นที่ผสมกับน้ำตา เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า...

 




 

...มันไม่ได้หวานเลยสักนิดเดียว

 

 




 

         -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 
 

 
 

TBC

 







 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 425 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,150 ความคิดเห็น

  1. #14119 Londar (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 02:10

    เศร้า นมเย็นเคล้าน้ำตาก้มา T___________T

    #14,119
    0
  2. #14093 supernei46 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 18:14
    ........เศร้า
    #14,093
    0
  3. #14063 mind_kaneki (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 06:38
    ฮรืออออน้ำตาซึมTwT
    #14,063
    0
  4. #14054 sttks.p2h (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 22:56
    หื้อออ
    #14,054
    0
  5. #14028 pinkpeat (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 21:25
    น้ามตาพี่ทำเอาจุกอ่ะ
    #14,028
    0
  6. #13970 ยิ้งฉุบ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 22:25
    ฮือออ พี่ร้องไห้แล้ว สงสารร
    #13,970
    0
  7. #13919 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 22:40
    พี่อาทิตย์กำลังสับสนอ่า ฮือออ สงสารพี่อาทิตย์ ช่วงนี้ยากลำบากนะ ไหนจะต้องทำใจว่านี่เราไปชอบผู้ชายจริงๆเหรอ ไหนจะรู้สึกแย้งกับสิ่งที่ควรเป็นอีก พี่อาทิตย์เปราะบางมากตอนนี้ ฮือออ อยากกอดปลอบ
    #13,919
    0
  8. #13918 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 22:40
    พี่อาทิตย์กำลังสับสนอ่า ฮือออ สงสารพี่อาทิตย์ ช่วงนี้ยากลำบากนะ ไหนจะต้องทำใจว่านี่เราไปชอบผู้ชายจริงๆเหรอ ไหนจะรู้สึกแย้งกับสิ่งที่ควรเป็นอีก พี่อาทิตย์เปราะบางมากตอนนี้ ฮือออ อยากกอดปลอบ
    #13,918
    0
  9. #13880 เหมียวขนฟู (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 03:36
    อย่าร้องไห้สิไออุ่น เดี๋ยวเราจะร้องไห้ตามนะ ToT
    ปล.ในหนังร้านน้ำยังวางเฮลบลูบอยสีได้ไว้อยู่เลยอ่ะ เลยไม่สมกับบทบาท
    #13,880
    0
  10. #13839 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 19:29
    พี่ไออุ่ยร้องไห้ ฮือออออออออออออ พี่ต้องรู้ความรู้สึกตัวเองได้แล้วนะ มัวเฉยชา มัวเอาแต่ร้องไห้แบบนี้ ไม่ได้นด
    #13,839
    0
  11. #13796 Galemii_Nikuri (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 08:54
    โอ๋ เอ๋ๆๆ น้าพี่ไออุ่นนน มามะๆ เดี๋ยวซับน้ำตาหั้ยย สรรพนามช่างเหินซะเหลือเกินน หน่วงง 
    #13,796
    0
  12. #13752 โลกสีม่วง77 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 22:18
    ทำไมพี่อุ่นร้องไห้ ?^?
    #13,752
    0
  13. #13750 เงารัตติกาล (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 17:17
    ไหนก้องเคยสัญญา กลับมาเช็ดน้ำตาให้ อาทิตย์เลย 
    #13,750
    0
  14. #13685 มูตี้ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 18:38
    ^______^
    #13,685
    0
  15. #13661 123 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 01:23
    อยากจะรีบเข้าไปซับน้ำตาเลย
    #13,661
    0
  16. #13624 ปรี้ฮิม (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 16:36
    น้ำตาจะไหล โอ้ยยยย หน่วงมากกก ก้อนอย่าร้องง
    #13,624
    0
  17. #13521 ยัมมี่หมีคยอม (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 12:38
    พี่อาทิตย์ร้องไห้แล้ว ก้องภพ มาซับน้ำตาให้พี่อาทิตย์เดี๋ยวนี้นะ ทำไมต้องเฉยชากันขนาดนี้ โอ๊ยมันหน่วงงงงง
    #13,521
    0
  18. #13487 CHERRBUA (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 02:56
    พี่อาทิตย์ร้องไห้อ่าาา
    #13,487
    0
  19. #13437 pafe_love (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 12:50
    น่าตีทั้งคู่
    #13,437
    0
  20. #13412 fah_tc (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 19:58
    หน่วงไปหมดแล้วววว โอ้ยยยใจพัง
    #13,412
    0
  21. #13401 arint_porn (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 19:41
    พี่อาทิตย์ถึงกับร้องไห้
    #13,401
    0
  22. #13399 a_liew (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 15:52
    TT - TT พี่อาทิตย์ไม่ร้องนะ โอ๋ ๆ เอ๋ ๆ คนเก่ง แต่ช้าแต่น๊าาาาาาา

    อ่านแล้วหน่วงสุดดดดดด

    อยากซ้ำเติม แต่ทำไม่ลงงงงงง
    #13,399
    0
  23. #13362 Emod-ngam (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 07:55
    ฮ่าๆๅๆสะใจตาอาทิตยิโดนชะม้่ง งง สมม แต่ทำไมน้าตาตรูใหลวะ หน่วงงงงงงงงง ชอบอ่ะคนเขียนเก่งเนาะ เยี่ยม
    #13,362
    0
  24. #13294 dark chocolate (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 22:49
    นมเย็นผสมน้ำตา นี่ก็อ่านผสมน่ำตาเหมือนกัน ภาษาสวย เจ็บปวด หน่วง ฮืออออ เมื่อไหร่จะดีกันนนน
    #13,294
    0
  25. #13235 กาลครั้งหนึ่งในหัวใจ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 14:46
    อย่าร้องไห้สิคะ รู่ไหม ว่าคนอ่าน น้ำตาไหลพรากแล้ว
    #13,235
    0